Shhhh ! (beexcris)

ตอนที่ 8 : Episode 7 : The deep Indigo

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61





Episode 7 : The deep Indigo




คริสไม่มีเวลามากนักในการมาตามนัดใครก็ตาม ซึ่งพีทรวมเป็นหนึ่งในนั้น ชั่งใจอยู่นานว่าจะเสียสละเวลาพักผ่อนอันมีค่าเพื่อมาพบแฟนหนุ่มดีหรือไม่ เธอรู้สึกว่าช่วงนี้เขาเอาแต่ใจ เหมือนสุนัขอยากได้ความรักจากเจ้าของ แต่เรื่องรกใจและรกสมองที่กำลังเผชิญตัดสินให้ว่าคริสควรเลิกทำตัวเป็นแมวจอมหยิ่ง เพราะอย่างน้อยการได้นั่งกินอาหารอร่อยๆ และฟังพีทเล่านู่นเล่านี่ให้ฟังอาจทำให้ผ่อนคลายได้บ้าง

คุณสนใจอยากรู้ความลับของผมไหม?

คริสไม่ได้มาตามนัดเพื่อฟังความลับของพีท เพราะเธอรู้ว่าเขาไม่เคยมีมัน ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาขายความลับอะไรให้ secret  weapon เธอไม่เคยปรารถนาจะรู้ความลับของใครอยู่แล้ว นอกจากคู่แข่งคนสำคัญอย่างวทานิกา

 

“โอเคไหมครับคุณ?” พีทเอ่ยถามเมื่อคริสนั่งลงโดยปราศจากการทักทายเพราะมีชื่อของวทานิกาอยู่ในหัว

“โอเคค่ะ” คริสส่งยิ้มบางๆ เมื่อทิ้งเรื่องรกสมองจึงสังเกตว่าร้านอาหารร้านนี้หรูหราและแปลกตากว่าร้านอาหารมื้อเย็นมื้ออื่น “ทำไมมาร้านนี้คะ?”

พีทมองบรรยากาศ และยิ้มอย่างพอใจ “เผื่อจะทำให้คุณอารมณ์ดีไงล่ะ คุณชอบไหม?”

คริสพยักหน้า แม้ประหลาดใจแต่ไม่ใช่ประเด็นต้องเก็บมาคิด เธออยากให้มื้อเย็นมื้อนี้ผ่านไปสมดั่งใจเขา เพราะเธอจะได้กลับไปทำงานต่อสักที—แต่ความประหลาดใจยังไม่จบ เมื่อจู่ๆ ดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ก็ถูกส่งมาโดยพนักงาน คริสรับไว้แบบงงๆ และเอ่ยถามพีททางสายตาว่าคือของเขารึเปล่า? แน่นอนว่าเขาพยักหน้า “เนื่องในโอกาสอะไรคะ?”

“ผมเคยให้ดอกไม้คุณแบบมีเหตุผลด้วยเหรอ?”

“ขอบคุณค่ะ” คริสวางดอกไม้ไว้บนโต๊ะ มองรอยยิ้มจริงใจของพีท ไม่ปฏิเสธว่าวันนี้เขาทำให้เธอรู้สึกดี

“จริงสิ เรื่องความลับที่ผมขายให้ secret weapon น่ะ คุณอยากรู้ไหมครับ?” เขาเปลี่ยนเรื่องพลางยกไวน์ขึ้นมาจิบ

“คริสไม่ชอบรู้ความลับของใคร”

“แม้แต่ของผมน่ะเหรอ?” เขาทำหน้างอแง “แต่คุณมาตามนัด แสดงว่าคุณก็อยากรู้บ้างแหละ ใช่ไหมครับ?”

เธอท้อใจที่จะทำให้แฟนหนุ่มเชื่อ “คุณไม่ต้องบอกก็ได้นะ เพราะคริสไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น มันก็แค่แคมเปญขายความลับสนุกๆ เอง ถ้าคุณสนุกก็ดีใจด้วยค่ะ”

“แต่ผมอยากบอก” พีทท้าวแขนลงกับโต๊ะ ขยับตัวเข้ามาใกล้ๆ และเอ่ยประโยคต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นราวกับไม่ใช่เขาคนเดิม “เพราะความลับมันไม่มีในโลก—คุณว่าไหม?”

 

ความรู้สึกที่มองพีทด้วยความสบายใจเมื่อครู่กลับตาลปัตร คนมีมิติเดียว แถมไม่มีพิษมีภัยกับใครหายไปจากตัวของเขา บวกกับจู่ๆ ก็รู้สึกใจหวิว เมื่อเขาส่งสัญญาณว่ากำลังรับรู้ความลับอะไรบางอย่างจนต้องหลบสายตา—พีทรู้อะไรรึเปล่า? สมองเริ่มประมวลผลอัตโนมัติ และสิ่งที่คริสปิดบังพีทเอาไว้มีเพียงเรื่องเดียวคือเรื่อง บี

พิรุธคือจุดอ่อนของการเก็บความลับ คริสบอกตัวเองว่าบางทีเธออาจคิดมากไปเกินไป

 

“คงงั้นมั้งคะ” เธอกลบเกลื่อนด้วยการยกไวน์ขึ้นจิบและสนใจอาหารตรงหน้าแทน

“ผมแค่รู้สึกว่าไม่มีอะไรที่คนเราสามารถปกปิดได้ตลอดชีวิต—การที่เรามั่นใจมากๆ ว่าความลับจะเป็นความลับตลอดไป บางทีมันอาจจะเปิดเผยออกมาแบบไม่รู้ตัวก็ได้" พีทยังคงพูดถึงความลับอะไรสักอย่าง และแย่มากที่ร่างกายและความรู้สึกของคริสกำลังตอบสนองด้วยการแสดงพิรุธ "ผมเริ่มเข้าใจแล้วนะ ว่าทำไมคุณทำคอนเซ็ปต์ secret ได้ออกมาสมบูรณ์แบบขนาดนี้"

“คุณจะสื่ออะไรคะ?”

“คุณรู้อยู่แก่ใจ”

คริสเริ่มมั่นใจว่าพีทล่วงรู้ความลับบางอย่างที่เธอปกปิดไว้จริงๆ "—หมายถึงคริสกำลังมีความลับกับคุณเหรอ?”

“มีไหมล่ะครับ?”

“เริ่มไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพูดแล้ว” ถ้านี่คืออาการร้อนรนของคนมีความลับ คริสก็เห็นด้วย เพราะร่างกายกำลังสั่งการโดยให้เธอใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ สองมือเกิดสั่นขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพีทรู้อะไรมา และตอนนี้คริสกำลังนึกถึงบี นึกถึงคำถามที่หล่อนเคยถามเป็นประจำเมื่อได้เจอกันในช่วงเวลาไม่เป็นใจ

 

พี่คริสกลัวเหรอ?

