Shhhh ! (beexcris)

ตอนที่ 11 : Episode 10 : Got a Sense

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    17 ม.ค. 62






Episode 10 : Got a Sense










             ในตอนเช้าของโลกแห่งความลับ

คริสนั่งฟังเสียงคลื่นและมองมันซัดผืนทราย อยู่กับกลุ่มควันสีเทาจากมวนบุหรี่ที่เธออยากเลิกใช้มันแต่ยังทำไม่สำเร็จ บางที คนเรามักหลงใหลในสิ่งให้โทษบางประการ  ด้วยแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ความบกพร่องและชำรุดเสียหายของบางสิ่งมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง เช่นเดียวกับความบกพร่องของความสัมพันธ์

               หากความสัมพันธ์นี้เป็นชุดสวยสักชุด คงเป็นชุดที่มีแต่ร่องรอยตำหนิเว้าแหว่งไม่สมบูรณ์ คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความสมบูรณ์แบบและชอบเก็บรายละเอียดสิ่งต่างๆ กำลังถามตัวเองว่าทำไมจึงยอมรับความสัมพันธ์ที่เธอไม่ได้ออกแบบแถมยังบกพร่องไร้วิธีซ่อมแซมนี้นักทั้งที่รู้ว่ามันจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดไม่วันใดก็วันหนึ่งและไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง หรือเพราะมันทำให้เธอรู้ว่าความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง ไม่มีใครประกอบตัวตนขึ้นมาโดยไม่มีเศษเสี้ยวหล่นหายระหว่างทาง กว่าจะกลายเป็นชุดสวยมีมูลค่ามันต้องผ่านการเป็นเศษผ้าไร้ราคามาก่อน

               หรือเพราะมันช่วยทำให้เธอรักเป็นและรู้แน่แท้ว่ารักคืออะไร เพราะแมวจรจัดเคยบอกเอาไว้ เราไม่มีทางรู้ว่ารักคืออะไรจนกว่าจะได้ลองรัก แต่หากได้ลองรักแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามันคือรักจริงๆ

              “จะแต่งงานกับเขาอยู่ไหม?” ไม่รู้ว่าถามทีเล่นทีจริงหรือไม่ แต่คงเป็นสิ่งที่บีอยากรู้เพื่อตอกย้ำตัวเองว่าหากกลับไปสู่โลกแห่งความจริงเมื่อไหร่ บีจะเสียคริสไปอย่างแน่นอนและคงเสียไปโดยถาวร

               “จะทักทายกันตอนเช้าด้วยประโยคนี้จริงๆ เหรอ?”

               “อาหารเช้าอยู่บนโต๊ะนะ” บีเปลี่ยนเรื่องและยิ้มยียวน

               ในเมื่อบีเลือกไม่จากไปในที่แสนไกลตามที่เคยบอก คริสจะทำอย่างไรหากความลับที่ถูกซ่อนไว้ไม่ตายไปพร้อมการจากลาของบี รวมถึงในวันที่ต้องสวมแหวนแต่งงานของพีท คริสกลัวว่าความลับอาจเล่นตลกร้ายกับความรู้สึกด้วยการเปิดเผยทุกสิ่งออกมา แต่เมื่อมองแหวนหมั้นที่นิ้วนางเธอกลับนึกภาพตอนมันกลายเป็นแหวนแต่งงานไม่ออกเลย

  “ถามอะไรหน่อยสิ”

  “ว่า?”

  “อะไรที่ทำให้บีรู้ตัวว่าบีรักพี่อ่ะ?” คริสตอบกลับไปเป็นคำถาม

               บีดูแปลกใจเมื่อได้ฟัง “คงเพราะความพิเศษบางอย่างที่บีรู้สึก และไม่เคยมีใครทำให้บีรู้สึกได้”

              “ความพิเศษประเภทไหน?”

 “บีว่าบีเคยบอกไปแล้ว ก็พี่คริสเป็นคนเดียว ที่เป็นทั้งการทำร้ายและการเยียวยาของบี

  แน่นอนว่าคริสจำประโยคนี้ได้ขึ้นใจ “ถ้าพี่แต่งงานกับเขา มันก็จะกลายเป็นการทำร้ายบีอีกสินะ?”

              “แค่ได้ยินว่าพี่คริสไม่อยากให้บีไปไหน ก็ไม่มีอะไรทำร้ายบีได้อีกแล้ว”

              “แล้วเคยคิดไหมว่าการรักพี่อาจเป็นแค่ความผิดพลาดก็ได้?”

              “การยอมรับความรู้สึกตัวเอง และเลือกที่จะรักใครสักคน เป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่าจะคิดว่าคือความผิดพลาด”

  คริสเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะทำอย่างไรหากแมวจัดจากไปอย่างไม่ไยดีในวันที่เธอรักมัน แต่ตอนนี้มันไม่ได้ไปไหน บีอยู่ตรงนี้และบีก็รักเธอ ซึ่งดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างกำลังขึ้นอยู่กับเธอ เธอจะเปิดบ้านต้อนรับมันต่อไปหรือควรหยุดทุกอย่าง เธอจะรักบีและขอให้บีอยู่ต่อไปในความสัมพันธ์อันเต็มไปด้วยร่องรอยตำหนิและปล่อยให้มีความรู้สึกแปลกปลอมบางอย่างก้าวเข้ามาในหัวใจต่อไปอย่างนั้นหรือ?

  คริสมีความรู้สึกว่ากำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง หลังจากที่คริสเริ่มรู้สึกว่ากำลังรักแมวจรจัดตัวนี้

               “ที่ถามเนี่ย เพราะอยากแน่ใจว่ารักเขาจริงๆ สินะ?” แต่ดูเหมือนบีไม่คาดหวังว่าคริสจะรักตอบเลยสักนิด

   “พี่แค่อยากรู้ว่ารายละเอียดของความรู้สึกต้องมีอะไรบ้าง ถึงจะเรียกว่ารักใครสักคนได้เต็มปาก”

               “เข้าใจนะว่าเป็นคนชอบเก็บรายละเอียด แต่บางเรื่องไม่ต้องไปโฟกัสมันมากก็ได้ จุดที่ชัดอยู่แล้วยิ่งไปโฟกัสมากๆ มันจะยิ่งเบลอนะ” คริสเห็นด้วยกับสิ่งที่บีพูด เพราะการโฟกัสรายละเอียดเพื่อหาคำตอบทางความรู้สึกนอกจากไม่ได้คำตอบกลับมาแล้วยังไม่มีประโยชน์อะไรเลย “นี่มันเป็นเรื่องของความรู้สึก เลิกใช้สมองคิดเหมือนกำลังคิดเรื่องงานได้ไหม?”

               “นอกจากใช้สมองแล้ว พี่ก็ต้องใช้ใจด้วย”

               “แล้วใช้ใจมากพอรึยัง?”

