Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 4 : Episode 4 : Different heartbeats in one night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    2 ต.ค. 62

               




 Episode 4 : Different heartbeats in one night



 


                ในห้องนอนเงียบมากจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกา แม้นั่งทิ้งระยะห่างมากพอสมควรแต่บีก็ยังได้กลิ่นเหล้าจากตัวคริส บีนั่งกอดเข่าอยู่ปลายเตียง ส่วนคริสนั่งพับเพียบอยู่บนโซฟาพร้อมกับถังขยะที่หล่อนขอเอาไว้เพราะกลัวว่าจะอ้วกออกมาบีมองหน้าคริสสลับกับถังขยะที่หล่อนกอดเอาไว้ ในชีวิตบีไม่เคยต้องเสียเวลานอนมานั่งเฝ้าคนเมา คริสคือคนแรก

                “พะอืดพะอมว่ะ” เสียงแหบพร่าเอ่ย

                “กินไปกี่ขวดล่ะ?”

                “จำไม่ได้ แต่กินหมดทุกขวด”

                “รีบๆ อ้วก จะได้นอนสักที” บีเอ่ยและหันไปจัดหมอน คริสกำลังรู้สึกว่าบีเอือมระอากับผู้หญิงขี้เหล้าอย่างหล่อน คริสวางถังขยะลงกับพื้นและเหยียดตัวนอนลงบนโซฟาเหม่อมองเพดานสีขาว บีมองคริสนอนแน่นิ่งราวกับร่างไร้วิญญาณ “มานอนเตียงดิ เราจะไปนอนโซฟา”

                ไร้เสียงตอบและการเคลื่อนไหวใดๆ คริสไม่ได้ฟังที่บีพูดสักนิด เพราะเอาแต่นอนคิดว่ามาที่นี่ทำไม? เพราะรู้สึกไม่โอเคเหรอ?ก็เปล่า มาเพราะอยากมา ไม่ต้องคิดหรอกว่ามาเพราะอะไร เราไม่ได้อุ้มเหตุผลออกมาจากท้องพ่อท้องแม่ซะหน่อย คริสบอกตัวเองว่า ช่างแม่ง และเขี่ยเหตุผลทุกอย่างออกไปจากหัวเหลือเพียงเรื่องจูบของบีกับลิลลี่ที่ยังคงอยู่

                “คืนนี้ไม่ได้ไปต่อกับใครเหรอ?” บีชวนคุย เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเกินไป

                “ไม่อ่ะ”

                “ทำไมอ่ะ?”

                ไม่มีเสียงตอบ คริสทำให้บีเริ่มทำตัวไม่ถูก

                คริสเอ่ย หลังจากเงียบไปสักพักใหญ่ “เธอดูเหงาๆ นะ ดูบกพร่องเรื่องการเปิดบทสนทนาด้วย”

                “เหรอ?” ไม่รู้ว่าแอบโดนแขวะรึเปล่า แต่บียอมรับในสิ่งที่คริสพูดเมื่อครู่ “เพราะเราชอบอยู่คนเดียวมั้ง”

                “แปลก มีแต่คนกลัวการอยู่คนเดียว แต่เธอกลับชอบอยู่คนเดียว”

                “ตอนนี้เธอก็ดูเหงา ผิดกับเธอตอนอยู่ที่บาร์ มันเหมือนคนละคนเลย”

                “เวลาอยู่คนเดียวเราก็รู้สึกดีนะ ที่ไม่ต้องผูกมัดกับใครหรืออะไร แต่เวลาอยู่กับคนเยอะๆ เราก็สนุกอยู่คนเดียวบางทีมันก็โคตรเหงา แต่พอเวลาที่มีคนอยู่ด้วยเรากลับผลักไสเขา”

                “เพราะ?”

