Shhhh ! (beexcris)

ตอนที่ 9 : Episode 8 : Body to Body

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61






Episode 8 : Body to Body







                กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพอะไรไว้ได้ ไม่มีใครรู้ว่าชุดฟินาเล่ชุดนั้นถูกเผาได้อย่างไรและใครเป็นคนทำ บรรยากาศใน secret weapon กลับมาวุ่นวายอีกครั้งหลังเผชิญมันมาแล้วเมื่อไม่นานนี้ หลังจากประกาศเปิดศึกอย่างเป็นทางการกับวทานิกา secret weapon เริ่มพบเจอความวุ่นวายหนักขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งหลังจากที่บีก้าวเข้ามาเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ จนกระทั่งก้าวออกไป การที่ชุดฟินาเล่ถูกเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านอยู่ตรงนั้น มันเริ่มทำให้คริสรู้สึกว่าอะไรๆ กำลังแย่ลงหลังจากกล่าวตัดความสัมพันธ์อะไรก็ไม่รู้ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและบี

                เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าบีจะล้วงความลับจากวทานิกามาให้ หรือจะเอาความลับของ secret weapon ไปเปิดเผยกันแน่

                ทั้งสองต่างเคยไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่เมื่อความสัมพันธ์กำลังขาดสะบั้น ใครคนใดคนหนึ่งอาจต้องถูกหักหลังด้วยการโดนโกง


                “หาตัวคนทำได้รึเปล่า?”

                “ยังเลยค่ะคุณพีท”

                "เช็คกล้องอีกรอบเถอะครับ ปล่อยไปไม่ได้หรอก แบบนี้มันเล่นแรงเกินไป” เสียงของพีททำให้หลุดออกจากความคิดร้อยพันในหัว เขาดูเดือดร้อนใจมากกว่าคริสซะอีก อย่างน้อยคริสก็นึกขอบคุณเขาอยู่เสมอที่ยังอยู่เคียงข้างและเป็นคนๆ เดียวที่ไว้ใจได้ในตอนนี้—เนื่องจากบีจะไม่ใช่คนๆ นั้นอีกแล้ว

                เพราะชุดฟินาเล่แสนสวยที่ถูกเผามอดไหม้ไม่เหลือชิ้นดี คือสัญญาณบ่งบอกว่าบีไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป


                “ว่าแต่ ทำไมจู่ๆ ชุดฟินาเล่คอลเลคชั่นที่แล้วก็ถูกเอามาเผาทิ้ง?” พีทถามต่อ

                หนึ่งในลูกทีมดูเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ และกำลังเริ่มปักใจเชื่อกับเบาะแสที่คิดเอาเอง “นี่เป็นชุดฟินาเล่ที่บีเคยใส่”

                “ใช่ ผมจำได้ ก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงถูกเผาแบบนี้”  

                “มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอคะ ชุดถูกเผา ในวันที่บีกลับไปทำงานให้วทานิกาพอดีเลย”

                “อะไรนะครับ” พีทขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ยินดังนั้น พลางหันมามองคริสที่กำลังนั่งนิ่งเฉยไม่รู้สึกเดือดร้อนเท่าที่ควรกับความจริงข้อนี้ที่เขาเพิ่งได้รู้ “คุณบีกลับไปทำงานให้วทานิกาเหรอ?”

                “ใช่ค่ะ นี่คุณพีทยังไม่รู้เหรอคะ?”

                พีทส่ายหน้า “แล้วคริสล่ะครับ รู้รึยัง?”

                “ก็คุณคริสนี่แหละค่ะ ที่เป็นคนบอกพวกเราเมื่อเช้านี้"

                พีทหันไปมองคริสอีกครั้งเมื่อเริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่ secret weapon กำลังเผชิญถึงรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยคำถามและความไม่เข้าใจ ทำไมคริสไม่บอกเรื่องนี้กับเขา? ทำไมถึงยังนิ่งเฉยทั้งที่ความจริงควรรีบหาคนผิดมาลงโทษ ทำไมถึงยังใจเย็นอยู่ได้ทั้งที่เป็นคนไม่ยอมใคร? เพราะหากหลักฐานทุกอย่างชี้ชัดว่าคือวทานิกา คริสคงไม่ยอมง่ายๆ แน่ บางทีพีทก็รับมือคริสไม่ถูกและไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรกับผู้หญิงนิสัยแมวคนนี้

                “คุณ พูดอะไรหน่อยสิ” พีทเดินเข้ามาหา และหวังว่าจะได้ฟังอะไรจากคริสบ้างหลังนั่งเงียบมานาน

                “อะไรคะ?”

                “เรื่องที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นได้ยังไง และเพราะอะไร คุณไม่อยากรู้หน่อยเหรอ?”

                “ไม่ต้องหาเหตุผลให้ทุกเรื่องก็ได้ค่ะพีท”

                “แต่นี่เรื่องใหญ่นะครับ หรือคุณรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนทำ?”

                “ฝีมือของบีกับวทานิกาแน่ๆ ค่ะคุณคริส จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่พวกนั้น” หนึ่งในลูกทีมเอ่ยขึ้นมา สนับสนุนความคิดเห็นของคนในทีม ทุกคนปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นฝีมือของวทานิกาหรือไม่ก็บี สองชื่อนี้ถูกเอ่ยออกมาบ่อยที่สุดตั้งแต่เกิดเรื่อง ชื่อของวทานิกาน่ะไม่เท่าไหร่ แต่คริสไม่อยากได้ยินชื่อของบี เพราะมันทำให้เธอรกสมอง รกใจ ทั้งที่คิดว่าทิ้งมันไปได้ทั้งหมดแล้ว

                เพราะแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของบีในวันนั้น ยังติดตาคริสอยู่เลย

                “เราควรจัดการเรื่องนี้นะครับ” พีทแนะนำ "แจ้งตำรวจเถอะ"

                "ไม่ค่ะ" แต่แน่นอนคริสไม่เคยทำตามสักครั้ง ซึ่งพีทก็พอรู้ เพราะการตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองมาตลอดทำให้คริสไม่เชื่อคำแนะนำของใครหากรู้สึกว่าไม่ใช่ทางที่ดีหรือทางที่อยากทำ และที่สำคัญเพราะไม่อยากไว้ใจใครนอกจากตัวเอง คงเป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้เธอได้ข้อเสียข้อนี้มา

                "แล้วจะปล่อยไปง่ายๆ เหรอครับ ถ้านี่เป็นฝีมือของวทานิกาจริงๆ ล่ะ?"

