ปวช.ตัวร้ายกับนายนิสิตฝึกสอน

ตอนที่ 10 : 09 เรื่องเล่าบนโต๊ะอาหาร [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    4 มี.ค. 62

      เชี่ยยยยยยยย!!!

     หรูโคตรรรรรร!!!

     อลังมากกกกก!!!

     นี้เค้าเรียกว่าบ้านเหรอ!?


      คำเหล่านี้ดังก้องในหัวของผม เมื่อผมมาเห็นบ้านภาคภูมิสุดอังการงานสร้างราวกับราชวัง ผมพยายามเก็บการเเตกตื่นไว้ในใจไม่อยากทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุง เเสงหวิบหวับจากเครื่องเรือนต่างส่องเเสงเจิดจ้าวิบวับจนน่ารำคราญ ถ้าไม่เห็นป้ายหินอ่อนสลักนามสกุลไว้หน้าบ้าน ผมไม่มีท่าทางชื่อเลยว่าเป็นบ้านภาคภูมิ

เริ่มกลัวเเล้วสิ มีบ้านใหญ่โตโอฬารสุดล้าฟ้าเขียวเเบบนี้ อำนาจที่มีอยู่คงไม่ธรรมดาเเน่ๆ


      ทันทีเดินเข้าตัวบ้าน พนักงงานต้อนรับ ไม่สิ คนใช้ใช่คนใช้เเบบในละครออกมากล่าวต้อนรับผมกับภาคภูมิ


     “คุณหนูยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”

      คุณหนูเหรอ เเมร่งอย่างฮา ผมเเทบกลั้นหัวเราะแทบไม่ทัน คำอย่าง คุณหนูมัน ไม่เข้าและขัดกับบุคลิคดิบเถื่อนเเบบภาคภูมิสุดๆ ส่วนอีกฝ่ายได้เเค่จ้องผมจนตาเเทบหยุดจากเบ้า คงอายที่ถูกเรียกด้วยคำที่เเสนมุ้งมิ้งเเบบนั้นต่อหน้าคนอื่น


     “ยินดีต้อนรับเเขกของนายท่านค่ะ นายท่านรออยู่โต๊ะอาหารอยู่เเล้วค่ะ”

      เดี๋ยวนะป้อง กูหลงมาอยู่ไหนเนี๊ยะ มันจะเเตกต่างจากชีวิตสามัญชนธรรมดาๆของมึงมากไปเเล้วนะ


     เชี่ยยยยยยยย!!!

     หรูโคตรรรรรร!!!

     อลังมากกกกก!!!

     นี้เค้าเรียกว่าห้องรับประทานอาหารเหรอว่ะ!?


      คำเหล่านี้ดังก้องในหัวของผมอีกครั้ง ย้ำ เเค่ดังอยู่ในหัว ทั้งที่ใจจริงอยากจะพูดออกไปดังเสียด้วยซ้ำ ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นอลิสอินวอนเดอร์เเลนด์เลย ห้องรับประทานอาหารทั้งดูดีมีระดับ เพดานที่ยกสูง โคมไฟ เชิงเทียน ผนัง เเจกัน ดอกไม้ เครื่องเรือน มันดูดีมีระดับเกินไป 


    เเย่ละสิ ผื่นเริ่มขึ้นเเล้วสิ เเพ้ของเเพงซะด้วยกู


     ความรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นของดูดีมีระดับกับหยุดชะงักลงเพราะเจ้าของบ้านที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารจ้องเขม็งมา และนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกตัวได้ว่า ผมกำลังมีปัญหาผิดคน


     “ยินดีต้อนครับ”

     คำกล่าวทักทายที่ปกติมีความหมาย เเต่ครั้งถูกพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้ไมตรี ความหมายดีๆเหล่านั้นหายไปหมด


     อึดอัด !!!


    .

    .

    .