ใช่—ตอนนี้คริสกำลังกลัว

 

คริสทำพลาดตรงไหนรึเปล่า บีเผลอพูดอะไรออกไป หรือพีทแอบเห็นอะไร? คำถามมากมายกรูเข้ามาในหัวจนร้อนรน

“ไม่เป็นไร ความลับของคุณน่ะเอาไว้ก่อน มารู้ความลับของผมดีกว่า” พีทเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงราวกับคนละคน และที่สำคัญรอยยิ้มจริงใจของเขาได้หายไปแล้ว เหลือเพียงใบหน้าจริงจัง เคร่งขรึม ที่คริสไม่เคยพบเจอมาก่อน "ตั้งสติแล้วค่อยๆ ฟังทีละคำนะครับ ผมอยากให้คุณได้ยินมันอย่างชัดเจนที่สุด”

"ไม่เข้าใจ คุณกำลังจะพูดอะไร"

“พูดความจริงไงครับ มันคงถึงเวลาแล้ว”

พีทลุกขึ้น เดินตรงเข้ามาหาช้าๆ ยิ่งเขาเข้ามาใกล้ สิ่งที่เรียกว่าพิรุธก็ยิ่งอยากแสดงตัว แม้พยายามกำมือและจิกมันไว้ที่ต้นขา แต่เธอไม่สามารถห้ามไม่ให้มันสั่น ยิ่งหันไปเจอสายตาจับจ้องราวกับคริสเป็นผู้ร้ายที่มีความผิดมหันต์ เธอก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกคริสกำลังกลัว คริสยอมรับกับตัวเองและกับบี และจู่ๆ ก็เกิดความคิดที่ว่าอยากจบความรู้สึกกดดันนี้สักที

"ผมต้องการบอกความลับที่ผมรู้" ดูเหมือนพีทกำลังล้วงอะไรออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แต่แล้วสัญชาตญาณการเอาตัวรอดต่อสู้กับพิรุธด้วยการให้คริสลุกขึ้น เพื่อหนีไปจากตรงนั้น เธอเกลียดสภาวะกดดันไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เพราะมันเป็นจุดอ่อนที่แก้ไขไม่ได้ของเธอ

“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” คริสเดินออกมาโดยไม่รอให้พีทพูดอะไร คริสคงเกลียดตัวเองไม่น้อย หากความลับที่เก็บซ่อนไว้ถูกเปิดเผยเพราะตัวเธอเอง

 

พรึ่บ!

ไฟในร้านอาหารก็ดับลงจนมืดสนิท สองเท้าของคริสหยุดชะงักเมื่อรู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เสียงไวโอลินดังขึ้นพร้อมกับไฟจากเชิงเทียน ชายหนุ่มในชุดทักซิโด้กำลังบรรเลงมันด้วยบทเพลงหวานซึ้ง พนักงานต่างพากันยืนล้อมรอบ และส่งยิ้มที่คริสไม่เข้าใจ

“นี่แหละความลับของผม”

คริสหันกลับมา และพบเรื่องที่ไม่คาดคิดจะว่าได้เจอ "พีท"

“แต่งงานกับผมนะครับคริส”

เขายื่นแหวนเพชรที่หยิบออกมาจากกล่อง พร้อมกับเสียงจุดพลุเฉลิมฉลองเรื่องน่ายินดีดังทั่วร้าน ลูกทีมของ secret weapon ออกมาจากอีกมุมและส่งเสียงเชียร์ให้คริสตอบตกลง—ความลับของพีทถูกเซ็ทไว้หมดแล้ว ความลับที่ไม่มีจริงและเป็นเพียงการแสดง พีทก็ยังเป็นพีท เป็นคนมิติเดียวที่ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล แต่สิ่งหนึ่งที่คริสไม่เข้าใจ คือทำไมเธอต้องกลัวความลับถูกเปิดเผยจนรนรานไม่เป็นตัวของตัวเอง ทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน—เพราะความกลัว เพราะความเห็นแก่ตัว หรือเพราะตั้งแต่บีก้าวเข้ามา

แต่ที่แน่ๆ คือพีทไม่มีความลับกับเธอ และพีทก็ยังไม่รู้ความลับที่ซ่อนไว้ และไม่ว่าอย่างไร พีทจะต้องไม่รู้

"ว่าไงครับ?" พีทถามย้ำ "แต่งงานกับผมไหม?"

คริสยังไม่ตอบ เพียงแค่ยืนมองดูเหตุการณ์แบบอึ้งๆ ยอมรับว่ากำลังไปไม่เป็น และความรู้มากมายกำลังตีกัน

ราวกับพีทมีความหวังว่าคริสต้องตอบตกลง ณ ตอนนี้ทันที แต่เมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนแน่นิ่ง ไม่มีปฏิกิริยาใดตอบสนอง เหมือนไม่ประทับใจในการแสดงออกทางความรักครั้งนี้ เขาจึงไม่ยอมแพ้และนั่งลงคุกเข่าเหมือนฉากหวานซึ้งในละครอย่างที่ผู้หญิงทุกคนต้องการ

 “เราหมั้นกันมาสักพักแล้วนะ อาจจะไม่นานมาก แต่ผมว่ามันนานพอให้เราใช้ชีวิตร่วมกันได้แล้ว ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยอยู่คนเดียว ผมอยากเหนื่อยไปกับคุณ ผมอยากให้คุณเปิดรับผมเข้าไปในชีวิต ผมพร้อมจะสู้ไปกับทุกปัญหาที่คุณเจอ เพราะฉะนั้น แต่งงานกับผมได้ไหม ถ้าคุณสวมแหวนแต่งงานวงนี้ มันจะเป็นเกียรติกับผู้ชายธรรมดาอย่างผมมากๆ”

คริสมองแหวนหมั้นที่กำลังสวมใส่ สลับกับแหวนแต่งงานในอนาคตที่พีทยื่นมาให้—ทำไมถึงยอมให้แหวนบ้าๆ มากำหนดกฎเกณฑ์ว่าเธอควรทำตัวอย่างไรอะไรในความสัมพันธ์นี้ด้วย? พันธนาการอันแน่นหนาราวกับใช้เชือกตรวนมาผูกมัดเกิดขึ้นเพราะแหวนของเขา พันธนาการที่คริสไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ารับมันเข้ามาสร้างเงื่อนไขให้กับชีวิตทำไม หากต้องการเผชิญหน้ากับปัญหาไปพร้อมๆ กัน มันจำเป็นต้องจบลงด้วยการแต่งงานงั้นเหรอ? น่าแปลกที่คริสไม่รู้สึกอินกับบรรยากาศโรแมนติกที่เขาสร้างขึ้นมา เพราะมันทำให้คำพูดที่เอ่ยดูปลอมราวกับถูกประดิษฐ์ ราวกับเป็นสคริปแห่งรักที่เขาสามารถนำไปพูดกับใครที่ไหนก็ได้