                “เคมีมั้ง” คริสตอบ “ปฏิกิริยาเคมีที่คนสองคนมีต่อกันซึ่งทำให้เขาเข้ากันได้ดี แต่เราไม่เคยมีปฏิกิริยานั้นกับใครเลย” คริสเริ่มเห็นด้วยกับเรื่องปฏิกิริยาเคมีที่ลิลลี่เคยบอก แม้ไอ้ปฏิกิริยาที่ว่ามันจะไม่มีตัวตนและจับต้องไม่ได้ก็เถอะ “แล้วก็แย่เข้าไปใหญ่ เพราะเราไม่เคยต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร”

                “คนเราก็ไม่ได้เคมีเข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งหมดหรอกมั้ง บางเรื่องก็ต้องใช้เวลาปรับอ่ะ”

                บีพอเข้าใจว่าสำหรับคริสเรื่องพวกนี้คงเป็นเรื่องไร้สาระที่หล่อนไม่อยากเสียเวลาด้วย คริสคงไม่อยากเปลี่ยนแปลงหรือปรับอะไร เพื่อความสัมพันธ์ที่ไม่รู้ว่าจะจบลงตอนไหนอย่างที่คริสเคยบอก กว่าที่เราจะรู้จักใครสักคนต้องใช้เวลาศึกษานานพอสมควร แล้วถ้าเกิดไปไม่รอดก็ต้องไปเริ่มต้นกับคนอื่นใหม่ แล้วถ้ามันไปไม่รอดอีกก็ต้องวนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันคงเสียเวลาใช้ชีวิตของคริส     

                แต่คริสไม่เข้าใจ คริสกำลังสงสัยว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำไมลิลลี่ถึงบอกว่าดูเข้ากันได้ดีกับบี มีจูบที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยกันโดยที่ไม่ต้องใช้เวลาปรับอะไรเลย?

                “ก็ฟังมาเยอะนะ ว่าคนเราจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กันมันต้องทิ้งความเป็นตัวเองไปครึ่งนึง ความสัมพันธ์ถึงจะไปต่อได้แบบยาวๆเราเคยอ่านนิยายเรื่องนึงอ่ะ ที่ตัวเอกเป็นมือปืนรักกับนางเอกที่เป็นดารา ฟังดูแล้วโคตรเส้นขนาดเลยใช่ป่ะ?”

                บีตั้งใจฟัง ราวกับไม่มีอะไรน่าสนใจอีกแล้วนอกจากน้ำเสียงแหบพร่าของคริสและเรื่องราวที่หล่อนกำลังเล่า

                “แล้วยังไงรู้ไหม? ทั้งๆ ที่รักอิสระ เดินทางด้านมืดมาตลอดมือปืนแม่งยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อชีดารา ทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้โดยไม่ให้ชีดาราต้องเดือดร้อน มันเป็นไปได้เหรอวะ ที่คนเราจะทุ่มเทเพื่อคนๆ เดียวได้ขนาดนั้น?อ่านเพลินๆ ก็สนุกดี แต่ถ้าเอาตามหลักความจริง มันจะทำได้จริงๆ เหรอวะ?”

                 “แล้วเรื่องมันจบยังไงอ่ะ?”

                 “ถ้าจบไม่สมหวังคงกลัวคนอ่านจะด่ามั้ง เลยจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง”

                “เอาจริงๆ ก็ทำได้แหละ” บีเอ่ย “เราว่าชีวิตที่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นคือชีวิตที่มีคุณค่านะ”

                บีรู้สึกถึงความเหงาและเปล่าเปลี่ยวในตัวคริส รู้สึกว่าคริสไม่ชอบความโดดเดี่ยว แต่ว่าคริสก็ดูแฮปปี้ที่ไม่ต้องผูกมัดกับใคร คงเหมือนกับการที่คริสเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าในแต่ละคืน มันเพื่อคลายเหงามากกว่าจะสร้างความสัมพันธ์               

                “เธอกำลังคิดว่าเราห่วยใช่ไหม?”

                “เปล่า”

                “คิดเถอะ เพราะเราห่วยจริงๆ” คริสลุกขึ้นเดินมานั่งข้างๆ บีที่ปลายเตียงไม่รู้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้หล่อนพูดมากหรือว่าเป็นเรื่องอัดอั้นในใจที่อยากระบาย สิ่งที่บีพอจะทำได้คือการรับฟัง

                “ทำไมคิดงั้น?”