SALAD FORK (ซ้อมสำหรับท่านสลัด)

DINNER FORK (ชั้นสำหรับอาหารคาว)

BREAD & BUTTER PLANTE (จานวางขนมปังเเละเนย)

BUTTER KNIFE (มีดสำหรับทาเนย)

DINER KNIFE (มีดสำหรับอาหารคาว)

TEA SPOON (ช้อนสำหรับชา - กาแฟ)

SOUP SPOON (ช้อนซุป)

WATER GLASS (เเก้วน้ำ)

RED WINE (เเก้วไวน์เเดง)

WHITE WINE (เเก้วไวน์ขาว)

CUP & SAUCER (ชา - กาแฟ)

DESERT SPOON (ช้อนสำหรับของหวาน)

DESERT FORK  (ส้อมสำหรับของหวาน)

DINNER PLATE (จานรอง)

NAPKIN (ผ้าเช็ดปาก)

     นั้นคือรายชื่อสิ่งของที่อยู่หน้าผมบนโต๊ะอาหาร ทำเอาผมทำอะไรเเทบไม่ถูก เพราะนี้มันดินเนอร์ระดับโรงเเรม 5 ดาว โชคดีที่เคยเรียนมา พอจะมีประสบการณ์ หวังว่าจะไม่หยิบผิดนะ 

     เราสามคนนั่งกร่วมโต๊ะอาหารที่มีอยู่ยาวเหยียดเเต่กันเเค่สามคนเเถมไม่คุยอะไรกัน ทำให้บรรยากาศกดดันเข้าอีก เฮ้อ ไม่น่ามาเลยกู อึดอัด สุดท้ายความเงียบก็ถูกทำลายโดย...


    “สวัสดีครูปกป้อง เเละลูกชายที่หายหัวไปจากบ้านนานเเสน” พ่อภาคภูมิพูด


    เดี๋ยวนะ ทำไมอยู่ดีๆ  พ่อภาคภูมิถึงเปิดหัวเรื่องแบบนั้น


    “อะไรหนักหนาว่ะ มาเเล้วไง จะเอาไรอีก”

ภาคภูมิพูดสวนทันที 


    “นั้นปากเหรอ ไอ้ภาค”


   “ปากไงพ่อ คิดว่าตีนรึไง”

    สองคนนี้พ่อลูกกันจริงป่าวว่ะ คุยกันเเบบนี้เหรอว่ะ


    “ผมเลิกคุยเเล้วทานอาหารกันดีกว่า”

     ผมยอมเสียมารยาทบทสนทนาของพ่อลูกที่ไม่ได้เเสดงความเป็นพ่อลูกเเต่ประการใด


   “เออ เอาmain(จานหลัก)มาเลย ขี้เกียจร่วมโต๊ะนาน”

   ภาคภูมิตะคอกใส่พนักบริการ (การทานอาหารเเบบนี้ปกติจะเสิร์ฟ ออร์เดิฟ ซุปก่อนจะทานจานหลัก)


    “มาเเล้วครับ อาหารจานหลักของวันนี้ สเตกเนื้อหมีพริกไทยดำ”

หัวหน้าเชฟประกาศชื่อเมนูก่อนนำอาหารมาเซิร์ฟ


     ห้ะ อะไรนะ เนื้อหมี 

     หมี 

     หมี 

     ชาตินี้ ชีวิตนี้ของผมไม่เคยคิดจะนำเนื้อชนิดนี้เข้าปากเลย 


    เเต่หมีเค้าอนุญาตให้ล่าในประเทศไทยด้วยเหรอ 


    ของเถื่อนเหรอ 


    หรือเเค่นำเข้า


   ผ่าง!!! สเตกร้อนๆโชยกลิ่นพริกไทยดำหอมกลุ่นชวนน้ำลายไหลเหลือเกินถูกเสิร์ฟลงบน dinner plane หน้าผม เเต่ยังไงมันก็เนื้อหมี 

     กินได้จริงๆเหรอว่ะ ผมคิดทบทวนอยู่นานเเสนนานจนสุดเอาเนื้อหมีพริกไทยดำเข้าปาก



.

.

.


