Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 16 : you're mine (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 เม.ย. 60




เด็กหญิงตาโต ผมดำ ตัวสูงผอมกำลังเดินเข้ามาหาผม น่าแปลกทั้งที่ผมพบเจอผู้หญิงตั้งมากมาย แต่ผมกลับไม่เคยรู้สึกใจสั่นแบบนี้มาก่อน อาการแบบนี้เค้าเรียกว่าอะไรหรอครับ

“กลับแล้วนะ” เสียงเจนนี่บอกลาเพื่อน ๆของเธอขณะเดินมาหาผมที่กำลังจอดรถอยู่ข้างอาคารเรียนของเธอ พวกเพื่อน ๆของเจนนี่พากันโค้งหัวให้ผมเล็กน้อยเมื่อเห็นผมนั่งรออยู่ในรถ

“เจอกันพรุ่งนี้นะ” ลิซ่าหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของเจนนี่พูดขึ้นทำให้ผมเรียกสติตัวเองกลับมาพร้อมกับเก๊กหน้านิ่ง ใคร ๆก็บอกว่าผมทำแบบนี้แล้วเท่สุด ๆ

“เพื่อนยัยน้องกลับยังไง” ผมถามเจนนี่ขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน

“ใครล่ะ ยัยลิซ่า โรเซ่ หรือว่าจิซู” เจนนี่ถามพร้อมกับทำหน้าจับผิด

“ทั้งสามคนนั้นแหละ” ผมบอกด้วยน้ำเสียงที่ปกติแต่มันคงฟังมีพิรุธ

“ลิซ่าพ่อมารับ โรเซ่กับจิซูกลับด้วยกัน นี่ฮันบินดูแปลก ๆนะ ชอบเพื่อนเจนนี่หรอ” เธอถามพร้อมกับเอียงหน้ามองเป็นเชิงอยากรู้

“แนะ ทำเป็นเงียบ เป็นเงี่ยตลอดอ่ะฮันบิน” เจนนี่ทำหน้างอง้ำเพราะผมไม่ตอบเธอ

“ทำไมอยากให้พี่คบกับเพื่อนยัยน้องหรอ” ผมแสร้งถามเธอกลับเพราะไม่อยากให้ใบเธองอนนาน ขี้เกียจง้อ

“อืม อยากให้คบกับลิซ่า เจนนี่ชอบลิซ่า อยากได้เป็นพี่สะใภ้” เธอตอบหน้าตาเฉย

“เอ่อ อะแฮ่ม ๆ” ผมสะอึกในความซื่อตรงของเจนนี่

 

 

 

 

-วันเสาร์ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว-

“ยัยน้องไปไหนครับแม่” ผมถามแม่ขณะที่กำลังทานข้าวเช้า

“ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วลูก เห็นว่ามีนัดติวหนังสือกับเพื่อน” แม่ตอบด้วยสีหน้าปกติ

“แล้วไปกับใครครับ” ผมถามขึ้นอีกครั้ง

“แม่ให้คนขับรถไปส่ง มีอะไรหรือปล่าวเสือ” แม่ถามผมกลับ

“ปล่าวครับนึกว่าออกไปคนเดียว ผมเป็นห่วงนะครับ อีกอย่างเพื่อนของเจนนี่มีแต่ผู้หญิงด้วย” ผมตอบด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก

“งั้นเดี๋ยวผมโทรถามเจนนี่ดีกว่า” ผมว่าก่อนจะขอตัวขึ้นห้องเพื่อไปเอาโทรศัพท์ มือหนาหยิบโทรศัพท์ก่อนจะกดโทรหาเจนนี่ทันที

“ฮันบินมีอะไรหรอ เจนนี่มาติวหนังสือบ้านเพื่อน” ทันทีที่รับสายเจนนี่ก็ถามผมกลับทันที

“ป่าว ๆพี่แค่เป็นห่วง ยัยน้องไปติวที่บ้านใครเดี๋ยวพี่ไปรับ แล้วกลับกี่โมง” ผมรัวคำถามใส่เธอ

