Shhhh ! (beexcris)

ตอนที่ 13 : Episode 12 : Take the blame

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

B
E
R
L
I
N
 



Episode 12 : Take the blame

( theme song  Sorry - Halsey )







          บางสิ่งมักเริ่มต้นจากความซับซ้อนเพื่อรอให้ถูกค้นพบในสักวัน  

 

          ไม่มีใครคาดคิดว่าความสัมพันธ์ที่คอยทำร้ายและเยียวยาคนๆ หนึ่งได้ในเวลาเดียวกันจะกลายเป็นมากกว่านั้น ในวินาทีที่คิดว่าความลับจะคงอยู่ตลอดไปแต่มันกลับถูกเปิดเผยได้ง่ายๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้คนที่ปิดบังมันเอาไว้เตรียมตัวรับมือกับความผิดมหันต์ เพราะเรื่องบางเรื่องก็อยู่เหนือการควบคุมและเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งความรักและความเจ็บปวดที่กำลังก่อตัวเพื่อมอบบทเรียน จะเกิดอะไรขึ้นจากการหักหลังใครสักคนและจะทำอย่างไรหากกลายเป็นผู้ถูกหักหลังซะเอง ความจริงเริ่มเปิดฉากหลังจากความลับถูกเปิดเผยเสมอ และแม้ความจริงคือการล้างแค้นที่ดีที่สุดต่อการใส่ร้ายแต่ความจริงก็สามารถทำลายเราได้มากที่สุดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมัน

           ในสถานการณ์ที่ไม่ควรย่ำแย่ไปมากกว่านี้ คริสต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำลงไป การทรยศ หักหลังและปิดบังความเป็นจริงด้วยการทำลายความไว้ใจของคนดีๆ คนหนึ่งเป็นเรื่องน่าละอายใจ แม้คิดได้ตอนนี้อาจสายเกินไปแต่คริสหวังว่าคงไม่สายเกินแก้ไขเพื่อได้รับการให้อภัยจากเขา

          “พีท

           เขากำลังทำความสะอาดเลนส์กล้องตัวโปรดพร้อมกับแก้วไวน์แดงที่วางอยู่เคียงข้าง เป็นภาพที่คริสเห็นประจำทุกครั้งเมื่อมายังสตูดิโอส่วนตัวแห่งนี้และรู้ดีทุกอย่างว่าชีวิตประจำวันของเขาเป็นเช่นไร

          “คุณไม่ควรมาที่นี่...” เขาเอ่ยโดยไม่มองหน้า

          “คริสอยากขอโทษ...สำหรับเรื่องทั้งหมด” นี่อาจเป็นคำพูดที่ฟังดูโง่เง่าที่สุดสำหรับเขา

          “ผมไม่ควรเชื่ออะไรคุณอีกแม้แต่คำขอโทษ” เขาเงยหน้ามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความบอบช้ำ "จะขอโทษไปทำไม ในเมื่อก็ผิดกันทุกคน”

          "คุณไม่มีส่วนผิดในเรื่องนี้ แม้วทานิกากับบีก็ไม่ได้ผิดอะไร ทั้งหมดเป็นความผิดของคริสเอง”          

          "แต่ผมก็มีเรื่องให้โทษตัวเองอยู่บ้าง"

          "คุณไม่ต้องทำอย่างนั้นหรอกค่ะ"

          “ผมโทษตัวเองอยู่แค่เรื่องเดียวคือการทำให้คุณรักผมไม่ได้ แต่นอกนั้น เป็นความผิดของพวกคุณน้ำเสียงหนักแน่นของเขายิ่งทำให้คริสละอายใจ  

          “คริสขอโทษ

          “มีอะไรจะพูดนอกจากคำนี้ไหมครับ?

          “ถ้าคุณพร้อมจะเปิดใจรับฟัง คริสหวังว่าจะไม่สายเกินไป

          คริสควรเล่าความจริงทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับสงครามระหว่างเธอและวทานิกา เรื่องการถูกหักหลังจากเพื่อนที่สนิทที่สุดอย่างวุ้นเส้นและเรื่องที่บีคอยช่วยเหลือโดยเป็นอาวุธสำคัญในการสืบหาความจริงเพื่อต่อกรคนเหล่านั้นที่คิดเข้ามาทำลายเธอ พีทตั้งใจฟังนานมากพอจนจบ แต่กลับไม่มีคำพูดใดๆ จากปากของเขา แม้เคยคิดว่าเขาเป็นคนมิติเดียวและอ่านออกได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้คริสกลับไม่รู้อะไรเลย นอกจากรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังผ่านแววตาคู่นั้น

          “คริสผิดเองที่ไม่เคยบอกคุณ

          “แล้วคุณมาบอกอะไรตอนนี้?” คริสนิ่งไปและรู้สึกว่าพีทพูดถูก คริสควรบอกปัญหาทั้งหมดกับพีทแต่ทำไมถึงเลือกจะบอกบีแทนหรือนั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วคนที่ไม่เข้าใจความรักอย่างคริสไม่เคยให้ใจพีทมาตั้งแต่แรก จึงได้พยายามบ่ายเบี่ยงทุกสิ่งและไม่อยากยอมรับความจริงว่าคือบีต่างหากที่ได้ใจของเธอ ณ วินาทีนี้ ไม่มีหนทางใดให้คริสวิ่งหนีความผิดได้นอกจากต้องยอมรับโทษ

          “เพราะคริสกำลังยอมรับผิดและต้องการให้คุณรู้ว่าคริสเสียใจที่ทำให้เรื่องทั้งหมดกลายเป็นแบบนี้ค่ะ”

          “รู้ไหมที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องพยายามอธิบายอะไรหรอก เพราะไม่ว่าตอนนี้คุณจะพูดอะไร สุดท้ายคุณก็ต้องไปและผมก็ต้องเจ็บอยู่ดี แต่ถ้าคุณต้องการอธิบายเพราะรู้สึกผิดและอยากถูกให้อภัย หรือเพื่อที่จะได้ยินคำว่าไม่เป็นไรจากผมล่ะก็ตอนนี้ผมคงทำให้คุณไม่ได้

