Shhhh ! (beexcris)

ตอนที่ 12 : Episode 11 : Rhythm of the time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    20 เม.ย. 63







Episode 11 :  Rhythm of the time









            จังหวะของเวลาที่เหมาะสมจะนำพาเราไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดี

                ใครหลายคนต่างเคยบอกเช่นนี้ แต่สำหรับคริสความรู้สึกไม่ใช่เรื่องของทฤษฎี เราบังคับมันไม่ได้ว่าควรรู้สึกดีกับใครสักคนในช่วงเวลาใด โดยเฉพาะในวินาทีที่เรารู้สึกดีไปแล้วมักจะไม่มีคำว่าเหมาะสมหรือผิดพลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง คริสไม่เคยเชื่อในทฤษฎีความสัมพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้น อย่างเช่น ณ เวลานี้ ไม่มีทฤษฎีข้อไหนนำพาให้คริสเลือกมานั่งดื่มในบาร์อันเงียบสงบแห่งนี้เพราะต้องการเวลาส่วนตัวแทนที่จะไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ไม่มีใครคอยกำกับให้เธอนั่งอยู่ข้างๆ ผู้หญิงร่างสูงคนหนึ่งที่จ้องมองคริสแทบตลอดเวลา และไม่มีใครบังคับให้สายตาสองคู่ผสานจ้องมองกัน

                แม้เราสองคนไม่เคยรู้จักกัน แต่ไม่ใช่เรื่องของจังหวะเวลาอะไรทั้งนั้นที่ทำให้เราส่งยิ้มให้กันอย่างไร้เหตุผล ไม่มีใครรู้ว่าการเอ่ยทักทายประโยคเดียวในคืนนี้จะนำพาเราไปสู่ความสัมพันธ์แบบใด ดีหรือร้าย? เหมาะสมหรือผิดพลาด? ไม่มีใครรู้ แม้แต่ตัวของคริสเอง


                “ฉันว่า ฉันรู้จักคุณ” หล่อนเอ่ยทักทายและถือวิสาสะขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ

                “รู้จักฉันด้วยเหรอ?”

                “ในวงการแฟชั่น ใครบ้างจะไม่รู้จักคุณคริส?” หล่อนหันไปสั่งเหล้าให้คริสทันที ออนเดอะร็อคตรงหน้าคงเป็นสัญญาณของความต้องการอยากรู้จัก “ได้บังเอิญเจอคุณคริสจาก Secret Weapon ทั้งทีแก้วนี้ฉันเลี้ยงเองค่ะ”

                 “ดีจัง ฉันแทบไม่ต้องแนะนำตัวเลย” อันที่จริงคริสก็รู้สึกคุ้นหน้าหล่อนอย่างบอกไม่ถูก เพราะหุ่นนางแบบสวยสง่า คริสอาจเคยเจอหล่อนที่ไหนสักแห่ง ไม่ก็รันเวย์งานแฟชั่นโชว์ที่ไหนสักที่

                 “คุณมาเที่ยวคนเดียวเหรอ?”

                 “ฉันแค่มาทริปสั้นๆ ที่ศรีพันวากับเพื่อนน่ะ”

                 “แล้วทำไมคุณถึงมานั่งคนเดียวแบบนี้ล่ะ?”

                  “ก็เพราะฉันอยากมาคนเดียวไง”

                 “ฉันมาที่นี่บ่อย มันไม่ได้สงบอย่างที่คุณคิดหรอกนะ” คริสแปลกใจเมื่อหล่อนรับรู้ความต้องการโดยไม่ต้องเอ่ยปากบอกราวกับอ่านใจของเธอออก “อีกสักพักที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้คน และคุณจะหัวเสียสุดๆ เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ”

                  “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะหัวเสีย?”

                   “พิสูจน์ดูก็ได้” คริสมั่นใจว่าไม่ได้ใจเต้นแรงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แต่อย่างใด แต่เป็นเพราะจังหวะที่หล่อนส่งยิ้มมาและมันบ้ามากๆ เมื่อดันรู้สึกดีขึ้นมาอย่างประหลาดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของคนแปลกหน้า

                    ไม่นานนักเมื่อเวลาผ่านไปเพียงแค่เหล้าหมดแก้ว ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาภายในร้านพร้อมกับเสียงดนตรีจากคลอเบาๆ กลายเป็นจังหวะดุดัน คริสรู้สึกหัวเสียจริงๆ เมื่อบรรยากาศรอบข้างไม่สมดั่งใจเหมือนที่คาดหวังไว้ระหว่างก้าวเข้ามาในบาร์แห่งนี้ “เชื่อแล้วว่าคุณมาที่นี่บ่อยจริงๆ”

                     “ถ้าคุณต้องการความสงบ ฉันมีอยู่ที่นึง”

                     “ที่ไหน?”

