Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 6 : Episode 6 : Bar of confusion

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    21 ธ.ค. 60


 



Episode 6 : Bar of confusion


 





                พอมีเรื่องให้คิดทีไรก็เมาแบบนี้ทุกทีบีนอนอยู่บนโซฟา พลางคิดว่าแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยให้เรื่องในหัวจางหายไปเลย มันไม่สามารถเยียวยาอะไรได้ ยิ่งเมายิ่งฟุ้งซ่าน ยิ่งเมายิ่งสับสน บีเกลียดตัวเองที่ควบคุมความรู้สึกของตัวเองไม่ได้จนปล่อยให้หัวใจเปิดรับคนสองคนเข้ามาในเวลาเดียวกัน และบีเกลียดตัวเองที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลย  

                “ไหวเปล่า?” เสียงเล็กๆ เอ่ยถาม

                “ไหว...” บีส่งยิ้มไปเพื่อให้หล่อนสบายใจ “ลี่กลับบ้านเถอะ มันดึกมากแล้ว”

                “ยังไม่อยากให้ลี่ไปไม่ใช่เหรอ?” หล่อนยิ้ม 

                “ก็ใช่” และแน่นอน บีอยากให้ลิลลี่อยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากให้เป็นแบบนั้น

                ลิลลี่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้บี แสงไฟในห้องนอนทำให้หล่อนเห็นใบหน้าแดงก่ำและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังจ้องมองมา ดวงตาคู่นั้นของบีไม่ยอมละสายตาไปไหน นอกจากมองตาหล่อน มองราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง “คิดอะไรอยู่เหรอ?”

                “พี่กำลังคิดว่า พี่อยากกลับไปเริ่มต้นใหม่ให้มันถูกต้องอ่ะ” ลิลลี่ฟังเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยพร้อมกับมองคิ้วสองข้างมีขมวดกันเป็นปม “จริงๆ นะ พี่ไม่อยากสับสนแบบนี้แล้ว”

                “พอเลยๆ” หล่อนยิ้ม พลางจัดผมที่ปรกหน้าบี “นอนก่อนนะ พรุ่งนี้ตื่นมาแล้วค่อยคิด อย่าเร่งเร้าสิ โดยเฉพาะกับความรู้สึกตัวเองน่ะ ไม่อย่างนั้นมันก็สับสนวกวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ แน่”

                หลายครั้งความเหงาและความโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ทำให้บีรู้สึกแปลกแยกกับคนรอบข้างราวกับพูดคนละภาษา แต่ลิลลี่เป็นคนแรกและแทบจะเรียกว่าคนแรกในชีวิตของบี ที่บีรู้สึกว่าแม้ไม่ต้องพูดพร่ำอธิบายด้วยประโยคยาวๆ หรือหาคำนิยามมาอ้างอิงความรู้สึก ลิลลี่ก็สามารถเข้าใจบีได้ หล่อนไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบห้าย่างสิบหกที่อ่อนต่อโลก หล่อนมีความคิดที่โตเป็นผู้ใหญ่ มีสัมผัสอันนุ่มนวลและรอยยิ้มที่แสนสดใสให้บีเสมอ

                และในตอนนี้บีกำลังเคลื่อนใบหน้าเข้าไปจูบลิลลี่ อย่างไร้เหตุผลอีกครั้ง

                “พี่บี...”

                แต่จูบไม่จบลงแค่จูบ บีประคองลิลลี่ให้นอนลงบนโซฟา ประคองใบหน้าของหล่อนเอาไว้และบรรจงจูบลงไปอีกครั้งอีกครั้งและอีกครั้ง ลิลลี่รับรู้ได้ว่าจูบรสเบียร์อันหวานละมุนกำลังกลายเป็นจูบรสเบียร์ที่ร้อนแรง จูบรสเบียร์ของบีค่อยๆ ลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวของหล่อนอย่างไม่ทันตั้งตัว มันรวดเร็วซะจนปรับความรู้สึกไม่ทัน ลิลลี่หลับตาลง และรับรู้ถึงสัมผัสบางอย่างที่กำลังก้าวล้ำเข้ามาเรื่อยๆ เสื้อยืดสีน้ำเงินของหล่อนถูกสองมือของบีถอดออก นี่เหรอ?การนอนกับคนที่ไม่ได้รัก มันรู้สึกอย่างนี้เองใช่ไหม? แต่ไม่ว่าจะด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ด้วยความต้องการหรือด้วยความรู้สึก จะอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้บีรุกเร้าเข้ามา นั่นไม่เกี่ยวกับเหตุผลที่ตอนนี้ลิลลี่อยากให้บีหยุด

                “พี่บี” ก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลยไปมากกว่านี้ลิลลี่ประคองใบหน้าของบีเอาไว้เพื่อให้หยุดการกระทำ ใบหน้าที่ห่างกันเพียงคืบและไม่มีช่องว่างจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน บีหอบหายใจถี่ ใบหน้าร้อนผ่าว ลิลลี่ได้ยินเสียงหัวใจของบีและรู้ว่ามันเต้นรัวขนาดไหน “ถ้าอยากเริ่มต้นใหม่ให้ถูกต้อง มันต้องไม่ใช่แบบนี้”