           มันเป็นอย่างที่คริสคาดการณ์ไว้ พีทคงไม่มีทางให้อภัยความเลวร้ายที่เธอทำ “คริสไม่ต้องการอะไรจากคุณค่ะ แต่อย่างน้อย เราควรรู้ว่าเราไปต่อกันไม่ได้เพราะอะไรและจากกันด้วยความเข้าใจมากกว่า อย่างที่บอกค่ะ คุณจะโกรธหรือเกลียดคริสก็ได้ แต่คริสต้องรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นมาและได้ทำลายมันลงด้วยตัวเอง” 

          "ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมามีอะไรที่เป็นเรื่องจริงจากคุณบ้าง..." พีทยกไวน์ขึ้นดื่ม และย้ายไปนั่งที่โซฟา "บอกหน่อยสิครับ ว่ามีอะไรบ้างที่เป็นความจริงนอกจากเรื่องที่คุณรักบี?"

          "ความรู้สึกดีๆ ที่คริสให้คุณไปไม่ใช่เรื่องโกหก มันคือของจริงและคริสไม่เคยเสแสร้ง แต่คริสขอโทษที่ทำให้มันกลายเป็นความรักไม่ได้”

          "นั่นเพราะคุณมีบีในขณะที่มีผมอยู่ ก็เลยเปรียบเทียบได้ไม่ยากว่ากับใครคือความรักกันแน่ ใช่ไหมครับ?" 

          "คริสไม่เคยเอาคุณไปเปรียบเทียบกับบีค่ะ" เธอเม้มปากแน่นและเกิดความกดดันมหาศาลในใจ "เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่คริสจะควบคุมได้ การเจอกับบีมันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบในตอนนั้น และคริสหวังว่าสักวันหนึ่งจะรักคุณได้ด้วยการพยายามเปิดใจรับสิ่งดีๆ ที่คุณมอบให้ แต่คริสเพิ่งรู้ว่าการรักใครสักคนมันไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย" พีทเบือนหน้าหนีไป ราวกับไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว "พีทคะ...ไม่ว่าคุณจะเข้าใจยังไงก็ตาม แต่คริสพยายามที่จะรักคุณแล้วจริงๆ"

          “แล้วคุณจะรับผิดชอบยังไงกับสิ่งที่ทำกับผม?”

          “คริสไม่หวังว่าคุณจะให้อภัย แต่คริสหวังว่าคุณจะได้เจอใครสักคนที่ดีกว่าและทำให้คุณพร้อมที่จะกลับมาเชื่อใจใครได้อีกครั้ง” เธอเดินเข้าไปวางแหวนแห่งพันธนาการลงบนโต๊ะทำงานของพีท ณ วินาทีที่เขาจ้องมองแหวนวงนั้นถูกคืนกลับมา เธอรู้สึกเกลียดตัวเองที่ทำให้เขาน้ำตาเอ่อคลอ

           ”พูดจบแล้วใช่ไหมครับ?”

           “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะพีท นี่คือสิ่งสุดท้ายที่คริสอยากพูด” 

            พีทต้องเผชิญหน้ากับความจริงไม่ต่างกัน ความจริงที่แม้ไม่อยากให้เป็นจริงและไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เขาคงไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเรื่องทั้งหมดถึงกลายเป็นหนังคนละม้วนต่างจากสิ่งที่เขาเคยจินตนาการภาพฝันเอาไว้ว่าจะมีความสุขร่วมกับผู้หญิงสักคนที่เขาทุ่มเทใจจะรัก แม้ต่อให้เขาทำทุกสิ่งคริสคงไม่มีทางหันกลับไปด้วยเหตุผลเดียวคือคริสไม่ได้รักเขา นี่คงเป็นการยอมรับความจริงที่เจ็บปวดที่สุด ซึ่งคริสเข้าใจดี กว่าจะได้รับการให้อภัยจากเขาคงอีกเนิ่นนาน หรืออาจไม่มีวันนั้น

           “คุณตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกรึเปล่าว่าจะทิ้งผมไป”

           “คริสไม่ได้ตั้งใจค่ะคริสเอ่ยย้ำความเป็นจริง “...ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

           “แปลว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมคือคนโง่สินะพีทพยักหน้าอย่างรับรู้ แต่พอมาคิดอีกที สิ่งที่โง่ยิ่งกว่านั้นคือการขอร้องไม่ให้คุณไป ผมจะไม่ยอมกลายเป็นคนโง่สำหรับคุณอีกแล้ว

           “พีท...

           “คุณไปเถอะครับพีทเอ่ยอย่างยอมแพ้ "กับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมหวังว่าคุณจะมีความสุขได้จริงๆ และเมื่อถึงตอนนั้น...ผมจะให้อภัยคุณ

            จังหวะที่คริสหันหลังเพื่อเดินจากไป พีททิ้งท้ายเอาไว้เพียงประโยคเดียวเพื่อจบทุกอย่าง

            และเพื่อเป็นการเริ่มต้นของบทลงโทษที่คนผิดจะได้รับต่อจากนี้ 







           ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณรู้ความจริงเพื่อเดินหนีออกมาแทนที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาคืนพวกเขาผิดหวังในตัวคุณนะ บอกตามตรง วทานิกาเอ่ยกับพีทผ่านโทรศัพท์ ขณะที่เขากำลังนั่งมองแหวนแห่งพันธนาการที่เขาใช้ผูกมัดคริสมาโดยตลอดในฐานะคู่หมั้น  

           เขาหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาถือไว้และจ้องมองมัน ถ้าผมทำอย่างนั้น ผมจะได้คริสคืนมาเหรอครับ?”

