Shhhh ! (beexcris)

ตอนที่ 10 : Episode 9 : Bittersweet

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 816
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    9 ม.ค. 62




Episode 9 : Bittersweet




 

 


            “บี บอกว่าอย่าพูดไง

            “บีรัก...” สิ่งที่พอจะปิดปากบีตอนนี้ได้คือจูบ แต่เมื่อถอนจูบ แมวเจ้าเล่ห์กลับยิ้มแยกเขี้ยวใส่

            “บี อย่าพูด ถ้าไม่ได้รู้สึกจริงๆ

            บีพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยมันออกมาโดยไม่ลังเลอีก แล้ววันนี้ก็ได้รู้ว่าแมวจรจัดตัวนี้รักเธอ “บีรักพี่คริส

            แล้วเธอล่ะ รักมันบ้างรึเปล่า?


 

               เสียงเคาะประตูและหมุนลูกบิดดังขึ้น ดึงให้คริสออกจากการนึกถึงบี พีทเดินตรงเข้ามาหาในห้องทำงานด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่มีรอยยิ้มจากเขาเหมือนทุกครั้งและทำให้คริสรับรู้ถึงสัญญาณแปลกๆ แบบชุดตรงหน้าหมดความน่าสนใจแต่เธอต้องแสร้งทำเป็นสนใจมันต่อเพื่อรักษาท่าทีให้ปกติ

               “งานยังไม่เสร็จเหรอครับ?”

               “ค่ะ ต้องแก้แบบชุดให้ลูกค้าแล้วก็ต้องเตรียมงานสำหรับอีเว้นท์วันพรุ่งนี้เมื่อเห็นสีหน้าของพีท คริสรู้สึกว่าควรให้ความสนใจผู้มาเยือนมากกว่างาน ดึกแล้ว ทำไมคุณยังไม่กลับบ้านอีกคะ?”

               พีททิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา เงียบไปเพียงครู่ก่อนจะเอ่ย วันนี้ผมไปเจอคุณบีมา

               คริสยิ่งต้องทำตัวปกติกว่าเดิมเมื่อได้ยินชื่อบุคคลที่สาม เหรอคะ ไปเจอทำไมล่ะ?”

               “ผมก็แค่คาดหวังว่าคุณบีจะยอมพูดความจริงกับผม เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันง่ายขึ้น แต่เธอก็ไม่ทำ

               “ไม่มีใครยอมพูดความจริงเพื่อให้ตัวเองเดือดร้อนหรอกค่ะ

               “ผมพยายามขอคำตอบจากคุณบี เพราะผมคาดหวังว่ามันคงไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด แต่ผมคิดผิด สุดท้ายมันก็เป็นไปตามนั้น ถึงคุณบีไม่ยอมรับออกมาตรงๆ แต่ก็ไม่มีการปฏิเสธ แถมยังดูไม่ละอายใจสักนิดกับสิ่งที่ทำลงไป ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำอย่างนั้นได้ผมมองเธอผิดไปจริงๆ

               เมื่อไร้ซึ่งความจริงและคำอธิบาย พีทคงเชื่อว่าบีและวทานิกาอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด แต่ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของใครคริสรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่ฝีมือของบี สำหรับเธอ รู้เพียงแค่คนที่เธอไว้ใจไม่ใช่คนลงมือมันก็เพียงพอต่อการหยุดตามหาความจริง คริสมองพีทพลางถอนหายใจ ความรู้สึกนี้คืออะไรกัน? ละอายใจรึเปล่า? เพราะเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

               และคงใช่ดูเหมือนเรื่องนี้พีทน่าสงสารที่สุด พีทผู้ไม่มีพิษมีภัยกับใคร พีทที่เป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของแมวสาว และพีทคนนี้ที่ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย

               “เลิกเสียเวลากับเรื่องนี้เถอะค่ะพีท

               “เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องที่ควรปิดบังกัน ผมรู้สึกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ผมไม่รู้ และดูเหมือนจะเป็นผมที่โง่ที่สุดในตอนนี้ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมไม่มีสิทธิรู้ ทั้งๆ ที่ผมก็เป็นส่วนหนึ่งของ secret weapon”

               คริสอยากจบเรื่องนี้เต็มที เธอไม่อยากฟังพีทพูดพร่ำถึงมันในขณะที่เธออยากจะลืม เขาจะโกหกหรือปิดบังอะไรก็เรื่องของเขาเถอะค่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ

               “ผมไม่ได้หมายถึงคุณบี

               มือที่กำลังจรดเซ็นต์เอกสารหยุดชะงัก คะ?”

               “ผมหมายถึงคุณพีทมองมาด้วยสายตาแข็งกร้าว ซึ่งพีทไม่เคยทำมองเธอแบบนี้มาก่อน คริสคุณปิดบังผมทำไม?”

               คริสไม่กล้าสบสายตาคู่นั้น จำต้องเสแสร้งทำเป็นสนใจงานตรงหน้าและหลีกเลี่ยงบทสนทนานี้ให้เร็วที่สุด เอาไว้ค่อยคุยกันได้ไหมคะ คริสขอเตรียมเรื่องงานอีเว้นท์วันพรุ่งนี้ก่อน

               “นี่ผมเป็นตัวปัญหาของคุณเหรอ?”

               “คุณพูดอะไรของคุณ?”

               “ก็คุณใช้แต่วิธีนี้ตลอด ไอ้วิธีการตัดปัญหาด้วยการเลี่ยงไม่ตอบและหันไปโฟกัสกับเรื่องอื่นแทน คุณพร้อมสนใจเรื่องอื่นเสมอเมื่อคุณกำลังปิดบังผมนี่ไงล่ะ ผมคือตัวปัญหาที่คุณอยากตัดออกไป

               “ถ้าคุณคิดแบบนี้ ก็ดูเหมือนเราจะเข้าใจกันคนละแบบแล้วค่ะ

               “ผมน่ะเหรอไม่เข้าใจคุณ?” พีทวางมือไว้บนอก พร้อมรอยยิ้มสิ้นหวัง ในทุกเรื่อง แค่คุณเอ่ยปากบอกผมก็พร้อมเข้าใจคุณเสมอ คุณลองถามตัวเองดีกว่าไหม? ว่าคุณเคยพยายามทำให้เราเข้าใจแบบเดียวกันหรือแค่ต้องการตัดปัญหาและไม่เคยพยายามทำความเข้าใจกันเลย

               “นี่คุณอยากรู้อะไรกันแน่คะพีท?”

