Fic Hakuouki [Memory of Oni]

ตอนที่ 7 : [Memory 6,7,8 Met me again,My Tears,We're Shinsengumi]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ต.ค. 55

[Memory 6 Met me again]

 

 

หลังจากที่นานาโฮะจากไป ตอนนี้ก็สองเดือนแล้ว ทุกๆอย่างกลับอยู่ในสภาพปกติ ทุกๆคนใช้ชีวิตเหมือนเดิมราวกับไม่เคยมีคนที่ชื่อว่า มินาโมโต้ นานาโฮะอาศัยอยู่ในฐานทัพ

 

แต่ทุกคนก็ต้องจากฐานออกมาเพราะต้องร่วมมือกับโคฟุในการโค่นล้มพวกสนับสนุนชาวตะวันตก แต่ในที่สุด พวกเขาก็พ่ายแพ้กับอาวุธของพวกนั้นจนได้

 

และนั่น ทำให้พวกเขากลายเป็นคนร้ายในสังคมญี่ปุ่นสมัยนั้นไปเนื่องจากต่อต้านรัฐบาลสมัยนั้น

 

แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะแพ้เสมอไป เมื่อมีผู้สนับสนุนพวกเขาอยู่เหมือนกัน ในที่สุด พวกเขาก็ต้องเปลี่ยนลักษณะการแต่กายไปด้วย

 

ไซโต้ ฮาจิเมะยืนมองท้องฟ้าสีส้มเงียบๆ ตอนนี้พวกเขาออกมาจากฐานเพื่อปกป้องประตูของพระราชวังแห่งหนึ่งตามที่ถูกคอนโดสั่ง โอคิตะที่ป่วยจำต้องพักอยู่ที่เซตางาย่า ทำให้พวกเขาเริ่มขาดกำลังพลในการรบ

 

และตอนนี้เขากำลัง...คิดถึงใครบางคน...

 

ไซโต้ซัง...

 

เสียงหวานเอ่ยจากด้านหลัง ไซโต้หันไปมองก็พบจิซึรุยืนกระอักกระอ่วนราวกับอยากจะพูดอะไร เขาจึงเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

คือ...ทำอะไรอยู่หรอคะ?

 

นางค่อยๆเดินเข้ามาข้างๆเขา ไซโต้หันไปมองท้องฟ้าเช่นเดิม

 

ข้า...ไม่มีอะไร...

 

ไซโต้ปฏิเสธเรียบ ทว่าสาวน้อยแสนซื่ออย่างจึซึรุกลับนึกขึ้นได้

 

คิดถึง...นานาโฮะซังหรอคะ?

 

จิซึรุถาม ทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มขึ้นสีแดงเรื่อ

 

ไม่หรอก...ปกติดี...

 

อีกฝ่ายตอบคนละเรื่อง ทำให้เธออดอมยิ้มไม่ได้

 

ถ้าหากครานี้ เราได้นานาโฮะซังมาช่วย คงจะทำให้สบายขึ้นเยอะนะคะ

 

จิซึรุเอ่ย ถึงจะรู้ว่ามันอาจจะไม่สามารถทำได้ก็ตาม

 

แต่ตอนนี้ ทุกคนกำลังต้องการตัวของเธออยู่...

 

...............................................................................................................................

 

ฮาราดะนั่งอยู่ใกล้ๆกับต้นไม้ ในมือของเขามีจอกสาเกที่ยังไม่ได้ดื่มอยู่ ก่อนที่จะถอนหายใจพรืดและวางจอกสาเกลงทั้งๆที่ยังไม่ได้ดื่มสักอึกเดียว

 

เขากำลังเครียดหลายๆเรื่อง รวมทั้งเรื่องที่เขาต้องประจันหน้ากับยักษ์ที่รับมือได้ยากอีก

 

เขาต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว เพราะตอนนี้กำลังใจของเขากำลังถดถอย

 

ไซโต้ก็อยู่ไอสุ โซจิก็ป่วย คอนโดซังก็หนีไปพร้อมกับจิซึรุ...

