Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 19 : Episode 19 : Only evidence of the northstar

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    20 พ.ย. 60



Episode 19 :  Only evidence of the northstar






               หอศิลป์ในเย็นวันศุกร์ก็บรรยากาศคล้ายๆ กับหอศิลป์ในวันนั้นที่คริสเคยได้มาเป็นครั้งแรก คริสเดินดูภาพวาดบนผนังอย่างในวันนั้นก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงกับพื้น จ้องมองภาพวาดสีน้ำมันที่ไร้รูปร่างอยู่ภายในนิทรรศการภาพสีน้ำมันที่จัดขึ้นในหอศิลป์ที่มีไฟสีส้มสบายตาให้ได้มองภาพตรงหน้า มีเพียงสีที่บ่งบอกว่าคือสีอะไร และเส้นตรงที่บ่งบอกว่ากำลังถูกขีดเขียนไปในทิศทางไหน คริสมองมันอยู่อย่างนั้นโดยไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ความหมายของมันคืออะไร? คนวาดต้องการสื่อสารอะไรออกมา? คริสไม่รู้อะไรเลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้องกลับมาในโลกของคนอื่นอีกครั้งเพื่อนั่งมองภาพวาดสีน้ำมันราวกับอยากถูกมันเปรอะเปื้อนที่มือ ราวกับต้องการฝึกผสมมันอีกครั้งพร้อมน้ำเสียงนุ่มทุ้มของคนบางคนที่เอ่ยสอนคริสหันไปมองเด็กๆ ฝึกผสมสีแล้วนึกถึงตัวเองในครั้งนั้น พลางคิดว่าหากคนบางคนมาเห็นการสอนผสมสีน้ำมันที่นี่ ณ ตอนนี้ เขาจะคิดถึงคริสบ้างรึเปล่า?

                แต่ที่รู้ๆ คริสหาคำตอบในการมาหอศิลป์ไม่ได้เลยสักครั้ง

                ในบาร์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อร้าน นอกจากชื่อบทเพลงแห่งความทรงจำที่ถูกบรรเลงโดยวงดนตรี  ที่นี่ไม่มีความตื่นเต้นหรือสิ่งเร้าใดให้น่าดึงดูด มันสงบเงียบจนแทบไร้ผู้คน หากมีอะไรดึงดูดก็คงเป็นเพลง Affection จากวง Cigaresttes after sex ที่คริสไม่อยากฟังมันอีกต่อไป แต่รู้ตัวอีกทีคริสก็นั่งอยู่ตรงนี้ตรงโต๊ะด้านหน้าสุดริมเวที นั่งมองและนั่งฟังบทเพลงแห่งความทรงจำกำลังเล่าความหมายของการบอกรักที่ไม่มีแม้แต่คำว่ารัก พร้อมกับการมาของคนบางคนทำให้คริสใจกระตุกวูบ คนบางคนที่น่าจะตามบทเพลงนี้เข้ามาเช่นเดียวกันกับคริส คนบางคนที่คริสไม่สมควรจะเจอ แต่ก็ได้เจอโดยบังเอิญถึงสองครั้งสองคราในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน

                น่าแปลกที่จู่ๆ บีก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ในใจ ทั้งที่คริสเป็นแค่คนที่บีไม่ได้เลือกและเป็นแค่คนที่บีไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ด้วย มันเกิดจากระยะห่างของบทสนทนาเกิดขึ้นในการทักทายบีเพิ่งสังเกตเห็นว่าผมของคริสสั้นลงเล็กน้อย มีสีน้ำตาลบลอนด์อ่อนๆ เข้ากับเครื่องสำอางบนใบหน้า สีลิปสติกฉูดฉาดบนริมฝีปากกลับกลายเป็นสีนู้ดอ่อนๆ แตกต่างจากที่เคยเห็น แน่นอนว่าคริสเปลี่ยนไปมากโดยเฉพาะสายตาที่ใช้มองบี มันเป็นสายตาอันเรียบนิ่ง ไร้ความรู้สึกใดๆ ไม่บ่งบอกว่าดีใจหรือไม่พอใจที่ได้เจอบีในคืนนี้ บีอ่านคริสไม่ออกเลย ไม่เคยอ่านออกสักครั้งราวกับว่านี่ไม่ใช่คริสคนเดิมที่บีเคยรู้จัก 

                 บีรู้สึกว่านี่คือความเย็นชาท่ามกลางความปวดร้าวของหัวใจสองดวง หรืออาจจะแค่หนึ่งเพราะบีไม่อยากให้คริสปวดร้าวที่ได้เจอบี

                “เธอชอบที่นี่รึเปล่า?” คริสตัดสินใจถามเมื่อสิ้นเสียงเพลงแห่งความทรงจำ

                “ก็ดีนะ”

                “จะกลับมาอีกรึเปล่า?” คริสเอ่ยถามอีกครั้ง

                “ไม่รู้สิ ทำไมล่ะ?”

                 “ถ้าเธอมา เราจะได้เลิกมา”

                คริสส่งยิ้มบางๆ เมื่อเอ่ยจบ คงจะเป็นอย่างนั้นคริสไม่ได้ปวดร้าวที่ได้เจอบีจริงๆ

                บาร์นี่มันแย่สิ้นดี มันไม่น่าสนุกและไม่มีอะไรน่าดึงดูดให้เข้ามาสักนิด แต่ทำไมคริสยังตัดสินใจนั่งอยู่ตรงนี้ ใกล้ๆ กับคนบางคนที่ควรจะถอยออกห่างให้มากที่สุดในชีวิตคนบางคนที่คริสต้องเลิกรัก ไม่สิคริสเลิกรักคนบางคนไปแล้ว เลิกรู้สึกและเลิกคิดถึงมาตลอดระยะเวลาที่ตัดสินใจออกมาจากบาร์แห่งความสับสนและทิ้งความสุขครึ่งหนึ่งในชีวิตไป และทุกครั้งที่เผลอกลับไปแตะความรู้สึกเก่าๆ คริสมักจะบอกกับตัวเองเสมอว่าคริสเลิกรักคนบางคนไปแล้วจริงๆ บอกตัวเองขณะที่ก้าวเท้าเข้ามาในบาร์ไร้ชื่อ เพื่อฟังบทเพลงแห่งความทรงจำนั่นแหละ