                     “ให้ฉันพาไปไหม?”

                     คริสไม่ได้รู้สึกไปเองว่าสายตาที่ถูกส่งมากำลังบอกว่าต้องการอะไร คริสหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาจากกระเป๋าสะพาย และเอ่ยคำเชิญชวนออกไป “ถ้าอย่างนั้น ไปหาที่เงียบๆ อยู่ด้วยกันสองคนดีไหม?”

                     ผู้หญิงคนนั้นพาคริสมาที่บาร์ลับริมชายหาด มันสงบและเงียบอย่างที่หล่อนบอกไว้จริงๆ ผู้คนที่นั่งอยู่คงต้องการความสงบเช่นกัน เพราะพวกเขาต่างมาดื่มเป็นคู่ พูดคุยโดยใช้บทสนทนามากกว่าเสียงเพลง คริสยอมรับว่าชอบบรรยากาศ ณ ตอนนี้ น่าแปลกที่แม้แต่คนที่คริสสนิทที่สุดยังไม่สามารถรับรู้ถึงความต้องการของเธอได้มากเท่าคนแปลกหน้าคนนี้และไม่รู้สิ่งใดดลใจให้คริสอยากทำความรู้จักหล่อนไว้

                    “คุณชื่ออะไร?”

                    “นึกว่าคุณจะไม่ถามซะแล้ว” หล่อนจุดบุหรี่สูบ ก่อนจะหันมาตอบ “บีค่ะ”

                    “บี” คริสทวน พลางมองจังหวะที่ควันสีเทาล่องลอยไปตามแรงลมทะเล ราวกับถูกต้องมนต์สะกดอะไรบางอย่างจากคนแปลกหน้า มันเป็นความรู้สึกอะไรบางอย่างที่คริสไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ “คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้จักฉัน?”

                    “คิดดีๆ สิ”

                    คริสส่ายหน้า “ฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน แค่รู้สึกคุ้นหน้า”

                    แล้วจู่ๆ บีก็ทำหน้าหนักใจ “ถ้าบอกไป คุณคงไม่ยอมนั่งดื่มกับฉันต่อแน่ๆ”

                    “ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้น?”

                    “นางแบบสังกัดคู่แข่งของคุณทั้งคน ก็ไม่แปลกนี่คะ”

                    และในที่สุดคริสก็จำบีได้ คริสเคยเธอมาก่อนจากที่ไหนสักแห่งและแฟชั่นโชว์ที่ไหนสักที่จริงๆ “คุณใส่ชุดฟินาเล่ของวทานิกาอยู่บ่อยๆ”

                    “ค่ะ ฉันเป็นนางแบบของวทานิกา”

                    คริสหัวเราะให้กับความบังเอิญนี้ “นั่นสินะ ฉันไม่ควรมานั่งคุยกับนางแบบของฝั่งคู่แข่งแบบนี้”

                    “คุณแข่งกับวทานิกาก็จริง แต่ฉันไม่ได้แข่งอะไรกับคุณนะ”

                   “ก็หวังว่าคืนนี้คุณคงไม่มอมเหล้าฉันแล้วแอบล้วงความลับของ Secret Weapon ไปจนหมด”

                    “ฉันไม่ชอบล้วงความลับใครหรอก รอให้คุณพูดออกมาเองคงดีกว่า”

                    “ทำไมล่ะ จะรู้สึกว่าเป็นผู้ชนะ อะไรทำนองนั้นรึเปล่า?”

                    “ฉันคงรู้สึกว่าเป็นผู้แพ้ เพราะจังหวะที่คุณบอกความลับกับฉันฉันก็คงอยากบอกความลับกับคุณบ้างเหมือนกัน”

                     “พูดเหมือนตอนนี้คุณมีความลับอะไรอยากจะบอก?”

