ROBBER BRIE (BriexScarlett)

ตอนที่ 3 : Episode 3 : Love don't pay my bills

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    28 พ.ค. 62






Episode 3 : Love don't pay my bills





Money (That's What I Want) — Barrett Strong







    สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตคืออิสระและเงิน ซึ่งถ้าตอนนี้ฉันมีเงิน ฉันคงกำลังซื้อความสุขให้ตัวเองด้วยการเดินเล่นอย่างสบายใจอยู่ที่ Damrak Street เมืองอัมเตอร์ดัมในตอนเช้า แวะดื่มกาแฟกับโดนัทเค้กรสชาติโปรดในร้านหรูราคาแพงหูฉี่แต่ฉันมีปัญญาจ่ายอย่างไม่ลังเลใจ ตอนบ่ายฉันอาจกำลังดูงานศิลปะอยู่ที่ Rijksmuseum จากนั้นจะไปปั่นจักรยานที่สวน Voldenpark สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอด ก่อนจะท่องราตรีที่ย่าน Red right district ดื่มเหล้าราคาแพงไม่อั้น คุยกับคนแปลกหน้าอย่างเมามันเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของพวกเขากับเสรีชนคนอเมริกาอย่างฉัน หลังจากนั้นเมื่อได้เวลาแยกย้าย ฉันจะคืนกำไรให้ค่าใช้จ่ายวันนี้เป็นของมีค่าที่พวกเขาไม่มีสติมากพอจะเก็บไว้และฉันขออาสาทำหน้าที่นั้นด้วยการฉกมันใส่กระเป๋าฉันสามารถมีความสุขกับชีวิตอิสระตามลำพังและทำมันได้ดีเยี่ยม โดยทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เงินให้ฉันได้

                  แต่ทุกอย่างต้องพังพินาศเพราะไอ้สองหน่อจอมทรยศที่กำลังหน้าสลอนไม่รู้ร้อนรู้หนาวพร้อมกับถุงของฝากเกลื่อนห้อง ซึ่งฉันรู้ว่าพวกมันแอบขโมยชาวบ้านชาวช่องมาหลังจากออกทริปสวาทหาดสวรรค์ด้วยการโกงเงินส่วนแบ่งจากการปล้นสร้อยเพชรของฉันไป ไม่แน่หนึ่งในของฝากอาจมีการจ่ายด้วยเงินของฉันปนอยู่ก็ได้ ไม่มีทางที่ไอ้สองหน่อจะมีน้ำใจซื้อของมาฝากนอกจากขโมยมาด้วยสกิลมิจฉาชีพขั้นเทพที่ฉันก็ทำเป็น

    แต่คิดเหรอว่าฉันจะหมดหวังในการได้เงินก้อนนั้นคืนมา อย่าประเมินจอมโจรที่กระหายเงินพอๆ กับกาแฟและโดนัทเค้กอย่างฉันต่ำเกินไปฉันจะได้เงินคืนมาแน่นอนเพราะฉันแอบคิดอะไรดีๆ เอาไว้แล้ว ความคิดที่คนอื่นคงคิดไม่ได้ถ้าไม่ใช่คนฉลาดเป็นกรดอย่างฉัน แกเสร็จแน่ไอ้พี่ชายตัวแสบกับยัยเพื่อนตัวร้าย วันนี้ฉันจะทำให้แกคืนเงินส่วนแบ่งทุกดอลล่าร์จนได้

    เพราะฉันมีสกาเล็ตเป็นเครื่องมือ 

                  "นี่คริสพี่ชายของฉัน ไม่ใช่พี่แท้ๆ หรอก เป็นลูกพี่ลูกน้องกันน่ะ” ฉันเริ่มทำลายความเงียบและเริ่มเข้าแผนด้วยการแนะนำตัว “ส่วนนั่นเพื่อนของฉัน เทสซ่า”

                  “สวัสดีทุกคน ฉันสกาเล็ต”

                “ไฮ สกาเล็ต” คริสรีบยื่นไปจับมือของเธออย่างเสนอหน้า “ผมคริสคริส เฮมสเวิร์ธ”

                 เทสซ่าขัดจังหวะด้วยการดึงคริสเข้ามากระซิบ “เฮ้ จะดีเหรอ?”

                 “อะไร?”

                 “ถามได้ เธอคนนี้เป็นใครก็ไม่รู้นะ”

                “เธอกำลังนั่งสวยๆ อยู่ในห้องรังหนูห้องนี้ นั่นแปลว่าเธอไว้ใจได้ โอเค๊?”

                ต้องบอกก่อนว่าโดยปกติเราจะไม่แนะนำชื่อ-นามสกุลที่แท้จริงให้คนแปลกหน้ารู้จัก เพราะอาจเสี่ยงต่อการถูกตามล่า เมื่อข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องการปิดบังไม่ให้ใครรู้มันสามารถถูกเปิดเผยได้แค่เพราะคนอื่นรู้ชื่อจริงของเรานี่เป็นสกิลเบสิคที่มิจฉาชีพอย่างพวกเราทำเสมอ ไม่อย่างนั้นฉันจะโกหกสกาเล็ตว่าชื่อแครอล แดนเวอร์ส ยอดมนุษย์ผู้มีลำแสงโฟตอนถล่มยานทานอสทำไมล่ะ?

                “โอเค" ดูเหมือนเทสซ่าก็ไม่ติดใจสงสัยอะไร "ฉันเทสซ่า ทอมป์สัน”

                 ใช่แล้ว มันเป็นอย่างทีคิดนั่นแหละ ฉันจงใจให้พวกมันยอมแนะนำชื่อจริงกับสกาเล็ตโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยว่ากำลังคุยอยู่กับตำรวจสาวนิวยอร์กที่จอมโจรอย่างพวกมันกลัวจนหัวหด ฉันยิ้มกรุ้มกริ่มและกระดกเบียร์ดื่มอย่างอารมณ์ดี แค่เริ่มต้นก็สนุกแล้วเห็นไหมล่ะ?

                “ยินดีที่ได้รู้จักนะ” สกาเล็ตส่งยิ้มอย่างเป็นกันเองและไม่ถือตัว  “ฉันกับแครอลอาจจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยล่ะ”

                “แครอล?”