          วทานิกานิ่งไปเพราะรู้ว่าไม่มีทาง แต่คุณไม่ควรปล่อยให้พวกเขาเอาเปรียบ ฉันเคยบอกแล้วนะว่าควรทำยังไงเวลาถูกหักหลัง 

          "ทำลายพวกเขากลับเหรอ?" 

          "ไม่ใช่แค่คุณหรอก มันเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ควรทำทั้งนั้น" 

          เขายิ้มออกมา "...ผมไม่ทำหรอก" 

          "ก็ถึงบอกไงว่าน่าผิดหวัง"

          “วันนี้คริสมาหาผม

          ถ้าให้เดา คงมาขอโทษสินะ

          “คริสบอกว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

          ฟังแล้วเป็นยังไงล่ะ รู้สึกดีรึเปล่า?”

          “คริสไม่ใช่คนเลวร้ายถึงขนาดจงใจจ้องจะทำร้ายความรู้สึกของใคร ผมรู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องก็อยู่เหนือการควบคุม แต่มันก็ดีเหมือนกันที่ได้ฟังคำว่าเสียใจจากเธอ" เขาจ้องแหวนวงนี้อีกครั้งด้วยสีหน้าที่ไม่ได้เศร้าอะไรมากนัก หากคริสเห็น เธอคงสับสนว่าพีทรู้สึกอะไรอยู่กันแน่? "ผมรู้สึกได้ว่าเธอเสียใจและกำลังเป็นทุกข์กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ"

           “เสียใจอย่างนั้นเหรอ? พูดออกมาได้

           “อย่างน้อยเธอก็มีความสำนึกนะครับ

           เสียใจ แต่ไม่ได้เจ็บหนิ” พีทตั้งใจฟังวทานิกาเอ่ยต่อ ความเสียใจมันแค่ผิวเผิน ใช้เวลาไม่นานก็หายไปตามกาลเวลา แต่ความเจ็บมันจะฝังใจยาวนานกว่านั้นมาก นานจนไม่รู้ว่าจะหายไปเมื่อไหร่ มันไม่แฟร์ที่คุณต้องเผชิญกับความเจ็บนั้นแค่คนเดียว ในขณะที่คริสกำลังมีความสุขกับบีและลืมไปแล้วว่าเคยทำร้ายคุณไว้ยังไงบ้าง” 

           "ความสุขเหรอครับ? ผมก็หวังว่าคริสคงจะมีมันนะ" เมื่อพีทนึกถึงสีหน้าของคริสในวันนี้ เขากลับไม่รู้สึกถึงสิ่งที่เรียกว่าความสุขเลยสักนิด เขาจึงกล้าพูดออกไปว่าหากคริสมีความสุขเมื่อไหร่การให้อภัยจะตามมาหลังจากนั้น 

           และแน่นอนแม้แต่วทานิกาเองก็คงไม่มีวันเข้าใจ "คุณนี่ยังไง โดนทำให้เจ็บขนาดนี้ยังจะใจเย็นอยู่ได้"

           “เหมือนที่บีทำให้คุณเจ็บใช่ไหม? คุณถึงได้คิดทำเรื่องทั้งหมดขึ้นมา

           แม้แปลกใจว่าพีทรู้เรื่องระหว่างเธอกับบีได้อย่างไรแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เชื่อเถอะค่ะ ความเจ็บทำให้คนเราขาดสติได้มากพอๆ กับการรักใครสักคนนั่นแหละ

          “อย่าโทษความรักเลยครับ คุณคงรู้ดีว่าอะไรที่ยึดติดคุณเอาไว้กับความเจ็บปวดและไม่ยอมปล่อยมันไป

         ดูเหมือนคุณจะไม่ได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้นเลยนะคะ คุณพีท

         “สิ่งที่ผมรู้ก็คือคริสไม่รักผม และผมคงห้ามให้คริสไม่รักคนอื่นไม่ได้” 

         จะปล่อยคนที่ทำให้คุณกลายเป็นคนโง่ไปง่ายๆ โดยไม่คิดจะทำอะไรจริงเหรอ? เชื่อเถอะ ตอนนี้พวกเขาอาจหัวเราะเยาะคุณอยู่” พีทมั่นใจว่าไม่ใช่คริสกับบีที่หัวเราะเยาะเขา แต่อาจเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างวทานิกาที่ประเมินแล้วว่าเขาขี้ขลาดเกินกว่าจะทำลายใครได้ 

         “ผมแค่เชื่อว่าคนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” 

         "หมายความว่ายังไงคะ?" 

          "ผมหมายถึง สิ่งที่พวกเขาทำเอาไว้อาจย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาเอง" 

         คุณแอบคิดอยู่ลึกๆ ว่าอยากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสิ่งที่เรียกว่าเวรกรรม อย่างนั้นเหรอ?” พีทยิ้มออกมาและนั่นคือคำตอบที่ดีที่สุดที่ทำให้รู้ว่าเขาเฝ้ารออะไรอยู่ ความโกรธแค้นในใจของเขามีไม่น้อยไปกว่าวทานิกานัก เพียงแต่คนเรามีวิธีระบายสิ่งเหล่านั้นออกมาแตกต่างกัน ความเจ็บช้ำมีทางเลือกให้สองทางคือลงมือทำลายพวกเขาด้วยตัวเอง หรือค่อยๆ มองพวกเขาถูกบทลงโทษจากการทำผิดเล่นงานอย่างช้าๆ  

           "ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้นไม่ใช่เหรอครับ?"

