Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 5 : Episode 5 : Wrong from the begining

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    2 ต.ค. 60




Episode 5 : Wrong  from the begining







                อ่านๆ ติวๆ สอบๆ ยาวไป #ชีวิตเด็กมอปลาย #สอบได้ไม่ดีโดนให้ออกไปเลี้ยงพี่ Buff แน่ๆ ป๊ะกล่าวไว้

                บีอ่านแคปชั่นรูปภาพในอินสตราแกรมของลิลลี่แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์คอมเม้นท์ด้วยประโยคให้กำลังใจที่สั้นและเบสิคที่สุดในโลกสู้ๆ นะ

                เป็นอีกครั้งที่บีมาบาร์ร้านโปรดในเวลางาน

                “เรียบร้อยดีไหมครับ?”

                “ค่ะ เราเสริมเวทีให้ตามแบบแล้ว ยังไงคุณตรวจดูได้เลยค่ะว่าอยากให้แก้ไขส่วนไหนบ้างอีกรึเปล่า” เจ้าของกิจการอย่างพ่อของลิลลี่พยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้าพอใจ “ส่วนพื้นฟลอว์เต้นรำที่ปูไม่เรียบ เราให้ทางช่างมาแก้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

                “จริงๆ ไม่ต้องเน้นฟลอว์เต้นรำมากก็ได้นะครับ มันก็แค่เอาไว้แสดงโชว์วันละไม่กี่ชั่วโมงเอง ลูกค้าไม่ค่อยได้เข้าไปหรอก”

                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” บีได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป

                “แต่ยังไงงานรีโนเวทรูฟท็อปคงต้องรบกวนคุณอีกนะ”

                “ได้ค่ะ”

                บีมาหอศิลป์ก่อนเวลานัดหนึ่งชั่วโมง ฆ่าเวลาด้วยการนั่งเขียนแบบแปลนรีโนเวทชั้นดาดฟ้าไปพลางๆ ไม่นานนักก็มีสองมือปริศนาเข้ามาปิดตาจากด้านหลัง สัมผัสแบบนี้บีรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นเด็กสาวรอยยิ้มสดใสที่บีกำลังรอ

                “ไม่เนียนนะ”

                “ก็รู้แหละ” ลิลลี่นั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้าม ทักทายบีด้วยรอยยิ้ม

                ลิลลี่วางกาแฟไว้ให้บีและหันไปดูดน้ำแดงของตัวเอง ก่อนจะหยิบดินสอขึ้นมาวาดแบบบนกระดานต่อ การติวเขียนแบบครั้งแรกเป็นไปอย่างเรียบง่ายและไม่ตึงเครียด ลิลลี่เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทำให้ไม่ต้องสอนอะไรมากนักนอกจากให้คำแนะนำบ้างประปราย

                “เสร็จละ” ลิลลี่ยิ้มกว้าง วางดินสอและบิดขี้เกียจไปมา น่ารักจนบียิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว แต่เจ้าตัวคงรู้ว่าถูกแอบมองถึงได้มองกลับมาด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแบบนั้น

                “อ่า...” บีตัดบทด้วยการยกกาแฟขึ้นมาดื่มและพูดต่อ “วันนี้พี่ให้ช่างไปแก้พื้นฟลอว์เต้นรำแล้วนะ”

                “พ่อบอกแล้ว”

                “อ๋อ...” บีหลบสายตา “ทีนี้คงไม่โดนบ่นแล้วเนอะ”

                “จริงๆ พ่อเคยจะเอาฟลอว์เต้นรำออกด้วยแหละ”

                “ทำไมอ่ะ?”

                “พ่อบอกว่ามันเอ้าท์แล้ว สมัยนี้ไม่มีใครอยากออกมาเต้นรำหรอก สู้เพิ่มโต๊ะเข้าไปให้ลูกค้าเยอะๆ ดีกว่า”

                “แล้วทำไมถึงยังไม่เอาออกล่ะ?”

                “วันที่พ่อบอกว่าจะเอาฟลอว์ออก พี่คริสมาขอร้องให้ลี่ช่วยบอกพ่อว่าขอให้เก็บฟลอว์เต้นรำไว้ เพราะถ้าไม่มีฟลอว์เต้นรำ ความสุขในชีวิตของพี่คริสจะหายไปครึ่งนึง”

                บทสนทนาระหว่างบีกับลิลลี่มักจะมีชื่อของบุคคลที่สามอย่างคริสเข้ามาร่วมด้วยทุกครั้ง มันบ่อยมากและอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับลิลลี่ แต่ไม่แน่ใจว่าปกติสำหรับบีรึเปล่า บีฟังและคิดตามความสุขในชีวิตของคริสจะหายไปครึ่งนึงพร้อมกับฟลอว์เต้นรำงั้นเหรอ? บีอยากรู้ว่าความสุขในชีวิตของคริสอีกครึ่งที่เหลือมีอะไรบ้าง เหล้า บุหรี่ ผู้ชายแปลกหน้าใช่ไหม? แต่ที่แน่ๆ อาจไม่มีบีอยู่ในนั้น