                 คริสกับเทสซ่ามองหน้ากันแบบงงๆ มองซ้ายมองขวาและมองไปรอบๆ ห้องซอมซ่อที่ไม่ได้กว้างขวางและคงไม่มีบุคคลที่ห้าแอบหลบซ่อนอยู่ การมองหาบุคคลปริศนาที่ชื่อแครอลของพวกมันกำลังทำให้ฉันต้องกลั้นขำ ฉันชอบจริงๆ ที่กำลังรู้สึกว่าถือไพ่เหนือกว่า แต่ ใครๆ ก็ต้องชอบทั้งนั้นแหละ จริงไหม?สำหรับฉัน ขั้นเบสิคของการเป็นโจรคืออย่ายอมให้ใครเอาเปรียบแต่จงหาช่องทางเอาเปรียบคนอื่นถ้าเกิดได้ผลประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่สุดซึ่งก็คือเรื่องเงินส่วนแบ่งที่พวกมันต้องคืนมายังไงล่ะ! 

                “ใครวะแครอล?” เทสซ่าเอ่ยถามคริสแบบไร้เสียง

                “เออ ใคร!?

                “ฉันนี่ไง ฉันเอง” ฉันก็เอ่ยแบบไร้เสียงกลับไปเช่นกัน อาศัยจังหวะที่สกาเล็ตกำลังงุ่นง่านอยู่กับการแปรงขนเจ้ากูส ระหว่างนี้คือโอกาสอันดีในการเตี๊ยมกันผ่านสายตาภาษาไร้เสียงและภาษามือที่ทำกันบ่อยๆ

                “หมายความว่าไง?”

                “ไอ้หน้าหมา!” ดูเหมือนคริสจะเริ่มอ่านสถานการณ์ออกว่าฉันใช้ชื่อปลอมขณะที่พวกมันเพิ่งแนะนำชื่อจริง

                และเทสซ่าก็ตามมาติดๆ “อ๋อนี่ ไอ้แสบ แก!

                “มีอะไรรึเปล่า?” สกาเล็ตมองอย่างสงสัยในปฏิกิริยาแปลกๆ ที่รู้กันแค่สามคน

  “เปล่าหรอก...คือ...จริงๆ แล้วพวกเขาค่อนข้างขี้แกล้งน่ะ ไม่ค่อยจะเรียกฉันว่าแครอลสักเท่าไหร่ แต่มักชอบเรียกด้วยฉายาแปลกๆ คำอุบาทๆ ซึ่งมันค่อนข้างสองแง่สองง่าม ห่ามมากๆ คงน่าเกลียดถ้าเธอได้ยินเข้า” ฉันหันไปสบสายตาพี่ชายตัวแสบกับยัยเพื่อนตัวร้ายแบบแทบจะถลึงตาใส่หากมันยังทำหน้าสับสนจนแผนฉันแตกล่ะก็ ฉันจะไล่ฆ่าพวกมันเหมือนฆาตกรโรคจิตจริงๆ ด้วย “เพราะฉะนั้นตอนนี้ ฉันชื่อแครอล เข้าใจไหม อย่าเรียกฉันด้วยฉายาแปลกๆ อีกเเรียกฉันว่าแครอลเท่านั้น เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”

                 ดูเหมือนได้ผลเมื่อคริสแสร้งหัวเราะดังลั่นแบบเฟคๆ และเข้ามากอดคอฉันอย่างสนิทสนมซึ่งมันก็แสนจะเฟคเช่นกัน “แครอล! วะฮะฮ่า แครอลน้องรัก พี่หยอกเล่นน่า เนอะ ใช่ไหม?”

                “ใช่ พวกเราชอบเวลาที่แกทำหน้าเหมือนหมาขี้โมโหน่ะ”

                “คือ พวกเราชอบเรียกมันว่าไอ้หน้าหมาโกลเด้น เพราะมันเหมือนมากๆ” คริสอธิบาย

                “พวกเธอนี่น่ารักกันจัง”

                 คริสกับเทสซ่าปรึกษากันผ่านสายตา และกำลังคิดว่าผู้หญิงผมแดงคนนี้คือบุคคลน่าสงสัย “เอ๋...ว่าแต่ สาวสวยคนนี้เป็นใครกันน้า?”

               “นั่นสิ ทำไมจู่ๆ ก็มาอยู่ในห้องนี้ แถมเราสองคนก็ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย!” เทสซ่าถลึงตากลับมาหาฉันบ้าง

                “แถมยังดูสนิทกันด้วยนะ เพราะเมื่อกี้คุณเพิ่งจะแบบว่า...”

  “ใกล้ชิด ดูดดื่ม”

  คริสพยักหน้าเห็นด้วย “อ่าใช่ๆ เหมือนกับว่ากำลังจะ... เอ่อ... กำลังจะ... อะไรน้า...”

                “เหมือนกำลังจะมีเซ็กส์กันบนโซฟาน่ะ”

                “โว้ววว" ฉันเกลียดท่าตกใจแบบเฟคๆ ของคริสจริงๆ "ฮ่าฮ่าฮ่า ขอโทษแทนเทสซ่าด้วยเพราะอาจฟังดูรุนแรงไปหน่อย แต่ว่านั่นแหละ ใช่เลย เหมือนกำลังจะมีเซ็กส์กันบนโซฟาจริงๆ”

                 “หยุดพูดอุบาทเลยนะ เมื่อกี้นี้เราแค่...” ฉันชะงัก พลางคิดถึงจูบที่เกิดขึ้นกับสกาเล็ตและความรู้สึกประหลาดที่วิ่งผ่านเข้ามาเพียงเสี้ยววินาที ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกว่าเพราะอะไรแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจูบไปแล้ว “คือ...เราก็แค่...”