                ใช่ทุกๆ ครั้งที่ความทรงจำออกมาปรากฏ ดั่งเช่น ณ ตอนนี้ คริสมักจะบอกกับตัวเองเสมอ ว่าคริสได้เลิกรักคนบางคนไปแล้ว คนที่เป็นดั่งเซฟโซนและหลุมหลบภัยจากโลกบ้าๆ ของคริส คนที่ทำให้เซ็กส์มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง คนที่ทำให้หัวใจอันเย็นระเยือกกลับมาอบอุ่นได้อีกครั้ง

                “เธอคงลำบากใจที่ต้องเจอเรา” บีเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่คริสรู้สึกได้ถึงการตัดพ้อในน้ำเสียง

                “เราไม่ได้ลำบากใจ เราแค่ไม่อยากเจอเธออีก” คริสตอบไปตามสิ่งที่หัวสมองสั่งการ “ก็ตลกดีนะ เธอว่าไหม? ยิ่งอยากหนี อยากลืม ก็ยิ่งเจอแล้วก็ยิ่งจำ ไอ้สิ่งที่กำลังขีดเขียนโชคชะตาให้เป็นแบบนี้แม่งโคตรใจร้ายเลย ทำไมมันต้องให้เราเจอกันในขณะที่เราควรลืมกันไปตั้งนานแล้วก็ไม่รู้”

                บีเงียบไป ราวกับกำลังถกเถียงกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไม่จบสิ้น บีก็เป็นแบบนี้เสมอพยายามตั้งคำถามและหาคำตอบให้สิ่งต่างๆ แต่ไม่เคยได้คำตอบเลยสักครั้ง บีไม่เคยได้คำตอบอะไรเลย นอกจากคำตอบเดียวที่ว่าบีไม่เลือกคริสไม่ว่ายังไงก็ตาม บีก็ไม่มีวันเลือกคริส สิ่งนี้ล่ะมั้งที่ทำให้คริสต้องยอมถอยออกมาโดยไม่รอให้ความสับสนเป็นผู้ตัดสิน

                “หน้าเธอมีเครื่องหมายเควสชั่นมาร์คอีกแล้วนะบี” คริสเอ่ยอย่างรู้ทันว่าคิ้วสองข้างที่ขมวดเป็นปมของบีมันมักมาพร้อมกับคำถามในหัวเสมอ ซึ่งคริสพอจะเดาออกว่ามันคือเรื่องอะไร

                “ทำไมเธอถึงไปโดยไม่ให้โอกาสเราได้บอกลาเลย?”

                บีถามคำถามโง่เง่าที่สุดในโลก คริสรู้สึกแบบนั้นทำไมคริสต้องฟังคำบอกลาของบีด้วย? การบอกลามักจะมาพร้อมกับเหตุผลร้อยพันเพื่อประคับประคองให้การบอกลาเป็นไปอย่างสวยงามเสมอ คริสว่ามันน้ำเน่า คนจะไปก็แค่ไป ไม่เห็นจำเป็นสักนิดที่ต้องบอกลา คริสไม่อยากฟังคำลาจากบีนักหรอก เพราะคนที่โดนตอกย้ำก็มีแค่คริสคนเดียวและการที่ไม่ถูกเลือกมันก็มีความหมายเหมือนกันกับการบอกลานั่นแหละ เวรเอ๊ย คริสสบถกับตัวเองในใจเบาๆ เพราะกำลังหงุดหงิดคนที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลยอย่างบี

                “โอกาสเหรอ?” คริสพยักหน้า และเอ่ยต่อ “งั้นเธอก็บอกลาเราตอนนี้ แล้วเดินออกไปสักทีสิ”

                “ไม่จำเป็นต้องเย็นชากับเราขนาดนี้ก็ได้”

                “เราควรทำตัวยังไงกับคนที่ไม่เลือกเราเหรอ?” คริสถามย้อนกลับ และนั่นทำให้บีแทบไปไม่เป็น

                “เรากลายเป็นเรื่องแย่ๆ สำหรับเธอไปแล้วใช่ไหมคริส?”

                “รู้ตัวหนิ”

                “งั้นบอกเราสิ ว่าเธอลืมเรื่องดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นไปแล้วจริงๆ” คริสตอบคำถามด้วยความเงียบ และบางทีความเงียบน่าจะเป็นคำตอบที่ดังที่สุด บีก้มหน้าลง ยอมรับในสีหน้าราบเรียบและคำตอบที่ส่งผ่านออกมาจากแววตาคริสกำลังลืมทุกอย่างจริงๆ ซึ่งมันก็สมควรแล้ว “คงเพราะเจอคนๆ นั้นแล้วใช่ไหม คนที่เป็นความสุขที่ไม่มาพร้อมความเจ็บปวดน่ะ?”

                “อืม” คริสตอบ พลางคิดถึงเหตุการณ์บนถนนใจกลางเมือง “เขาอาจเป็นความเจ็บปวดของเราในสักวันก็ได้ แต่แล้วยังไงล่ะ? ความรักแม่งมาพร้อมความเจ็บปวดและเงื่อนไขเป็นร้อยๆ ข้อเสมอแหละ ถึงเราเกลียดและขยะแขยงความสัมพันธ์มากแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วเราก็ยังต้องการใครสักคนที่เรารู้สึกวางใจที่จะรักอยู่ดี เรารู้ตั้งแต่เราเริ่มรู้สึกรักเธอนั่นแหละ เธอทำให้เราเบื่อที่จะโบยบินและอยากมีบ้านที่อบอุ่นเอาไว้พักพิง จริงๆ เราก็เจอแล้วบ้านหลังนั้นแล้วนะแต่ว่ามันไม่ได้เปิดรับแค่เราคนเดียวไง”

                คนที่เกลียดความสัมพันธ์ยิ่งกว่างูและแมลงสาปได้หายไปแล้วบีมองคริส พลางคิดว่าคนๆ นี้ไม่ใช่คริสคนเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่คนหยาบกระด้างกร้านโลกและมักจะเดินสวนทางกับโลกเสมอ ไม่ใช่อีกแล้ว บีรู้สึกแบบนั้นเมื่อได้มองเข้าไปในแววตาอันเย็นเฉียบ ไร้อารมณ์และไร้เยื่อใย บีไม่เคยรู้สึกมั่นใจอะไรขนาดนี้มาก่อน ความมั่นใจที่ว่าคริสเลิกรักบีได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจริงๆ

                “เขาแทนเราได้ใช่ไหม?”