         ไม่ใช่ทุกคนหรอกค่ะ กว่าจะถึงวันนั้นฉันคงรอไม่ไหวหรอกนะ” 

          “ครับ ผมเชื่อว่าคุณมีความคิดดีๆ เตรียมเอาไว้แล้วเป็นไปตามความต้องการของพีททุกอย่าง เขาจึงได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจ "ถ้ารอไม่ไหวก็รีบทำให้ผมเห็นสิ ว่าพวกเขาจะถูกลงโทษยังไง" 

 

           : คนทุกคนบนโลกล้วนเป็นสีเทากันทั้งนั้น

           แล้วคุณคิดว่าผมเหมือนสีอะไร

 

           พีทนึกถึงคำถามที่เคยถามบีเอาไว้แต่ไม่ได้คำตอบกลับมา หากทุกคนบนโลกล้วนเป็นสีเทาอย่างที่บีบอกไว้ เขาหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะรู้ว่าเขาเหมือนสีเฉดไหนกันแน่ เขาตัดสินใจปล่อยแหวนแห่งพันธนาการอันไร้ค่าลงในแก้วไวน์ให้น้ำใสสีแดงเข้มกลบกลืนแหวนวงนี้จมลับหายในก้นแก้ว หากความเจ็บปวดทำให้คนขาดสติได้มากพอเหมือนความรัก หากสีครามหมายความถึงจิตใจมนุษย์ที่ซับซ้อนเกินหยั่งรู้ ภายใต้ผืนน้ำอันกว้างใหญ่แผ่นนั้นคงคล้ายกับจิตใจของเขา มันเกินลึกล้ำกว่าจะมีใครค้นพบได้ว่าเขาซ่อนอะไรอยู่ในนั้น ไม่มีใครรู้ว่าจะเจออะไรหากลองเข้าไปค้นหา เพราะคนเดียวที่รู้คงเป็นตัวของเขาเองที่มั่นใจว่าไม่ใช่สีเทาเฉดเดียวกับทุกคน

           คนแบบพีทเหมือนเฉดสีอะไรกันแน่? ลึกๆ แล้วเขากำลังคิดอะไรอยู่ภายในจิตใจที่ไม่มีใครหยั่งถึง

          นี่อาจเป็นเรื่องเดียวที่ความลับมั่นใจว่ามันจะไม่มีวันถูกเปิดเผยออกมา




           การปรากฏตัวของคริสที่วทานิกากำลังถูกพูดถึงจนเกิดข่าวลือแง่ลบต่างๆ นานา บีรู้ดีว่าการกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านคือสิ่งที่คริสเกลียด วินาทีที่บีตัดสินใจก้าวเข้ามาใน Secret Weapon คงหนีไม่พ้นสายตาหยามเหยียดและการซุบซิบนินทา แต่บีไม่สนใจหากถูกกล่าวหาว่าเป็นคนกลับกลอกไม่น่าไว้ใจ เพราะบีสนใจเพียงการเตรียมหลักฐานทุกอย่างเพื่อโต้กลับเรื่องสกปรกที่วทานิกาทำเอาไว้และเพียงต้องการปกป้องคนที่ตัวเองรัก

      “ขอเข้าไปได้ไหม?”

      “บีคริสวางมือจากการทำงาน สายตาทุกคู่จับจ้องมาจนเธอต้องรีบปิดประตู บีไม่ควรมาที่นี่นะ

      “บีรู้บีไม่สนสายตาผู้คนเช่นนี้เสมอ บีไม่พูดอะไรต่อนอกจากวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงาน แบบชุดของพี่คริสที่ถูกขโมยไปกับไฟล์ภาพกล้องวงจรปิดที่บีเห็นว่าคุณวุ้นเส้นอยู่ในห้องทำงานของแพร เท่านี้น่าจะพอมัดตัวพวกเขาได้ ทุกคนจะได้รู้สักทีว่าวทานิกาทำเรื่องสกปรกกับพี่คริสไว้เยอะแค่ไหน

         หากเป็นเมื่อก่อนคริสคงรู้สึกโกรธและต้องการเอาคืนพวกเล่นสกปรกในทันที แต่สถานการณ์ตอนนี้กำลังทำให้คริสสับสนว่าควรทำอย่างไรต่อ บี เลิกคุยเรื่องนี้กันก่อนเถอะ"

         “ทำไมล่ะ?”

          คริสต้องการเปลี่ยนเรื่อง วันนี้พี่ไปเคลียร์กับพีทมา

          “เป็นยังไงบ้าง?”

          “ตอนแรกคิดว่าพอความจริงเปิดเผยแล้วอะไรๆ จะดีขึ้น แต่ไม่รู้ทำไมพี่ถึงรู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิม” คริสคงกล้าพูดความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ และคงไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป ไม่รู้สิถึงพี่จะบอกทุกอย่างจนพีทดูเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วก็เถอะ...

         “ถ้าเขาเข้าใจ พี่คริสก็สบายใจได้แล้วนะ

         “พี่จะเอาอะไรไปสบายใจ พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต่อจากนี้ต้องเจอกับอะไรอีก

         “เขาให้อภัยพี่คริสใช่ไหม?"

          "พีทบอกว่า ในวันที่พี่มีความสุขได้จริงๆ ถึงตอนนั้นเขาคงจะให้อภัย พอได้ยินคำว่าให้อภัยจากเขา มันก็เหมือนปลดล็อคความอึดอัดไปได้บ้าง"

          "เพราะเขาคิดเอาไว้แล้วว่านับจากนี้พี่คริสจะไม่มีความสุขได้จริงๆ เพราะความรู้สึกผิดไงล่ะ” น่าแปลกที่คริสไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้ “บางที เขาอาจแค่ต้องการรอดูว่าเราจะย่อยยับได้แค่ไหนเหมือนกัน"

           "พี่ไม่รู้อนาคตหรอกนะบี แต่พีทไม่เหมือนวทานิกา พี่เชื่ออย่างนั้น"

          “กับพีท บีไม่รู้นะ แต่กับแพร บีจะจัดการทุกอย่างเอง"

           คริสจับมือบีเอาไว้ จะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ?”

