Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 17 : Episode 17 : Our journey started with good bye

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,531
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    10 พ.ย. 60



Episode 17 : Our journey started with good-bye





                “ไม่อยากรู้เหตุผลที่พี่คริสมาเคาะประตูห้องพี่บีตอนนี้เหรอ?”

                ความรู้สึกช่างคล้ายกับคืนแรกที่คริสมาเคาะประตูห้องโดยที่หัวใจของบีมีเด็กสาวรอยยิ้มสดใสคนข้างๆ เข้ามาครอบครองเอาไว้ครึ่งหนึ่งบีชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ว่าจะเปิดประตูต้อนรับคริสอีกครั้ง ในขณะที่ตอนนี้เด็กสาวคนนั้นครอบครองหัวใจของบีเอาไว้ทั้งหมดแล้วดีรึเปล่า? แต่ร่างกายของบีเริ่มสั่งการอัตโนมัติ ด้วยการค่อยๆ หมุนลูกบิดประตูและเปิดออกไปพบกับคนที่ยืนอยู่หลังบานประตูนั้น เปิดออกไปโดยไม่คิดเลยว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องหรือสิ่งที่ถูกใจกันแน่

                คนตรงหน้าคือชายคนหนึ่งที่บีและลิลลี่ไม่เคยพบมาก่อน เสื้อเชิ้ตของเขาหลุดลุ่ย ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ สองแขนกำยำของเขากำลังอุ้มคริสเอาไว้ในอ้อมกอด เขาดูงงๆ และไม่แน่ใจว่ามาทำอะไรที่นี่ ก่อนจะมองเลขห้องอีกครั้งเพื่อเช็คความมั่นใจ

                “คุณเป็นเพื่อนเธอรึเปล่า?” เธอ ที่เขาหมายถึงก็คือคนที่เขากำลังอุ้มอยู่ตอนนี้ หากเดาไม่ผิด คริสคงไม่ได้แนะนำชื่อตัวเองให้ชายแปลกหน้าคนนี้รู้ “เธอดื่มกับผมแล้วเมามาก ผมจะพาเธอกลับแต่เธอบอกให้ผมพามาที่นี่”

                จู่ๆ ก็บอกให้เขาพามาส่ง จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้แล้วบีคิดถึงในสิ่งที่คริสเคยบอกไว้ ในคืนนั้นที่บีพบกับผู้หญิงแปลกหน้าโดยที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกันอีก ผู้หญิงแปลกหน้าที่อยู่ในสภาพเมาปลิ้น เดินโซซัดโซเซเข้ามาในห้องของบีด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะบีไม่เหมือนคนอื่นที่หล่อนเคยเจอ และเป็นในคืนเดียวกันกับที่ผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นนอนละเมอร้องไห้ให้บีเห็นเป็นครั้งที่สอง

                “คุณใช่เพื่อนเธอรึเปล่า? ผมจะได้รู้ว่าผมพามาถูกที่ เพราะตอนที่เธอบอกผมเธอก็เมามากแล้ว จับใจความแทบไม่ได้เลย”

                ถึงบีจะไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่คงดีกว่าบอกว่าไม่รู้จักและปล่อยคริสไปกับผู้ชายแปลกหน้าตามลำพัง ความคิดแบบนั้นแทบไม่อยู่ในหัวของบี “ค่ะ ฉันเป็นเพื่อนเขา”

                ดั่งเช่นทุกครั้ง ที่นี่และบีเป็นเหมือนหลุมหลบภัยของคริส มันทำให้คริสไม่ต้องไปเผชิญกับกิจกรรมบนเตียงกับใคร ไม่ต้องตื่นนอนบนเตียงคนอื่น ไม่ต้องตอบคำถามคนอื่นว่าทำไมคริสถึงนอนร้องไห้ นอกจากตอบบี ผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องห่าเหวอะไรสำหรับคริสบีกำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กันกับคืนนี้ แตกต่างเพียงคืนนี้สติของคริสเหลือศูนย์และในห้องมีความสับสนอีกคนอยู่ด้วยแม้บีไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรและทำไมคริสถึงมา ทั้งๆ ที่คิดว่าค่ำคืนนั้นจะเป็นคืนสุดท้าย ทั้งๆ ที่ต่างฝ่ายต่างจะออกมาจากโลกของกันและกันแล้วแท้ๆ แต่การที่จิตใต้สำนึกของคริสสั่งให้ผู้ชายคนนั้นพามาส่งที่นี่ บีรู้สึกได้ว่าคริสเต็มใจที่จะมา

                ลิลลี่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดใบหน้าของคริสเพื่อให้ความร้อนผ่าวหายไปบ้าง คริสยังคงนอนหลับใหลไม่ได้สติ ราวกับเช้าวันนั้นที่ลิลลี่เจอคริสนอนหลับอยู่ที่บาร์ด้วยสภาพเดียวกัน ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเหล้าคงหมดไปไม่น้อย และโชคดีแค่ไหนที่คริสไม่ถูกพวกเสือสิงห์กระทิงหิ้วกลับไป การที่คริสจำสถานที่แห่งนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะมาบ่อยมากก็คงเพราะมันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของคริสไปแล้ว ลิลลี่เข้าใจทุกอย่างดีและไม่คิดหาคำตอบว่าเพราะอะไร ไม่ได้รู้สึกอยากหาเหตุผลในการมาของคริสอย่างที่พูดไว้ตอนแรก ถ้าจะรู้สึก ก็คงกำลังรู้สึกเป็นห่วงคนตรงหน้าที่เมาหลับไม่ได้สติ

                “เมาอะไรขนาดนี้นะ” บีเดินมาลงที่ปลายเตียง มองใบหน้าของคริสที่กำลังถูกซับด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก

                “พี่คริสไม่เคยเมาหมดสติมาที่นี่เหรอ?”

                “ไม่นะ” บีส่ายหน้า “ส่วนใหญ่คริสเมา แต่ก็ยังมาเองไหว”

                “แล้วบอกเหตุผลไหม ว่าทำไมเมาแล้วต้องมาที่นี่?”

                บีนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “คริสเคยบอกแค่ว่า เพราะพี่ไม่เหมือนคนอื่นที่คริสเคยเจอ คริสก็เลยมา”

                บีลุกไปหยิบถังขยะมาวางไว้ข้างเตียง เพราะภาพคริสนั่งกอดถังขยะลอยเข้ามาในหัว คริสอาจจะรู้สึกพะอืดพะอมเหมือนคืนนั้น คืนที่คริสพูดถึงปฏิกิริยาเคมีที่คนสองคนมีต่อกัน ซึ่งบีไม่ค่อยเข้าใจมันสักเท่าไหร่ แต่เท่าที่รู้คือบีจำคืนนั้นได้ดี เพราะเป็นคืนที่คริสขอให้บีรับปากว่าอย่ารู้สึกด้วย ในทุกๆ ความรู้สึกที่คนเราจะสามารถรู้สึกต่อกันได้ คืนที่บีต้องรับปากคริสและต้องคอนโทรลความรู้สึกของตัวเอง และคืนนั้น ที่บีทำในสิ่งที่เรียกว่า การหลับนอนกับคนที่ไม่ได้รักเป็นครั้งแรกคืนเดียวกันกับที่คริสบอกกับตัวเองว่าจะไม่วิ่งหนีไปจากโลกของบีบีที่เป็นเหมือนเซฟโซนและหลุมหลบภัยในโลกแห่งความเป็นจริง

                ลิลลี่มองการกระทำของบี พลางรู้สึกว่า บีรู้ดีทุกอย่างว่าต้องดูแลคริสอย่างไร รู้ดีกว่าใคร รู้ดีกว่าชายแปลกหน้าที่พามาส่ง รู้ดีกว่าลิลลี่ที่กำลังเช็ดตัวให้คริส บีรู้อยู่ลึกๆ ในความรู้สึก รู้เสมอว่าเพราะอะไรคริสถึงต้องมาที่นี่

                “ลี่นอนเถอะ เดี๋ยวพี่ดูคริสเอง” บีเสนอเมื่อเห็นว่าลิลลี่หาวออกมาฟอดใหญ่ “ถ้าอยากรู้เหตุผลที่คริสมา เดี๋ยวไว้ค่อยถามพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

                ลิลลี่ยิ้มเมื่อได้ฟัง เข้าใจถึงความเป็นห่วงความรู้สึกของหล่อนที่บีมีให้ บียังคงเป็นบีเป็นคนที่จริงใจ ซื่อและเซ่อซ่าอย่างที่คริสเคยบอก แต่ลิลลี่ไม่รู้ว่าจะต้องถามหาเหตุผลไปอีกทำไม ในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนขนาดนี้ “ไม่ต้องถามหรอก มันก็คงเหมือนเหตุผลเดิมที่พี่คริสเคยบอกพี่บีนั่นแหละ”

                เพราะเธอไม่เหมือนคนอื่นที่เราเคยเจอบีนั่งกอดเข่าอยู่ที่โซฟา มองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบและความคิดที่วิ่งวนอยู่ในหัว พร้อมความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ว่ามันคืออะไรภาพของความสับสนทั้งสองนอนหลับอยู่บนเตียงเดียวกันทำให้ค่ำคืนนี้ คงเป็นคืนที่แปลกประหลาดที่สุดสำหรับคนไม่รู้ห่าเหวอะไรอย่างบี คงประหลาดพอๆ กับการที่คริสยอมตื่นเช้ามากินข้าวต้มกุ้งรสxไม่แดก เพียงเพราะอยากอยู่ในโลกของบีให้นานขึ้น

                บีลืมตาตื่นขึ้นมามองนาฬิกาบอกเวลาสิบโมงเช้าและมองปฏิทินบอกว่าวันนี้คือวันอาทิตย์ ก่อนจะมองไปที่เตียงและพบว่าเหลือเพียงคริสนอนอยู่ลำพัง คริสนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหน้าที่น่าจะถูกห่มคลุมให้โดยลิลลี่ ก่อนจะมองไปพบกระดาษโน้ตติดไว้ที่ข้างโซฟา

                เห็นหลับอยู่เลยไม่อยากปลุก ลี่กลับแล้วนะ ฝากดูแลพี่คริสด้วย เมื่อคืนเห็นนอนละเมอร้องไห้อีกแล้วบีอ่านและวางมันไว้ตามเดิม ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งที่ปลายเตียง ไม่รู้ว่าเมื่อคืนคริสดื่มหนักแค่ไหน ไม่รู้ว่าเจออะไรมาบ้างหลังจากบทสนทนาระหว่างคนสามคนจบลง ถึงทำให้คริสนอนหลับสนิทราวกับไร้เรี่ยวแรงและเหนื่อยล้า บีเอื้อมมือไปจัดผมที่ปรกหน้าคริส หากดูไม่ผิดที่ใบหน้ามีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่คริสลืมตาตื่นขึ้นเมื่อรับรู้ถึงสัมผัส หรี่ตามองดูบรรยากาศรอบๆ ก่อนจะหันมาเจอบีที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะรีบดันตัวลุกขึ้นนั่งทั้งๆ ที่ยังปวดหัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แน่นอนการตื่นมาเจอหน้าคนที่อยากจะเลิกรัก คือสิ่งที่คริสไม่อยากให้เกิดขึ้น

                “เรามาที่นี่ได้ไง?”

                “มีคนมาส่ง”

                “มาส่งได้ไง?”

                “เธอบอกให้เขามาส่ง แถมยังเมาหลับไม่รู้เรื่อง ดีแค่ไหนที่เขาทำตาม” คริสน่าจะกำลังสับสนและมึนงงกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยการที่คริสตื่นมาบนเตียงของบีก็ดีกว่าตื่นมาบนเตียงของคนอื่นที่คริสไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ  “ทีหลังอย่าเมามากขนาดนี้ได้ไหม มันอันตรายนะ”

                “เราก็เมาแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เป็นแม่เรารึไง ถึงมาห้าม?” คริสเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะพยายามลุกจากเตียง

                “โดนใครอุ้มไปจะทำยังไง?”

                “เป็นห่วงรึไง?”

                “ใช่”

                คริสนิ่งไปเมื่อได้ฟังคำตอบและน้ำเสียงที่จริงจังของบี “คนที่จะออกไปจากโลกของกันและกัน มีสิทธิห่วงกันด้วยเหรอ?”