 

ฮาราดะพึมพำเบาๆ ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอน

 

เรา...ก็แยกตัวออกมาซะแล้ว...

 

เขาเอ่ยปลงๆ ก่อนจะถอนหายใจแล้วหันไปทางสถานที่ที่ตอนนี้เขาเพิ่งเช่าอยู่

 

และมันคงจะปกติดี หากไม่มีใครบางคนนั่งรอเขาอยู่...

 

นานา...โฮะ?

 

...............................................................................................................................

 

ไซโต้ถูกส่งมาที่ไอสุ เพื่อร่วมรบกับเหล่านักรบที่รับมือยากของไอสุเช่นเดียวกัน

 

และตอนนี้ พวกเขากำลังต่อสู้กับทหารของกองกำลังสนับสนุนรัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่งพวกเขากำลังเสียเปรียบอย่าเห็นได้ชัด

 

ไซโต้ฝ่าดงกระสุนเข้าไปในกลุ่มของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว อันที่จริงคราวนี้เขาก็ไม่คิดว่าจะรอด เพราะอีกฝ่ายช่างมีอาวุธครบมือ แถมขนาดกำลังพลยังต่างกันอีกด้วย

 

และในขณะที่พวกเขากำลังเสียเปรียบ เพราะฝ่ายของพวกเขาสูญเสียกำลังพลมากเกินไป ทันใดนั้น ขณะที่ไซโต้กำลังถูกรุมนั่นเอง ใบมีดสั้นของใครสักคนก็พุ่งเข้ามาปักเข้าที่จุดตายของผู้ที่กำลังล้อมเขาไว้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

 

ร่างแต่ละร่างค่อยๆทรุดลง ใบมีดที่คุ้นเคยประจักแก่สายตาพร้อมด้วยร่างหนึ่งที่เดินออกมาจากป่าพร้อมกับดาบที่อยู่ในมือ ซึ่งคนๆนั้นเป็นคนที่เขาคุ้นเคยอย่างดี...ยักษ์ผู้ถูกชิงความทรงจำไป และ ณ ตอนนี้  คือคนที่เขา...คิดถึงที่สุด...

 

ไม่ได้เจอกันนาน ฝีมือตกลงไปมากเลยนี่ ไซโต้

 

เธอเอ่ยเรียบ ก่อนที่จะปามีดไปด้านหลังไซโต้ที่มีคนกำลังพุ่งเข้ามาทำร้ายเขา เหล่านักรบของชินเซ็นกุมิเมื่อเห็นเธอปรากฏตัวก็เฮลั่น เพราะเธอเองก็เป็นอาจารย์ให้แก่พวกเขาหลายคนเช่นกัน เว้นเสียแต่พวกไอสุที่ยังงงกับการปรากฏตัวของเธอ รวมทั้งดาบอันยาวเฟื้อยแถมดูท่าจะหนักไม่สมควรเป็นของผู้หญิง ประกอบด้วยสวมยูกาตะออกรบ เครื่องป้องกันก็ไม่มี ทำให้พวกเขาเริ่มสงสัยในตัวสาวน้อยคนนี้

 

ดูเหมือนเธอจะรู้ตัว เธอจึงหันไปมองพวกเขาเรียบๆทั้งๆที่ยังอยู่ในช่วงเวลาการรบ

 

มัวเหม่อแบบนี้...เดี๋ยวถ้าคับขันขึ้นมา...ข้าจะไม่ช่วยแล้วนะ...

 

เธอพูดจิกกัดทันที และทันทีที่หันไปหาไซโต้ที่ทำตาแดงๆ เธอก็เหมือนกับไม่สบอารมณ์เล็กน้อย

 

ไปสู้ได้แล้ว!!!”

