คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #6 : Revive Of Undead (ท่วงทำนองปลุกวิญญาณ) (2)
6. Revive Of Undead (ท่วงทำนองปลุกวิญญาณ)(2)
“นี่มันอะไรกัน”เคนเดียร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสิ่งตรงหน้าเพราะตอนนี้ไม่ต่างจากปาร์ตี้เลือดเลย เพราะมันคือซอมบี้นับสิบกำลังไลฆ่าทหารกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งทหารคนไหนตายลงมันก็กลายร่างจนกลายเป็นซอมบี้แบบตัวอื่นๆ จนตอนนี้จากมีพวกมันไม่กี่สิบตัว มันได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนขึ้นหลักร้อยแล้วและดูท่าไม่มีทางที่จะหยุดปาร์ตี้เลือดครั้งนี้ เพราะทหารไม่อาจจะสู้ได้เลยเพราะบางคนก็ล้มลงไปนอนสั่นเป็นเจ้าเข้า รอให้พวกบรรดาซอมบี้มาฆ่าตั้งแต่ฟาริลร่ายเวท รีซีฟ ออฝ อันเดท ออกมาและศพของพวกเพื่อนๆ ได้ลุกขึ้นมาแล้ว
“ไอ้บ้านั่นเอาจนได้นะ”ฟีมัสร้องขึ้นมาอย่างเจ็บใจที่ห้ามฟาริลไว้ไม่ทัน แต่ก็ยังหาทางเข้าไปจัดการฟาริลไม่ได้เพราะถ้าไม่ทำให้ฟาริลหยุดฮัมเพลงซอมบี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่กำลังคิดอยู่นั้นจู่ๆ ซอมบี้เดลอาเซียก็พุ่งเข้ามาหาฟีมัสจนเขาตกใจหงายหลังไป
“เฮ้ยทำไมมันกลายร่างเร็วงี้ฟะ”ฟีมัสมองดูบรรดาซอมบี้ที่ลุกขึ้นเดินอย่างแปลกใจ พลางกระโดดหลบซอมบี้เดลอาเซียที่พุ่งมาจ้องจะฆ่าเขาตลอด ซึ่งเขาก็ทำอะไรได้ไม่มากเพราะจำนวนของซอมบี้ก็ห่วงซ้ำยังมาต้องหลบการโจมตีของซอมบี้เดลอาเซียอีกทำให้เขาไม่มีสมาธิที่จะร่ายเวทหรือสวนกลับ เพราะต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังทำให้เลยต้องทำได้แค่หลบ
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”และแล้วเสียงห้าขุนพลคนสุดท้ายก็ดังขึ้นพร้อมกับเปลวเพลิงเผาซอมบี้ทั้งหลายหายไปในพริบตา แต่ก็ยังมีหลายตัวรู้ว่าไฟอันตรายมันจึงกระโดดออกมาทัน แต่ถ้าดูดีๆพวกซอมบี้ไม่ได้หายไปแต่มันเหลือแต่เพียงโครงกระดูกสีขาวสะอาด
“ดูท่างานนี้เราคงต้องมาร่วมมือกันชั่วคราวนะครับ”บลาสที่เดินตามหลังมาเอ่ยขึ้น ซึ่งพอมองดีๆ คูสลิน โครเซ่ ก็ตามมากันหมด
“เอ่อ ไม่อยากแสดงความโง่หรอกนะ จะทำไงให้ไอ้พวกนี้หยุดกลายร่างซะทีอ่ะ”จู่ๆคูสลินก็แทรกขึ้นมาพอดีทำให้ฟีมัสและคนอื่นๆ เริ่มสังเกตุเห็นว่า ฟาริลไม่ยอมหยุดฮัมเพลงซะที
“สงใสต้องหยุดไอ้บ้านั่นซะก่อน”เฟดีมาชี้นิ้วไปทางฟาริลพร้อมกับไฟฟ้าหลายสิบเส้นพุ่งไปยังฟาริล แต่สุดท้ายก็......