          “โอกาสเดียวที่พี่คริสจะทำลายวทานิกาคืนและไม่ต้องคอยกังวลอะไรอีกบีรอโอกาสนี้มานานแล้วล่ะ

          “มันจะยิ่งทำให้อะไรๆ แย่ลงรึเปล่า?”

          “ทำไมคิดอย่างนั้น?”

          “พูดเหมือนไม่รู้จักวทานิกาอย่างนั้นแหละ

           “เพราะรู้ไง ถึงได้ทำ

            คริสถอนหายใจ ในหัวเต็มไปด้วยความคิดที่กำลังตีกันไปมาราวกับไม่มีวันหาจุดจบได้ บีเคยอยากรู้มาตลอดใช่ไหมว่าถ้าพี่กลัวแล้วจะเป็นยังไง?”

           “พี่คริสกลัวเหรอ?”

           “ใช่ พี่กลัว

            บีไม่พูดอะไรต่อนอกจากกอดคริสเอาไว้เพื่อปลอบประโลมความกังวลของเธอให้คลายลง คริสรู้สึกถึงความปลอดภัยเสมอเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของบี ราวกับเรื่องเลวร้ายต่างๆ จะไม่มีวันทำอะไรคริสได้หากมีบีอยู่ด้วยกัน นั่นทำให้คริสมั่นใจในสิ่งที่จะพูดต่อจากนี้  

           “บีคริสเอ่ย ไปนิวยอร์กด้วยกันไหม?”

            บีถอนกอดออกมา อะไรนะ?

           “พี่ไม่รู้ว่ามันดูขาดสติเกินไปรึเปล่า แต่พี่คิดดีแล้ว พี่อยากไปนิวยอร์กกับบี

           “ทำไม?

           “พี่ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเคยมีความสุขครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่พี่ก็ได้คำตอบถึงอยากจะปฏิเสธมาตลอดว่าพี่มีความสุขทุกครั้งถ้ามีบีอยู่ด้วย พี่แค่อยากไปจากที่นี่ ไปในที่ที่มีบี ที่ที่เราสองคนจะอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายใจมากกว่านี้

           “ถ้าไปจากที่นี่ พี่คริสจะสบายใจจริงๆ เหรอ?”

           “อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องเจอเรื่องน่าปวดหัวที่ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่”

            บีเงียบไปครู่หนึ่ง ครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยต่อ ไม่หรอกพี่คริส...พี่ไม่ได้อยากทำอย่างนั้นเพราะอยากอยู่กับบีหรอก

           “พี่แค่อยากให้ทุกอย่างมันจบลงจริงๆ และการเอาคืนวทานิกาอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในตอนนี้ บีเข้าใจพี่ไหม?”

           “พี่คริสจะหนีอะไร?” บีเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง อยากหนีไปจากสถานการณ์เลวร้ายตอนนี้ อยากหนีความจริงใช่ไหม?—ในขณะที่บีพร้อมจะสู้กับทุกคนที่ต้องการทำลายพี่คริสแต่พี่คริสกลับต้องการจะหนีแค่เพราะเราเริ่มต้นกันมาแบบผิดๆ และอยู่กับความลับมานานเกินไปรึเปล่า? พี่ถึงได้ลืมว่าความจริงน่ะ มันหนียังไงก็หนีไม่พ้น

           “ถ้าพี่บอกว่าพี่ไม่อยากให้เราสู้กับอะไรอีกแล้วล่ะ

           “ถ้ามีบียังไงก็ชนะวทานิกาไม่ใช่เหรอ? นี่ไง บีก็อยู่ตรงนี้ทั้งคน พี่คริสจะกลัวอะไร? เราก็แค่เอาคืนคนที่คิดจะทำลายเรา ปล่อยให้ความจริงทำหน้าที่ของมันและเราแค่ทำทุกอย่างให้มันถูกต้องก็พอ” 

           “ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง” คริสทวนย้ำในสิ่งที่บีพูด “สิ่งนั้นควรเริ่มต้นจากการยอมรับความผิดต่อสิ่งที่เราทำเอาไว้กับเขาเหมือนกัน ไม่ใช่เหรอ?”

           “พี่คริสกลัวอะไรกันแน่?”

           “มันไม่ใช่แค่การกลัว Secret Weapon ถูกทำลาย

           “มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าเราอยู่ด้วยกัน

           “บีคริสตัดบท “...ไม่มีใครยอมรับเราสองคนหรอก

           “พี่คริสจะไปสนใจคนอื่นทำไม?”

           “เพราะเราไม่เคยสนใจคนอื่นไงเรื่องทุกอย่างเลยบานปลายขนาดนี้ยอมรับความจริงเถอะบี”

           “อ๋อ หรือว่าเรื่องของเราควรเป็นแค่ความลับต่อไปถึงจะดีสำหรับพี่คริส?”

           “บี เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าความลับไม่มีอยู่จริงในโลกนี้? และพี่ก็ไม่อยากปิดบังอะไรอีกแล้ว”

           “แต่แพรคงไม่มีวันยอมจบง่ายๆ บีคงยอมไม่ได้หรอกนะถ้าทุกอย่างต้องพังลง”

           “ถ้าพี่บอกว่า มากกว่ากลัว secret weapon ถูกทำลายคือการกลัวเสียบีไป บีจะเชื่อพี่รึเปล่าเพราะอย่างนั้นพี่ถึงอยากอยู่กับบีไง

           “อย่าพูดแบบนี้นะพี่คริส พี่จะไม่เสียอะไรไปทั้งนั้น”

           “มันอาจเห็นแก่ตัวเกินไปที่ไม่อยากสูญเสียอะไรในตอนนี้ แต่ถ้าพี่ต้องเสียอะไรไปสักอย่าง พี่ขอให้สิ่งนั้นไม่ใช่บี” คริสย้ำอยากหนักแน่นอีกครั้ง  “ไปนิวยอร์กด้วยกัน และจบเรื่องทั้งหมดนี้เถอะนะ