               “กับเรื่องงานพี่ใช้ใจเสมอแหละ ไม่งั้นพี่คงทำมันได้ไม่ดี”

               “เปล่าบีหมายถึงเรื่องของเรา”

               “บีรู้ไหม ถึงอยากใช้ใจมากแค่ไหน แต่กับบางเรื่องเราใช้แค่ใจอย่างเดียวไม่ได้” คริสหวังว่าบีจะรับรู้ความอึดอัดที่อยู่ข้างใน อันเกิดจากความรู้สึกรักที่ไม่สามารถแสดงออกมาได้มากเท่าบี

               “รู้” บีพยักหน้า “พี่คริสชอบย้ำเสมอ ว่าบีต้องยอมรับความเป็นจริง”

               ความลับอาจเคยมีในโลกสำหรับความสัมพันธ์ขอทั้งสอง ในตอนที่ต่างฝ่ายต่างยังเป็นเพียงแค่คนอื่นคนไกล มีเพียงความหลงใหลและไม่คิดสานต่อจนกลายเป็นความรักหรือความสัมพันธ์อันน่าปวดประสาท แต่สำหรับตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไป คริสได้คำตอบแล้วว่าหากต้องการรู้ว่าลองรักแล้วคือรักจริงๆ คริสควรถามความรู้สึกในใจและเลิกใช้สมองตั้งคำถามสักที

               “พี่คริสรู้ไหมว่าทำไมบีถึงมั่นใจว่านี่คือความรักและไม่ใช่ความหลงเหมือนที่คิดมาตลอด” แน่นอนว่าคริสต้องการรู้ และไม่ปฏิเสธจะฟังคำว่ารักเหมือนที่ผ่านมา "บีอยากช่วย secret weapon เพราะรู้ว่ามันคือชีวิตของพี่คริส บียอมรับความจริงว่าเรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเขาคือคนที่เพรียบพร้อมทุกอย่างมากกว่าบี เขาสามารถให้ชีวิตที่ดีกับพี่คริสได้และคงไม่ทำให้พี่คริสต้องเสียใจ เพราะการยอมสละอะไรบางอย่างเพื่อให้พี่คริสมีความสุขคือสิ่งที่บีทำให้จากความรัก ซึ่งถ้ามันเป็นความหลงบีคงไม่ทำจากนี้ถึงจะไม่ลงเอยกัน แต่อย่างน้อยบีก็รักเป็น”

               พีทไม่ผิดอะไร บีก็เช่นกัน หากมีใครสักคนเป็นคนผิดคงเป็นเธอเองที่ยับยั้งชั่งใจไม่ได้และปล่อยให้เรื่องราวเลยเถิดจนยากจะย้อนกลับไปแก้ไข หากเรื่องจบไปตั้งแต่คืนนั้น ไม่ต้องมีการติดต่อกัน ไม่ต้องหลบซ่อนและเก็บเรื่องทุกอย่างไว้เป็นความลับ คริสคงรักพีทได้เต็มหัวใจมากกว่านี้ หรือไม่บางทีคริสอาจไม่เหมาะกับการรัก หรือเป็นคนรักของใครเลย

               “ถ้ารักหมายถึงการยอมสละอะไรบางอย่างเพื่อความสุขของอีกฝ่าย ถ้างั้นวทานิกาก็คงรักบี”

               “ทำไมจู่ๆ ก็พูดถึงแพรขึ้นมา?”

  “หรือว่าบางที บีไม่ควรช่วยพี่ทำลายเธอ?”

  “บีไม่แคร์คนที่บีไม่ได้รัก โดยเฉพาะคนที่พร้อมเล่นสกปรกได้ทุกเมื่อแถมยังฉลาดแกมโกง พี่คริสว่าคนที่ชอบทำลายคนอื่นแบบนั้นจะรู้จักการรักใครมากกว่าผลประโยชน์ด้วยเหรอ?”

   “อย่าลืมสิ ตอนนี้บีก็คือผลประโยชน์ของพี่นะ”     

               “คิดแบบนั้นจริงๆ รึเปล่าล่ะ?” คริสนิ่งไป พลางมองรอยยิ้มโล่งใจของบี “นี่ไง พี่คริสไม่ได้เห็นบีเป็นแค่ผลประโยชน์หรอก อีกอย่าง พี่คริสไม่ใช่คนที่คิดจะทำลายใครก่อน บีถึงอยากช่วยพี่คริสมากกว่าช่วยแพร”

   “ถ้าบางอย่างคิดดูแล้วมันเสี่ยงมากเกินไป บีไม่ต้องทำก็ได้ พี่ไม่อยากให้บีเดือดร้อน”

               “ถ้าทำให้ secret weapon ชนะวทานิกาได้ ถึงเสี่ยง แต่คุ้มค่า บีก็จะทำ”

               “มันไม่คุ้มหรอกบี ถึงบีไม่ได้รักวทานิกา แต่อย่างน้อยก็อย่าให้กลายเป็นความเกลียดหรือโกรธแค้นเลยนะ อย่าให้อะไรๆ มันพังไปมากกว่านี้เลย”

               บีคงรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อได้มองแววตาของคริสจึงได้เข้ามาสวมกอดอย่างไร้เหตุผล ความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่ไม่เคยมีใครทำให้รู้สึกได้คงเป็นแบบนี้สินะ เพราะคริสรู้สึกเมื่อกอดบีและเมื่อได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน คริสรับรู้ได้ถึงความรักและรู้ว่าลึกๆ แล้วต้องการบีมากแค่ไหน  

               แต่กอดต้องจบลงเมื่อเสียงโทรศัพท์ของคริสดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ บีจำต้องถอยออกไปและปล่อยให้เธอใช้เวลากับตัวจริงและโลกแห่งความจริงของเธอสักครู่


               “ค่ะพีท”

               “เป็นยังไงบ้างครับ ที่ฮ่องกงอากาศดีไหม?”

               คริสละอายใจทันทีเมื่อเขาเอ่ยถาม “ก็ดีค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ?”

               “คุณยุ่งอยู่เหรอ?”

               “เปล่าหรอกค่ะ พอดีคริสกำลังกินข้าว”

               “งั้น ให้ทายว่าตอนนี้ผมอยู่ไหน”

               “อยู่ไหนคะ?”

               “ไม่ลองทายหน่อยเหรอ?”

               “คุณบอกมาเลยดีกว่าค่ะ”

               “ผมอยู่บ้านของคุณที่หัวหิน อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ของคุณด้วยล่ะ”

               “ไปเยี่ยมพวกท่านเหรอคะ?”

               “ก็ส่วนนึงครับ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือผมมาเพื่อคุยเรื่องการแต่งงานของเรา” และคำตอบของพีททำให้คริสอึ้งไป  “พ่อแม่ของคุณดีใจมากเลยนะ พวกท่านบอกว่าอยากเห็นลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝามาตั้งนานแล้ว เผื่อว่าจะได้เลิกบ้างานและคิดเรื่องการสร้างครอบครัวขึ้นมาบ้าง แถมเมื่อกี้นี้พ่อของคุณบอกว่าจะหาฤกษ์ให้ด้วย ผมนี่ยิ้มแก้มปริเลย”

               “พ่อพูดแบบนั้นเหรอคะ?”