                “ลี่ไม่รู้ว่าพี่คริสเจออะไรมาบ้าง แต่ลี่เข้าใจนะ ถ้าเกิดลี่ชอบวาดรูปแล้วจู่ๆ ดินสอกับกระดานที่เคยใช้อยู่ทุกวันมันหายไป ลี่ก็คงเสียใจ ถึงจะหาซื้อใหม่ก็แทนอันเดิมไม่ได้พี่คริสเต้นที่นี่มานาน ฟลอว์นั้นคงเป็นจิตวิญญาณของพี่คริสไปแล้ว”

                “เพราะแบบนี้เลยอยากให้คริสแฮปปี้สินะ”

                หล่อนยิ้มแทนคำตอบ “บางทีเรื่องเล็กน้อยของเราอาจเป็นเรื่องใหญ่และเป็นชีวิตทั้งชีวิตของคนอื่นก็ได้” อะไรที่ทำให้เด็กอายุเท่านี้ มีความคิดโตเป็นผู้ใหญ่และมองโลกได้กว้างขนาดนี้? ไม่เพียงมองโลกในมุมกว้าง แต่บีรับรู้ได้ว่าใจของลิลลี่กว้างพอๆ กับความคิดของหล่อน “ลี่ดีใจที่เลือกพื้นปาเก้ได้ถูกใจพี่คริส และถ้าลี่เป็นพี่บี ลี่ก็คงดีใจเหมือนกัน”

                “ยังไงอ่ะ?”

                “ก็พี่บีมีส่วนช่วยออกแบบความสุขครึ่งนึงในชีวิตของพี่คริสไง”

                บีกำลังคิดถึงผู้หญิงลึกลับคนนั้น ภาพที่หล่อนกำลังเต้นรำอยู่บนฟลอว์ ภาพที่หล่อนยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้อยู่ท่ามกลางแสงสี เหล้า และชายแปลกหน้าไม่ซ้ำคน รวมทั้งภาพที่หล่อนมาหาบีตอนกลางคืนในสภาพเมาปลิ้นบีไม่อยากคิดถึงคริส ในขณะที่คนตรงหน้าคือลิลลี่ มันทำให้บีรู้สึกผิดขึ้นมาแปลกๆ และเรื่องของคริสจบลงไปพร้อมกับความเงียบของบทสนทนาเพียงเท่านั้น

                “แล้วความสุขของพี่บีคืออะไรเหรอ?”

                บีนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ไม่สามารถตอบออกมาได้ทันทีเพราะบีไม่แน่ใจว่าความสุขในชีวิตตอนนี้คืออะไร สำหรับเด็กอายุสิบหกคงเป็นการได้เริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างงานศิลปะและการได้ค้นหาตัวตนไปเรื่อยๆ แต่สำหรับบี งานไม่ใช่สิ่งที่ทำให้บีมีความสุขมากนัก ถ้าไม่นับบาร์แจ๊สร้านโปรด คราฟเบียร์เย็นๆ สักขวด

                “ถ้าพี่ตอบว่าไม่รู้มันจะดูโง่ไปป่ะ?”

                “พี่บีไม่รู้ห่าเหวอย่างที่พี่คริสบอกจริงๆ ด้วย”

                “ห้ะ?” บีเท้าแขนลงกับโต๊ะ ขยับเข้าไปฟังในสิ่งที่หล่อนพูดใกล้ๆ “อะไรห่าเหวห่าเหว นะ?”

                “ก็พี่คริสบอกว่า พี่บีเป็นคนที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลย ลี่เริ่มเชื่อแล้วแหละ ขนาดความสุขของพี่บี พี่บียังไม่รู้เลย”

                คริสอีกแล้วบีหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยอมรับในใจว่าสิ่งที่คริสพูดอาจจะจริง “พี่รู้สึกว่าช่วงนี้พี่ตั้งคำถามให้ตัวเองตอบบ่อยมากเลยนะ สุดท้ายก็หาคำตอบไม่ได้”

                “ถึงหาคำตอบให้เรื่องอื่นไม่ได้ แต่เราควรรู้นะ ว่าความสุขในชีวิตคืออะไร”

                “พี่ไม่รู้ห่าเหวอะไรจริงๆ นั่นแหละ”

                “อย่างได้อยู่กับพี่บีแบบนี้ ก็คือความสุขของลี่เหมือนกัน” ลิลลี่เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้บี หากเราควรรู้ว่าความสุขในชีวิตคืออะไร การได้มองรอยยิ้มของหล่อนเป็นสิ่งที่ทำให้บีมีความสุข

                “งั้น พี่ก็คงเหมือนกัน”

                “อย่าลอกดิ” ลิลลี่เอื้อมมือมาผลักไหล่บีเบาๆ

                “เปล่า” บีคว้ามือของหล่อนไว้ “ก็เนี่ย มีความสุขอยู่”

                ลิลลี่ทำให้บีลืมความสับสันต่างๆ ในชีวิตไปชั่วขณะ บีอยากเก็บรอยยิ้มของลิลลี่ไว้ให้นาน บีไม่อยากให้รอยยิ้มนี้หายไปจากชีวิตบี เพราะบีคงคิดถึงรอยยิ้มนี้มาก บีคงลืมสิ่งที่มีอิทธพลจนทำให้หัวใจเต้นแรงไม่ได้

                “ไม่แวะหน่อยเหรอ?”