ตูมมมมม
สายฟ้าทั้งหมดของเฟดีมาไม่สามารถทำอะไรฟาริลได้เลยแม้แต่น้อย เพราะบรรดาซอมบี้ก็กระโดดมารับสายฟ้าทั้งหมด แต่พอมันถูกไฟไหม้เกรียมไป มันก็กลับมาลุกเดินต่อได้อีก จะกลายเป็นกองทัพกระดูกไปแล้ว และมันอาจทำให้แข็งแกร่งกว่าร่างที่เป็นซอมบี้อีกหลายเท่าตัว และแถมด้วยโครงกระดูกอมบี้ที่เฟดีมาเผาไปตอนแรกก็เริ่มลุกขึ้นมาหลังจากที่ฟาริลเปลี่ยนทำนองเพลง
“นั่นมัน Skelelton army (กองพันกระดูก) ในตำนานนี่นา”โครเซ่ร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นเนื้อของพวกซอมบี้เริ่มเปื่อยไปเรื่อยๆ จนเหลือแต่โครงกระดูกเดินกันเต็มไปหมด แต่ที่ทำให้ทุกคนตกใจมากขึ้นคือ พวกกระดูกที่เดินออกมาจากเปลวไฟของเฟดีมาได้หมดทำเอาหลายคนเริ่มถอดใจทันที แต่ก็คงหนีไม่ทันแล้วเพราะพวกมันล้อมผู้ที่รอดชีวิตไปหมดแล้ว
“เอาไงดีล่ะตายยากเป็นบ้า แถมมีเยอะขนาดนี้ไม่ใช่จะฝ่าไปง่ายๆ น่ะ ฉันร่าเวทจะจะหมดแรงแล้วนะ”คูสลินร้องเตือนให้คนอื่นหาวิธีเพราะกำแพงน้ำแข็งไม่อาจต้านไว้ได้นานถึงจะแช่แข็งกักมันไว้ มันก็ระเบิดน้ำแข็งออกมาอย่างง่ายดาย บวกด้วยตอนนี้พวกมันเป็นโครงกระดูกกันไปแล้ว ทำให้พวกมันเดินได้คล่องแคล่วกว่าตอนที่พวกมันยังมีเนื้อเป็นซอมบี้อยู่หลายเท่า และด้วยความเร็วนี้ก็พอๆ กับความเร็วตอนของซาเรสเลยทีเดียว
“โว้ยยย เอาไงดีละเนี่ย”ฟีมัสร้องอย่างประสาทเสีพร้อมกับระเบิดโครงกระดูกของเดลอาเซียจากกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่พอโครงกระดูกกระทบพื้นส่วนต่างๆ ก็เริ่มงอกออกจนเหมือนเดิมและแถมการทำแบบนี้กลายเป็นการเพิ่มจำนวนพวกมันอีกด้วย
“มีวิธีเดียว จัดการหมอนั่น”เฟดีมาตัดบทอย่างรวดเร็วพร้อมกับพุ่งเข้าหาฟาริลโดยไม่ฟังใคร แต่ผิดคาด บรรดากองทัพกระดูกได้พุ่งมาขวางเขาไว้ แต่เฟดีมาก็ไม่สามรถหลบได้แล้ว เขาจึงหลับตาลงยอมรับความตาย
“ชิ เอาแล้วไง”ฟีมัสร้องออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าการพุ่งเข้าไปแบบนั้นก็เหมือนกับฆ่าตัวตาย แต่ว่าเหตุการณ์กลับพลิกไปคนละด้านเลยทีเดียว
จู่ๆก็มีเสาไฟหลายสิบต้นพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินขางเฟดีมาเอาไว้กับพวกกองพันกระดูกขณะที่ทั้งหมดกำลังงงอยุ่ว่าเกิดอะไรขึ้น คำตอบก็ถูกเฉลยออกมาตามเสียงคำพูดที่ทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง ก็พบกับชายสี่คนเดินคุยกันมาด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ แต่มีเพียงบลาส คูสลิน และเฟดีมาที่เพิ่งลืมตาขึ้นมาเห็นจนแทบจะร้องจ๊าก