       สุดท้ายผมก็ยัดเนื้อหมีลงกระเพาะจนหมดด้วยความเกรงใจต่อพ่อภาคภูมิ ไม่เกี่ยวกับอร่อยเเต่ประการใด ระหว่างทานเจ้าสเตกเนื้อหมีโคตรจะพะอืดพะอม บางจังหวะเกือบจะอ้วกออกมา บรือ~!!! ขนลุก


     “ทานmainเสร็จเล้ว ในระหว่างรอของหวานมาคุยกันดีกว่า”


     “ครับก็ดี”


     “ครูน่าจะรับรู้ได้เเล้วนะครับว่า บ้านของผมนั่นมีฐานะ”


     “อื้ม ครับ”

     - -* คิดจะอวดกันรึไง


     “ตระกูลของผม เป็นตระกูลที่มีหน้ามีตาทางสังคมเเละชื่อเสียงทางด้านต่างๆซึ่งสั่งสมกันมานาน ดังนั้นการที่จะมีอะไรที่จะมาให้เสื่อมเสียผมยอมไม่ได้”


      “เเค่ขาดสองครั้ง คงไม่ทำให้ตระกูลล่มจมหรอกครับ”


      “เปล่า ที่ผมพูดไม่พูดถึงเเค่เรื่องขาด เเต่ผมพุดถึงเรื่องอื่นๆในอนาคตด้วย เพราะผมดูเเล้วคุณน่าจะเป็นที่พูดยากพอสมควร ถ้าในอนาคตผมขออะไรอีกคุณคงทำให้ผมได้ใช่มั้ย”



    “...” ผมเงียบเละปฏิเสธด้วยหน้าตา



    “หึ คงไม่ยอมสินะ”



    “...”



   “คุณคิดว่าลูกผมเป็นอย่างไรจากการสังเกตของคุณ”


   “ก็เด็กมีปัญหาคนหนึ่งที่มักเเสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมา เเต่ผมชอบนะ เด็กมีปัญหาที่เเสดงพฤกรรมออกมาชัดเจนดีกว่าพวกมีปัญหาเเล้วเก็บกดไว้ในใจ”


     “ตรงดี เป็นคำตอบที่ดี”


      “...”


     “คุณก็รู้ว่าลูกผมเป็นเด็กปัญหา มันทั้งหัวรั้น มันทั้งดื้อ ใช้ให้เรียนสายสามัญมัญมันก็ไม่ยอม ผมใช้อะไรมันก็ไม่ยอมทำตาม ผมตัดหางปล่อยวัดมันไม่นานเเล้ว ไหนๆก็ปรับที่ตัวคนไม่ได้ ผมเลยปรับประวัติมันแทน มันง่ายกว่าตั้งเยอะ”


    ปรับประวัติ เหรอ…!?

    “หมายความว่าไงครับ ปรับประวัติ”


    “การที่ผมจะเปลี่ยนลูกนอกคอกอย่างมัน ผมคงทำไม่ได้ แค่เปลี่ยนประวัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาง่ายกว่าตั้งเยอะจริงมั้ย ผมไม่สนใจหรอกว่าลูกนอกคอกคนนี้จะเป็นอย่างไร ก็เเค่ประวัติมันสวยก็โอเค”


     “เดี๋ยวครับ เเบบนั้นมัน...”  ผมไม่ไหวจะรับมือกับคนคนนี้ จะใช้อำนาจในทางที่ผิดมากเกินไปแล้ว  “ภาคคภูมิเธอพูดออะไรบ้างสิ ” ผมหันไปพูดกับภาคภูมิที่นิ่งเงียบตลอดเวลาที่ผ่านมา


     เอ๋!?

     กัดฟัน

     กำมือจนเเน่น

     ก้มหน้า

     สั่นเล็กน้อย

     ผมตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการของภาคภูมิ นั่นเป็นอาการเด็กที่สะกัดอารมณ์ เครียด วิตก เเละกดดัน ผมไม่คิดเลยจะได้เห็นมุมนี้ของภาคภูมิ เเต่ไม่เเปลกที่ภาคภูมิจะเเสดงมุมนี้ออกมา เพราะพ่อภาคภูมิไม่ค่อยพูดถึงเค้าในด้านที่ดีเลย พ่อเค้าไม่เคยเเสดงความภูมิใจที่มีต่อเค้าออกมาเลย

    

     “เเล้วยังไง ครูปกป้อง คุณมันก็เเค่เด็กใหม่ในวงการข้าราชการ ผมจะสอนงานให้นะ ความกล้าเเละความความยุติธรรมมันไม่เพียงพอให้อยู่รอดในวงการนี้หรอก ที่สำคัญต้องอยู่ให้เป็น”


     “...”