                เหมือนได้สติกลับคืนบีค่อยๆ ผละออกจากลิลลี่และรักษาระยะห่างไว้ตามเดิม บีจะโทษแอลกอฮอล์ทำให้บีสูญเสียความสามารถในการควบคุมความรู้สึก หรือบีจะโทษตัวเองที่คิดเกินเลยกับเด็กสาวคนนี้ไปซะแล้ว

                “ขอโทษนะ” บีลูบผมลิลลี่เบาๆ และหยุดทุกอย่างไว้แค่นั้น

                ระยะห่างบนเตียงตอนนี้ทำให้บีคิดถึงคริส เพียงแค่คนข้างๆ ไม่ใช่คริส แต่เป็นคนเดียวกันกับที่บีรู้สึกด้วย ลิลลี่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาบี ซึ่งคริสไม่เคยทำ ทุกครั้งที่กิจกรรมบนเตียงและสิ่งที่เรียกว่าการ(หลับ)นอนกับคนที่ไม่ได้รักเกิดขึ้นและจบลง คริสก็ไม่เคยหันมามองบีอีกเลย บีไม่เคยเห็นใบหน้าของคริสหลังจากนั้น นอกจากแผ่นหลังขาวนวลที่กระทบแสงจากโคมไฟและบีไม่เคยรู้ว่าคริสรู้สึกอย่างไร

                “ความรู้สึกเหมือนตอนอยู่กับพี่คริสรึเปล่า?” คำถามของลิลลี่แทงใจบีเข้าเต็มๆ

                “ไม่เหมือนหรอก” บีเอ่ยไปตามตรง “แค่หันมามองพี่แบบที่ลี่ทำอยู่ตอนนี้ คริสยังไม่เคยทำเลย อีกอย่างคริสชอบนอนละเมอร้องไห้”

                “ละเมอร้องไห้เหรอ?” ลิลลี่ถามอย่างสนใจ

                “ใช่” บีพยักหน้า “แต่คริสไม่เคยบอก ว่าเพราะอะไร แต่พี่รู้สึกได้ว่าในใจของคริสมีแต่เรื่องเจ็บปวด”

                “ลี่ก็รู้สึกแบบนั้น”

                “คริสเคยบอกว่าไม่อยากเข้าไปเป็นความผิดพลาดในชีวิตใคร ไม่เคยต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร เคมีของคริสไม่เคยมีปฏิกิริยาตรงกับเคมีของใครเลย นั่นอาจทำให้คริสรักการใช้ชีวิตแบบนี้” บีพูดพลางคิดถึงใบหน้า น้ำเสียงและแววตาของคริส ซึ่งเป็นสิ่งที่บีไม่ควรคิดถึงในตอนนี้ บีตัดสินใจตัดบท “พอเถอะ ทำไมเราต้องพูดถึงคริสกันด้วย?”

                “แล้วแบบไหนมันดีกว่ากันอ่ะ?” ลิลลี่ถามต่อ

                “เอ่อ...ไม่รู้สิ” บีเกลียดตัวเองที่ตอบไปแบบนั้น “มันคนละแบบอ่ะ กับลี่พี่สามารถรู้สึกด้วยได้ แต่กับคริสคริสไม่ให้พี่รู้สึก เพราะถ้าวันไหนที่พี่วิ่งตามเขา เขาจะวิ่งหนีไป พี่ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น”

                “แล้วถ้าเกิดว่า วันนึงลี่เลือกที่จะวิ่งหนีพี่บีไปบ้างล่ะ?”

                “พี่ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น” หากจะเกลียดอะไรบนโลกใบนี้ บีคงกำลังเกลียดตัวเอง เกลียดที่เป็นคนโลเล สับสน ต่อหน้าคนที่บีรู้สึกด้วย แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของบี ลิลลี่รู้ดีว่าบีเองก็ไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ “พี่ไม่อยากให้ใครหายไป แต่พี่ไม่รู้จะทำยังไง พี่ยอมรับว่ามันยากกับการที่จะไม่รู้สึกอะไร แต่พี่พยายามอยู่ พี่พยายามทำให้เรื่องทั้งหมดมันถูกต้องพี่คงทนสับสนแบบนี้ต่อไปไม่ไหว มันไม่แฟร์กับใครหรืออะไรเลย”

                “แต่กับลี่ตอนนี้ ก็ยังไม่ใช่ ถูกไหม?” บีไม่ตอบอะไร เพราะบีไม่แน่ใจว่าจริงอย่างที่ลิลลี่พูดรึเปล่า และคงจะเป็นอย่างนั้น หากทุกอย่างมันดำเนินมาด้วยความถูกต้อง ถูกที่และถูกเวลาตั้งแต่แรก บีคงไม่ลังเลที่จะตอบออกไป “ลี่อยากให้เวลาพี่บีแน่ใจจริงๆ เพราะสักวันนึง พี่บีอาจเลิกรู้สึกได้ ทั้งกับลี่และพี่คริส”  

                บีหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นทุกอย่างมันผิดมาตั้งแต่ต้น ผิดมาตั้งแต่คืนอันน่าสับสนและไม่มีอะไรสมเหตุสมผลในคืนนั้น แม้บีจะไม่อยากให้ใครหายไปจากโลกของบี แต่บีไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว บีไม่อยากเกลียดตัวเองไปมากกว่านี้ ไม่อยากให้อะไรๆ มันแย่ลงไปพร้อมกับความสับสนและการไม่ควบคุมความรู้สึกของบี แต่หากถามใจตอนนี้มันคงเลือกไม่ยากเท่านัก ระหว่างคนที่ห้ามไม่ให้บีรู้สึกอย่างคริส กับคนที่พร้อมเปิดรับความรู้สึกของบีทุกอย่างและเป็นเหมือนสารเคมีที่มีปฏิกิริยาลงตัวอย่างลิลลี่ สิ่งที่ต้องใช้คือเวลาในการทบทวน บีต้องรีเซ็ททุกอย่างและเริ่มใหม่ทั้งหมด

                บีหวังว่าบีจะทำได้

                บีหลับไปแล้วหลับไปพร้อมๆ กับเรื่องราวในหัว ลิลลี่นอนมองบี มองใบหน้า สันจมูก ริมฝีปากบางและคิดถึงจูบรสเบียร์เมื่อครู่ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ลิลลี่มองนาฬิกาบอกเวลาตีสาม ลุกขึ้นและเดินตรงไปที่ประตู ตรงไปเพื่อพบกับคนที่อยู่หลังประตูบานนี้ คนที่ลิลลี่คิดว่ารู้อยู่แล้วว่าคือใคร หล่อนเอื้อมมือไปเปิดประตูแต่ถูกรั้งไว้ด้วยเสียงแหบพร่าที่คุ้นเคย

                “อย่าเพิ่งเปิด” ลิลลี่ทำตามนั้น เสียงนั้นเงียบไปเพียงครู่และเอ่ยต่อ เราผิดตั้งแต่บอกให้เธอคอนโทรลความรู้สึกตัวเอง ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าความรู้สึกคนเราแม่งไม่แน่นอนยิ่งกว่าสภาพอากาศแล้วแหละถ้าความสุขของเราคือการเจอเรื่องบังเอิญที่ดีกับใจ เธอก็เป็นหนึ่งในเรื่องบังเอิญนั้นด้วยคือความสุขของเราแม่งมีเธออยู่ในนั้นด้วยไงบี เรามาเริ่มต้นใหม่ให้ถูกต้องอีกครั้งได้รึเปล่า?”

                ลิลลี่ฟัง ฟังด้วยสีหน้าราบเรียบและความรู้สึกบางอย่างที่ถาโถมเข้ามา คริสเคยบอกว่ารู้สึกกับบีเหมือนกับทุกคนที่เคยนอนด้วยแต่วันนี้ลิลลี่รู้แล้วว่ามันคือคำโกหก

               เรื่องนี้มันผิดมาตั้งแต่ต้นจริงๆ ลิลลี่ตัดสินใจ เปิดประตูเพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

                “พี่คริส”

                “ลี่...” คริสอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด สถานการณ์เหมือนกำลังดูหนังที่หักมุมมากๆ หนังที่ชอบเล่นกับความรู้สึกของคนดู แต่ยังไงซะ ท้ายที่สุดท้ายหนังก็แก้ปมทุกอย่างและจบลงได้อย่างสวยงาม มันไม่เหมือนกับโลกแห่งความเป็นจริงเลยสักนิด “โทษที...ไม่รู้ว่าอยู่กับบี”

                สีหน้าของคริสเปลี่ยนไปด้วยรอยยิ้มมุมปาก แต่นั่นไม่สามารถปิดบังลิลลี่ถึงความรู้สึกแท้จริงได้

                “พี่คริส...คือ...”

                “ดีแล้ว ที่ลี่เป็นคนได้ยิน” คริสเอ่ย นั่นทำให้ลิลลี่แปลกใจ

                “แต่พี่คริสมา เพื่อจะบอกพี่บีไม่ใช่เหรอ?”

                “ถ้าบีเป็นคนได้ยิน ทั้งๆ ที่มีลี่อยู่ด้วย แม่งจะแย่กว่านี้อีก” คริสยิ้มและลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “จริงๆ นะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ที่พี่พูดเมื่อกี้ อย่าบอกบีก็พอ”

                คริสเดินจากไปทันทีโดยไม่รอให้ลิลลี่พูดต่อ ไม่สิในเมื่อเรื่องมันกลับตาลปัตรแบบนี้ หล่อนก็พูดอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ลิลลี่เคยสงสัยเหมือนกันว่าความสุขที่เหลือครึ่งนึงนอกจากการเต้นรำบนฟลอว์ของคริสคืออะไรความสุขของเราแม่งมีเธออยู่ในนั้นด้วยไงบี เรามาเริ่มต้นใหม่ให้ถูกต้องอีกครั้งได้รึเปล่า เสียงของคริสวนเวียนอยู่ในหัว วันนี้ลิลลี่รู้แล้วว่าสิ่งนั้นคือบี ซึ่งเป็นคนๆ เดียวกันกับหนึ่งในความสุขของลิลลี่ ทั้งบี คริสและลิลลี่ทุกคนล้วนอยากเริ่มต้นใหม่ให้ถูกต้องกว่าที่เป็นอยู่