                      “ใช่ ฉันมี” บีแช่สายตาเอาไว้ที่ดวงตาของคริสและไม่ละสายตาไปไหน แม้วิวทิวทัศน์รอบข้างจะสวยงามกว่าก็ตาม “และฉันเป็นคนประเภทที่ไม่เคยกลัวถ้าจะต้องพูดอะไรออกไปตามความรู้สึก ฉันไม่ค่อยชอบโกหกตัวเองน่ะ”

                      คริสไม่อยากยอมแพ้คนตรงหน้า “ถ้าอย่างนั้นลองบอกมาสิ เผื่อว่าฉันจะได้บอกออกไปบ้าง”

                      “ฉันจะไม่บอกเป็นคำพูด”

                      บีเบียดตัวเข้ามาแนบชิด เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ จนต่างฝ่ายต่างได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน โดยเฉพาะการได้ยินเสียงของความต้องการที่ตรงกันและมันดังยิ่งกว่าเสียงคลื่นจากทะเลและเสียงเพลงภายในบาร์อันเงียบสงบแห่งนี้ จังหวะที่ริมฝีปากของบีกำลังจะจรดลงที่ริมฝีปากของคริส ต่างฝ่ายต่างหลับตาพริ้มเพื่อเตรียมรับสัมผัส

                       “บี” แต่คริสอยากลองหยุดการกระทำนั้น เหมือนกับสมองสั่งการให้พูดออกไปตามความรู้สึกผิดชอบชั่วดี “ฉันมีแฟนแล้ว”

                       บีหยุดชะงักเมื่อได้ฟัง แต่น่าแปลกเมื่อจู่ๆ บีเผลอยิ้มออกมาแทนที่จะถอยหลังกลับไปและหยุดเรื่องราวทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้น  “ฉันก็มีแล้วเหมือนกัน”


                    น่าแปลก เมื่อได้ยินเช่นนี้ความต้องการของทั้งสองที่ตรงกันอยู่แล้วกลับยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณไม่มีใครอยากปฏิเสธจูบอันเร่าร้อน ไม่มีเหตุผลใดให้อธิบายว่าทำไมจึงทำเรื่องไม่สมควรทำ เราคงไม่ได้รักแฟนของเรามากพอขนาดนั้น ถึงได้ทำเรื่องไม่เหมาะสมแบบนี้ บีพูด ขณะที่เรานอนอยู่บนเตียงเดียวกันหลังจากเพิ่งพบกันแค่คืนเดียว

                      นั่นสินะ หากพีทคือจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทำไมคริสจึงรู้สึกดีกับจังหวะเวลาที่ผิดพลาดอย่างบีมากกว่า?



               “เราจะได้เจอกันอีกไหม?”

               "อาทิตย์หน้ามีงาน Fashion Week เราอาจจะได้เจอกันที่นั่น”

               "หมายถึงเจอกันที่อื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน”

                  “เจอกันแค่เรื่องงานก็พอ...”


                        คริสยังจำบทสนทนาสุดท้ายระหว่างเธอและบีในคืนที่ความต้องการรุมเร้า คืนอันแสะรวดเร็วคืนนั้นได้ดี โดยปกติมันควรจะจบไปตั้งแต่คืนนั้น แต่ไม่รู้ทำไมเรายังคงต้องการพบเจอกันต่อไปโดยไม่ผูกมัดอะไรนอกจากเรื่องเซ็กส์ คริสได้พบบีอีกครั้งบนรันเวย์ของงาน Fashion Week ในฐานะนางแบบของแบรนด์วทานิกาซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญ บีสวยสง่าอยู่กับชุดฟินาเล่ เป็นมืออาชีพมากซะจนคริสอดชื่นชมภายในใจไม่ได้

                       “ฟินาเล่ของวทานิกา ทำไมต้องเป็นนางแบบคนนี้ตลอดเลย?”

                       วุ้นเส้นพูดถูก ทุกงานแฟชั่นวีคของวทานิกามักจะมีนางแบบอย่างบีเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ คงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คริสลืมสังเกตไป “เธอคงเหมาะกับชุดล่ะมั้ง”

                       “ดูก็รู้ว่านางแบบคนนี้เป็นคนโปรดของวทานิกา คนอย่างวทานิกาไม่ยอมให้ใครใส่ชุดฟินาเล่ง่ายๆ ถ้าไม่ถูกใจจริงๆ ยิ่งถ้าได้ใส่ทุกงานขนาดนี้เชื่อเถอว่าไม่ธรรมดาแน่ๆแกก็รู้” 

                เปล่าเลย คริสไม่รู้คริสเอ่ยปฏิเสธเพื่อนในใจ และได้แต่ตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ 