                “พอความสัมพันธ์มันเริ่มมีเงื่อนไข เราก็เริ่มถูกคาดหวัง สุดท้ายเราก็ไม่ยอมทิ้งความเป็นตัวเอง เราไม่ยอมสู้เอาแต่คิดว่าแค่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกได้โดยไม่ต้องคาดหวังอะไรและไม่ต้องถูกคาดหวังจากใครก็พอแล้ว คนอย่างเราแม่งคงเหมาะกับการอยู่คนเดียวแล้วตายห่าไปเงียบๆ จริงๆ อ่ะแหละ”

                ความสัมพันธ์สำหรับคริสเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนและวกวนที่สุดบนโลกใบนี้ หล่อนไม่คิดจะสร้างมันขึ้นมา เพราะจุดสุดท้ายของความสัมพันธ์ก็คือคุณจะไม่รู้จักตัวตนของคนๆ นั้นจริงๆ มีเพียงความเจ็บปวดที่มันเจ็บจริงๆ และคุณอาจเป็นคนเจ็บเพียงคนเดียว มันเสียทั้งเวลา เสียทั้งความรู้สึกเพราะแบบนี้ คริสเลยเกลียดคำว่าความสัมพันธ์พอๆ กับเกลียดงูและแมลงสาป

                อย่างที่ลิลลี่บอกไม่ว่าโลกจะหมุนและดำเนินไปในทิศทางไหน คริสจะสวนทางเสมอ แต่จู่ๆ คนเราจะเกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงถ้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น บีอยากรู้ว่าอะไรทำให้หล่อนมีความคิดแบบนี้ เพราะตัวตนหรือประสบการณ์กันแน่

                “เมามากแล้ว นอนเหอะ” ระยะห่างหายไปกลายเป็นความใกล้ชิด แม้ใจจริงจะอยากคุยต่อเพื่อให้ได้รู้จักคริสมากขึ้น แต่คริสดูเหนื่อยล้ามากจนบีต้องตัดบท

                “ถ้าเธอได้นอนกับเรา เธอจะรู้สึกยังไง?” แต่บทสนทนาไม่จบง่ายๆ อย่างที่คิด

                “นอนกับเธอ?” บีชะงักกับคำถาม “นอนแบบที่เธอนอนกับผู้ชายพวกนั้นเหรอ?”

                “อืม นอนกับคนที่เธอไม่ได้รักอ่ะ”

                “ไม่รู้อ่ะ” บีส่ายหน้า “ถึงเธอจะบอกว่ารักกับเซ็กส์เป็นคนละเรื่องกัน แต่ถ้าตามหลัก เราคงทำไม่ได้หรอก”

                “ที่เธอเคยถามเราว่าถ้าผู้ชายที่เรานอนด้วยเกิดรักเราขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไงแล้วเราตอบว่า ถ้าเขาวิ่งตาม เราจะวิ่งหนี เธอกลัวเราจะวิ่งหนีเธอไปไหม ถ้าวันนึงเธอนอนกับเราแล้วเกิดรู้สึกอะไรกับเราขึ้นมาจริงๆ”

                “เราว่า เราคงคอนโทรลไม่ได้อ่ะ ทั้งเรื่องที่เราจะรู้สึกอะไรกับเธอ หรือเรื่องที่เธอจะวิ่งหนีเรา”

                “เธอคอนโทรลความรู้สึกตัวเองได้” คริสมองเข้าไปในดวงตาของบี ด้วยแววตาจริงจัง “อย่ารู้สึกอะไรกับเราได้ไหม”

                “หมายถึง อย่าให้เรารักเธอเหรอ?”

                “ทุกๆ ความรู้สึกที่คนเราจะสามารถรู้สึกต่อกันได้อ่ะ เราไม่อยากให้เธอรู้สึกจริงๆ นะบีถึงเธอจะไม่ได้กลัวก็เหอะ แต่เราไม่อยากวิ่งหนีเธอไป”

                บีไม่อยากให้คริสวิ่งหนีไปและสิ่งที่บีต้องคอนโทรลให้ได้คือความรู้สึกของตัวเอง บีมองคริส อย่ารู้สึกนะบี ราวกับสีหน้าของคริสเต็มไปด้วยประโยคนี้มันชักน่าสับสนเกินกว่าบีจะรับไหว ถ้าไม่ให้รู้สึกคริสก็ไม่ควรให้ใครเข้าไปในโลกของคริสตั้งแต่แรกรึเปล่า อีกอย่างมันห้ามกันได้ด้วยเหรอไอ้ความรู้สึกเนี่ย ในหัวบีมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมดตั้งแต่คริสก้าวเข้ามาในโลกของบี ไม่ใช่สิ ตั้งแต่ทั้งสองก้าวเข้าไปในโลกของกันและกัน

                “รับปากได้ไหมบี?” คริสวางมือลงบนมือบี “เขี่ยเหตุผลทิ้งไปก่อน เอาแค่เรื่องตอนนี้”

                “ถ้าเรารับปาก มันจะเป็นยังไงต่อ?”

