Shhhh ! (beexcris)

ตอนที่ 5 : Episode 4 : Shadow or Cloud

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,336
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61





Episode 4 :  Shadow or Cloud 


 

            





               “เราลองเดทกันหน่อยไหม ยังไม่เคยเดทกัน จะรู้ได้ยังไงว่าเข้ากันได้”

   บีเคยพูดประโยคนี้ออกมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้คริสไม่แน่ใจว่าคือเรื่องจริงจังหรือการล้อเล่นเพื่อยั่วประสาทคนแก่กว่าที่บีทำเป็นประจำทุกครั้งหลังจากที่เราสองคนมีเรื่องบางอย่างให้ถกเถียง บีเอาแต่ใจ ต้องการเอาชนะเธอทุกครั้งเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะแพ้ และคริสก็พูดกับบีไปแล้วว่า

  “ฝันไปก่อนนะ”

                คนอายุน้อยกว่ายั่วอารมณ์ด้วยรอยยิ้มยียวน แววตาเจ้าเล่ห์ของแมวจรที่คริสอ่านไม่ออกว่ามันต้องการอะไร “เสียดาย”

                “เสียดายอะไร?”

                “น่าจะจีบพี่คริสตั้งแต่แรก ไม่น่าปล่อยให้หลุดมือไปเลย”

                คริสเกลียดเรื่องไร้สาระ แต่ไม่รู้ทำไมจึงน่าฟังเสมอเมื่ออกมาจากปากบี “เมื่อไหร่จะเลิกพูดเล่นเป็นเด็กๆ”

                “ก็เสียดายจริงๆ” บีขยับตัวและรวบหมอนข้างเข้าไปกอด พลางหนุนหัวจ้องมองคริสมองด้วยสายตาครุ่นคิดพิจารณา แววตานั้นจริงจังและออดอ้อนมากจนเธอไม่กล้าหันไปมอง ด้วยกลัวจะตกอยู่ในหลุมพรางของแมวเจ้าเล่ห์ “ตอนแรกไม่คิดหนิ ว่าการมีพี่คริสอยู่ในชีวิต แม่งจะโอเคขนาดนี้”

                คริสเผลอหัวเราะ เพราะเธอรู้ว่าเธอไม่ใช่คนดีขนาดสร้างเรื่องดีงามให้ชีวิตใคร “มันขนาดนั้นเลยเหรอ?”

                “เออ ขนาดนั้นแหละ” คริสไม่ค่อยอยากเชื่อคำพูดของแมวจรจัดเพราะไม่รู้มันมาไม้ไหน  “หรือไง? พี่คริสไม่โอเคกับการมีบีเหรอ?”

                “พี่ก็ไม่รู้” ไม่ใช่การปฏิเสธบทสนทนา แต่คริสตอบเพราะเธอไม่รู้จริงๆ “ไอ้โอเคนี่มันต้องเป็นยังไง มันต้องพิเศษมากแค่ไหนล่ะ?”

                “ก็ประมาณว่า เราชอบในตัวตนของกันและกัน พึ่งพากันได้เวลาเหนื่อยหรือต้องการกำลังใจ แถมเรายังไม่มีความลับต่อกันด้วย”

                “มั่นใจเหรอ ว่าเราไม่มีความลับต่อกัน?”

                “พี่คริสมีความลับอะไรกับบีเปล่าล่ะ?”

                “บีมากกว่า ที่ความลับเยอะจนพี่เดาไม่ออก” คริสจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และรู้ว่ามันเต็มไปด้วยเล่ห์เลี่ยม

                “บีไม่เคยมีความลับกับพี่คริสหรอก”

  ก็ถูกของบีขนาดเรื่องที่บีแอบมีความสัมพันธ์ลับๆ กับวทานิกา ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับคริสและคริสไม่จำเป็นต้องรู้ บียังเลือกที่จะบอก คริสไม่เข้าใจว่าทำไมบีไว้ใจเธอมากนัก เพราะขนาดเธอเองยังไม่ค่อยไว้ใจคนอายุน้อยกว่าคนนี้สักเท่าไหร่ ยิ่งเวลาพูดทีเล่นทีจริง คริสยิ่งกลัวเกิดสิ่งที่เรียกว่า หลุดปาก

              แต่ก็น่าแปลก เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นบีไม่เคยทำให้คริสผิดหวัง หรือต้องคิดมากเลยสักครั้ง

“รู้ไหม ถ้าย้อนกลับไปวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้ บีอยากทำอะไรมากที่สุด?”