                “คือ เราแค่นั่งร้องเพลงด้วยกัน”

                ขอบคุณมากสกาเล็ต ฉันโล่งใจขึ้นเยอะ “ใช่แล้ว เราแค่ร้องเพลง”

                “อ๋อ ร้องเพลง”

                “คือ เมื่อสามวันก่อนฉันเจอแครอลกำลังร้องเพลงอยู่ที่สวนสาธารณะกับเจ้ากูส แครอลร้องเพลงเพราะมาก ฉันรู้สึกประทับใจจนอยากทำความรู้จักน่ะ ซึ่งตอนนี้เราก็ได้รู้จักกันแล้ว”

                “ใช่เลย มันเป็นแบบที่เธอพูด และมันไม่ใช่อย่างที่พวกแกคิด เราสองคนเป็นแค่เพื่อนกัน...เพื่อนน่ะ เข้าใจไหม?” ฉันหันไปหาเธอ “เราเป็นเพื่อนกันใช่ไหมสกาเล็ต?”

                “ใช่ แน่นอน”

                “เห็นไหมล่ะ มันไม่มีอะไร”

                 “จากนั้นแครอลก็ขอเบอร์และขอจีบฉัน ก่อนที่เราจะจูบกันบนโซฟาฉันไม่รู้ว่าเรากำลังจะมีเซ็กส์กันรึเปล่า แต่ถ้าพวกคุณไม่เข้ามาล่ะก็ ฉันคิดว่าอาจเป็นไปได้”

                “ว้าว...”

                “........” 

                บอกทีว่าเมื่อกี้แค่หูฝาดและฝันไปสถานการณ์เข้าสู่ความเงียบงันจนเจ้ากูสต้องยกมือมาลูบหน้าลูบตาตัวเองและเดินไปซุกอยู่ด้านหลังโซฟาประมาณว่าฉันไม่เกี่ยวนะโว้ยมนุษย์โอเคสกาเล็ต ฉันไม่โทษเธอหรอกนะ เพราะเป็นฉันเองที่ยินดีต้อนรับเธอเข้ามาในห้องและมีจูบอันแสนงุนงงด้วยกัน ฉันไม่มีคำแก้ตัวนอกจากยกมือกุมขมับ ทุกอย่างอาจต้องจบไว้เพียงเท่านี้ ฉันอาจถูกไอ้สองหน่อล้อเลียนไปตลอดชีวิตว่าพาผู้หญิงเข้าห้องและกำลังจะมีเซ็กส์ด้วยกันบนโซฟาที่โกงประมูลมา

                 เอาล่ะ ฉันควรรีบตัดบท  “ทำไมพวกแกไม่โทรหาฉันก่อนมาที่นี่?”

                 “ก็แค่อยากเซอร์ไพรซ์”

                “และเยี่ยมมาก ฉันเซอร์ไพรซ์จริงๆ”

                 “เพราะว่าแกพาผู้หญิงเข้าห้อง”

                 นั่นไง เห็นไหมล่ะ คิดไว้ไม่มีผิดว่าฉันต้องถูกรุมกระหน่ำ “หุบปากไปเลย มันไม่ใช่แบบนั้น”

                “คือ...ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” ขอบคุณมากสกาเล็ต เธอช่วยชีวิตฉันไว้อีกแล้ว “ฉันตั้งใจเข้าห้องแครอลต่างหาก ซึ่งแครอลก็ยอมให้ฉันเข้ามา”

               “ว้าว ชัดเจนแจ่มแจ้งเลย”

  จบแล้ว พัง พังหมดฉันกุมขมับอีกครั้งขณะที่ไอ้สองหน่อหันมามองอย่างจับผิด มันก็คงอึ้งอยู่ไม่น้อยเพราะมันรู้ว่าคนอย่างบรี ลาร์สันไม่เคยพาใครเข้าห้องซอมซ่อที่เต็มไปด้วยความลับนี้ถ้าไม่ใช่พวกมันกับเจ้ากูส  ถ้าไม่นับเรื่องตีซี้ตำรวจเพื่อหวังดึงมาเป็นเครื่องมือทำมาหากิน พูดตามตรงฉันยังหาคำตอบไม่ได้ว่าพาสกาเล็ตเข้าห้องทำไมทั้งที่เราเป็นแค่คนแปลกหน้า และฉันควรจะอยู่ให้ห่างจากเธอเพราะฉันเพิ่งโกหกหลอกเอาเงินของเธอมาตั้งหลายดอลล่าร์ 

                “เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจ และเรียกเจ้ากูสมาอุ้มไว้อย่างต้องการที่พึ่งพา

                “ฉันแค่รู้สึกประทับใจแครอลมากๆ เพราะเธอเป็นคนดีมีเมตตา ดูเธอสิ เธอพยายามทำงานหาเงินด้วยอาชีพสุจริตแม้จะได้เงินแค่น้อยนิดแต่เธออยากช่วยเหลือเจ้ากูส และอยากให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปนานๆ”

                 คริสกับเทสซ่าหันหน้ามองกันแบบงงๆ อีกครั้ง “ช่วยกูส?”

                “แครอลเพิ่งรู้ว่ากูสเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้ายแต่ไม่มีเงินค่ารักษาน่ะ มันน่าเศร้ามาก ฉันก็เลยช่วยเหลือเธอกับกูสเท่าที่จะช่วยได้”

                “ด้วยการให้เงินค่ารักษา?” คริสถาม

                 สกาเล็ตส่งยิ้มอบอุ่น สวยใจบุญมาให้กูส “อาจไม่มากนัก แต่เห็นได้ชัดว่ากูสแข็งแรงขึ้น”

                “โอเค พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้วล่ะ” คริสส่งยิ้มอย่างพี่ชายที่แสนดีให้ฉัน ซึ่งแท้จริงมันคือรอยยิ้มของพวกปีศาจมารผจญ

                “ท่าทางจะสนุกกว่าไปเดินเที่ยวที่ย่าน Waterlooplein เมืองอัมสเตอร์ดัมในฝันของแกเยอะเลยนะ” ไม่วายถูกยัยเพื่อนตัวร้ายพูดประชดอีกหนึ่งดอก ฉันเพิ่งรู้ว่ามันเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนี้

 “คืนนี้ต้องสนุกแน่”