 

สิ้นเสียงอันทรงพลังของนาง เหล่านักรบฝ่ายชินเซ็นกุมิก็เริ่มฮึกเหิม รีบวิ่งเข้าไปโรมรันกับอีกฝ่ายทันที ซึ่งที่จริงแล้ว ศัตรูมากกว่าครึ่ง นานาโฮะก็สามารถสยบลงได้เพียงดาบเดียว ทั้งๆที่ผู้หญิงคนเดียวไม่สามารถทำได้เลย

 

จนเมื่อการต่อสู้เริ่มยืดเยื้อ อีกฝ่ายส่งกำลังเสริมเข้ามาเรื่อยๆไม่ขาด กำลังของพวกเขาไม่สามารถต่อกรได้ ไซโต้จึงออกคำสั่งให้ถอยทัพ และเมื่อทุกคนหนีเข้าป่าไปหมดแล้ว ไซโต้ก็หันกลับมาว่ามีผู้ใดเหลืออยู่หรือเปล่า เขาก็พบกับนานาโฮะที่ยังยืนประจันหน้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนที่นางจะตะโกนขึ้นมา

 

พวกเจ้าน่ะ ปิดตาซะ หากไม่อยากเห็นภาพสยดสยองจนกลืนอะไรลงคอไม่ได้

 

และนั่นทำให้ทุกคนปิดตาและหันหลังให้ พวกไอสุที่ควรจะไม่ทำตามกลับทำตามอย่างว่าง่าย

 

ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงของมีคมฟาดฟันไปมา ของเหลวในร่างกายมนุษย์ที่สาดกระเซ็น การก้าวย่างของนักรบแต่ละคน เสียงกรีดร้อง และอีกมากมายที่พวกเขาคิดแล้ว ว่าไม่ควรเปิดตาดู ถึงให้ตายก็ไม่เปิดแน่ๆ...

 

ผ่านไปสักพัก เสียงทั้งหมดก็เงียบลง ไซโต้เปิดตาเป็นคนแรกก็เห็นนางยืนอยู่ท่ามกลางซากมนุษย์ที่น่าจะตายอย่างทรมาน รวมถึงเรือนผมของเธอที่กลายเป็นสีขาวและกำลังกลับเป็นสีเดิม ทว่าน่าแปลก ที่ตามยูคาตะของนางกลับไม่มีเลือดติดอยู่ เว้นเสียแต่ชายเสื้อที่เปรอะเล็กน้อยเพราะเดินเหยียบของเหลวสีชาดนั้น

 

นางเป็นใครกันแน่ขอรับ

 

นักรบไอสุคนหนึ่งเอ่ยถามไซโต้อย่างหวาดหวั่น เขามองร่างเล็กครู่หนึ่งก่อนจะตอบเรียบ

 

นางเป็นมิตรกับเรา...

 

...........................................................................................................................................

 

ตอนนี้นานาโฮะกำลังเดินอยู่ระหว่างกลุ่มชินเซ็นและไอสุ นางมีใบหน้าสงบนิ่งราวกับไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทว่าพวกไอสุกลับเอ่ยนินทานางในระยะเผาขน ไม่รวมถึงไซโต้ที่แลดูจะใจชื้นขึ้นเมื่อนานาโฮะกลับมา

 

ขอบอกว่าข้าไม่ได้กลับมาเพื่อมาหาเจ้าหรอกนะ ไซโต้

 

นานาโฮะเอ่ยขัดความคิด ทุกคนหันไปมองนานาโฮะเป็นตาเดียว ก่อนจะเบนสายตาไปยังไซโต้ที่ตอนนี้หูเริ่มขึ้นสีแดงๆ

 

ข้าไม่ได้คิดเสียหน่อย เจ้าเอาอะไรมาพูด

 

ไซโต้เอ่ยทั้งๆที่ยังไม่หันมามองหน้าเธอ แต่ทุกคนก็รู้ ว่าเขากำลังเขินอยู่นั่นเอง

 

ช่างเถอะ ยังไงข้ามันก็ไม่มีความหมายอยู่แล้วนี่ ถ้าอย่างนั้นข้าจะนำไปก่อน พวกเจ้าก็ตามไปทีหลังก็แล้วกัน ว่าแต่ฮิจิคาตะอยู่ที่นี่หรือเปล่า?