“เมื่อกี้ถ้าโดนเฟดีมาจะว่าไงห๊า”
“เอาเถอะน่าเห็นไหมล่ะว่าไม่โดน”
“ว่าไงเฟดีมา ไม่เจอกันนานเลยนะ”
“สบายดีไหมครับท่านเฟดีมา”
“เอ่อ....”เฟดีมาอึ้งทันทีเมื่อเห็นทั้งสี่ แต่ไม่ใช่แค่เขาทั้งบลาสและคูสลินก็อ้าปากค้าง
“ท่านเดียบาส ท่านเดโลออน ท่านบาร์คิ คุณคาร์ดิส”บลาสกับคูสลินแทบจะร้องจากๆ ออกมาพร้อมกับทันทีเพราะสงใสอย่างเป็นที่สุดว่าทั้งสี่มาอยู่ที่นี่ได้ไง
“มาเที่ยว”ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน ทำเอางงกันเป็นแถวว่ามันจะบังเอิญขนาดนี้เลยหรอที่ทั้งสี่มาเที่ยวแล้วมาเจอพวกเขาที่นี่
“หือ 4 องครักษ์ตระกูล วีเดลงั้นหรอ”ฟาริลหลี่ตาลงอย่างแปลกใจ
“รอบรู้จังนะ”คนผมทองเอ่ยชม
“ดูสิหมอนั่นมันฝีมือระดับไหน ขนาดเรียก เสเกลตอน อาร์มี่ ได้ไม่รู้จักเราก็แปลกล่ะ”ชายที่มีผ้าปิดตาข้างหนึ่งเอ่ยเสริม
“เอ่อ ไอ้ที่ระดับไหนที่ว่า มันระดับไหนล่ะ”ชายอีกคนที่มีคทายาวประมาณฟุตนึงมีลายสีทองรบคทาแล้วมีลูกแก้วสีออกม่วงๆ พร้อมกับใส่ชุดคล้ายนักบวชแต่มันเป็นสีดำสนิททั้งชุด
“นี่แค่นี้ยังไม่รู้กันอีกเรอะ”ชายคนสุดท้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบปืนพกสองอันชี้ไปยังฟาริล ทำให้ทุกคนเริ่มสังเกตุ เขามีปืนติดตัวเต็มไปหมดทำให้ทหารหลายคนเริ่มหยิบปืนขึ้นมาเพราะลืมว่ามีปืนอยู่แต่พอพวกทหารเตรียมจะเล็งปืนเสียปืนจากกระปอกปืนพกที่อยู่ในมือของคาร์ดิสก็เริ่มดังขึ้นเป็นการแสดงว่าเขาเริ่มโจมตีแล้วบรรดาทหารเลยยิงตาม
ปังๆๆๆๆ ปืนพกของคาร์ดิสพุ่งออกมาแบบปืนกลทำเอาทุกคนทำหน้าแปลกใจกันหมด แต่ถึงจะเป็นปืนกลพวกกองทัพกนะดูกก็พุ่งมารับกระสุนไว้ได้หมด ซึ่งเพราะกระสุนทำให้พวกมันหยุดชะงักไปช่วงนึง ซึ่งคาร์ดิสก็ไม่รอให้มันจะขยับตัวใหม่ เขาได้หยิบปืนลูกซองขึ้นมายิงไปยังฟาริลทันที !!ปัง!! ปืนลูกซองนัดเดียวยิงไปยังฟาริลทันที แต่ฟาริลรู้ตัวทันมันหลบลูกกระสุนที่พุ่งไปอย่างความเร็วสูงอย่างง่ายดาย ทำให้กระสุนเลยไปใส่กะโหลกของโครงกระดูกตัวหนึ่งทำให้กะโหลกของมันแตกกระจายทันทีแต่พอมันล้มไปได้สักพักมันก็ลุกขึ้นมาด้วยสภาพไร้รอยขีดข่วนแต่อย่างใดเพราะกระดูกของมันงอกออกมาใหม่