 สนุกกับผีน่ะสิ สองคนนี้มันตัวหายนะชัดๆฉันอยากให้กูสพูดภาษามนุษย์ได้เผื่อมันจะช่วยเหลือฉันจากสถานการณ์อันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกบ้าง แต่พอมองหน้าไอ้สองหน่อนี้ทีไร ฉันกลับไม่อยากยอมแพ้เพราะคิดถึงแต่เงินส่วนแบ่งที่ถูกชวดไป แถมยังสงสัยแล้วว่ามันวางแผนกันรึเปล่า? ขืนชักช้าเสียเวลากว่านี้ฉันอาจจะเสียเปรียบ ถึงเวลาตลบหลังไอ้สองหน่อจอมทรยศสักที

 “นี่เพิ่งกลับจากทริปพักร้อนกันเหรอ?” สกาเล็ตเอ่ยถาม

 “ใช่ เราเพิ่งไปเที่ยวด้วยกันมาตามประสาเบสเฟรนด์น่ะ ส่วนแครอลไม่สะดวกไปด้วยเพราะคงต้องหาเงินรักษามะเร็งให้กูส ” เทสซ่าโกหก และคงรู้ตัวว่าไม่ควรเอ่ยความจริงอะไรอีกในวงสนทนานี้  “ว่าแต่เธอเป็นคนแถวนี้เหรอ สกาเล็ต?”

 “ฉันเป็นคนนิวยอร์กน่ะ พอดีว่างจากงานก็เลยมาพักผ่อน”

  คริสตบเข่าอย่างตื่นเต้น “ว่าแล้ว สวยๆ แบบนี้น่าจะคนต่างถิ่น เธอสวยนะสกาเล็ต ไม่น่ารู้จักกับหมาโกลเด้นอย่างแกเลย”

               ฉันเหมือนหมาโกลเด้นตรงไหนวะ? นี่คือสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจพวกมันเลยสักนิด “หุบปากหมีขั้วโลกของแกไปเถอะ”

                “ฉันว่า ก็น่ารักดีนะ ฉันชอบ”

                อ่า...แต่เรื่องนี้ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี “ฉันรู้ว่าฉันน่ารัก แต่เธอไม่ต้องชมขนาดนี้ก็ได้"

                “คือ ฉันหมายถึงหมาโกลเด้น”

                “......" ฉันเริ่มสงสัยว่าสกาเล็ตกำลังช่วยหรือจะยิ่งถีบฉันให้ตกเหวดาววอร์เมียร์กันแน่ เพราะตอนนี้เสียงกลั้นขำของไอ้สองหน่อกำลังทำให้ฉันหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ “หุบปากไปเลยพวกแก”

 “แต่เธอก็น่ารักไงแครอล เพราะงั้น เธอคงเหมือนหมาโกลเด้นตรงที่มันน่ารักล่ะมั้ง”

  ว้าว...อึ้งไปเลย จู่ๆ สถานการณ์ก็เปลี่ยนจนไอ้สองหน่อนั่นเงียบสนิท ต้องแบบนี้สิสกาเล็ต ทำไมเธอถึงรู้ใจฉันนักนะ แต่พอก่อนขืนปล่อยใจให้ล่องลอยไปมากกว่านี้คงตกหลุมรักยัยตำรวจนิวยอร์กกันพอดี ตกหลุมรักทั้งที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรคงไม่ใช่เรื่องดีนัก เท่าที่รับรู้มาจากหลายคน การตกหลุมรักมักทำให้ชีวิตประจำวันปั่นป่วนและไม่เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญ ความรักไม่ซื้อความสุขให้ฉันได้เหมือนกับเงิน!

  “พอได้แล้วน่า นี่ไอ้พี่ ไปเอาเครื่องดื่มมาเพิ่มหน่อยสิ” 

                “หน้าฉันเหมือนคนรับใช้เหรอ?”

                “เดี๋ยวฉันไปหยิบให้ก็ได้  ในตู้เย็นใช่ไหม เอาเบียร์หรือว่าแชมเปญดี?” สกาเล็ตอาสา เธอนี่นะ ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมถึงถูกบอกว่าเหมือนนาตาชา โรมานอฟที่ยอมตายเพื่อแลกมณีเม็ดเดียว ฉันไม่ควรปล่อยไอ้สองหน่ออยู่กับสกาเล็ตตามลำพังเพราะมันเสี่ยงยิ่งกว่าปล้นธนาคารใจกลางเมืองซะอีก หากใช้กูสได้ก็คงใช้มันแต่เผอิญว่ามันเป็นแมวนี่สิ 

              “เออจริงสิ พวกกลับมาจากทริปเหนื่อยๆ ควรพักผ่อนนะ”

                “ฉันเหมือนคนเหนื่อยเหรอ? เรายังสนุกอยู่เลยแกก็เห็น" ฉันเกลียดความกวนตีนหน้าตายของมัน

                “ใช่ แล้วตอนนี้เราก็อยากอยู่คุยกับสกาเล็ตมากกว่า” เหอะพวกแกแท็กทีมกันแล้วฉันดูออก “ว่าแต่ เธอทำงานอะไรเหรอ?”

                “สาวนิวยอร์กเดิ้นๆ แบบนี้...ถ้าให้เดาคงเกี่ยวกับแฟชั่น"

                “ไม่ใช่หรอก”

                “ถ้าอย่างนั้น น่าจะเป็นคอลัมนิสต์”

                “ไม่ใช่”

                “สไตล์ลิส?”

                “ไม่ใช่อีกแหละ” สกาเล็ตหัวเราะ อ่า...ทำไมฉันรู้สึกว่าเธอน่ารักจังเวลายิ้ม “จริงๆ แล้วงานของฉันมันค่อนข้างซีเรียส”

                “นักข่าวใช่ไหม? แบบว่าออกภาคสนามสวย เก่ง ลุย ฝีปากกล้า ต่อกรกับพวกผู้ชายได้ ผมน่ะมองใครไม่เคยผิดหรอก พูดมาสิว่าผมเดาถูก”

  "เสียใจด้วยนะคริส เธอเดาผิด" สกาเล็ตยิ้มหวานให้เขา “อันที่จริงแล้ว ฉันเป็นตำรวจ”

               “อ๋อ ตำรวจพรู่ดดดดดดด” ไอ้พี่ชายตัวแสบกำลังสำลักเบียร์

                “แค่กๆๆๆๆ” ส่วนยัยเพื่อนตัวร้ายกำลังสำลักคุ้กกี้อาเซน่อลค้างปีที่ฉันเพิ่งเปิดเอาไว้เมื่อกี้นี้

                “พวกเธอโอเครึเปล่า?”