“เอาเป็นว่าถ้ากลับเดี๋ยวเจนนี่โทรบอก [แอบโทรหาใครอ่ะ เดี๋ยวนี้นอกใจเราหรอ]” ระหว่างที่กำลังคุยโทรศัพท์กับเจนนี่ผมก็ได้ยินเสียงคุ้น ๆดังแทรกเข้ามา

“เสียงลิซ่าหรอ” ผมจำเสียงเธอได้

“ไม่มีไรหรอกฮันบินไอ้ลิซมันบ้า” เจนนี่พูดเหมือนจงใจเน้นคำสุดท้ายก่อนจะวางสายไป

 

 

 

ผมรอโทรศัพท์เจนนี่กระทั่งเกือบห้าโมงเย็นเธอจึงโทรให้ผมไปรับที่บ้านลิซ่า ผมขับรถไปตามที่เจนนี่บอกทางใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะบ้านเธออยู่นอกชานเมือง ทันทีที่ผมไปถึงผมก็เดินไปกดกริ่งหน้าบ้านเพราะอยากเข้าไปทักทายเจ้าของบ้านด้วยเดี๋ยวเค้าหาว่าไม่มีมารยาท เพียงไม่นานก็มีหญิงวัยกลางคนหน้าตาดูงดงามสมวัย ผมโค้งหัวให้เธอพร้อมกับแนะนำตัวเองให้เธอทราบ

“สวัสดีครับ ผมคิม ฮันบินเป็นพี่ชายของเจนนี่ครับ พอดีมันค่ำแล้วนะครับผมเป็นห่วงเลยอาสามารับเอง” ผมแนะนำตัวอย่างเรียบง่าย

“อ่อ จ้ะ แม่เป็นแม่ลิซ่านะจ้ะ ชื่อปาร์ค ยูร่านะจ้ะ” เธอตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ครับ” ผมตอบรับสั้น ๆ

“เด็ก ๆคงรออยู่นะจ้ะ” เธอพูดพร้อมกับหันหลังเดินเข้าบ้านเป็นเชิงบอกให้เดินตามมา

 

“เจนนี่” ขายาวก้าวตามแม่ลิซ่าไปยังห้องรับแขก ภาพที่ผมเห็นคือเธอกำลังนอนเล่นที่พื้นโดยมีลิซ่านอนคว่ำหน้าอ่านหนังสือแล้วเธอนอนหนุนหลังลิซ่าอีกที ส่วนสองคนกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์กันอยู่ ผมจึงเอ่ยทักเจนนี่แก้เก้อ

“อ้าว ฮันบินมาแล้วหรอ” เจนนี่ว่าแต่ไม่ได้ลุกขึ้นยังคงนอนอยู่ที่เดิม

“ติวเสร็จยัง จะได้กลับ” ผมพูดพร้อมกับเบนสายตามายังอีกคนที่กำลังจ้องมองผมอยู่

“พี่ฮันบินสวัสดีค่ะ ไอ้เจนดึกกี้ลุกก่อน” เธอว่าพร้อมกับพยายามดันตัวเองให้ลุกนั่งอย่างยากลำบอกเนื่องจากเจนนี่ไม่ยอมลุก

“เอาไงพวกแกสองคน จะให้ที่บ้านมารับหรือว่ากลับกับฉัน” เจนนี่ถามขึ้น

“เดี๋ยวบอกแม่มารับ เกรงใจ” จิซูบอกเจนนี่ก่อนจะยิ้มแหย ๆพวกเธอคงเกรงใจผมไม่สิท่าทางจะกลัวผมมากกว่า

“เฮ้ย ไม่ต้องเกรงใจดิ” เป็นเสียงลิซ่าพูดขึ้นก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน “แฮะ ๆลืมตัวไปหน่อยนึกว่าตัวเองจะไปส่ง”

“บ๊องจริง ๆ” เจนนี่ส่ายหน้าเบา ๆก่อนจะโดนเคาะหน้าผากไปทีนึง

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง บ้านเราสองคนอยู่ทางเดียวกับพี่ใช่ไหม” ผมถามด้วยน้ำเสียงที่นุ้มลงกว่าเดิม