                “ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาหรอก แล้วก็ช่างมันเถอะ คริสไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวาย” คริสยังกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบนิ่ง ผิดกับพีทที่ยังร้อนใจไม่หาย

                “ไม่ได้นะครับคุณ เราต้องรู้สิ ว่าใครไม่หวังดี”

                “รู้ว่าใครไม่หวังดี รู้ไปก็เท่านั้นแหละค่ะ ไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้นมาหรอก แถมต้องคอยคิดหาวิธีระวังตัว เสียเวลาเปล่าๆ” คริสถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย แสร้งทำไปเช่นนั้นแค่เพราะต้องการให้ทุกคนเลิกพูดเรื่องนี้และเลิกพูดชื่อบีสักที “แค่ชุดโดนเผาไปชุดเดียว ไม่ต้องใส่ใจนักหรอก เพราะคริสสร้างชุดใหม่ได้อีกเป็นร้อยเป็นพันชุด ทุกเลิกตื่นตูมแล้วแยกย้ายกันไปทำงานดีกว่า เสียเวลามากพอแล้ว”

                “แล้วคิดว่าใครทำครับ?” แต่พีทยังไม่จบง่ายๆ “คุณคิดไหม ว่าคือคุณบี?”

                และเขาก็กำลังเอ่ยชื่อที่คริสไม่อยากได้ยินออกมาอีกครั้งจนได้ “ไม่รู้สิคะ เขากลับไปทำงานให้วทานิกาแล้ว คริสไม่อยากพูดถึง”

                “คุณบีได้ให้เหตุผลรึเปล่าว่าทำไมถึงกลับไป?”

                “คริสไม่มีเวลามานั่งใส่ใจว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป ใครจะทำอะไรก็ทำเถอะค่ะ"

                "จะยอมแพ้และให้เขาทำคุณอยู่ฝ่ายเดียวเหรอ?"

                คงไม่มีใครเห็นว่าสองมือของคริสกำลังแอบกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินคำว่า ยอมแพ้ คริสไม่อยากมองหน้าพีทเพราะเขาเอ่ยคำที่เธอเกลียดและไม่อยากให้อารมณ์โกรธข้างในประทุออกมาต่อหน้าทุกคน แต่สายตาของลูกทีมที่จับจ้องมาอย่างหมดหวังในตัวผู้นำ คงทำให้ถึงเวลาสักทีที่เธอต้องเลิกเกรงกลัวความกดดันและต่อสู้กับมันให้ได้ คริสพยายามข่มใจและคลายมือออก

                น่าแปลกเมื่อนึกถึงสัมผัสของบีและการแสดงความเป็นห่วงเป็นใยในอดีต นั่นทำให้เธอใจเย็นลง คนที่เป็นทั้งการทำร้ายและการเยียวยาในคนๆ เดียวกันความรู้สึกแบบนี้ใช่ไหมที่บีเคยพูดเอาไว้

                "คุณคริสคะ" หนึ่งในลูกทีมตัดสินใจเอ่ยออกมา แม้กล้าๆ กลัว "คือ...พูดตรงๆ นะคะ ตอนนี้เรากำลังเป็นรองวทานิกามากๆ ตั้งแต่เรื่องแบบชุดที่หลุดออกไปจนมาถึงเรื่องชุดที่ถูกเผา เราแทบไม่มีทางรับมือหรือสู้อะไรวทานิกาได้เลย คนผิดก็หาตัวไม่ได้ทั้งที่เราก็พอจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของใคร คุณคริสควรทำอะไรสักอย่างแล้วนะคะ หรือต้องรอให้ถึงวันที่วทานิกาแซงหน้าขึ้นไปเป็นที่หนึ่งก่อน? ทำอะไรสักอย่างเถอะค่ะ พวกเราเองก็ร้อนใจจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”

                "เกิดรู้สึกรัก secret weapon ขึ้นมาแล้วเหรอ?" คริสอยากหัวเราะให้ดัง แต่ทำได้แค่กระตุกยิ้มบางๆ เมื่อได้ยิน ก่อนจะหันไปถามอีกประโยคจนลูกทีมทุกคนต่างพากันหลบสายตา "หรือว่า แค่กลัวเดือดร้อน ถ้า secret weapon ต้องแพ้?"

                "คุณ อย่าพูดแบบนั้นสิ ทุกคนอยากช่วยนะ" พีทพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย

                คริสลองมองหน้าลูกทีมเรียงคน ไม่มีสักคนกล้าสบสายตานอกจากก้มหน้านิ่ง มือไม้อยู่ไม่สุข นี่น่ะเหรอ คนที่เธอจะไว้วางใจได้และจริงใจกับเธอจริงๆ? มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว ไม่มีใครใช้ใจในการอยู่กับคริส เพราะเหตุผลที่แท้จริงมันคือผลประโยชน์ คำนี้คำเดียว ที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง และคนมิติเดียวแบบพีท ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร จะเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน

               

               แค่เชื่อบี บีไม่เคยมีความลับกับพี่คริส ถ้า secret weapon มีบียังไงก็ชนะวทานิกา

                —โกหก โกหกทั้งนั้น คริสจะเชื่อใจใครได้อีกล่ะ เพราะขนาดบียังหลอกเธอเลย


                "ตอนนี้ผมรู้สึกว่าคุณไม่สู้เลยนะ"

                 "การไม่ตอบโต้ไม่ใช่ว่ายอมแพ้หรืออ่อนแอจนปล่อยให้ใครมาทำอะไรก็ได้นี่คะ สิ่งที่คริสควรโฟกัสมากที่สุดตอนนี้ไม่ใช่คนทำเรื่องสกปรกหรือวิธีการเอาคืนให้สกปรกยิ่งกว่า แต่คริสต้องโฟกัสเรื่องงานมาเป็นอันดับหนึ่ง ยิ่งใกล้วันเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ คริสยิ่งสนใจแค่อย่างเดียวคือจะทำงานยังไงให้ออกมาดีที่สุดและสู้กับคนอื่นเขาได้ ถ้าคุณอยากให้สู้ คริสก็สู้ด้วยการใช้ฝีมือและความสามารถโดยไม่จำเป็นต้องลดตัวให้ต่ำลงและไปเอาคืนด้วยการใช้วิธีสกปรกๆ แบบนั้น เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น secret weapon จะไม่มีทางถูกเหยียบจมดินอย่างที่วทานิกาหวังไว้ พอเข้าใจไหมคะพีทว่าทำไมคริสอยากให้เลิกสนใจเรื่องนี้สักที”

                “แล้วคุณจะทำยังไงกับเรื่องนี้?”