               “เรื่องที่ผมยังไม่รู้และควรรู้ไงครับพีทเริ่มใส่อารมณ์ในน้ำเสียง เพราะขนาดเรื่องที่คุณบีกลับไปทำงานกับวทานิกา ผมยังได้รู้เป็นคนสุดท้าย รู้จากคนอื่น แทนที่จะได้รู้จากคุณเป็นคนแรกด้วยซ้ำ

               “มันไม่ใช่เรื่องการปิดบังหรือไม่ยอมบอกแล้วล่ะค่ะ คริสว่าคุณแค่ต้องการถูกคริสให้ความสำคัญมากกว่า

               "ผมก็ควรได้รับมันในฐานะคู่หมั้นของคุณไม่ใช่เหรอ?" นี่สินะ พันธนาการจากแหวนวงนี้ที่คริสกำลังสวมใส่ พันธนาการที่มีอำนาจผูกมัดและเรียกร้องโดยการเอาสถานะความสัมพันธ์มาเป็นเครื่องมือ "ถ้าไม่ได้คิดไปเอง ตอนนี้ผมรู้สึกว่ากำลังให้ความสำคัญกับคุณอยู่แค่ฝ่ายเดียวด้วยซ้ำ

               "ถ้าเป็นเรื่องงาน คริสว่าไม่จำเป็นต้องบอกคุณทุกเรื่องก็ได้"

               "แล้วผมเคยปิดบังอะไรคุณรึเปล่า?”

               "แล้วคุณต้องการแบบไหนล่ะคะ?"

               "คุณก็แค่บอกผมเหมือนที่ผมก็บอกคุณ แล้วเราก็ช่วยกัน แค่นั้นไม่ได้เหรอครับ?" พีทลุกขึ้นยืน เขาคงหมดความอดทนในการระงับอารมณ์ปะทุของตัวเอง "ผมไม่อยากรู้สึกเป็นคนนอก ผมแค่อยากรู้สึกเป็นคนสำคัญสำหรับคุณบ้าง"

               “คุณให้คริสมาหนึ่งร้อย คริสต้องให้คุณกลับหนึ่งร้อยเท่ากันเหรอคะ? ความรู้สึกของคนเรามันคงไม่เท่ากันขนาดนั้นหรอก ถึงคริสจะให้คุณกลับไปแค่ห้าสิบแต่ใช่ว่าคริสไม่เคยให้คุณหนิ แล้วคุณต้องการแบบไหนล่ะ? ห้าสิบหรือศูนย์? คริสไม่สามารถให้คุณกลับไปได้เท่าที่คุณให้มา แต่มันเป็นความผิดของคริสรึไง? คุณคาดหวังอะไรกับความรู้สึกของคริสคะ? หยุดเรียกร้องสักทีได้ไหม พอสักทีได้รึเปล่า? เพราะถ้าคุณไม่สำคัญล่ะก็—“ คริสยกมือขึ้นมาโชว์แหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้าย คริสคงไม่ยอมใส่แหวนวงนี้หรอก!

               หากพีทเข้าใจธรรมชาติของแมวสาวจอมหยิ่งตัวนี้เขาจะไม่เรียกร้องอะไรจากมันเลยไม่เรียกร้องเหมือนอย่างที่บีทำ ไม่ถามหาความรักหรือความสำคัญใดๆ นอกจากคอยเอาใจและให้ความรู้สึกรักอยู่ห่างๆ เพื่อรอวันให้มันเข้าไปหาและคลอเคลียเพื่อเป็นการตอบแทนด้วยตัวเอง ซึ่งพีทไม่ใช่ เขาคงไม่มีทางเข้าใจ และที่ผ่านมาเขาแค่ทำเป็นเข้าใจเท่านั้นเอง

               ตั้งแต่เกิดความรู้สึกอะไรบางอย่างกับแมวจรจัดอย่างบี คริสก็เริ่มรู้สึกเปลี่ยนไปเพราะฉะนั้นมันคงไม่ใช่ความผิดของพีท แต่เป็นความผิดของเธอเองที่พาความรู้สึกถลำลึกทั้งที่รู้ว่ามันเสี่ยงอันตราย จนในที่สุดเธอก็ติดกับดัก เธออาจต้องติดอยู่ในนั้นจนกว่าความลับจะถูกเปิดเผย แต่เธอภาวนาอยู่ทุกวันว่าวันนั้นคงไม่มาถึง

               “นั่นสิ ผมคงทำอะไรไม่ได้" พีทเอ่ยและผายมือยอมรับอย่างท้อแท้

               "ช่วยสงบสติอารมณ์ก่อนเถอะค่ะ"

               "ผมเข้าใจแล้ว ผมคงไม่มีทางได้รู้อะไรด้วยตัวเองเลยคงเป็นไปตามอีหรอบเดิมด้วยการปล่อยให้เรื่องจบลงอย่างค้างคา เขาทำได้เพียงค่อยๆ ถอยหลังเดินออกไปจากห้องอย่างผู้แพ้ที่ไม่เคยอยากเอาชนะ

               คริสหวังว่าความรู้สึกที่มีให้บีคงไม่มากไปกว่านี้ และหวังว่าความรู้สึกที่มีให้พีทจะไม่เหลือแค่ศูนย์

 

----------------------------------

 

 

               เป็นอีกคืนที่คริสเปิดรับแมวจรจัดเข้ามาในบ้าน ปล่อยให้มันคลอเคลียไปทั่วเรือนร่างโดยไม่ขัดขืน หนำซ้ำยังเต็มใจอยู่ลึกๆ เมื่อได้รับสัมผัสเหล่านั้นเมื่อคริสกำลังรู้สึกเหนื่อย น่าแปลกที่พีทไม่ใช่คนทำให้เธอสบายใจ แต่กลับกลายเป็นบีที่กำลังนอนหลับตาอยู่บนเตียง

                คริสมองใบหน้าของบีขณะนอนหลับ มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดีที่เธอทำแบบนี้กับคนที่เป็นเพียงความสัมพันธ์หลบซ่อนและไม่ใช่คนที่อยู่ในสถานะความสำคัญใดๆ นอกจากสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์

               ไม่นานนัก หลังจากที่เครื่องเล่นแผ่นเสียงหยุดบรรเลงบีก็เอ่ยทำลายความเงียบพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ คริสชอบมองเขี้ยวเล็กๆ ของแมวจรจัดตัวนี้เวลามันยิ้มเหลือเกิน  “พี่คริสจำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้ป่ะ?”