                “ไม่อ่ะ คืนนี้ต้องเคลียร์งาน”

                “โอเค งั้นไปนะ”

                ลิลลี่ก้าวลงจากรถของบี และเดินตรงไปที่ประตูร้าน คริสยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้นานพอเห็นลิลลี่ลงมาจากรถเก๋งคันปริศนาพร้อมกับกระดานวาดภาพ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนที่ขับรถมาส่งคือใคร แต่คริสก็เลือกจะถาม คำถามที่หล่อนรู้คำตอบอยู่แล้ว

                “ใครมาส่งอ่ะ?”  

                “พี่บี”

                “โห เดี๋ยวนี้มีผู้ปกครองไปรับที่โรงเรียนด้วยเว้ย”

                “เปล่า ไปหอศิลป์มา พี่บีเขาช่วยติวเขียนแบบให้อ่ะ”

                “อ๋อเหรอ...”

                “ซ่อมพื้นฟลอว์แล้วนะ”

                “อืม ขอบคุณ”

                “ไปขอบคุณพี่บีเถอะ”


                คริสมาหาบีหลังจากหายไปเกือบอาทิตย์ มาเพื่อทำในสิ่งที่เรียกว่า(หลับ)นอนกับคนที่ไม่ได้รักเป็นครั้งที่สอง แสงจากโคมไฟส่องกระทบกับแผ่นหลังขาวนวลของคริส บีมองพลางรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่คั่นกลางระหว่างกันอย่างชัดเจน ไม่ใช่ระยะห่างระหว่างร่างกาย แต่เป็นกำแพงที่คริสสร้างไว้ป้องกันตัวเอง มันสูงและหนามาก ไม่แน่อาจมีลวดช็อตไฟฟ้าอีกต่างหากนอกจากรู้ว่าคริสทำงานที่บาร์ร้านโปรดของบี ขี้เมา ชอบเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแถมชอบนอนละเมอร้องไห้ บีก็ไม่รู้จักคริสอีกเลย บางทีบีก็สงสัยว่าบีรู้จักคริสจริงๆ แล้วรึยัง? หรือบีสามารถเข้าใกล้คริสได้แค่นี้แค่ร่างกาย

                “เรื่องฟลอว์อ่ะ ขอบคุณนะ” เสียงแหบพร่าเอ่ยเบาๆ

                “ไม่เป็นไร”

                และบทสนทนาก็จบลงเพียงแค่นั้น ไม่มีใครพูดอะไรอีก แม้แต่จะหันหน้ามามองกัน คริสยังไม่ทำเลย

                เช้านี้ฟ้าไม่สดใสอย่างทุกครั้ง มีเมฆฝนตั้งเค้าและลมแรง บีมองคริสนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียง เส้นผมของหล่อนปลิวไสวไปตามกระแสลม บุหรี่ในมือถูกเผาไหม้อย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ได้ยกขึ้นมาสูบ คริสใช้เวลานั่งมองเมฆฝนก้อนนั้นราวกับมันช่างน่าสนใจ หล่อนโยนบุหรี่ที่ยังไม่ทันได้สูบออกนอกระเบียง และหยิบมวนใหม่ขึ้นมาจุดแทน

                “อากาศแม่งไม่แน่นอนพอๆ กับความรู้สึกรึเปล่าวะ?” จู่ๆ คริสก็พูดขึ้นมา หล่อนน่าจะรู้ว่าบีตื่นแล้ว

                บีลุกขึ้นเขยิบมานั่งปลายเตียงก่อนจะตอบ “คงงั้นมั้ง”

                “บอกจะเข้าหน้าหนาวแต่ยังมีฝนอยู่เลย พยากรณ์อากาศที่เราคิดว่าแน่นอนแม่งยังพลาดเลยเนอะ” คริสหันมามองบี พลางยกผมที่ปรกหน้าขึ้นทัดหู “เธอคิดว่า ตอนนี้เธอเป็นอะไรสำหรับเราอ่ะ?”                           

                “เราเป็นอะไรสำหรับเธอ?” บีทวนคำถาม                         

                “อืม” คริสพยักหน้า

                “คนที่เธอพอใจจะนอนด้วยมั้ง” บีพูดในสิ่งที่คริสเคยพูดและพูดในสิ่งที่ลิลลี่เคยบอก “หรือไม่ก็ตัวประกอบในละครของเธอ เข้ามาแค่ไม่กี่ฉากแล้วก็ผ่านออกไป”                                                

                “ประโยคหลัง ลี่เป็นคนบอกสินะ” คริสเอ่ยอย่างรู้ทัน เพราะเธอเป็นคนบอกลิลลี่ไว้แบบนี้เอง

                บทสนทนาระหว่างบีกับคริสมักจะมีชื่อของบุคคลที่สามอย่างลิลลี่เข้ามาร่วมด้วยแทบทุกครั้งจนกลายเป็นเรื่องปกติ อาจจะปกติสำหรับคริสแต่ไม่แน่ใจว่าปกติสำหรับบีรึเปล่า บีมักนึกถึงคริสตอนอยู่กับลิลลี่ และนึกถึงลิลลี่ตอนอยู่กับคริส หรือบีกำลังเอาความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงสองคนมาผสมปนกัน ทำให้แยกไม่ออกว่าสำหรับใครควรต้องทำยังไง บีตั้งคำถามเยอะแยะมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลยแบบนี้เองสินะ