                บีตื่นขึ้นมาและเห็นกระดาษโน้ตใบเล็กๆ ถูกเขียนด้วยลายมือน่ารักของลิลลี่เห็นว่าพี่บีหลับอยู่เลยไม่อยากปลุก พักผ่อนเยอะๆ นะบียิ้มให้กับเจ้าของกระดาษ

 

                หกโมงเย็นของวันเสาร์ ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามาในบาร์ คริสนั่งมองพนักงานในร้านเริ่มทำงาน นั่งมองพร้อมกับขวดเหล้าที่วางอยู่ข้างกาย การกระทำของคริสทำให้หล่อนกลายเป็นตัวประหลาดในสายตาคนอื่น เรื่องนี้คริสรู้ดี มันคงไม่มีอีบ้าคนไหนมานั่งดื่มตั้งแต่หกโมงเย็นแบบนี้หรอก โดยเฉพาะคนที่จะต้องขึ้นไปเต้นบนฟลอว์เพื่อโชว์ลูกค้านี่แหละ หากวันนี้คริสจะถูกไล่ออกคงไม่มีใครแปลกใจ

                คริสไม่เอ่ยปากพูดกับใครและไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดกับคริสนอกจากลิลลี่ที่กำลังเดินเข้ามาหา

                “ไม่มาทำงานตั้งสองวัน แถมยังนั่งกินเหล้าแต่หัววันเลยนะ” นี่คือสิ่งที่ลิลลี่ ลูกสาวเจ้าของบาร์เอ่ยทักทายพนักงานขี้เมาอย่างคริส “ทำไมไม่มาทำงานอ่ะ?”

                “ป่วยอ่ะ”

                “เป็นอะไร?”

                “กินเหล้าเยอะไปหน่อย”

                บทสนทนาเงียบลง มีเพียงเสียงเทเหล้าและเสียงแก้วเหล้ากระทบกับโต๊ะ ลิลลี่มองคริสพลางคิดถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น และหลังจากคืนนั้นคริสก็หายหน้าไปสองวันเต็มๆ ก่อนจะกลับมาเมาแต่หัววันในวันนี้ ลิลลี่กำลังคิดอยู่ว่าจะเปิดบทสนทนายังไงให้ไม่น่าอึดอัดจนเกินไป แต่หล่อนคงช้าไป เพราะคริสชิงเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน

                “คืนนั้นนอนกับบีแล้วเหรอ?” บีเคยโดนคริสว่าเรื่องความบกพร่องในการเปิดบทสนทนา ซึ่งตอนนี้คริสก็ไม่ต่างอะไรกับบีเลย ลิลลี่หัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อได้ฟัง

                “ใช่” ลิลลี่ตอบ “แต่นอนเฉยๆ นะ”

                “อืม...” คริสพยักหน้ารับรู้ และหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ โดยไม่ถามอะไรอีก

                “สรุปคือรู้สึกแล้วสินะ?” คริสเคาะนิ้วกับโต๊ะ ทอดสายตาเหม่อลอยและใช้ความคิด รู้สึกงั้นเหรอ? ตอนแรกเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนไร้หัวใจไร้ความรู้สึกด้วยซ้ำ ไม่เคยคิดว่าจะถูกใครถามเรื่องความรู้สึก ไม่เคยคิดว่าจะต้องรู้สึกอะไรกับใคร แต่ตอนนี้คงต้องยอมรับความจริงลิลลี่รู้คำตอบโดยที่คริสไม่ต้องเอ่ย “ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก?”

                “บอกไปจะได้อะไรขึ้นมา”

                “ได้รู้ไง”

                “รู้แล้วได้อะไรขึ้นมา”

                “มันก็จะไม่เป็นแบบนี้ไง” ลิลลี่นั่งเท้าคาง ทั้งสองต่างจ้องมองกัน

                “เขาไม่ผิดหรอกที่เลือกไม่ได้ ก็เราเข้าไปเป็นความสับสนของเขาก่อนหนิ แต่เอาจริงๆ คนที่เขาควรรู้สึกด้วยคือลี่นะ ไม่ใช่คนแบบพี่” คริสพูดจบก็กระดกเหล้าจนหมดแก้วคนอย่างคริส คนขี้เมา หยาบคาย เปลี่ยนผู้ชายบ่อยกว่าเปลี่ยนยี่ห้อบุหรี่ คนแบบคริสผู้ซึ่งมีกำแพงสูงและหนาแถมมีลวดช็อตไฟฟ้าไว้ป้องกันตัวเอง คริสมั่นใจแต่แล้วทำไมถึงถูกทำลายกำแพงได้ง่ายๆ ด้วยคนไม่รู้ห่าเหวอะไรคนนั้นด้วย

                “เรามาพูดกันตรงๆ ดีกว่า” ลิลลี่นั่งกอดอก รอฟังคำตอบ

                “เออ” คริสกระแทกเสียง “พี่รู้สึกกับบี แบบไม่เหมือนกับคนที่พี่เคยนอนด้วย”

                “ลี่ก็รู้สึกกับพี่บีเหมือนกัน แล้วลี่ก็ไม่เคยห้ามให้พี่บีรู้สึกกับลี่ด้วย”

                “เออ” คริสกระแทกเสียงอีก “แต่พี่ห้ามบีไว้ไง แล้วพี่แม่ง...ก็ดันรู้สึกซะเอง เ_ยเอ๊ย!” คริสสบถกับตัวเองเบาๆ

                “บอกพี่บีสิว่าพี่คริสก็รู้สึกอ่ะ ที่พี่พูดวันนั้น ที่หน้าประตู ทำไมไม่บอกเขา?”