               “อืม” คริสตอบ ทำไมจู่ๆ ก็พูดถึง?

               “ไม่รู้สิ จู่ๆ ก็รู้สึกดีใจที่คืนนั้นบีใจกล้าเข้าไปทักพี่คริส แล้วก็รู้สึกดีที่ไม่ปล่อยให้เรื่องของเราจบลงแค่คืนนั้น

               “ถ้าเรื่องของเราจบไปตั้งแต่คืนนั้น มันจะดีกว่ารึเปล่า?”

               จะย้อนกลับไปคิดทำไม ในเมื่อเรื่องของเราไม่ใช่แค่เรื่องคืนนั้นมาตั้งนานแล้ว

               มันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานไหม?”

               ถ้าเป็นมากกว่านี้ไม่ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปแบบนี้แหละ" บีดูไม่เดือดร้อนใจหรือโหยหาความยุติธรรมใดๆ กับความสัมพันธ์อันน่าปวดประสาทอีกแล้ว เพราะแค่นี้มันก็ดีมากแล้วพี่คริส

               คริสมองบีหลับตาพริ้มพร้อมกับรอยยิ้ม บีมีความสุขกับสถานะตอนนี้จริงๆ ใช่ไหม? ไม่ได้แกล้งทำเพื่อให้คริสสบายใจใช่รึเปล่า? วันนี้บีดูแตกต่างจากทุกครั้งที่ปรากฏตัวในห้องแห่งความลับห้องนี้ ยิ่งโดยปกติหากพูดถึงความสัมพันธ์ เด็กเอาแต่ใจในร่างของบีจะต้องออกมางอแงและเรียกร้องหาความรักอยู่เรื่อย แต่คราวนี้ทำไมจึงเหลือเพียงรอยยิ้มบางๆ และประโยคตัดบทสนทนาอันเรียบง่าย

               แบบนี้ดีสำหรับบีจริงๆ หรือบีแค่กำลังโกหกตัวเองเพื่อหล่อเลี้ยงความสุขไปวันๆ?

               พี่คริสบีเอ่ยเรียกขณะยังหลับตานอนคว่ำหันหน้ามาหาเธอ

               อื้ม?” คริสขยับกายเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มเข้าไปใกล้ๆ เพื่อรอฟังในสิ่งที่แมวจรจัดจะเอ่ย

               บีเว้นวรรคไปครู่หนึ่งราวกับชั่งใจที่จะพูด บีไม่ไปแล้วได้ไหม?”

               ไปไหน?"

               นิวยอร์ก

               คริสขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ฟัง "บีจะบ้าเหรอ?”

               ไม่บ้าก็บีอยากอยู่ที่นี่ บีอยากอยู่กับพี่คริสบีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ประโยคที่บีเอ่ยด้วยดวงตาเลื่อนลอยบวกรอยยิ้มจางๆ กำลังทำให้ใจคริสเต้นโครมคราม

               บี เราอยู่กันคนละฝั่ง แถมกำลังทำสงครามกัน บีจะอยู่กับพี่ได้ยังไง?”

               ก็อยู่เหมือนที่กำลังอยู่ตอนนี้ไง ถ้าเรากำลังทำสงครามกันอยู่ ก็คิดซะว่าบีกำลังหลงรักศัตรูอย่างพี่คริสสิ

               เพ้อเจ้อใหญ่แล้วปกติคริสอาจต้องหนักใจและอึดอัด แต่ไม่รู้ทำไมต่างฝ่ายถึงต่างหัวเราะให้กันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คริสจะหยุดความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้บีและออกมาจากกับดักได้อย่างไร? ในเมื่อบีมีแต่จะทำให้เธอรู้สึกดีเพิ่มขึ้นทุกวัน

               ตามนั้นนะ บีไม่ไปแล้ว

               คริสไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่แน่ใจว่าบีคิดอะไรอยู่ แต่หลังจากมองหน้าบี คริสก็เกิดคำถามขึ้นมา คำถามเดียวที่เธออยากถามมากที่สุดในตอนนี้

               "บี ไหนบอกว่าจะไม่รักพี่ไง?"

               "ทำไงได้อ่ะพี่คริส ก็บีรักไปแล้ว" บียิ้ม เป็นยิ้มที่คริสไม่เข้าใจว่าสุขหรือเศร้า

               "แบบนี้มันจะดีเหรอ?"

               "บีก็ไม่รู้หรอก บีแค่ไม่อยากทำให้ความรู้สึกมันซับซ้อนเหมือนความสัมพันธ์ของเราอ่ะ บีรักบีก็บอก เพราะบีไม่เคยปิดบังหรือมีความลับกับพี่คริสอยู่แล้ว" ตอนนี้คริสกลัวเหลือเกินว่าจะถูกถามกลับมาว่ารักบีบ้างหรือไม่ แต่เธอโล่งใจเมื่อบีไม่ถามราวกับไม่ต้องการรู้คำตอบว่าเธอไม่มีวันรักบี  "พี่คริสสบายใจได้ บีไม่เรียกร้องอะไรหรอก ไม่ต้องกลัวจะเดือดร้อนด้วย ทุกอย่างจะโอเค"

               "บีไม่คิดจะไปรักคนอื่นเลยเหรอ?"