               “ใช่ครับ ท่านดูพอใจกับเรื่องของเราในตอนนี้มาก ท่านไม่ติดขัดอะไรถ้าผมกับคุณพร้อมจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ผมกะว่าจะกลับไปคุยกับพ่อแม่ของผมเรื่องไปสู่ขอคุณวันนี้เลย คุณคิดว่าไง?”

               “พีทคะ...คือ”

               “นี่คุณ อย่าทำเหมือนไม่อยากแต่งกับผมแล้วเลยนะ ผมไม่พร้อมช้ำใจตอนนี้หรอก” พีทเอ่ยดักทางไว้ราวกับรู้ทันว่าจะถูกปฏิเสธซ้ำสองด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ไม่รู้ทำไมคริสถึงอึดอัดมากกว่ามีความสุขที่กำลังจะได้สร้างครอบครัวกับผู้ชายแสนดีคนนี้ หากไม่ใช้สมองคิด แน่นอนว่าคริสไม่อยากแต่งงานกับเขา แต่หากปฏิเสธออกไปมันจะเกิดอะไรขึ้น? คริสจะตอบอย่างไรหากเขาถามหาเหตุผล? 

                คริสแค่รู้สึกว่า การปฏิเสธใครสักคนควรเกิดขึ้นต่อหน้ามากกว่าผ่านบทสนทนา

               “พี่คงต้องเลื่อนไฟล์ทกลับก่อน”

               “คู่หมั้นโทรตามเหรอ?”

               “พีทกำลังไปคุยเรื่องแต่งงานกับพ่อแม่พี่”

               “อ๋อ” แววตาของบีดูเศร้าลงไปทันที “ก็ดีนะที่เขาดูจริงจังกับพี่คริสมาก นี่คงอารมณ์แบบว่า..ถ้าไม่ได้แต่งคงตายตาไม่หลับแน่ๆเอ้อ แล้วก็อย่าลืมแจกการ์ดให้บีด้วยล่ะ บีไม่คิดมากหรอก ไปแสดงความยินดีในงานแต่งงานของคนที่ตัวเองรักมันท้าทายดีนะ บีว่าโมเม้นท์นี้แม่งโคตรน่าตื่นเต้นเลย”

               “ไม่ต้องฝืนหรอกบี” เพราะคริสดูออกว่าภายใต้ถ้อยคำเหล่านั้นไม่ได้ออกมาจากความรู้สึกดี

               “ไม่อยากให้แต่ง...นี่คือไม่ฝืน แต่พูดไปแล้วได้อะไรล่ะ?” ถึงยอมสละได้ทุกอย่างเพื่อความสุขของคริส แต่การเห็นเธอสวมชุดเจ้าสาวและสร้างครอบครัวกับคนอื่นถึงปากบอกว่ายินดีแต่ใจคงยับเยินไม่เหลือชิ้นดี แต่โทษใครไม่ได้เพราะบีเลือกทางเดินให้ความรู้สึกด้วยตัวเอง นี่คือสิ่งที่ต้องเผชิญเมื่อรักคนมีเจ้าของ

               “บี...”

               “บีอาจแค่เข้ามาทำให้พี่คริสสับสน แต่เชื่อบีเถอะว่าพี่คริสรักเขา”

  เคยได้ยินมาว่า ของที่ขอยืมมาเมื่อมันถึงเวลาก็ต้องให้คืนเจ้าของ บีมองตาคริสอย่างเข้าใจและจัดแจงเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าให้เธออย่างรู้หน้าที่ เสียดายที่ใช้เวลาในโลกแห่งความลับด้วยกันน้อยเกินไป ยังไม่ทันหล่อเลี้ยงความสุขได้เต็มใจก็ต้องจากกันไปซะแล้วเมื่อคริสจากไปบีก็คงเจ็บ แต่บีกลับรู้สึกละอายใจเมื่อต้องเจ็บ เพราะบีรู้ว่าหากความลับนี้ถูกเปิดเผยพีทคงเจ็บกว่าหลายเท่าตัว

“กลับด้วยกันไหม?”

“เดี๋ยวบีตามไปทีหลังดีกว่า ไปเถอะ เดี๋ยวบีไปส่งที่สนามบิน”

“ไม่ต้องไปส่งก็ได้”

“ได้ไงล่ะ ยืมของเขามา ก็ต้องดูแลให้ดี ตอนคืนจะได้ไม่ถูกตำหนิ”

“บี! อย่าพูดแบบนี้นะ พี่ไม่ใช่สิ่งของ”

หากเป็นเมื่อก่อนคริสคงไม่ใส่ใจคำพูดของบีนัก เพราะรู้ว่าคนอายุน้อยกว่าชอบยียวนและพูดไม่คิด แต่เมื่อเห็นสีหน้าของคริส บีถึงรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น “บีขอโทษ”

“อยากรู้ไหมว่าตอนนี้พี่คิดอะไรอยู่?”

“บีควรรู้เหรอ?”

“ใช่ บีควรต้องรู้ จะได้เลิกพูดจาแดกดันพี่แบบเมื่อกี้นี้”

“อ่ะ พูดสิ ถึงบีรู้แล้วจะไม่มีประโยชน์อะไรก็เถอะ”

“อย่ามาตัดสินว่าพี่รักหรือไม่รักใคร”

 “บีพูดผิดเหรอ พี่คริสรักเขาไม่ใช่เหรอ?”

              “ถ้าพี่รักเขาจริงๆ พี่ควรจะยิ้มและดีใจตอนที่เขาคุกเข่าขอพี่แต่งงาน ควรตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องโฟกัสรายละเอียดของความรู้สึกอย่างที่บีบอก ถึงตอนนี้พี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายอมสวมแหวนวงนี้ให้ตัวเองถูกผูกมัดทำไม พี่แทบไม่รู้เลยว่ารักคืออะไร แล้วบีรู้ได้ยังไงว่าพี่รักเขา ในขณะที่พี่พยายามปฏิเสธตัวเองอยู่ทุกวันว่ากำลังรักบี เพราะไม่อยากละอายใจไปมากกว่านี้”

               “แสดงว่ารักบีบ้างแล้วใช่ไหม?” บีเอ่ยถามเสียงเบา ราวกับไม่อยากได้ยินคำตอบ

               “พี่ต้องไปแล้ว”

               และแน่นอน ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ดีในการบอกมันออกไป

               ถึงบีไม่ได้ผูกมัดคริสด้วยแหวนหรือสถานะ แต่บีผูกมัดเธอด้วยคำว่ารัก และน่าแปลกเมื่อคริสยอมถูกคำว่ารักของบีผูกมัดมากกว่าพันธนาการของแหวนวงนั้นจากพีท เมื่อเดินห่างจากบีมาเรื่อยๆ พร้อมกับครุ่นคิดถึงสิ่งที่ควรทำและควรเป็นไปหลังจากกลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง ในที่สุดคริสก็ได้คำตอบ