                คริสตอบคำถามด้วยการโน้มคอบีลงมาจูบจูบที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแต่กลับละมุนละไม จูบรสเหล้า จูบของคริส จูบที่น่าสับสนที่สุดในโลก บีได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นถี่ราวกับจะกระเด็นออกมา จังหวะหัวใจของบีคงแตกต่างจากคริสโดยสิ้นเชิง

                ร่างเปลือยเปล่าของคริสนอนหันหลังให้บี ในความมืดนอกจากแผ่นหลังของคริสบีก็ไม่ปรารถนาจะมองสิ่งใดอีก ความรู้สึกของการนอนกับคนที่เราไม่ได้รักมันเป็นแบบนี้เองสินะ ความรู้สึกที่ไร้เหตุผล ไร้คำอธิบายหรือคำนิยามใดๆ มีเพียงความว่างเปล่าเป็นระยะห่างคั่นกลางระหว่างคนสองคน ไม่รู้ว่าเป็นการร่วมหลับนอนกับคนที่ไม่ได้รักครั้งที่เท่าไหร่สำหรับคริส แต่นี่เป็นการร่วมหลับนอนกับคนที่ไม่ได้รักครั้งแรกของบีบีเคยคิดว่าบีทำไม่ได้ เพราะบีเอาแต่หาเหตุผล บีพ่ายแพ้แรงดึงดูดของคริส แพ้แม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเอง

                “ราตรีสวัสดิ์” บีเอ่ยเสียงเบาและค่อยๆ หลับตาลง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คริสลืมตาขึ้นมา

                เพราะรสจูบและเซ็กส์ต่างหากที่ทำให้รู้สึกดี มันไม่ใช่ความรู้สึกรักอะไรหรอกคริสรู้ดี และหวังว่าบีก็น่าจะรู้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกรัก และหวังว่าบีจะคอนโทรลความรู้สึกของตัวเองได้ หลังจากคืนนี้คริสจะตื่นขึ้นมาสูบบุหรี่ที่ละมุนละไมมากกว่าบุหรี่ทุกมวนบนโลกเช่นทุกครั้งที่คริสเคยทำ แต่สิ่งที่คริสจะไม่ทำคือการวิ่งหนีไปจากโลกของบีบีที่เป็นเหมือนเซฟโซนและหลุมหลบภัยในโลกแห่งความเป็นจริงของคริส คนๆ เดียวกันกับบีไม่รู้ห่าเหวอะไรเลย

                “ไปก่อนนะ” คริสเอ่ยขณะที่บีลืมตาขึ้นมาพบว่าแสงแดดกำลังลอดผ่านผ้าม่าน บีมองคริสเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะได้ยินเสียงปิดประตูห้อง บีทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น มองร่างเปลือยเปล่าของตัวเองและมองบานประตูที่ผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นเพิ่งจะเดินออกไป

                มองและไม่คิดหาเหตุผลอะไรอีก

           


               บรรยากาศคืนวันศุกร์ในบาร์เต็มไปด้วยความสนุก นักดนตรีแจ๊สจากแคนาดาไม่ได้ดึงดูดความสนใจของบีเท่ากับคริสที่ยืนอยู่หน้าเวทีและกำลังโยกตัวไปมาตามจังหวะเพลง คริสยังเต้นและนัวเนียกับผู้ชายเหมือนทุกครั้ง ทำตัวไม่เหมือนคนที่เคยไปนอนห้องบีสามครั้ง ทำตัวราวกับไม่เคยร่วมหลับนอนกัน บีไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมคริสถึงห้ามไม่ให้บีรู้สึก

                บีกลืนเบียร์อึกสุดท้ายลงคอ เช็ดปากและมองการมาเยือนของเด็กสาวรอยยิ้มสดใสหนึ่งในคู่กรณีที่มีปัญหากับความรู้สึกของบี หากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง มันก็คงทำให้ความสามารถในการควบคุมความรู้สึกลดลงไม่ต่างกัน

                “โห...” ลิลลี่มองเบียร์วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะประจำของบี “เครียดอะไรมาป่ะเนี่ย?”