เสียงห้วนเอ่ยตอบทันที “พี่ไม่รู้หรอก แต่สำหรับพี่พี่อยากให้บีเดินผ่านไป ไม่ต้องเข้ามาพูดคำว่า สวัสดีแล้วก็ยินดีที่ได้รู้จัก”

 “เรื่องใจดีเรื่องเดียวของพี่คริส คงมีแค่เรื่องให้บีเป็นฝ่ายคุมเกมเวลาเรานอนด้วยกันสินะ”

คริสรู้สึกดีทุกครั้งเมื่อถูกมองว่าใจร้าย เพราะนั่นสามารถทำให้บีต้องรู้สึกอะไรกับเธอ “นั่นไม่เกี่ยว เพราะพี่พอใจแบบนั้นอยู่แล้ว”

“อยากย้อนกลับไปเพื่อไม่รู้จักบีขนาดนั้นเลยเหรอ?” ออกจะเป็นคำถามเชิงน้อยอกน้อยใจ แต่บอกแล้วไง ว่าบีเคยน้อยใจ เคยไร้ความหมาย จนบีขี้เกียจรู้สึกถึงมันอีก

“ยังไงก็ได้ พี่ไม่ค่อยชอบคิดเรื่องไร้สาระ”

“บีอยากย้อนกลับไปจีบพี่คริสให้รู้แล้วรู้รอด”

“ถ้าตอนนั้นเราจีบกัน สถานการณ์อาจไม่เป็นอย่างตอนนี้ก็ได้”

“อย่างน้อยก็เป็นความสัมพันธ์ที่พัฒนา”

“ไม่ต้องพัฒนาสิดี มันจะได้ไม่พัง” บีนิ่งไป เพราะรู้สึกเห็นด้วยในสิ่งที่คริสพูด บีคือจอมทำลายล้าง บียอมรับในตัวเองแต่บีไม่ขอยอมแก้ไข จริงอย่างที่คริสพูดหากพัฒนาเพื่อไปสู่การพังพินาศ บีขอให้เป็นหยุดและสิ้นสุดไว้แค่ตรงนี้ก็พอ

“ก่อนพังก็ช่วยกันรักษาก่อนสิ” คริสนึกแปลกใจที่บีแย้งความคิดของเธอขึ้นมา ทั้งที่คิดว่าบทสนทนาคงจบไว้แค่นั้น “ลองซ่อมกันดู หาสาเหตุ ลองแก้ จากนั้นถ้าไม่พังก็แค่ไปต่อแล้วประคับประคองให้ดี แต่ถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกทีทำไมเราต้องทิ้งความสัมพันธ์กันง่ายๆ ทั้งที่ยังไม่ช่วยกันแก้ไขล่ะ? กว่าจะได้เจอกัน กว่าจะได้รัก กว่าจะได้เริ่มต้น ปล่อยเขาไปให้คนอื่นง่ายๆ ได้ไง?”

“คิดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” บียังมีอะไรให้คริสประหลาดใจอีกรึเปล่า? บีคิดแบบนี้จริงๆ หรือแค่คิดแย้งขึ้นมาเล่นๆ เพื่อกวนประสาท หรือบางทีเธอไม่รู้จักบีมากพออย่างที่คิด “ปกติเป็นคนประเภทที่อะไรจะพังก็พังไป ไม่อยากเสียเวลาแก้ไข ไม่ใช่เหรอ?”

“ก็มันจริงไหมล่ะ?”

“พอฟังบีพูดแบบนี้แล้วกลายเป็นเด็กงี่เง่าทันทีเลย” คริสส่ายหน้า และยังยืนยันในความคิดของตัวเอง “พังก็คือพังสิ จะไปซ่อมให้มันพังอีกรอบทำไม?”