“หลบได้หรอ”คาร์ดิสเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย
“มันหลบไม่ได้ก็แปลกล่ะ เสียปืนแกดังขนาดนั้นนะ”เดลโลออนร้องบองคาร์ดิสทำให้เขารู้ตัวเลยหยิบที่เก็บเสียของลูกซอง(มีด้วยหรอ)มาติดไว้ที่ปากกระบอกปืน
ปุปุปุ คราวนี้มันเก็บเสียงได้จริงๆ แต่ถึงจะมีเสียงอยู่บ้างถ้าไม่ตั้งใจฟังก็ไม่มีทางได้ยิน แต่บรรดากระดูกก็ยังมาขวางเอาไว้อย่างเคย
“อย่างแรกคงต้องกัดจัดพวกนี้ก่อนใช่ไหม”เดียบาสหันมาถามเคนเดียแต่ตอนนี้เคนเดียไม่สามรถตอบได้แล้วจึงหันไปถามฟีมัสต่อ“นายนะต้องทำลายพวกนี้ใช่ไหม”
“อืม.....”ฟีมัสตอบแบบง่ายๆ เพราะเขากำลังหาโอกาสเข้าไปจัดการฟาริลแต่ยังติดที่พวกกระดูก แต่ตอนที่กำลังคินั้นแหละเดียวบาสพุ่งเข้าไปหาฟาริลทันทีซึ่งพอพวกกระดูกก็วิ่งเข้ามากันเอาไว้ทันที
เปรี้ยง ลูกเตะลูกแรกของเดียบาสเตะเสยจากหัวลงมาถึงขาของกระดูกตัวหนึ่งทำเอาซากกระดูกของมันแหลกเป็นชิ้นๆ พร้อมกับซัดหมัดใส่กระดูกอีกสองตัวที่วิ่งมาจนแหลกเป็นเสี่ยงๆ ทันที
“ตายซะเถอะ”เดียบาสร้องตะโกนใส่ฟาริลเพราะพวกโครงกระดูกเปิดช่องโหว่ให้เห็นเขาจึงพุ่งเข้าไปแต่เหตุการณ์มีเพี้ยนไปอย่างหนัก
ฟาริลหยุดฮัมเพลงลงทันทีห แต่แทนที่พวกปีศาจกระดูกจะล้มลงไปมันกลับพุ่งเข้ามาหาเดียบาสพร้อมๆ กันตามด้วยฟาริลเตรียมร่ายเวทใหม่ออกมาอีก ซึ่งทั้ง เดโลออน บาร์คิ คาร์ดิส ก็ไม่อาจจะช่วยไว้ทันซึ่งเดียบาสก็รวบรวมพลังครั้งสุดท้ายเพื่อจะฝ่าบรรดากระดูกออกไป
ฉั้ววว บรรดาโครงกระดูกทั้งหมดหายไปในพริบตาเพราะพลังจากเคียวสีดำอันใหญ่ที่งอกออกมาจากนิ้วชี้กับกลางในมือข้างขวาฟีมัส ซึ่งมันปาดโครงกระดูกทั้งหมดหายไปในพริบตา
“นั่นมันเคียวอะไรกัน”เดโลออนกับบาร์คิร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นเคียวในมือของฟีมัสซางคนอื่นๆ ก็ดูมีท่าทางจะตกใจเหมือนกัน
“มีอายพลังปีศาจกับเทพผสมกันอยู่พลังทำลายจากเคียวรุนแรงมาก จากการดูแล้วน่าจะเป็นเคียวอาถรรพ์”คาร์ดิสวิเคราะห์พร้อมกับสรุปว่ามันคืออะไรทันทีแต่ยังไม่ทันมีใครจะค้านหรือรับฟังเสียงของฟาริลก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“เอาขึ้นมาจนได้ฟีส.......