                “ถ้ามีปัญญาแค่เผาชุด คริสก็จะเตรียมชุดไว้ให้เขาเผาจนกว่าจะพอใจ ถ้าเลิกทำตัวเป็นหมาลอบกัดและพร้อมสู้กันแบบคนจริงเมื่อไหร่ คริสถึงจะยอมสู้ด้วย” คริสยื่นคำขาด พลางกวาดสายตามองลูกทีมที่หันมองหน้ากันอย่างเห็นด้วยเมื่อรู้สึกว่าคริสมีเหตุผลและจริงจังกับการเตรียมรับมือวทานิกาไว้อย่างไร “ส่วนตอนนี้ คริสต้องการสมาธิในการทำงานค่ะ”

                พีทนิ่งไป ไม่ว่าอย่างไรคริสคงไม่ฟังคำพูดของเขา ท่ามกลางสายตาของลูกทีมที่จ้องมองมา พีทรู้สึกเหมือนเป็นคนไร้ประโยชน์ซึ่งทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าพยักหน้าอย่างเข้าใจและกลับไปเพื่อปล่อยให้คริสอยู่ตามลำพัง—อย่างเช่นทุกครั้งที่เคยทำจนมันกลายเป็นความเคยชิน ราวกับหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำวนลูปไปเรื่อยๆ

 


                คริสทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องทำงาน มวนบุหรี่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อต้องใช้ความคิด น่าแปลกเมื่อการค่อยๆ ปล่อยลมหายใจและควันสีเทาให้ลอยละล่องไม่ช่วยให้เธอสบายใจขึ้นเลย คริสรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองหลังจากที่บีจากไป คริสอยากปฏิเสธตัวเองว่ากำลังจนมุมและกำลังจะถูกเหยียบลงดินในไม่ช้านี้ อยากปฏิเสธตัวเองว่ากำลังอ่อนแอตั้งแต่มีความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัว อยากปฏิเสธว่าต้องการให้บีอยู่ข้างๆ ณ ตรงนี้เพื่อรับฟังและเข้าใจโดยไม่มีเงื่อนไขเหมือนที่ผ่านมา

                แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว บีจะไม่กลับมาอีกและคริสควรเลิกรู้สึกต้องการบีทั้งที่เป็นคนเอ่ยปากไล่ให้ไป—น่าอายชะมัด ทุกอย่างเป็นแบบนี้เพราะคริสกำลังทำตรงข้ามกับความรู้สึกใช่รึเปล่า? แท้จริงแล้วคริสอยากให้บีอยู่ แต่จะให้บีอยู่เพื่อจากไปในสักวันหนึ่งเพื่ออะไร คริสเถียงกับตัวเองจนเหนื่อยใจและอยากจบเรื่องนี้สักที

                ความเจ็บปวดของใครจะมากกว่ากัน ณ ช่วงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างทำร้ายกันเอง?

 


 

                แมวจรจัดกำลังถอดชุดสวยและปลอกคอชื่อวทานิกาออกด้วยความรู้สึกอึดอัดและไม่เป็นตัวของตัวเอง ทั้งที่รักอิสระ ไม่แคร์ใครแต่กลับต้องยอมถูกจับขังกรงอีกครั้งทำแบบนี้เพื่อคนที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวหล่อนไปทำไม? หากบีคาบความลับของวทานิกาไปฝากคริสแล้วจะได้อะไรขึ้นมานอกจากความเย็นชาและผลประโยชน์ที่คริสได้รับอยู่ฝ่ายเดียว

ทำไมบีต้องเจอเรื่องไม่แฟร์นี้ด้วย? ทำไมต้องถูกทำร้ายทั้งที่เป็นฝ่ายรักษามาโดยตลอด—ไม่ยุติธรรม

                บีควรคับแค้นใจ ควรเสียความรู้สึกและเลิกยุ่งวุ่นวายกับมนุษย์ใจร้าย แต่พอคิดจะเอาคืนให้สาสมกับความผิดหวังที่เจอบีกลับทำมันไม่ลง—บีหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม แต่หากถามใจ มันกำลังบอกบีว่า เพราะความรักทำให้บียอมจำนน ความรักที่บีไม่คิดจะมีมัน ความรักที่เกิดขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้ แต่พอรู้ตัวอีกทีก็รักไปแล้ว

                : บี ความรักคืออะไร

            : ไม่มีทางรู้หรอก จนกว่าจะได้ลองรัก

                ความรักคือการทำร้ายและการเยียวยาที่เกิดขึ้นจากคนๆ เดียวกัน—ที่แท้ บีได้คำตอบมาตั้งแต่ต้นเพียงแต่ปฏิเสธมันมาโดยตลอด นั่นคือคำตอบที่ว่า บีรักคริส และเพราะรู้สึกรัก จึงอยากรู้สึกสำคัญด้วยการถูกเหนี่ยวรั้งไม่ให้ไป แต่รักไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อทุกอย่างมันสายเกินแม้จะรักสักเท่าไหร่ บีพูดได้แค่ในความคิด


                 “บอกจะกลับมาตั้งนานแล้วหนิ หายไปไหนมา?” วทานิกาเอ่ยถาม เมื่อบีกลับมาถึงห้อง

                “แวะกินข้าวกับเพื่อนที่เคยเดินแบบด้วยกันอ่ะ”