“ค่ะ” พวกเธอตอบพร้อมเพรียงกัน

“รบกวนด้วยนะคะ” จิซูพูดพร้อมกับค่อมหัวให้ผมเล็กน้อย

 

 

หลังจากที่ไปส่งจิซูกับโรเซ่แล้วผมก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที เกรงว่าจะมืดซะก่อน

“พี่ว่า ถ้าวันไหนมีติว พาเพื่อนมาติวที่บ้านดีกว่าไหม พ่อกับแม่เป็นห่วง” ผมบอกเจนนี่เป็นเชิงขอร้องขณะกำลังขับรถ

“ได้หรอ” เจนนี่ทำตาโต

“ได้สิ มาค้างเลยก็ได้ ถ้าไม่สะดวกเดี๋ยวพี่ไปรับไปส่งให้ก็ได้” ผมขันอาสาเพราะเห็นว่าเพื่อน ๆของเจนนี่มีแต่ผู้หญิงน่าจะลำบากและอันตราย

“ฮันแน่ ชัวร์ ๆเลยฮันบิน” เจนนี่หรี่ตามองผมพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง ผมไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยายามกลั้นยิ้มเอาไว้

 

 

 

หลังจากวันนั้นเวลามีติว หรืออ่านหนังสือสอบกันเด็ก ๆก็จะพากันมาค้างที่บ้านผมจนกระทั่งเจนนี่บอกเรื่องที่จะไปอเมริกาผมค่อนข้างตกใจแต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของเธอ เธอพาเพื่อนมานอนที่บ้านเช่นเคย และวันนั้นวันที่ผมกับไอ้จินฮวานเห็นเจนนี่จูบกันกับลิซ่า มือหนากำเข้าหากันอย่างแรงจนเส้นเลือดปูดปูนออกมา ผมรู้สึกหน้าชาเหมือนโดนตบหน้าอย่างจัง มันไม่ได้เสียใจแต่มันเป็นความผิดหวังมากกว่า ผมคงหวังมากไปจริง ๆตลอดเวลาเป็นผมฝ่ายเดียวที่เฝ้ามองเธอและคอยคิดถึงเธอเสมอ และผมจะไม่รู้สึกแบบนี้ถ้าคน ๆนั้นไม่ใช่น้องของผม  ผมจำได้ว่าวันนั้นที่ผมไปส่งเจนนี่ที่สนามบิน ผมค่อนข้างนิ่งเพราะรู้สึกไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ฮันบิน ขอโทษนะ” เธอโผเข้ากอดผมเต็มแรงพร้อมกับพยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ผมไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงแต่ลูบหัวเธอเบา ๆยังไงเจนนี่ก็เป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของผม

หลังจากเจนนี่บินไปอเมริกาความสัมพันธ์ของผมกับเพื่อน ๆของเจนนี่โดยเฉพาะลิซ่าก็ไม่เหมือนเดิมซึ่งทุกอย่างเป็นเพราะผมเอง ถ้าวันนั้นผมไม่ตวาดใส่เธอแล้วก็บังคับให้เธอเลิกยุ่งกับเจนนี่อะไรหลาย ๆอย่างมันคงไม่วุ่นวายขนาดนี้ ผมยังคงได้ยินเรื่องราวของเธอเสมอ ๆปฏิเสธไม่ได้ว่าผมยังสนใจเธออยู่แม้แต่ตอนที่ผมรู้ว่าเธอคบกับปาร์ค ชานยอลผมก็ยังรู้สึกเสียใจกับทุก ๆเรื่องที่ไม่สามารถให้เราสองคนกลับมาคุยกันได้