                “ไม่มีใครแทนเธอได้หรอกบี” บีอยากจะดีใจที่ได้ยินแบบนี้ แต่ต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อได้ยินประโยคถัดมา “แต่รู้ไหม? มีความสุขโดยที่ไม่มีเธอมันก็ดีกว่าจริงๆ แหละ”

                ไม่รู้ทำไม ทุกๆ คำพูดที่ออกมาพร้อมน้ำเสียงแหบพร่าและแววตาคู่นั้น ฟังดูจริงจังและกลั่นออกมาจากความรู้สึกแทบทุกประโยค บีอยากเข้าข้างตัวเองว่าคริสอาจโกหกตัวเองเหมือนที่เคยทำ แต่ไม่เลยสักนิดคริสกำลังมีความสุขโดยที่ไม่มีบีจริงๆ บีรู้สึกได้ แล้วบีจะมานั่งทำตัวโง่เง่าถามหาเหตุผลอะไรอยู่ตรงนี้อีกล่ะ? บีหงุดหงิดตัวเองไม่แพ้กันหรอก น่าแปลกที่มันค่อนข้างเจ็บปวด แต่สิ่งที่คริสเคยเจ็บคงมากกว่านี้เป็นล้านเท่า บีเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจแม่งทั้งหมดนั่นแหละ เข้าใจในวันที่ไม่สมควรจะเข้าใจ เวรเอ๊ย บีสบถกับตัวเองในใจ และบีเกลียดตัวเองเสมอมา

                โลกไม่เคยรู้เหรอว่าการตัดสินใจที่มาพร้อมกับความสับสนมันยากแค่ไหน แล้วทำไมโลกนี้ต้องมีคำว่าสายเกินไปด้วย?

                “เขาดีกับเธอไหม?” บีถามต่อ ราวกับอยากจะซ้ำเติมตัวเองให้มากที่สุด

                คริสยิ้มเมื่อได้ฟังคำถาม “เราเคยคิดว่าเธอก็ดีกับเรานะบี แต่สุดท้ายแม่งก็ดีไม่สุดอ่ะ แล้วไอ้ความดีนี่มันต้องยังไงวะ? เราเลิกเชื่อเรื่องดี-เลวไปนานแล้ว” คริสหัวเราะกับตัวเองเบาๆ “ทำไมรู้สึกเหมือนเราเป็นแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกกันเลย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยซ้ำ จริงๆ เธอควรแกล้งทำเป็นไม่เห็นเรา แล้วเดินออกไปเงียบๆ หลังเพลงจบด้วยซ้ำนะ หรือไม่ก็คิดซะว่าไม่เคยรู้จักเราน่ะ ช่วยโกหกความรู้สึกตัวเองหน่อย เธอเก่งเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ?”

                “ถึงแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก แต่ความจริงที่ว่าเรารู้จักเธอแล้วมันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก”

                “ลืมๆ มันไปเถอะ ลืมทุกเรื่อง แล้วก็ลืมเราด้วย”

                “แค่แกล้งทำเป็นไม่รู้จักเธอเรายังทำไม่ได้เลย แล้วเราจะลืมเธอได้ยังไง?”

                ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา เวลาที่ลิลลี่เคยบอกไว้ว่ามันจะช่วยเยียวยาทุกอย่างบีเข้าใจ แต่พอไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่บีกลับท้อใจราวกับความทรงจำกำลังเล่นซ่อนหา บีไม่รู้ว่ามันแอบซ่อนอยู่ที่ใดบ้าง แต่บีไม่เคยตั้งตัวทันในทุกๆ ครั้งที่มันมาปรากฏตัวบีรู้สึกหมดหนทางที่จะทำในสิ่งที่เรียกว่า การลืม ถึงแม้ต้องการลืมทุกอย่างแต่เรื่องราวที่ผ่านมามันยังค้างคาในใจ ราวกับว่าคริสไม่มีทางหายไปจากความรู้สึกของบีได้ บีหมดหนทางที่จะทำให้คริสเข้าใจว่าทำไมบีถึงต้องมานั่งโง่เง่าอยู่ตรงนี้ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่าควรเดินออกไปสักทีสิ้นสุดคำว่า เราจะลืมเธอได้ยังไง? คริสรับรู้ถึงน้ำตาที่ค่อยๆ เอ่อคลอในแววตาคู่นั้นของบี บีคงพยายามที่จะลืมแล้ว คงพยายามที่จะใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีคริสเช่นกันนั่นแหละบีคงพยายามไม่น้อยไปกว่าคริสนักหรอก แต่ถ้าให้เดาบีน่าจะทำไม่ได้เพราะกำลังถูกความทรงจำตามเล่นงาน ไอ้คนไม่รู้ห่าเหวอะไรเอ๊ย คริสอยากจะเข้าไปกอดปลอบใจและบอกว่าคริสเข้าใจบีมากแค่ไหนว่าการพยายามลืมใครสักคนแต่ทำไม่ได้มันโคตรเจ็บปวดแต่สิ่งที่คริสทำได้อย่างเดียวในตอนนี้คือ การนั่งข่มใจ

                “ถ้าอย่างนั้น เราจะทำเป็นไม่รู้จักเธอเอง”

                คริสตัดบทสนทนาด้วยการลุกหนีออกไป ตัดสินใจโดยไม่ผ่านการประมวลผลของหัวใจ คริสก้าวเท้าออกมาจนถึงทางออกจากบาร์ไร้ชื่อแห่งนี้ ก่อนที่สองเท้าจะหยุดชะงักเพราะหัวใจสั่งการและเลือกหันกลับไปมองบีอีกครั้ง บีนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ฉุดรั้งคริสไว้เพราะรู้ว่าไม่มีทางทำได้ นอกจากมองตามจนกว่าดาวเหนือจะหายเข้ากลีบเมฆไปจนลับตา อย่างน้อยบีก็ได้เจอดาวเหนือดวงเดียวที่บีรอคอยในค่ำคืนที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งที่สุดบีห้ามไม่ให้ก้อนเมฆบดบังดวงดาวไม่ได้ เหมือนกับที่บีห้ามไม่ให้คริสจากไปไม่ได้เช่นกัน

                คริสตัดสินใจเดินย้อนกลับมาหาบีอีกครั้งบีที่จะไม่ใช่ทั้งความรักและความสุขสำหรับคริสอีกต่อไปแล้ว

                คริสยื่นมือให้บีจับ และมันเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล “ไปต่อกันไหม?”            