 

นานาโฮะร่ายยาว ไซโต้ส่ายหน้า

 

ตอนนี้ท่านรองถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส พักฟื้นที่เมืองข้างหน้า

อา...รู้แล้วล่ะ คาซามะสินะ

 

นานาโฮะยักไหล่ ทำให้ไซโต้สงสัยว่าทำไมนางถึงรู้เรื่อง

 

พอดีข้าก็ไม่ได้มีหูเดียวตาเดียวล่ะนะ ข้าก็ไปเยี่ยมเจ้าบ่อยๆ แต่พวกเจ้าไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง คราวที่แล้วข้าก็ไปหาฮาราดะ เขาบอกว่าเจ้าอยู่ไอสุ ข้าเลยตามมา พอถึงไอสุ ก็ไม่มีใครอยู่ ได้ยินชาวบ้านพูดถึงพวกเจ้าที่กำลังทำสงครามอยู่ ข้าเลยลองตามไป แล้วก็พบจริงๆด้วย

 

นานาโฮะเอ่ยเรียบ ทำให้ใครบางคนเริ่มอึ้ง เพราะการหาเบาะแสของเธอที่ราวกับเป็นเรื่องง่ายเหมือนเอาเปลือกกล้วยมาวางบนพื้นแล้วแล่นไถลไปเรื่อยๆตามใจนึก

 

ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปหาฮิจิคาตะก่อน ไว้ค่อยเจอกันทีหลังก็แล้วกัน...

 

นานาโฮะเอ่ย ก่อนจะเดินไปอีกทาง

 

เดี๋ยว!”

 

ไซโต้ที่ทำอะไรไม่ถูกเข้าไปคว้ามือนางไว้ นานาโฮะแปลกใจเล็กน้อย

 

คือ...ข้า...

 

ก่อนจะแปลกใจเข้าไปอีก เมื่อหมอนี่ไม่พูดอะไรสักที

 

ไซโต้เอ่ออ่าสักพัก ทุกคนก็พร้อมใจเงียบให้ ทำให้ไซโต้ประหม่าขึ้นเรื่อยๆ

 

ฝากบอกท่านรองด้วย ว่าขอให้หายเร็วๆ

 

แป่ว...

 

ทุกคนเหมือนกับอยากตำหนิไซโต้ขึ้นมา เพราะแค่จะรั้งผู้หญิงคนเดียวยังจะทำไม่ได้ แถมนางยังพยักหน้ารับรู้แล้วจากไปจริงๆอีก...

 

...........................................................................................................................................

 

ไม่ไหว...อยากส่งไปอบรมกับพี่เทพชะมัด... <<(ข้อความจากผู้เขียน)

 

...........................................................................................................................................

 

[Memory 7 My tears]

 

ทันทีที่นานาโฮะผละจากไซโต้มา เธอก็ใช้พลังของเธอหายตัวมาจนมาอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นหมู่บ้านที่ฮิจิคาตะพักฟื้น เมื่อนางกำลังเดินได้สองสามก้าว เสียงดาบกระทบกันและกลิ่นเหม็นคลุ้งของเลือดก็ลอยกระทบจมูกทำให้ต้องยกชายแขนเสื้อยูคาตะขึ้นปิดจมูกเพื่อกลบกลิ่นน่ารำคาญนั่น

 

เกิดอะไรขึ้น ทำไมหมู่บ้านเล็กๆถึงมีกลิ่นเลือดมนุษย์เต็มไปหมดราวกับว่าเพิ่งเกิดสงครามล่ะ?

 

นานาโฮะหันซ้ายหันขวาก่อนจะเดินเข้าไปอีก ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่ กลิ่นยิ่งแรงขึ้น แรงขึ้น จนอดจะขมวดคิ้วไม่ได้

 

แล้วฮิจิคาตะล่ะ หมอนั่นบาดเจ็บแถมอยู่กับยูคิมูระไม่ใช่รึไงกัน?