 


               

               “คิดอะไรอยู่?” บีเอ่ยถามขณะนอนมองหน้าคริสอยู่บนเตียงพร้อมกับร่างเปลือยเปล่า “ถ้าพี่คริสมีอะไรในใจก็พูดออกมาเถอะ”

                       ไม่มีใครรู้ว่าสรรพนามของเราเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่? การเจอกันแล้วแต่โอกาสเพียงไม่กี่ครั้งทำให้เราสนิทกันมากขึ้นหรือบางทีอาจเป็นเพราะความเคยชินในการรับรู้ว่าอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าถึงได้ยอมถูกเรียกว่าพี่?นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญนักสำหรับความสัมพันธ์ของเรา ไม่สิมันแทบเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ได้ซะด้วยซ้ำเพราะเราไม่ได้เริ่มมันมาด้วยจังหวะเวลาที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่แรก สถานการณ์ตอนนี้เราเป็นเพียงคนแปลกหน้าผู้ซึ่งมีความต้องการตรงกัน นอกจากนั้นเราสามารถให้คำตอบอะไรได้เลย

                       “ฟินาเล่ของวทานิกา ทำไมต้องเป็นบีตลอดเลย?” คริสตัดสินใจถามออกไป

                        “จำได้ไหม ที่บีบอกว่ามีแฟนแล้ว?”

                        “บีกับวทานิกา...”

                        “หวังว่าพี่คริสจะไม่ตกใจนะ”

                        นอกจากไม่ตกใจ คริสกลับรู้สึกถึงความท้าทายวทานิกาคือคู่แข่งของคริส และบีคือคนโปรดของหล่อน แต่ ณ วินาทีนี้คริสกำลังนอนมองหน้าบีพร้อมร่างกายเปลือยเปล่าหลังจากความต้องการของเราปะทุขึ้นพร้อมกัน “ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยเหรอ?"

                        “พี่คริสคนแรก" ไม่รู้ทำไม คริสถึงดีใจเมื่อรู้ว่าได้เป็นคนแรกของบีในเรื่องนี้?  

                        "ทำไมต้องเป็นวทานิกา?"

                        "บีคงเก่งเรื่องการเป็นคนในความลับของคนอื่นน่ะ”


                ข่าวการหมั้นหมายระหว่างคริสและช่างภาพไฮโซชื่อดังอย่าง พีท ปรากฎสู่สายตาผู้คนหลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือน บีนั่งมองข่าวตรงหน้าและเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมาในหัวใจ บีไม่อยากให้คริสสวมแหวนวงนั้นและอยากรู้สักทีว่าคริสรู้สึกกับบีมากเกินคนที่แค่นอนด้วยกันจริงหรือไม่? จริงอยู่ที่ทั้งสองต่างบอกกันและกันเสมอว่าจะไม่มีคำว่ารักเข้ามาเกี่ยวข้องกับเซ็กส์ของเรา มันควรเป็นอย่างนั้น บีหาเหตุผลไม่ได้เช่นกันว่าทำไมต้องรู้สึกเจ็บแปลกๆ ที่อกข้างซ้ายเมื่อรู้ว่าคริสต้องตกเป็นของคนอื่น และข่าวการหมั้นหมายและแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของคริส ทำให้ความรู้สึกของบีชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

                บีอยากขอโทษที่คิดเกินเลยกับคริสมากกว่าเรื่องคืนนั้นและมากกว่าที่เคยตกลงกันไว้ และอยากขอโทษวทานิกาที่ต้องตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์อย่างเร่งร้อน เพราะรู้ใจตัวเองทันทีว่าเรื่องระหว่างบีกับวทานิกาไม่ใช่ความรักมาตั้งแต่แรก บีรู้ตัวเองดีว่าอยู่ในสถานะใด วทานิกาอาจถูกอกถูกใจในตัวบีเพราะมันข้องเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ 

                "บีอยากไปจากที่นี่" วทานิกาหันมามอง ก่อนจะยิ้มออกมา "ให้บีไปเถอะ..." 

                "แพรไม่ได้ขังบีไว้ซะหน่อย" 

                "บีหมายถึง ไปจากแพร" 

                "หมายถึงว่าบีจะเลิกกับแพรงั้นเหรอ?" 