                แสงของโคมไฟกระทบร่างเปลือยเปล่าของคริสอีกครั้ง มันเป็นภาพของดาวเหนือดวงเดียวบนท้องฟ้าสีดำที่แสนงดงาม และบีคิดถึงภาพกับสัมผัสนี้มากที่สุดนี่อาจเป็นโลกสมมติที่เสมือนจริงมากที่สุดสำหรับบี แต่อาจไม่ใช่สำหรับคริสไม่มีใครหาเหตุผลได้ว่าทั้งสองทำแบบนี้เพื่ออะไร ยังรัก ยังไม่ลืม ยังเป็นความรู้สึกดีๆ งั้นเหรอ?ไม่ใช่หรอก มันไม่มีเหตุผลจริงๆ แม้จะพยายามคิดหาสิ่งที่เรียกว่าเหตุผลมากเท่าไหร่ก็ตาม

                และนี่คงเป็นครั้งแรก ที่คริสไม่นอนหันหลังให้บีหลังจากทำในสิ่งที่เรียกว่า(หลับ)นอนกับคนที่ไม่ได้รัก เพราะคริสกำลังใช้มือลูบผมของบีเบาๆ ขณะที่บีกำลังนอนซุกใบหน้าอยู่ในอ้อมอกของคริส เพราะไม่อยากรับรู้ถึงแสงแดดที่ส่องผ่านผ้าม่านสีขาว ราวกับเป็นผู้แพ้ที่ยอมจำนนทุกอย่างเพราะไม่อยากรับรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ คริสจะต้องไปแล้ว  

                “ถ้าเราไม่รู้จักกันตั้งแต่แรก มันจะดีกว่านี้ไหม?” ไร้เสียงตอบจากบี นอกจากลมหายในอุ่นๆ ที่กระทบกับผิวหนังของคริส “เสียใจไหม ที่ได้รู้จักเรา?

                “เสียใจที่รักษาเธอไว้ไม่ได้มากกว่า” เสียงอู้อี้ของบีตอบกลับมา “กว่าโลกจะเหวี่ยงเธอกลับมาอีกครั้ง มันคงอีกนานเลยใช่ไหม?”

                “ไม่รู้ดิ ถ้าโลกเหวี่ยงใครออกไปจากโลกของเราแล้ว เราจะไม่มีทางมานอนคุยกับเขาแบบนี้หรอกเธอเป็นคนเดียวที่โลกของเรายังไม่เหวี่ยงไปไหนนะ แต่ก็น่าเสียดาย อุตส่าห์ได้มาเจอกันแต่สุดท้ายมันก็ได้แค่นี้ เธอเข้าใจไหม? เธอทำให้เราเห็นเองว่าเรื่องของเรามันได้แค่เท่านี้ มันมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว”

                “น่าเสียดายด้วย ที่เราไม่มีหลักฐานอะไรบ่งบอกว่าเธอเคยอยู่ในโลกของเราเลย”

                “อยากได้หลักฐานไปทำไม ไม่มีสิดี”

                “ในเมื่อเราลืมไม่ได้ อย่างน้อยเราก็อยากรู้สึกเอาไว้เสมอ ว่าเราเคยเจอเธอบนโลกของเรา”

                “เราอาจเป็นแค่ความน่าหลงใหลในเวลาสั้นๆ เท่านั้นเองบี เดี๋ยวอีกสักพักความถูก-ผิดก็เข้ามาเบรกให้เธอเกิดสับสนอีก เธอเข้าใจที่เราพูดไหม?” บีพยักหน้าตอบรับ “นั่นแหละอย่าอยากรู้สึกอะไรอีกเลย ปล่อยให้ความสับสนมันหายไปเถอะนะ”

               คริสกำลังจะจากไปอีกครั้ง และบีตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่กำลังสงสัยมานาน เพราะบีไม่เห็นคริสจับสิ่งที่เรียกว่าบุหรี่เลยสักครั้ง ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้าวันนี้ “ไม่สูบบุหรี่เหรอ?” 

                “ไม่ล่ะ” คริสส่ายหน้า “เราตั้งใจจะเลิกมัน”

                บีรู้สึกแปลกใจที่ได้ยิน “เพราะเขา?”

                “เพราะเธอ”

                “ทำไม?”

                “เธอเป็นคนเดียว ที่ทำให้เราไม่อยากมีบุหรี่หลังเซ็กส์กับใครอีก” คริสจับมือของบีเอาไว้ “ขอบคุณนะบี”

                “ขอบคุณเรื่องอะไร”

                “เพราะเธอ ทำให้เราเลิกกลัวคำว่าความสัมพันธ์ เพราะถ้าเรามัวแต่กลัว เราอาจเสียความสัมพันธ์ที่ดีไป ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นมันด้วยซ้ำ” คริสปล่อยมือออกจากบีและเว้นระยะห่างออกมา “เรื่องเมื่อคืนน่ะสำหรับเรามันไม่มีความรักแล้วนะ”

                ความสับสนคงยินดีกับคริสได้จริงๆ สักที และบีก็ยินดีกับคริสด้วยเช่นกันเมื่อการเลิกรักดำเนินมาถึงหนึ่งรอยเปอร์เซ็นต์อย่างเต็มใจ ต่างฝ่ายต่างรอรอว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร บีรอให้คริสพูดและคริสก็รอให้บีพูดพูดในสิ่งที่เรียกว่า คำล่ำลา

                “บอกลาเราสิ มีโอกาสแล้วนะ”