                “เธอไม่เหมือนคนที่เราเจอในคืนนั้นเลย” คริสเอ่ย พลางจ้องมองบีอย่างพิจารณา

                บีมองคริส พลางคิดถึงคืนอันน่าสับสนกับหญิงแปลกที่มีแรงดึงดูดมหาศาล จนทำให้บีทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะทำ คือการหลับนอนกับหล่อนเป็นครั้งที่สองเมื่อคืนนี้บีทำทั้งๆ ที่เคยบอกว่าทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่เคยมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ความคิดและการกระทำของบีมันขัดแย้งกัน ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร เพราะบีกำลังมีปัญหากับตัวบีเอง

                “อืม” บีพยักหน้ายอมรับ “เราแม่งย้อนแย้งเองอ่ะ”

                “คนเรามีความย้อนแย้งอยู่ในตัวเองทั้งนั้นแหละ” คริสยกบุหรี่ขึ้นสูบ “แล้วเธอว่าเราเป็นไงอ่ะ?”

                “เราไม่รู้จักเธอดีขนาดนั้น”

                “อืม...” คริสพยักหน้าราวกับเห็นด้วยในสิ่งที่บีเพิ่งตอบ “ก็จริง ขนาดชื่อเรายังรู้จักกันเพราะคนอื่นแนะนำเลย บางทีเรานอนกับใคร เรายังไม่รู้ชื่อเขาเลยอ่ะฟังดูสำส่อนไหม?”

                หากคนตรงหน้าสำส่อนอย่างที่ว่า ทำไมบีถึงไม่รู้สึกเช่นนั้น เคยได้ยินมาว่า กำแพงของคนเราจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามบาดแผลที่เคยได้รับ บีแค่รู้สึกว่าหัวใจของคริสคงเต็มไปด้วยบาดแผล คริสแหกกฎชีวิตของบีทุกอย่าง น่าแปลกที่บียอมให้คริสเป็นข้อยกเว้น ยอมให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าไร้เหตุผล ทั้งๆ ที่มันน่าสับสนและไม่มีใครอยากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

                “มันน่าเศร้าสำหรับเธอรึเปล่า?”

                “จะสนใจทำไม เราต้องห้ามรู้สึกอะไรกับเธอหนิ”

                “แต่เราชอบนะ ที่เธอไม่คาดหวังอะไรในตัวเราเหมือนคนอื่นๆ ที่เคยผ่านเข้ามา” คริสหัวเราะเบาๆ พลางส่ายหน้าและเอ่ยต่อว่าตัวเอง “เราโคตรเห็นแก่ตัวเลยเนอะ เราทำเพื่อความสุขตัวเองทั้งนั้น ทั้งเรื่องฟลอว์เต้นรำ เรื่องความสัมพันธ์ที่เราไม่อยากสร้าง”

                บีมองมวนบุหรี่ค่อยๆ มอดไหม้ มองควันสีเทาถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากบางของคริส มองและรับรู้ได้ถึงความเปล่าเปลี่ยวในหัวใจของหล่อน บีอยากรู้ว่าความสุขในชีวิตที่เหลือกครึ่งนึงของคริสคืออะไรอะไรทำให้คริสมีชีวิตอยู่บนโลกบ้าๆ นี่ได้พร้อมกับชีวิตผิดปกติ บีตัดสินใจเอ่ยถาม

                “นอกจากชีวิตกลางคืนความสุขของเธอคืออะไรอ่ะคริส?”

                คริสเงียบไปเพียงครู่ ก่อนจะตอบกลับมา “เจอเรื่องบังเอิญที่ดีกับใจมั้ง”

                “ยังไงอ่ะ?”

                “ก็แบบว่า เธอกำลังคิดถึงเพลงๆ นึง พอเธอเปิดวิทยุเพลงนั้นก็กำลังเล่นอยู่พอดีเธอรู้สึกว่าบังเอิญจัง แล้วเธอก็ตั้งใจฟังเพราะเป็นเพลงที่เธอกำลังคิดถึง”

                “เท่านี้เหรอ?”

                “เท่านี้แหละ คิดอะไรมากวะ ความสุขมันไม่ได้ยากนักหรอก” คริสยิ้ม เป็นยิ้มที่สุขปนเศร้า “โลกนี้มันทุกข์มากพอแล้ว ถ้าความสุขแม่งยังหายากอีกล่ะก็...ไม่ต้องมีชีวิตอยู่กันพอดี”

                บีรู้สึกว่าคริสมักจะไขว่คว้าหาความสุขที่เกิดขึ้นง่ายๆ เพื่อกลบความทุกข์ที่มีมากในตัวเอง เหมือนคริสพยายามวิ่งหนี แต่สิ่งที่คริสวิ่งหนีไม่ได้หายไปไหน เพราะมันอยู่ในใจของหล่อนเอง