               คริสจะกลับไปเพื่อปฏิเสธการแต่งงานที่ไม่พร้อมให้เกิดขึ้น หลังจากขจัดข้อผูกมัดนั้นออกไปแล้ว คริสจะบอกคำๆ นั้นจากบี คำที่หนักอึ้งอยู่ข้างใน คำที่แม้อยากพูดเท่าไรก็พูดได้แค่ในนี้

 

                                                                         -----------------------------

 


 

               ทันทีที่กลับมาถึง การตรงกลับมาห้องทำงานคืออย่างแรกที่คริสทำ เธอได้รับซองพัสดุมาจากลูกทีมโดยไม่มีใครเอะใจถามอะไรต่อ แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานและแบบชุดคอลเลกชั่นใหม่ไม่น่าสนใจเท่าของในซองนั่นคือทรัมไดร์ที่มีไฟล์ของกล้องวงจรปิดจากพื้นที่รอบๆ ข้างของ secret weapon

 

               “เรื่องชุดที่ถูกเผาน่ะ พี่คริสไม่ติดใจอะไรจริงๆ เหรอ?”

            “ช่างมันเถอะ พี่ไม่อยากคิดถึงอีกแล้ว”

            “ขอโทษจริงๆ นะ”

            “พี่ต่างหากต้องขอโทษที่หาว่าบีไม่รักษา”

            “ลองดูกล้องวงจรปิดดีแล้วใช่ไหม?”

            “อื้ม”

            “แล้วรอบๆ ข้างล่ะ?”

            “ยังอ่ะ คงไม่ต้องหรอก”

            “ลองดูหน่อยเถอะพี่คริส ถึงไม่อยากใส่ใจแต่กันไว้ก็ดีกว่าแก้ ในสถานการณ์ที่ไว้ใจใครไม่ได้แบบนี้ ถ้ารู้ว่าใครทำจะได้ระวังตัวมากขึ้น อีกอย่างบีอยู่ข้างๆ และคอยดูแลพี่คริสไม่ได้ บีเป็นห่วง”

 

               บีเคยบอกเอาไว้ และคริสอยากลองทำตามคำแนะนำนั้น คริสไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครและลงมือขวนขวายหามันมาด้วยการแลกกับเงินจำนวนหนึ่ง ค่าของเงินคงซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งการหาความผิดให้ใครสักคน คริสนั่งดูไฟล์นั้นก่อนจะรู้สึกเสียใจที่มองข้ามเรื่องนี้ไปง่ายๆ เธอรู้สึกผิดต่อพีทที่เคยเตือนเอาไว้ว่าไม่ควรปล่อยผ่าน แต่เธอไม่เชื่อและอยากมองข้ามมันไปให้เร็วที่สุด

  คริสมองบุคคลในภาพนั้นกำลังถือชุดของเธอลงมาจากรถด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ ส่งมันไปให้กับใครบางคนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาเทน้ำมัน ส่วนหล่อนกำลังจุดไฟ จากนั้นโยนชุดทิ้งอย่างไร้ค่าโดยไม่สนใจว่าคริสจะรู้สึกอย่างไรหากได้เห็น

               สองมือของคริสกำลังกำหมัดแน่น น้ำตาเอ่อคลอด้วยความรู้สึกที่ปะปนกัน เพราะตอนนี้เธอกำลังเห็นเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุดอย่างวุ้นเส้นอยู่ในภาพนั้น ตั้งแต่ก้าวลงมาจากรถพร้อมกับชุด

               เผาชุด? แค่ฉันไปญี่ปุ่นไม่กี่วัน วทานิกามันเล่นงานแกขนาดนี้เลยเหรอวะ?โกหก ทุกอย่างคือคำโกหก เพราะวันที่ชุดถูกเผาด้วยน้ำมือของเพื่อนสนิท คือวันที่หล่อนบอกว่ากำลังไปเที่ยวต่างประเทศ วันและเวลาในกล้องวงจรปิดบอกคริสว่าเธอกำลังถูกหลอกและถูกหักหลังจนพังยับ แถมยังแยบยลจนไม่มีพิรุธใดๆ

               คริสไม่ใช่คนดี แถมยังหักหลังคนที่ไว้ใจเธอมากที่สุดอย่างพีทด้วยการมีความสัมพันธ์หลบซ่อนกับบี แต่กับวุ้นเส้น คริสไม่เคยหักหลังหล่อน แม้แต่สักครั้งเดียวก็ไม่เคยมี แล้วเพราะอะไรทำไมหล่อนจึงทำกับเธอได้ลงคอ?คริสรู้สึกว่า ยิ่งกำลังเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไรก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น

คริสควรรอให้ความลับถูกเปิดเผยอย่างช้าๆ ให้ความจริงได้ทำหน้าที่อย่างละมุนละม่อม หรือเลือกที่จะเปิดเผยมันออกมาให้ความจริงช่วยพังพินาศทุกสิ่งทุกอย่างไปเลยทีเดียว?

 

                

               ภายในห้องประชุม

               ลูกทีมทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าเนื่องจากคริสบอกว่าต้องการประชุมเรื่องด่วนซึ่งไม่มีใครรู้ว่าคริสหมายถึงเรื่องอะไร ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามนอกจากนั่งปรึกษากันเองเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเธอ ไม่นานนัก วุ้นเส้นก็เดินเข้ามาในห้องประชุมอย่างเคยชินเพียงคริสเอ่ยชวน หล่อนเข้า-ออก secret weapon ราวกับเป็นสถานที่คุ้นเคย จนแทบจะรู้ทุกซอกทุกมุมของที่นี่ ด้วยความไว้ใจที่คริสมีให้หล่อนจึงมีสิทธิทำมัน

               “เพิ่งกลับมาเองไม่ใช่เหรอ มีอะไรวะ ถึงกับต้องประชุมด่วน?” วุ้นเส้นเอ่ยถามอย่างเป็นปกติและเป็นธรรมชาติมากซะจนน่าใจหาย ราวกับไม่ใช่คนที่ลงมือเผาชุดของเธอ

               “เรื่องด่วนน่ะ ด่วนมากๆ” คริสพยายามอดกลั้นความรู้สึกโกรธเอาไว้ข้างในและตีหน้าปกติกลับไปบ้าง

               “มีอะไรรึเปล่า?”

               “นักข่าวมาแล้วค่ะคุณคริส” พนักงานเปิดประตูเข้ามาพร้อมกลุ่มนักข่าวจำนวนหนึ่ง ทั้งเพื่อนสนิทและลูกทีมต่างมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ

               “เชิญเข้ามาได้เลยค่ะ” คริสลุกขึ้นยืนและเดินไปเปิดจอฉายข้อมูลในโน้ตบุ๊ค

               “แก นักข่าวมาทำไม?”