            บีมองหลักฐานทุกอย่างที่จะเอาคืนวทานิกา ขอโทษเขาและรับโทษทุกอย่างที่เราต้องเจออย่างเต็มใจเพราะมันมาจากการกระทำของเราเอง นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่คริสต้องการมากกว่าการทำสงครามกันอย่างไม่จบสิ้น บางครั้ง ความรักก็มีข้อเสียตรงที่ทำให้เรายอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่พอรู้ตัวอีกทีว่าบียอมแพ้ได้เสมอหากเป็นเพราะความรักที่ได้มาจากคริส บีก็เลือกทิ้งหลักฐานทุกอย่างและไม่คิดหยิบมันขึ้นมาอีก               

        ในร้านอาหารที่นัดวทานิกาเอาไว้ การปรากฎตัวของเธอไม่ได้ทำให้บีเกรงกลัวเหมือนในตอนแรกอีกแล้ว  

          ติดต่อนักข่าวไว้รึยัง? ถ้ายังแพรจะได้ติดต่อให้ แพรจะได้แถลงข่าวไปทีเดียวว่าบีกับศิรินทำกับแพรไว้เจ็บแสบแค่ไหน

            "อย่าลืมสิว่าแพรเล่นสกปรกอะไรไว้บ้าง"

            "นี่คือคำขู่เหรอ ทำไมแพรไม่รู้สึกกลัวเลย?"

            “จะไม่มีการแถลงข่าวอะไรทั้งนั้น

           ทำไมถึงเปลี่ยนใจล่ะ?”

           “ถึงบีอยากทำลายแพรมากแค่ไหนแต่ว่ามันคงไม่มีประโยชน์ บีจะไม่บอกเรื่องสกปรกของแพรให้ทุกคนรู้ และที่สำคัญ บีจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับแพรอีกเลย”

           “เพราะรู้ตัวว่าคงไม่มีใครเชื่อบี ถ้ารู้ว่าบีโกหกแพรไว้เยอะแค่ไหน

           “ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องนั้นหรอก แต่เพราะบีรู้ตัวว่าเคยทำผิดกับแพรเอาไว้เหมือนกัน" 

           “ถ้าอย่างนั้น ไหนล่ะ ข้อเสนอดีๆ?”

           “บีไม่มีข้อเสนออะไรให้แพร

           “จะมาไม้ไหน?”

            บีส่ายหน้า ที่บีมีตอนนี้ ก็แค่คำขอร้องที่อยากให้แพรช่วยทำ”

            “ขอร้องเหรอ?” วทานิกายิ้มออกมา เพราะเธอรู้สึกดีทุกครั้งเมื่อกำลังอยู่เหนือกว่าคนอื่น ไหนลองว่ามาสิ

            “จบเรื่องทุกอย่างระหว่างแพรกับ Secret  Weapon ระหว่างแพรกับพี่คริส และไปตามทางของตัวเอง”

            “มากเกินไป ไม่เห็นว่าแพรจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลยสักนิด”

            “บีจะยอมรับความผิดทุกอย่างที่เคยทำกับแพร ช่วยจบเรื่องทุกอย่างเถอะนะ บีขอร้อง...

            “ศิรินขอให้ทำเหรอ?" เธอหัวเราะอย่างเหยียดหยาม "น่าสมเพชมากเลยนะ รู้ตัวไหม?”

            “บีขอร้องบีย้ำคำเดิม 

            "ไม่มีวันนั้นหรอก"

             เป็นอย่างที่คิดไว้บีจึงไม่แปลกใจกับคำตอบของวทานิกา หรือถ้ามีทางไหนที่ทำให้แพรยอมจบเรื่องทั้งหมดได้ บีจะทำทันที

            “แน่ใจเหรอ?”

            “แต่บีอยากให้เราจบเรื่องทั้งหมดด้วยความใสสะอาด ไม่อยากให้มันพังพินาศไปมากกว่านี้

             เสียงเปียโนในร้านอาหารเริ่มบรรเลงขึ้นหลังจากบทสนทนาเงียบลง เมื่อได้นั่งทบทวนความคิดของตัวเองทั้งสองรู้สึกเหมือนได้กลับไปแตะความรู้สึกเก่าๆ อีกครั้งในตอนที่ทุกอย่างยังไม่มีคำว่าความลับเข้ามาเป็นส่วนประกอบของความสัมพันธ์  สิ่งที่ทำให้เห็นว่าแพรไม่ใช่คนเลวร้ายโดยจิตใจคือแววตาบอบช้ำซึ่งไม่แตกต่างอะไรจากวันนั้นที่บีตัดสินใจเดินจากมา 

             ทั้งหมดเป็นความผิดของบีที่อยากทำตัวเป็นแมวจรจัดไร้ปลอกคอมากกว่าแมวบ้านผู้แสนซื่อสัตย์ของวทานิกา 

             "บีไม่ได้ตั้งใจสร้างปัญหา แต่บีคงคิดน้อยเกินไปและทำอะไรตามใจอย่างที่แพรเคยบอกจริงๆ" วทานิกานั่งฟังโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา เธอคงอยากรู้ว่าบีจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า "มันคงดี ถ้าแพรยอมยกโทษให้ แต่ถ้าไม่แค่บอกมาว่าบีต้องทำยังไง”

             “จะขอให้แพรจบเรื่องทุกอย่าง ก็ช่วยแสดงความรับผิดชอบกับความผิดที่ทำไว้ก่อนสิ"

             "จะให้บีทำยังไง?"  