ไอ้เคียวแห่งความตาย(Death Scythe)นั่นนะ”ฟาริลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเลือดเย็นพลางมองไปยังเคียวที่อยู่ในมือฟีมัส ซึ่งจากคำพูดของฟาริลทำเอาทั้งหมดหันไปจ้องฟีมัสด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ความจริงฉันไม่อยากจะใช้นักหรอกนะ”ฟีมัสเอ่ยพร้อมกับสลายเคียวที่อยู่ในมือให้หายไป โดยให้เคียวมันค่อยๆ หดกลับไปอยู่ในนิ่วของฟีมัสเหมือนเดิมและไม่นาน มือทั้งมือของฟีมัสก็หายเป็นปกติไม่มีร่องรอยว่าเคยมีอะไรงอกออกมากก่อนแต่อย่างใด
“ตอนนี้แกไม่มีพวกโครงกระดูกแล้ว ง่ายๆคือแกก็ต้องตาย”บาร์คิชี้คทาขนาดจิ๋วไปยังฟาริล แต่ฟาริลกลับไม่กลัวเลยสักนิดแต่กลับหัวเราะ สร้างความประหลาดใจได้อย่างยิ่งเพราะสถานการณ์แบบนี้ฟาริลดูท่าทางจะเสียเปรียบอย่างเต็มๆ เพราะเขาโดนอยู่แบบสิบรุมหนึ่งแถมยังมีพวกทหารอีกหลายสิบคนที่ยังไม่ตายเตรียมที่จะซัดฟาริลเต็มที่
“โอ๋น่ากลัวจังน่ะ จะบอกให้นะทั้งหมดในนี้มีคนที่พอจะสู้กับฉันได้ก็มีแค่ฟีมัสคนเดียวนี่แหละ”ฟาริลหัวเราะเยาะเย้ยทำเอาทั้งหมดโกรธจนแทบควันออกหู
“ฟีมัสนายนะห้ามสู้นะ อย่างมันนะโดนรุมขนาดนี้ยังไงก็สู้ไม่ได้หรอก”โครเซ่บอกกันฟีมัสพร้อมกับตั้งท่าเตรียมสู้ แต่ฟาริลกลับยืนมองเฉยๆ ว่าโครเซ่เตรียมจะทำอะไร โดยไม่ความเกรงกลัวว่าโครเซ่จะโจมตีมาแม้แต่น้อย
“ออกมาเฟนเรีย”โครเซ่ร้องเรียกสุนัขดำสามตาออกมาโจมตีฟาริลทันที แต่พอมันพุ่งเข้าไปหาฟาริล มันก็เอี้ยวตัวหลบไปทางซ้ายอย่างง่ายดาย พลางประสานมือร่ายเวทแปลกๆ ที่ขนาดฟีมัสเองยังไม่รู้จักว่านั่นมันเป็นเวทอะไร
“โฮลี่ แอร์โร่”ฟาริลยกมือขึ้นในระดับเดียวกับเฟนเรียทันใดนั้นมือของมันก็เรืองแสง พร้อมกับยิ่งลำแสงสีขาวขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากมืออย่างรวดเร็ว ซึ่งด้วยความเร็วของมันเฟนเรียยังไม่ทันจะขยับไปไหนลำแสงนั้นก็จะทะลุดวงตาที่สามบนหน้าผากของมันเป็นรูโบ๋เลยทีเดียว แต่เฟนเรียก็ยังลุกขึ้นมาอีกทั้งๆ ที่น่าจะล้มไปแล้วมีเพียงฟาริลกับโครเว่เท่านั้นที่ไม่แปลกใจว่าทำไมเฟนเรียถึงยังไม่ยอมสลายไปสักที ทั้งๆที่พลังทำลายรุนแรงมากทีเดียว
ทั้งๆ ที่มันโดนยิงทะลุหัวยังพุ่งเข้าหาฟาริลด้วยความเร็วเท่าเดิมทั้งๆ ที่มันบาดเจ็บแต่ฟาริลก็ยกมือมาต่อยสวนจนเฟนเรียลอยไปหน้าทิ่มพื้น แต่มันก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและวิ่งมาด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเดิม แต่ทว่า......