คริสควรตกลง เพราะพีทคือความรักใช่ไหม? แต่ความรักเป็นอย่างไรคริสยังไม่รู้เลย

 

อย่ารักใครเลยนะพี่คริส การไม่รักใครมันดีกว่าจริงๆ —แมวจรจัดเคยบอกไว้แบบนั้น เพราะรักมาพร้อมเงื่อนไขและพันธนาการแบบนี้เองสินะ มันถึงยอมทำตัวเป็นแมวไร้เจ้าของมาตั้งนาน

 

คริสจับมือของแฟนหนุ่ม ประคองให้เขาลุกขึ้น จ้องมองเข้าไปในแววตาซื่อสัตย์บริสุทธิ์พลางรู้สึกผิดในใจไปพร้อมๆ กัน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมสวมแหวนแต่งงานทั้งๆ ที่หาเหตุผลไม่ได้ว่าสวมมันเพื่ออะไร “พีทคะ มันยังไม่ใช่ตอนนี้”

“ผมเข้าใจว่าตอนนี้คุณกำลังเจอกับอะไรอยู่ แต่มันคนละเรื่องกันนะ” เขาพยายามหาเหตุผลเพื่อทำให้เธอตอบตกลงให้ได้ 

“มันยังไม่ใช่ตอนนี้จริงๆ ค่ะพีท”

“ต้องรอให้คุณชนะวทานิกาก่อนเหรอครับ?” พีทเอ่ยเชิงตัดพ้อ

คริสพยายามใจเย็นด้วยการตรงเข้าไปโอบกอดเขาไว้ ก่อนจะเอ่ยคำตัดสินใจ “ช่วยรอก่อนได้ไหมคะ?”

สิ้นประโยค พีทรู้ทันทีว่ากำลังถูกปฏิเสธ บางทีเขาอาจต้องทำความเข้าใจธรรมชาติของแมวสาวจอมหยิ่งตัวนี้ซะใหม่ เขาคงต้องรอตามที่เธอขอแม้ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนก็ตาม เขากอดเธอตอบ ทั้งสองกอดกันอย่างเข้าใจว่าอะไรคือความต้องการของกันและกัน—แล้วความลับของพีทคงจบลงที่คริสปฏิเสธแหวนแต่งงานวงนั้น

พีทยังเป็นคนที่ไว้ใจได้เสมอ แม้แต่ในวันที่คริสเริ่มไม่ไว้ใจตัวเอง

คริสอาจสวมแหวนแห่งพันธนาการวงนั้น คงอีกไม่นานนัก—ไม่ใช่จนกว่าจะชนะวทานิกา แต่คงจนกว่าแมวจรจัดตัวนั้นจะจากไปในที่แสนไกล และไม่หวนกลับมาหาเธออีก หากวันนั้นมาถึง ความลับที่ถูกซ่อนไว้ จะตายไปพร้อมการจากลาของบี ความรู้สึกของการรู้ว่าความลับกำลังจะถูกเปิดเผย มันเลวร้ายเกินไปจนคริสอยากจบมัน

 

 

 

 

คริสฟุบหลับอยู่บนโต๊ะทำงาน คิ้วสองข้างยังขมวดเป็นปมราวกับเธอไม่เคยหลับใหลและในหัวยังคิดหาทางออกให้ปัญหาตลอดเวลา แบบชุดที่วาดร่างไว้วางกองกระจายเต็มโต๊ะ แฟ้มงานต่างๆ วางไม่เป็นตำแหน่ง ราวกับไม่ใช่การทำงานของเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ตัวแม่ที่ใครๆ รู้จัก—สองมือของใครบางคนกำลังก้มลงเก็บมันให้เป็นระเบียบมากที่สุดโดยไม่รบกวนเวลานอนหลับที่รู้ว่ามีค่าสำหรับเธอ

“ใคร!” คริสสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงการมาเยือนของคนแปลกหน้า เธอรีบคว้าไม้บรรทัดเหล็กขึ้นมาง้างไว้เตรียมป้องกันตัว

“ใจเย็นๆ นี่บีเอง” เสียงตอบรับทำให้เธอค่อยๆ ลดมือลง

คริสถอนหายใจเฮือกใหญ่และพยายามตั้งสติ บางทีเธอต้องหัดควบคุมอารมณ์และความคิดให้เก่งกว่านี้ หากต้องการจัดการปัญหาทุกอย่างและจัดการกับวทานิกา เธอเกลียดสภาวะกดดันที่กำลังเผชิญอยู่เพราะมันส่งผลกระทบกับชีวิตของเธอเกินไป "บอกแล้วใช่ไหม ว่าจะมาให้บอกก่อน”

“ตอนแรกจะโทรหา แต่ประตูไม่ได้ล็อคก็เลยเข้ามา” บีพยายามสังเกตอาการของคนตรงหน้า และพบความผิดปกติมากมายในแววตาคู่นั้น “นี่ไม่โอเคใช่ไหม?”

“เปล่า” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามหยุดคิดเรื่องที่กังวล "มาทำไม?”

“มาดูแล” คริสอยากให้บีพูดทีเล่นทีจริงเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่ราวกับต้องการบอกว่าเป็นห่วงจริงๆ ด้วยสีหน้าและแววตาที่มองแล้วชวนให้ใจอ่อน

“ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร”

“งานกองระเนระนาดแบบนี้ดูก็รู้ นี่ไม่ใช่พี่คริสเลยนะ”

บีก้มลงเก็บเศษขยะและจัดทุกอย่างให้เป็นระเบียบโดยคริสไม่ได้เอ่ยปากขอร้อง —ปกติแมวจรจัดเคยสนใจใครที่ไหนนอกจากความต้องการของตัวเอง แต่ทำไมบทมันจะอ้อนที มันก็อ้อนจนคริสแทบไปไม่เป็น หากเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีกับใครแน่ๆ บีควรอยู่ให้ห่างเธอไว้ ควรเป็นบีคนเดิมที่ไม่เคยคิดเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร ไม่ใช่ทำตัวให้คริสหวั่นไหวแบบนี้เพื่อให้คริสรัก ทั้งๆ ที่ไม่มีทางเป็นไปได้