                “ทำไมไม่บอกแพร แพรจะได้ไปด้วย”

                “ไม่เป็นไร บีไปกับเพื่อนอ่ะ แล้วก็...กลัวแพรเหนื่อย” บีเกลียดการปั้นหน้าปั้นตาปั้นคำพูดให้แลดูเหมือนห่วงใยวทานิกาทั้งที่ไม่อยากทำ โดยเฉพาะการเข้าไปนั่งลงข้างๆ และให้เธอซบลงที่ไหล่  “ทำไมจะมาห้องบีแล้วไม่บอกอ่ะ จะได้มาพร้อมกัน”

                “บีก็รู้ว่าแพรชอบเซอร์ไพรซ์” วทานิกาหันมายิ้ม ระยะห่างและสัมผัสต่างๆ ทำให้บีอึดอัดมากกว่าอบอุ่น “แพรว่าจะตัดชุดใหม่ให้บี ไว้ใส่ไปออกงานด้วยกัน ดีไหม?”

                “ยังไงก็ได้ บีตามใจแพร” บีเริ่มมั่นใจ ว่าตำแหน่งแมวตัวโปรดกำลังจะเป็นของบี  “ถ้างั้น พรุ่งนี้บีขอไปทำงานกับแพรด้วยนะ ไม่อยากอยู่ห้องคนเดียวอ่ะ”

                “ได้สิ บีจะได้ตัวติดกับแพรตลอดทั้งวันแน่ๆ” วทานิกาตอบตกลงอย่างว่าง่าย และมันเข้าทางบีทั้งหมด 

                บีมักมองไปยังชุดฟินาเล่แสนสวยบนราวแขวนตามความเคยชินในแต่ละวัน เมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่ได้สวมใส่และคิดถึงคนที่สร้างมันขึ้นมา แต่วันนี้แตกต่างจากทุกวัน เพราบีมองไปเห็นราวแขวนอันว่างเปล่า ชุดฟินาเล่ชุดนั้นที่ถูกแขวนอย่างโดดเดี่ยวอยู่ได้หายไปทั้งที่มันควรอยู่ตรงนั้นให้บีมอง วทานิกากำลังพูดรายละเอียดของงานในวันพรุ่งนี้ แต่บีไม่สนใจอะไรนอกจากอยากรู้ว่าชุดที่มีคุณค่าทางจิตใจชุดนั้นหายไปไหน

                “เดี๋ยวพรุ่งนี้แพรจะพาบีไปรู้จักเพื่อนๆ ของแพรด้วย ดีไหม?” วทานิกามองตามแววตาของบี ไปเจอราวแขวนอันว่างเปล่า “บี...ได้ยินที่แพรพูดรึเปล่า?”

                บีละสายตาออกมาและแสร้งส่งยิ้มให้เธอ ทั้งที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึก “ฟังสิว่าแต่ ชุดของบีหายไปไหนอ่ะ?”

                “พูดผิดพูดใหม่ได้นะ ชุดของบีที่ไหนกัน นั่นมันชุดของ secret weapon ต่างหาก”

                บีพยายามข่มใจให้ปกติที่สุด “คือ บีหมายถึง ชุดนั่นหายไปไหน บีจะเอาไปคืนเขา”

                “อ๋อ” วทานิกายิ้มอย่างพอใจ “เรื่องนั้นแพรจัดการให้เรียบร้อยแล้วล่ะ บีไม่ต้องเสียแรงไปคืนเองให้เหนื่อยหรอก”

                “แพรเอาชุดไปคืนเหรอ?”

                “เปล่า แพรแค่ฝากคนไปคืน” “จริงๆ บีควรคืนไปตั้งนานแล้วนะ ไม่จำเป็นต้องเก็บชุดห่วยๆ นั่นไว้หรอก ในเมื่อมีชุดดีๆ ของแพรให้บีเลือกใส่เป็นร้อยเป็นพันชุด แถมเหมาะกับบีมากกว่าด้วยซ้ำ”

                “บีเอามา บีก็ต้องเอาไปคืนเอง"

                “ป่านนี้ศิรินคงได้ชุดคืนไปนานแล้วล่ะ”

                “แต่บีไม่อยากให้มีปัญหาไง”

                “แพรชอบปัญหา เพราะมันวัดได้ว่าแพรหรือศิรินเจ๋งกว่ากันมันไม่สำคัญว่าเราจะเล่นเกมนี้ยังไง แต่สำคัญที่เราจะชนะยังไงมากกว่า บีว่าไหม?"

                “หมายความว่ายังไง?”

                “แพรฝากคนเอาชุดไปคืนให้ศิรินและบอกว่าให้คืนชุดด้วยวิธีไหนก็ได้ แต่ต้องให้ศิรินจดจำไปจนวันตาย แล้วเผอิญว่าคนที่เอาไปคืนเขาเลือกวิธีการเผา”

                “เผา?”

                “อืม ตอนนี้ชุดนั่นโดนเผาไปแล้ว บีว่าศิรินจะจำไปจนวันตายไหม?”

                บีกำลังรู้สึกว่าวทานิกาและ secret weapon ไม่ได้เป็นเพียงคู่แข่งอีกต่อไป หากนี่คือสงคราม วทานิกาก็กำลังเป็นคนเริ่มโจมตีเข้าใส่โดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกหรือผิด อะไรๆ กำลังจะแย่ลง บีรู้สึกแบบนั้น ชุดที่มีคุณค่าทางจิตใจของบีถูกทำลายทิ้งไปแล้ว และหากเป็นการกระทำที่น่าจดจำไปจนวันตายจริงๆ บีก็เห็นด้วย บีกำหมัดแน่นเพื่อพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ทั้งที่อยากโวยวายออกมาด้วยความโกรธแต่บีกลับทำอะไรไม่ได้เลย

                "อืม...บีว่า เขาคงจำไปจนวันตายจริงๆ" 

 

 

                บีหาเหตุผลในการมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องของคริสไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าอาจต้องถูกผลักไสไล่ส่งและคนหลังบานประตูไม่ต้องการพบหน้าบีอีก ห้องแห่งความลับที่เคยเก็บซ่อนความสัมพันธ์อันฉาบฉวยอาจไม่ต้อนรับบีอีกแล้ว ว่ากันว่า ความหวังดี บางทีมันต้องถูกที่ ถูกทาง และถูกคน แต่ถึงจะผิดก็ช่างมันประไร อย่างน้อยการจากไปโดยได้พูดความจริงและสิ่งที่ค้างคา ก็ยังดีกว่าไม่ยอมพูดอะไรเลย

                "มาทำไม?" คริสทำท่าจะปิดประตูหนี แต่บีรั้งไว้ด้วยการเบียดตัวเองเข้าไปในห้องนั้นอย่างถือวิสาสะ

                “ว่างคุยไหม?”