“โคล บีม”ฟาริลยิงเวทน้ำแข็งมาอีกชุดคราวนี้เป็นก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่สองเมตรกว่าๆ ถึงห้าลูกได้พุ่งดิ่งลงมาทับร่างของเฟนเรีย จนขาทั้งสี่ของมันขาดกระเด็นพร้อมกับร่างกายแหลกเหลวเพราะแรงกระแทกอย่างรุนแรงของมนต์โคลบีม และด้วยแรกกระแทกอันมหาศาลทำให้มันตายทันทีเมื่อโดนทับ และมันก็สลายไปทั้งๆที่ฟาริลยังไร้รอยขีดข่วน
“หนอยแก......”โครเซ่ร้องอย่างโกรธแค้นพร้อมกับพุ่งเข้าหาฟาริลอย่างรวดเร็ว และเมื่อมาถึงโครเซ่ก็ฟาดดาบลงไปทันทีแต่ฟาริลกลับยกนิ้วชี้กับนิ้วกลางหนีบดาบเอาไว้โดยที่แทบไม่ได้ออกแรงอะไรต่างจากโครเซ่ที่ออกแรงเต็มที่
“.......ยังอ่อนหัดนัก.....”ฟาริลพูดอย่างไร้อารมณ์พร้อมกับปล่อยดาบไปจับต้นแขนข้างที่ถือดาบเอาแล้วก็บีบอย่างรุนแรง.......
......กร๊อบบ!!!.....
เสียงกระดูกของโครเซ่ดังลั่นท่ามกลางความตกใจของทุกคน แต่โครเซ่ก็ยังไม่ร้องออกมาได้แต่เพียงหยิบมีดสั้นที่เหน็บไว้ตรงเอวขึ้นมาจ้วงแทงฟาริลแต่ฟาริลก็ดูท่าว่าจะรู้ทันจังบีบข้อมือของโครเซ่จนร้าวทำให้ต้องปล่อยมีดทันที และฟาริลก็เห็นโอกาศนั้นเข้าใส่ท้องโครเซ่อย่างแรกและปิดท้ายด้วยลูกเตะจนร่างของโครเซ่ปลิวไปหาฟีมัสซึ่งกระโดดรับได้ทัน และด้วยพลังเตะอันมหาศาลนั้นทำให้โครเซ่หมดสติไปทันที
“ต่อไปก็เราสองคน”คูสลินกับบลาสกระโดดออกมาพร้อมกันมาขวางหน้าฟีมัสไว้ไม่ให้ออกไปสู้กับฟาริล
“เฮอะคิดว่าไหวกันหรอ”ฟาริลมองด้วยสายตาเหยีดหยาม
“ไม่ลองไม่รู้นะ.......จงออกมาลีสาส”คูสลินตะโกนใส่หน้าฟาริลอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ พร้อมกับเรียกภูติน้ำแข็งที่เคยใช้สู้กับฟีมัสตอนโดนควมคุมออกมา
“งั้นฉันด้วย ออกมาธันเดอร์ริก”บลาสร้องออกมาพร้อมกับนกสายฟ้าเจ้าเก่าโพล่ออกมาตามสายฟ้าที่นวมกันจนเกิดรูปร่าง
“รีฟ”เดโลออนที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรใช้เวทรักษากับโครเซ่ทันทีทำให้สีหน้าของโครเซ่ดีขึ้น แต่อาการแขนหักยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี
“ร่ายเวทเป็นแต่เวทเน่าๆ หรอ”บาร์คิถามด้วยสีหน้าแปลกใจพร้อมกับโชว์เวทรักษาที่พลังสูงกว่าให้ดู“โฮลลี่วอต”