     ผมดันลืมนึกถึงประเด็นนี้ไปเลย ผมเป็นใคร เป็นเเค่นิสิตฝึกสอน อำนาจเเละเเบล็คหลังก็ไม่มี ทำไงดีล่ะ


“ว่าไง ถึงกับสำลักในความจริงเลยเหรอ”


      ในสถานการณ์แบบนี้ ทางรอดเดียวคือหารเเสดงผมอยู่ฝั่งเดียวกัน แต่การไปอยู่กับคนที่สกปรกเเบบนั้น มันน่าขยะเเขยง ผมไม่ยอมเเน่ๆ ผมจึงใช้สมองที่มีทั้งหมดกลั่นกรองคำพูดเท่าที่คิดได้ออกมาเพื่อไฟท์กับพ่อภาคภูมิต่อ


       “คุณจะมัวสนเเต่โปไฟล์ที่สวยงามโดยสนใจลูกคนไม่ได้”


       “...” พ่อภาคภูมินิ่งเงียบเเละเปลี่ยนท่าทางตั้งใจฟังผมอย่างจดจ่อ คงรอจังหวะสวนกลับ


       “ผมจะทำให้ลูกดีโดยไม่ใช้พึ่งอำนาจของคุณ”


       “งั้นเหรอ…ก็ได้ ทำให้ได้อย่างที่ปากพูดก็เเล้วกัน”


        ผมสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดก่อนจะประกาศกร้าวออกไปว่า  “ครับมั่นใจ ทำได้เเน่นอน เเละจะต้องได้ดีกว่าคุณด้วย”



.

.

.


      สุดท้ายก็จบลงแบบนี้ ผมถึงจะไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับพ่อของภาคภูมิ เเต่ไม่เเสดงความเป็นศัตรู รอดตัวไปจนได้... เเต่ดันไปท้าทายจะเปลี่ยนภาคภูมิให้เป็นคนดีอีก ทั้งๆที่รู้ว่าการเปลี่ยนคน มันเปลี่ยนยาก เเค่ฝึกสอนก็เหนื่อยพอเเล้วยังต้องมาวุ่นวายกับเด็กคนนี้อีก ไม่น่าไปท้าพ่อมันเลย


     “ครู”

     “ครู ...ถึงเเล้ว”

      “ครู”


      เพี๊ยะ!! ฝามือหยาบๆของเด็กช่างกลตบเข้าที่หน้าผากของผมอย่างจัง ผมรีบสวนกลับมองตาขวางใส่

      “เจ็บ!!! ทำอะไรห้ะ”


      “ถึงเเล้วไงครู ถึงหอครูเเล้วเนี๊ยะ เป็นอะไรป่าว เหม่อตั้งเเต่ออกจาบ้านผมเเล้ว” ภาคภูมิตอบ


      อ้าว ถึงหอเเล้วเหรอ สงสัยเหม่อเพลินไปหน่อย ผมรีบลงจากรถทันที  “คิดอะไรนิดหน่อย ขอบใจที่มาส่ง”


       “อย่าเครียดเรื่องพ่อเลย ช่างเเมร่งมันไปเถอะ”


      “พูดถึงพ่อดีๆหน่อย”


     “ใครจะอยากมีพ่อเเบบนั้นกัน เเล้วไม่ต้องเปลี่ยนอะไรผมหรอก ”


      “...”


       “...ตรงๆ นะ ครูไม่ตรงมาวุ่นวายอะไรกับผม ผมมันเป็นเด็กมีปัญหาพ่อไม่รัก ไม่ต้องมาวุ่นวายผมรํ...”

       ภาคภูมิหยุดพูดกระทันหัน เพราะมีมีมือมามาลงบนหัวเค้า เเล้วขยี้เบาๆ ก่อนเจ้าของมือจะพูดด้วยน้ำเสียงใสๆที่ฟังก็รับรู้ได้ถึงความจริงใจ

      “ก็รู้ตัวเองนิ ว่าตัวเองมีปัญหา เเต่เพราะมีปัญหาไง ครูถึงปล่อยเธอไปไม่ได้ อีกอย่างครูก็เชื่อนะ...ว่าเธอเปลี่ยนได้”