 

ด้วยความเป็นห่วง นางจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ก่อนที่เธอจะพบกับต้นเหตุของกลิ่นคาวเลือดอันน่าสะอิดสะเอียนนี้

 

โอคิตะในชุดแบบตะวันตกกำลังต่อสู้โรมรันกับทหารหลายนาย เรือนผมของเขาเป็นสีขาวแทนที่จะเป็นสีน้ำตาลเปลือกไม้ และบาดแผลที่เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว แสดงว่าเขาได้ข้ามผ่านกฎเกณฑ์ของมนุษย์ไปแล้ว ของเหลวสีแดงแห้งเกรอะเปรอะตามร่างกายของเขาไปทั่ว ที่พื้นก็มีซากศพที่ถูกฆ่าอย่างไม่ปราณี และบางส่วนก็กลิ้งตกหุบเขาไปบ้าง นานาโฮะมองภาพนั้นนิ่งๆ ก่อนที่นางจะนึกอะไรออกแล้วมองไปที่โอคิตะที่ดูท่าจะหมดแรง ดาบของเขาเริ่มบิ่นด้วยแรงฟันนับร้อยครั้ง

 

โอคิตะ พอได้แล้ว!”

 

นานาโฮะโวยวาย โอคิตะสะดุ้งเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงนาง ก่อนจะละจากการต่อสู้แล้วหันมามองนางเป็นครั้งแรก

 

นานาโฮะจัง...เจ้า...

 

นานาโฮะสังเกตว่าขอบตาของเขาเริ่มมีของเหลวสีใสเอ่อคลอ เมื่อมองไปด้านหลังเหล่าทหารที่กำลังต่อสู้กับโอคิตะเมื่อครู่กำลังเงื้อดาบหมายจะฟันคนตรงหน้าให้ตายๆไปเสีย เห็นดังนั้นนางจึงทิ้งของทั้งหมดลงแล้วใช้ความเร็วเท่าที่ตนต้องการวิ่งจนไปหยุดตรงหน้าของเหล่าทหารชะตาขาดเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหยิบดาบของตนที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาฟันร่างของทหารนายนั้นจนขาดสะบั้นเป็นสองท่อน

 

.....................................................................................................................................................

 

เมื่อเหตุการณ์สงบลง นานาโฮะหันไปหาโอคิตะอีกครั้ง คราวนี้กลับต้องตกใจจนเกือบเผลอปล่อยดาบ เป็นเพราะเขาจู่ๆก็สวมกอดเธออย่างแนบแน่นโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัว

 

แต่ถึงตั้งตัว...ก็ตกใจอยู่ดี...

 

ทว่าน่าแปลก...ที่เธอไม่คิดจะผละออกจากเขา กลับปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้น และร้องไห้ฟูมฟายอย่างกับเจอพ่อแม่ที่ตายไปมาเกิดใหม่

 

นานาโฮะจัง...ข้า...ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน เหตุใดเจ้าถึงไม่บอกลาข้าสักคำ ข้าไม่มีความสำคัญสำหรับเจ้าอีกแล้วใช่ไหม?

 

อีกฝ่ายพูดแนวตั้งเพ้อ นานาโฮะที่ยังตีหน้านิ่งยังไม่เข้าใจที่จู่ๆโอคิตะก็ร้องไห้ออกมา

 

ไม่ใช่หรอก...ข้าแค่ไม่อยากผูกมัดเจ้าเท่านั้นเอง...แล้วอีกอย่าง ถ้าข้าบอกเจ้าตรงๆเจ้าจะให้ข้าออกมาไหมเล่า?

 

นานาโฮะเถียงเคืองๆ ทำให้โอคิตะหัวเราะแห้งๆทั้งน้ำตา

 

อย่างไรก็ตาม...ข้าก็กลับมาแล้ว...

ช้าไปแล้วล่ะ...

 

โอคิตะพูดขึ้นก่อนจะผละออกจากอ้อมกอด นานาโฮะสังเกตว่านิ้วมือของเขากำลังสลายกลายเป็นทราย นางตะลึงเล็กน้อยก่อนจะมองใบหน้าของโอคิตะที่ส่งยิ้มอ่อนโยนให้

 

ข้าที่เป็นราเซ็ทซึ...ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว...ข้ากำลังหายไปตลอดกาล...