                “ลาก่อนคริส”

                บีส่งยิ้ม และมองรอยยิ้มสุดท้ายของคริสมองดาวเหนือเพียงดวงเดียวบนท้องฟ้าสีดำกำลังลับหายไปในก้อนเมฆ คงอีกเนิ่นนานหรืออาจตลอดกาลกว่าดาวเหนือจะกลับมาปรากฏตัว แน่นอนความสัมพันธ์นี้ไม่มีแม้แต่รูปถ่ายและแทบไม่ปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่มีแม้แต่ความสัมพันธ์ที่จับต้องได้ ทุกอย่างชัดเจนอยู่เพียงแค่ในความทรงจำ แต่คริสมีคุณค่ามากเกินกว่าที่จะโดนทำร้ายบีมองบานประตูถูกปิดลง และคงทำได้แค่ปล่อยให้คนๆ นั้นเดินจากไปอีกครั้งทำได้เพียงส่งยิ้มให้กับความทรงจำ


                  คริสตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้งด้วยเหตุผลบางอย่างที่บาร์แห่งความสับสนยังคงเหมือนเดิม หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็คงเป็นชั้นดาดฟ้าที่รีโนเวทเสร็จสมบูรณ์ แต่ช่างมันเถอะ เพราะตั้งแต่รู้สึกเหมือนโดนผลักตกลงมาในคืนนั้น คริสก็ไม่เคยอยากขึ้นไปเหยียบมันอีก บาเทนเนอร์คนเก่งยังคงทำหน้าที่ของเขาอยู่ห่างๆ เขาไม่เอ่ยทักทายนอกจากส่งสายตามองมาเป็นระยะๆ

                “มาสมัครงานเหรอคะคุณนักเต้น?” เสียงใสๆ เอ่ยทัก พร้อมกับเดินตรงเข้ามาหาที่เก่า เวลาเดิม มุมเดิมๆ

                “เปล่า แค่มาหาเหล้ากิน” คริสตอบ “กินเหล้าที่นี่แม่งใช่ที่สุดแล้ว”

                ลิลลี่หัวเราะ ก่อนจะส่งแก้วเหล้าที่ข้างในเป็นเหล้ายี่ห้อโปรดให้กับคริสและคริสรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง ไม่มีที่ใดบนโลกนี้แทนที่ๆ มีความสุขครึ่งหนึ่งในชีวิตของคริสได้ เมื่อมองไปยังฟลอว์เต้นรำและพบว่ามีใครก็ไม่รู้ขึ้นไปเต้นแทน นั่นทำให้คริสรู้สึกเสียดายที่ตัดสินใจจากมา ขึ้นชื่อว่าความสุขยังไงก็คือความสุข ไม่สามารถแทนที่ด้วยอะไรได้หรอกคริสหมายถึงฟลอว์เต้นรำนั่น ไม่ได้หมายถึงอินทิเรียที่ออกแบบมันหรอก

                “เป็นไงบ้าง?” เสียงใสเอ่ยถาม

                “ทำไมต้องถามคนที่ไม่เจอกันนานว่าเป็นไงบ้างด้วยวะ?” คริสหัวเราะ ก่อนจะยกเหล้าดื่มจนหมดแก้วเหมือนเช่นทุกครั้ง สำหรับลิลลี่คริสไม่เปลี่ยนไปเลย “ถามกันมาตรงๆ เลยเถอะ ว่าเลิกรักเขาได้รึยัง พี่ว่าลี่คงอยากรู้เรื่องนี้”

                “ลี่ไม่อยากเป็นคนที่บกพร่องเรื่องการเปิดบทสนทนา” ลิลลี่ยักไหล่อย่างยียวน

                “เออ” คริสรู้ตัวว่ากำลังโดนแขวะ “คนที่บกพร่องเรื่องเปิดบทสนทนาเนี่ย นอกจากพี่ ก็มีเขานั่นแหละ คงไม่รู้ห่าเหวอะไรพอๆ กัน”

                “นี่คงไม่ได้กลับมาเพื่อบอกลี่ว่าเลิกรักเขาได้แล้วหรอกมั้งคงคิดถึงสินะ เลยกลับมา”

                “เมื่ออาทิตย์ก่อน พี่เจอเขาโดยบังเอิญ” คริสตัดสินใจเอ่ยออกไป “เขาไม่ค่อยโอเคเลย”

                “เขาไม่โอเค แต่แกล้งทำเป็นโอเคเสมอแหละ เรื่องนั้นลี่รู้”

                “รู้?”

                “เขาไม่เคยโอเคหรอกตั้งแต่ที่พี่คริสหายไป เขาคิดถึงพี่คริสเสมอเวลาเหม่อไปมองฟลอว์เต้นรำ หน้าบาร์ หรือแม้แต่เวลาอยู่ด้วยกัน ก็เผลอเอ่ยชื่อพี่คริสขึ้นมาบ่อยๆ แบบไม่ค่อยรู้ตัวทั้งที่เขาเป็นคนบอกลี่เองว่าอยากให้พี่คริสหายไปจากบทสนทนาและความคิด และบอกเองว่าลืมพี่คริสไปแล้ว”

                “ทำไมพูดได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้วะ? ความสัมพันธ์ที่ดีของลี่ กำลังคิดถึงคนอื่นอยู่นะเว้ย”

                “เพราะลี่รู้ไง ว่าพี่คริสไม่ใช่คนอื่น ทั้งกับลี่และกับเขา”

                “ใจดีอีกแล้วนะลี่”

                “ก็เคยลองใจร้ายดูแล้ว ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย”

                “ไม่เจ็บบ้างรึไง?”

                “จะบอกว่ารู้สึกเฉยๆ ก็คงโกหกอ่ะเนอะ?” ลิลลี่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ “มันเจ็บนะ แต่เป็นความเจ็บที่เราต้องยอมรับอ่ะ พี่คริสเข้าใจป่ะ?”