             "ไม่แปลกใจหรอกถ้าบีคิดไม่ออก เพราะบีไม่เคยมีความรับผิดชอบอยู่แล้ว” บียอมถูกถากถางอย่างไม่มีคำใดจะต่อสู้ “เวลาที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี บีจะวิ่งหนีแพรออกมา ทำกับแพรเหมือนชุดฟินาเล่พวกนั้น จะใส่มันเมื่อไหร่หรือจะโยนมันทิ้งตอนไหนก็ได้เพราะบีไม่เคยเห็นคุณค่าของมัน พร้อมจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังเสมอโดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ทิ้งไปคือสิ่งที่แพรเคยทุ่มเทให้บี คิดว่าความรักที่แพรให้ไปมันเป็นเรื่องล้อเล่นรึไง?”

             “บีแค่ไม่คิดว่าแพรจะมารักคนอย่างบี เท่านั้นเอง”

             "แล้วกับศิรินล่ะ คิดเอาไว้ตั้งแต่แรกรึเปล่าว่าจะรัก?"

             "ไม่เลย ไม่เคยคิด" 

             "แล้วกับแพรล่ะ?" 

             "คิด แต่ไม่รู้ทำไมถึงรักไม่ได้” นี่อาจไม่ใช่สิ่งที่วทานิกาคาดคิดว่าจะได้ยิน “...บีเชื่อว่าจะมีใครสักคนที่รักแพร แต่คนๆ นั้นคงไม่ใช่บี”

             คริสไม่รักผม และผมห้ามให้คริสไม่รักคนอื่นไม่ได้—วทานิกานึกถึงคำพูดของพีทขึ้นมาและเข้าใจความรู้สึกนั้นทันที แพรทำให้บีรักไม่ได้และไม่ผิดสักนิดหากบีจะไปรักคนอื่น “อยากให้เราจบกันอย่างใสสะอาดใช่ไหม?”

             “บีอยากให้เป็นอย่างนั้น”

             ”รักศิรินมากพอจะทำทุกอย่างให้เธอได้รึเปล่า?” บีมองวทานิกาอย่างพิจารณา “ว่าไง...พิสูจน์ให้แพรเห็นได้ไหม?”

             “เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อแพร และเพื่อจบเรื่องทั้งหมดให้พี่คริสบีทำได้ทุกอย่าง”

             “ไปจากศิรินซะคำขาดถูกยื่นมาให้ ทางสุดท้ายที่ทำให้บีไม่มีทางเลือกอื่นใด ต้องการให้เราไปตามทางของตัวเองใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นบีก็ไปตามทางของบีซะสิ ไปนิวยอร์กอย่างที่เคยอยากไป ไปที่ไหนก็ได้ที่จะไม่มีศิรินอยู่ด้วย แพรจะไม่ทำลาย Secret Weapon จะไม่ทำลายใครอีก แต่แพรจะทำลายความรักของศิรินกับบี แพรจะทำแบบนี้ มันก็ใสสะอาดดีใช่ไหม?”

            เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ วทานิกาจะไม่ยอมผ่อนปรนและพยายามเอาชนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ ”แพรมันจะได้อะไรขึ้นมา?”

           “ไหนบอกว่าทำได้ทุกอย่างไง?”

           “ต้องการให้บีทำอย่างนั้นเมื่อไหร่?”

           “ตามจริงแพรควรตอบว่าตอนนี้ เพราะขนาดวันที่บีฉีกสัญญาของแพรทิ้งไปบีแทบไม่ต้องใช้เวลาคิดด้วยซ้ำ” บีเข้าใจดีว่าเรื่องนี้คือแผลฝังใจวทานิกามาโดยตลอด “อย่าให้นานเกินไปจนแพรเปลี่ยนใจก็แล้วกัน นี่คือโอกาสสุดท้ายที่แพรจะให้บี”

           "ถ้าบีทำ แพรจะต้องรักษาคำพูด" 

           "แพรพูดคำไหนคำนั้นและซื่อสัตย์กับบีมาเสมอ นี่อาจเป็นสิ่งที่บีไม่เคยรู้" 

           “บีขอโทษสำหรับทุกอย่าง” จังหวะที่วทานิกาลุกออกไป บีตัดสินใจพูดในสิ่งที่อยากพูดมาโดยตลอด “...ขอโทษจริงๆ”

           “ขอบคุณที่พูดในสิ่งที่แพรคิดว่าจะไม่มีวันได้ยินจากบี" คำพูดสุดท้ายของวทานิกาคือคำตัดสินสุดท้าย "แต่แพรจะไม่ให้อภัยบี...จนกว่าบีจะไปซะ" 



             ถ้าการพิสูจน์ว่าเรารักใครสักคนมากพอคือการยอมทำทุกอย่างเพื่อเขาตามที่วทานิกาบอก เช่นนั้น บีก็คงรักคริสมากพอถึงยอมเสี่ยงตัวเองและยอมกลายเป็นอาวุธสำคัญในการทำลายวทานิกาด้วยความเต็มใจโดยที่คริสไม่เคยร้องขอ บีเพิ่งเข้าใจวันนี้ว่ารักคริสมาโดยตลอดแม้มันควรเป็นความสัมพันธ์อันฉาบฉวยและจบลงไปตั้งแต่ในคืนแรกที่ได้เจอกัน บีต้องการรับผิดชอบและต้องการพิสูจน์ ไม่ใช่เพื่อวทานิกาแต่เพื่อความรักที่เกิดขึ้นจากการเริ่มต้นอันผิดพลาด 

             มันจะกลายเป็นความถูกต้องได้หรือไม่? บีเองก็อยากรู้

           “ทุกอย่างโอเคไหม?”

           “แน่นอน”

            คริสเข้ามากอดบีเอาไว้ ขอโทษนะที่ทำให้ต้องเหนื่อยขนาดนี้

           “ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย” คริสคงไม่รู้ว่ารอยยิ้มที่กำลังส่งไปเจือปนด้วยความลำบากใจอยู่ด้วย “จากนี้พี่คริสไม่ต้องไปไหนหรอกนะ อยู่ที่นี่แหละ อยู่กับ secret weapon ต่อไป และมั่นใจได้แล้วว่าจะไม่มีใครคิดทำลายพี่อีก

           “วทานิกาพูดอะไรกับบี?" 