“ฮันบินรู้จักปาร์ค ชานยอลไหมลูก” คุณพ่อถามผมขณะนั่งทานข้าวเย็นกันอยู่

“ครับ แต่ไม่เคยคุยกันหรอกนะครับ” ผมตอบพร้อมกับตักข้าวเข้าปากด้วยท่าทีไม่สนใจนัก

“ตอนนี้ชานยอลกำลังคบกับหนูลิซ่า” คำพูดของคุณพ่อทำให้ผมชะงักก่อนจะแสร้งทำตักกับข้าวอย่างนู้นอย่างนี้ให้คุณแม่

“ก็ดีแล้วนิครับ ผมกลัวว่าโรคเก่าจะกำเริบนะสิ หึ!” ผมเกือบพลั้งปากออกไปโดยลืมไปว่าพ่อกับแม่ยังไม่รู้เรื่องที่สองคนนั้นจูบกัน

“หนูลิซ่าเป็นโรคอะไรหรอตาเสือ ” คุณแม่ถามผมขึ้นพร้อมกับทำหน้าอยากรู้

“อ่อ ป่าวครับผมก็พูดไปเรื่อย” ผมแก้ตัวหน้าตาเฉย

“เสียดายจริง ตอนแรกแม่กะจะทาบทามหนูลิซ่าให้ตาเสือซะหน่อย” ผมสะอึกก่อนจะรีบกระดกน้ำตามทันที อยากจะเขย่าตัวแม่แรง ๆพร้อมกับตะโกนบอกไปว่าทำไมแม่ไม่ทำตั้งนานแล้วครับ แต่ก็ต้องเก็บไว้ก่อนจะขอตัวขึ้นไปบนห้องอย่างเงียบ ๆ แม้จะรู้สึกเสียใจไม่น้อยที่ลิซ่ามีแฟนแต่ก็ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ชีวิตยังคงเดินหน้าต่อไป เชื่อไหมครับเพลงทั้งหลายที่ผมแต่งผมก็เอาแรงบันดาลใจมาจากสิ่งรอบตัวมาแต่งทั้งนั้น เพลงแรกที่ผมแต่งคือ MY TYPE ผมแต่งให้ลิซ่านะครับแต่เธอคงไม่รู้หรอก เธอไม่เคยรู้อะไรซักอย่าง

 

 

 

ในที่สุดโชคชะตาหรืออะไรก็ตามก็พาเราสองคนมาเจอกันอีกครั้งแล้วครั้งนี้ผมก็จะไม่ยอมเสียโอกาสเป็นครั้งที่สอง ตาคมทอดสายตาไปยังร่างสูงโปร่งที่กำลังก้ม ๆเงย ๆอยู่ที่ระเบียง

“พี่เสือคิดอะไรอยู่ มาช่วยลิซยกกระถางต้นไม้หน่อยค่ะ” เสียงลิซ่าทำให้ผมหลุดออกจากภาพความคิดเดิม ๆก่อนจะรีบเดินไปยังระเบียงเพื่อช่วยลิซ่าจัดการเจ้ากระถางต้นไม้ ช่วงนี้ลิซ่ารู้สึกจะบ้าจัดสวนเหลือเกิน

“เอาไว้ไหนค่ะ” ผมถามเธอพร้อมกับถือกระถางกล้วยไม้ที่ห้อยอยู่บนราว

“เอาไว้ที่เดิมค่ะ มากระถางนี้ เอามาวางฝั่งนี้นะคะ” เธอชี้มาทีกระถางต้นไม้ขนาดกลาง

“ค่ะ ๆ พี่ว่าลิซบอกพี่ดีกว่าเดี๋ยวพี่ทำเอง” ผมพยักหน้าแล้วลงมือย้ายกระถางจนผมคิดว่าเสร็จแล้ว หันไปอีกทีก็เจอลิซ่านั่งอยู่บนพื้นพร้อมกับสะบัดหน้าไปมา

“ลิซเป็นอะไร” ผมรีบเดินเข้ามาหาเธอก่อนที่เธอจะวิ่งเข้าห้องไป ผมรีบวิ่งตามเธอ

“อ้วก อ้วกกกกก อ่ก” ลิซ่าโก่งคออ้วกหมดไส้หมดพุงเหลือเพียงน้ำย่อยที่พุ่งออกมา ผมพยายามเข้าไปลูบหลังให้เธอแต่เธอพลักผมออก