 

โอคิตะเอ่ย ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือแตะใบหน้าของนานาโฮะที่ถึงแม้จะนิ่งราวกับตุ๊กตา ทว่าดวงตาของนางกำลังฉายแววเศร้าสร้อยออกมา แทนที่นางจะปัดออก นางกลับให้เขาจับไว้ และกุมมือของเขาที่จับแก้มของตนเช่นกัน

 

ไม่มีทางเลือก...แล้วสินะ...

 

นานาโฮะเอ่ยเรียบ ก่อนที่จะมองใบหน้าของโอคิตะที่ฉายแววดีใจ

 

แต่ข้าดีใจนะ...ที่ได้อยู่กับเจ้าในวาระสุดท้าย...

 

คำพูดของเขาซ้อนทับกับใครบางคน ทับทิมงามฉายแววแปลกใจเล็กน้อย เมื่อคำพูดของเขาเหมือนกับของปู่ของไซโต้ไม่มีผิด

 

จะดีใจ...ไปทำไมกันล่ะ?

 

นานาโฮะพูด ทำให้โอคิตะแปลกใจ

 

กำลังจะตายแท้ๆ ไม่เศร้าใจบ้างเลยรึไง!!!!”

 

นานาโฮะตะโกนลั่น โอคิตะสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มให้

 

เพราะว่าตายโดยที่มีคนรักอยู่ด้วยน่ะ...มันเศร้าไม่ลงหรอกนะ...

 

คำพูดของโอคิตะทำให้คนตัวเล็กเบิกตากว้าง ก่อนที่ธารใสจะไหลจากมรกตงามช้าๆ ทำให้โอคิตะตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆเธอก็ร้องไห้ทั้งๆที่เธอไม่เคยแม้แต่แสดงอารมณ์อะไรให้เขาเห็น

 

อย่าตายนะ...อย่าตายนะ...โอคิตะ...

 

นานาฮะพูดไม่เป็นคำขณะที่สวมกอดเขา

 

เวลาทั้งหมดกำลังหายไป...

 

เวลาของโอคิตะ โซจิ...

 

ดีใจจัง...ที่เจ้าร้องไห้เพื่อข้า...

 

โอคิตะกอดคนตัวเล็กตอบ ขณะที่ส่วนแขนของเขากลายเป็นทรายไปแล้ว

 

อย่านะ...อย่านะ...โซจิ...อย่าไปนะ...

 

เป็นครั้งแรกที่เธอเรียกชื่อตัว โอคิตะส่งยิ้มให้เธอเล็กน้อยเมื่อใกล้ถึงเวลาแล้ว สติของเขากำลังหายไปสมบูรณ์

 

ขอโทษนะ...นานาโฮะจัง...

 

โอคิตะเอ่ย ก่อนที่เขาจะขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ...เรื่อยๆจนห่างกันไม่เท่าไหร่...

 

ร่างของเขาก็กลายเป็นทรายอย่างสมบูรณ์...

 

..................................................................................................................................................

 

ลาก่อน...

 

..................................................................................................................................................

 

แซก...แซก...

 

เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังขึ้น นานาโฮะที่ยืนอยู่ที่เดิมเงยหน้ามองท้องฟ้า เธอช็อกกับการจากไปของโอคิตะมาก แม้กระทั่งดาบเธอก็ยังไม่คิดจะเก็บ แล้วเหตุใดเล่าจะสนใจเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา

 

เสียงฝีเท้านั้นใกล้เข้ามาทุกขณะ...ดวงตาบวมแดงของเธอยังจ้องท้องฟ้ายามเช้าไม่หยุด

 

ยามเช้า...ที่น่าเกลียด...

 

น...นานาโฮะซัง...

 

เสียงเรียกของคนคุ้นเคยดังขึ้น ร่างเล็กเบิกตากว้างก่อนจะหันไปมองต้นเสียงซึ่งก็คือจิซึรุที่พยายามประคองฮิจิคาตะที่บาดเจ็บ เธอหันไปมองรอบๆว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะหยุดที่ดาบประจำตัวของใครบางคน ที่ด้ามของมันพันผ้าพันแผลลอยไปตามลม

 

นั่น...ดาบของโอคิตะซัง...