               “มาทำข่าวฉาวน่ะ”

               “ข่าวฉาว?” วุ้นเส้นย้ำ เมื่อหันไปถามลูกทีมของคริสผ่านสายตา แน่นอนว่าไม่มีใครตอบได้ เพราะคริสตั้งใจให้เป็นแบบนี้ แบบที่จะไม่มีใครมาตลบหลังทำร้ายเธอได้อีก “มีเรื่องอะไรกันแน่วะคริส?”

“ฉันเพิ่งจับคนร้ายที่เผาชุดของฉันได้”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ลูกทีมต่างยิงคำถามใส่คริสไม่หยุด ว่าคือใคร? รู้เมื่อไหร่? และทำไมจึงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพวกเธอ? วุ้นเส้นก็เช่นกัน หล่อนก็กำลังยิงคำถามใส่ การมองคนกำลังปั้นเรื่องโกหกทั้งที่เรารู้ทุกอย่างหมดแล้ว คือเรื่องน่าขำที่สุด

“แกบอกว่ากล้องวงจรปิดจับภาพไว้ไม่ได้หนิ?”

“แกว่าแปลกไหมล่ะ? กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะคนร้ายเก่งมาก ก็คงคุ้นเคยกับ secret weapon อย่างดี จริงไหม?”

วุ้นเส้นยังคงตีหน้าซื่อต่อไป “'งั้น...แล้วใครเป็นคนทำวะ?”

“คงจะดีถ้าประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าใครเป็นคนไม่หวังดี เพื่อที่พวกเราจะได้ระวังตัวกันมากขึ้น ทุกคนว่าดีไหม?” ลูกทีมทุกคนต่างเห็นด้วย ไฟล์จากกล้องวงจรปิดถูกเปิดฉายบนหน้าจอ และแน่นอนว่าวุ้นเส้นกำลังอึ้งไปกับสิ่งที่ได้เห็น “พอดีว่าคริสเพิ่งได้ไฟล์กล้องวงจรปิดจากรอบๆ ข้าง secret weapon มาเมื่อเช้านี้ บางทีมันน่าจะเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการทำข่าวของพี่ๆ เผื่อว่าถ้าข่าวนี้ถูกปล่อยออกไป ใครบางคนจะได้เลิกไม่หวังดีกับ secret weapon สักที”

 คริสกดหยุดภาพไว้เมื่อบุคคลปริศนากำลังจุดไฟเผาชุด ซึ่งมันชัดเจนมากพอทำให้ทุกคนเห็นว่าคือวุ้นเส้น ทุกสายตาจับจ้องไปที่หล่อนที่กำลังนั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก เสียงฮือฮาและแสงแฟลตตามมาทันทีเมื่อทุกคนมั่นใจในตัวคนร้าย “นั่นแหละค่ะ คนร้ายที่เผาชุดของ secret weapon แต่ถ้าอยากเห็นหน้าชัดๆ มันก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้วนี่ไง!

               “คุณวุ้นเส้นเผาชุดของคุณคริสทำไมครับ?” นักข่าวยิงคำถามทันทีโดยไม่รีรอ

               “ทำไปเพื่ออะไรคะ มีแรงจูงใจอะไรถึงทำคะคุณวุ้นเส้น?”

  “ช่วยตอบคำถามด้วยครับ ทำไมถึงต้องทำลายชุดของเพื่อนสนิทของคุณด้วยครับ?”

               การเอาแต่นั่งก้มหน้านิ่งของวุ้นเส้นเพื่อหลบเลี่ยงคำถามและหลบสายตาไม่พอใจของทุกคน ทำให้คริสหงุดหงิดจนต้องผลักหล่อนเพื่อเรียกสติ “นักข่าวถาม ก็ตอบสิ!

               “ฉันไม่เคยคิดร้ายกับแก”

               “ถ้างั้นขอเหตุผลในการเผาชุดของฉันหน่อยสิ”

               “ฉันขอโทษ”

               “ฉันไม่ได้ต้องการคำนี้ ฉันต้องการรู้สาเหตุว่าทำไมถึงต้องโดนเพื่อนสนิทหักหลัง”

               “ฉันไม่ได้ตั้งใจหักหลังแก” วุ้นเส้นลุกขึ้นยืน ท่ามกลางแสงแฟลตจากนักข่าว “ฉันขอร้อง แกอย่าโกรธฉันเลย ทุกอย่างมันเป็นเพราะฉันถูกวทานิกาหลอกใช้”

               “วทานิกาหลอกใช้?” เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที นักข่าวต่างยิ่งให้ความสนใจเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินชื่อคู่แข่งคนสำคัญ

               “ฉันยังรู้สึกผิดอยู่ทุกวันที่ฉันทำเรื่องแบบนั้นลงไป แต่ฉันไม่เคยอยากทำลายหรือคิดร้ายกับ secret weapon ฉันทำเพราะวทานิกาสั่งให้ทำจริงๆ”

               คริสสามารถเชื่อคำพูดของเพื่อนคนนี้ได้หรือไม่? คริสกำลังชั่งใจว่าควรทำอย่างไร? เมื่อคิดทบทวนถึงการรับมือกับเรื่องนี้ หากเงื่อนไขใช้ได้เสมอสำหรับคนที่ต้องการเอาตัวรอด มันก็คงใช้กับวุ้นเส้นได้ และมันคงจะดีหากวทานิกาโดนโจมตีด้วยการกระทำของตัวเอง

               “ถ้าแกรับฟังแกจะเข้าใจ ฉันจะทำลายแกทำไมในเมื่อฉันเป็นเพื่อนแก นอกจากฉันจะถูกบังคับจริงๆเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานนะเว้ยคริส” วุ้นเส้นย้ำ และนั่นทำให้คริสสับสน

               คบกันมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยว่าแกเป็นคนยังไงแกพูดประโยคนี้กับฉัน แกจำได้ไหม?” แน่นอนว่าวุ้นเส้นจำได้ จึงนิ่งเงียบเมื่อถูกสวนกลับ  

               “ฉันยอมทำให้ทุกอย่างเพื่อให้แกไม่เข้าใจผิด แกจะให้ฉันทำอะไร แกบอกมาได้เลย”        

  “พูดความจริงทุกอย่างให้นักข่าวฟัง บอกเขาไปว่าแกโดนวทานิกาหลอกใช้ยังไงบ้าง”

               ไม่มีคำสัตย์สำหรับคนหลอกลวงวุ้นเส้นแอบยิ้มรับในข้อเสนอที่คริสให้ เมื่อคริสเชื่อว่าหล่อนถูกหลอกใช้ มันจึงเข้าทางหล่อนทุกอย่าง