                “เมื่อคืนเธอนอนร้องไห้อีกแล้วนะ” บีตัดสินใจบอกออกไป ทั้งที่ตอนแรกกะจะไม่บอก เพราะรู้ว่าคงได้คำตอบเดิม

                “ละเมอแหละ”

                “จะหนีไปอีกนานแค่ไหน ไอ้เรื่องร้ายๆ ในใจเนี่ย”

                บุหรี่หลังเซ็กส์มวนที่สองหมดลงพอดี คริสโยนก้นกรองออกไปนอกระเบียงอีกครั้ง เดินกลับเข้ามาหยิบกระเป๋าเพื่อเตรียมออกไปจากหลุมหลบภัยแห่งนี้และเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงโลกบ้าๆ ที่ทำให้คริสนอนร้องไห้ โดยที่บีไม่รู้ว่าเพราะอะไรราวกับเวลาช่างใจร้ายที่ตัดต่อช่วงที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างรวดเร็ว แต่กลับอ้อยอิ่งเนิ่นนานนับแต่ทั้งสองห่างหาย บีไม่รู้จะได้เจอคริสอีกทีในคืนไหน อาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้ หรืออาจจะนานนับเดือน นับปี จนกว่าคริสพอใจจะกลับมา

                คริสเดินจากไปโดยไม่ตอบคำถามบี และบางความเงียบมักจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด คริสอาจจะหนีไปตลอดชีวิต หากแท้จริงสิ่งที่คริสวิ่งหนีไม่ได้อยู่ที่ไหน หากอยู่ในใจเสมอมาก็เถอะ แต่อย่างน้อย บีก็ทำให้คริสรู้ว่าคริสยังมีความรู้สึกบางอย่างในหัวใจหลงเหลืออยู่หลังจากบุหรี่หลังเซ็กส์ของหล่อนหมดมวนความรู้สึกบางอย่างที่คริสไม่ควรรู้สึกกับเซฟโซนของคริสอย่างบี

                ความรู้สึกแม่งไม่แน่นอนยิ่งกว่าสภาพอากาศจริงๆ

 

                บีมองคริสกำลังเต้นอยู่บนฟลอว์ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สจังหวะสนุกและผู้คนโห่ร้องอย่างชอบใจ สลับกับมองลิลลี่กำลังดูแลลูกค้าในร้าน มองสลับไปมาระหว่างผู้หญิงสองคนนั้น พอรู้ตัวอีกทีเบียร์ก็หมดขวดซะแล้วเหมือนบีกำลังทำแบบฝึกหัดเรื่อง การสำรวจหัวใจตัวเอง จุดประสงค์เพื่อก้าวข้ามผ่านสถานะที่ครุมเครือและน่าสับสนระหว่างบีกับผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในโลกของบีพร้อมกันทั้งสองคน บีไม่มั่นใจว่าเรื่องราวที่ผ่านมาใช่อย่างที่คิดไหม และไม่อยากรับรู้ด้วยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร มันเสี่ยงเกินกว่าจะพูดอะไรออกไป

               แต่ที่เป็นอยู่ คงไม่ดีกว่านี้และคงไม่เลวเท่าไหร่

                “ทำไมอาทิตย์ที่แล้วไม่มา?” เสียงลิลลี่เอ่ยทัก นั่นทำให้บีหลุดออกจากความคิด

                “อ่า...งานเยอะอ่ะ”

                “อ๋อ...” ลิลลี่มองบีอย่างพิจารณา ก่อนจะตัดบทอย่างเรียบง่ายด้วยการหันไปดูแลลูกค้าโต๊ะใกล้ๆ แทน

                คริสพักเหนื่อยด้วยการมานั่งจิบเหล้าที่หน้าบาร์ตามปกติ แม้รู้สึกถึงสายตาของชายแปลกหน้าที่จ้องมองมา แต่คริสไม่สนใจอะไรนอกจากแก้วเหล้าตรงหน้า คริสดื่มสลับกับหันไปมองบีผู้ซึ่งไม่รู้ห่าเหวอะไรสำหรับคริส มองและรับรู้ได้ว่าในหัวของบีเต็มไปด้วยเรื่องที่พยายามจะหาคำตอบ แต่บีไม่เคยทำมันได้เลย

                “รู้สึกเหมือนกันใช่ป่ะ?” ลิลลี่เอ่ยถาม พลางรินเหล้าใส่แก้วให้ “พี่บีดูแปลกๆ เนอะ”

                “ก็ไม่หนิ” คริสเหลือบมองบีอีกครั้ง ซึ่งบีไม่เคยรู้ว่าถูกมองเลยสักครั้ง

                “หรือมันผิดมาตั้งแต่ต้นวะพี่คริส”

                “อะไรที่ว่าผิด”

                “เราสองคนไม่ควรเข้าไปเป็นความสับสนในชีวิตพี่บีตั้งแต่แรกรึเปล่า?”