                “โอเคสิ เมื่อกี้เราแค่สำลักพร้อมกัน เป็นแบบนี้บ่อยมาก”

  “ฮ่าๆๆ อันที่จริงแครอลน่าจะบอกพวกเราก่อนว่าคุณเป็นใคร!!!” เทสซ่าแสร้งหัวเราะให้สกาเล็ต แต่กลับหันมาถลึงตาใส่ฉันอย่างกับจะฆ่า ส่วนฉันก็ได้แต่หัวเราะคิกคักกลับไปเพราะรู้ว่าพวกมันกำลังเสียเปรียบ  

                “ฉันเป็นคนง่ายๆ ชอบบรรยากาศเป็นกันเองแบบนี้มากกว่า พวกเธอไม่ต้องเกร็งหรอกนะ”

                “ค่ะ คุณตำรวจ" ตอนนี้ฉันคิดว่าพวกมันคงเตรียมชิ่งเต็มที่ "คือพอดีว่าฉันหิวและอยากออกไปซื้อเบอร์เกอร์ ใครจะเอาอะไรไหม?” 

                “ชีสเบอร์เกอร์! ใจตรงกันมากฉันก็อยากกิน เอาล่ะ ฉันไปช่วยเธอถือของดีกว่า”

  ตามเสต๊ปโจรเป๊ะๆ เพราะไอ้พี่ตัวแสบก็ตามมาติดๆ เพื่อเตรียมชิ่งเช่นกัน คงเป็นการทำตามกฎเฟคๆ ที่ตั้งขึ้นมาคือการอยู่ให้ห่างและไม่ควรสนทนากับตำรวจถ้าไม่อยากเข้าไปกินขี้ไก่ในคุก แต่คิดเหรอว่าจะรอดไปจากตรงนี้ง่ายๆ ถ้าฉันไม่ได้เงินส่วนแบ่งคืนมา ก็อย่าหวังว่าจะได้ชิ่งเลยโว้ย!

                “ฉันโทรสั่งให้ก็ได้” ฉันชูโทรศัพท์มือถือขั้นมา เบรกทุกการกระทำที่พวกมันคิดจะทำ “อีกอย่าง อยู่จนกว่าสกาเล็ตจะกลับสิ ทำตัวมีมารยาทนิดนึงถึงพวกแกจะไม่มีก็เถอะ”

                “ไอ้น้องเวรนี่...”

                 “ยัยหมาแสบ” ทั้งสองด่าฉันแบบไร้เสียง ก่อนจะปรึกษากันผ่านสายตาอีกครั้ง “คือ ขอโทษนะสกาเล็ต พวกเราอยากปรึกษากันเรื่องโทรสั่งเบอร์เกอร์นิดหน่อย แค่เฉพาะพวกเราสามคนคุณอยากทานอะไรไหม?”

                “จู่ๆ ก็อยากกินแซนวิชพีนัทบัทเตอร์”

    “ได้เลย จัดให้ รอแป๊บ เดี๋ยวเรามา”

    ภายในห้องนอนของฉันคงสามารถเก็บเสียงการสนทนาได้ พวกมันถึงลากฉันเข้ามาอย่างกับจะเอาเลือดหัวของฉันออกแก้แค้นที่ถูกฉันตุ๋นจนเปื่อยด้วยการให้นั่งคุยกับตำรวจตั้งนานสองนานแถมยังหลอกให้แนะนำตัวด้วยชื่อจริงๆ ซึ่งพวกมันสุดแสนจะซีเรียส คริสผลักฉันลงกับเตียง ก่อนจะพากันยืนเท้าสะเอว จ้องหน้าฉันอย่างมีน้ำโห

 “แกบ้าไปแล้วเหรอ ไอ้น้องเวร แกพาตำรวจเข้าบ้านทำไม!

                “แล้วมันทำไม?” ฉันยักไหล่ และทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวใส่พวกมันบ้าง

 “ยัยผมแดงนั่นเป็นตำรวจนะโว้ย ตำรวจ! แกก็ได้ยินชัดเต็มสองรูหู” 

                “กฎของเราคืออะไร ลืมแล้วรึไง?”

                “กฎนั้นแกเป็นคนตั้ง”

               "เออไง มันได้ผล ไม่อย่างนั้นจะอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้เหรอ?”

 “มันได้ผล ถ้าไม่นับที่ฉันถูกหักหลังชวดเงินส่วนแบ่งไปจนหมด ถูกปล่อยให้นอนคุกเป็นอาทิตย์ เพราะความซวยและความเห็นแก่ตัวของพวกแก”

 คริสถอนหายใจ และพยายามจะประนีประนอม “ยังจะติดใจเรื่องนี้อยู่อีกเหรอ? บอกแล้วไงว่าพวกฉันแค่เอาตัวรอดและก็รู้ด้วยว่าแกเอาตัวรอดได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เลิกแค้นเรื่องนี้และเริ่มต้นใหม่ซะ มูฟออนและทำตามกฎของฉันต่อไปถ้าไม่อยากกลับไปกินขี้ไก่ในคุก!