                “ช่างหัวเรื่องนั้นก่อนเถอะ” บีตัดบท “นี่เป็นห่วงจริงๆ”

                คริสจะถือว่าการก้าวเข้ามาในโลกของบีครั้งนี้ คือความผิดพลาดที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น คริสอยากลุกไปจากเตียง และเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองคนที่คริสจะเลิกรักอีกแต่น่าแปลกที่ลึกๆ กลับรู้สึกดี ที่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาที่นี่อีกครั้งและพบว่าค่ำคืนนั้นไม่ใช่คืนสุดท้าย พอมองไปที่ระเบียงก็อยากออกไปนั่งรับลมและสูดอากาศตอนเช้าเหมือนที่เคยทำ แต่คริสต้องไม่ลืม ว่าได้โยนก้นกรองบุหรี่ทิ้งไปแล้ว ถึงมันจะหายไปแต่เราก็จำได้อยู่ดีว่ามันเคยอยู่คงจริงอย่างที่บีพูด ถึงคริสจะออกไปจากโลกของบี คริสก็จำได้อยู่ดีว่าโลกของบีที่เปรียบเสมือนเซฟโซนหลุมหลบภัยจากโลกบ้าๆ มันสำคัญกับคริสมากแค่ไหนคริสยอมรับก็ได้ ว่ากำลังย้อนแย้งกับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้

                บีมองคริสจ้องข้าวต้มกุ้งในชามอยู่นานสองนานและไม่ตักมันขึ้นมากินสักที คริสอาจจำได้ว่ารสชาติมันแย่สำหรับคนยังไม่สร่างเมามากแค่ไหน “ถึงรสชาติจะหมาไม่แดก แต่ยังไงก็กินหน่อยเถอะ”

                คริสละสายตาจากกุ้งในชามมามองบีแทน “นี่เธอกำลังรื้อฟื้นความทรงจำของเราอยู่นะ รู้ตัวรึเปล่า?”

                “เราไม่ได้ตั้งใจให้เธอคิดแบบนั้น”

                “ช่างเถอะ รสชาติวันนี้อาจจะดีกว่าวันนั้นก็ได้” คริสตัดสินใจตักมันใส่ปาก

                “ดีกว่าไหม?”

                “หมาไม่แดกยิ่งกว่าเดิม” ทั้งสองอดที่จะยิ้มให้กันไม่ได้ ถึงคริสจะพูดแบบนั้นแต่คริสก็ยังตักมันกินต่อไป คงเป็นเพราะรสชาติของอาหารคงไม่สำคัญเท่ากับว่าใครนั่งกินด้วยกัน คริสรู้สึกอย่างนั้น

                “วันนี้เราหยุด และถ้าเธอไม่รีบไปไหน เราไปหาอะไรกินข้างนอกกันไหม?”

                “อย่าเลย เราควรกลับแล้ว”

                “อืม” บีพยักหน้า “ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราไปส่ง”

                “แต่ขอนอนอีกสักงีบได้ป่ะ?”

                “ได้ดิ” บีไม่เข้าใจว่าทำไมต้องยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าคริสจะยังไม่ไปจากที่นี่

                “เมื่อคืนเรานอนละเมอร้องไห้อีกรึเปล่า?”

                “อืม แต่เราไม่ใช่คนเห็นหรอกนะ”

                คริสขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อได้ฟัง เข้าใจสถานการณ์ของเมื่อคืนขึ้นมาทันที “เมื่อคืนลี่อยู่ที่นี่เหรอ? ทำไมไม่บอก?”

                “บอกยังไงล่ะ มาถึงเธอก็หลับไม่รู้เรื่องแล้ว”

                “แล้วลี่เป็นยังไงบ้าง?”

                “ก็เช็ดตัวให้เธอ แล้วก็นอนหลับอยู่ข้างๆ เธอ”

                “แม่งเอ๊ย” คริสเสยผม และสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดพลางคิดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นเลยสักนิด

                “ทำหน้าเครียดขนาดนั้นทำไม?”

                “มันไม่ถูกไง เราไม่ควรมาที่นี่ตอนที่ลี่อยู่ ไม่ดิ เราไม่ควรมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ”

                “จะคิดมากทำไม?”

                “เพราะเธอมีลี่ และเราต้องเลิกรักเธอไง”

                บรรยากาศและบทสนทนากลับเข้าสู่ความเงียบงันความคิดของคริสตีกันอยู่ในหัวที่กำลังปวดตุ้บๆ แค่คิดว่าลิลลี่กำลังเช็ดตัวให้คริส และนอนอยู่บนเตียงเดียวกันที่เคยนอนบี มันก็แย่เกินกว่าจะจินตนาการภาพใด ทั้งๆ ที่บอกกับลิลลี่ว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับบีแล้วแท้ๆ มันทำให้คริสละอายแก่ใจ

                “แต่เรายอมปล่อยให้เธอไปกับผู้ชายคนนั้นไม่ได้หรอกนะ” บีถอนหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก นอนพักเถอะ”

                คริสเหนื่อยล้าเกินกว่าจะคิดอะไรต่อ ทันทีที่หัวถึงหมอน คริสก็หลับเป็นตาย ไม่รู้ว่าเป็นระยะเวลากี่ชั่วโมงที่บีนั่งมองคริสนอนหลับอยู่บนเตียง โดยหาเหตุผลให้กับการกระทำไม่ได้ แต่การได้นั่งมองคริสในขณะที่คริสไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกมองเป็นสิ่งที่บีอยากทำที่สุด ณ เวลานี้ ก่อนที่คริสจะต้องกลับออกไปและไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว

                ช่วงเย็นของวันอาทิตย์ คือช่วงที่คริสต้องกลับเข้าสู่โลกบ้าๆ แห่งความเป็นจริง คริสลงมาจากรถของบีโดยไม่ได้เอ่ยคำลาใดๆ นอกจากขอบคุณที่บีอาสามาส่งคนเพิ่งสร่างเมาให้กลับมาทำงานต่อ คริสอยากจะงอแงเหมือนเด็กน้อย อยากบอกออกไปตรงๆ ว่าไม่อยากกลับออกมาจากโลกของบีที่คริสรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ในนั้น แต่คงไม่มีประโยชน์อะไรเพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว

                คริสมองบาร์แห่งความสับสน ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหามันบีมองเรียวขาและแผ่นหลังของคริสค่อยๆ เดินห่างออกไปช้าๆ ไม่รู้ทำไม บีรู้สึกราวกับว่าจะไม่ได้เจอคริสอีก บียอมรับ บีอยากให้คริสอยู่ บีอยากให้คริสอยู่ตรงนี้ให้นานอีกหน่อย ให้นานกว่าช่วงเวลาที่บีนั่งมองคริสนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงและมองคริสนอนหลับบนรถมาตลอดทาง บีไม่อยากให้มันจบเพียงเท่านี้บางอย่างพลาดแล้วคือพลาดเลยนะเว้ย บีไม่รู้ว่าการปล่อยให้คริสเดินเข้าไปในบาร์และการที่บีขับรถกลับไป จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องสำหรับวินาทีนี้รึเปล่า

                นี่ล่ะมั้ง การทำในสิ่งที่ถูกใจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องอย่างที่ลิลลี่เคยบอก บียอมรับว่านี่คือการรั้ง แต่ไม่ใช่รั้งเพื่ออยากให้คริสยังอยู่ในโลกของบีต่อไปพร้อมความเจ็บปวด แต่บีรั้งเพราะอยากใช้เวลากับคริสให้มากกว่านี้อีกหน่อย อาจเป็นเซ้นท์อะไรบางอย่างที่ความสับสนส่งมาให้บีได้รับรู้ ที่ทำให้บีรู้สึกว่าหากปล่อยคริสจากไปในคืนนี้ บีจะไม่มีโอกาสได้เจอคริสอีกแล้ว

                แต่บีมั่นใจว่าไม่ใช่เพราะความสับสนแน่นอน ที่ทำให้ตัดสินใจวิ่งตามคริสไป

                “คริส”

                คริสมองด้วยความแปลกใจ “อะไร?”

                “ไปต่อกันไหม?”

                คริสขมวดคิ้วเป็นปม “ไปไหน?”

                “ไม่รู้อ่ะ ไปไหนก็ได้”

                “เอ๊า แล้วจะรู้ไหมว่าไปไหน?”

                “ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บาร์นี่” บีเว้นวรรคเพื่อหายใจ “ที่ๆ มันไม่ต้องมีความสับสนอ่ะ”

                “ไม่ว่าจะที่ไหน ถ้าไปกับเราก็มีความสับสนทั้งนั้นแหละ เราไม่ควรทำแบบนั้นหรอก ตามจริงคนที่เธอควรชวนไม่ใช่เราหรอก อย่าสับสนสิ”

                “เขี่ยเหตุผลทิ้งไปก่อน เอาแค่เรื่องตอนนี้” บียื่นมือมาให้คริสจับ ก่อนจะย้ำในสิ่งที่อยากให้คริสตอบ บีอยากให้คริสตอบตกลง ตอบโดยไม่ต้องใช้เหตุผล “ไปต่อกับเราไหม?”

                คริสปัดมือบีทิ้ง ผลักบีให้ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไม่สบอารมณ์ ตะโกนด่าแสกหน้าไปว่า ไอ้คนโลเลจะไปไหนก็ไป อย่าเข้ามาในชีวิตเราอีก คริสเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด ตัดความสัมพันธ์กับบีทิ้ง ณ วินาทีนี้เป็นต้นไป และสะบัดผมใส่หนึ่งทีอย่างไม่แยแส ก็แค่บีอ่ะแค่คนที่ไม่ได้เลือกคริส คริสหาความสุขอย่างอื่นได้อีกตั้งเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องใช้ความสุขร่วมกับใครหรอก มันควรพอสักทีกับเรื่องบ้าบอนี่ บีควรออกไปจากชีวิตของคริสและคริสก็จะออกมาในชีวิตของบีเช่นกัน

                คริสมองภาพในหัวสลับกับภาพของบีกำลังยื่นมือมาให้ สิ่งที่คริสควรทำคือความในจินตนาการเมื่อครู่ แต่ตลกดีไหมล่ะ? เพราะสิ่งที่คริสทำจริงๆ กลับกลายเป็นการจับมือบีเอาไว้เพื่อตอบตกลงที่จะไปต่อกับบี ไปที่ไหนก็ได้ที่บีบอกว่าจะไม่มีความสับสน คริสตอบตกลงไปแล้ว ตอบโดยไม่ผ่านการประมวลผลของสมอง ไม่สนใจว่ามันถูกต้องหรือถูกใจมากกว่ากัน คริสรู้เพียงว่าหากคืนนี้คริสไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับฟลอว์เต้นรำ เหล้า บุหรี่และชายแปลกหน้า คริสก็ไม่เสียดายเท่ากับการไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับบี คริสมีเหตุผลและรู้ตัวดีว่าเพราะอะไรถึงอยากเก็บเกี่ยวความรู้สึกนี้ไว้ให้นานที่สุด

                ถนนรามบุตรี ณ ตรอกข้าวสารยามค่ำคืนให้ความรู้สึกแตกต่างจากบาร์แห่งความสับสนนั่นจนเทียบไม่ได้มันสามารถทำให้บีกับคริสส่งเสียงร้องเพลงที่ไม่รู้จักด้วยกัน ทำให้บียอมเปลี่ยนอะไรเดิมๆ ด้วยการลองนั่งดื่มในร้านธรรมดาๆ ที่แปลกใหม่ ลองเครื่องดื่มที่ไม่คุ้นรสชาติ ไม่อร่อยและหมาไม่แดกเพียงสำหรับบีเพียงเพราะคริสเป็นคนขอให้ลองจนต้องถุยมันทิ้งกับพื้นอย่างไม่ห่วงว่าคริสจะมองยังไง ทำให้บีหัวเราะออกมาได้เต็มเสียงเมื่อฟังคริสนินทาผู้หญิงที่นั่งโต๊ะข้างๆ เขียนคิ้วใหญ่เหมือนปลิง บีไม่รู้หรอกว่าบีชอบไฟสีส้มในหอศิลป์หรือไฟหลากสีในบาร์แห่งความสับสนมากกว่ากัน แต่ที่รู้ๆ บีชอบตอนนี้และชอบที่นี่ที่ๆ ทำให้บีได้เห็นตัวตนจริงๆ ของคริสไม่ใช่เพียงเสี้ยวเดียว และได้เห็นตัวตนของตัวเองที่ไม่เคยได้แสดงออกมานาน