                “มีอะไร?”

                “เรื่องชุดฟินาเล่ชุดนั้น”

                “อ๋อ นึกว่าเรื่องอะไร อยากเอาชุดของพี่ไปเผาเล่นอีกไหม พี่จะเตรียมไว้ให้” บีอึ้งกับปฏิกิริยาตอบสนองของคริสเมื่อเอ่ยถึงเรื่องชุดที่โดนเผาทิ้ง คริสเดินเข้าไปในห้องเสื้อผ้าเพียงครู่เดียวพร้อมกับหยิบชุดออกมาขว้างลงกับพื้นอย่างไม่ไยดีว่ามันมีมูลค่ามากเท่าไหร่ บีมองชุดเหล่านั้นอย่างไม่เข้าใจ แต่สิ่งเดียวที่เข้าใจคือคริสกำลังโกรธ  "เอาคอลเลคชั่นไหนดีล่ะ? หรือจะให้พี่จัดการเผาทิ้งให้เอง บีจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”

                "ช่วยฟังกันก่อนได้รึเปล่า?"

                "พี่ไม่ฟังใคร โดยเฉพาะคนของวทานิกา"

                "นี่โกรธเหรอ?" บีอยากจะกวนประสาท เพื่อให้คริสรู้ว่าวันนั้นบีผิดหวังมากแค่ไหน ด้วยการยอกย้อนประโยคเดียวกันกลับไป "พี่คริสก็รู้หนิ ว่าไม่มีสิทธิโกรธบี"

                "แล้วบีมีสิทธิอะไร ถึงทำเรื่องเลวๆ แบบนั้นกับพี่!" คริสเริ่มใช้เสียงดัง ถ้าเดาไม่ผิด ตอนนี้คริสเพิ่งผ่านการดื่มแอลกอฮอล์มาหมาดๆ เพราะขวดไวน์บนโต๊ะกำลังถูกเปิดฝา และแก้วใบนั้นกำลังเประรอยลิปสติก

                "ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิดเลยสินะ ถึงถามแบบนี้"

                "แล้วพี่ผิดอะไรวะบี? พี่ต้องรับผิดชอบอะไรอีก? เผาชุดทิ้งไปแล้วไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้างเหรอ?"

                "คิดดีๆ ก่อนตัดสินนะ บีว่าพี่คริสรู้จักบีดีพอ" บีเลิกรักษาระยะห่างด้วยการเดินเข้ามาใกล้ๆ คนตัวเล็กกว่าที่กำลังเมา  "บีจะทำลายสิ่งที่บีอยากได้ที่สุดไปทำไม?"

                "นั่นสิ อยากได้มากไม่ใช่เหรอ พอได้ไปแล้วทำไมไม่รักษาล่ะ แล้วจู่ๆ มันถูกเผาทิ้งง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไง? จะให้พี่เชื่ออะไรบีอีกเหรอ?”

                “พูดอะไรก็พูดเถอะ แต่อย่ามาพูดว่าบีไม่รักษา ไม่ว่าจะชุดนั่นหรือความรู้สึกของพี่คริส บีรักษามาตลอดจนถูกทำลายอยู่ฝ่ายเดียว—ทำดีแล้วไม่เวิร์คจะทำแม่งไปทำไม?”

                “อ๋อ งั้นพี่ควรกราบขอบคุณบีเลยไหม ถึงจะพอใจ? พี่ควรตอบแทนยังไงดีล่ะ ถึงจะพอกับสิ่งดีๆ ทุกเรื่องที่บีทำ?" คริสเริ่มใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

                “อย่ามาใช้คำพูดปัญญาอ่อนเหมือนคนคิดไม่เป็นกับบี แค่เพราะอยากเอาชนะ"

                “แล้วที่เผาชุดทิ้งไม่ใช่เพราะอยากเอาชนะหรอกเหรอ?”

                “ยังคิดว่าบีทำอยู่อีกเหรอ?”

                “ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครทำหรอก แต่มันอยู่ที่ว่าบีไม่คิดจะรักษามันเลย!

                “พี่คริสรู้จักคำว่ารักษาด้วยเหรอวะ เห็นเอาแต่ทำลาย ไม่คิดว่าใครจะรู้สึกยังไง เห็นแก่ตัว!

                คริสคงไร้สติจะควบคุมตัวเอง ถึงได้เข้ามาตบหน้าบีด้วยอารมณ์โกรธ และบีก็เต็มใจเป็นที่รองรับอารมณ์ด้วยการยืนเฉยๆสำหรับบี แค่โดนตบหน้ามันเจ็บสู้ตอนโดนทำร้ายจิตใจไม่ได้เลย “ งั้นก็เผาทิ้งไปให้หมด จนกว่าจะพอใจ แล้วก็ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก”

                 "อย่ามาทำร้ายกันด้วยคำพูดและอย่าทำให้บีรู้สึกแย่กับพี่คริสไปมากกว่านี้”

                “ก็ถูกแล้วไง พี่ต้องการให้บีรู้สึกแย่กับพี่”

                “ยินดีด้วย เพราะมันได้ผล บีนึกว่าพี่คริสจะเข้าใจ นึกว่าจะเห็นอกเห็นใจกันและให้เกียรติกันมากกว่านี้ ที่ไหนได้—บีแค่โดนหลอก”

                "อ๋อเหรอ? เราแม่งก็หลอกกันเองทั้งคู่นั่นแหละ น่าผิดหวังดีไหมล่ะ ผลัดกันผิดหวังถือว่าแฟร์เกมสำหรับบีรึยัง?"