      “...” ภาคภูมิไม่ชินการถูกปฏิบัติตัวเเบบนี้ ได้เพียงทำตาขวางใส่ โดยหารู้ไม่ ว่าใบหน้าของเค้านั้นเริ่มเเดงเเละยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


       “ครูขึ้นห้องดีกว่า ขับรถกลับดีๆนะ อีกอย่างถึงปัญหาอย่างไรก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการทำสิ่งไม่ดีนะ”

ปกป้องยิ้มส่งพร้อมโบกมือลาก่อนหันหลังเดินเข้าไปในหอพัก


       “เเมร่งสอนอยู่ได้ รำคราญ” ภาคภูมิตะโกนสุดเสียงจนปกป้องหยุดเดินเเล้วหันหลังมามองด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจเละขมวดคิ้วด้วยความสงสัย


       เมื่อภาคภูมิเห็นว่าปกป้องหันหลังกลับมามองจึงพูดต่อ

       “เเต่ขอบใจมากนะ ที่เเมร่งเชื่อใจเด็กอย่างผม”


      ปกป้องอมยิ้มเเละหัวเราะก่อนตอบกลับว่า

      “เออ รู้เเล้ว ไอ้เด็กเเสดงออกไม่เก่ง”


.

.

.


       ปกป้องปลดกระดุมเสื้อออกเเล้วนอนกระโดนขึ้นเตียงนอนด้วยความเหนื่อยล้า คิดเเล้วก็เครียด พ่อภาคภูมิมันน่าปวดหัวจริงๆ เดี๋ยวสิ ยังมีเรื่องงานอีก เรื่องวุ่นวายงานเยอะเเยะไปหมด มันเกินกว่าที่นิสิตฝึกสอนคนเดียวจะเเบกรับ ปกป้องคว้าบุหรี่ขึ้นมาสูบ เป็นอีกครั้งที่ปกป้องกลับมาสูบหลังจากพยายามเลิกมาหลายครั้ง เเต่ก็เพราะบุหรี่มันทำให้หายเครียดได้จึงทำให้ปกป้องกลับมาสูบอยู่บ่อยครั้ง


        ก๊อก ก๊อก ก๊อก

       เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สร้างความปนะหลาดใจให้ไม่น้อยเพราะไม่น่ามีใครที่รู้จักมาเคาะประตู ปกป้องคาบบุหรี่เเละขยี้หัวอย่างเซ็งๆเพราะอยู่เเล้วว่าต้องเคาะประตูผิดห้องเเน่ๆ


         “เคาะผิดห้องเเล้วครับ”

         ปกป้องเปิดประตูออกไปพร้อมก้มหน้าพูดออกไป เเต่เมื่อเงยหน้ามามอง ปกป้องตกใจจนอ้าปากค้างจนทำให้บุหรี่ที่คาบอยู่หล่นลงกับพื้น

         “ภาคภูมิ เธอขึ้นมาห้องครูทำไม”


         ภาคภูมิหลบตาเเทนที่จะมองปกป้องตรงๆ เเต่สองมือเต็มไปด้วยขวดเหล้าเเละถุงน้ำเเข็ง

        ภาคภูมิได้เพียงเเค่ทำหน้านิ่งกึ่งใสซื่อกระพริบตาถี่ๆ คงเพราะตกใจในการเเต่งกายของครูปกป้อง ณ ตอนนี้ มีเพียงเชิ้ตขาวที่สวมไว้เเต่ไม่ได้มีกระดุมเม็ดใดถูกติดไว้เผยให้เห็นร่างกายสีขาวผ่อง ผิดกับเเขนที่ดูจะคล้ำเเดดมากกว่า เเละท่อนล่างก็มีบอกเซอร์สีฟ้าน้ำทะเล ดูเป็นอีกมุมที่ดูสบายตา ภาพที่ภาคภูมิเห็นช่างเเตกต่างกับปกป้องตอนเป็นนิสิตที่ดูเนียบดูดีตั้งเเต่หัวจรดเท้า ไหนจะเรื่องบุหรี่อีก ทำให้ภาคภูมิอึ้งจนเพิกเฉยต่อคำถามของปกป้อง เเล้วใช้เท้าขยี้บุหรี่ที่หล่นบนพื้นให้ดับลง