                เสียงเพลง p./again จากวง DCNXTR กำลังบรรเลงสดๆ อยู่ด้านในของบาร์ มันกำลังตอกย้ำว่าบีอยากให้ค่ำคืนที่ไร้ความสับสนแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง เกิดขึ้นด้วยกันกับดาวเหนือดวงเดียวบนท้องฟ้าสีดำที่ส่องสว่างที่สุดในความรู้สึกของบีเมื่อมันกำลังยิ้มให้บีและโยกตัวไปตามจังหวะเพลง

                เสียงเพลงจังหวะสนุกเปลี่ยนเป็นจังหวะเนิบช้า บ่งบอกว่าร้านใกล้จะปิดเต็มที บีนั่งมองคริสอยู่ในความเงียบงันของบทสนทนา มองคริสยกเหล้าขึ้นดื่ม ก่อนจะตัดสินใจหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่ให้คริสโดยที่หล่อนไม่ได้เอ่ยขอ จากนั้นก็มองต่อไปมองโดยไม่อยากละสายตา

                “เธอเคยมีคนที่เธอรักมากที่สุดรึเปล่าคริส?” บีเอ่ยถามคำถาม อย่างไม่มีเหตุผล

                “ในชีวิตนี้เราสามารถรักใครได้อีกตั้งหลายคน ถ้ายังไม่ตายก็ไม่รู้หรอกว่าจะรักใครมากที่สุด” คริสยิ้มเมื่อเอ่ยจบ “เป็นไง เท่ป่ะ?”

                บีไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากส่งยิ้มให้คริสเช่นกัน รอยยิ้มของบีทำให้คริสต้องหลบสายตา ราวกับพร้อมจะพ่ายแพ้มันทุกครั้งที่ได้เห็น เพราะรอยยิ้มของบีเป็นรอยยิ้มที่จริงใจและสวยงามที่สุดสำหรับคริส

                “แต่เลือกได้ก็ไม่อยากรักใครแล้วทุกๆ ความสัมพันมันพร้อมจะอันตรธานหายไปได้ตลอดเวลา อย่าเอาหัวใจไปผูกมัดกับหัวใจของใครจะดีกว่า ถ้าวันนึงเขาเดินจากไป ใจเราจะเจ็บซะเอง” คริสเว้นวรรคด้วยการเมื่อเห็นบีมองแบบอึ้งๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาหลังจากพ่นควันสีเทา “ไม่ได้คิดเองหรอก จำมาจากนิยายที่เคยอ่านอ่ะคนแต่งแม่งใช้คำพูดซะสวยหรู พอเอาเข้าจริงๆ ใครมันจะทำได้วะ แค่รู้สึกรัก ก็เหมือนเราเอาหัวใจไปผูกไว้ที่ตีนเขาแล้ว”

                “แล้วเธอทำยังไงพอรู้ว่าความสัมพันธ์มันต้องจบลง?”

                “เอาจริงๆ นะ เราก็ต้องทำให้คนๆ นั้นรู้สึกว่า ถ้าเราจากไปเขาจะหาคนดีๆ แบบเราไม่ได้อีกแล้ว” คริสหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อได้พูดประโยคสวยหรูจากนิยายที่เคยอ่านเป็นครั้งที่สอง “แต่พอมองย้อนกลับมาดูตัวเองแล้วเทียบกับนางเอกในเรื่องที่เป็นดาราแสนจะเพียบพร้อมเพอร์เฟ็คแล้ว เรานี่เลวไปเลยอ่ะ ดูดิ กินเหล้าเมายา นอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแบบนี้ ปล่อยให้เขาไปหาใหม่อ่ะดีแล้ว คงไม่มีใครเสียดายเราหรอก”

                บีไม่แน่ใจว่าจะจริงอย่างที่คริสพูดรึเปล่าหากคริสจากไป บีจะเกิดความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์กับคริสไหม? หรือแท้จริง ความรักมันไม่ได้วัดค่ากันที่ความเพียบพร้อมหรือความเพอร์เฟ็คของชีวิต และไม่ได้วัดจากปฏิกิริยาเคมีที่ดูเข้ากันดีของคนสองคนกันแน่

                 “แต่เราก็แอบเชื่อในประโยคนึงนะ” คริสทอดสายตามองท้องฟ้ายามค่ำคืนและเอ่ยต่อ “ใครจะไปรู้ว่าโชคชะตาจะพัดพาใครเข้ามา อนาคตคือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เหมือนความสัมพันธ์ที่เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ามันจะลงเอยยังไง บางที การถูกชะตากับใครสักคน อาจไม่ใช่เพราะ เขาคือใครแต่เพราะเขาเป็นคนยังไงมากกว่า”

                บีพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่บทสนทนาจะจบลง คริสเอนตัวไปกับเก้าอี้ เงยหน้ามองท้องฟ้าตอนกลางคืนท่ามกลางแสงสีของแหล่งบันเทิง เสียงเพลงและผู้คน หากค่ำคืนนี้ยาวนานตลอดกาลคงจะดีคริสหัวเราะในใจเมื่อรู้ว่าในที่สุดแล้วคนตรงหน้าตอนนี้ก็ต้องกลับไป และไม่มีทางใดที่คริสจะสามารถครอบครองเอาไว้ได้

                “เฮ้ย ดูดิ มีดาวให้ดูด้วย” คริสชี้ไปที่ดวงดาวบนท้องฟ้าเพียงดวงเดียวที่ส่องแสงด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มันมี เพื่อต่อสู้กับแสงไฟ คริสมองมัน ราวกับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอีกเรื่องหนึ่งในชีวิต “แม่งโคตรเหลือเชื่อเลย ได้มานั่งมองดาวอยู่ตรงนี้”

                บีมองดาวสลับกับมองคริส “อยากเจอเหมือนคืนนี้อีกต้องทำยังไง?”