                “เออ ก็ดีที่ผิดหวัง จะได้ตาสว่างสักที” บีรวบตัวคริสเข้ามา ร่างเล็กไร้แรงกำลังจะต่อต้านร่างสูงที่ดูเหมือนกำลังโกรธอยู่เช่นกัน “รู้ไว้นะ ทำบีให้เจ็บแค่ไหน บีไม่เคยว่า แต่อย่ามาพูดว่าบีไม่รักษาความรู้สึกพี่คริสและบีก็ไม่ทำหรอกนะวิธีแก้แค้นสกปรกๆ แบบนั้นน่ะ!

                 คริสพยายามผลักบีออก  “ไปสักที”

                “เอาเลย จะเข้าใจยังไงก็เข้าใจไปเลย” บีผละออกมา อารมณ์โกรธปนน้อยใจทำให้น้ำตาเริ่มคลอ ทันทีที่หันหลังกลับ ในใจก็หวังว่าจะได้รับการฉุดรั้งอย่างที่เคยหวังไว้บ้าง แต่เปล่าเลยมันไม่เคยมี และบีทนไม่ไหวแล้วที่จะเก็บกลั้นความรู้สึกของตัวเองเอาไว้

                แมวมันไม่เหมือนคน มันรักก็แสดงออกว่ารัก โกรธก็แสดงออกว่าโกรธ มันไม่ซับซ้อนเหมือนมนุษย์หรือความสัมพันธ์ของเราหรอกบทสนทนาที่เคยเอ่ยเอาไว้หลังจากตื่นนอนบนเตียงเดียวกันลอยเข้ามาในหัวของบี นั่นสินะบีจะทำให้มันซับซ้อนไปทำไม ถ้ารู้ตัวว่ากำลังรักอะไร ทำไมบีต้องเก็บเป็นความลับ?

                คริสมองแผ่นหลังของบีกำลังเดินห่างออกไปช้าๆ พลางรู้สึกว่าไม่อยากให้แมวจรจัดตัวนี้จากไปท่ามกลางสถานการณ์เลวร้าย และบางที แมวจรจัดคงใจตรงกันกับมนุษย์ใจร้าย เมื่อมันย้อนกลับมา เพื่อรวบตัวเธอเข้าไปกอดและประทับจูบลงบนริมฝีปากอย่างดูดดื่มราวกับโหยหาจูบนี้มานานแสนนาน และมันไม่สามารถหาจากใครที่ไหนได้ นอกจากคริส

                “ทำบ้าอะไร?” เสียงแหบพร่าปนกระเส่าของคริสเอ่ยถามบี ในขณะที่ก็กำลังจูบตอบ

                “บีไม่รู้”

                ทั้งสองเริ่มโอบกอดกันอย่างแนบแน่น กระดุมเริ่มถูกปลดออกเร้าไปกับอารมณ์และความต้องการอันหักห้ามไม่ได้ “ทำทำไม?”

                “ไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น”


                ร่างเปลือยเปล่าโอบกอดกันอยู่บนเตียงเดิมที่เคยหนุนนอน ไม่มีเหตุผล ไม่มีที่มาที่ไป นอกจากสิ่งเดียวคือความต้องการอันยากเกินหักห้ามใจ ห้องแห่งความลับ เปิดรับความสัมพันธ์อันฉาบฉวยของพวกเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างเมื่อมันกำลังต้อนรับความรู้สึกที่เรียกว่า รัก เข้ามาด้วย เซ็กส์อันเร่าร้อนจบลงพร้อมกับความสัมพันธ์อะไรก็ไม่รู้ที่ไม่จบตาม ทุกอย่างกลับตาลปัตรราวกับหนังคนละม้วน และเป็นหนังที่ยังไม่มีวันจบ เสียงหอบหายใจและกลิ่นไวน์จากคริส ยิ่งทำให้บีใจสั่น ใบหน้ายามหลับตาพริ้มคือสิ่งที่บีอยากมองไปนานๆ


                หากนักทำลายล้างสองคนมาเจอกัน มันจะพากันทำลายจนพังพินาศ หรือพยายามเรียนรู้วิธีรักษา?


                “นี่มันบ้าอะไร?” คริสเอ่ย ทั้งๆ ที่หลับตา ทั้งที่กำลังพบเจอสถานการณ์เลวร้าย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกดีที่มีบีอยู่เคียงข้าง เมื่อก่อนเธออาจชอบเซ็กส์ของบี แต่สำหรับตอนนี้ เธอรู้สึกหลงรักแมวจรจัดขี้อ้อนตัวนี้เข้าให้แล้ว

                “ไม่ต้องหาเหตุผลแล้วมั้ง”

                “อีกเดี๋ยวก็ต้องแยกย้าย ช่างมันเถอะ”

                ตอนนั้นบีแค่สนใจพี่คริส แต่ตอนนี้บีอยากดูแล”

                “ว่าไงนะ?” คริสลืมตาขึ้นมา เพื่อมองบี มองแววตาคู่นั้นที่ยังจริงใจเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

                “บีว่า บีอยากดูแลพี่คริส”

                “ทั้งที่รู้ว่าพี่พร้อมจะฝากรอยเขี้ยวรอยเล็บให้บีได้ตลอดเวลาน่ะเหรอ?”

                “ถึงแมวสองตัวมันจะทะเลาะกันบ้าง แต่อย่างน้อยมันก็เข้าใจธรรมชาติของกันและกันนะ”

                “ไม่ต้องหรอกบี อยู่กับวทานิกาไปเถอะ มันคงไม่ทุกข์เท่าอยู่กับพี่หรอก” คริสพยายามจะพลิกตัวหันหนีไปอีกด้าน แต่บีรั้งไว้ด้วยการประคองใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ

                “ให้มีความสุขกับแพร บีเลือกมีความทุกข์อยู่กับพี่คริสดีกว่า” ไม่รู้ทำไม คริสรู้สึกได้ว่าถึงเธอจะโดนหลอกหรือโดนหักหลังจากอีกกี่เรื่องบนโลก แต่ประโยคที่บีพูดเมื่อครู่นี้คือความจริงที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา “พี่คริสพอจะรู้ไหม การพร้อมเผชิญความทุกข์ไปกับใครสักคนน่ะ มันหมายความว่ายังไง?”