                “รู้ล่วงหน้าด้วยเหรอว่าจะกลายเป็นความสับสนของใคร”

                “ก็จริงตอนแรกลี่ก็ไม่คิดว่ามันจะน่าสับสนขนาดนี้”

                ลิลลี่หัวเราะเยาะความรู้สึกของตัวเอง คริสรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวในหัวใจดวงเล็กๆ ของเด็กสาวตรงหน้า ความรู้สึกที่ลิลลี่มีต่อบี ซึ่งมันจะดีมากหากทั้งสองรู้สึกเหมือนกัน เพราะลิลลี่ไม่ควรพบเจอกับความสัมพันธ์แย่ๆ แม้บีจะไม่รู้ห่าเหวอะไรเลยก็เถอะคริสคิด ซึ่งตรงกันข้ามกับความรู้สึกของหล่อนอย่างปฏิเสธไม่ได้

                “สับสนมากก็ปล่อยให้อยู่กับความไม่รู้ต่อไปนั่นแหละ” คริสเอ่ยด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชา สีหน้าและน้ำเสียงที่ประดิษฐ์ออกมาได้สมจริง

                “แล้วตอนนี้พี่คริสรู้สึกอะไรกับพี่บีอ่ะ?” ลิลลี่ถาม นั่นทำให้คริสเกือบไปไม่เป็น

                “ก็...” คริสเว้นวรรคด้วยการยกเหล้าขึ้นดื่ม แต่มันไม่ช่วยอะไร “พี่เป็นคนบอกบีเองว่าอย่ารู้สึก แล้วพี่จะรู้สึกอะไรได้ล่ะ”

                “ไม่เลยสักนิดเหรอ?” ลิลลี่ถามอย่างแปลกใจ

                “พี่รู้สึกกับเขา เหมือนกับทุกคนที่พี่เคยนอนด้วย” คริสสรุปทุกอย่างแบบสั้นๆ และนั่นพอทำให้ลิลลี่เข้าใจได้ คริสดื่มเหล้าแก้วสุดท้ายและเดินจากไปพร้อมกับผู้ชายแปลกหน้าที่ยืนคอยอยู่หน้าร้าน โดยไม่พูดอะไรอีก

                คืนนี้บีอยู่ที่บาร์นานกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่เพลงแจ๊สจังหวะสนุกเริ่มเปลี่ยนเป็นจังหวะช้าๆ คลอไปกับแสงไฟสลัวเพราะในร้านต้องเริ่มทยอยปิดไฟก่อนถึงเวลาปิดร้านตามกฎหมายกำหนด ผู้คนในร้านเริ่มทยอยกลับ พนักงานเริ่มเก็บโต๊ะ แต่บีเพิ่งเริ่มดื่ม Corona ขวดที่ห้า

                “จะอยู่ยันร้านปิดเลยป่ะ?” ลิลลี่เดินมานั่งลงข้างๆ วันนี้หล่อนทิ้งระยะห่างกับบีมากพอสมควรจนบีรู้สึกได้

                “หมดขวดนี้ก็คงกลับแล้ว”

                “มีเรื่องให้คิดอีกแล้วเหรอ?”

                “ก็มี”

                “เรื่อง?”

                “เรื่องผิดปกติอ่ะ”

                “คืออะไรอ่ะ เรื่องผิดปกติ?”

                “โดยปกติเรานอนกับคนที่เราไม่รักไม่ได้ เราจูบกับคนที่เราไม่รักไม่ได้ แต่พี่ทำมันทั้งสองอย่าง พี่ทำในสิ่งที่พี่รู้สึกว่ามันผิดปกติ กับคนสองคนที่พี่ไม่รู้ว่าพี่ควรรู้สึกอะไรด้วยกันแน่” บีเอ่ยออกไปตามที่คิด ลิลลี่ค่อนข้างเซอร์ไพรซ์อยู่ไม่น้อย หล่อนอยากขอบคุณฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้บีกล้าพูดออกมา

                “พี่บีก็เลือกเลยดิ ว่ารู้สึกกับใครมากกว่ากัน”

                “ห้ะ?” บีแทบไปไม่เป็นกับข้อเสนอของลิลลี่

                  ลิลลี่ยักไหล่ “เห็นไหม ยากกว่าอีกใช่ป่ะ?”

                 “พี่กำลังทำในสิ่งที่คริสบอกให้ทำ คือการไม่รู้สึก แต่มันก็โคตรยากเหมือนกันเลย”

                “ใช้ใจดิ” บีมองมือลิลลี่ที่เอื้อมมือสัมผัสมือของเธอ “เราเดินจับมือกันในหอศิลป์ด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจตลอดไปไม่ได้หรอกนะพี่บี  ถ้าวันนึงเราเกิดชอบภาพวาดนั้นขึ้นมาจริงๆ เราก็คงอยากเข้าใจความหมายของมัน”

                บีมองสายตาของลิลลี่และรอยยิ้มบางๆ ที่หล่อนส่งมาให้

                “พี่คริสบอกให้พี่บีอย่ารู้สึก แต่ลี่ไม่ได้บอกนะ”

                หากหัวใจของบีคือประตูบานใหญ่ มันคงกำลังเปิดรับให้ลิลลี่เข้ามาโดยที่หล่อนแทบจะไม่ต้องเคาะ บีกำลังรู้สึกว่านี่จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ และสำหรับลิลลี่หากทุกอย่างผิดมาตั้งแต่ต้น ก็ไม่สายถ้าจะเริ่มใหม่ให้มันถูกต้อง ไม่ใช่แค่จูบรสเบียร์ของบี แต่เพราะสิ่งที่บีเป็น แม้สิ่งที่เป็นอยู่จะนิยามอะไรไม่ได้ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันคือของจริงและสำคัญกว่าคำพูดเพลง Untitled 001 ของ Stoondio ดังคลอไปพร้อมกับความรู้สึกของทั้งคู่