“ถ้าเกิดมันไม่พังอีกรอบ ก็คงเสียดายที่ไม่ยอมซ่อมตั้งแต่แรก” บีสวนกลับ ซึ่งคริสแอบเห็นด้วย

“พี่ขี้เกียจเถียงเด็ก เถียงยังไงก็ไม่ชนะ” คริสลุกขึ้นไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำมาสวม เปิดผ้าม่านให้แสงสาดส่องเพิ่มความสว่างและเพื่อมองทิวทัศน์บนตึกสูง

บีดีดตัวลุกขึ้น ไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมทีละชิ้น ไร้บทสนทนาใดๆ ก่อนที่บีจะใส่เสื้อผ้าเสร็จ “บีก็เบื่อคนแก่ เถียงยังไงก็ไม่มีทางฟัง”

“สายมากแล้ว รีบกลับไปเถอะ” คริสเอ่ย โดยไม่หันมา

“เออ ลืมไป ตอนนี้เป็นแค่แมวจรจัด” บีหัวเราะ ซึ่งคริสไม่รู้เลยว่าบีหัวเราะด้วยความรู้สึกแบบใดไม่รู้ทำไม จู่ๆ บทสนทนาวันนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกว่า เธอยังไม่รู้จักบีดีพอ

ก่อนแมวจรจะกระโจนออกไปจากประตู มันหันมาอีกครั้งและส่งเสียงสุดท้ายให้กับมนุษย์ใจดีผู้ให้ที่พักพิง

“แต่พี่คริสพิเศษสำหรับบีจริงๆ นะเพราะพี่คริสเป็นคนเดียว ที่เป็นทั้งการทำร้ายและการเยียวยาของบี”

คริสหันไปมองเมื่อได้ฟังประโยคย้อนแย้งอันน่าประหลาดทั้งการทำร้ายและเยียวยางั้นเหรอ? ฟังดูไม่น่าเข้ากันได้ แต่คงเพราะเหตุผลนี้มันถึงฟังดูน่าพิเศษอย่างที่หล่อนบอก พิเศษไหมล่ะ?บีส่งสายตาถามมาแบบนั้น ก่อนขยิบตาหนึ่งทีเพื่อจบบทสนทนาอันไร้สาระสำหรับคริส

บีเคยบอกว่า บีสามารถพูดเรื่องไร้สาระใส่เธอเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่อยากจะพูด เพราะคริสเกลียดเรื่องพวกนี้ และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเธอก็จะลืมว่าหล่อนเคยพูดมันออกมา


พี่คริสพิเศษสำหรับบีจริงๆ นะ

เพราะพี่คริสเป็นคนเดียว ที่เป็นทั้งการทำร้ายและการเยียวยาของบี


แต่ไม่รู้ทำไม คริสถึงไม่ลืมประโยคไร้สาระประโยคนี้สักที มันน่าจะพอกันกับประโยคที่บีขอเดทกับเธอ หรืออันที่จริง เธอไม่เคยลืมทุกอย่างที่บีพูดกันแน่

 

 

สำหรับคริส มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นสีเทา ไม่มีดีหรือเลวที่สุดในคนๆ เดียวแม้แต่นักฆ่าเลือดเย็นในนวนิยายบางเรื่อง ยังรู้จักที่จะรักใครสักคนด้วยความจริงใจ

และความสัมพันธ์คงเป็นเช่นนั้น มีสุข มีเสียใจ ปะปนแล้วแต่การประคับประคองของแต่ละฝ่าย ไม่มีความสัมพันธ์ใดไม่มีการทำร้ายแอบแฝง ขึ้นชื่อว่ารักมักมาพร้อมกับความเจ็บปวดเสมอ แต่ขึ้นอยู่ที่ว่า เราจะทำอย่างไรเมื่อเผชิญกับความเจ็บนั้นแก้ไขเยียวยาหรือทิ้งขว้างไม่ไยดี?

อย่างความสัมพันธ์ของบีและวทานิกาก็ไม่ใช่ความรักร้อยเปอร์เซ็นต์นักหรอก มันออกจะเชิงธุรกิจเล็กน้อยเพราะบีเป็นนางแบบที่เก่งและมีประสบการณ์ วทานิกาอาจมองบีเป็นแมวจรจัดอย่างที่เคบบอกก็ได้ เธอถึงจับบีแต่งตัว ใส่ปลอกคอ พาเดินอวดโฉม เพื่อแลกกับผลตอบแทนคือเม็ดเงิน ชื่อเสียงและคำเยินยอ

ส่วนบี เมื่อถอดปลอกคอและชุดสวยออก ก็อาจได้ค่าตอบแทนเป็นแค่ปลาทูตัวอ้วนสักตัว หรือคำชมที่ว่า หล่อนเป็นแมวตัวโปรดของวทานิกา