“อย่าเข้ามา ลิซอาย” เธอพูดขึ้นพร้อมกับกดน้ำลงชักโครก

“อายอะไร” ผมถาม แขนยาวคว้าตัวเธอเข้ามากอดหลวม ๆ “ลิซไม่สบายหรือป่าวไปหาหมอดีกว่าพี่ว่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ ลิซขอนอนพักซักหน่อย” เธอพูด อาการเธอดูแปลก ๆผมไม่ได้ทักอะไรเพียงแต่พยุงเธอไปนอนพักในห้อง

 

 

 

หลังจากวันนั้นลิซ่าก็มักจะอ้วกหลังจากทานอะไรเข้าไป ผมบอกให้ไปโรงบาลเธอก็ไม่ยอมไป จนกระทั่งผมโทรปรึกษาแม่ซึ่งได้ความมาว่า ลิซ่าอาจจะท้องก็ได้นะลูกคำพูดของแม่ทำให้ผมอึ้งไปครูใหญ่ นี้ผมกำลังจะเป็นพ่อคนหรอเนี่ย ผมยกมือขึ้นลูบหน้าเบา ๆรู้สึกเหมือนคนบ้าที่อยากยิ้มตลอดเวลา ผมพยายามต่อสายไปหาลิซ่าแต่ไม่ติดทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงเธอมากขึ้นไปอีกจนกระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง ผมรีบเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปหาเธอทันทีที่ผมเดินออกมาก็เจอลิซ่าหอบของอะไรไม่รู้พะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือ ผมรีบเข้าไปช่วยถือโดยเกรงว่ามันจะกระทบกับเด็กในท้อง

“มา ๆพี่ช่วยถือ ลิซไปนั่งก่อนนะค่ะเดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้ดื่ม” ผมกุลีกุจอเอาของไปเก็บก่อนจะเดินออกมาพร้อมแก้วน้ำในมือ

“พี่เสือลิซซื้อผลไม้มา อยู่ในถุงอ่ะ” เธอบอกพร้อมกับเอนตัวลงนอน

“เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้นะคะ” เธอพยักหน้าหงึกหงัก

“แล้ววันนี้พี่เสือไม่มีงานหรอค่ะ” ลิซ่าเอ่ยปากถามโดยที่ยังหลับตาอยู่ ดูท่าทางเธอจะเพลีย

“ไม่ค่ะ วันนี้ไม่มีงานแต่ตอนบ่ายพี่ต้องเข้าบริษัท ลิซไปกับพี่ไหม” ผมตอบเธอก่อนจะถามเธอกลับ

“ไม่อ่ะ ลิซไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทพี่เสือแล้วน้า” เธอยู่หน้าใส่ผมแล้วหยิบผลไม้ออกมาจากจานที่ผมถืออยู่

“ไม่เปรี้ยว ?” ผมถามพร้อมกับกัดปากยิงฟัน

“หึ เอาสักชิ้นไหมค่ะ” เธอหยิบมะม่วงชิ้นหนึ่งให้ผม มือหนารับมาก่อนจะกัดลงไปคำหนึ่ง อื้อหื้อผมทำตาโตพร้อมกับยิ้มแหย ๆให้เธอ

“อร่อยใช่ไหมล่ะ บอกแล้ว” เธอพูดพร้อมกับเคี้ยวตุ่ย ๆ

 

 

 

หลายอาทิตย์ผ่านไปเธอยังคงทานของเปรี้ยวแต่ไม่ยักกะอ้วก สงสัยอาการแพ้ท้องคงลุเลาลงแล้ว ผมไม่ได้ซักไซ้เธอเรื่องท้องเพียงแต่เปรย ๆเรื่องของอนาคตไว้ เทอมนี้ลิซ่าก็เรียนจบพอดี หลังจากนั้นผมคงอาจต้องออกจากวงแล้วรีบจัดการเรื่องงานแต่งงานของเรา