               ไม่มีใครหลอกใช้หล่อนทั้งนั้น นอกจากหล่อนเต็มใจทำด้วยตัวเองและเพื่อเงินก้อนใหญ่ที่ได้รับ การโยนความผิดให้คนอื่นคงเป็นหนทางเดียวที่ทำให้หล่อนสามารถเอาตัวรอดเมื่อจนตรอก หล่อนสะบักสะบอมแต่ก็รอดตาย และตอนนี้กำลังจะรอดตัวด้วยวิธีการอันน่าสมเพช นั่นคือการออกไปสัมภาษณ์กับนักข่าว แสร้งทำเป็นว่าจงรักภักดีต่อ secret weapon มาเสมอ จากนั้นก็โยนความผิดทั้งหมดให้วทานิกา และปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาฆ่ากันเอง  

               “ได้ ฉันจะบอกนักข่าวว่าวทานิกาเลวร้ายแค่ไหน”

               “เชิญคุณคริสสัมภาษณ์ด้วยนะคะ” นักข่าวเสนอ

               “ไม่ดีกว่าค่ะ คริสมีธุระต้องทำก่อน เชิญตามสบายนะคะ”

               คริสเดินออกมาจากตรงนั้น และปล่อยให้สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น เพราะตอนนี้คริสจะไปหาวทานิกา คงหมดเวลาเล่นสกปรก และถึงเวลาต้องสู้กันตัวต่อตัวสักที

              

                                                                         -------------------------------




 

               “ถ้าวุ้นไม่ยอมทำตามที่วทานิกาเสนอ นอกจากจะทำลาย secret weapon แล้วเธอก็จะทำลายธุรกิจของวุ้นด้วย...วุ้นกลัวค่ะ...ก็เลยพยายามพูดคุย ไกล่เกลี่ยให้เธอแข่งกับ secret weapon ด้วยวิธีที่ดีกว่านี้ แต่เธอก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอม ตั้งหน้าตั้งตาจะทำลายเพื่อนของวุ้นอย่างเดียว เธอเสนอให้วุ้นเผาชุดนั่นทิ้งไปเพื่อแลกกับการไม่ยุ่งกับชีวิตวุ้นอีก...วุ้นก็เลยจำเป็นต้องทำ”  

               “ทำไมคุณวุ้นเส้นไม่ปฏิเสธและบอกความจริงคุณคริสไปตั้งแต่ทีแรกคะ?”

  “วุ้นกลัวค่ะ ก็เธอมีเงินนี่คะ แค่กระดิกนิ้วเธอก็ได้ทุกอย่างตามที่ต้องการแล้วในวงการนี้ใครๆ ก็รู้ว่าเธอมีอิทธิพลขนาดไหน ถ้าขืนไม่ยอมทำตามล่ะก็...ธุรกิจเล็กๆ ของวุ้นพังแน่ เป็นใครใครก็ต้องกลัวค่ะ หรือไม่จริง?”

 “แบบนี้จะแจ้งความดำเนินคดีไหมคะ?”

“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคริสเถอะค่ะ เพราะวุ้นได้พูดความจริงและขอโทษเพื่อนไปแล้ว วุ้นคิดว่า...วทานิกาคงทำเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการให้วุ้นกับคริสทะเลาะกันเอง”

 

 

               “ตอแหล”

               วทานิกาปิดโทรทัศน์และโยนรีโมททิ้งด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจะปิดโทรศัพท์ที่มีสายเข้าอย่างต่อเนื่องหลังจากข่าวถูกแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว คริสรู้ความจริงทุกอย่างแล้วว่าเป็นฝีมือของใคร แต่ที่ยิ่งไปกันใหญ่คือวุ้นเส้นกลับหักหลังเธอเพียงเพราะต้องการเอาตัวรอดและไม่อยากตกเป็นเชลย เธอกำลังถูกตลบหลังเข้าเต็มๆ และเธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ชื่อเสียงที่สร้างมาต้องป่นปี้


                 

                                                                       -----------------------------------

 



               บีอยู่ในห้องทำงานของวทานิกา บีถือวิสาสะเข้ามาเพราะอ้างกับลูกทีมของหล่อนว่าลืมของเอาไว้ ด้วยความที่เป็นแมวตัวโปรดบีจึงได้สิทธินั้นทันที บีเพิ่งเห็นข้อดีของการยอมเป็นแมวสวมปลอกคอชื่อวทานิกาก็วันนี้บีจัดแจงค้นหาอะไรก็ตามที่พอจะเป็นหลักฐานและจะสามารถช่วยคริสได้ เพราะอยากให้สงครามประสาทจบลงและต่างฝ่ายได้ต่างกลับไปใช้ชีวิตของตัวเองกันสักที บีรู้สึกว่าคริสควรเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างสบายใจกับพีท และไม่ควรจมทุกข์อยู่กับเรื่องนี้อีกแล้ว

               เพราะมันคือความรัก ไม่ใช่ความหลง ดังนั้นบีจึงทำแม้มันจะเสี่ยงมากแค่ไหน การเฝ้าดูทุกความสำเร็จของคริสและช่วยในสิ่งที่พอจะช่วยได้มันคือสิ่งที่บีทำมาโดยตลอด ถึงทำให้คริสรักบีไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็มีส่วนช่วยให้ชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบสักที

            และแล้วแมวจรจัดก็ทำสำเร็จ

 บีเจอแบบชุดของ secret weapon ที่ถูกขโมยไปในแฟ้มที่อยู่ด้านล่างสุดราวกับถูกซ่อนไว้อย่างจงใจ ถัดมาไม่ห่างนักคือซองสีน้ำตาล บีหยิบมันมาเปิดออกดูเพราะรู้สึกว่าน่าจะมีเบาะแสอะไรบางอย่าง แต่เมื่อได้เห็นความลับที่อยู่ด้านใน มันทำให้บีต้องเปลี่ยนความคิดทั้งหมด

 มันคือรูปของบีและคริส ภายในบาร์เมื่อสองวันก่อนหน้า มันคือภาพที่แสดงถึงความใกล้ชิดสนิทสนม รวมทั้งการโอบประคองและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข มันถูกบันทึกภาพเอาไว้โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัว

 บีมองทุกอย่างและอ่านสถานการณ์ทุกอย่างออก ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่ความลับที่ถูกซ่อนไว้ต้องถูกเปิดเผย วทานิการู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว 

 และตอนนี้ต่างฝ่ายต่างกำลังรู้ความลับของกันและกัน

 

               “กลับมาแล้วเหรอ?” เสียงของวทานิกาดังขึ้น บีรู้สึกว่าสถานการณ์ต้องเลวร้ายนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป วทานิกามองซองสีน้ำตาลและรูปถ่ายที่บีถือไว้และส่งยิ้มมาให้ “เป็นยังไงบ้าง ทริปสองวันหนึ่งคืนที่ภูเก็ตสนุกไหม?”