 

บีมองพีทกำลังคุยกับทีมงานเรื่องเซ็ทแสงไฟในสตูดิโอ สลับกับมองชุดสีพีชที่กำลังสวมใส ชุดที่คริสบอกว่าตอนแรกมันใหญ่เกินไป และลงมือแก้ไขให้ภายในวันเดียวด้วยการวัดตัวอย่างแนบชิดนึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ที่คนปากแข็งและใจร้าย กำลังแสดงความน่ารักออกมาโดยไม่รู้ตัว

พีทหันมามองบีเพราะคงคิดว่าถูกยิ้มให้บีนึกขอโทษพีทในใจที่ต้องปล่อยให้เป็นคนโง่และเชื่อความคิดที่ผิดของตัวเอง ในเมื่อตอนนี้บียิ้มให้คริสที่กำลังเตรียมการทุกอย่างอยู่ที่หน้าจอ


 “พี่คริสไว้ใจผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน?”

“พีทน่ะเหรอ?เขาเป็นผู้ชายที่มิติเดียวอ่ะ เดาง่าย ไม่เรียกร้องอะไร แถมโกหกไม่เป็น”

“ตรงข้ามกับพี่คริสแบบนี้ ก็ได้ผลประโยชน์ของความสัมพันธ์ตรงนี้เต็มๆ เลยสิ?”

“ก็อาจใช่ ฟังดูเลวขึ้นมาทันที”

“งั้นบีคงเลวกว่า ที่ชอบให้พี่คริสเลว”


บีนึกถึงบทสนทนาเรื่องพีทเมื่อนานมาแล้วพีทก็ยังเป็นเช่นนั้นเสมอ ผู้ชายมิติเดียวสำหรับคริส แต่มันไม่ใช่ความของเขาที่ทำให้ต้องถูกหักหลัง แต่เป็นความผิดของใครก็ช่าง เพราะบีไม่ค่อยแคร์มันนักหรอก

“ชุดนี้เหมาะกับคุณ” พีทเอ่ยชมบี

“ขอบคุณค่ะ”

“คุณสวยมากด้วย”

“ขอบคุณค่ะ” บีหันไปมองคริสที่กำลังง่วนอยู่กับการบรีฟงานลูกน้อง หากคริสมองมา ณ ตอนนี้ คงรู้ทันทีว่าแมวจรจอมเจ้าเล่ห์กำลังมีแผนการบางอย่าง “คุณพีทคบกับคุณคริสมานานรึยังคะ?”

“พอสมควรครับ สองสามปีแล้วมั้ง?”

“คุณคริสเป็นคนยังไงเหรอคะ?”

“เขาเพอร์เฟ็คมากสำหรับผม” พีทคงรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้เอ่ยชมคู่หมั้น ถึงได้มีสีหน้าเปี่ยมสุขเหลือล้นจนบีอยากจะอ้วก “ผมก็นิยามคริสไม่ถูก รู้แค่ว่าเขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยเปลี่ยนไปและไม่เคยทำให้ผมหนักใจไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ผมได้อิสระจากเขาเยอะมาก จนผมไม่อยากได้มันอีกต่อไป ก็เลยต้องขอหมั้นกันไว้นี่ไง ฮ่าๆ”

“งั้นเหรอคะ?” บีแสร้งหัวเราะตาม “คุณเคยนอกใจคุณคริสรึเปล่า?”

“ช่วงแรกผมก็มองผู้หญิงอื่นบ้างแหละ แต่คริสนี่สิ ไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมจะรู้สึกถึงเรื่องการนอกใจจากเธอ” คริสอาจไม่นอกใจพีทหรอก แต่นอกกายน่ะคริสทำไปแล้วเรียบร้อยบีพยักหน้ารับรู้และไม่ได้พูดอะไรต่อ “ผมไม่รู้ว่าเราควรระแวงกันเรื่องอะไร มันแทบไม่มีสัญญาณอะไรให้คิดมากเลย”

“แต่ฉันเคยได้ยินมานะคะว่า เราไม่ควรเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนไม่เหลือพื้นที่ไว้ให้เคลือบแคลงใจ เพราะในโลกนี้ไม่มีเจตนาอะไรที่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์” บีพูดจบก็หันมาส่งยิ้มบางๆ