               "แถวนี้มีแบบพี่คริสอีกคนไหมล่ะ? ถ้ามี บีจะรีบไปรักเขาเดี๋ยวนี้เลย"

               "กวนตีน"

               บีหัวเราะเมื่อทำให้คนอายุมากกว่าหัวเสียได้ "นี่พูดจริง ถ้าบีจะรักใครได้อีกก็คงต้องเป็นคนแบบพี่คริสนี่แหละ"

               "แล้วถ้าไม่เจอล่ะ จะทำยังไง?"

               "ก็คงรอรอให้คนๆ นั้นปรากฎตัว หรือไม่ก็รอพี่คริสไปเรื่อยๆ"

               “อย่ารอเลยนะบี พี่แทบไม่เห็นทางไหนที่เราจะเป็นของกันและกันได้เลยคริสเอ่ยตัดความหวังของบีไปแล้ว เธอเกลียดตัวเองที่ต้องเอ่ยมันออกมา แต่เธอเกลียดความความจริงยิ่งกว่าเพราะมันยากจะปฏิเสธ และน่าแปลกเมื่อบีตอบกลับมาเป็นรอยยิ้มแทนที่จะเป็นสีหน้าผิดหวังดังเช่นทุกครั้ง

               ช่างมันสิ บีไม่อยากครอบครองพี่คริสหรอก"

               “จะบอกว่ารักแบบไม่อยากครอบครองเหรอ?” บีพยักหน้า และคริสอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เป็นไปได้เหรอวะ อ่านนิยายมากไปป่ะ? ”

               ไม่ได้น้ำเน่านะเว้ย บีไม่อยากครอบครองเพราะบีไม่อยากสูญเสียแล้วก็ไม่อยากให้เราสองคนกลายเป็นความเศร้าหรือความเกลียดขึ้นมาในสักวันไงล่ะ บีรักพี่คริสในแบบที่ขออยู่เป็นคนที่เข้าใจพี่คริสมากที่สุด รักในแบบที่ได้อยู่ตรงนี้ก็พอแล้วบีเอื้อมมือมาลูบผมคริสอย่างอ่อนโยน "บีสูญเสียมามากก็เลยไม่อยากสูญเสียอะไรในตอนนี้โดยเฉพาะพี่คริส"

               แต่บีก็รู้หนิ ว่าวันนึงต้องเสียพี่ไป

               ที่จริงบีเสียพี่คริสไปแล้ว บีเสียพี่คริสไปในฐานะคนรัก ถึงพี่คริสจะเป็นคนรักของบีไม่ได้ แต่ตอนนี้พี่คริสคือความรักของบี นี่แหละคือสิ่งที่บียังไม่อยากเสียไป

               คริสนิ่งไปเมื่อได้ฟังและได้มองรอยยิ้มของบี คริสยอมรับว่ารู้สึกดีมากแค่ไหนกับความเข้าอกเข้าใจที่บีมีให้ หากความสัมพันธ์นี้รสชาติเหมือนบุหรี่สักมวนคงเป็นรสชาติที่หวานอมขมกลืนอยู่ไม่น้อย เพราะอะไรต่างฝ่ายถึงต่างยังคงอยากลิ้มลองรสชาตินี้ต่อไปหากไม่ใช่เพราะความรู้สึกดีๆ ที่กำลังก่อตัว จริงอยู่ คริสแทบไม่รู้จักความรักด้วยซ้ำ รักกับหลงต่างกันมากแค่ไหน? บางคนที่ผ่านเข้ามาอาจทำให้รักหรือหลงได้แค่เพียงอย่างเดียวแต่ทำไมกับบีถึงทำให้คริสเกิดความรู้สึกทั้งสองอย่างขึ้นมาพร้อมๆ กัน?  หากคริสบอกบีว่ารัก เหมือนที่บีบอกคริส เรื่องทั้งหมดจะเป็นอย่างไรต่อไป? ในเมื่อไม่สามารถรักกันได้ในโลกแห่งความเป็นจริง

               แต่จู่ๆ คริสก็อยากให้รางวัลตอบแทนแมวจรที่ทำตัวน่ารักและกำลังมอบความรักให้กับเธอ

               "บี ไปด้วยกันไหม?"

               "ไปไหน?"

               "ไปจากที่นี่ ไปไหนก็ได้ที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไปดื่มให้เมาเหมือนคืนแรกที่เจอกันไปไหม?"

               แน่นอนว่าเจ้าแมวกำลังยิ้มร่าด้วยความดีใจ "ว้าว นี่บีไม่ได้ฝันใช่ไหม?"

               "ว่าไง ไปรึเปล่า?"

               "ถึงพาไปนรกบีก็จะไป"

               "เลิกกวนตีนสักที"

               "แล้วจะพาไปไหน?"

               "ไม่รู้สิ เสร็จจากสงครามวันพรุ่งนี้เดี๋ยวจะบอก"

               "เตรียมรับมือดีๆ ล่ะ วทานิกาคงกำลังเตรียมอาวุธไปถล่มแน่ๆ"

               "พรุ่งนี้เจอกันในสงครามนะ"

               "อย่าบอกใครล่ะ ว่าบีกำลังหลงรักศัตรู"

 

ถึงเวลาที่แมวจรจัดต้องกลับไปสวมปลอกคอชื่อวทานิกา และถึงเวลาที่สงครามจะต้องเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อนาฬิกาบอกเวลาว่าเช้าวันใหม่มาถึง บีค่อยๆ ดันร่างเปลือยเปล่าของตัวเองลุกจากเตียง เมื่อหันมามองคนอายุมากกว่ากำลังนอนหลับตาพริ้มราวกับเด็กน้อยก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงมาจูบไปที่หน้าผากในทุกเช้า คริสมักจะตื่นขึ้นมาพร้อมเรื่องราวมากมายในหัว แต่การตื่นมาเจอรอยยิ้มของบีในเช้านี้กลับทำให้เธอลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปซะหมด

คริสมองรอยยิ้มของบี และรู้สึกอยากต่อเวลาเพื่อไม่ให้บีจากไป


“นี่พี่คริส หรือเราจะหนีไปนิวยอร์กด้วยกันดีล่ะ?"

 คริสภาวนาว่าบีคงกำลังพูดเล่น "บี!"