                "ขอโทษ ถ้าต้องพูดว่าใช่" วทานิกานิ่งไป และพยายามดึงความสนใจของตัวเองไปไว้ที่งานมากกว่าจะรู้สึกเสียใจกับคำพูดอันไร้ความรู้สึกของบี

                "ถ้าอยากไปนิวยอร์ก ไม่จำเป็นต้องเลิกกันก็ได้หนิ..." วทานิกานั่งลงข้างๆ และกุมมือบีขึ้นมา แต่เปล่าประโยชน์เพราะบีไม่รู้สึกถึงความรู้สึกรักใดๆ หลงเหลืออยู่เลย "แพรทำอะไรพลาดไปรึเปล่า?"

                "บีก็ไม่รู้..." 

                "ช่วยพูดอะไรที่ดูมีความรับผิดชอบและแพรฟังแล้วจะเข้าใจได้ไหม?" 

                "บีไม่มีอะไรจะพูด" ในความรู้สึกทั้งหมดของบีกำลังมีแต่คริส นี่คือความจริงที่บีไม่สามารถพูดให้ใครรู้ได้แม้แต่ตัวของคริสเอง 



               

                บีอยากใช้เวลาอยู่กับคริส ก่อนเลือกจากไปในที่ที่ไกลแสนไกลอย่างนิวยอร์กและไม่ต้องพบเจอว่าคริสกำลังกลายเป็นของคนอื่นบีเห็นแก่ตัว บียอมรับ และบีขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเรื่องราวในคืนนั้นคืนเดียวจะเลยเถิดบานปลายมาจนถึงขนาดนี้ บีเองก็ไม่รู้ ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น


               กฎของความลับมีเพียงไม่กี่ข้อ

               กฎข้อแรก จงทำให้ความลับเป็นเหมือนเรื่องราวปกติทั่วไป เพียงแค่ไม่ต้องบอกกับใครและไม่ต้องเรียกมันว่าอะไรเลย

               กฎข้อที่สอง อย่าถามหาเหตุผลจากสิ่งที่ทำลงไปแล้ว เพราะยิ่งหาเหตุผลความลับจะยิ่งถูกเปิดเผยด้วยตัวของคุณเอง จงปล่อยเลยตามเลยและให้ความลับทำหน้าที่ของมันต่อไป

               กฎข้อที่ 3 อย่าไว้ใจว่ามันจะไม่ถูกเปิดเผย อย่าไว้ใจใคร แม้กระทั่งตัวเอง

               กฎข้อที่ 4 อย่าไว้ใจฝากความลับไว้กับใคร แม้แต่คนที่คิดว่าไว้ใจได้มากที่สุด คุณจะทำอย่างไร ถ้าคนที่คุณไว้ใจ ถึงตอนสุดท้ายกลายเป็นคนที่หักหลังคุณ

                และกฎข้อสุดท้าย  อย่าไว้ใจความลับว่ามันจะถูกปกปิดตลอดไป เพราะไม่มีความลับใดคงอยู่ได้ตลอดกาล

                แต่กฎทุกข้อของความลับไม่มีจำเป็นอีกต่อไปเมื่อในที่สุดมันได้ถูกเปิดเผยออกมา น่าเสียดายเมื่อคริสกับบีรักษาสิ่งที่เรียกว่าความลับเอาไว้ไม่ได้ และไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองตามทฤษฎีของสิ่งที่เรียกว่าจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทำให้ ณ เวลานี้ต้องเผชิญหน้ากับความอันตรายของความเป็นจริง



               “แล้วจะรับผิดชอบยังไงกับการหักหลังผม?” 

                        ความลับกำลังโบกมือลาคริสกับบี พร้อมกับทิ้งปริศนาเอาไว้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปหากกลายเป็นความจริงเข้ามาแทนที่ ความลับต้องการให้คริสกับบีเลือกระหว่างยอมรับความพ่ายแพ้หรือยอมเผชิญหน้ากับความจริงซึ่งคริสกับบีไม่ได้เตรียมตัวมาเผชิญหน้ากับมัน แต่ในที่สุดเมื่อไร้ทางเลือก คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการยอมทำตามใจตัวเองเหมือนอย่างที่อยากทำมาโดยตลอดคริสถอดแหวนออกจากนิ้วนางข้างซ้าย แหวนแห่งพันธการที่ผูกมัดเธอเอาไว้ คริสรู้สึกดีเมื่อได้ถอดมันวางลง พร้อมกับก่นด่าตัวเองในใจหลายต่อหลายครั้งที่ทำเรื่องหน้าไม่อายและจงใจทำให้พีทต้องเจ็บปวด

                        แต่ในขณะที่ทุกอย่างสายเกินแก้ คริสทำได้เพียงแค่เท่านี้จริงๆ  “นี่คือการรับผิดชอบค่ะพีท”

                        “นี่ไม่ได้เรียกว่ารับผิดชอบหรอก เพราะคุณอยากถอดแหวนวงนี้มาตั้งนานแล้ว”

                        “แต่ไม่ใช่เพราะบี ที่ทำให้คริสอยากถอดมัน”

                        “แล้วเพราะอะไร?”