“คุณกำลังบอกให้ผมระแวงคริสเหรอครับ? ผมจะระแวงทำไม เธอไม่ใช่คนน่าระแวงซะหน่อย”

“เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่าคนทุกคนบนโลก เป็นสีเทากันทั้งนั้น”

พีทหัวเราะ พยักหน้าและรับรู้ในความหวังดีที่บีมอบให้ “ครับ อันนั้นผมรู้ และผมเข้าใจสีเทาแบบคริสดี”

“อย่าลืมสิคะ ว่าสีนึงมันมีอีกตั้งหลายเฉด” บีตัดบทและตัดความมั่นใจของพีท “คุณคริสเป็นสีเทาเฉดไหน คุณรู้เหรอ?”

“นี่คุณพูดเหมือนรู้ว่าคริสเป็นคนมีหลายมิติ”

“นั่นสิคะ ลองคิดดูสิว่าจะเป็นสีเทาค่อนไปทางสีดำแบบ shadow หรือค่อนไปทางสีขาวแบบ cloud คุณว่าคุณคริสเป็นแบบไหนล่ะ?”

“คริสไม่ใช่สีเทาที่มีแต่ด้านมืดแน่นอน”

“คุณมั่นใจเหรอว่ารู้จักคุณคริสดีขนาดนั้น?”

พีทเริ่มไม่ยิ้ม “คุณกำลังจะบอกอะไรผมกันแน่?”

“เปล่าค่ะ ฉันแค่ชวนคุยเรื่องเฉดสีเฉยๆ เหมาะกับคอนเซ็ปต์สีๆ ของงานวันนี้ดี” บีแสร้งลอยหน้าลอยตา

“แล้วคุณล่ะ คิดว่าผมเหมือนสีอะไร?”

“เข้ามาฟังใกล้ๆ สิคะ” จังหวะเดียวกันกับที่บีเห็นคริสเหลือบมองมา แผนการอันชั่วร้ายของแมวจรจอมเจ้าเล่ห์ก็ปรากฎ บีดึงปกคอเสื้อเชิ้ตของพีทเข้ามาใกล้ๆ โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัวจนปลายจมูกของหล่อนชนเฉียดเข้ากับมุมริมฝีปากของเขา

แน่นอนคริสเห็นทุกอย่างทันที แต่คริสรู้สึกอะไรอยู่ภายใต้ใบหน้าราบเรียบ คือสิ่งที่บีอยากรู้

“โหคุณ ผมเขินเป็นนะครับ” พีทหัวเราะร่าโดยไม่รู้ชะตากรรม “แต่เชื่อเถอะ ตราบใดที่แหวนหมั้นยังอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเราสองคน เราก็คงจะไม่

“นี่เวลางานค่ะ” พีทสะดุ้งเมื่อเจอคริส และรู้ว่าเธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด “ถ้าจะทำเรื่องอย่างว่า หลังเสร็จงานค่อยไปม่านรูดแล้วกัน”

“ไม่ใช่แบบนั้นเลยคุณ” เขาพยายามปฏิเสธ

“ไม่ต้องอธิบายค่ะ ฉันมั่นใจว่าไม่ได้เข้าใจผิด”

“เราแค่หยอกกัน”

“ค่ะ งั้นก็ดีมากๆ ที่คุณสนิทกันขนาดนี้”

บีมองคริส และหวังว่าจะยียวนเธอได้สำเร็จ “คุณพีทเขาน่ารักดีน่ะค่ะ ฉันเลยแกล้งเขาเล่น”

“ขอบคุณที่ทำให้พีทอารมณ์ดีนะคะ ฉันไม่น่าทำได้แบบนี้แน่”

“ไม่เอาน่าคริส”

“ทำงานค่ะ อย่าคุยเรื่องไร้สาระ”

คริสทิ้งท้ายไว้แค่นั้นและเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีกไม่สนุกเลย บีคิด บีอยากเห็นคริสหึง แต่เธอไม่หึงบีหรอก อันนี้รู้ดีแก่ใจ แต่กับพีทคริสก็ไม่ได้ดูหึงขนาดนั้นหรือคริสบ่งพร่องเรื่องความรู้สึกหึงหวง? สิ่งที่บีคิดตอนนี้ ซึ่งเป็นเพียงเรื่องเดียวที่บีอยากรู้ คือคริสเคยมีความรู้สึกรักใครจริงๆ บ้างรึเปล่า? การยอมถูกสวมแหวนหมั้น แท้จริงแล้วมันเพื่อสิ่งใดกันแน่หากคริสไม่เคยคิดรักใคร แล้วทำไมถึงต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่าความสัมพันธ์ขึ้นมา