       “ว่าไง ภาคภูมิขึ้นมาทำไม” ปกป้องถามย้ำ


      “สูบบุหรี่ด้วยเหรอ มันไม่ดีสุขภาพนะ”

      ปกป้องทำหน้าอึ้งคงเพราะเป็นประโยคที่ฟังดูมีสาระสุดๆ เเล้วนี้ถือเป็นครั้งเเรกที่ถูกนักเรียนสอน


      “ไอ้…” ปกป้องอยากจะด่ากลับ เเต่ต้องหยุดชะงักลงกลางคัน เพราะภาคภูมิมันดันพูดถูก


      “ผมเองยังไม่สูบเลย” ภาคภูมิย้ำในจุดยืนที่เหนือกว่าปกป้อง เป็นครั้งเเรกที่ภาคภูมิรู้สึกว่าตัวชนะครูปกป้องได้จริงๆ


       “ -_- เออๆ รู้เเล้วพยายามเลิกอยู่ ว่าเเต่มาทำไม” ปกป้องรีบบอกปัดไปเเล้ววนกลับมาที่คำถามเดิม


       “ไม่เชิญเข้าห้องหน่อยเหรอ” ภาคภูมิเลี่ยงที่จะตอบคำถามเช่นเดิม

 

       “ไม่!!!” ห้วนๆ สั้นๆ ทันใจ ปกป้องตอบเเบบไม่ต้องคิด


       “O□O จริง…?”


       “จริง ว่าเเต่ขึ้นมาทำไม”


       “เห็นครูเครียดอ่ะ เลยจะมาชวนดื่มสักหน่อย” ภาคภูมิจนมุมจึงยอมบอกเหตุผล


        “เออ…” ปกป้องมองไปที่ขวดเหล้า น่าคิดถึงจริงๆรสชาติที่ไม่ได้ลิ้มรสมานาน เอาไงดีว่ะ เห็นเเล้วน้ำลายไหลเลย


       “ดื่มกันสักหน่อยนะ ไม่บอกใครหรอก”


       ในเมื่อภาคภูมิคะยั้นคะยอ จะปฏิเสธน้ำใจเด็กมันก็ไม่ดีใช่มั้ย (ย้ำไม่เกี่ยวกับความกระหายส่วนบุคคลเเต่อย่างใด #เสียงสูง)

       “เออ...ได้ เเป๊ปนะ เเต่งตัวก่อน”


      “ไม่เป็นไรหรอกครู อายอะไรกัน” พูดจบภาคภูมิก็พุ่งพรวดเข้า       ห้องผมมาทันที ภาคภูมิดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ คงเพราะห้องผมอยู่ในสภาพเเตกต่างจากที่ภาคภูมิคิด


.

.

.


       นี้ห้องครูปกป้องเหรอต่างที่ผมคิดไว้เยอะเลย คิดว่าจะมีหนังสือเรียนเต็มไปหมด เเต่ผิดคาดมีอยู่เเค่มุมเดียวที่ห้องที่เหมือนจะจัดไว้สำหรับทำงาน ที่เหลือก็ดูเหมือนคนปกติ เเถมผนังห้องตกเเต่งด้วยโปสเตอร์การ์ตูนเยอะเเยะเต็มไปหมด

     เฮ้อ....ลืมไปว่าครูก็เป็นคน ผมมองชำเลืองไปบุหรี่หนึ่งซอง

         “สูบมาบุโร่เหรอ ของเเพงซะด้วย”


         “อืม ว่าเเต่ไม่สูบเเล้วรู้ราคาได้ไง” ครูปกป้องถามกลับ ตอนนี้ครูอยู่ระเบียงเหมือนว่ากำลังล้างเเก้ว


        “เคยลองสูบเเต่ไม่ชอบ”  ผมตอบกลับเล้วถามต่อไปว่า “มีบุหรี่เเค่นี้เหรอ”


        “มีอีก 1 คอต(ตอน)อยู่ใต้เตียง”


         เจอเเล้ว ซื้อเก็บไว้เป็นคอตตอน(10 ซอง)เลยเหรอ สาบานเถอะว่าจะเลิกจริง “แล้วไฟเช็กอ่ะ มีเเค่อันเดียวเหรอ”


        “มีสองสามอัน”


        “เเล้วอยู่ไหนครับ”