“เฮ้อจะแข่งกันไปทำไม ฮีลซิ่ง”ฟีมัสถึงปากจะว่าแต่ก็โชว์ฝีมือรักษาด้วยอีกคนซึ่งเป็นเวทระดับสูงทำเอาบาร์คิมองตาค้าง
ตูมมมม
หลังจากที่โชว์เวทรักษากันเสร็จสายฟ้าของธันเดอร์ริกก็ถูกดูดเข้าไปในมือขวาของฟาริลแล้วก็ยิงสวนกลับออกมาไปใส่หน้าของธันเดอร์ริกแต่ก็มีเกราะเวทต้านเอาไว้ ซึ่งฟาริลเห็นดังนั้นมันจึงประสานมือแล้วร่ายคำแปลกๆ ออกมาทันที
“ด้วยพลังแห่งพ้องเพื่อน ข้าขอดึงพลังจากเจ้าเพื่อมอบพลังทำลายสัตว์เลี้ยงของเจ้าแก่ข้า”พอฟาริลท่องเสร็จธันเดอรืริกก็ระเบิดตัวออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที ซึ่งทำให้ทุกคนตะลึงมีเพียงฟีมัสเท่านั้นว่าฟาริลได้หยิบยืมพลังจากอัลฟ่าเพื่อมาทำลายธันเดอร์ริกทิ้ง เพราะอัลฟ่าเป็นเทพสายฟ้าธันเดอร์ริกก็ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง
“เหอะฟาริลแกยังเห้นพวกเราเป็เพื่อนอีกเรอะ”ฟีมัสกัดฟันกรอดอย่างเจ็บแค้นเมื่อนึงถึงคำพูดของฟาริลก่อนจากกันเมื่อหลายพันปีก่อนและคำพูดที่ฟาริลหยิบยืมพลังจากอัลฟ่าเมื่อครู่ทำให้ฟีมัสต้องถึงกับโมโหขึ้นมาทีเดียวที่ฟาริลยังบอกว่า“ขอหยิบยืมพลังจากพ้องเพื่อน”
“เออไม่เห็น”ฟาริลตอบอย่างไม่ใส่ใจเพราะกำลังหลบน้ำแข็งที่ลีสาสปล่อยออกมา
“ติดกับ คาสเก็ต ไอส์”คูสลินร้องอย่างดีใจเมื่อเห็นฟาริลติดกับที่ไปยืนอยู่บนน้ำแข็งทำให้เวทโลงศพน้ำแข็งก่อตัวจนกักฟาริลเอาไว้ในนั้น แต่พริบตาเดียวนำแข็งที่ห่อหุ่มก็แตกสลายออกจนหมดทำเอาคูสลินตกใจอย่างยิ่ง
“คิดว่าจะหนีพ้นหรอ เซ็นเตอร์ ธันเดอร์”บลาสตะโกนใส่ฟาริลขณะที่กำลังหนี แต่ตอนนี้ฟาริลก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของไฟฟ้าทำให้มีไฟฟ้าหลายสิบเส้นพุ่งเข้ามาแต่ เพียงฟาริลวาดนิ้วรอบๆ ตัวกระสายไฟฟ้าที่พุ่งมาทั้งหมดก็ถูกสะท้อนกลับไปยังปราสาททิศใต้จนพังทลายอีกเกือบครึ่งทำเอาเมืองทั้งเมืองวุ่นไม่ใช่น้อย
“พวกสวะ”ฟาริลตะโกนอย่าเลหืออดเพราะถูกไล่จี้ตั้งแต่เมื่อครู่ทำให้ขยับตัวอย่างความเร็วสูงหมาซัดหน้าคูสลินจนปลิวไปทำให้และสลบไปอีกคน
“พี่”บลาสตะโกนอย่างตกใจเมื่อเห็นคูสลินปลิวไป