“ลิซ่าคิดเรื่องของเราบ้างหรือปล่าว” ผมถามเธอขึ้นขณะที่เธอกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ผมเดินเข้ามาก่อนจะนั่งลงบนพื้นหันหน้าเข้าหาเธอ แขนยาวจงใจพาดไปที่หน้าท้องเธอเบา ๆ

“ช่วงนี้ไม่ได้คิดเลยค่ะ เทอมหน้าลิซจะเรียนจบแล้ว ระหว่างนี้คงขอนอนอืดซักพัก” เธอตอบก่อนจะลุกขึ้นนั่ง

“พี่ว่าเราแต่งงานกันก่อนดีไหม เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อะไรของพี่เสือ” เธอทำหน้าเบื่อผมเต็มที

“ไม่ต้องจัดงานก็ได้แค่จดทะเบียน นะคะๆๆ” ผมพูดกึ่งเกลี่ยกล่อมกึ่งอ้อนวอนเธอ

“พี่เสือ” เธอเน้นเสียงหนัก ๆเป็นเชิงรำคาน

“ไม่อยากแต่งงานกับพี่หรอค่ะ” ผมทำหน้าเศร้า ไม่ได้ด้วยเลห์ก็ต้องเอาด้วยกลละงานนี้

“มีใครไม่อยากแต่งงานกับคนที่ตัวเองรักบ้าง” ลิซ่าพูดด้วยเสียงจริงจัง “แต่พี่เสืออย่าลืมสิพี่เป็นไอดอลเป็นนักร้องแล้วพี่ก็มีวง พี่เป็นหัวหน้าวง ลิซไม่อยากเป็นตัวถ่วงลิซอยากเป็นแฟนของพี่เสือ คอยให้กำลังใจ ได้อยู่ใกล้ ๆก็พอแล้วในตอนนี้” เธอเน้นคำท้ายประโยค

“พี่ไม่เคยคิดว่าลิซเป็นตัวถ่วง” มือหนาจับปอยผมยาวสลวยของเธอที่ปล่อยลงมาแล้วทัดที่หูอย่างเบามือ

“แต่มันเป็นความจริง ปล่อยให้มันเป็นไปตามสิ่งที่มันควรจะเป็นดีกว่า ลิซ รอ ได้” เธอย้ำ

“เด็กดี” ผมจูบเบา ๆที่ริมฝีปากที่อ่อนค่อย ๆเละเล็มก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปควานหาความหวานภายในโพรงปากเล็ก ดูดดึงสลับไปมาเบา ๆ

“แล้วเรื่องเด็กล่ะค่ะ ^^” ผมถามเธอหลังจากที่ถอนจูบออกมา ยังไงวันนี้ก็ต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้รู้เรื่อง ผมไม่อยากให้คนอื่นมองลิซ่าไม่ดีแล้วก็ว่าผมได้ว่าไม่มีความรับผิดชอบ

“เด็ก” เธอพูดย้ำพร้อมกับทำหน้างงใส่ผม

“ก็ลูกของเรา” มือหนาลูบไปที่หน้าท้องของเธอ

“พี่รู้ได้ไง” ลิซ่าถามขึ้นด้วยความตกใจ

“แปลกใจล่ะสิ” ผมยกยิ้มด้วยความภูมิใจ

“อืม” เธอพยักหน้าหงึกหงัก

“พี่ถึงอยากให้เรารีบแต่งงานกันไงค่ะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ลิซมีอะไรจะให้ดู” เธอลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอนก่อนจะออกมาพร้อมกับถุงยาในมือแล้วก็เครื่องตรวจครรภ์

“ไหนเอามาดูซิ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เธอยื่นเครื่องตรวจครรภ์มาให้ผม

“สองขีดแปลว่าท้อง” เธอพูดเสริมก่อนจะนั่งลงที่โซฟาอีกครั้ง มือหนารับเครื่องตรวจครรภ์มาดูหลังจากนั้นผมก็ยืนนิ่งเป็นหิน