              "เออ รู้แล้วน่า อย่าดุสิ" บีหันกลับไปสวมใส่เสื้อผ้าพลางบ่นพึมพำกับตัวเองซึ่งคริสได้ยินมัน "ไม่ว่าทางไหนก็ยากสำหรับเราไปหมดแหละน่า"

               คริสมองร่างสูงกำลังจัดแจงแต่งกายจนเสร็จสรรพ ในขณะมองทุกท่วงท่าและอิริยาบถของบี จู่ๆ ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมา จะเป็นอย่างไรหากคริสเอ่ยปากรั้งบี? จะเป็นอย่างไรหากคริสพูดบางอย่างออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริงเหมือนกันกับบีที่ไม่ปิดบังว่ารักเธอ

               "พูดจริงใช่ไหม ที่บอกว่าจะไม่ไปนิวยอร์ก?"

               "อืมบีอยากอยู่ที่นี่แบบนี้มากกว่า ถึงพี่คริสไม่รั้ง บีก็ไม่อยากไปแล้ว"

               "พี่ไม่อยากให้บีไป"

               บรรยากาศกลับเข้าสู่ความเงียบ บีหันมามองรอยยิ้มเล็กๆ ของคริสอย่างไม่อยากจะเชื่อ "อะไรนะ?"

               "พี่ไม่อยากให้บีไป ทั้งนิวยอร์ก ทั้งตอนนี้นี่เรียกว่ารั้งรึเปล่า?"

               คงเป็นสิ่งที่แมวจรจัดอยากฟังมาตลอดสินะ มันถึงแสดงอาการดีใจด้วยการไม่เดินจากไปและกลับสวมกอดราวกับมันจะไม่มีวันจากไปไหน บีไม่ไป บีจะไม่ไปไหน บีบอกกับตัวเองตั้งแต่วินาทีนี้ จะเป็นตายร้ายดียังไง จะต้องหลบซ่อนไปอีกนานแค่ไหนหรือต้องอยู่กับวทานิกาไปตลอดชีวิต ขอแค่คนตรงหน้าเอ่ยปากรั้งและขอให้บีอยู่ต่อก็เพียงพอแล้ว

              

 

----------------------------------

 

               วทานิกาผงาดดุจนางพญาจนผู้คนต่างให้ความสนใจ ส่วนแมวตัวโปรดอย่างบีทำได้เพียงอยู่เคียงข้างเป็นแมวแสนเชื่องภายในบรรยากาศอันแสนอึดอัด สายตาของบรรดานักข่าวก็อซซิบพุ่งตรงมาเหมือนเรดาร์ คอยลั่นชัตเตอร์เมื่อพวกเขารู้สึกว่ากำลังเจอช็อตเด็ดในสงคราม และคงสมใจพวกเขาเมื่อวทานิกาเลือกเดินตรงไปยังด้านหน้าเวทีขณะที่คริสกำลังรันทรูคิวเดินแบบและตรวจตราความเรียบร้อย เสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำไม่ยั้งและบีไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยืนมองสถานการณ์อยู่ห่างๆ เมื่อสงครามกำลังเริ่มต้นขึ้น

               “พอดนตรีขึ้น ค่อยหมุนตัวเดินกลับนะ...” ระหว่างเอ่ยคำสั่ง สายตาก็เหลือบไปเจอวทานิกากำลังยืนจ้องมองมาพร้อมรอยยิ้มยิ้มที่คริสเกลียดจนไม่อยากจะเห็นมันจนต้องหันหลังเดินกลับไป แต่มีหรือที่วทานิกาจะจบง่ายๆ  

               “เสียใจด้วยนะศิริน เรื่องชุดฟินาเล่ชุดนั้นน่ะ” ขาสองข้างของคริสหยุดเดิน ก่อนจะหันมามองรอยยิ้มที่เกลียดอีกครั้ง “ไปทำอีท่าไหนชุดถึงไหม้ได้ล่ะ?”

               คริสรู้ดีว่าสถานการณ์กำลังเป็นรองอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่แปลกหากวทานิกาเตรียมตัวมาเพื่อถล่มเธอในงานนี้โดยเฉพาะ แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องยอมอ่อนข้อให้พวกมือสกปรก เธอตัดสินใจเดินกลับมาหาวทานิกาและการเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวก็เริ่มต้นพร้อมเสียงซุบซิบนินทาจากผู้คน เสียงชัตเตอร์จากนักข่าวและทุกอย่างกำลังอยู่ในสายตาของบี

               คริสจ้องมองไปพร้อมรอยยิ้มที่วทานิกาก็คงเกลียดเช่นกัน “ก็อปปี้งานกับเผาชุด เธอทำได้แค่นี้เหรอถามจริง?”

               วทานิกาหัวเราะออกมา “ไม่ขอยอมรับตรงๆ แล้วกันเพราะฉันไม่ใช่คนทำแต่มันก็สะใจดีนะ ว่าไหม?”

               “ต่ำ!” คริสเน้นคำๆ นี้ใส่หน้าวทานิกา พลางสองมือกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ตัว “มีสมองไว้คิดหาแต่วิธีสกปรกสินะ ถ้าชนะก็ขอให้ภูมิใจแล้วกัน”

               “เธอไม่สูงไปกว่าฉันนักหรอกศิริน” วทานิกาก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว “และที่สำคัญ เธอน่ะ สกปรกกว่าฉันซะอีก”

                “ฉันไม่เคยใช้วิธีสิ้นคิดเหมือนหมาจนตรอก และฉันจะถือว่าทำบุญทำทานให้ผีบ้าด้วยการไม่ขุดคุ้ยเรื่องเน่าเฟะของเธอให้เปลืองเวลา ต่อไปนี้ถ้าคิดจะแข่งกันก็ช่วยใช้วิธีที่ดีกว่าที่เคยทำเหอะ”