                “ฟังนะลี่เขาไม่ได้รู้สึกกับพี่แค่คนเดียว แล้วก็ไม่ใช่พี่คนเดียวที่รู้สึกกับเขารู้แล้วได้อะไรขึ้นมาวะ? แค่เป็นความสับสนในชีวิตเขาก็แย่พอแล้ว นี่ถ้าเกิดบอกไปไม่ยิ่งกดดันเข้าไปใหญ่เหรอ ยิ่งคนไม่รู้ห่ารู้เหวอะไรแบบนั้นด้วย แม่งได้สับสนตายกันพอดี”

                 คริสก็หงุดหงิดตัวเองอยู่ไม่น้อย คริสช้าไปช้าไปแค่นิดเดียวเท่านั้น แต่มันก็ผิดที่คริสไม่เอ่ยปากบอกบีไปตั้งแต่แรก ทั้งๆ ที่มีโอกาสมากกว่าลิลลี่ซะอีก แต่ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าจะเกิดรู้สึกอะไรกับคนอย่างบีขึ้นมาจริงๆ คริสอาจชะล่าใจเกินไป คริสโกรธตัวเองที่คอนโทรลความรู้สึกตัวเองไม่ได้แล้วยังมีหน้าไปบอกให้บีทำ คริสเทเหล้าและดื่มพลางคิดว่าถ้าเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ถูกเอาไปเขียนเป็นนิยายล่ะก็ คนอ่านก็คงอุทานด่าออกมาด้วยคำหยาบคายเหมือนกันนั่นแหละ และคนเขียนนิยายเรื่องนี้ต้องโรคจิตมากแน่ๆ ที่ชอบปั่นหัวคนอ่านเล่น

                “แล้วเอายังไงต่ออ่ะ แบบไหนถึงจะแฟร์กับทุกคน?”

                “คือจะไม่เอาเหมือนละครหลังข่าวใช่ไหม? แบบว่า ฉันจะหลีกทางให้เธอสองคนไปรักกัน แบบเนี๊ยะ?”

                “ไม่เอาดิ” ลิลลี่ปฏิเสธทันที “ให้พี่บีเลือกจากความรู้สึกดีกว่าเลือกแค่เพราะใครคนใดคนหนึ่งหลีกทางให้ไม่ดีกว่าเหรอ แบบนี้แฟร์กว่าอีก”

                “แล้วทำไมมันต้องยากขนาดนี้วะ?” คริสบ่นพึมพำกับตัวเอง คริสเริ่มยอมแพ้ให้กับเรื่องความสัมพันธ์บ้าๆ ที่หาทางออกไม่ได้ “แต่เอาจริงๆ นะ พี่จะเข้าไปทำให้สารเคมีที่เข้ากันได้ดีอยู่แล้วแยกออกจากกันทำไม แบบนั้นโคตรแย่เลยนะ”

                “มันไม่ใช่แค่เรื่องเคมีแล้วอ่ะพี่คริส” ลิลลี่ทำเสียงอู้อี้เหมือนเด็กงอแง

                “มันแค่นั้นแหละลี่” คริสทำท่าจะลุกหนีไปจากตรงนี้

                “พี่คริสอย่าหนีดิ”

                คริสหยุดชะงักและนิ่งไป ก่อนที่เสียงของบีจะดังขึ้นมาในความคิดจะหนีไปอีกนานแค่ไหน เรื่องร้ายๆ ในใจเนี่ยถ้าความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตของคริสมีบีอยู่ในนั้นด้วย หรือคริสไม่ควรจะหนีอีกแล้ว

                ทั้งสองถอนหายใจออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายนี่ไม่ใช่เรื่องเศร้า ไม่ใช่เรื่องดราม่าเคล้าน้ำตาหรอก นี่มันเป็นเรื่องตลก แถมตลกร้ายซะด้วยซ้ำ ทั้งสองปล่อยให้บทสนทนาทุกอย่างเลยจบลงเท่านั้น ลิลลี่ปล่อยให้คริสนั่งดื่มเหล้า ส่วนหล่อนก็ไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยในใจลึกๆ ของทั้งสองต่างก็กำลังเฝ้ารอการมาของบีผู้ซึ่งมาที่นี่ทุกคืนวันเสาร์ ผู้ซึ่งเป็นความสุขในชีวิตของทั้งสอง

                ตลกร้ายดีไหมล่ะ?  