เพราะหากคริสรักแมวจรจัดขึ้นมาคริสจะทำอย่างไรหากวันนึงมันหนีไปอย่างไม่ใยดี

“แล้วแต่ ขี้เกียจเถียงด้วย” คริสหยิบปากกา เตรียมตัวทำงานต่อทั้งที่ยังงัวเงีย แต่บีรู้ดีว่าคริสควรพัก จึงถือวิสาสะดึงปากกาออกมาแม้จะทำให้คนอายุมากกว่าต้องหงุดหงิดใจ

“พรุ่งนี้บีต้องกลับไปทำงานกับแพรแล้ว”

“จะมาลาเหรอ มีมารยาทดีนะเรา” คริสแสร้งยิ้มยียวนและแสร้งทำว่าเข้าใจ “ขอปากกาคืนด้วย”

“ถ้ายังไม่เลิกกวนประสาท บีจับมาจูบอย่าว่ากันนะ” บีตรงเข้ามารวบตัวคริสไว้อย่างไม่รอช้า เผื่อจะทำให้เธอสงบสติอารมณ์ลงบ้าง เธอพยายามผลักบีออกแต่มีเหรอที่หล่อนจะยอม เด็กคนนี้ชอบเอาชนะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บีคงเป็นคนเดียวที่เธอขี้เกียจสู้รบปรบมือด้วย ทั้งๆ ที่มีโอกาสชนะ เพราะตอนนี้เธอเหนื่อยเกินไป—สุดท้ายก็จบลงตรงที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงกว่าอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง "ถ้าไม่ไหวก็พักบ้างเถอะ ป่วยขึ้นมา จะสู้กับแพรได้ยังไง?”

ทั้งที่สมองสั่งให้ผลักไส แต่ทำไมคริสจึงต่อต้านสัมผัสที่บีมอบให้ไม่ได้เลยสักครั้ง?  “บี พี่โตแล้ว”

“น่าอายไหมล่ะ โตแล้วต้องให้เด็กสอน?” คริสทำอะไรไม่ได้นอกจากหยิกบีแรงๆ หนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้—หากทั้งสองสังเกตการกระทำที่เกิดขึ้นคงรู้ได้ทันทีว่าความสนิทสนมากกว่าเดิมมันเป็นอย่างไร ในห้องแห่งความลับที่ใช้พบเจอกันเมื่อเหงาใจมันเริ่มมีบางสิ่งบางอย่างคลืบคลานเข้ามา

สำหรับบี มันจะเรียกว่าอะไรหล่อนก็ไม่สน แต่สำหรับคริส เธอภาวนาขอให้มันไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าความรัก แม้ตอนนี้ทั้งสองจะปฏิเสธว่ามันไม่ใช่ แต่ความรักมักจะมาให้เห็นแบบไม่รู้ตัวทั้งนั้น หากความลับมีวันเปิดเผยได้ ความรักก็คงไม่ต่างกัน—เพราะไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกอะไร เพราะไม่อยากรับใครเข้ามาเป็นภาระหัวใจ ด้วยเหตุนี้ คริสจึงอยากให้บีรีบจากไป ไม่ควรมีสิ่งใดถูกเปิดเผยทั้งสิ้น ทั้งความลับและความรู้สึก

“เลิกเก็บทุกอย่างไว้ในใจสักทีได้ไหม ถ้าไว้ใจกัน มีอะไรก็บอกกันสิ” บีเอ่ยกับคนในอ้อมกอด

“ถามจริงๆ นะ” ร่างเล็กเงยหน้ามองร่างสูง “แน่ใจใช่ไหมว่าจะทำแบบนี้ ทำไมต้องอยากให้พี่ชนะ มีเหตุผลอะไร?”

บีนิ่งไปเพียงครู่ ราวกับพยายามหาคำตอบที่ดีที่สุดแต่ก็ไม่เจอ “บีก็แค่อยากให้ชนะ เหตุผลมีเท่านี้”

เริ่มรู้สึกแล้วล่ะว่าอะไรๆ มันกำลังเปลี่ยนไป—ตั้งแต่วันที่บีก้าวเข้ามาใน secret weapon ตั้งแต่ทั้งสองเลิกหลบซ่อนและสามารถใกล้ชิดกันได้โดยไม่ต้องมีใครสงสัย ตั้งแต่ได้เริ่มรู้จักตัวตนของกันและกันจริงๆ แบบไม่ต้องพยายาม ตั้งแต่ตอนนั้น หรือตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครแน่ใจ คริสบอกกับตัวเองว่าไม่ควรรักและไม่ควรไว้ใจแมวจรจัดจอมเจ้าเล่ห์ตัวนี้ แต่ทุกครั้งที่เธอปล่อยมันจากไป มันจะกลับมาหาราวกับเธอคือบ้านอันแสนอบอุ่นและปลอดภัย ไม่ใช่แค่มาเพื่อต้องการอาหารยามหิว

อย่ารักบี เพราะบีก็จะไม่รักพี่คริสเหมือนกัน—เพราะบีเคยบอกไว้ คริสจึงไม่เข้าใจว่าการเป็นห่วงเป็นใยหรือออดอ้อนที่แสดงออกมาเกิดจากความรู้สึกใดกันแน่—เพราะรักหรือแค่รู้สึกดี? แต่มิติอันซับซ้อนของบีไม่สำคัญเท่ากับบีกลายเป็นคนที่คริสไว้ใจไปแล้ว—คริสไว้ใจบีทั้งๆ ที่ไม่เคยไว้ใจใคร จนแทบไม่เหลือความคิดที่ว่าจะโดนหักหลังอีกเลย ทุกอย่างมันควรหยุดอยู่แค่นี้ บีควรเป็นแค่คนที่คริสไว้ใจ มันไม่เป็นผลดีกับใครหากยังถลำลึก นี่คือความสัมพันธ์แค่ชั่วคราว ทุกอย่างไม่คงอยู่ตลอดไป จบตอนนี้ดีกว่าเอาความรู้สึกไปเสี่ยงให้ใจช้ำ และไม่ว่าอย่างไร ทั้งสองจะไม่มีวันรักกัน

คริสค่อยๆ คลายออกจากอ้อมกอดและย้ายตัวไปนั่งบนโซฟา บีตามไปนั่งลงข้าง จัดผมที่ปรกใบหน้าให้เธอราวกับแมวขี้อ้อนต้องการคลอเคลียตามเคย

"ที่จะไปนิวยอร์กน่ะ เตรียมตัวรึยัง?" คริสเปิดประเด็น "พี่ว่าบีรีบไปให้เร็วที่สุดก็จะดีนะ อย่าจมปลักอยู่กับการชิงดีชิงเด่นของวงการแฟชั่นที่นี่เลย"

"บียังไม่ได้เตรียมอะไรเลย" บีตอบราวกับว่าจะไม่ไปจากที่นี่ ราวกับรู้ว่าสักวันหนึ่งคริสต้องเอ่ยปากรั้งไว้

"เหลืออีกสามอาทิตย์เองนะ"

"รู้สึกเหมือนกำลังโดนไล่" คริสไม่ได้เจตนาแบบนั้น แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นและการไม่ปฏิเสธเป็นคำตอบที่ดังที่สุดสำหรับบี "ไม่ว่าบีจะทำยังไง พี่คริสก็คงไม่รั้งให้บีอยู่สินะ"

"พี่จะรั้งบีไปทำไม?"