                        “เพราะคริสไม่อยากฝืนใจตัวเองอีกแล้ว”

                         "ทำไมก่อนหน้านี้ไม่รู้จักหักห้ามใจซะบ้าง?" พีทเอ่ยถาม และพยายามกลั้นน้ำตา คริสเหมือนถูกอัดเข้าไปที่ท้องและจุกกับคำพูดของเขาแต่มันเป็นสิ่งที่สมควรได้รับอยู่แล้ว "ก่อนจะทำอะไรทำไมไม่คิดให้ดีซะก่อนว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง คุณทำร้ายผมนะ คุณรู้ตัวไหม? ถ้าไม่มีบีเข้ามาในชีวิตของคุณ เรื่องทั้งหมดจะลงเอยแบบนี้รึเปล่า?"

                 เป็นอีกหนึ่งคำถามที่คริสไม่สามารถให้คำตอบใครได้เลย "คุณไม่มีความสุขกับเรื่องนี้จริงๆ หรอกคริส ระหว่างคุณกับบีมันจอมปลอม คุณไม่ได้รักบีหรอก เชื่อผมสิ"

                 "คริสรักบีค่ะ นี่คือความจริงที่คริสปฏิเสธไม่ได้อีกแล้ว"

                 บีไม่ได้เตรียมตัวเพื่อมาเจอเรื่องนี้เช่นกัน ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะได้รับฟังคำว่ารักจากปากของคริสต่อหน้าทุกคน  หากเป็นก่อนหน้านี้บีคงดีใจมากเมื่อได้ฟัง แต่ตอนนี้บีกลับละอายใจหากจะรู้สึกดีทั้งๆ ที่มีอีกคนกำลังถูกทำร้ายโดยที่เขาไม่ได้ผิดอะไรด้วย "พี่คริส พอเถอะ..." 

                 แต่หากจังหวะเวลากำลังเหมาะสม คริสอยากพูดความในใจออกไปให้หมดซะตั้งแต่ตอนนี้ "ก่อนหน้านี้ ถึงคริสไม่ได้รักบี แต่คริสก็คงรักคุณไม่ได้เหมือนกัน คริสยอมสวมแหวนวงนี้ทั้งที่ไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำว่าเพราะอะไรมันแย่มากที่ขนาดการรรักใครสักคนเป็นยังไงคริสยังไม่รู้เลย" 

                 "แล้วคุณรู้ได้ยังไง ว่าคุณรักบี?" 

                 "เพราะคริสอยากรั้งบีไว้ในขณะที่บีกำลังจะจากไป คริสนึกภาพชีวิตที่ไม่มีบีไม่ออก ถึงต่อให้เราจะเจอกันในจังหวะเวลาที่ผิดพลาดมากๆ ก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คริสรู้สึกกับบีแค่คนเดียว คริสเข้าใจถ้าคุณจะโกรธหรือจะเกลียด คุณมอบความรู้สึกพวกนั้นให้คริสได้เลย แต่คริสอยากให้คุณเข้าใจด้วยว่าการได้รู้จักคำว่ารักสักครั้งในชีวิต มันไม่ง่ายสำหรับคริสจริงๆนี่คงเป็นสิ่งเดียวที่คนไร้ความผิดชอบอย่างคริสจะทำได้ในตอนนี้ค่ะ" 

                  บีแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ไม่อยากคิดว่าคำพูดเหล่านี้จะออกมาจากปากของคนที่ใจร้ายที่สุดเท่าที่บีเคยพบเจอในทุกความสัมพันธ์ แม้แต่วทานิกาเองก็คงไม่คาดคิด ถึงได้แต่นิ่งอึ้งและไร้คำพูดใดๆ จะไม่มีความลับใดๆ อีกต่อไปแล้ว หลังจากนี้พีทคงต้องถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรเมื่อคนที่ไว้ใจที่สุดกลับกลายเป็นคนที่กำลังหักหลังเขาอย่างเลือดเย็น 

                  "สิ่งที่ผมเข้าใจอย่างเดียวในตอนนี้คือคุณไม่เคยรักผมเลย" 

                  "คริสแค่หวังว่าสักวันหนึ่งคงจะรักคุณได้" คริสส่ายหน้า พร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา "แต่ขอโทษจริงๆ นะพีท คริสทำไม่ได้จริงๆ" 

                   "ก็ขอให้คุณทั้งคู่โชคดีแล้วกัน..." 