ความสัมพันธ์กับคนอื่น ที่ไม่ใช่บี

“ผมโดนโกรธแน่ๆ”

“ไม่หรอกค่ะคุณ” บีแสร้งให้กำลังใจ “เธอใจแข็งดีนะคะ”

“มากที่สุดในโลก”

“ใจแข็งแบบนี้ ก็ยิ่งอยากเป็นคนทำให้เขาใจอ่อนให้ได้” พีทอาจหมายถึงเขา แต่บีหมายถึงตัวหล่อนเอง

“แต่ผมไม่เคยทำได้เลย”

              “ต้องลองดูค่ะ” และนี่ ก็คือบีหมายถึงตัวเองเช่นกัน

 

                การฟิตติ้งชุดเสร็จไปอย่างราบรื่น ระหว่างเปลี่ยนชุดและอยู่ในห้องแต่งตัวตามลำพังของบี การมาเยือนของคริสแบบไม่บอกไม่กล่าวทำให้บีรู้สึกว่า นี่คือการตั้งใจจะอยู่ด้วยกัน ทั้งที่เมื่อก่อนคริสทั้งหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ คริสอาจเห็นด้วยกับบีแล้ว เรื่องที่บีเคยบอกว่า การทำงานร่วมกันจะทำให้ทั้งสองมีเวลาอยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ต้องมีใครสงสัยและไม่ต้องมีใครกลัว


“มีแผนอะไรล่ะ ถึงดึงพีทเข้ามาจูบ” คริสเปิดประเด็น ระหว่างเก็บชุด

“แค่อยากกวนประสาทเล่นๆ”

“อย่าทำแบบนี้อีก เดี๋ยวจะกลายเป็นขี้ปากชาวบ้าน”

“นึกว่าหึง”

“แล้วก็อย่าพูดเรื่องไร้สาระนั่นด้วย”

“สรุปว่าไง?”

“อะไร?”

“เรื่องเดท”

“จะจีบคนแบบพี่จริงๆ เนี่ยนะ?” คริสส่ายหน้า “คิดผิดแล้วล่ะบี เราเป็นแบบนี้แหละ มันดีอยู่แล้ว”

“อยากลองดู” บียังดึงดัน “แต่บีไม่ได้ทำแบบนี้เพราะบีเริ่มรู้สึกรักพี่คริสหรอกนะ”

“เออ ก็แล้วแต่” คำรับปากส่งๆ ของคริสไม่ได้ทำให้บีตื่นเต้น ใจพองโตอะไรขนาดนั้น “เพราะพี่ก็ไม่ได้ให้จีบเพราะพี่เริ่มรู้สึกรักบีเหมือนกัน”

“งั้นขอเวลาสองเดือน ถ้าไม่ติด เดี๋ยวบีไปเอง”

คริสหัวเราะเมื่อคิดถึงระยะเวลาอยู่ด้วยกัน ซึ่งสั้นลงเรื่อยๆ คนอายุน้อยกว่าอาจอยากเก็บความทรงจำเอาไว้คิดถึงเยอะๆ ล่ะมั้งคริสไม่อยากขัดใจ เพราะยังไงเด็กคนนี้ก็ไม่เคยฟัง “ยังไงก็ต้องไปอยู่แล้วหนิ”

“ก็ถ้าติด พี่คริสจะต้องรั้งบีไว้” คริสไม่เข้าใจบีพูดเหมือนรอให้คริสทำ

 “พี่ไม่รั้งแมวจรจัดให้อยู่ในบ้านหรอก”

“แต่บีอยากเป็นแมวบ้านพี่คริส”

คริสควรรู้สึกอย่างไรเมื่อได้มองหน้ายียวนของบี ที่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ราวกับเห็นเรื่องทุกอย่างเป็นเพียงเรื่องเล่นๆ ที่ต้องการจะกวนประสาทเพียงเท่านั้น บีที่รักอิสระ และไม่เคยยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครน่ะเหรอ? ไม่มีทางแน่นอนที่สิ่งที่บีพูดจะเป็นความจริง

ควรรู้สึกยังไง--งั้นเหรอ?