"ไม่รู้สิ บางทีการที่เราได้ใกล้กันมากขึ้น อาจทำให้พี่คริสรู้สึกกับบีมากกว่าเดิม และบางทีพี่คริสอาจรู้สึกก็ได้ว่าการมีบีในชีวิตมันก็โอเคเหมือนกัน” ยิ่งบีพูดง่ายๆ ราวกับความรู้สึกเป็นเรื่องเล่น  คริสยิ่งท้อใจในการรั้งให้บีอยู่ เรื่องเดียวที่คริสไม่เคยไว้ใจบีคงเป็นเรื่องนี้เรื่องการแสดงออกทางความรู้สึก “พี่คริสไม่รู้สึกเหรอ? เวลาเราอยู่ด้วยกันอะไรๆ แม่งโคตรดีเลย เราเข้าใจกันดี ต่างฝ่ายต่างสบายใจ แถมยังไม่มีความลับต่อกัน และสักวันนึงถ้าเป็นไปได้ เราสองคนอาจมีโอกาสเป็นมากกว่าที่เคยเป็น เราอาจจะ—"

"วันนี้พีทขอพี่แต่งงาน"

บีนิ่งไป พร้อมกับความรู้สึกหวิวตรงอกข้างซ้ายเหมือนกำลังตกจากที่สูง ประโยคที่ดังออกมาดับภาพฝันทุกอย่างที่บีวาดไว้ "อ๋อเหรอ แล้วตอบตกลงรึเปล่า?"

"ตอบ" คริสเอ่ยโดยไม่มองหน้าบี "แต่ไม่ใช่ตอนนี้ และคงอีกไม่นานนี้"

บีพยักหน้า และเริ่มเข้าใจในบทสนทนา "เพราะแบบนี้ พี่คริสถึงอยากให้บีรีบไปจากที่นี่"

"ไม่เกี่ยวหรอกบี พี่แค่อยากให้รู้ว่าอะไรคือความเป็นจริง"

"งั้นแปลว่าที่ผ่านมาเรากำลังหลอกตัวเองอยู่เหรอ?" ไร้เสียงตอบจากคริสอีกครั้ง และนันทำให้บียิ่งอึดอัดใจ "หรือว่า การที่เราเป็นแบบนี้ พี่คริสไม่ได้รู้สึกดีเลย?"

"ตั้งแต่ที่เราใกล้กันมากขึ้น พี่รู้สึกแบบนั้น"

บีควรรู้สึกอย่างไรที่ได้ฟังน้ำเสียงเย็นชาและประโยคทิ่มแทงใจ? คริสต้องการให้บียอมรีบความจริงที่ว่าคริสไม่รู้สึกดีที่บีอยู่ตรงนี้ และอีกไม่นานต้องตอบตกลงแต่งงานกับคู่หมั้น—บีควรรู้สึกอย่างไรที่คริสพร้อมใจร้ายกับบีเสมอ แม้ในวันที่บีอยากทำทุกอย่างให้คริสมีความสุขกับปัจจุบันและจัดการปัญหาที่พอจะช่วยได้ ทำไมจู่ๆ คริสพูดออกมาเหมือนช่วงเวลาดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นไม่มีความหมาย? พูดง่ายๆ ราวกับคนไร้ความรู้สึก หรือเพราะบีคาดหวังว่าคริสจะรู้สึกอะไรบ้าง ก็เลยต้องผิดหวังเมื่อพบว่ามันไม่ใช่

“คิดแบบนี้มาตลอดเลยเหรอ?” บีถาม

“ตอนแรกไม่อยากคิดอะไร เพราะมันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ตอนนี้บีทำให้พี่เริ่มอึดอัดแล้ว” บีไม่เข้าใจว่าทำอะไรผิดพลาด แค่เพราะแสดงออกมากกว่าเคยงั้นเหรอ? บีรู้จักคริสดีกว่าใคร แต่ทำไมวันนี้คริสเหมือนไม่ใช่คนที่บีรู้จักเลย "ที่บีทำเพื่อพี่ ยอมเสี่ยงตัวเองเพื่อ secret weapon รู้ไว้นะ ว่าพี่ไม่มีอะไรตอบแทนให้ ตอนนี้บีมีประโยชน์กับพี่แค่เรื่องเดียว คือการล้วงความลับจากวทานิกา บีทำโดยที่พี่ไม่ได้ขอร้องและเป็นบีที่เสนอตัวเข้ามาเอง—ถ้าเรื่องนี้สำเร็จเมื่อไหร่ เรื่องของเราก็ต้องจบลงเหมือนกัน"

เจ็บ—ความรู้สึกแรกและความรู้สึกเดียวที่บีสัมผัสได้

"แค่ผลประโยชน์” บีพูดย้ำกับตัวเอง และย้ำในสิ่งที่คริสพูด “อันนั้นบีเข้าใจนะ แต่แยกมันออกมาจากเรื่องของเราได้ไหม?”

“มันเป็นเรื่องเดียวกัน บีนั่นแหละ ที่เข้าใจผิดไปเอง” คำพูดของคริสยิ่งกว่าคมกระสุน ยิ่งพูดออกมามากเท่าไหร่ บียิ่งรู้สึกเหมือนกำลังโดนยิงเข้าขั้วหัวใจ คริสหันมามองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เมื่อบทสนทนาเริ่มเงียบงันเพราะบีพูดอะไรไม่ออก “โกรธพี่เหรอ? รู้ใช่ไหมว่าบีไม่มีสิทธิโกรธ

“บีเข้าใจอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว” บีตอบไปแบบนั้นทั้งที่อกข้างซ้ายกำลังระบม บีจะโกรธคริสได้อย่างไรในเมื่อไม่มีสิทธิใดๆ ในตัวเธอ บีตอบไปแบบนั้น เพราะอยากเป็นความสบายใจของคริสเสมอ แม้ในวันที่บียังแทบไม่เข้าใจตัวเอง

“ถ้าเข้าใจแล้วก็กลับไปเถอะ”

แมวจรจัดโดนเอ่ยปากไล่ แต่มันยังอยากดื้อดึงอยู่ต่อ จะแต่งงานกับเขาจริงๆ ใช่ไหม?”