                   พีทหันมามองบี ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น โดยไม่สนใจแหวนแห่งพันธนาการที่ถูกทิ้งไว้ ทันทีที่พีทจากไป คริสร้องไห้ออกมาอย่างไม่กลัวว่าคู่แข่งอย่างวทานิกาจะหัวเราะเยาะในความอ่อนแอ สำหรับเรื่องนี้วทานิกากำลังชนะเพราะมันเป็นไปตามแผนการของเธอทั้งหมดและแทบไม่ต้องลงมือทำอะไรให้เหนื่อย แต่จังหวะที่เห็นบีเข้าไปกอดคริสเอาไว้ นั่นทำให้วทานิกากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น 

                    "ไม่ร้องสิพี่คริส" 

                    "พี่พยายามทำทุกอย่างให้มันดีที่สุดแล้วนะบี" คริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นขณะซบไปที่อกของร่างสูง

                    "บีรู้แล้ว บีรู้..." ความอัดอั้นตันใจของคริสถูกส่งมายังบีได้อย่างชัดเจน "ขอบคุณนะพี่คริส ตอนนี้ทุกอย่างมันจบแล้วนะ โอเคไหม? ถ้าเราอยู่ด้วยกันต่อจากนี้อะไรๆ มันจะต้องดีขึ้น" 

                    "จบเหรอบี?" วทานิกาเอ่ยถามขึ้นมา "แค่เพราะพีทขี้ขลาดยอมถอยหลังให้ ใช่ว่าแพรจะยอมด้วยนี่" 

                    "แพรเตรียมตอบคำถามนักข่าวเรื่องก็อปปี้งานของ Secret Weapon ไว้เถอะ เพราะนอกจากเรื่องนั้น ก็ไม่มีเรื่องไหนเกี่ยวข้องกับแพรอีกแล้ว" 

                    "แพรไม่ใช่พวกใจอ่อนยอมรับความรักของใครซะด้วยสิ...ถ้าแพรคิดจะทำลายใครขึ้นมา แพรจะทำให้มันย่อยยับที่สุด บีก็รู้ไม่ใช่เหรอ?" ยิ่งเห็นบีกอดคริสเอาไว้ วทานิกายิ่งอยากทำลายอ้อมกอดนั้นให้สิ้นซาก "แน่ใจใช่ไหม ว่าพร้อมจะกอดพากันก้าวผ่านความพังพินาศไปได้ตลอด?"

                    บีต้องการพาคริสออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ไปจากวทานิกาและไปจากเรื่องบ้าๆ ที่จะย้อนกลับมาตลบหลังทำร้ายทั้งสองได้อีกครั้ง เพราะต่อจากนี้ถ้าวทานิกาต้องการเล่นสกปรกอะไรอีก บีจะปกป้องคริสให้มากกว่าที่คริสทำเพื่อบีในวันนี้ ต่อให้ใครตราหน้าว่าทั้งสองเป็นคนเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม ขณะที่มองคริสนอนหลับอยู่บนเตียงพร้อมคราบน้ำตาแห่งความเหนื่อยหน่ายหนักใจ บีตัดสินใจอยากทำอะไรบางอย่าง เพื่อจบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นและเพื่อคนคนเดียวที่บีรัก 


                    : พรุ่งนี้เจอกันที่ร้าน xxx ตอนบ่ายสอง บีอยากคุยกับแพร 

                    : หวังว่าจะมีข้อเสนอดีๆ 

                    : มาตามนัดก็แล้วกัน 


                    วทานิกาอาจเตรียมตัวต้อนรับบีด้วยการคิดหาเรื่องทำลายตั้งแต่วินาทีนี้ เธออาจกำลังยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อบีอยากต่อรอง 