ถ้าคิดแบบนี้ขึ้นมา แสดงว่าแม่งรู้สึกไปแล้วสินะ

 

 

               

              ความรู้สึกอาจถูกเปิดเผยพร้อมความลับ

 เตรียมตัวให้พร้อมกับความลับต่อไป คิดว่ามันพิเศษไหมล่ะ? เมื่อคุณมีสิทธิรู้เรื่องนี้

 

 ------------------------------------------------


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

284 ความคิดเห็น

  1. #113 002200anan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 19:52
    มันน่าติดตามมากเลทีเดียว
    #113
    0
  2. #108 ninmairuka (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 20:40
    อยากรู้ว่าสุดท้ายเรื่องจะลงเอยยังไง
    #108
    0
  3. #92 P_tea (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 10:51
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุก

    รอคอยความลับเรื่องต่อไปอยู่นะคะ
    #92
    0
  4. #89 Kaem_Mayuu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 22:05

    ชอบมากกกกก สนุกเเละน่าติดตามมากๆค่ะ จะติดตามไปเรื่อยๆเลยนะคะ

    #89
    0
  5. #88 Leslabel Kanna (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 21:59
    รออออออออออออออออออด้วยใจจดใจจ่อ ไรท์มาเร็วๆน๊า ❤
    #88
    0
  6. #85 pwrbc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 22:03
    ชอบมากๆเลย รอต่อนะคะ✌❤
    #85
    0
  7. #84 JSarutaya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 12:59
    ปกติไม่เคยอ่านฟิคในที่ทำงาน แต่เรื่องนี้เป็นข้อยกเว้นเฉย..

    เรียบ นิ่ง มีกลิ่นอายแบบมูราคามิหน่อยๆ แบบดีเลยอะ :)
    #84
    1
    • #84-1 nongp_ss(จากตอนที่ 5)
      26 กรกฎาคม 2561 / 19:15
      เราก็ชอบงานของมูราคามิ :) ขอบคุณมากค่ะ
      #84-1
  8. #83 2mate (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 02:26
    อ่านไปอ่านมาไหงสงสารพีท..

    เขาจะเดทกันแล้วค่ะ เขินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว..

    อ่านไปเรื่อยๆก็เหมือนค่อยๆรู้ความลับจริงแหละค่ะ ชอบคอนเซ็ปเรื่องนี้มากเลย
    อยากรู้แล้วว่าสรุปพี่คริสคิดยังไงกับพีท ทำไมถึงยอมหมั้น

    ไรท์คะอยากอ่านต่อแล้ว..-///- เป็นกลจ.ให้นะคะ ชอบมากเลยย <3
    #83
    0
  9. #78 Delight (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 14:30
    รู้สึกแล้วสินะ
    #78
    0
  10. #77 Patitta AO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 00:29
    อยากรู้ว่าถ้าบีไปจริงๆ พี่คริสจะยังเฉยๆแบบนี้อยู่รึเปล่า รอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่าาา
    #77
    0
  11. #76 Ryojin29 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 19:50
    แน่ะ มีความอยากได้เจ้าของเหรอคะ เจ้าแมว
    #76
    0
  12. #75 Nacha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 18:26

    อยากรู้ความลับเขาจังเลยค่ะ อิอิ สู้ๆนะไรท์

    #75
    0
  13. #74 Sbc_m (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 17:58
    สนุกมากๆๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #74
    0
  14. #73 อะไรเข้ๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 17:56
    โอ้วววว ชอบตอนนี้มากกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #73
    0
  15. #72 magicoficetea (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 17:07
    คิดว่าพีทก็น่าจะมีความลับเหมือนกัน โอ้ยยยแต่งได้ชวนปวดหัวน่าติดตามมากๆค่าาาาา สู้ๆน้าไรท์
    #72
    0
  16. #71 Mayyblack (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 17:04
    ใครเปิดเผยความรู้สึกก่อนจะแพ้หรอคะเนี่ย โอ้ยยยยยความลับเยอะไปหมด บีอยากเป็นแมวบ้านพี่คริสอ่ะ อิอิ
    #71
    0