                “บี อย่าพูดออกมานะ”

                “พี่คริสก็รู้หนิ ว่าบีจะพูดอะไร”

                “นั่นแหละ อย่าพูด”

                “งั้นหาอะไรมาปิดปากบีไว้สิ” บียิ้ม ก่อนจะรวบตัวคริสเข้ามากอด เพื่อไม่ให้เธอเหลือมือข้างใดปิดปากบีได้ “บีรัก...”

                “บอกว่าอย่าพูดไง”

                “บีรัก...”

                และสิ่งที่พอจะปิดปากบีได้ในตอนนี้คือ จูบ

 

.

 

               

                คุณบี พรุ่งนี้ผมขอคุยด้วยหน่อยสิครับ

 

                บีมาตามนัดของพีท ณ บาร์หรูแห่งหนึ่ง พีทนั่งรออยู่ก่อนแล้วที่โต๊ะโซนวีไอพีพร้อมกับเครื่องดื่มราคาแพง บีไม่รู้จุดประสงค์ในการพบเจอกันครั้งนี้ แม้ลองเดาใจคนมิติเดียวเช่นเขาก็ยังไม่ได้ผล ทันทีที่บีนั่งลง แก้วเครื่องดื่มก็ถูกเสิร์ฟโดยพนักงานทันที แต่บีโบกมือปฏิเสธมันไปและเอ่ยปากขอแค่น้ำเปล่า เสียงหัวเราะของพีทดังขึ้น เขาส่งยิ้มหล่อเหลาและเลื่อนมันมาให้บีตามเดิม

                “ดื่มเถอะครับ คืนนี้ไม่มีเกมจับโกหกระหว่างเราแน่นอน”

                พีทยังจำเกมบ้าๆ ที่เพื่อนของคริสเคยใช้หักหน้าบีได้ “นึกว่าลืมไปแล้ว ว่าฉันเคยถูกกล่าวหาว่ากำลังจะผิดศีลข้อสาม”

                “ผมไม่ลืมหรอกครับ ผมจำเก่งจะตาย” เขาหัวเราะ “แล้วก็ไม่คิดด้วยซ้ำ ว่าคุณจะผิดศีลข้อนั้นจริงๆ”

                “แต่วันนั้นฉันเลือกที่จะดื่มนะคะ”

                “คุณแค่ดื่มประชดไปอย่างนั้นแหละ”

                บียังจำวินาทีที่กลืนความลับลงไปเพราะมันคือความจริงได้อยู่ ความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ความลับจะยังคงเป็นความลับ “เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ”

                “ได้ข่าวว่าคุณกลับไปทำงานให้วทานิกาแล้ว”

                บีไม่แปลกใจเท่าไหร่ เมื่อพีทชวนคุยเรื่องนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาต้องรู้ “ใช่ค่ะ”

                “คุณจะพูดแค่นี้?”

                “แล้วฉันต้องพูดอะไรคะ คุณคาดหวังว่าอยากจะฟังอะไร?”

                “เหตุผล”

                “ขอให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวได้ไหม?”

                พีทถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ “จริงๆ แล้วผมไม่อยากยุ่งหรอกนะ แต่ผมว่าคุณควรใตร่ตรองให้ดีก่อนคิดจะทำอะไร เพราะเรื่องนี้มันละเอียดอ่อน มันมีผลกระทบกับคริส ผมเป็นห่วงเธอ"

                “ฉันคิดเองเป็นค่ะ ฉันรู้ว่าต้องเจอกับอะไรและควรรับมือยังไงและกับคุณคริส ให้ถือว่าเป็นเรื่องของเราสองคนดีกว่า เพราะคุณคริสรู้ดี ว่าเพราะอะไรฉันถึงออกมาจาก secret weapon"

                "พอเป็นไปได้ไหม ที่คุณจะบอกผม"

                “ถ้าคุณคริสไม่บอกคุณ นั่นแสดงว่า เธอไม่อยากให้คุณรู้”

                “ผมว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรปิดบังกัน”

                “ทุกคนมีสิทธิปิดบังทั้งนั้นแหละค่ะ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ยิ่งคุณเป็นแฟนคุณคริส คุณยิ่งต้องพิจารณาตัวเองนะคะ ว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกคุณ”

                “นั่นสินะ หรือผมรู้จักสีเทาอย่างคริสไม่ดีพอ?”

                “บนโลกนี้ไม่มีใครรู้จักกันดีพอหรอกค่ะ แม้แต่คนที่เราคิดว่ารู้จักดีที่สุดก็ต้องมีมุมมืดบางมุมที่ไม่อยากแสดงออกมาให้ใครเห็น”

                “ช่วยบอกผมเถอะ ว่าเพราะอะไร” พีทขอร้องอีกครั้ง แม้ใบหน้าจะยิ้มแต่แววตากลับเศร้าหมอง เขาคงเหนื่อยมากแล้วกับการรักแมวสาวจอมหยิ่งอย่างคริส จนต้องขอความช่วยเหลือจากบี  “ตั้งแต่ที่คุณเข้ามา ตั้งใจทำงานและทำตัวน่าไว้ใจ จนกระทั่งจู่ๆ คุณก็ออกไปและชุดฟินาเล่ชุดนั้นที่คุณเคยใส่ก็ถูกเผา คุณกำลังทำให้ secret  weapon ตกที่นั่งลำบากเพราะวิธีสกปรกของคุณกับวทานิกา ถ้าคุณอยากชนะ กรุณาช่วยใช้วิธีที่ดีกว่านี้เถอะครับ ถือว่าผมขอร้องในฐานะคนเคยทำงานร่วมกันก็ได้ แล้วก็บอกทีเถอะ...ว่าเพราะอะไรคุณถึงต้องหักหลัง secret weapon?”

                “ดูเหมือนคุณรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้วนี่คะ จะถามฉันให้เสียเวลาทำไม?”