                “คงต้องรอวันที่ฟ้าโปร่งเหมือนคืนนี้มั้ง”

                “เราหมายถึงเธอน่ะคริส”

                คริสค่อยๆ หุบยิ้มลง หากเป็นปกติคริสคงด่าบีว่าถามอะไรบ้าบอ เพราะยังไงก็ตามบีสามารถเจอคริสได้ในทุกๆ คืนวันเสาร์ที่บีชอบไปนั่งโง่ๆ อยู่ที่บาร์ แต่คราวนี้มันกลับแตกต่างเพราะคริสรู้ดีอยู่ลึกๆ ว่ามันคงไม่มีทางเป็นแบบนั้นอีกแล้ว “ทำไมถามงี้อ่ะ?”

                “ไม่รู้ดิ ลืมๆ มันไปเถอะ” บียิ้มและยกเบียร์ตรงหน้าขึ้นดื่มเพื่อตัดบท แต่สายตาที่คริสจ้องมองมาทำให้บีอดไม่ได้ที่จะพูดความรู้สึกออกไป “คือ...จู่ๆ เราก็รู้สึกเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ไม่ดิคือหลังจากคืนนี้เราก็ต้องกลับไปในโลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเดิม เราเลยรู้สึกว่า เราน่าจะมีเวลามากกว่านี้อ่ะ เวลาที่เราสามารถทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้สักนิดนึงก็ยังดี”

                 “เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เช่น เรื่องที่เธอเปลี่ยนใจมาเลือกเรา งี้เหรอ?” คริสแกล้งถาม แต่ดันได้รับคำตอบเป็นสีหน้าหนักใจของบี ราวกับว่าสิ่งที่คริสพูดคือสิ่งที่บีกำลังรู้สึก “ถ้างั้นคิดซะว่าคืนนี้เธอเลือกเราดิ ลองทำให้มันเป็นไปได้ แค่คืนเดียวก็ยังดี ถึงมันจะเป็นคืนแรกและคืนสุดท้ายก็เถอะ แต่เราว่ามันคุ้มค่ากับความทรงจำที่จะได้รับนะ”

                บีตอบตกลงด้วยการจับมือของคริสเอาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จริงใจและอบอุ่นที่สุดสำหรับคริสคริสบอกตัวเองว่าจะไม่ยอมแลกค่ำคืนนี้กับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น แม้บีไม่ได้มาจากดาวดวงเดียวกับคริส ไม่ได้เข้ากันได้ดี คุยกันได้ทุกเรื่องราวกับเป็นสารเคมีชนิดพิเศษที่ลงตัวกันเหมือนกับลิลลี่ แม้คริสเหมือนมาจากดาวคนละดวงกับบี แต่คริสทำให้บีรู้สึกว่า ดาวโลกเหงาๆ ดวงนี้คือดาวที่บีอยากอยู่ตลอดไป

                แต่ค่ำคืนไม่ได้ยาวนานตลอดกาล และคำว่าตลอดไปเป็นเพียงแค่คำสวยหรูที่ใช้ปิดท้ายในนิยายน้ำเน่าท้ายที่สุด คนที่มาจากดาวคนละดวง ก็ต้องแยกย้ายกลับดาวของตัวเอง อย่างน้อยในค่ำคืนนี้ก็ทำให้โลกบ้าๆ ของคริสและโลกเหงาๆ ของบีกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง การเดินจูงมือกันไปเรื่อยๆ ราวกับเป็นคนที่ถูกเลือก ทำให้คริสมีความสุขจนแทบอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ คริสจะจดจำไปตลอดชีวิต ว่าอย่างน้อยบีก็เลือกคริส แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม

                “รู้ไหม? เธอเป็นอินทิเรียที่เก่งนะบี” คริสเอ่ย “นอกจากเธอจะแต่งเติมสีสันให้สถานที่แล้ว เธอยังสามารถแต่งเติมสีสันให้ชีวิตเทาๆ ของเราได้ด้วย”

                ไม่รู้ทำไม บีรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกบอกลา และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

                “ลาก่อนบี”

                นั่นคือประโยคสุดท้ายที่คริสเอ่ยกับความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต ก่อนจะหันหลังเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมองอีกว่าสีหน้าสุดท้ายของบีเป็นอย่างไร บีอาจจะยิ้มหรือบีอาจจะร้องไห้ แต่ช่างมันเถอะ เพราะคริสไม่อยากเห็นอีกแล้ว

                และความสับสนคงกำลังบอกบีว่า บีจะไม่สามารถลืมค่ำคืนนี้ได้ไปตลอดชีวิต

                เหมือนหลุดไปอีกโลกนึงเลย คริสไม่เคยเจอคนอย่างบีในโลกบ้าๆ ของคริสมาก่อน เหมือนอยู่ในโลกคู่ขนานที่คริสมีความสุขมากกว่าโลกแห่งความเป็นจริงบ้าบอที่กำลังเผชิญอยู่ โลกที่คริสต้องตื่นมาพบกับความเงียบเหงาในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ มีเศษซากของความทรงจำที่เคว้งคว้างและอบอวลไปด้วยควันจางๆ ของบุหรี่ยี่ห้อเดิมที่สูบมันทุกวันในโลกคู่ขนานที่บีเลือกคริสมันช่างสวยงาม เป็นความหอมหวานที่ไม่ต้องมีความเจ็บปวดมาผสม คริสสามารถจับมือและใกล้ชิดกับบีผู้ซึ่งเป็นความสุขของคริสได้ตลอดเวลา คริสอยากอยู่ในโลกนั้นให้นานกว่านี้ ไม่ใช่รวดเร็วราวกับฝันไป เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง คริสไม่สามารถทำสิ่งใดได้ นอกจากต้องปล่อยมือบีในที่สุด แม้จะยังรู้สึกโหยหาในสัมผัสอบอุ่นก็ตาม

                หากเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันจริงๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่คริสถูกเลือก และคุ้มค่ามากพอแล้วกับการตัดสินใจเดินออกมา

                “แน่ใจจริงๆ เหรอ? ลี่ไม่ได้อยากให้พี่คริสทำแบบนี้หรอกนะ” ลิลลี่มองซองสีขาวที่คริสวางไว้ตรงหน้า สลับกับมองฟลอว์เต้นรำไร้แสงสี ที่ๆ เป็นความสุขครึ่งหนึ่งในชีวิตของคริส