                 คืนนี้ก็เหมือนทุกๆ คืน มีเบียร์ให้ดื่ม มีดนตรีแจ๊สให้ฟังและมีคริสกับลิลลี่อยู่ที่นี่ ที่บาร์แห่งนี้บาร์ที่บีขอตั้งชื่อใหม่ว่า Bar of confusion หรือบาร์แห่งความสับสน บรรยากาศไม่ทำให้บีอึดอัดมากนัก ไม่มีใครเร่งเร้าอะไร โดยเฉพาะคริสที่แทบไม่สนใจบีนอกจากชายหนุ่มขาวตี๋ที่เข้ามานั่งกับหล่อนที่หน้าบาร์ คริสยังคงเป็นคริส หล่อนไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร แม้แต่กับบี

                “มาแล้ว เบียร์ขวดที่สอง” เสียงใสๆ ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มีอิทธิพลกับใจของบี

                “ขอบคุณนะ” บียิ้มให้ลิลลี่และเหลือบมองคริส เป็นครั้งแรกที่บีรู้ตัวสักทีว่าคริสมองมา บีหลบสายตาและหันมาสนใจคนตรงหน้าแทน “คืนนี้คนเยอะเนอะ”

                “ใช่” ลิลลี่ยิ้ม “อย่าเหงานะ ถ้าไม่มานั่งด้วย”

                “เฮ้ย ไม่หรอก”

                “งั้นไปทำงานก่อนนะ” บีมองตามลิลลี่ พลางคิดหาคำนิยามความน่ารักที่หล่อนมี

                คริสกำลังเมาจนถึงขั้นเมามาก การที่คริสเต้นไหวโดยไม่อ้วกบนเวทีถือว่าเป็นโชคดีที่สุดในคืนนี้ คริสนั่งชนแก้วกับชายหนุ่มขาวตี๋คนนั้น และชนแก้วกับผู้ชายอีกหลากหลายที่แวะเวียนเข้ามาหาดาวเด่นประจำบาร์ คริสไม่เคยปฏิเสธใคร หล่อนสุดเหวี่ยงกับแสงสีและแอลกอฮอล์ในทุกค่ำคืนและตื่นเช้ามาด้วยตัวตนคนละแบบ หากตื่นมาแล้วพบว่ายังมีชีวิตอยู่ก็ใช้ชีวิตต่อไป แต่หากไม่ตื่นมาอีกแล้วนั่นหมายความว่าหล่อนตายไปจากโลกบ้าๆ นี่สักที หากชีวิตของหล่อนมีคำนิยาม ก็คงนิยามได้ว่า ชีวิตที่ไม่มีวันพรุ่งนี้ นี่คือชีวิตของคริส ชีวิตที่ไม่ควรเข้าไปเป็นความผิดพลาดของใคร

                แกร๊ง! –บีมองการมาเยือนของคนที่บีเพิ่งแอบมองเมื่อครู่ คริสเดินเซมานั่งลงข้างๆ และขอชนแก้วกับบี หากคริสเกลียดความสัมพันธ์เหมือนเกลียดงูและแมลงสาป คริสก็จะเกลียดความรู้สึกมากกว่านั้นสิบเท่า เพราะความรู้สึกมันซับซ้อนยิ่งกว่าความสัมพันธ์ซะอีก คริสยังหาเหตุผลไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามาชนแก้วกับบีทำไม ต้องการทำให้บีประทับใจเพื่อทำคะแนนให้แซงหน้าลิลลี่งั้นเหรอ?จะอ้วก

                “คริส...” บีจะเอ่ยทัก แต่ถูกตัดบทซะดื้อๆ ด้วยการมาเยือนของชายหนุ่มขาวตี๋คนนั้น เขาโอบเอวและพาคริสเดินไปนั่งด้วย ซึ่งคริสไม่มีแรงจะต้านทานอะไรได้ บีหงุดหงิดหงุดหงิดมากจนต้องกระดกเบียร์รวดเดียวหมดขวด ถึงบีจะเลือกคริสแต่ยังไงคริสก็ไม่เลือกบีบีรู้สึกแบบนี้

                ด้วยความที่ลูกค้าเยอะมาก ลิลลี่เลยไม่มีเวลานั่งคุยกับบีมากนัก บีตัดสินใจออกมาที่รถและเตรียมจะขับกลับ แต่พอมองไปยังบาร์แห่งความสับสนนั่น บีก็อยากอยู่ต่ออีกหน่อย แต่บีไม่อยากเข้าไปเห็นคริสนัวเนียกับใคร บีเลยตัดสินใจนั่งอยู่ในรถ นั่งไปเรื่อยๆ อย่างไร้เหตุผล

                รู้สึกตัวอีกที บีก็สะดุ้งตื่นบีมองนาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่งครึ่ง บีขยี้ตาและมองบาร์ที่ปิดไฟจนหมด เหลือเพียงไฟหน้าร้านและไฟในโซนของพนักงาน บีเพ่งตามองและเจอกับคริสที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่หน้าร้านเพียงลำพัง บีตัดสินใจเปิดประตูรถและลงไปหาหล่อน

                “ร้านปิดแล้วนะคุณลูกค้า” คริสพ่นควันสีเทาออกมา แววตาของหล่อนเลื่อนลอยแต่ยังบ่งบอกว่ามีสติ

                “แล้วคุณนักเต้นจะนั่งตรงนี้ทั้งคืนเลยรึไง?”

                “ทำไมอ่ะ จะให้เราไปไหน?”

                “กลับบ้าน หรือไม่ก็ไปต่อกับใครที่เธอพอใจจะไปด้วยไง”

                “ไม่พอใจจะไปกับใครทั้งนั้นอ่ะ” คริสยักไหล่

                “กับเราล่ะ?” บีเอ่ยถาม ไม่ใช่เพราะเมา เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรืออะไรก็ตามแต่ บีถามตามสิ่งที่บีรู้สึกจริงๆ “กลับกับเราไหม?”