ใช่

บีต้องรีบไป? บียังคงรู้สึกติดค้างกับเรื่องนี้

คริสพยักหน้า และปล่อยคมกระสุนออกมาอีกครั้ง พี่อยากให้บีไป ตั้งนานแล้ว

บีไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี คงเป็นเพราะมองตัวคริสผิดไ และหวังว่าอะไรจะเป็นไปตามใจปรารถนา เพราะไว้ใจและคิดว่ารู้จักเธอดีที่สุดจนลืมเผื่อใจว่ามิติซับซ้อนของคริสซ่อนอะไรไว้อยู่ ในหัวใจสีเทาดวงนั้นคงลึกล้ำยิ่งกว่าแผ่นน้ำสีครามในมหาสมุทร ยิ่งลึกยิ่งมืดมน ยิ่งค้นหายิ่งสับสน ยิ่งมองเห็นความจริงอันโหดร้าย

นี่คือความลับของพี่คริสที่บีไม่รู้สินะ ทั้งๆ ที่บีไม่เคยมีความลับกับพี่คริสเลย”

"นั่นเป็นเรื่องของบี บอกแล้วใช่ไหมว่ารักษาระยะห่างไว้เท่าเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่บีเองที่ดื้อและอยากทำอะไรตามใจ คาดหวังว่าพี่ต้องแฟร์เกมกับบีขนาดไหนเหรอ?" เพราะคาดหวังว่าสิ่งดีๆ ที่มอบให้จะถูกตอบแทนด้วยการเอ่ยปากรั้งไว้ในวันที่จากไป บีมั่นใจว่ารู้จักคริสดีพอแต่วันนี้กลับพลิกผัน แท้จริงแล้ว คริสไม่ได้รู้สึกอะไรกับความสัมพันธ์ฉาบฉวย ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย นอกจากเห็นบีเป็นเครื่องมือต่อกรกับวทานิกา "นอกจากเรื่องวทานิกา พี่ไม่เห็นผลดีอะไรเลยที่เราอยู่ใกล้กัน"

แมวจรจัดกำลังหลงกลมนุษย์ใจร้าย

"บีสับสนแล้วนะ" บีหัวเราะออกมา เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นช่างตลกร้ายเหลือเกิน "ในหัวพี่คริสไม่มีเรื่องอื่นเลยใช่ไหม นอกจากต้องการชนะแพร?"

"พี่ไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น"

"แม้แต่ความรู้สึกของบี?"

"พี่ผิดเหรอที่พี่ไม่คิด—พี่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของบีตั้งแต่เมื่อไหร่ ในเมื่อเราเริ่มกันมาแบบไม่ต้องรักษา"

สิ่งที่บีรู้สึก ณ ตอนนี้ เพียงสิ่งเดียวที่เด่นชัดออกมาจากสีหน้าและแววตาคือ ความผิดหวัง เพราะบีคาดหวังว่าคริสคงไม่ใจร้าย และเป็นคนเดียวที่เข้าใจบี แต่นี่อาจเป็นผลตอบแทนของการหวังดีโดยที่คริสไม่ได้เอ่ยปากขอ เพราะคิดว่าคนตรงหน้าไม่สามารถเผชิญปัญหาได้ตามลำพัง คิดว่าการยื่นมือเข้ามาช่วยอาจทำให้ความสัมพันธ์พัฒนา แต่บีคงเข้าใจทุกอย่างผิดไป เพราะคริสยังมีพีท และเธอไม่ได้เห็นคุณค่าใดๆ ในตัวบีเลย

"ไม่ได้เตรียมตัวมาฟังอะไรแบบนี้เลย"

               “ไม่ได้เตรียมตัวว่าจะพูดเหมือนกัน” ภายใต้ท่าทีเรียบเฉย คริสจะรู้บ้างไหมว่าตอนนี้บีกำลังแหลกลาน

"มีอะไรที่ยังไม่ได้บอกอีกไหม?"

"ถ้าบีไม่อยากช่วย secret weapon แล้ว พี่ก็ไม่ว่านะเพราะพี่ไม่ใช่คนดี ที่บีต้องมาทำอะไรดีๆ ให้หรอก”

อันที่จริงบีไม่ใช่คนดี และบนโลกนี้ไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ความผิดหวังไม่ได้เกิดจากความดี-เลวของใคร แต่เป็นเพราะคำพูดจาทำร้ายใจจากคนที่ไว้ใจและคิดว่ารู้จักเขาดีพอ บีเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอะไรคือความจริงบ้างจากปากของคริส

บีเผลอกำหมัดแน่น เมื่อนึกถึงช่วงเวลาดีๆ และคำพูดอันแสนจริงใจที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กัน ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนคนโง่ เพราะความสุขชั่วคราวในวันนั้นนำมาซึ่งความผิดหวังในวันนี้  ความผิดหวังมักทำให้คนเปลี่ยน อาจเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนความชอบ เปลี่ยนการกระทำ เปลี่ยนไปและมองอะไรแตกต่างราวกับไม่ใช่คนเดิม

แน่ใจแล้วเหรอว่าเลือกถูกฝั่ง? คำพูดของวทานิกาดังขึ้นในหัว บีมองใบหน้าอันแสนเย็นชาของคริสอีกครั้งและตอบในใจว่า ผิด

เขาได้คุกเข่ารึเปล่า? พีทน่ะ

อืม ทำ

ถ้าเป็นบีคงไม่ทำ เพราะมันดูปลอมมาก พี่คริสไม่ชอบอะไรแบบนั้นหรอก บีรู้

แต่พี่ชอบที่เขาทำแบบนั้น

นั่นสินะ ลืมนึกไปว่าคนเราเปลี่ยนกันได้ แต่ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนี้” 

อย่ามาหาพี่อีก ถ้าไม่จำเป็น

บีตามใจพี่คริสอยู่แล้ว อยากได้อะไรอีกไหม

กลับไป พี่อยากอยู่คนเดียว

             "อยากอยู่คนเดียว หรือไม่อยากอยู่กับบี?" ไร้เสียงตอบ และนั่นยิ่งทำให้บีเจ็บ 

            "กลับไปได้แล้ว"

            “บีจะเอาความลับจากแพรมาให้เร็วที่สุดและบีจะรีบไปทันที แต่ขออะไรอย่างนึงสิ

             “อะไร

                  อย่าใจร้ายกับเขา แบบที่ทำกับบี เขาคงรับไม่ไหวเท่าบีแน่ๆ

 

บีทิ้งท้ายไว้แค่นั้นและเดินออกมาจากห้องแห่งความลับ ว่ายน้ำออกมาจากใต้มหาสมุทรที่เผลอจมลงไปค้นพบความจริงอันแสนเจ็บ ที่ทำร้ายกันง่ายๆ และจบทุกอย่างเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น นั่นเพราะความผูกพันธ์มีไม่มากพอเท่าความลุ่มหลง นี่คือจุดจบที่ถูกต้องแล้ว แม้จะจบลงพร้อมความผิดหวังและจบลงในวันที่กำลังเริ่มรู้สึกก็ตาม