                “ก็..มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”

                “เรื่องไรอ่ะ?” ลิลลี่ตัดสินใจนั่งลงข้างๆ เท้าคางและจ้องมองบีอย่างตั้งใจ “เรื่องงานเหรอ?”

                มันไม่ใช่เรื่องงานอย่างที่ลิลลี่เข้าใจเพราะงานจะยากแค่ไหนบีก็ผ่านไปได้เสมอ บีไม่แน่ใจว่าลิลลี่จะช่วยได้ไหม เพราะขนาดบียังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงดี คงมีแต่เรื่องความรู้สึกนี่แหละที่บีไม่รู้จะผ่านไปยังไง ราวกับไม่มีทางออกและไม่มีทางแก้ไขให้มันชัดเจนขึ้นเลย ขนาดตอนนี้แค่สายตาของลิลลี่จ้องมองมา บีก็แทบไม่ไปเป็น

                “ไม่ใช่หรอก” บีหลบสายตา

                “ท่าทางซีเรียสนะเนี่ย” ลิลลี่ตัดบท “ลี่ไม่เซ้าซี้ละ แต่พรุ่งนี้ที่นัดกันไว้ห้ามเบี้ยวล่ะ”

                “หกโมงเย็นที่หอศิลป์ ไม่เบี้ยวหรอก”

                “ดีมาก” ลิลลี่ยิ้มยิ้มที่มีอิทธิพลต่อหัวใจบี “ชอบไหม?”

                “ห้ะ?”

                “วงดนตรีอ่ะ”

                “อ๋อ...” บีตอบตะกุกตะกัก เพราะเข้าใจว่าลิลลี่ไม่ได้หมายถึงวงดนตรี แต่หมายถึงรอยยิ้มของหล่อน “อืม ชอบสิ”

                ราวกับว่าผู้คนมากมายในบาร์อยู่บนดาวคนละดวง อยู่บนโลกคนละโลกกับบี การได้เจอคนที่ทำให้รู้สึกว่ามาจากดาวดวงเดียวกันอย่างลิลลี่จึงทำให้ชีวิตอันแสนแปลกแยกและเต็มไปด้วยความเหงาของบีได้มีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งสองใช้เวลานั่งฟังเพลงด้วยกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อ บีไม่เคยเบื่อที่จะมองรอยยิ้มของลิลลี่เลย

                “เรื่องที่เข้าใจยากที่สุดสำหรับลี่คืออะไรอ่ะ?” บีเปิดบทสนทนาเมื่อเพลงบรรเลงจบ

                “คณิตศาสตร์” ลิลลี่ตอบโดยแทบจะไม่คิด

                “ไม่เอาเรื่องเรียนดิ”

                “จริงๆ เรื่องอื่นก็ไม่มีอะไรเข้าใจยากหรอก ถ้าเราพยายามทำความเข้าใจอ่ะ”

                “แล้วเรื่องที่ลี่จูบพี่ล่ะ?”

                เสียงเพลงเริ่มบรรเลงขึ้นอีกครั้งเป็นจังหวะเดียวกับที่บทสนทนาเริ่มเข้าสู่ความเงียบงัน บีคงบกพร่องเรื่องการเปิดบทสนทนาอย่างที่คริสบอกจริงๆ เพราะคำถามของบีทำให้รอยยิ้มของลิลลี่ค่อยๆ จางหายไปไม่รู้จะโทษแอลกอฮอล์หรือตัวเองที่จู่ๆ ก็พูดเรื่องที่มันผ่านไปแล้วขึ้นมา

                “เออเนอะ” ลิลลี่กึ่งยิ้มกึ่งหัวเราะ “อันนั้นก็น่าจะเป็นอีกเรื่องนึงที่เข้าใจยาก”

                “ขอโทษนะ พี่แม่งคงเมาแล้ว” บีพยายามตัดบท และพยายามกลับมาตั้งสติ สงบปากสงบคำดังเดิม

                บีกำลังถามตัวเองว่าจะอยู่กับความไร้เหตุผลของเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน มันไม่ชัดเจนมาตั้งแต่แรกและไม่มีทางชัดเจนจริงๆ ใช่ไหม? บีไม่ควรรู้สึกอะไรกับใครทั้งกับคริสและลิลลี่ บีควรเดินออกไปจากบาร์และเดินออกไปจากโลกของผู้หญิงสองคนนั้น โดยไม่ต้องย้อนกลับมาเจอเรื่องไร้เหตุผลอันน่าสับสนพวกนี้อีก มันควรจะเป็นอย่างนั้นใช่ไหม? แล้วเมื่อไหร่ไอ้เครื่องหมายคำถามในหัวมันจะหลุดออกไปสักที?