“ลิซตรวจดีแล้วใช่ไหม” ผมถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนไม่ค่อยเชื่อนัก 

“ค่ะ อันนี้อันที่สามแล้วค่ะ ลิซไม่ได้ท้อง” เธอทำหน้าเรียบเฉยต่างจากผมที่ทำหน้าเหมือนจะเป็นจะตาย

“โธ่ลูกพ่อ!” ผมอุทานออกมาเสียงดัง ส่วนลิซ่าก็เอาแต่หัวเราะพร้อมกับส่ายหน้าไปมา

“ลิซเป็นโรคกระเพาะ นี่ยาหมอให้มายังทานไม่หมดเลย” เธออธิบายพร้อมกับชูถุงยาให้ผมดู

“ทำไมลิซไม่บอกพี่” มือหนาจับตัวลิซ่าไว้พร้อมกับเขย่าตัวของเธออย่างแรงก่อนจะซุกหน้าลงไปที่ไหล่เล็กเหมือนเด็กอ้อนแม่

“พี่เสืออ่า” เธอหัวเราะคิกคัก แขนเรียวยกขึ้นมาโอบกอดผมเอาไว้

“พี่ว่า” ผมพูดเหมือนคิดอะไรได้

“ว่าอะไรค่ะ” เธอทำหน้าสงสัย

“เรามาทำลูกกันดีกว่า” ผมซุกไซร้ที่ลำคอขาวเนียนของเธอพร้อมกับค่อย ๆเลื่อนมือขึ้นมาจับที่หน้าอกกลมกลึง

“พี่เสือไม่เล่นค่ะ” ลิซ่าดันหน้าผมออกเล็กน้อยแล้วจุ้บที่ริมฝีปากผมเบา ๆสองสามที

“ลิซเป็นเมนส์” เธอตอบพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

“ทำมายยยยยยย!!!!” ผมร้องออกมาอย่างหัวเสีย ให้มันได้อย่างนี้ซิ

 

 

 



-THE END-





TALK : จบแล้วจ้า ขอบคุณรีดเดอร์มากนะจ้ะทุก ๆคนที่คอยเป็นกำลังใจให้ไรท์ ใครที่อยากแต่งนิยายก็ขอให้ลงมือทำมันเลยนะคะ ไรท์เชื่อว่านักอ่านทุกคนก็อยากจะลองเป็นนักเขียนบ้างเหมือนไรท์ 555+ สู้ๆ นะทุกคน เจอกันเรื่องหน้าค่ะ สัญญาว่าจะปรับปรุงให้นิยายเรื่องต่อไปดีขึ้นๆๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #75 DaraKim (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 07:36
    ขำ555555555
    #75
    0
  2. #74 Bombam Sweetty (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 01:14
    ไรท์จบแบบนี้หลอค่ะกำลังสนุกเลยไรท์สู้ๆนะค่ะ
    #74
    1
    • #74-1 tuaoong(จากตอนที่ 16)
      22 เมษายน 2560 / 10:23
      รอเรื่องใหม่เนาะ ไรท์กำลังคิดพลอตเรื่องใหม่ ๆอยู่ ขอบคุณมากนะคะ คนนี้เจอประจำเลย
      #74-1
  3. #73 Nichashyshy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 21:19
    สนุกมากเลยค่ะไรท์ ขอบคุณที่เขียนจนจบนะคะ
    #73
    0
  4. #72 kkkk2000 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 09:52
    ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายให้เราอ่านนะคะ จะรออ่านเรื่องต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ
    #72
    0
  5. #71 aom_aom (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 08:00
    สนุกมากเลยไรท์ พี่เสือคงจะเสียดายน่าดู ขอบคุณมากนะคะ ไรท์สู้ๆนะ
    #71
    0
  6. #70 Ducky (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 05:11
    ขอบคุณสำหรับเวลาจินตนาการความอดทนในการเขียนเรื่องราวให้ได้อ่านนะคะ
    #70
    0
  7. #69 Asi_Lice (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:19
    ขอบคุณมากๆ นะคะ ไรท์

    #69
    0