 


"อย่าหักโหมนะคุณ พักผ่อนเยอะๆ นะครับ"

คริสอ่านข้อความที่พีทส่งมาให้ หลังจากที่บีกลับไปบุหรี่มักถูกจุดทุกครั้งเมื่อกำลังใช้ความคิดกับอะไรสักอย่าง ลมหายใจที่ค่อยๆ พ่นควันสีเทาออกมาทำให้เธอมีสมาธิ แต่บุหรี่กี่มวนก็ช่วยไม่ได้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คริสฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานและจู่ๆ น้ำตาก็ไหลอกมาอย่างไร้เหตุผล

ใช่—มันไร้เหตุผลจริงๆ คริสหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้เลยว่าควรทำอย่างไรต่อไปเพื่อหยุดความรู้สึกละอายใจต่อพีท และความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวเพราะบี การทำร้ายจิตใจที่จำเป็นต้องทำ รวมทั้งการต่อสู้กับวทานิกาที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

ตอนนี้คริสไม่รู้ คริสไม่รู้อะไรเลย

 

 

 

                บีมองชุดที่แขวนไว้อย่างโดดเดี่ยวบนราว ชุดสวยที่เคยต้องการ ชุดสวยที่เคยชอบแต่ไม่มีโอกาสได้ใส่เป็นครั้งที่สอง ชุดของคนๆ นั้นที่บีเคยชื่นชม

บีมองชุดนั้นขณะที่วทานิกากำลังวัดตัวให้บี ภายในห้องแห่งความลับที่คริสเคยแวะมาหลับนอน ชุดที่บีเคยคุ้นถูกนำมาสวมใส่อีกครั้ง บีต้องกลับมาสวมปลอกคอชื่อ วทานิกา ทั้งที่บอกว่าจะไม่ทำอีก บีต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อให้เธอคายความลับออกมาให้ได้ บีรู้จักวทานิกาดีในช่วงระยะเวลาหนึ่ง บีรู้ว่าต้องรับมืออย่างไร

แต่เรื่องผิดหวังที่พบเจอมา ทำให้สับสนและไม่รู้ว่าคสรมอบความไว้ใจให้ใครได้

และเมื่อมองวทานิกา อย่างน้อยความร้ายในตัวของเธอก็ไม่เคยทำร้ายบี

“สวยเหมือนเดิม” วทานิกาเอ่ยอย่างพอใจขณะจัดแจงนำชุดมาให้บีลองอย่างสิทธิพิเศษ แต่สีหน้าเรียบนิ่งของบีทำให้เธอสงสัย เธอเข้ามาใกล้ๆ ลูบไล้ไปที่ใบหน้าของเจ้าแมวจรที่ตอนนี้เธอกำลังเป็นเจ้าของ  "เป็นอะไรไป ยังไม่สนิทใจจะกลับมาหาแพรอีกเหรอ?”

“เปล่า บีแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” บีละสายตาออกมาจากชุดสวยชุดนั้น ที่ secret weapon เคยมอบให้เธออย่างจริงใจ แต่ตอนนี้เริ่มไม่คิดแบบนั้นแล้ว “ถ้าสมมติว่าแพรถูกคนที่ไว้ใจทำให้ผิดหวัง แพรจะทำยังไง?”

วทานิกานิ่งคิดไปครู่นึง ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างไม่แยแส “ก็ทำคืนสิ ทำไมต้องยอมถูกทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว แพรจะเอาคืน เอาให้หนักกว่าที่เขาทำไว้สองเท่าไปเลย”

บีหันไปมองชุดนั้นอีกครั้ง และแอบเห็นด้วยกับสิ่งที่วทานิกาพูดจนเกือบเต็มใจ

"บีอยากให้วทานิกาชนะ secret weapon"

"ว่าไงนะ?" วทานิกาแปลกใจในสิ่งที่บีพูด ทั้งๆ ที่เคยแปรพรรคไปและแทบไม่มีทางย้อนกลับมา แต่ท่าทางที่เปลี่ยนไปทำให้เธออยากรู้ว่าบีไปพบเจออะไรมาจาก secret weapon “ไหนพูดอีกทีสิ ที่พูดแบบนี้ หมายความว่ายังไง?”

ไม่รู้สิ บีคงคิดถูกแล้วล่ะที่กลับมา บีหันมามองวทานิกาและเอ่ยมันอีกครั้ง “บีอยากให้วทานิกาชนะ secret weapon แค่อยากให้ชนะ เหตุผลมีเท่านี้”

วทานิกามองบีอย่างพอใจ สลับกับมองชุดบนราวแขวนนั่นราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง 

บางที คนที่ถือไพ่เหนือที่สุดตอนนี้คงเป็นเธอ

 


Secret weapon

                เสียงดังโหวกเหวกโวยวายเกิดขึ้นทันทีที่คริสขับรถมาถึง เธอถอดแว่นกันแดดออกและรีบลงมาดูสถานการณ์ด้านหน้าที่มีลูกทีมและพนักงานพากันมุงดูอะไรบางอย่าง

                มีกลุ่มควันลอยคละคลุ้ง ถังดับเพลิงเพิ่งถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยฉีดดับไฟที่คริสไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ใบหน้าของทุกคนถอดสี ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากตกใจกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

                “คุณคริส” ทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว

                “นี่เกิดอะไรขึ้น?” คริสเอ่ยถาม เมื่อมองกลุ่มควันและได้กลิ่นไหม้ เธอเดินตรงเข้าไปดูสาเหตุทันทีเพราะไม่มีใครตอบอะไรนอกจากทำหน้าเลิ่กลั่ก

                “พอมาถึงก็เห็นไฟลุกเต็มไปหมด พอดับไฟก็อย่างที่เห็นแหละค่ะ”

                ทุกคนกำลังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่คงมีเพียงคริสที่พอจะประติดประต่อเรื่องราวได้

 แค่มองเพียงบางส่วนของเนื้อผ้าที่ถูกไฟไหม้ คริสก็รู้ทันทีว่ามันคือชุดฟินาเล่แสนสวยที่ถูกสร้างมาจากมันสมองและความสามารถของเธอ คริสพยายามทนกับความร้อนและหยิบชุดนั้นมาถือเอาไว้อย่างระวัง ใช่จริงๆมันคือชุดๆ นั้นที่เธอเคยมอบให้ใครบางคน ชุดที่เธอคิดว่าคนๆ นั้นจะเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุด ไม่ใช่ถูกเผาทิ้งกลายเป็นเถ้าถ่าน หยามเหยียดกันถึงที่