                “ไม่ต้องคิดมากหรือรู้สึกผิดอะไรหรอกนะ นี่เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราสามคนแล้ว เพราะยังไง ไม่วันใดก็วันนึง พี่ต้องไปจากที่นี่อยู่ดีมันคุ้มค่าแล้วลี่ จริงๆ นะ”

                คริสเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ราวกับการจากไปครั้งนี้เต็มไปด้วยความสุขและไร้ซึ่งความเจ็บปวดใดๆ อีก เวลาเดินผ่านไปไวจนน่าใจหาย คริสยังรู้สึกเหมือนเพิ่งนั่งคุยเรื่องคนไม่รู้ห่าเหวอะไรคนนั้นกับลิลลี่อยู่เลย ราวกับระยะเวลาเพิ่งพ้นไปได้ไม่นาน ลิลลี่ไม่คิดถามหาเหตุผลหรือฉุดรั้งอะไรคริสอีก นอกจากยอมรับในการตัดสินใจของคริสลิลลี่เดินกลับเข้าไปในออฟฟิศ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลขนาดเอสี่ให้คริสรับไว้

                “เก็บไว้นะ ถือว่าเป็นที่ระลึกก็แล้วกัน ลี่ตั้งใจทำให้พี่คริส”

                คริสหันไปมองฟลอว์เต้นรำเป็นครั้งสุดท้ายมองเด็กสาวรอยยิ้มสดใสที่ปรารถนาดีกับคริสมาโดยตลอดนั่งมองคริสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำลา คริสไม่ได้จากไปพร้อมความเจ็บปวด นี่คือสิ่งที่คริสมั่นใจ เรื่องราวในคืนก่อนทำให้คริสมีความสุขมาก ถ้าได้จากไปตอนนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้เจอความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต และได้ถูกเลือกจากคนที่คริสรัก แม้เป็นเวลาสั้นๆ แต่มันเปี่ยมไปด้วยคุณค่าแห่งความทรงจำ จากนี้คงมีเหลือเพียงความทรงจำแห่งความสุขเท่านั้นที่ชัดเจนอยู่ในความรู้สึก มันจะอยู่อย่างนี้เนิ่นนาน ไม่มีทางพังทลายลงและงดงามยิ่งกว่าความสัมพันธ์ใดๆ บนโลกใบนี้

                คริสเปิดซองสีน้ำตาลออกดู ขณะกลับมาที่ห้องสี่เหลี่ยมอันเงียบเหงา ภาพวาดที่มีชื่อว่า ความสุขไม่กี่อย่างในชีวิต ตรงหน้ากำลังทำให้น้ำตาของคริสไหลออกมาพร้อมรอยยิ้ม หากความสัมพันธ์มีมากกว่าสองคนไม่ได้ ความสับสนคงจะยินดีกับการถอนตัวออกมาของคริสในครั้งนี้

               

                การเดินทางจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากเราพูดคำว่าลาก่อนเสมอช่างน่าเสียดาย ที่การเดินทางของบีต่อจากนี้ จะไม่มีโอกาสได้พบเจอดาวเหนือเพียงดวงเดียวบนท้องฟ้าสีดำอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

 



--------------------------------

เพลงประจำอีพี เพลง p./again จากวง DCNXTR จ้า หาฟังเพิ่มอรรถกันเด้อ

หากคุณหน่วง ฉันหน่วงกว่าคุณสิบเท่า สวัสดี...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #691 pp-ppang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 18:49
    ลี่รู้ทุกอย่าง รู้ว่า2คนนั้นรักกัน
    #691
    0
  2. #621 nutte_BCRIS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 03:29
    อ่าาาาาาาา....ก็เป็นไปตามความต้องการของเราแล้วนิ่ คริสเดินออกมาแล้ว เดินออกมาอย่างแน่วแน่ด้วย .......แต่ทำไมเราไม่รู้สึกดีใจอะไรเลยอ่ะ ไม่เลยสักนิด เห้อออ ต่อไปจะไม่มีดาวเหนือที่สุกสว่าง ในชีวิตอีกแล้วนะบี
    #621
    0
  3. #550 mjnspw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 23:25
    ซึมเลยค่ะ ซึมเป็นส้วมเลย(ขออภัยหากใช้คำไม่สุภาพ) 555555
    คือจะปิดแล้วไปนอนตั้งนานแล้วอ่ะ แต่มือก็ดันกดตอนต่อไปตลอดเลย
    ตอนแรกเราก็แบบ อะไรอ่ะ สามคนมันสับสนขนาดนี้ได้ยังไง นิยายสุดๆ
    แต่พออ่านไปเรื่อยๆก็แบบ เออออออ โคตรจะสับสนกับความสัมพันธ์นี้
    เพราะเราเป็นคนนอกมั้งเลยรู้สึกว่าคริสน่าสงสารเป็นพิเศษ 555555 ไม่ดีเลย
    ยิ่งตอนนี้ยิ่งรู้สึกว่า คนเราแบบคริสจะต้องโดดเดี่ยวไปอีกนานแค่ไหนกันอ่ะ
    แต่ตอนนี้เราเริ่มจะสงสารตัวเองละ อินแรงมาก 555555 น้ำตานี่ซึมออกมาตลอด
    แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้พี่บีนะ ถึงเราจะรู้สึกว่า ที่พี่บีเลือกลี่เพราะต้องเลือก
    ไม่รู้ดิ่ เราแค่คิดว่าถ้ารักคนแรกจริงๆต้องไม่รักคนอื่นอีก ถูกมั้ยอ่ะ แต่มันก็นะ
    นี่มันก็แค่คำพูดสวยหรู 5555555 ถ้าเราเจออย่างพี่บีก็คงแย่เหมือนกัน