               “แต่ฉันชอบใช้เวลาไปกับเรื่องสกปรกน่ะสิ” วทานิกาเข้ามาเอ่ยกระซิบใกล้ๆ พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน “งั้นเธอระวังไว้นะศิริน ระวังว่าเรื่องเน่าเฟะของเธอจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาบ้าง เพราะฉันรู้สึกได้กลิ่นเหม็นเน่าใต้ชุดไหม้ๆ ที่เธอใช้กลบมันเอาไว้ ทำอะไรต่ำๆ ไว้บ้างเธอก็รู้อยู่แก่ใจหนิรีบกลบกลิ่นให้มิดล่ะ ก่อนที่ฉันจะขุดมันขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเธอมันก็เน่ายิ่งกว่าขยะ”

               คริสทนไม่ไหวจนเผลอคว้าแขนของวทานิกาเอาไว้และบีบมันแน่นตามอารมณ์โกรธ วทานิกาไม่รอช้าเมื่อเห็นว่าเข้าทาง หล่อนสะบัดมือของเธอออกและเข้าไปผลักจนเซไปด้านหลัง นักข่าวและผู้คนต่างฮือฮากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากช้าไปกว่านี้เพียงเสี้ยววินาทีคงได้เป็นข่าวดังหน้าหนึ่ง และบียอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ เพราะบีกำลังเข้ามารวบตัววทานิกาเอาไว้เพื่อหยุดทุกอย่างและแสร้งทำทีเป็นสวมกอดจากด้านหลัง

               “แพรคะ ทำไมช้าจัง?”

               เสียงหอบหายใจของวทานิกาและอารมณ์โกรธของทั้งสองฝ่ายค่อยๆ เบาบางลง “มีอะไรเหรอ?”

               บีไม่ยอมปล่อยให้สงครามดำเนินต่อแน่ “พอดีว่ามีนักข่าวจะขอสัมภาษณ์เรื่องคอลเลกชั่นใหม่น่ะค่ะ  รีบไปกันเถอะ บีไม่อยากให้เสียเวลา”

               “แพรยังคุยธุระกับเพื่อนร่วมวงการไม่จบเลยอ่ะ” วทานิกาหันมาจ้องเขม็งใส่คริส

               “พาหมาบ้าของคุณกลับไปด้วยค่ะคุณบี อย่าปล่อยให้มาเห่าชาวบ้านมั่วซั่วแบบนี้อีก” บีทำได้เพียงส่งสัญญาณทางสายตาเพื่อให้คริสพอได้แล้ว

               วทานิกาก็ยังไม่อยากจบง่ายๆ เช่นกัน “นานๆ ทีจะได้เจอกัน อยู่คุยกันก่อนสิศิริน”

               “อย่าเสียเวลาเลยค่ะแพร เราไปกันเถอะนะ”

               “ระวังไว้ล่ะ ศิริน”

               วทานิกาทิ้งท้ายและเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คริสไม่เข้าใจว่าเรื่องสกปรก เน่าเฟะและต่ำตมที่หล่อนว่ามันคืออะไร? หรือหล่อนเพียงพูดยั่วโมโหเพื่อให้คริสระงับอารมณ์ไม่ไหว? วทานิกาจะมาไม้ไหนอีก? แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นการแพ้วทานิกาจะไม่ใช่จุดจบของ secret weapon

คริสรู้สึกดีเมื่อได้มองแววตาเป็นห่วงคู่นั้นของบี เธอรู้สึกดีที่บีกำลังปกป้องเธอ ตอนแรกไม่คิดว่าการมีพี่คริสในชีวิตแม่งจะโอเคขนาดนี้คริสย้อนคิดถึงคำพูดของบี เธออยากบอกบีว่าการมีบีในชีวิตมันก็ดีสำหรับเธอเช่นกัน

 

----------------------------------

 

               “เผาชุด!!!” วุ้นเส้นเอ่ย ขณะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาภายในห้องทำงานอย่างร้อนใจ “ฉันไปเที่ยวญี่ปุ่นแค่ไม่กี่วัน วทานิกามันเล่นงานแกขนาดนี้เลยเหรอวะ?”

               “ถ้ามันทำเรื่องสกปรกแบบนี้อีก ฉันคงไม่ยอมแล้วล่ะ” คริสเอ่ยพลางถอนหายใจ “อีเว้นท์วันนี้ก็เกือบจะฟาดกันอยู่แล้ว ดูก็รู้ว่าจงใจหาเรื่อง พุ่งเข้าใส่อย่างกับหมาบ้า แถมยังพูดอะไรแปลกๆ ว่าจะขุดคุ้ยเรื่องเน่าเฟะที่ฉันปิดเอาไว้”

               “มันหมายถึงเรื่องอะไรวะ?”

               “ช่างมันเถอะ” คริสยกมือขึ้นดูนาฬิกาและเตรียมสะพายกระเป๋า “ฉันไม่อยู่สองสามวันนะแก ถ้าแกอยากได้อะไรก็บอกเด็กที่ร้านได้เลย”

               “เออๆ พีทบอกฉันแล้วแหละว่าแกจะไปฮ่องกง ตอนแรกว่าจะชวนไปซิ่งด้วยกันซะหน่อย”

               “เปล่า ฉันไม่ได้ฮ่องกงหรอก”

               “อ้าว ก็พีทบอกฉันแบบนี้”

               “คือ...ฉันแค่อยากไปพักผ่อนที่ภูเก็ตคนเดียวสักสองสามวันน่ะ ฉันไม่อยากบอกพีท เพราะเขาคงต้องตามฉันไปแน่ๆ”

               “แน่ใจเหรอว่าจะไม่บอกเขาตรงๆ?”