คริสมองมันอย่างแทบไม่เชื่อสายตา อี้งไปจนมือไม้เริ่มสั่น

 

          ให้ ตามที่อยากได้

          คริสย้อนนึกถึงตอนจรดปากกาเขียนโน้ตเสียบไว้กับชุดด้วยตัวเอง         

               หากความผิดหวังทำให้คนเปลี่ยนไป บีก็คงกำลังเป็นเช่นนั้น  

                 



               ใครจะรู้ว่าภายใต้น้ำทะเลสีครามซ่อนสิ่งใดไว้บ้าง หากสีครามหมายความถึงใจมนุษย์ ทุกครั้งที่คิดไว้ใจคน คุณมีโอกาสถูกหักหลังได้เสมอ 

               นี่ไม่ใช่กฎข้อใดของการข้องเกี่ยวกับความลับ แต่เป็นคำแนะนำที่ความลับอยากบอกกับคุณ

               หากไม่อยากเจ็บปวดจากการโดนหักหลัง 

               ความลับกำลังบอกให้รู้เท่าที่ควรรู้

 

 

 




-------------------


 ความผิดหวังมันน่ากลัวนะว่าไหม?


ขอบคุณที่ยังอ่านกันนะ แล้วก็ขอโทษที่หายไปนาน :) 

ทุกคนสบายดีไหม เราสบายดี 



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

284 ความคิดเห็น

  1. #183 nusba_fanclub2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 17:26
    หู้ยยยย ร้องไห้เลยอะ อย่างหน่วง อย่างจุก อย่างเจ็บ ฮื่ออออออ อินมาก55555555
    #183
    0
  2. #167 MMMM241982 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 22:21
    คนที่ขายความลับน่าจะเป็นพีทรึเปล่า ส่วนบีกับคริสก็เหมือนต่างคนต่างคิดไปเอง ลองพูดความจริงต่อกันหน่อยน้าาา ทางเราเศร้าไปหมดแล้ว
    #167
    0
  3. #166 PUIFAY_NATNICHA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 13:51
    จุกมาก อ่านไปน้ำตาคลอไป หน่วงในหัวใจแปลกๆ
    #166
    0
  4. #165 judasfxckws (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 01:10
    พึ่งมาเจอแล้วได้อ่าน เพลินมากๆเลยค่ะ
    #165
    0
  5. #162 pwrbc (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 23:04
    เจ็บมากอีพีนี้ สู้ๆนะคะ รอต่อน้า
    #162
    0
  6. #161 Sbc_m (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 17:16

    จุกมากๆ รอติดตามทุกเรื่องเลยนะคะ
    #161
    0
  7. #160 2mate (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 00:32

    "อย่าใจร้ายกับเขา แบบที่ทำกับบี" หูยยยย เจ็บแทนบี แต่ใจนึงก็สงสารพี่คริสนะ

    ตอนหน้าสงครามใส่กันแน่ๆ จะไม่ได้เห็นบีคริสสวีทกันไปอีกพักนึงสินะคะฮือ

    เราว่าพีทไม่ธรรมดา คิดว่าพีทน่าจะรู้แล้วแหละ

    สบายดีค่ะไรท์ และคิดถึงฟิคไรท์เสมอด้วย555 <3



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 ตุลาคม 2561 / 00:33
    #160
    0
  8. #159 Leslabel Kanna (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 02:53
    หน่วงงงงงงงงงงงสุด ฮือออ
    #159
    0
  9. #158 kanlayafahchy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 18:58
    แรงมาดดด
    #158
    0
  10. #157 Noowichuda (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 10:03
    ไม่รู้จะสงสารใครดี
    #157
    0
  11. #156 INGabcde (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 01:48

    รีบๆมาต่อนะคะ อยากอ่านต่อแล้วว
    #156
    0
  12. #155 napa__ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 17:49
    ฮืออออ หน่วงงง ลุ้นว่าจะยังไงกันต่อออ แง้งงงง ><
    #155
    0
  13. #154 Bccc (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 15:07

    รอนะคะ

    #154
    0
  14. #153 ploychy402 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 11:58
    พี่คริสใจร้ายยย สงสารพี่บี
    #153
    0
  15. #152 summerboy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 09:24
    แมงจรจัดเลี้ยงไม่เชื่องงงงง
    #152
    0
  16. #151 PuengWaleerat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 08:06
    เห้อออออ
    #151
    0
  17. #150 Ryojin29 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 23:17
    ด้วยความสัมพันธ์มันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ต้น คริสรู้สึกไปก่อนบีอีกเถอะ อ่ะโด่ว
    #150
    0
  18. #149 Nachachaya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 23:05

    อ่านก่อนนอน คิดว่าจะนอนหลับหรอ ขอบคุณไรท์นะคะ หน่วงมากๆ

    #149
    0
  19. #148 homesixth (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:56
    สงสารเจ้าแมวจร เขาว่สการสมานหัวใจที่แตกสลาย บางทีก็จะผิดรูปรอยไปได้ ลุ้นมากค่ะ รอน๊า
    #148
    0
  20. #147 Noon_Afternoon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 22:54
    อึดอัด แบบใช้เวลาอ่านนานมาก เข้าๆออกๆแอพไป 3-4 ที เพราะทนอ่านรวดเดียวไม่ไหว

    อึดอัดดด ต่างคนก้คิดว่าอีกคนใจร้าย พอคิดงี้ก้พูดอะไรใจร้ายออกไป ไม่รู้สึกว่าเค้าประชดกันนะ มันแบบ.. อ่ะ ฉันรู้สึก แต่เธอไม่ให้รู้สึก ก็ได้ ฉันจะพูดออกไปราวกับว่าไม่ได้รู้สึก

    ส่วนอิคนฟังก้เจ็บไปเซ่
    #147
    0
  21. #146 P_tea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:22
    เจ็บ....
    #146
    0
  22. #145 Horizon-i (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:10
    พี่คริสแค่กลัสจะเสียใจใช่ไหม กลไกในการป้องกันตัวเองใช่ป่าวแง้ๆๆ หน่วงอ่ะ
    #145
    0
  23. #144 loveyousobad (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:02
    หน่วงซึมเลย อัพบ่อยๆนะคะ
    #144
    0
  24. #143 0880279420 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 19:59
    สงสารบีฮื่ออพี้คริสใจร้ายจัง ถ้าวันนึงเจ้าแมวจรจัดหายไปจริงๆจะรส.นะพี้คริส
    #143
    0
  25. #142 INCR3DIBLE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 19:55
    อ่านแล้วจุกแทนบี รอติดตามต่อค่ะไรท์
    #142
    0