                “อย่าเพิ่งไปนะ” บีคว้ามือลิลลี่เอาไว้และดึงหล่อนเข้ามากอด เป็นกอดที่ไร้ที่มาที่ไปและไร้เหตุผลที่สุดในชีวิตของบี

 

                ได้โปรดอย่าหายไป

                โปรดเถอะทำเหมือนเธอไม่รู้อะไร

              โปรดเถอะทำเหมือนฉันไม่คิดอะไร

 

           

                 คริสยืนอยู่หน้าห้องของบียืนมองประตูที่นำไปสู่หลุมหลบภัยซึ่งทำให้รู้สึกปลอดภัยและสบายใจทุกครั้ง คริสมาถึงช้ากว่าคืนอื่นๆ เพราะคิดอยู่นานว่าจะมาดีหรือไม่ คริสไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้าหรือต้องการมาพักร่างกายในเซฟโซนแห่งนี้ แต่คริสมาเพื่อจะบอกอะไรบางอย่าง--บางอย่างที่คริสอยากบอกกับบี หากไม่นับลิลลี่ บีคือคนที่อยู่ร่วมกับความเงียบของคริสได้ดีกว่าทุกคนบนโลก คริสตัดสินใจแล้วที่จะเคาะประตูประตูที่บีเปิดรับคริสเข้าไปโดยไม่เคยปฏิเสธ

                 เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น

                “อย่าเพิ่งเปิด” บุคคลที่อยู่หลังบานประตูทำตามด้วยการเปิดแง้มประตูไว้เพียงเล็กน้อย คริสตัดสินใจเอ่ยในสิ่งที่คิดทบทวนมานาน หล่อนมาที่นี่เพื่อบอกสิ่งนั้นกับบี “เราผิดตั้งแต่บอกให้เธอคอนโทรลความรู้สึกตัวเอง ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าความรู้สึกคนเราแม่งไม่แน่นอนยิ่งกว่าสภาพอากาศแล้วแหละถ้าความสุขของเราคือการเจอเรื่องบังเอิญที่ดีกับใจ เธอก็เป็นหนึ่งในเรื่องบังเอิญนั้นด้วยคือความสุขของเราแม่งมีเธออยู่ในนั้นด้วยไงบี เรามาเริ่มต้นรู้จักกันใหม่ให้ถูกต้องอีกครั้งได้รึเปล่า?”

               ประตูค่อยๆ เปิดออก แต่คนตรงหน้าไม่ใช่คนที่คริสหวังว่าจะเจอ

               

               แม่งผิดมาตั้งแต่ต้นจริงๆ ด้วย

               

                "พี่คริส"

                “ลี่...”







---------------------------------------

OMG...ใจเย็นๆ นะทุกคน


อยากอ่านเม้นท์จังเลย

ขอบคุณที่ยังมีคนคิดถึง BMT กันนะคะ -3-


วันพุธใครไปดูหนังที่ mbk กับพี่บีและน้องลี่ก็ พบเจอกันได้อิอิ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #716 ภรต. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 21:59

    Awkward

    #716
    0
  2. #686 4530656 (@4530656) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 22:45
    พีคในพีคสุดๆ จังหวะมันผิดไปหมดเลย
    #686
    0
  3. #677 Boombim_foryou (@Boombim_foryou) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 13:46
    กรี๊สสสส อยากปาโทรศัพทิ้ง แม่ง โมโห
    #677
    0
  4. #628 ไรท์หมี@Dogmouthbear (@thefluffygang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 13:33
    โอ้โหหห หแม่งเอ๊ยยยย โคตรพีคคคคค 
    #628
    0
  5. #609 nutte_BCRIS (@nutte_BCRIS) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 00:47
    หูยยยยยยยยยยยยยยย
    #609
    0
  6. #439 kaopodd2 (@kaopodd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 11:57
    โอ้โหหหหหห
    #439
    0
  7. #218 nuuopor (@nuuopor) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 23:58
    กิ๊ดดดดดอุทานออกมาเป็นคำหยาบคายยย
    #218
    0
  8. #203 สวนคุณยาย (@lovepimjai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 01:07
    อ๊ากกกกก อยากกลิ้งตังลงจากเขาไกรลาศ อื้อหือออ พีคค แล้วเรื่องจะเป็นยังไงต่อไปล่ะเนี่ยยย!!!
    #203
    0
  9. #145 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 01:00
    คริสกับลิลลี่ตอนรู้จักพี่บีก็พร้อมกัน สับสนก็พร้อมกัน ปรึกษาด้วยกัน พอมารู้ใจก็รู้ใจพร้อมกันอีกฮือ