                “ไปล้างหน้าหน่อยเถอะ” ลิลลี่ยื่นมาให้บีจับ และบีก็จับมือของหล่อนอย่างว่าง่าย ราวกับร่างกายสั่งการอัตโนมัติอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ความจริงอยากจะรักษาระยะห่างมากแค่ไหน บีต้านทานอะไรไม่ได้เลยทั้งลิลลี่และความรู้สึกของตัวเอง

                บีลูบหน้าลูบตาและเดินออกมาหาลิลลี่ที่รออยู่หน้าห้องน้ำ ลิลลี่ยื่นมือมาให้บีจับอีกครั้ง บีมองมือของลิลลี่สลับกับรอยยิ้มมุมปากนั่นบีควรจับมือลิลลี่ดีไหม? และบีควรรู้สึกยังไงและควรรู้สึกกับใครกันแน่? ถ้าคริสไม่ให้บีรู้สึกอะไรด้วย แล้วกับลิลลี่ล่ะ บีควรรู้สึกด้วยรึเปล่า? บีกำลังเมาและคนเมามักทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรองก่อนทั้งนั้นแหละ 

                และถ้าชีวิตอยากได้ความไร้เหตุผลจากบีมากนักก็อย่ามาถามหาเหตุผลจากสิ่งที่บีจะทำต่อจากนี้เลย

                บีดันมือลิลลี่ออกเบาๆ และดันตัวลิลลี่เข้ากับกำแพง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจูบที่ริมฝีปากบางของหล่อน บีรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาตอบสนองจากลิลลี่ นี่ไม่ใช่จูบที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอีกแล้ว มันนานพอให้ต่างฝ่ายต่างรับรู้รสสัมผัสของกันและกัน ลิลลี่รับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าของบี รับรู้ได้ถึงรสเบียร์บนริมฝีปาก รับรู้ว่าเรื่องนี้มันช่างไร้เหตุผลบีค่อยๆ ถอนจูบออก สีหน้าของลิลลี่ไม่ได้บ่งบอกอะไร ไม่ได้รู้สึกตกใจหรืออึ้งไปกับการกระทำของบีครั้งนี้

                “ทำไมพี่บีทำอย่างนี้อ่ะ?” 

                “พี่...” บีพยายามหาเหตุผล แต่ไร้ประโยชน์ บีส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ “พี่...ไม่รู้...”

                “เห็นไหม ลี่บอกแล้วว่ามันไม่มีเหตุผล”

                ลิลลี่จับปกเสื้อเชิ้ตของบีและดึงมันเข้ามา ทั้งสองประกบริมฝีปากกันอีกครั้ง ถ้าจะไร้เหตุผลก็ไร้เหตุผลให้มันสุดๆ ไปเลยแล้วกัน บีไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่จะตามมาคืออะไร แต่พอกันทีกับเครื่องหมายคำถามในหัว บีจะไม่ตั้งคำถามอะไรอีกแล้วเพราะบีรู้ดีว่าหาคำตอบยังไงก็หาไม่ได้ หากความรู้สึกเข้ากันได้ดีเกิดจากสารเคมีชนิดเดียวกันของคนสองคน ณ เวลานี้ บีกับลิลลี่คงเป็นสารเคมีที่มีปฏิกิริยาที่เข้ากันมากที่สุด

                ลมเย็นๆ บนดาดฟ้าพอทำให้ใบหน้าของบีหายร้อนได้บ้าง แสงไฟจากตึกและการจราจรยามค่ำคืนเริ่มทำให้บีมีสติ จูบนั้นจบลงด้วยการยืนสนทนาด้วยกันบนชั้นดาดฟ้าอันเงียบสงบ บีมองลิลลี่กำลังเหม่อมองท้องฟ้าไร้ดาวและคิดถึงเหตุการณ์อันไร้เหตุผลเมื่อครู่บีเชื่อแล้วว่ามันไร้เหตุผล

                “เมื่อกี้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในหอศิลป์เลย ว่าไหม?” ลิลลี่เอ่ย

                “ยังไงอ่ะ?”