                “เข้าใจ อารมณ์เหมือนเขาไม่เลือกพี่ พี่ก็ต้องยอมรับ”

                “ประมาณนั้นแหละ ไม่อยากพูดเลยอ่ะว่าเขาคิดถึงพี่คริส แต่แม่งก็ต้องยอมรับไง เขาคิดถึงมากมากๆ ด้วย แล้วลี่ก็รู้มาตลอด”

                “ใช่เรื่องน่ารู้ไหมวะ เศร้าตายห่า”

                “ถ้าจะเศร้าก็ต้องเศร้าให้สุดดิ” ลิลลี่ยิ้ม และคริสรู้สึกว่าเป็นยิ้มที่สุขปนเศร้า “รู้ป่ะ? ถึงพี่คริสจะไม่ชนะในความสัมพันธ์ครั้งนี้ แต่พี่คริสก็ไม่ได้แพ้หรอกพี่คริสไม่เคยแพ้เลยนะ”

                คริสนิ่งไป ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ลิลลี่พูดดี หากเป็นเมื่อก่อนคริสคงดีใจมาก แต่ในตอนนี้คริสไม่แน่ใจจริงๆ “เราผลัดกันแพ้คนละเรื่องไม่ใช่เหรอ?”

                “ถ้าตอนนี้ ลี่ขอเป็นคนถอยออกมา พี่คริสจะกลับมาไหม?”

                “จะทำแบบนั้น ในวันที่พี่เข้มแข็งมากพอแล้วไปทำไมวะ?” 

                โลกนี้อาจมีคำว่าสายเกินไปไว้เพื่อให้รู้ว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดมันเป็นอย่างไรลิลลี่พยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ รู้สึกได้ถึงความเข้มแข็งที่คริสเอ่ยบอกและรู้สึกว่าคริสไม่ได้โกหกความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป บทสนทนาเงียบลงก่อนที่คริสจะหยิบซองกระดาษออกมาจากกระเป๋าสะพายและยื่นมันให้กับลิลลี่

                “พี่ว่าเขาคงอยากได้”

                ลิลลี่แกะซองกระดาษออก และมองสิ่งที่อยู่ในนั้นด้วยความแปลกใจ “ทำไมเขาต้องอยากได้?”

                “เขาน่าจะรู้ดีว่าทำไม” 

                เมื่อเหล้าแก้วสุดท้ายหมดลง ถึงเวลาที่คริสต้องเอ่ยคำล่ำลาและกลับไปยังโลกของตัวเองสักที 

               

                ค่ำคืนในบาร์แห่งความสับสน บียังอยู่ตรงนี้ ข้างๆ ลิลลี่และยังดีกับลิลลี่เสมอ ลิลลี่ยังยืนยันคำเดิมว่าบีไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ แต่ลิลลี่ก็รู้อยู่ดี ว่าภายใต้สีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่เป็นอะไร มันกำลังบอบช้ำมากแค่ไหน

                “อ่ะ รางวัลสำหรับศิลปินคนเก่ง” บีส่งอุปกรณ์วาดภาพชุดใหม่ ที่ลิลลี่จำเป็นต้องใช้ให้กับหล่อน “เห็นว่าภาพวาดที่ประกวดชนะจะได้จัดแสดงที่หอศิลป์ด้วยใช่ไหม?”

                “ใช่--ขอบคุณนะพี่บี” ลิลลี่เพียงแต่ส่งยิ้มบางๆ กลับไปภาพวาดของลิลลี่จะถูกจัดแสดงที่หอศิลป์ตามที่เคยใฝ่ฝันเอาไว้ แต่มันเป็นภาพวาดที่บีไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือภาพอะไร นั่นเพราะลิลลี่ไม่ต้องการให้บีรู้ และไม่ว่ายังไงบีอาจต้องรู้ในสักวันว่าภาพๆ นั้นเป็นสิ่งที่สื่อสารออกมาได้ว่า ลิลลี่รู้ดีและเข้าใจมาโดยตลอดว่าบีไม่มีทางลืมความทรงจำที่มีให้กับใครบางคน

                “ทำไมดูไม่ตื่นเต้นเลยล่ะ ความฝันของลี่เชียวนะ”

                “เมื่อวานพี่คริสมาที่นี่ด้วยนะ”

                ลิลลี่รู้ตัวดี ว่าเพราะอะไรถึงไม่ยอมปล่อยให้คริสหายไปจากบทสนทนา นั่นเพราะมันช่วยทำให้ลิลลี่เผื่อใจเอาไว้ได้บ้างว่าบีไม่เคยลืมคริสจริงๆ สักทีเวลาไม่ช่วยเยียวยาอะไร ไม่เลยสักนิด จะความถูกใจหรือความถูกต้องมันก็ไม่ช่วยให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินไปได้อีกแล้ว

                “เหรอ?” บียังทำเป็นไม่รู้สึกอะไรอยู่เสมอ นั่นคือสิ่งที่ลิลลี่รู้มาตลอด

                “พี่คริสดูโอเคขึ้นเยอะเลย”

                “ใช่ พี่ก็ว่าอย่างนั้น”

                ลิลลี่หยิบสิ่งที่อยู่ในซองกระดาษออกมาวางไว้ตรงหน้าบี วางไว้อย่างตั้งใจเพื่อให้บีพิจารณาในสิ่งที่กำลังเห็น สิ่งนี้เป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่บ่งบอกว่าคริสเคยอยู่ที่นั่นกับบีหอศิลป์ที่มีไฟสีส้มสบายตาให้ได้มอง ที่ๆ บีเคยพบเจอดาวเหนือในตอนกลางวัน ที่ๆ บีเคยฝึกให้คริสผสมสีน้ำมันจนมือของคริสเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดง บีมองมันอยู่นานมองพร้อมกับเสียงเพลงแห่งความทรงจำที่ดังขึ้นราวกับถูกความสับสนกำหนดเอาไว้แล้ว บีมองภาพไม่สิบีมองคริสที่อยู่ในนั้น คริสที่ถูกวาดโดยลิลลี่--และลิลลี่เป็นคนวาดความทรงจำให้บี

                มีข้อความเล็กๆ ถูกเขียนเอาไว้ด้านล่างของภาพ

                เก็บไว้นะ นี่เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่บอกว่าครั้งนึงเราเคยอยู่ในโลกของเธอ