    ทีมใครไม่ได้เลยค่ะ พี่บีคู่กับใครก็ดีไปหมดเลยย
    #145
    0
  10. #120 AeAnne_Saii (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 16:22
    คิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นลี่มาเปิดประตู แง้ ไรท์อ่ะ 😭 / รออ่านนะคะ เอาใจช่วยทั้ง3คน ตอนนี้มึนงงไปหมดละค่ะ 😂
    #120
    0
  11. #118 BC69 (@RainRc) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 12:01
    เราซุ่มอ่านมาซักพักตั้งแต่ ฟิต BMT ภาษาแล้วการเขียนของไรท์มันน่าหลงไหลเหมือนกับตัวละคร ของพี่คริสเลยอ่า ชอบนะเรื่องนี้ อ่านเพลินๆเห็นภาพ และก็รู้สึกตามที่ไรท์บรรยายออกมา ถ้ามีรวมเล่ม คงต้องบอกก่อนว่าจะจองคนแรกโอนคนแรกเลย ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆมาให้อ่านนะ สู้ๆนะ รอต่อ EP.หน้า :)
    #118
    1
    • #118-1 naninas (@naninas) (จากตอนที่ 5)
      5 ตุลาคม 2560 / 13:04
      ชื่นใจจจ ขอบคุณมากๆ นะคะ
      #118-1
  12. #117 Jinnapat2001 (@Jinnapat2001) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 20:37
    ไรท์รีบมาต่อเร็วๆเน้ออออ
    #117
    0
  13. #116 DUKK97 (@koomiiniiz_42) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 19:31
    โอโห เรานั้นห่าเหวกว่าบีอีกค่ะตอนนี้ เพราะไม่รู้จะทีมไหนดี ใจมันเรียกหาทุกทีม ฮือ ไม่อยากให้ใครเจ็บเลย
    #116
    0
  14. วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 13:04
    เราหลงรักภาษาของไรท์มากกกก (แอบซุ่มมาสักพักแล้วค่ะ วันนี้ขอเปิดตัวบ้าง55555) คือเราประทับใจในภาษาของไรท์ การเรียบเรียง ทุกอย่างเลยย ตั้งแต่ bmt แล้ว ก็อยากบอกว่าสู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ~
    ในส่วนของตอนนี้ถ้าเราเป็นพี่บีเราก็เลือกไม่ถูก แง ดีต่อใจทั้งคู่เลย อยากรู้เรื่องต่อม้ากกกกก รอติดตามอยู่นะคะ~
    #115
    1
    • #115-1 naninas (@naninas) (จากตอนที่ 5)
      4 ตุลาคม 2560 / 15:04
      ขอบคุณมากนะคะ ^^
      #115-1
  15. #114 zeira (@zeira_jin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 10:35
    ขยี้มาก าก่หห้หาห่ไนห วอทเนี่ยยย ไรท์เหมือนพาเราขึ้นไปจุดสูงของอารมณ์แล้วปล่อยเราลงมาแบบไม่ทันตั้งตัว
    #114
    0
  16. #113 Delight (@delight25) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 10:10
    ความรู้สึกมันควบคุมยากจริงๆแหละ
    #113
    0
  17. #112 MIAPB (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 08:46
    ไรต์รีบๆทาต่อน้าา รออ่าน😘

    #112
    0
  18. #111 pmnik (@iampeanut) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 19:32
    โอ้โหหหหหหห ไปไม่เป็นเลย ระเบิดตุ้ม TT
    #111
    0
  19. #110 trahciraP_LA (@trahciraP_LA) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 07:31
    โอยยย ตอนนี้รู้สึกห่_เหวมากๆเลยค่ะ ฮือออ
    #110
    0
  20. #109 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 02:38
    โอ้ยยยยยยยยอุทานว่าห่าเหว ห่าเหวมาก555555
    #109
    0
  21. #108 ppzmp (@ppzmp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 01:18
    ทิ้งระเบิดแบบนี้ไม่ได้น้าาา 5555 #teamcrisssss
    #108
    0
  22. #107 หมอกแสนเบาบาง (@njpm4ever) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 00:18
    จะยังไงก็Team Cris ค่ะ
    #107
    0
  23. #106 q_101yp (@q_101yp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 00:08
    โอ้วยยบี ทำไมต้องวันนี้คืนนี้ เวววววววว #alwaysteamcris
    #106
    0
  24. #105 Toeyy7038 (@Toeyy7038) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 23:28
    คือเอาจริงๆ กลางๆระหว่างสามคนนี้ก็ไม่มีใครผิดเลย ตอนแรกบีสนใจคริสมากกว่าจากที่อ่านแล้วพอคริสบอกให้ห้ามรู้สึกบีก็ทำ ลิลลี่ก็ไม่ผิดเขาแค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง พี่คริสก็ไม่ผิดที่จะกลัวความสัมพันธ์เพราะมีอะไรในใจ เนี้ยเลือกทีมไม่ได้อีกละ เหว้ยยยยย
    #105
    0
  25. #104 Toeyy7038 (@Toeyy7038) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 23:25
    อ่านจบตอนอุทานได้คำเดียวเลยค่ะไรท์ เชี้ย!!! คืออ่าวไรอ่าว อ่าวเห้ยยยย นี่คือสิ่งที่อยู่ในหัว ตอนเม้นเสร็จก็ยังคงอ่าวอยู่ค่ะ
    #104
    0