 

จิซึรุกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนที่เธอจะปล่อยฮิจิคาตะลงเมื่อเขาบอกว่าสามารถยืนเองได้แล้ว นางจึงเดินเข้าไปหานานาโฮะที่ยืนอยู่กับที่

 

เกิดอะไรขึ้นคะ แล้วโอคิตะซัง...

โซจิ...โซจิเค้า...

 

นานาโฮะเอ่ยไม่เป็นคำ ราวกับเปิดสวิตช์ น้ำตาของนางหลั่งออกมาอีกรอบ ทำให้ฮิจิคาตะอึ้งเล็กน้อย

 

เค้า...ฮึก...ฮึก...ฮือ...

 

ทันใดนั้นนางก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง จิซึรุปิดปากเนื่องจากเดาได้ว่าคำถัดไปจะเป็นอะไร นางหันไปมองดาบของโอคิตะที่ปักกับพื้นอีกรอบ แล้วพยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จะเล็ดรอดออกมาพร้อมกับน้ำตาของนาง

 

ฮิจิคาตะแทบหยุดหายใจ ก่อนที่เขาจะหันหลังให้

 

ฮิจิคาตะซังคะ...โอคิตะซัง...

อย่าพูดนะ!! เจ้านั่นยังไม่ได้ตายเสียหน่อย!!!”

 

 ฮิจิคาตะคำราม ทำให้จิซึรุสะดุ้งเฮือก และนางสังเกตว่าเขาก็กำลังร้องไห้เช่นกัน ไหล่ของเขากำลังสั่น...สั่นด้วยความเศร้า

 

ทั้งสามไม่พูดอะไร เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ก่อนที่นานาโฮะจะเดินไปดึงดาบของโอคิตะขึ้นมาแล้วเก็บไว้ในฝักของมันที่เขาน่าจะเขวี้ยงทิ้งไว้แถวๆนี้ และเก็บมันไว้ในแขนเสื้อของนาง

 

ข้าจะไม่ลืมเจ้า...โซจิ...

 

นานาโฮะเอ่ยเรียบ ตอนนี้เธอไม่ร้องไห้อีกแล้ว

 

จะไม่มีวันลืมเจ้าแม้นสักวินาที...

 

นางเอ่ย ก่อนจะกอดตัวเองไว้

 

ข้าสัญญา...

 

..............................................................................................................................................

 

ฮิจิคาตะ...เจ้าก็กลายเป็นราเซ็ทซึแล้วอย่างนั้นหรือ?

 

นานาโฮะเอ่ยเรียบ ราวกับว่าที่นางร้องไห้เมื่อครู่เป็นเพียงแค่ภาพมายา

 

ใช่...

 

ฮิจิคาตะพยักหน้ายอมรับ อันที่จริงเขาก็พร้อมแล้วที่จะโดนยักษ์หญิงตนนี้ฆ่าถ้าหากนางเกิดต่อต้านราเซ็ทซึ

 

อย่าใช้พลังเกินตัวล่ะ...ข้าไม่อยากให้เจ้าเหมือนโซจิ

 

นานาโฮะเอ่ยเรียบ ก่อนจะยกชาที่จิซึรุยกมาขึ้นจิบ ทำให้คนตัวสูงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เธอไม่คิดจะแค้นเคือง

 

เอาล่ะ ที่ข้ามาหาเจ้าก็ไม่ใช่เพราะอะไร...

 

นานาโฮะเว้นช่วง ก่อนจะถอนใจ

 

ข้ารู้ว่าใครเป็นคนชิงความทรงจำของข้าไปแล้ว

 

..................................................................................................................................