                    และแล้วความลับก็ได้คำตอบ ระหว่างการยอมรับความพ่ายแพ้กับการเผชิญหน้าเพื่อต่อสู้กับความจริง บีกับคริสเลือกที่จะต่อสู้ไปด้วยกัน แม้เส้นทางต่อจากนี้อาจเต็มไปด้วยมืดมนจนแทบไร้หาทาง มันอาจเป็นผลพวงจากเรื่องของจังหวะเวลาที่ไม่เหมาะสม ความลับอาจกำลังส่งยิ้มให้กำลังใจทั้งสองคนให้มีจังหวะเวลาที่เหมาะสมได้ในสักวัน 


 ---------------------------------------------------





จุดพลุปุ้งปั้ง ! #ฟิคShhhh คัมแบ็คแล้วจ้า

ขอขอบคุณ tiktok คุณคริสและฟีดแบคจากชาวด้อมสำหรับแรงใจในการปั่นฟิคนะคะ ;-;



B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

284 ความคิดเห็น

  1. #266 กัสเต่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 05:54
    เขียนดีมากจริงๆ ยอมใจไรท์เตอร์
    #266
    0
  2. #253 Mami4869 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 22:38

    มือสั่นเลยแงง เวลคัมแบคค่า😭❤️

    #253
    0
  3. #252 Kaem_Mayuu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 21:47

    เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะ รอค่ารา

    #252
    0
  4. #251 mew_ch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 18:18
    เย้ๆมาต่อแล้วรอมานานมากก
    #251
    0
  5. #250 homesixth (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 07:17
    ดีใจกับเจ้าแมวนะ ขอให้มีบ้าน แล้วอยู่กับบ้านดีๆล่ะ
    #250
    0
  6. #249 Navipreeya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 15:43
    ดีจัยที่กลับมาจังเลยค่ะ;-; รอติดตามต่อนะคะ
    #249
    0
  7. #248 4530656 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 08:26
    ถึงกลับต้องย้อนกลับไปอ่านกันเลยทีเดียว ขอบคุณที่กลับมาบอกความลับกับเราต่อ
    #248
    0
  8. #247 Realcatoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 08:05
    เย้พี่นิอัพฟิคเเน้วววว^^
    #247
    2
    • #247-1 nongp_ss(จากตอนที่ 12)
      21 เมษายน 2563 / 16:50
      เย้ๆๆ ^^
      #247-1
    • #247-2 summerboy(จากตอนที่ 12)
      26 เมษายน 2563 / 13:02
      ดีใจที่กลับมานะคะอย่างชอบฟิคนี้
      #247-2
  9. #246 PuengWaleerat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 07:44
    เย้ๆไรท์มาแล้ว รอนะจ้ะ
    #246
    0
  10. #245 PuengWaleerat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 07:43
    เย้ๆไรท์มาแล้ว รอนะจ้ะ
    #245
    0
  11. #244 PuengWaleerat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 07:43
    เย้ๆไรท์มาแล้ว รอนะจ้ะ
    #244
    0
  12. #243 Leslabel Kanna (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 01:16
    ดีใจมากๆๆๆ มากที่สุดเลย
    #243
    0
  13. #242 piangladaw2543 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 01:10
    อุแงงงงงง ใจนุไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว
    #242
    0
  14. #241 myself (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 00:35
    สมกับที่รอคอยมานานค่า
    #241
    0
  15. #240 นานแค่ไหนก็รอ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 23:43

    Welcome back kaaaaa !!!! เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนสูงก็ตอนรอไรท์มาบอกความลับอันใหม่ของบีคริสเนี่ยแหละค่ะ

    #240
    1
    • #240-1 nongp_ss(จากตอนที่ 12)
      21 เมษายน 2563 / 16:48
      น่ารักจริงๆ เลยยยยยยย :)
      #240-1
  16. #239 nroarttsh10 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 23:29
    อยากรู้แล้วว่าบีจะทำอะไร;-;

    ดีใจมากๆเลยค่ะที่ไรท์มาต่อเรื่องนี้
    ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้จริงๆ ฮือออ
    #239
    2
    • #239-1 nongp_ss(จากตอนที่ 12)
      21 เมษายน 2563 / 16:48
      ฝันเป็นจริงแล้วนะคะ 555555 :)
      #239-1
  17. #238 pzinzzz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 23:22
    รอนานมากที่รัก

    นึกว่าจะไม่มาเเล้ว อ่านวนตั้งหลายรอบอะเตง ^0^
    #238
    0