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2560 / 20:48
    #550
    0
  4. #546 SuntreeV (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 11:46
    การจากลาที่สวยงาม ในโลกนิยายของคริสอาจมีคำสวยๆ ทิ้งท้าย แต่ในโลกนิยายของฟิค (เรื่องนี้) มันพาเราไปไกลกว่านั้นมาก โคตรรักดาวเหนือดวงนี้จริงๆ แสงของเธอส่องมาถึงเรา และเราจะมองหาเธอ หากต้องหลงทาง
    #546
    0
  5. #544 nuuopor (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 13:43
    คริสทำแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ
    ความรู้สึกและการกระทำของบีต่อจากนี้จะได้มาจากหัวใจไม่ใช่ความสับสนอีกแล้ว:))
    #544
    0
  6. #543 FicFanclubz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 05:20
    จบแล้วใช่มั้ยคะ จบเนอะ อย่าเจ็บกันต่อไปอีกเลย #ไรท์เขียนดีอ่ะ อ่านไปจับหัวใจไป
    #543
    0
  7. #542 jaaoraraiake (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 01:38
    เห็นไหมล่ะว่าอยู่ด้วยกันดีขนาดไหน ยังจะเอาความสับสนมาอีกนะบี

    ดีใจที่คริสเดินออกมา ไม่งั้นก็คงเป็นวงเวียนความสับสนที่ไม่จบสักที บีจะได้รู้ว่าใครที่ตัวเองรู้สึกด้วยจริงๆ บีต้องเสียใจ!
    #542
    0
  8. #540 0851075831 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 23:25
    เฮ้ออออ ถอนหายใจยาวๆ
    พี่คริสทำถูกแล้วแหละออกมาซะอย่าให้เขาทำร้ายหัวใจโดยการที่ไม่เลือกพี่เลยอยู่ไปก็เจ็บเปล่าๆ
    #540
    0
  9. #539 WalkWithher (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:48
    พี่คริสเลือกถูกแล้วแต่ในใจลึกๆก็อยากให้พี่บีเลือกพี่คริสอยู่ดี
    #539
    0
  10. #538 CAKEPTM (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:09
    ดีมจนะที่คริสออกมาได้เอง ไม่อยากให้อยู่แบบเขาไม่เลือกอีกแล้ว ก็รอดูว่าหลังจากนี้มันดีกับทั้ง3คนจริงๆรึป่าว
    #538
    0
  11. #537 Lalitpun_Fah (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 12:33
    บอกได้คำเดียวว่า"หน่วง"ค่ะ ????
    ?
    ?
    ?
    แต่เราว่าพี่เค้าก็ทำถูกแล้วแหละ
    #537
    0
  12. #536 uts_som (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 11:41
    เย่ๆ พี่คริสออกมาแล้ว อยากรู้ว่าจะเป็นไงต่อจังเลยค่ะไรท์
    #536
    0
  13. #535 Fongfom24 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 10:34
    โอ้ยน้ำตาไห้เลยยย????
    #535
    0
  14. #534 Noon_Afternoon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 08:47
    แอบรู้สึกว่าคริสเลวนิดนึง
    ถึงสุดท้ายจะตัดสินใจออกมา แต่การที่คืนนั้นยอมตามใจไปกับบี ไปสัมผัสการถูกเลือกสั้นๆ มันก็ไม่ได้ดูดีสักเท่าไหร่

    เราหวังว่าดาวเหนือจะยังคงเป็นดาวเหนือนะ..

    ดาวที่สว่างกว่าดาวอื่นๆ และไม่ว่าเมื่อไหร่บีก็สามารถหาเจอได้แค่คิดจะแหงนขึ้นไปมองหา แล้วก็หวังว่าบีจะมองหาดาวเหนือด้วยความมั่นใจไม่ใช่ความสับสนอ่ะ
    #534
    0
  15. #533 DareamS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 08:15
    พี่คริสทำถูกแล้ว ออกมาดูแลหัวใจตัวเอง ดีกว่าปล่อยให้เขาทำร้ายหัวใจของเรา T^T
    #533
    0
  16. #532 Cris-Bom (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 07:43
    พี่คริสตัดสินใจถูกแล้วที่ออกมา
    .ใจบางเหลือเกิน
    #532
    0
  17. #531 pammylover (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 02:58
    พี่คริสทำดีแล้วกลับมาดูใจตัวเองนะ
    #531
    0
  18. #530 ksos (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 22:39
    คิดเสมอว่า 'การจากลา' เป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งนึง ทั้งบอกลารึหายไปก็ตาม

    ชอบที่ไรท์โยงเรื่อง การจากลา กับ โลกคู่ขนาน แม่งเป็นอะไรที่ละมุนมาก หน่วงละมุน ทำได้ไงเนี่ยยยนนนยยน จากลา กับ โลกคู่ขนาน มันเป็นสิ่งที่เราเคยคิดว่ามันค่อนไปทางลบ อันนี้คืออิ่มกับความเศร้าที่มีความสุข โว้ยยยยยยยยยยยย เป็นการหว่องที่ดี เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #530
    1
  19. #529 PamNPP2547 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 22:29
    คือรู้สึกว่าพี่บีเหมือนไม่รักลิลลี่แต่รักพี่คริส

    ดาวเหนือของหนูออกมาดีแล้ว:)
    #529
    0
  20. #528 panpongket (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 20:53
    ทำถูกแล้ว
    #528
    0
  21. #527 m23maka (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 20:41
    ทำไมอิชั้นน้ำตาไหลพร้อมคริสที่เห็นภาพลิลลี่ให้ด้วยนะ ฮือๆๆๆๆ

    คริส เธอทำถูกแล้ว ชนะใจตัวเองได้แล้ว

    สรุปว่าเรื่องนี้จบแล้วใช่ไหมค่ะ กระซิกๆๆๆๆ



    คุณไรท์เก่งมากอ่ะ อ่านแล้ว บีบหัวใจจริงๆ
    #527
    1
    • #527-1 naninas(จากตอนที่ 17)
      10 พฤศจิกายน 2560 / 23:54
      ยางงงงง ยังไม่จบ 55555
      #527-1
  22. #526 tewiee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 20:08
    เป็นตอนที่เรารอคอยมากๆๆๆเลย เราอยากให้คริสมีความสุข :)
    #526
    0
  23. #525 noy_napaporn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 19:57
    ดีใจ อ่านพาร์ทนี้แล้วน้ำตาไม่ไหลล
    #525
    0
  24. #524 ploychy402 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 19:52
    #ทีมดาวเหนือ ฮืออออ พี่คริสทำถูกแล้ว อย่างน้อยพี่คริสก็มีความสุขก่อนที่จะถอยออกมา
    #524
    0
  25. #523 Ryojin29 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 19:00
    กอดดาวเหนือแน่นมาก ทำดีแล้ว เก่งมากๆเลย
    #523
    0