“เอาแต่ห่วงพี่งั้นหรอ”ฟาริลกระซิบข้างหูของบลาสจนบลาสถึงกับผงะออกมาแต่ไม่ทันฟาริลจับคือบลาสโหม่งลงพื้นทันทีถ้าปกติบลาสเองก็คงต้องคอหักไปแล้วแต่ฟีมัสร่ายเวทบางอย่างทำให้ลดแรงกระแทกไปทำให้เพียงแค่หมดสติ แต่ฟาริลก็ยังไม่ไว้ใจถ้าบลาสฟื้นขึ้นมาอาจจะแอบเล่นงานเขาได้จึงเตะบลาสไปหาฟีมัสนั่นคือเป็นการบอกง่ายว่า “ฟีสรักษาสวะนี่ทีเดียวมันจะตายซะก่อน” แต่ฟาริลหบอกอย่างนี้เพราะเขาเริ่มรู้สึกเสียดายในฝีมือของบลาสเพราะนานๆ ทีจะได้เห็นคนที่มีฝีมือระดับนี้ แต่ฟาริลเองก็ยังไม่เลิกเรียกบลาสว่าสวะซะที
“หนอยแก”คาร์ดิสยกปืนกลสองกระบอกขึ้นมายิ่งสาดใส่ฟาริลทันทีแต่ฟาริลก็สร้างดาบเล่มสีทองฟาดใส่กระสุนทั้งหมดหายไปในพริบตาและพอฟาดเสร็จดาบก็หายไป
“อับจนขนาดใช้ดาบ ดิสทอร์ เลยแล้วหรอ”ฟีมัสยิ้มเยาะในความอับจนเพราะความอวดเก่งของฟาริลเองทำให้พลาดท่า
“เรื่องของฉัน”ฟาริลชักรำคาญขึ้นมาแล้วเมื่อเห็นว่าโดนรุมจึงตัดสินใจฟาดดาบดิสทอร์ใส่ เฟดีมา ที่กำลังจะเตรียมตัวบุกเข้าไปกระเด็นกระอักเลือดทันที
“เฟรม โอเซี่ยน”บาร์คิตะโกนดังลั่นทำให้เกิดทะเลเพลิ่งล้อมฟาริลไว้ทันทีแต่ก็ไม่ทำให้ฟาริลหวาดกลัวเลยดูจากคนที่กลัวแล้วน่าตะเป็น เคนเดียราชาแห่งเอดาเฟียมากกว่าทั้งๆ ที่ไม่โดนเปลวเพลิงแต่ก็กลัวจนเจ้าเข้า
“วอลเตอร์ฟอล รีวอท”ฟาริลร่ายเวทออกมาเป็นน้ำตกมหาศาลเพื่อจะดับไฟทั้งหมดทันแต่กลับถูกคนที่ไม่คิดว่าจะร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ขัดขวาง
“มิลเลอร์ บาเรีย”ฟีมัสเอ่ยขึ้นอย่างเหลือดอดสร้างกระจกป้องกันสะท้อนน้ำตกที่ฟาริลสร้างมาจนหมดสิ้น และที่เขาเหลืออดสุดก็คือฟาริลอัดทุกคนที่เรียกว่าเพื่อนของเขา
“ฟีมัสเรามาระรึกความหลังถึงวันนั้นดีกว่านะ”ฟาริลวิ่งมาหาฟีมัสแต่ถูก เดโลออน เดียบาส บาร์คิ คาร์ดิสขวาวเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถขวางอ้าวไว้ได้เพียงลูกเตะลูกเดียวของฟาริลก็เตะทั้งหมดหน้าหันและลอยไปคนละทิศละทาง
“ว่าไงนะ”ฟีมัสถามเพราะได้ยินไม่ชัด
“มาระรึกถึงวันนั้นกันเถอะ อาราเวลีส”ฟาริลพูดจบก็เกิดแสงสว่างวูบวาบมาหุ่มร่างของฟาริลกับฟีมัสเอาไว้พร้อมกับลำแสงนั้นพุ่งออกไปจากพระราชวังนครเอดาเฟียและเมื่อลำแสงนั้นหายไปมันก็ได้หายไปพร้อมกับฟีมัสและฟาริล......
ความคิดเห็น