“แกก็รู้ว่าฉันแอนตี้การปกครองโดยระบอบเพศชายเป็นใหญ่และสนับสนุนความเท่าเทียมขนาดไหน”

และดูเหมือนเทสซ่าจะเข้าข้างฉันเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา “เออใช่ เราเคยไปเดินขบวนเรียกร้องสิทธิสตรีด้วยกัน แต่จริงๆ ก็เพื่อไปหาล้วงกระเป๋าคนอื่นแหละ แต่ฉันเข้าใจดี ฉันเข้าใจมันนะ”

“โอ๊ย ช่างหัวเรื่องขบวนการสิทธิสตรีนั่นเถอะ ตอนนี้มีตำรวจอยู่ในบ้านนะโว้ย! ทำอะไรสักอย่างสิ”

 ในที่สุดคริสและเทสซ่าก็กำลังร้อนรนเพราะสถานการณ์วายป่วงที่ฉันจงใจสร้างขึ้น ตอนนี้ฉันได้เปรียบแบบเต็มร้อยและฉันมีสิทธิจะเรียกร้องอะไรก็ตามจากพวกมัน “ฟังนะ ฉันจะปฏิวัติกฎบ้าบอของแก ฉันจะไม่ทำตามกฎ และฉันจะสร้างกฎใหม่ถ้ามันจำเป็นต่อสวัสดิภาพชีวิตของฉัน”

 “ด้วยการพาตำรวจเข้าบ้าน?” คริสคงอยากจะบ้าตาย ถึงได้ร้อนรนเหมือนคนกำลังจะบ้า “แกทำบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย? แก้แค้นที่เราชวดเงินส่วนแบ่งไปใช่ไหม?”

 “ส่วนนึงก็ใช่ เอาเงินของฉันมาสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะบอกสกาเล็ตให้หมดว่าพวกแกมันพวกมิจฉาชีพ”

                “แหม ไอ้หมาบ้านี่ แล้วแกไม่ใช่เลยสินะ”

                “แกคิดว่าสกาเล็ตจะเข้าข้างใครมากกว่ากัน ระหว่างฉันที่เพิ่งจูบกันเมื่อกี้ หรือพวกแกที่เป็นคนแปลกหน้า?”

               คริสกับเทสซ่ามองหน้าและปรึกษากันผ่านสายตาอีกครั้ง ส่วนฉันก็ได้แต่นั่งรอชมความสำเร็จที่เอาชนะไอ้สองหน่อทรยศได้ ความหวังที่จะได้เงินคืนและได้ไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมเข้าใกล้มาแล้ว ทีนี้ฉันจะทำให้พวกมันรู้ว่าอย่าประเมินคนอย่างบรี ลาร์สันต่ำเกินไป การตลบหลังพวกมันครั้งนี้คงเป็นบทเรียนและไม่มีทางที่ฉันจะถูกโกงเงินไปอีกฉันได้แต่เอ่ยชื่นชมตัวเองในใจว่าเจ๋งที่สุดเลยบรี ลาร์สัน ทำไมแกถึงฉลาดเป็นกรดขนาดนี้นะ

                 คริสเริ่มยอมจำนน “เอาเป็นว่า แกอยากให้พวกฉันทำยังไง แกแค่บอกมา”

                 “ฉันไม่ติดใจเรื่องที่พวกแกทิ้งฉันไว้กลางทางหรอก ฉันแค่อยากได้เงินส่วนแบ่งคืนมา!” ทั้งสองพยักหน้าและยอมตกลง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้บอกแผนการลับที่สมองอันชาญฉลาดของฉันคิดเอาไว้ "และพวกแกต้องยอมทำตามเงื่อนไขของฉันบ้าง ฉันจะไม่ยอมเชื่อกฎเฟคๆ กับวิธีปล้นแบบโจรกลัวตำรวจอีกแล้ว"

                 "แกหมายความว่ายังไงไอ้หมาแสบ?"

  "แกไม่คิดบ้างเหรอว่า การมีเพื่อนเป็นตำรวจจะทำให้งานของเราง่ายขึ้น?”

  “ว็อท?”

  “เราหลีกเลี่ยงพวกตำรวจมาโดยตลอดแค่เพราะเรากลัวเดือดร้อนและกลัวต้องไปนอนฟูกเน่าๆ กับกินขี้ไก่ในคุก ทั้งๆ ที่เราไม่เคยคิดเลยว่าพวกตำรวจก็สามารถทำประโยชน์ให้โจรอย่างเราได้เหมือนกัน ถ้าแกมัวแต่หนีแกต้องหนีไปตลอดชีวิต สู้ยอมเด็ดขาดเผชิญหน้าและหาผลประโยชน์จากพวกตำรวจไม่ดีกว่าเหรอ?”

 “แกหมายถึงกับสกาเล็ตเหรอ?” 

 ฉันยิ้มกว้าง "เป็นไงล่ะ อึ้งอ่ะดิพี่ชาย"

 "เป็นความคิดที่โง่มากนะไอ้บ้าบรี" เทสซ่าไม่เห็นด้วย แต่ดูเหมือนคริสจะตรงกันข้าม

"แกจะทำยังไง?"

 “อันดับแรก สกาเล็ตต้องหลงรักฉันจนหัวปักหัวปำซะก่อน” พวกมันเบ้หน้าพร้อมกันโดยอัตโนมัติ แต่ไม่เป็นไร ฉันมีแผนต่อ “อันดับสอง คืนเงินส่วนแบ่งของฉันมาให้ครบถ้าไม่อยากนอนฟูกเน่าๆ ในคุก เพราะฉันจะใส่ไฟพวกแกว่าของในถุงทั้งหมดมาจากการขโมย จะแสร้งตีหน้าเศร้า เสียอกเสียใจที่เพิ่งรู้ว่าพี่ชายกับเพื่อนรักเป็นมิจฉาชีพกุเรื่องว่าพวกแกฆ่าคนตายด้วยอีกสักหน่อยก็ดี จะได้ฟังดูรุนแรงมากขึ้น เชื่อฉันเถอะว่าสกาเล็ตจะต้องเรียกตำรวจทั้งนิวยอร์กมาจับพวกแก”

  "แกนี่มัน หมาหิวเงินชัดๆ” คริสก้มหน้ากดโทรศัพท์ พร้อมกับเสียงเตือนข้อความของฉันดังขึ้น รายการเงินโอนเข้าบัญชีและตัวเลขหลักแสนกำลังทำให้ฉันพึงพอใจเป็นอย่างมาก “เอาล่ะ ฉันโอนไปครบหมดแล้ว พอใจแกรึยัง?”

  “พอใจมาก สัญญาสิว่าพวกแกจะไม่ชวดเงินฉันไปอีก”

  “เออ”

  “เออ สัญญา”

  “ก็ดี”

  “แต่แกแน่ใจเหรอว่าจะทำแบบนี้จริงๆ?”