        “บนโต๊ะทำงานมั้ง ว่าเเต่ทำไมถามวุ่นวายจัง” น้ำเสียงครูปกป้องเริ่มออกเเนวรำคราญ สงสัยคงถามจุกจิกไป


       “เห้ย!!! ทำอะไรภาคภูมิ” ครูปกป้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจหลังกลับมาจากการล้างเเก้ว เพราะเห็นผมกำลังยัดพวกบุหรี่เเละไฟเเชคลงในถุง


        “ก็เอาไปทิ้งไง ไหนครูเลิกอยู่เเล้วจะเก็บไว้ทำไม”


         “วางลงนะ มันเเพง” ครูปกป้องพูดเสียงเข้ม จริงๆก็ไม่จะเลิกสิ มาเดี๋ยวผมช่วยเอง ผมวิ่งผ่านครูปกป้องที่ระเบียงเเล้วก็…


       ฟิ้วววววว....


       ผมโยนบุหรี่ออกไป


       “(○□○)!!!”


        “ : ) ” ผมหันมายิงฟันใส่ครูป้องที่กำลังตกใจสุดขีด ผมทำดีเเล้วใช่มั้ยครับ


        “ไอ้ภาค โยนทำไม”   ครูป้องขึ้นเสียงเต็มที่ราวกับว่าผมทำอะไรผิดไป


        “ก็ไม่คิดจะเลิกจริงๆ ผมเลยจัดการให้” ผมเถียงเต็มที่ ผมไม่ผิด


        “ครูจะลิกอยู่เเล้ว นี้หมากฝรั่งนิโครตินไว้สำหรับเลิกบุหรี่”


        “...”


         “ที่โยนออกไปก็กำลังจะขายต่อให้กับร้านใต้หอ ได้ราคาดีด้วย โธ่เว้ยเงินกู” ครูป้องหัวเสียเต็มที่


         “อ้าว…” ตั้งใจจะมาตีซี้กับครูสักหน่อย เเต่ไหนกลับกลายเป็นการยั่วโมโหไปซะได้


Writter talk

#นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายวาย

#ย้ำเป็นนิยายวาย

#ย้ำนิยายวาย

#ไม่ฉากวายโผล่มาเลย

#กลัวลืม

#ไม่มีฉากได้เสียกันตอนเมา

#เพราะไรท์เบื่อเเล้วได้กันตอนเมาเเทบทุกเรื่องที่อ่านมา


ประกาศ...หยุดเขียนจนกว่าจะสอบเสร็จนะคร๊าฟฟฟฟ (ประมาณ 2 week)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