           "แพรแค่...ให้โอกาสสุดท้าย"  

           "โอกาสสุดท้าย?"

           บีพยักหน้า "ถ้าเขาอุตส่าห์ให้โอกาสสุดท้ายเรามาก็ควรรีบไขว่คว้าไว้ก่อนจริงไหม? เราสองคนต่างก็อยากได้รับการให้อภัยจากคนที่เราเคยทำผิดต่อเขา และถ้าเขาให้อภัยเรา ทุกอย่างมันจะจบลงได้จริงๆ สักทีใช่ไหมพี่คริส?

           “ใช่ มันคงเป็นทางเดียว ถ้าเราต้องการทำให้เรื่องทั้งหมดมันถูกต้อง

           “ต่อจากนี้เหลือแค่เรื่องของเราแล้วนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบีอยากให้พี่คริสสบายใจจริงๆ สักที" 

            "สำหรับพี่ แค่มีบีอยู่ด้วยก็พอแล้ว"

            "การเตรียมตัวสำหรับคอลเลคชั่นใหม่คือสิ่งที่พี่คริสควรโฟกัสมากกว่าเรื่องอื่นนะ" 

            "พี่รู้" 

            "นั่นแหละ บีอยากให้พี่คริสทุ่มเทกับ Secret Wapon ให้เต็มที่ ส่วนนอกนั้น บีจะจัดการเอง" 

            “พูดเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่าง?”

            “บีจะไปนิวยอร์กคริสยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าบีกำลังใจเปลี่ยนใจ แต่รอยยิ้มของเธออยู่ได้ไม่นานนักหลังจากได้ยินประโยคถัดมา ...แต่บีจะไปคนเดียว

            “ทำไม?”

            “ถ้าพี่คริสไม่อยากเสียบีไปจริงๆ

            “พี่ไม่เข้าใจ

            “ตอนนี้เราควรแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ลองกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่จะทำให้เรื่องทุกอย่างมันถูกต้องสักที

            “บีหมายความว่ายังไง?”

            บีกุมมือคริสเอาไว้ “เราลองดูไหมพี่คริส? ลองให้เรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมทั้งหมดพิสูจน์ว่าเราต้องการกันเพราะความรักจริงๆ หรือเพราะว่า...เราแค่อยากมีใครสักคน” 

 


 

            เรื่องธรรมดาสามัญที่สุดที่ความจริงอยากบอกทั้งสองคือไม่มีใครทำผิดแล้วไม่ถูกลงโทษ

            ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง คนทำผิดต้องถูกลงโทษเสมอ แต่บทลงโทษที่ความจริงกำลังมอบให้มันมาพร้อมกับบททดสอบแรกสำหรับความสัมพันธ์ที่เกิดมาจากความผิดพลาดนี้ ความจริงอาจต้องการให้ทั้งสองทบทวนความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง เพื่อรอวันกลับมาพบกันในช่วงเวลาที่เหมาะสมและไม่มีสิ่งใดไร้การควบคุมอีกต่อไป


            หรือไม่ก็จากกันไปตลอดกาล โดยไม่หลงเหลือความรู้สึกใดๆ ต่อกันอีกเลย                



-------------------------------
 



บู้มมม! 
อยากอ่านคอมเม้นท์จังค่ะ ;-;



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

284 ความคิดเห็น

  1. #267 กัสเต่า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 13:22
    โอ้ววววว ชอบพลอตเรื่องนี้จัง นี่แหละความจริงของความรักกับสิ่งที่เราต้องพบเจอ แอบคล้ายชีวิตเรามาก อ่านไปบางทีแอบจุก5555555
    #267
    0
  2. #265 IronPleng (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 01:38
    ชอบการบรรยายของไรท์มากเลยค่ะติดตามอยู่นะคะสู้ๆเป็นกำลังใจให้ค่า
    #265
    0
  3. #264 TCN_tancha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:40
    ถ้าจะจากกันจริงๆหวังว่าเขาจะกลับมาเจอกันด้วยดีนะคะ.. ;-;
    #264
    0
  4. #263 faarua (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 21:26
    แบบนี้ดีที่สุดจริงๆ
    #263
    0
  5. #262 teenuang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:36
    ไมเกรนมาละตอนนี้
    #262
    0
  6. #261 PuengWaleerat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 16:17
    รักแท้จะไม้แพ้อะไรเลย
    #261
    0
  7. #260 Navipreeya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 14:31
    ฮื้อเคียดแทนพี่คริสสสสส รอต่อค่าา
    #260
    0
  8. #259 summerboy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 00:50
    พี่คริสเอาไงดี บีคือชอบทำอะไรเอาแต่ใจอย่างวทนิกาบอกจริงๆแหละ
    #259
    0
  9. #258 Mami4869 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 23:00

    หน่วงมาก แต่ดีใจนะที่เค้าจะรีเซตกันใหม่ ดีใจกับทั้งคู่จริงๆ

    #258
    0
  10. #257 homesixth (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 16:50
    จากกันเพื่อที่จะพิสูจน์ว่า

    รักกันจริงไหม รีเซ็ตเกม ไรต์บรรยายดีคือเคมและข้าใจทุกครส

    เสียใจแต่

    หวังว่าเจอกันครั้งใหม่

    เขายังรอกันอยู่นะๆๆๆๆๆๆๆ
    #257
    0
  11. #256 Saimai01062542 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 16:10
    หืม.เครียดมาก. อยากอ่านต่อแล้วว
    #256
    0
  12. #255 nroarttsh10 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 15:40
    ไม่รู้จะเม้นต์อะไรเลย นอกจากอยากอ่านต่อแล้ว;-;
    #255
    0
  13. #254 myself (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 15:32
    อ๊ากกกกกก เครียดมากกกกกก
    #254
    0