                “บางเรื่องก็ต้องลองเสี่ยง ถึงจะรู้ว่าสำเร็จหรือล้มเหลว”

                 “ถ้ามันล้มเหลวล่ะ?”

  “ถ้าคิดจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จอันดับแรกต้องอย่าคิดว่ามันจะล้มเหลว” ฉันลุกขึ้น ส่งยิ้มให้พวกมันอย่างสบายใจ ก่อนจะตบบ่าพวกมันคนละหนึ่งที “ขอบคุณสำหรับส่วนแบ่ง เอาล่ะ โทรสั่งเบอร์เกอร์ซะ และอย่าลืมแซนวิชพีนัทบัสเตอร์ของสกาเล็ตด้วย”


เรื่องจบลงที่คืนนี้เราสั่งเบอร์เกอร์มากิน ส่วนคริสกับเทสซ่าเมาจนเละเทะก่อนจะพากันกลับบ้าน ทุกอย่างจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ส่วนฉันก็วางแผนจะไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัมในอีกสองวันข้างหน้า ขณะเดินมาส่งสกาเล็ต ฉันกำลังวาดภาพทริปพักร้อนสุดหรรษาเอาไว้ฉันจะไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัม และหลังจากวันนี้เราอาจไม่เจอกันอีก(จนกว่าฉันจะกลับมาพร้อมกับต้องการหาผลประโยชน์จากเธอ)ฉันอยากบอกสกาเล็ตแบบนั้น แต่จู่ๆ ปากก็แข็งพูดไม่ออก ราวกับว่าต้องการเจอเธออีกหลายๆ ครั้ง และต้องการให้เธอเป็นมากกว่านั้น

  พอก่อนบรี ลาร์สัน แกกำลังขาดสติ “เอ่อ...สกาเล็ต หลังจากนี้เธอจะทำอะไรต่อเหรอ?”

                “กลับโรงแรมไง”

                “ไม่ใช่ ฉันหมายถึงการพักผ่อนของเธอ”

                “จริงๆ แล้วฉันไม่ได้คิดเผื่อไว้หรอก ฉันมาที่นี่เพื่อพักผ่อน และการพักผ่อนที่แท้จริงคือการไม่ต้องคิดอะไรและทำตามใจตัวเอง” สกาเล็ตหันมายิ้มให้ฉัน “อย่างการตัดสินใจทำความรู้จักกับเธอ ก็คือการทำตามใจตัวเองอย่างนึง”

                 "เหรอ งั้นเรียกว่าตัดสินใจถูกหรือผิดล่ะ?”

                 สกาเล็ตไม่ตอบอะไรนอกจากประโยคชวนคิด "สักวันนึงเธอก็จะรู้เองแหละ แครอล"

                 "ฟังดูแปลกๆ ชอบกลดีนะ"

                 "แล้วเธอจะทำอะไรต่อเหรอ แครอล?"

                 “ก็คง...หาเงินต่อไป จ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าห้อง และคิดว่าพรุ่งนี้จะกินอะไรเป็นมื้อเช้า” 

                 "จริงสิ ฉันได้ยินเทสซ่าพูดว่าอัมสเตอร์ดัมคือเมืองในฝันของเธอเหรอ?"

                 "อ่าใช่...ฉันคิดว่าจะไปอัมสเตอร์ดัม อาจจะในเร็วๆ นี้"

                 สกาเล็ตพยักหน้า เงียบไปเพียงครู่ก่อนจะเอ่ยต่อราวกับหยุดคิดไปพักหนึ่ง "แล้ว...เธอมี เอ่อ..."

                  "เงินน่ะเหรอ?" อย่าบอกนะว่าสกาเล็ตจะสมทบทุนทัศนศึกษาข้ามประเทศให้ฉัน ก็ดีสิแบบนี้! "จริงๆ ก็กำลังเก็บเงินอยู่นะ ค่ายาของกูสก็ตั้งแพง นี่ยังต้องพาไปหาหมออีกตั้งหลายรอบ...นับๆ ดูแล้วก็อาจไม่พอค่าที่พักหรอก ฉันยังต้องเก็บเงินต่อไปอีกสักระยะแต่ต้องเก็บให้ได้มากที่สุด น่าเศร้าเนอะ?"

                  "ขอโทษนะ แต่ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องเงิน"

                  ปัดโธ่ เซ็งเลยฉัน "อ้าวเหรอ..."

                  "ฉันหมายถึงแฟน" พระเจ้า! หูฉันผึ่งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำนั้น "คือ...เธอมีแฟนรึยังแครอล?"

                “ฉัน...ไม่มีหรอก”

                 “จริงดิ ทำไมล่ะ?”

                 “ก็เพราะฉันไม่ได้อยากมี”

                 “ถามจริง?” สกาเล็ตมองฉันราวกับกำลังดีใจเมื่อรู้คำตอบ “นี่เธอไม่เคยมีแฟนเหรอ?”

  “ก็เคยมี แต่ฉันรู้สึกว่ามีแล้วไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น แถมยังเป็นภาระทางความรู้สึกเพราะเงื่อนไขเยอะแยะไปหมด ฉันยอมอยู่คนเดียว หาเงินเลี้ยงตัวเองไปวันๆ ดีกว่าต้องปวดหัวกับสิ่งที่เรียกว่าแฟน”

  “ว้าว... ฟังดูชัดเจน หนักแน่นดีจัง"

  “ถ้าพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อมความรักเคยทำให้ฉันตื่นเต้นนะ แต่ความรักไม่ได้ช่วยจ่ายบิลที่ถูกเสียบไว้ตรงประตูทุกเดือนน่ะสิ เพราะฉะนั้นถ้าเลือกระหว่างมีความรักกับมีเงิน ฉันเลือกมีเงินเป็นคำตอบแรกและคำตอบสุดท้าย”

                “แล้วถ้าเกิดว่าฉันรักเธอขึ้นมา เธอก็จะปฏิเสธ เพราะฉันไม่ได้ช่วยจ่ายบิลที่เสียบไว้ตรงประตูงั้นเหรอ?”