                ภาพวาด ความสุขไม่กี่อย่างในชีวิต กำลังทำให้บีร้องไห้ออกมาบีกำลังร้องไห้ ร้องออกมาอย่างไร้เหตุผล ไม่รู้สิ คงเพราะบีอยากได้หลักฐานที่ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมว่าคริสเคยอยู่ที่นี่ ตรงนี้ ข้างๆ บี ไม่ใช่ในความทรงจำที่เป็นนามธรรมตามหลอกหลอนราวกับบีจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต และในที่สุดหลักฐานมันก็อยู่ตรงนี้แล้ว หลักฐานเพียงชิ้นเดียวบนโลกใบนี้ที่บ่งบอกว่าคริสเคยอยู่ในโลกของบี หลักฐานที่บีสามารถจับต้องได้  หลักฐานที่ถูกสร้างขึ้นโดยเด็กสาวรอยยิ้มสดใสที่เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างมาโดยตลอด

                “คิดถึงเขามากเลยใช่ไหม?” ลิลลี่เข้ามาโอบกอดบีเอาไว้ แม้ในหัวใจจะรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าบีเลย

                “ไม่รู้สิ...” บีพยายามเอ่ยออกมาโดยไร้เสียงสะอื้น “ไม่รู้เลย ว่าคิดถึงขนาดนี้ ไม่รู้จริงๆ”

                “ไม่เป็นไร...” ลิลลี่พยายามปลอบประโลมให้บีเย็นลง “จำเรื่องดาวเหนือนำทางความรู้สึกที่ลี่เคยบอกได้ป่ะ? ลี่รู้สึกว่าดาวเหนือที่คอยนำทางความรู้สึกให้พี่บีก็คือพี่คริสนะตามดาวเหนือดวงนั้นไปสิ ตามไปหาความรู้สึกของตัวเอง อย่าปล่อยให้มันหายลับตาไปในก้อนเมฆอีก เพราะพี่บีอาจไม่มีโอกาสได้เจอดาวเหนือดวงนั้นอีกครั้งแล้วก็ได้”

                “พี่จะทำแบบนั้นได้ยังไง?”

                “ลี่จะอยู่ตรงนี้เสมอ เป็นที่ๆ พี่บีหันมาเมื่อไหร่ก็จะเจอ” ลิลลี่ย้ำกับบีอีกครั้งว่าลิลลี่จะไม่หายไป ย้ำเพื่อให้บีแน่ใจว่าแม้จะไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดีของบีอีกต่อไป แต่ลิลลี่จะเป็นดั่งรอยยิ้มที่สดใสและไฟสีส้มสบายตาให้กับบีเสมอ “เวลาเรารักใครสักคนอ่ะ เราไม่สามารถคอนโทรลอะไรได้หรอก เพราะว่ามันคือความรักไง ไม่ต้องคอนโทรลอะไรแล้วนะพี่บี จะความรู้สึกถูกใจหรือจะความถูกต้อง ก็ช่างมันเถอะ เอาเรื่องวันนี้ เอาที่รู้สึกในตอนนี้ก็พอ เข้าใจป่ะ?”

                ความลับที่บีปิดบังแม้กระทั่งตัวเองถึงคราวต้องถูกเปิดเผยสักที และบีคงไม่รู้ว่าลิลลี่เข้าใจทุกอย่างมาเสมอ เข้าใจแม้สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้จะไร้คำนิยามที่จะใช้อ้างอิงความรู้สึก ลิลลี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาดของบีหรอกแต่ลิลลี่แค่รู้ตัวว่าความสัมพันธ์ที่ดีจริงๆ มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ไม่มีความโกรธหรือความเกลียดใดๆ เพราะลิลลี่เข้าใจทุกอย่าง เข้าใจแม้คนตรงหน้าจะสับสนและโลเลมากแค่ไหน และลิลลี่หวังว่าบีจะเข้าใจจริงๆ สักที ว่า ความสุขแค่ไม่กี่อย่างในชีวิต ของบีคืออะไรกันแน่

                ลิลลี่โอบกอดบีเอาไว้อีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มยิ้มที่สุขปนเศร้า “ตามดาวเหนือดวงนั้นให้เจอนะพี่บี”

                แต่มันไม่ทันหรอก บีรู้ดีอยู่แก่ใจ

               

                โลกไม่เคยรู้เหรอว่าการตัดสินใจที่มาพร้อมกับความสับสนมันยากแค่ไหน แต่โลกใบนี้กลับมีสิ่งที่เรียกว่าสายเกินไปสิ่งที่ทำให้บีรู้ว่า ทุกอย่างมันสายเกินไปตั้งแต่บีไม่เลือกคริสในวันนั้นแล้ว

 

 

 

 

 

-----------------------------------------------

อ้าแขนรอลิลลี่ ที่รักของเรา #ทีมไรท์ลิลลี่ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #721 rarijack1205 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:45

    😭... เพิ่งได้มีโอกาศมาอ่านค่ะ เป็นครั้งแรกที่ร้องไห้ตอนอ่านฟิคหนักขนาดนี้ คุณเขียนดีมากเลยขอชื่นชม5555 อีพีนี้น้ำตาแตกค่ะ สงสารคริส สงสารบี สงสารทุกคน 😭😭😭

    #721
    0
  2. #632 jaaoraraiake (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 22:04
    ร้องไห้เลยตอนนี้ และในที่สุดมันก็มาถึง..ที่บีรู้ใจตัวเอง..แต่ก็รู้จากลิลลี่อีกที..เออบีนี่ไม่รู้ห่าเหวจริงๆนั่นแหละ