               “อืม อยากพักจริงๆ ว่ะ วุ้นแกอย่าบอกพีทนะ”

เพื่อนสนิทให้คำตอบด้วยการพยักหน้าอย่างเข้าใจ คริสรู้ตัวว่าควรรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง ควรรู้สึกละอายใจกับคำโกหกทั้งคู่หมั้นและเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด หรือความรู้สึกรักมันเป็นอย่างนี้? มันทำให้คริสเลือกตัดทุกๆ ปัจจัยในชีวิตออกไปแล้วทำทุกอย่างที่อยากจะทำ  รู้สึกอะไรก็ได้ที่อยากรู้สึก แม้ว่ามันจะเป็นความสุขระยะสั้นๆ และเป็นความผิดติดตัวไปอีกยาวนานก็ตาม  

 

----------------------------------

 

               บีให้เหตุผลกับวทานิกาว่าต้องกลับมาเยี่ยมญาติห่างๆ ที่กำลังล้มป่วยเป็นเวลาสองสามวันทั้งที่บีไม่มีญาติที่ว่าถือเป็นโชคดีของแมวตัวโปรดเมื่อไม่ถูกถามหรือคาดคั้นอะไรเพิ่มเติม วทานิกายอมปล่อยให้บีออกมาสำรวจโลกภายนอกได้ตามใจก่อนจะต้องกลับไปสวมปลอกคอของหล่อนอีกครั้ง

               “นี่เราสนิทกันมากขึ้นนะ ว่าไหม?”

               “ก็ในระดับนึง” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะชนแก้วและดื่มเหล้าในแก้วจนหมด “คืนนั้นบีคิดจะจีบพี่รึเปล่า?”

               “ไม่มีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวเลย ถ้าให้พูดตรงๆ แค่อยากนอนด้วยล้วนๆ”

               “เลวมากอ่ะ”

               บีหัวเราะ “ล้อเล่นน่าจะจีบไหมไม่รู้ รู้แค่ว่าพี่คริสสวยมากจนบีบอกตัวเองว่าจะไม่มีทางปล่อยให้พี่คริสกลับไปง่ายๆ แน่” บีรู้สึกได้ว่าคริสกำลังเขิน และแก้มที่กำลังแดงไม่ได้เกิดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์แน่นอน “ไปหาที่เงียบๆ อยู่ด้วยกันสองคนดีไหม?พี่คริสพูดแบบนี้ แล้วเราก็ออกไปจากบาร์พร้อมกัน พี่คริสขอให้บีจุดบุหรี่ให้ และขอให้เรื่องระหว่างเราเป็นความลับต่อไป”

               “ถ้าพีทรู้จักพี่เท่าที่บีรู้จัก เขาคงมองพี่ไม่เหมือนเดิม” คริสไม่ได้ตั้งใจเอาพีทเข้ามาในบทสนทนา แต่มันอาจเป็นจิตใต้สำนึกลึกๆ ที่สั่งให้เธอพูด “นึกภาพไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขาจะดื่มจนเมาและจุดบุหรี่ให้พี่เหมือนที่บีทำรึเปล่า”

               “เขาเคยบอกบี ว่าพี่คริสเพอร์เฟ็คที่สุดสำหรับเขา”

“เขาคงหลงรักแค่ข้อดีและคงไม่มีทางหลงรักข้อเสียของพี่เหมือนที่บีรักหรอกรู้ไหม การที่พี่มีบีอยู่ในชีวิต มันก็ดีเหมือนกันนะ ไม่เคยคิดเลย ว่ามันจะดีขนาดนี้” บีอยากขอบคุณแอลกอฮอล์ในร่างกายของคริส ที่ทำให้เธอกล้าพูดความรู้สึกออกมาให้บีรู้ “ไปหาที่เงียบๆ อยู่ด้วยกันสองคนดีไหม? จุดบุหรี่ให้พี่ และปล่อยให้เรื่องระหว่างเราเป็นความลับต่อไป”

คริสเอ่ยคำเชื้อเชิญเหมือนในคืนนั้น และไม่มีทางใดที่บีจะปฏิเสธได้เลย ไม่ว่าจะคืนนั้น คืนนี้หรือคืนไหนๆ ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง บีพร้อมจะอยู่ข้างๆ คริสเสมอเท่าที่เธอต้องการ บีจะจุดบุหรี่ให้คริส ปล่อยให้ภาษากายได้พูดคุยกันแทนถ้อยคำ และจะเก็บความสัมพันธ์นี้ไว้เป็นความลับตลอดกาล แม้ความเป็นจริงจะขมขื่นเพียงใด แต่ความสัมพันธ์ในความลับกลับหอมหวานสำหรับพวกเธอ

มันคงจะดี ถ้าสิ่งที่ขึ้นชื่อว่าความลับ มันมักจะไม่มีอยู่ในโลก


 

               “นัดผมมาทำไมครับ?”

               “เพื่อยืนยันว่าวันนั้นฉันไม่ได้พูดเพราะต้องการปั่นหัวคุณเล่น”

 วทานิกาวางซองสีน้ำตาลไว้ให้พีทบนโต๊ะ ก่อนที่เขาจะหยิบไปเปิดดูสิ่งที่อยู่ข้างใน เขามองรูปถ่ายหลายใบในมืออย่างไม่เข้าใจ ราวกับเป็นคนโง่งมซ้ำแล้วซ้ำเล่า สองมือที่กำลังสั่นทำให้ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวที่จะวางมันลงที่เดิม  “ใครเอารูปพวกนี้มาให้คุณ?”

 “คนที่คุณเชื่อถือได้” วทานิกาเอ่ย ก่อนจะหยิบเช็คเงินสดในกระเป๋าขึ้นมาเขียน “จริงๆ แล้วคุณควรขอบคุณเธอ ที่ทำให้คุณตาสว่างแต่ไม่ต้องตอบแทนอะไรเธอหรอก เพราะฉันจะตอบแทนให้เอง ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันเป็นพวกชอบเล่นกับความจริง”

               ราวกับสมองหยุดประมวลผล เมื่อการปรากฏตัวของคนตรงหน้า ทำให้พีทแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

  “วุ้น...”

               ภาพของคริสและบีที่กำลังนั่งดื่มด้วยกันอย่างสนิทสนมและการโอบประคองกันเดินออกมาจากบาร์เมื่อคืนนี้ ถูกเก็บใส่ซองสีน้ำตาลตามเดิม ก่อนที่วทานิกาจะยื่นเช็คเงินสดจำนวนสิบล้านบาทให้วุ้นเส้น เพราะการซื้อคนด้วยเงินยังเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลสำหรับหล่อนเสมอ เพื่อนสนิทที่คริสไว้ใจที่สุดเดินมาตบบ่าพีทเบาๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากราวกับไม่ใช่คนเดิมที่เคยรู้จัก ราวกับการหักหลังใครสักคนไม่ใช่เรื่องน่าละอายใจ

“เจ็บหน่อยนะพีท” เธอเอ่ยแค่นั้นและเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก 


: ตอนนี้คุณสนใจที่จะทำผิดศีลข้อสามใช่ไหม?