                “ยังเต็มใจต้อนรับเราให้เข้าไปในโลกของเธออีกเหรอ?”

                “เราไม่เคยวิ่งหนีเธอ” บียื่นมือให้คริสจับ “กลับกับเราเถอะ”

                บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเม็ดฝน คริสตัดสินใจกลับมากับบีด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ที่นี่ไม่ใช่แค่หลุมหลบภัยสำหรับคริสอีกแล้วทั้งสองกำลังจะทำในสิ่งที่เรียกว่าการ(หลับ)นอนกับคนที่ไม่ได้รักเป็นครั้งที่สามโดยที่คริสไม่ต้องมาเคาะประตูกลางดึก บีคร่อมร่างบางของคริส บดขยี้ริมฝีปากราวกับบีโหยหามันมานาน  ฟังไม่ผิดหรอกคำว่าบดขยี้มันยังน้อยเกินไปสำหรับความต้องการอันพลุ่งพล่านของทั้งคู่ นี่เป็นการ(หลับ)นอนด้วยกันที่เร่าร้อนที่สุด คริสพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบนบ้าง บีมองคริสมองร่างเปลือยเปล่ากระทบกับแสงจากโคมไฟ บีไม่อาจต้านทานความสวยงามของคริสได้เลย

                “ทำแบบนี้ทำไม?” คริสเอ่ยถามขณะนั่งคร่อมอยู่บนตัวบี ถามในสิ่งที่บีไม่เข้าใจ

                “อะไรนะ?” บีถามกลับไปด้วยเสียงหายใจกระเส่า

                “ทำเหมือนเธอต้องการเราทำไม?”

                “จริงๆ แล้วเรามีเรื่องอยากบอกเธอ” บีเอ่ย

                “เราก็มี” คริสก็เอ่ยเช่นกัน "จริงๆ จะบอกตั้งแต่อยู่ที่บาร์แล้ว"

                ริสตัดสินใจแล้วว่าจะบอกบีเกี่ยวกับความรู้สึกทั้งหมดที่มี คำพูดที่คริสอยากพูดกับบีที่หน้าประตูในคืนนั้น คริสจะไม่หนีจะไม่หนีความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตไปอีกแล้ว คริสจะบอกบีออกไป ว่าบีคือเรื่องบังเอิญที่ดีกับใจของคริส คือความสุข คือเซฟโซน คือห่าเหวอะไรก็ช่าง--คริสต้องการบอกให้บีรู้ ณ ตอนนี้ เวลานี้ แล้วถ้าหลังจากนี้มันจะดำเนินไปแบบไหนก็ช่างแม่ง!

                “เราอยากเริ่มต้นใหม่ให้มันถูกต้อง” บีเอ่ยขึ้นมาก่อน เอ่ยขณะที่ริมฝีปากของบียังบรรจงจูบไปทั่วเนินอกของคริส  “เราจะไม่รู้สึกกับเธอ”

                ตัวชาคริสรู้สึกแบบนั้นทันทีที่ได้ฟัง

                “และสักวันเราอาจได้เจอกันอีก แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้”

                คริสเอื้อมมือไปปิดโคมไฟ โดยที่บีไม่ได้เอะใจอะไร

                “วิ่งหนีเราอยู่เหรอ?” คริสเอ่ยถามในความมืด

                “เราไม่เคยหนีเธอ” บีตอบ “แต่ไม่ว่ายังไง เธอก็ไม่รู้สึกอะไรกับเราอยู่ดี เราไม่อยากให้ความรู้สึกของเราเต็มไปด้วยความสับสนอีกแล้ว” 

                “อ๋อ...”

                “แล้วเธอจะบอกอะไรเรา?”

                “เรา...” คริสยิ้มให้กับตัวเองในความมืด ยิ้มให้กับความบัดซบของความสัมพันธ์ห่าเหว ยิ้มให้กับบี ผู้ไม่รู้ห่าเหวอะไรเพราะคริสไม่เคยบอกให้บีรู้--และในที่สุด บีก็คงไม่มีวันได้รู้  “เราก็อยากบอกเธอแบบนั้นแหละเราเองก็ไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอเลย”

 

                บุหรี่หลังเซ็กส์ในคืนนี้ คงเป็นบุหรี่ที่ขมที่สุดในโลก

               

 

 





 -------------------------------------------------------


แฮปปี้บีคริสเดย์จ้ะ..............................