    ขอบคุณลิลลี่ ดีมากๆ ขอบคุณจริงๆนะลี่
    #632
    0
  3. #622 nutte_BCRIS (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 04:11
    ไม่รู้จะเรียกว่า น้ำตาแห่งอะไรดี ยิ่งเปิดเพลง โลกที่ไม่มีเธอนะไรท์ ใจโคตรระบมเลยย เหมือนเราโดนทะลายกำแพงอะไรบางอย่างไปพร้อมกับบี T T
    #622
    0
  4. #604 moonewfah (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 03:34
    บีตามดาวเหนือให้เจอนะ:)) //ส่วนลิลลี่ที่รักมาค่ะ เราจะกอดเธอไว้เอง
    #604
    0
  5. #603 ploychy402 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 00:20
    โคตรสงสารลิลลี่อะ สตรองมากกก ไปตามหาดาวเหนือจิพี่บี
    #603
    0
  6. #602 SuntreeV (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 23:34
    บรรยายความคิดถึงที่ซ่อนอยู่ของคนอยากลืม ได้ลึกซึ้งมาก กราบ
    #602
    0
  7. #601 m23maka (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 20:45
    คริสเริ่มเข้มแข็งแล้ว... ในขณะที่บีเพิ่งรู้สึกตัวว่า คิดถึงคริสมากขนาดไหน
    เพราะความถูกต้อง-ความรับผิดชอบที่ค้ำคอบีไว้ ทำให้พลาดสิ่งสำคัญในชีวิตไป
    ถึงลิลลี่จะเด็กแต่ก็มีความเด็ดขาดและกล้าตัดสินใจปล่อยบีไป ถึงรั้งไว้ ก็ได้แต่ตัว
    เพราะใจบีคิดถึงแต่คริส นี่แหละคือความรัก รักที่จะเห็นคนที่เรารักมีความสุข
    ลี่เจ็บ แต่อาจน้อยกว่าบี บีเจ็บ แต่อาจน้อยกว่าคริส
    เพราะคริสคือคนที่จากไป จากไปทั้งที่ยังรัก

    #601
    0
  8. #600 koomiiniiz_42 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 12:13
    ลิลลี่ของพี่... พี่หมดคำพูดกะคุณอินทีเรีย พี่เจ็บช้ำแทน
    #600
    0
  9. #599 nuuopor (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 11:49
    ลิลลี่โครตเข้มแข็งเลย ตามดาวเหนือให้เจอนะบี:))
    #599
    0
  10. #598 leslabelkanna (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 10:46
    สับสนให้พอบี!!!
    #598
    0
  11. #597 Tanning (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 01:14
    น้ำตาไหลกับความอัดอั้นของพี่บี

    แต่ก็นะ สะใจพี่บี!
    #597
    0
  12. #596 Bee_mylady (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 00:42
    คนที่เป็นความสบายใจของเรา ในชีวิตนี้อาจจะพบเจอได้หลายๆครั้ง อาจจะมาในรูปแบบความสัมพันธ์แบบเพื่อน พี่น้อง หรือคนรัก แต่คนที่ทำให้เราใจสั่น ทั้งชีวิตอาจจะมีโอกาสพบแค่ครั้งเดียว เมื่อเจอแล้ว... อย่าปล่อยให้หลุดมือ รักษาเค้าไว้ให้ดีๆ Stop thinking so much... it only complicates thinks. Follow Your Heart... นะพี่บี

    #ฉันกำลังอิน lolz
    #596
    0
  13. #593 Myjm (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 23:51
    ลิลลี่ดีมากจริงๆค่ะ
    #593
    0
  14. #591 Ryojin29 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 23:19
    พี่คริสอย่างเท่ งือออออ
    #591
    0
  15. #590 CAKEPTM (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 23:08
    ลิลลี่คือดีมาก ดีไปถึงที่สุด บนโลกจริงๆจะหาลิลลี่ได้บ้างมั้ยนะ แล้วบีจะตามดาวเหนือของตัวเองเจอมั้ย คือน้ำตาจะแตกตามบีไปแล้วอะ ชอตนั้นแบบ เข้าใจความอัดอั้นเลย เหมือนพยายามหลอกตัวเองมาตลอด พอโดนสกิดทีเดียวก็พังเลย
    #590
    0
  16. #589 hippotourtun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:46
    น้ำตาไหลเฉยเลย โอ๊ยยบย ปวดใจ T^T
    #589
    0
  17. #588 ppp23 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:09
    TT ร้องงงงง อย่างน้อยก็ขอให้มีอะไรเป็นหลักฐานว่าเธอมีตัวตนจริงๆในโลกของเรา TT
    #588
    0
  18. #587 HunHanJae (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:03
    ลี่นี่เป็นคนหรือนางฟ้า ทำไมใจดีขนาดนี้ ชี้ทางสว่างให้บีอีก ดีเกินไปอะมีคนแบบนี้บนโลกด้วยเหรอวะ?
    #587
    0
  19. #586 ing-mithuna (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 21:50
    โอ้ยยยยย ลิลลี่คนดีของบ่าวววว T^T เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว แม้ว่าเธอไม่เคยเป็นอะไรกับฉันเลยยยยยย~
    #586
    0
  20. #585 CaloriesBombam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 21:32
    บางความสัมพันธ์มันก็มีคำว่าสายเกินไปปนอยู่นะ. กว่าจะรู้ใจตัวเองก็สูญเสียกันไปเท่าไหร่ เจ็บปวดกันจนนับไม่ถ้วน. พี่คริสเข้มแข็งแล้วเค้ากำลังจะอยู่ได้แล้ว. พี่บีจะรู้บ้างมั้ยว่าบางทีมันอาจจะสายไปแล้วก็ได้. (อินเกินแล้ววว. หน่วงสุดๆ #ไรท์เก่งมากๆ)
    #585
    0
  21. #584 lovefilmmy1906 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 20:53
    ถ้ายังไม่ลองทำจะรู้ได้ไงว่ามันทันเล่าาา ตอนนี้ลิลลี่ดีมากๆเลยอ่ะ ชอบตอนนี้ซึ้งมากกกก อ่านตอนบีเจ็บปวดมันเหมือนกับตอนที่คริสเจ็บเลยอ่ะ สู้ๆนาพี่บี
    #584
    0
  22. #583 plaifha2544 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 20:13
    ตามหาดาวเหนือ..ให้เจอนะ
    #583
    0
  23. #582 sweettyploy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 19:57
    ลิลลี่ ดีเกินไปละ แล้วพี่บีจะยังไงเนี่ยะ
    #582
    0
  24. #581 ijaowhann (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 19:35
    ตามให้เจอนะ ดาวเหนือดวงนั้น :)
    #581
    0
  25. #580 AuJariya (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 18:42
    ลิลลี่ทำไมยูเป็นคนดีแบบนี้ โอ๊ยยย สงสารลิลลี่อ่าาา
    #580
    0