: ของที่ลักกินขโมยกินเนี่ย อร่อยที่สุดแล้วค่ะ ว่าไหม?

คุณคริสเป็นสีเทาเฉดไหนคุณรู้เหรอคะ? มั่นใจเหรอว่ารู้จักคุณคริสขนาดนั้น?


              พีทกำหมัดแน่น เมื่อกำลังคิดทบทวนและประติดประต่อเรื่องราวทุกอย่าง ตั้งแต่บีก้าวเข้ามาใน secret weapon จนกระทั่งก้าวออกไปที่ผ่านมาทั้งหมดนั้น พีทเข้าใจแล้วว่ากำลังโดนโกงความสัมพันธ์เข้าเต็มๆ วทานิกาแทบอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปหากคนที่ไว้ใจซึ่งกันและกันหักหลังและทำลายกันเอง ที่แน่ๆ เธอคงไม่ต้องเหนื่อยและทำแค่เพียงนั่งรอดูความพังพินาศอย่างผู้ชนะ

               

               "ให้แนะนำไหมคะ ว่าเวลาถูกหักหลังแล้วต้องทำยังไงต่อ?"

      





---------------------------


อยู่ทีมไหนดีเนี่ย :)


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

284 ความคิดเห็น

  1. #210 ploychy402 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 10:38
    ว่าแล้ว วุ้นคือคนที่ไว้ใจไม่ได้ คงหักหลังพี่คริสมาตลอดสินะ แต่ที่แน่ๆ ชอบเวลาที่บีคริสอยู่ด้วยกันจัง
    #210
    0
  2. #209 ing dak e.p. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 01:27

    คิดถึงไรท์มากค่ะขอบคุณนะที่กลับมาเเซ่บขนาดนี้ คุ้มค่าการรอคอยมาก =3=

    #209
    0
  3. #208 Delight (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 09:51
    คนที่ไว้ใจและใกล้ตัวท
    มักจะร้ายที่สุดเสมอ
    #208
    0
  4. #207 Leslabel Kanna (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:38
    วุ้น!!!!!ทำไมทำงี้ ใจร้ายยยยย สงสารคุณคริสจังเลย
    #207
    0
  5. #206 PuengWaleerat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:39
    สงสารคริสจัง ไว้ใจใครได้บ้างเนี่ย
    #206
    0
  6. #205 Noowichuda (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 02:22
    โอ้โหหหห โคตรหน่วงเลยไรท์ !! ฮืออออ
    #205
    0
  7. #204 summerboy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 18:02
    กรี๊ดดดดดดไรท์กลัยมาแล้วววววว มีทางไหนมั้ยคะที่บีคริสเขาจะรักกันเปิดเผยได้แงงง..
    #204
    0
  8. #203 konmag (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 17:54
    ลุ้นมากกกกก
    #203
    0
  9. #202 StApollo18 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 12:50
    เผ็ดมาก
    #202
    0
  10. #201 Horizon-i (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 06:42
    ดีใจที่ไรท์กลับมาคิดถึงมากๆ ในเมื่อเราบีคริสแน่นอนว่าเชียคู่นี้ต่อแม้จะคิดว่าไม่ควรก็เถอะเพราะความรักไม่มีถูกไม่มีผิดแต่ต้องถูกที่ถูกเวลา แต่ก็หวังให้ทั้งคู่สมหวังแม้ในฟิคก็ยังดี ยอมรับว่าเข้าข้างสุดๆ แต่ทุกคนก็ดูเป็นสีเทาดำๆทั้งนั้นเลย มาดูกันว่าพีทสีอะไร
    #201
    0
  11. #200 homesixth (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 05:44
    โอ๊ยเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดไปอีก คุณแพรร้ายกาจมาก

    คุณบีแสนดีจริงๆยอมกว่านี้มีไหม

    ลุ้นมาก รอติดตามนะคะ
    #200
    0
  12. #199 Siopas (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 00:19
    คุณคริสไว้ใจใครไม่ได้เลยจริงๆๆ นอกจากพี่บี น่าสงสารจัง ต้องเจอสังคมอะไรแบบนี้ สู้ๆนะคะ ทั้งไรต์ทั้งคุณคริสทั้งพี่บีแมวจรของเรา
    #199
    0
  13. #198 k50245 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 23:55

    โอ้ยตายๆๆๆๆ เลือกทีมสลับทีมกันไม่ถูกแล้วค่ะเนี่ยยยย สับสนไปโหมดดด T.T

    #198
    0
  14. #197 0880279420 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 23:21
    แซ่บลืมมมอยากอ่านต่อแล้วเด้อ
    #197
    0
  15. #196 Bcc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 23:15

    ไรท์กล้บมาแล้ว เย่ๆๆๆ ลุ้นตอนต่อไปมากเลย ฮือ มาม่าแล้วววว

    #196
    0
  16. #195 P_tea (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:45

    อื้อหืออออ,, หายไปตั้งนาน กลับมาทีก็แซ่บลืมเลยค่ะ เลือกไม่ถูกว่าจะอยู่ทีมไหน เพราะดูแล้วน่าจะมันส์ทุกทีม!!
    #195
    0
  17. #194 4530656 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:22
    เดาทางไม่ถูกเลยแซ่บมาก เอาจริงก็สงสารพีทเหมือนกันนะ แต่ความลับมักอยู่กับเราได้ไม่นานสุดท้ายก็ต้องเผชิญความจริงอยู่ดี เชื่อว่าความรักจะพาบีคริสข้ามอุปสรรคทุกเรื่องไปได้ ออกจากมุมมืดแล้วจับมือกันในที่สว่างดีกว่า
    #194
    0
  18. #193 magicoficetea (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:18
    แซ่บบบบ
    #193
    0
  19. #192 teenuang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:16
    ตายๆ ความชห กำลังจะมา ฮือ
    #192
    0