342 ความคิดเห็น

  1. #332 S_suika (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 16:25
    ฮาตอนท้าย เงินกรู.............. 555555555
    #332
    0
  2. #301 So Lucky My Love (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 12:30
    ทำไมภาคภูมิตอนนี้แลดูน่ารัก ไม่รู้เลยว่าใครจะกดใคร 555555555
    #301
    1
    • #301-1 Anupathn(จากตอนที่ 10)
      9 มกราคม 2560 / 08:08
      กด ห้ะ เดี๋ยวนะม่ายยยยยย ยังไม่ได้เตรียใจไว้เลย
      #301-1
  3. #128 Phpalus (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 19:29
    ชุ้นว่าเขาต้องรักกันเร็วๆนี้ แต่ต้องไปติดที่พ่อภาคภูมิแน่เลย
    #128
    1
    • #128-1 Anupathn(จากตอนที่ 10)
      19 ตุลาคม 2559 / 20:10
      ปล่อยพ่อเเกไป
      ปั้นตัวละครขึ้นมาเอง ไรท์ยังไม่ชอบเลย
      #128-1
  4. #55 Phannie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 13:16
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
    เขาเริ่มสนิทกันเเล้วค่าา
    เจ้าข้าเอ๊ยย จงรักกันไวๆ
    เพี้ยงงงง!!!!
    #55
    0
  5. #54 buncha0831222722 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 04:24
    รักปกป้องหว่ะ
    #54
    0
  6. #53 munyamun99 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 17:52
    จำได้กัน
    #53
    0
  7. #52 SasithonCru (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 14:24
    พอไม่หาเรื่องครูปกป้องแล้วภาคภูมิน่ารักมากกก ????????????
    #52
    0
  8. #51 somneo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 14:04
    ภาคภูมิเหมือนเด็กน้อย แต่เราก็เป็นทีมพี่ปกป้องอยู่ดี 55555555555
    #51
    0
  9. #50 somneo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 15:35
    ก็ไม่อยากให้ได้กะนตอนเมานะ 5555555 ภาคภูมิกำลังพยายามเข้าหาครูในแบบของเขาเอง ส่วนครูก็กำลังเดินเข้าไปในใจของภาคภูมิอย่างไม่รู้ตัว ว้ายยยยยยยย หวั่นไหว ครูปกป้องสู้ๆนะคะ เอ่อ.. งานครูเกินคำว่าฝึกสอนแล้วค่ะ เริ่มเข้าขั้นผัว.. เอ๊ย พ่อแล้วค่ะ ครูปกป้องเป็นนิยามของพ่อคนที่สอง(ของลูกเราว้ายยยย)
    สู้ๆนะคะไรท์ เราชอบเรื่องนี้ และชอบตอนนี้ที่สุด ว้ายยยยยย ชอบไรท์ด้วย รักนะคะ จะหนาวแล้ววววว ดูแลตัวเองด้วยนะจ๊ะ จุ้บๆ?
    #50
    0
  10. #49 Nattaphorn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 14:03
    โอ๊ยยยลุ้นรีบมาต่อเร็วๆน้าารออยู่
    #49
    0
  11. #48 somneo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 23:57
    ทำไมตอนนี้มองว่าภาคภูมิน่ารัก คุณพ่อกวนตี นมากนะ รู้ตัวไหม สังคมต่อต้านนะรู้ยัง 5555 ครูปกป้องอย่ายอมแพ้นะคะ คว้าน้องภาคภูมิมากอดเลยค่ะ คุณพ่อจะได้หวงลูกบ้างไรบ้าง - - นี่บ้านแกฆ่าย้าหรือเปล่านะภาคภูมิ ทำไมรวยเบอร์นี้ นี่คิดว่าไปเป็นคนใช้ก็อาจจะรวย
    ขอโทษนะคะ อินจัด อยากรวยบ้างไรบ้าง 555555. สู้ๆนะคะไรท์เตอร์ ดูแลสุขภาพด้วยน้าจ้าาาา ช่วงนี้อากาศแปรปรวน(ก็แปรปรวนมันทุกช่วงอ่ะนะ) รักเสมอน้าจ้าาาา ขนาดเจอเค้าเจอคนใหม่แต่เค้าก็ยังรักครูปกป้อง #อ้าว 555 ล้อเล่น รักไรท์เตอร์นะคะ ขอบคุณที่อัพๆๆๆๆนิยายให้อ่านนะคะ?
    #48
    0
  12. #47 phannie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 10:04
    บรรยากาศอึดอัดเนาะ

    เครียดเเทนครูป้องเลย

    จะทำยังไง

    อิภาคเป็นเด็กที่มีปัญหาสินะ

    ไหนจะคนลูกคนพ่ออีก

    งานใหญ่เลยครูป้อง

    อิภาคช่วยเป็นเด็กดีเร็วๆหน่อย

    สงสารพี่ป้องบ้าง

    เห้อ หวานกันสักตอนบ้างเหอะ

    ปล.คำผิดเยอะมาก

    เมื่อไหร่พระ-นางจะได้กัน

    (นิยายวายใช่มั้ย นั่งปาดน้ำตา)
    #47
    0
  13. #46 sumaricity101 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 02:28
    หมั้นไส่จังเล้นยยยยพ่อคุณพูดไรมิคิดเลยนะค่ะฮะ(?~?)
    #46
    0
  14. #45 Nattaphorn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 02:08
    มีความหมั่นไส้พ่อ--
    #45
    0
  15. #44 มาส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 00:41
    เลวชิบ อยากเอาสปาต้าโยนใส่หน่าพ่อภาคเลยอ่ะ แบบ ไม่เคยชมลูก ดันมาสปอยลูกอีก แบบนี้คือไร เลว..ใช่มั้ย
    #44
    0
  16. #43 007 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 07:08
    รอจ้า มาต่อนะ
    #43
    0