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #717 ภรต. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 01:51

    โคตะระแย่​ ซัฟเฟอร์สุด​

    #717
    0
  2. #687 4530656 (@4530656) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 23:11
    อกอีแป้นจะแตก วงวารรรรร
    #687
    0
  3. #678 Boombim_foryou (@Boombim_foryou) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 13:59
    เยสเปียก อารัย ว่ะนิ โอ๊ยยน ห่าเหว จริงๆ
    #678
    0
  4. #629 ไรท์หมี@Dogmouthbear (@thefluffygang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 13:56
    เชรดดดดดดด ตัวละครแม่ง.... 
    ...
    ลิลลี่มาหาพี่ลูกมา // โอ๋ๆ กอดน้อง
    #629
    0
  5. #610 nutte_BCRIS (@nutte_BCRIS) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 01:00
    โถ่เว้ยย! บี!!!! /
    #610
    0
  6. #312 ploychy402 (@ploychy402) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 19:45
    โอ้ยยย เปนฟิคที่หม่นหมองที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา ทำไมมันหน่วงแบบนี้ พี่บีไม่รู้ห่าเหวอะไรเลยจริงๆ พออีกคนจะเปิดใจ อีกคนก็เลิกสับสน ไรว้าาา ปล. ไรท์เก่งมากกก
    #312
    0
  7. #219 nuuopor (@nuuopor) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 00:19
    ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลย!!
    #219
    0
  8. #184 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 00:20
    บีผู้ซึ่งไม่รู้ห่าเหวอะไรจริงๆ.. ปวดใจมากก อีกคนรู้สึกแล้วแต่อีกคนปิดความรู้สึกซะงั้น..
    #184
    0
  9. #165 lovefilmmy1906 (@lovefilmmy1906) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 18:20
    ้เป็นฟิคเรื่องแรกที่เราอ่านแล้วไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกห่าเหวอะไรดี มันขมขื่น สับสน และก็ไม่รู้ว่าควรเชียรใคร ไรท์แต่งได้เข้าถึงอารมณ์มากๆๆ แต่ก็คงอยู่ทีมบีคริสแหละ ????
    #165
    0
  10. #157 LittleOumPtm (@LittleOumPtm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 09:06
    คริสตอบไม่ตรงกับความรู้สึกนี่!!
    #157
    0
  11. #156 roselle juice (@Staring_21) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 03:11
    งื้ออออออ พี่คริสสส ต่อไปจะเป็นยังไงนิ
    #156
    0
  12. #155 beexcrisgirl (@beexcrisgirl) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 02:23
    อินมาก ปวดใจมาก เหมือนโดนตบหน้า เหมือนโดนบอกเลิก โว้ยยยยยย
    #155
    0
  13. #154 ploy_troll (@ploy_troll) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 21:31
    ไม่เอาแบบนี้สิพี่คริส บอกพี่บีไปตรงๆเลย
    #154
    0
  14. #152 NISI_WOO (@NISI_WOO) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 17:11
    ตอนนี้บีบหัวใจเกิน
    #152
    0
  15. #151 Fai-Emm (@faifem_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 11:17
    พี่คริสสสส ไมบอกแบบนั้นนนน
    #151
    0
  16. #150 ShuiThanakorn (@ShuiThanakorn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 08:31
    สับสนนนนนนนน
    #150
    0
  17. #149 ijaowhann (@ijaowhann) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 07:29
    ลิลลี่แม่งควรแอบบอกพี่บีอ่ะ
    #149
    0
  18. #148 Bogyman (@ing-mithuna) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 07:07
    หูยยยยยย ตอนแห่งการเข้าใจผิด ผิดไปหมด! เห้อมมมมม สับสน -..-
    #148
    0
  19. #147 Noowichuda (@Noo_Sjc) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 05:35
    โอ่ยยยยยย ทำไมคริสไม่บอกกกกกก
    #147
    0
  20. #146 namwhan_ka (@sweettyploy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 03:00
    โอ๊ย เกลียด
    #146
    0
  21. #144 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 00:27
    โอ้ยยยย ทำไม ทำไมมมม!!
    #144
    0
  22. #143 เด็กน้อยย 😗 (@tongrak45) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 00:05
    TeamCris! อย่างเต็มตัว!! ไรท์ร้ายมากกกพูดเลอ!!!
    #143
    0
  23. #142 หมอกแสนเบาบาง (@njpm4ever) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 23:46
    Team Cris only
    #142
    0
  24. #141 DUKK97 (@koomiiniiz_42) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 23:37
    แฮปปี้บีคริสเดย์มาก55555555555555555555555555555555555555555 *ปาดน้ำตา*
    #141
    0
  25. #140 pinkanchalii (@pinkychaly) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 23:30
    นี่ไง บีผู้ไม่รู้ห่าเหวอะไรที่แท้ทรู นั้มตาไหล
    #140
    0
  26. #125 ksos (@ksos) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 21:19
    5555555555555555555555555555555 ไรท์ร้ายมากกกกกกกกก ร้ายยยยยจริง อ่านจบหัวเราะเลยค่ะ หัวเราะให้กับตลกร้าย หัวเราะแบบไฝแห้ง 5555555 ปรบมือให้เลย ไรท์ร้ายมากกกก ฉุดอารมณ์หว่องให้ดำดิ่งแบบทุกอนู
    #125
    6
    • #125-5 ksos (@ksos) (จากตอนที่ 6)
      9 ตุลาคม 2560 / 02:03
      อ้ออ ถ้าไรท์ออกเป็นเล่ม ซื้อเก็บนะ //กำตังแน่นมากกกก
      #125-5
    • #125-6 nongp_ss (@naninas) (จากตอนที่ 6)
      11 ตุลาคม 2560 / 22:39
      คิดไว้เหมือนกันว่าจะรวมเล่ม กำตังค์ไว้ก่อนเน้อ 555
      #125-6