                “มีภาพวาดบางภาพที่ต้องทำความเข้าใจอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ไม่เข้าใจเลยสักนิด จนต้องบอกตัวเองว่าช่างมัน...ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ รู้แค่ว่าชอบภาพนั้นเพราะมันสวยมากก็พอแล้ว” ลิลลี่หันมาส่งยิ้ม “มันเหมือนเรื่องตอนนี้เลยอ่ะพี่บี”

                “คงเป็นภาพวาดที่เข้าใจยากน่าดู” บียิ้ม

                “จับมือกันแล้วเดินในหอศิลป์ ด้วยความรู้สึกแบบนั้นได้ไหมพี่บี?”

                “ความรู้สึกแบบไหนอ่ะ?” 

                “รู้สึกชอบ ทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจอ่ะ”

                บีตอบกลับไปเป็นรอยยิ้ม


                อย่ารู้สึกนะบี


                เสียงของคริสดังเข้ามาในความคิด อย่ารู้สึกเหรอ? บีคงต้องผิดคำพูดคริสเพราะบีกำลังรู้สึกอะไรบางอย่าง ทั้งกับเด็กสาวรอยยิ้มสดใสคนนี้ และกับผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นที่ก้าวเข้ามาในโลกของบีพร้อมๆ กัน แต่บีคงจะไม่บอกออกไป เพราะบีไม่อยากให้ความรู้สึกทำให้ใครต้องวิ่งหนีออกไปจากโลกของบี

                แม่งไม่มีเหตุผลเลย ว่าไหม?

               

 




 -------------------------------------


บีน้ำทิ้บวินๆ ค่ะ ต้องยอมให้เขาจริงๆ


ตอนนี้สั้นไปนิดนึง ขออภัยอย่างแรง

ยังไงก็เม้นท์หน่อยนะ อยากอ่านเม้นท์จัง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #715 ภรต. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 20:40

    ู้รู้สึกชอบ​ ทั้งๆที่ไม่เข้าใจ​งั้นเหรอ​ แปลกดีจัง... ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยนะคนเรา

    #715
    0
  2. #608 nutte_BCRIS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 00:36
    จริงๆ ก็รู้สึกถึงคริสตลอดใช่มั้ยบี แต่ก็รู้สคกกับลี่ แต่ก็ .... อ่ะไม่เดาละ อ่านต่อออ 5555555
    #608
    0
  3. #594 thefluffygang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 00:00
    งือออ เออ รู้สึกชอบทั้งๆที่ไม่เข้าใจจริง
    #594
    0
  4. #438 kaopodd (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 11:44
    มันไม่มีเหตุผลเลย
    #438
    0
  5. #217 nuuopor (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 23:33
    ถามว่าทำไมทั้งตอนเลย ตอนคริสห้ามบีรู้สึกนี่นอนปิดหน้าเลยฮือ
    #217
    0
  6. #119 AeAnne_Saii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 15:56
    อ่าว ทำไมงงไปกับพี่บี เอ่อออ ก็ช่างมันเถอะเน้าะคะ 😂😂😂😂
    #119
    0
  7. #100 ing-mithuna (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 22:25
    ชอบบีลิลลี่ เป็นคู่ที่น่ารัก ละมุน อร๊ายยย -//-
    #100
    0
  8. #77 ksos (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 15:11
    สำนวนดีมากกก ให้ความรู้สึกหว่องๆท่ามกลางแสงสีเขียวสีแดงสีชมพูและสีเหลือง อ่านแล้วนึกถึงตัวเองดีค่ะ
    #77
    3
    • #77-3 naninas(จากตอนที่ 4)
      4 ตุลาคม 2560 / 15:05
      55555555 ต้องการจะสื่อแบบนี้เลย รู้สึกดีมีคนเข้าใจ ฮือออออ
      #77-3
  9. #76 AuJariya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 14:46
    งงๆๆกันทั้ง3คนอ่าค่ะไรท์ แต่ทำไมพี่บีอบอุ่นจัง
    #76
    0
  10. #75 jaaoraraiake (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 00:47
    ตรงประโยคที่ ?ถ้าเธอได้นอนกับเรา เธอจะรู้สึกยังไง?? ในใจนี่แบบก็ลองนอนกันเลยสิ! สักพักอ้าวได้กันจริงๆด้วยเว้ย.. แต่ชอบนะ แบบไม่อ้อมค้อมดี555