                “แหม ก็ไม่หรอก...” ฉันแสร้งประหม่าด้วยการยกมือลูบต้นคอ เอ๊ะ หรือว่าบางทีฉันดันประหม่าเข้าจริงๆ?

 สกาเล็ตหยิบนามบัตรขึ้นมายื่นให้ฉันรับไว้  “รู้ไหม? ฉันไม่ให้เบอร์โทรใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งรู้จักกัน แต่ถ้าฉันให้แล้วล่ะก็...มีเหตุผลอยู่แค่สองข้อ”

                “เหตุผลอะไรบ้างล่ะ?”

                “หนึ่งคือฉันประทับใจเขามากๆ  และสอง“ สกาเล็ตขยับเข้ามาใกล้ๆ ส่งยิ้มละมุนละไมบาดใจและจ้องเข้ามาในดวงตา “ฉันมั่นใจว่าฉันจะรักเขาแน่ๆ ในสักวันหนึ่ง”

                “ว้าว...ฟังดูชัดเจน หนักแน่นดีจัง” ฉันย้อนในสิ่งที่เธอพูดบ้าง 

                  “แล้วสักวันนึงเธอจะรู้ แครอล”

    นอกจากจะอึ้งเพราะเธอเป็นตำรวจ ก็อึ้งเพราะเธอพูดอะไรแบบนี้ออกมานี่แหละ แต่ฉันชอบจังที่ทุกอย่างมันดูเหมือนถูกขีดโชคชะตาเอาไว้แล้วว่าเราต้องมาเจอกัน ฉันชอบเวลาแผนการไร้อุปสรรคและชอบเวลาทำให้ใครสักคนหลงกลได้สำเร็จ เพราะฉันมักจะภูมิใจในความเก่งกาจของตัวเองเป็นที่สุด และมั่นใจว่าฉันไม่ใช่พวกโจรกระจอก

 และดูสิ โว้วนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย ใครจะไปคาดคิดเมื่อจู่ๆ สกาเล็ตก็เคลื่อนใบหน้าเข้ามาจูบที่แก้มของฉัน ส่งยิ้มละมุนละไมให้ตลอดเวลาราวกับประทับใจอะไรฉันนักหนาก็ไม่รู้ โอเค ฉันน่ารัก อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลซึ่งฉันเข้าใจดี ฉันเก่ง เป็นคนฉลาด ไม่ยากหากทำให้ใครประทับใจ ซึ่งฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่านอกจากดาราฮอลลีวู้ดที่ฉันแอบกรี๊ดอย่างแอนน์ แฮททาเวย์ หรือเจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ ก็คงมีเธอนี่แหละที่ฉันรู้สึกว่าสวยบาดใจจนเหมือนต้องมนต์สะกดเหมือนกับมีเงินก้อนโตตกลงมาจากฟากฟ้าเป็นพันล้าน เหมือนเจอโดนัทเค้กรสโปรดหล่นลงมาเป็นกิโลให้กินประทังชีวิตอีกหลายวัน เหมือนกับความรักที่จู่ๆ ก็วิ่งพุ่งชนเข้ามาในหัวใจและในชีวิตคนที่ไม่เคยรักใครมาก่อนอย่างฉัน

อะไรนะ ความรักเหรอ? ไม่มีทาง

 



พรุ่งนี้เจอกันที่เดิม งานใหม่รอแกอยู่ไอ้หมาแสบ

 ฉันอ่านข้อความที่ไอ้พี่ชายเพิ่งส่งมา และยิ้มอย่างดีใจเมื่อในที่สุดก็จะได้ออกปฏิบัติภารกิจปล้นเหนือเมฆอีกครั้งและคราวนี้ฉันจะไม่พลาดดูเหมือนว่าฉันควรรีบเร่งรัดภารกิจขโมยหัวใจตำรวจสาวผมแดงผู้มาจากนิวยอร์กให้เร็วที่สุด เผื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น ฉันตัดสินใจเอ่ยรั้งสกาเล็ตไว้ก่อนที่เธอจะโบกแท็กซี่

 “สกาเล็ต!

 “หืม?”

 “จริงๆ แล้วเธอไม่ต้องกลับโรงแรมก็ได้นะ”

 เธอยิ้ม และยิ้มของเธอทำให้ฉันยิ้มตาม “ถ้างั้นจะให้ฉันช่วยจ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟรึเปล่า?”

 “ไม่รู้สิ แต่เอาเป็นว่า ฉันไม่ปฏิเสธแล้วกัน”

 “ถ้างั้นก็ตกลง” สกาเล็ตเดินกลับมาหาฉันพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่เราสองคนจะเดินจับมือกันมาตลอดทาง

 

                    


                นี่มันแค่เริ่มต้นสำหรับผู้หญิงที่ชื่อ สกาเล็ต โจแฮนสัน

                เพราะหลังจากนี้ชีวิตของฉันกำลังจะวายป่วงเพราะเธอ เธอคนเดียว !






------------------------------------------






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #13 แมว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 12:26

    แง้งงงงง เขียนดีมากค่ะ เหมือนกำลังดูหนังเลย รอตอนใหม่นะคะ ♡♡♡

    #13
    0
  2. #12 BUGATIMUJI (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 00:30
    หรือคุณตำรวจจะมาทำให้บรีตกหลุมรักกกกก
    #12
    0
  3. #7 Green (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 13:49

    แกนั่นแหละ!!! ชีวิตแกจะวายป่วงเพราะตัวแกเองคนเดียวววว

    โดนคุมตำหรวจหลอกเป็นหมาโกลเด้นหน้าโง่จริงๆแล้วไอบ้าเอ๊ย 555555555555

    #7
    0
  4. #6 Ryojin29 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 06:20
    คุณตำรวจรุกมากเลยค่ะ หวั่นใจว่าจัมีแผนการแล้ว บรีเอ้ยยยย ชอบเค้าแล้วแหละ แหมม
    #6
    0
  5. #5 Cheerrr154 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 21:43
    เจ้าโจรบรีน่ารักมาก คุณตำรวจสกาเล็ตก็น่ารักไม่แพ้กันเลยยยยยย
    #5
    0