               “แพรสะกดรอยตามบี”

               “แพรไม่ได้ทำ และแพรไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น”

               “บีรู้ แพรให้คนอื่นทำแทน เพราะเงินของแพรมันซื้อได้ทุกอย่าง”

  “ก็แมวที่แพรเลี้ยงอยู่ มันเลี้ยงไม่เชื่องเองหนิ” วทานิกาเดินตรงเข้ามา หยิบภาพถ่ายพวกนั้นไปดูให้ชัดอีกรอบด้วยท่าทีนิ่งเฉย ราวกับไม่ใช่การรับรู้ความจริงโดยกะทันหันแต่เพราะรู้ทุกอย่างมาล่วงหน้าหมดแล้ว ในหัวของวทานิกาคงเต็มไปด้วยแผนการเป็นร้อยเป็นพัน

  “แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับที่แพรต้องการทำลาย secret weapon

 “ไม่เกี่ยวตรงไหนอ่ะ? ถ้าภาพพวกนี้ถูกปล่อยออกไป บวกกับให้ข่าวนิดๆ หน่อยๆ ว่าบีกับศิรินรวมหัวกันหักหลังแพร secret weapon ก็มีสิทธิพังยับเลยนะ”

  “มันไม่เกี่ยวหรอกแพร นี่มันเรื่องความสัมพันธ์ ไม่ใช่เรื่องงาน”

               “เกี่ยวสิ!” วทานิกาปาภาพลงกับพื้นด้วยความโมโห “มันเป็นเรื่องเดียวกัน มันคือการหักหลังเหมือนกัน! บีหักหลังแพรทั้งๆ ที่แพรไม่เคยหักหลังบีเลย!

               “เปล่าหรอกแพร” บีถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทางจะสู้กับความอคติในจิตใจของเธอ “บีไม่อยากหักหลังแพร แต่บีแค่รักเขา และบีคงทนเห็นแพรทำลายเขาไม่ได้”

วทานิกานิ่งไป มือของเธอเริ่มสั่นและทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินว่าบีรักคริส เพราะมันเป็นอาวุธที่ทำร้ายเธอได้มากกว่าวิธีการใดๆ “ทำเพื่อคนที่ไม่ได้รักบี แถมยังมีคู่หมั้นอยู่แล้วน่ะเหรอ?คงมีแต่คนโง่กับคนบ้าเท่านั้นล่ะที่ยอมทำ”

“ใช่ จะว่าอย่างนั้นก็ได้”

“คงสะใจใช่ไหม ถ้าช่วยศิรินทำลายแพรได้”

“เขาไม่ใช่คนประเภทที่คิดจะทำลายใครก่อน เท่าที่บีรู้ เขาแค่ต้องการปกป้องสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมาแทบทั้งชีวิต”

“ด้วยการหลอกใช้บีเป็นเครื่องมือ พอชนะ สักวันนึงศิรินจะเฉดหัวบีทิ้งไปทำแบบนั้นให้กับคนที่ไม่รักบี มันไม่คุ้มเลยนะ”

“บีไม่สนหรอกว่าใครไม่รักบี แต่บีรู้ว่าบีรักเขา และบีก็รู้ว่าบีไม่ได้รักแพร”

วทานิกาเบือนหน้าหนีคงเพราะต้องการสงบสติอารมณ์และพยายามตั้งสติหาทางเอาคืนให้สาสม “ใช่ ก็พอจะรู้อยู่” 

“แยกเรื่องของเรา ออกจากเรื่องของแพรกับ secret weapon เถอะ บีอยากให้แพรสู้กับเขาด้วยฝีมือมากกว่าวิธีแย่ๆ พวกนั้น”

“แพรขอเตือนคนชอบทำอะไรตามใจตัวเองแบบบีไว้อย่างนึงนะ” ยิ่งบีย้ำว่ารักคริสและไม่ได้รักวทานิกามากเท่าไร วทานิกาก็ยิ่งย้ำว่าคริสไม่มีทางรักบีมากเท่านั้น “อย่าจุดไฟเผาตัวเองเพื่อให้ใครอบอุ่น โดยเฉพาะคนที่ไม่มีวันรักเราศิรินไม่มีวันรักบีหรอก ไม่มีวัน”

 

               “เธอรู้ได้ยังไง?”

               เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เป็นเสียงที่บีไม่คาดคิดว่าจะได้ยินมันในตอนนี้ คนของวทานิกาต่างยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่ด้านนอก เพราะการมาเยือนของคริสไม่ควรเกิดขึ้นที่นี่ มันเหนือความคาดหมายของบีและของทุกคน คริสเหลือบมองภาพถ่ายที่ตกอยู่กับพื้นและเริ่มเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง หากเป็นเมื่อก่อน ความกลัวอาจถาโถมเข้ามาเพราะไม่ต้องการให้ความลับที่ถูกซ่อนไว้เปิดเผย แต่ตอนนี้หมดเวลาปิดบังอีกต่อไป ถึงเวลาที่ทุกอย่างต้องถูกเปิดเผยสักที ทั้งความลับและความรู้สึก

               “พี่คริส...” สายตาของบีกำลังสื่อว่า อย่าทำอะไรก็ตามที่จะทำให้คริสต้องเดือดร้อนในภายหลัง

               “บีไม่ต้องเสียสละอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ เพราะพี่ก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าบีต้องพัง ในขณะที่พี่มีความสุข”

               หากถามว่าใครเป็นรองที่สุดในตอนนี้ ก็คงเป็นวทานิกา นอกจากรับรู้ว่าบีรักคริสและไม่ได้รักเธอ ทุกอย่างยังผิดคาดไปหมด วทานิกาคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ายอมรับการโจมตีครั้งนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้

               “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของบี โฟกัสแค่เรื่องของพี่คริสกับแพรก็พอ”

               “คนแบบเธอ คงมีความรับผิดชอบมากพอใช่ไหมศิริน?”

               “ใช่ ฉันมีมัน มากกว่าเธอ”

               แต่คนอย่างวทานิกาฉลาดมากพอที่จะเล่นสกปรก เพื่อแลกกับการไม่เป็นผู้แพ้ เพราะใครบางคนที่เธอคิดใช้เป็นไม้ตาย กำลังปรากฏตัวตรงจังหวะเวลาพอดิบพอดี

               และมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่คริสต้องการย้ำเพื่อให้เกิดความมั่นใจ เธอไม่ได้ย้ำให้วทานิกาฟังแต่เธอย้ำให้แมวจรจัดตัวนั้น ที่กำลังจ้องมองมาราวกับมันต้องการคำนี้มาแสนนาน นี่อาจไม่ใช่เวลาที่ดีในการบอกมันออกไป แต่การยอมรับความรู้สึกตัวเองและเลือกที่จะรักใครสักคนเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่าจะคิดว่าคือความผิดพลาดอย่างที่บีบอกจริงๆ


“ฟังไว้นะ...ฉันรักบี”

              