    พี่บีที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลยควบสองแล้วฮืออ นี่คือคนที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรจริงๆหรอคะ.. ไม่รู้จะทีมไหนดี พี่คริสก็แซ่บๆไม่แคร์อะไรแต่น่าค้นหา ลิลลี่ก็น่ารัก โลกสดใส ยิ้มหวานๆงี้ เป็นพี่บีก็เลือกไม่ได้จริงๆอ่ะแหละ

    มีความพูดถึงฟิคBMTนิดนึง คิดถึงมากเลยฮืออ อยากให้ไรท์ทำเล่มBMT .. //ไรท์อย่าตบหนู5555
    #75
    0
  11. #74 ppremej (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 15:49
    สับสนสุดดดด เเละผู้ชนะคือบีน้ำทิ้บผู้ไม่รู้ห่าเหวอะไรเล้ยยยย 555555 /ติดตามนะคะะ
    #74
    0
  12. #73 delight25 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 19:34
    ในความสับสน ก็มีความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ;)
    #73
    0
  13. #71 chukichi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 17:18
    บีดูงงๆนะ คิดเยอะมากแต่ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลย5555
    #71
    0
  14. #70 summerboy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 08:35
    พี่คริสนั่นแหละที่รู้สึกกลับพี่บีไปแล้ว แต่นางมีปมเก่าที่เจ็บปวดมากเลยกลัวที่จะรักใครแล้วเขาจะจากไป
    #70
    0
  15. #69 nasorn-22 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 08:12
    ......
    #69
    0
  16. #68 newrwdia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 07:50
    วนกลับมาอ่านอีกรอบ สงสัยกับประโยค ?อย่ารู้สึกนะบี? เอ่อ...ถ้าไม่ให้รู้สึกจะมาทำให้รู้สึกทำไม ?!
    #68
    0
  17. #67 ideeppnk21 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 00:33
    พี่บีโครตจะสับสนเลยอ่ะ เป็นบีที่ไม่รู้ห่ารู้เหวอะไรเลยจริงๆ 5555



    แต่ก็มีความเอ็นดูในความไม่รู้ห่ารู้เหวนี้นะ
    #67
    0
  18. #66 Toeyy7038 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 23:36
    รู้สึกว่ามันจะต้องมีจุดแตกหักของคริสลิลลี่เข้าแน่ๆ5555555
    #66
    0
  19. #65 zeira_jin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 23:31
    อ่านแล้วสับสน อึดอัดไปพร้อมตัวละครเลย
    #65
    0
  20. #64 pammylover (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 23:28
    อย่ารู้สึกอะไร ขนาดนี้แล้ววว แง้
    #64
    0
  21. #63 newrwdia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 23:18
    มีการแขวะคุณบีและครุณคริส 555555555 แต่เราว่านะไปๆมาๆคนที่วิ่งต่มอาจจะเป็นพี่คริสก็ได้...
    #63
    1
    • #63-1 newrwdia(จากตอนที่ 4)
      25 กันยายน 2560 / 23:21
      เอ่อแล้วก็... เมื่อกี้อะคริสบีหรือบีคริส 555555
      #63-1
  22. #62 ijaowhann (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 22:16
    พี่คริสแข็งกระด้างจัง ฮืออ ลิลเลลลล่ หนูลูก เรียนจบก่อน 5555
    #62
    0
  23. #61 Ratmanee_kiekie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 21:14
    เรื่องบางเรื่องก็อย่าไปหาเหตุผลมันเลย รู้สึกคือรู้สึก ไม่รู้สึกก็คือไม่รู้สึกดิ่ หัดช่างแม่งบ้างก็ได้
    #61
    0
  24. #60 Ryojin29 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 20:57
    เอาจริงๆ เหมือนบีแม่งเอาความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงสองคนมาผสมกันไปหมด มันเลยแยกไม่ออกรึเปล่า ว่าสำหรับใคร ควรต้องทำยังไง
    #60
    0
  25. #59 sweettyploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 20:44
    ได้คู่ งานนี้
    #59
    0