                "โอเค ถ้าคุณไม่ปฏิเสธอะไร ผมก็จะเข้าใจตามนี้” พีทพยักหน้าเข้าใจ พร้อมกับแววตาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิมจนบีรู้สึกได้ “ถ้าคุณคิดดีแล้ว ก็ช่วยกลับไปอยู่กับวทานิกาให้นานๆ และช่วยออกไปให้พ้นจาก secret  weapon และอย่ากลับมาเพื่อสร้างปัญหาอีก เพราะผมรู้สึกว่า การกลืนน้ำลายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันเป็นเรื่องน่าสมเพช ยิ่งสิ่งที่คุณทำไว้...ผมยิ่งรู้สึกละอายใจแทน”

                บีมองพีทอย่างพิจารณา ก่อนจะรู้สึกแปลกๆ เมื่อได้มองแววตาคู่นั้น “ไม่มั่นใจแล้วสิ ว่าคุณมีมิติเดียวจริงๆ”

                “ผมหมดเรื่องคุยกับคุณแล้วครับ ขอโทษที่รบกวนเวลา”

                “ลาก่อนค่ะ” บีส่งยิ้มให้พีท และเดินจากมา ก่อนที่สมองกำลังประมวลผลว่าควรทำอย่างไรต่อเมื่อได้เห็นท่าทีของพีทเมื่อครู่นี้ท่าทีราวกับไม่ใช่พีทคนเดิมที่เคยรู้จัก เพราะบีมองเห็นอีกหลายมิติในประโยคสุดท้ายที่เขาพูดออกมา

               

 

 

                พีทยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เพื่อรอคอยการมาของใครบางคน ทันทีที่เรียวขาสวยก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงกระทบพื้นของส้นสูงสีแดง พีทมองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

                “ไฮ พีท” วทานิกาเอ่ยทักทาย

                “สวัสดีครับ”

               

 


 -------------------------------------------------



สวัสดีจ้า :)

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

284 ความคิดเห็น

  1. #190 Mesajessjess (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 00:15
    ชอบเรื่องนี้มากเลย เดาทางไม่ถูก หน่วงมาก แต่รู้สึกถึงความหนีความจริง และฉันว่าพีทร้ายมานานแล้ว
    #190
    0
  2. #185 2mate (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 01:05
    ทีแรกรู้สึกไม่ดีล้ะตอนบีกับพี่คริสทะเลาะกันอีกแล้ว แต่พอบีหันกลับมาหาแล้วพี่คริสก็เดินไปหาบี นี่กรี๊ดมากก

    ตอนบีจะบอกรักพี่คริสแล้วคริสปิดปากบีคือไม่ไหวกับฉากนี้ น่ารักมาก เขินมากกค่ะฮือ

    นั่นไงพีทจริงด้วย..งูพิษที่แท้จริงงง

    รอนะคะไรททท์ <3
    #185
    0
  3. #184 napa__ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 01:56
    พีท!! ชั๊นเดาเธอไม่ผิดดดด.. รว้ายยยนักก!!!!!!
    #184
    0
  4. #182 ploychy402 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 12:44
    ว่าแล้ว พีทต้องรู้จักกับวทานิกา สุดท้ายแมวจรจัดก้อกลับมาหาคนรักของมัน งื้ออออ
    #182
    0
  5. #181 k50245 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:04

    -พีท!!!! รู้สึกของขึ้นมากๆเลยค่ะ มาทำร้ายทั้งคุณคริสกับเจ้าแมวจรจัดของเขาได้ยังไงกัน! ปล.เจ้าแมวจรจัดกับเจ้าแมวจอมหยิ่งนี่น่ารักนะคะ ทั้งสองอาจจะไม่รู้ตัวว่าเวลาอยู่ด้วยกันจริงๆแล้วน่ารักขนาดไหน .//.

    #181
    0
  6. #180 pwrbc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:59
    พีทเลวแน่ๆ ต้องใช่แน่ๆๆๆๆ //แงหนักหน่วงอีกแล้ว แมวจรจดทั้งสองงง
    #180
    0
  7. #179 Ryojin29 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:10
    เนี่ยๆๆๆๆ จะตีอิพีท บังอาจทำคุณคริสโกรธ (รึเปล่า?)
    #179
    0
  8. #178 summerboy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:10
    งืออง้อกันบนเตียงเขิลลลล อิพีทนี่มันคิดจะทำอะไรคะรอตอนต่อไปนะคะไรท์
    #178
    0
  9. #176 Realcatoon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 22:05
    อิพีท แกมันร้ายฉันรู้!!!!!

    ปล. ชอบมากได้กันบ่อยๆไปเล้ยยยย
    (มาอัพบ่อยๆนะพรี่นิ อย่าหายหลายเดือนอิกนะ)
    #176
    0
  10. #175 อะไรเข้ๆ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:57
    ขุ่นพระ!!!!!อิพีทททททททททททท
    #175
    0
  11. #174 4530656 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:31
    ตอนจบนี่กระตุ้นต่อม-สุดๆเลย อยากรู้แล้ววว
    #174
    0
  12. #173 Horizon-i (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:15
    อีพีทร้ายสุด ไรท์อย่าใจร้ายหน่วงไปหมดอยากให้เข้าใจกันเร็วๆเค้าสองคนเหมือนก้อนหินแต่ความจริงเป็นแค่ไข่เปราะบางทั้งคู่
    #173
    0
  13. #172 Mayyblack (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:10
    ม้นจริงงงงๆๆๆๆเลยค่าาาา แซ่บบลืมมม
    #172
    0
  14. #171 Nachachaya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:07

    ไรท์ปล่อยระเบิดความอยากรู้ไว้ให้ อุ้ย

    #171
    0
  15. #170 homesixth (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:59
    นี่ไม่ไว้ใจพีทแต่แรกเลย..
    อย่าไล่แมวจรเลยนะ ถ้าเขารักก็จะไม่ไปไหนหรอก
    #170
    0
  16. #169 Ttlobc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:51
    หืมมม! พีทกับวทานิกา?!?!?
    #169
    0
  17. #168 judasfxckws (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:09
    ขอบคุณที่มาอัพนะคะ ชอบมากๆเลยย :)
    #168
    0