แม้ต้องการให้สงครามครั้งนี้จบลง เหลือเพียงแค่ฝุ่นผงของความทรงจำเลวร้ายและไม่ให้มันบานปลายไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนเรื่องตลกร้ายมักจะเกิดขึ้นได้เสมอราวกับถูกตั้งเวลาเอาไว้ และมันคงไม่จบลงง่ายๆ อย่างใจคิด ในเมื่อต่างฝ่ายต่างตลบหลังเฝ้าทำร้ายกันเมื่อสบโอกาส

หากถลำลึกลงไปแล้ว ไม่มีอะไรง่ายสำหรับการดึงตัวเองออกมา หากสงครามยังต้องดำเนินต่อ การต่อสู้ก็ไม่อาจจบลง มันอาจนานเป็นเดือน เป็นปี หรือตลอดไปจนกว่าจะมีใครตายกันไปข้างหนึ่ง  ณ เวลานี้ไม่มีใครแตกต่างกัน ทุกคนมีสีเทาในตัวที่กำลังเข้มข้นจนเกือบกลายเป็นสีดำเท่าๆ กัน ทุกคนต่างก็หลอกลวงและเคยถูกลวงหลอก

 


และแล้วเสียงของพีทก็ดังขึ้น เพื่อย้ำว่าสงครามยังไม่มีทางจบลง

“แล้วจะรับผิดชอบยังไงกับการหักหลังผม?”

                

 


             กฎข้อสุดท้ายของความลับ


            อย่าไว้ใจความลับว่ามันจะถูกปกปิดตลอดไป เพราะไม่มีความลับใดคงอยู่ได้ตลอดกาล

หากความลับกำลังถูกเปิดเผยในสถานการณ์อันยากลำบาก

มีทางให้เลือกแค่ 2 ทาง คือยอมรับความพ่ายแพ้ หรือเผชิญหน้าเพื่อต่อสู้กับความจริง

 


                                                                          -----------------------------------






ปวดหัวตุ้บๆ กันไปเลยจ้า 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

284 ความคิดเห็น

  1. #237 nroarttsh10 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 08:23
    รออยู่น้าาา;-;
    #237
    0
  2. #234 PIRAMON PAO-INTARA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 17:53
    เพิ่งมาติดตามแต่สนุกมากๆเลยค่ะ ชอบภาษาของไรท์มากๆ ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้นะคะ
    #234
    0
  3. #232 Puncherp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:33
    มาต่อน้าาาาา
    #232
    0
  4. #231 SupperServay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:33
    อร๊ายยยย จะมีใครโผล่มาอีกไหมไรท์ ลุ้นมากจะยังไงต่อ
    #231
    0
  5. #230 jahathy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 18:12
    โหหหหหหห ไรท์จ๋าาามาต่อไวๆเลยนะ!!!
    #230
    0
  6. #228 MMMM241982 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 11:43
    ภูมิใจในตัวคุณคริสมากๆที่กล้าพูดความลับออกไป รอให้กำลังใจคุณคริสน้าาาา
    #228
    0
  7. #227 teenuang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 00:37
    เหนื่อยใจจริ๊งงงงง
    #227
    0
  8. #226 Ryojin29 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 23:02
    ภาระจังเลยยยยพีททททท ว๊อยยยยยย
    #226
    0
  9. #225 ploychy402 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 22:11
    โอยยย สนุกทุกตอนเลย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความลับไม่มีในโลก
    #225
    0
  10. #224 Naticha-Candy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 18:24
    ลุ้นไม่ไหวแล้ว รีบๆมาต่อนะคะไรท์ สู้ๆค่ะ
    #224
    0
  11. #223 namwhan_ka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 14:50
    ลุ้นเว่อ
    #223
    0
  12. #222 Mayyblack (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 09:52
    อือหืออออ ดุเดือดมากๆๆ
    #222
    0
  13. #221 Beambeaam (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 09:15
    สงสารพี่คริสมากกก แต่ก็อุ่นใจที่พี่เค้ามีบีอยู่ข้างๆ
    #221
    0
  14. #220 summerboy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 08:52
    ฉันรักบี ฉันรักบี ฉันรักบี ฉันรักบี
    #220
    0
  15. #219 PuengWaleerat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 03:57
    มากองรวมกันให้หมด เคลียร์ทีเดียวข่ะ
    #219
    0
  16. #218 Noowichuda (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 02:00

    เรื่องอื่นไม่สนละ สนแค่พี่คริสรักพี่บี
    #218
    0
  17. #217 nroarttsh10 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 01:26

    ลุ้นมากมากเลยค่ะ อยากรู้แล้วว่าสถานการณ์จะเป็นยังไงต่อ รอติดตามอยู่นะคะ •3•
    #217
    0
  18. #216 homesixth (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 01:19
    หูยมากันครบ ระเบิดลงตรงนี้เลย

    ดีใจที่คุณคริสยอมรับความรู้สึกของตัวเองสักทีและกล้าที่จะพูดออกมา กล้าที่จะเผชิญหน้า กล้าทีาจะก้าวออกมาจากความลับ
    การไม่มีความลับน่ะมันดีกว่าจริงๆนะ

    บอกคุณพีทเลยว่าความรักมันห้ามไม่ได้ แต่ก็คือคุณพีทโดนนอกใจจริงๆแหละ

    การทำดีกับคนอื่น เสียสละเพื่อคนอื่นน่ะ ไม่ไร้ค่าหรอกนะคุณแพร คนจุดไฟเผาตัวเองให้คนที่เขาไม่สนน่ะ อย่างน้อยก็ทำให้โลกนี้สว่างขึ้นนะ
    #216
    0
  19. #215 INGabcde (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 01:15

    สนุกมากกกกกกก ขอตอนต่อแบบเร็วด่วยเถอะะ
    #215
    0
  20. #214 perlpatz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:54
    อ่านจบตอนแล้วกลืนน้ำลายดังเอี้อก
    #214
    0
  21. #213 StApollo18 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:53
    เข้มข้นมาก อ่านแล้วเหมือนตัวเองเป็นลูกบอลถูกจับโยนไปมา หายใจไม่ทั่วท้องกันเลย
    #213
    0
  22. #212 k50245 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:46

    จงนับว่ามีความลับทั้งหมดกี่เรื่องที่ถูกเปิดเผยในตอนนี้ (10 คะแนน)

    ยอมรับว่าสับสนและวุ่นวายมากๆจริงๆค่ะตอนนี้ 55555555555

    #212
    0
  23. #211 P_tea (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:37

    สนุกกกกกกกกกกก,, ลุ้นทุกย่อหน้าเลยค่ะคุณ หักหลังหักเหลี่ยมกันไปมา ยอมใจคนแต่งจริงๆ

    รอติดตามความสนุกตอนต่อไปอยู่นะคะ ^__^

    ปล. "อย่าจุดไฟเผาตัวเองเพื่อให้ใครอบอุ่น โดยเฉพาะคนที่เขาไม่มีวันรักเรา" >> ประโยคนี้คือสุดมาก!!

    อ่านแล้วจุกพอสมควร(ฮ่า)
    #211
    0