[Memory 8 We’re Shinsengumi]

 

หลังจากที่รู้แล้วว่าใครเป็นคนชิงความทรงจำของนานาโฮะไป ฮิจิคาตะก็เตรียมตัวออกเดินทางต่อทันทีโดยไม่สนว่าบาดแผลของตนมันจะหายดีแล้วหรือไม่ แต่สาวน้อยอีกสองคนกลับรั้งเขาไม่ให้วู่วามมาก เพราะถ้าไม่อย่างนั้นฮิจิคาตะจะบาดเจ็บหนักกว่าเดิม

 

ข้าติดต่อกับฮาราดะและนางาคุระให้ช่วยเหลือไซโต้และจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเครียดแทนข้าหรอก ขนาดข้าที่เป็นเจ้าของความทรงจำยังไม่วู่วามเท่าเจ้าเลยนะ

 

นานาโฮะพยายามเกลี้ยกล่อมฮิจิคาตะ ใบหน้าที่สงบนิ่งของนางทำให้เขาเบาใจลง แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะว่าความทรงจำของนางนั้นอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมเท่านั้น

 

แล้วตอนนี้ซันนันอยู่ไหน?

 

ฮิจิคาตะถามขึ้น นานาโฮะก้มมองถ้วยชาที่อยู่ในมือ

 

ข้าไม่รู้

 

นานาโฮะเอ่ยเรียบขณะที่จ้องพื้นเสื่อทาทามิไม่วางตา ฮิจิคาตะมองไปยังแขนเสื้อของนางแล้วถอนใจเบาๆ

 

มินาโมโต้...ข้าว่าดาบนั่น...

ข้ากะว่าจะนำไปฝังไว้แทนศพของเขาน่ะ...มันก็น่าจะเป็นตัวแทนได้นี่...

 

นานาโฮะเอ่ยขัด ทำให้ฮิจิคาตะชะงักกึก นานาโฮะไม่ว่าอะไรก่อนจะขอตัวออกจากห้อง

 

มินาโมโต้...ชอบโซจิงั้นรึ?

 

ฮิจิคาตะพึมพำ จิซึรุที่นั่งข้างๆยิ้มน้อยๆก่อนจะส่ายหน้า

 

ข้าว่าไม่ใช่ค่ะ...นางคงเห็นเขาเหมือนกับใครสักคนที่นางรักมากกว่า ราวกับว่า...นางเคยพบเหตุการณ์นี้มาก่อน แต่ทว่านางไม่ได้สนใจเท่าไร ครานี้นางจึงรู้สึกอาวรณ์กระมัง

 

จิซึรุเอ่ยแก้ ฮิจิคาตะพยักหน้าเข้าใจ

 

ผู้หญิง...เหตุใดถึงเข้าใจยากเช่นนี้นะ...

 

...................................................................................................................

 

หลังจากที่ร่ำลาพวกฮิจิคาตะได้แล้ว นานาโฮะก็แยกตัวออกมาเพราะต้องการเดินทางกลับไปหาไซโต้ให้เร็วที่สุด เพราะนางเกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากนางไม่รีบกลับไป ที่นางมาหาฮิจิคาตะเพียงเพราะต้องการส่งข่าวเท่านั้น

 

ช่วงนี้...หายไปนานเชียวนะ มินาโมโต้...

 

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง นานาโฮะถอนใจเบาๆก่อนจะหันไปทางต้นเสียงก็พบกับศัตรูคู่อาฆาตอย่างคาซามะกำลังยืนอยู่บนกำแพงอยู่ นางมองเขาด้วยสายตาทิ่มแทงอย่างแรง ก่อนที่นางจะเดินจากไปแบบไม่พูดอะไร ทำให้คนตัวสูงชักจะเริ่มเคืองขึ้นมา

 

ไม่คิดจะคุยกับข้าเลยหรือไร?

 

คาซามะเอ่ยถามสาวน้อยที่ยังเดินดุ่มๆอยู่ไม่สนใจเขา

 

เพราะใช้ลูกไม้ตื๊อแบบนี้ไง ยูคิมูระถึงไม่สนใจเจ้าเสียที หัดเป็นชายเอาใจหญิงหน่อยเถอะ มันจะดีกว่าที่เจ้าเป็นในตอนนี้มากเลย

 

นานาโฮะแนะนำผสมจิกกัดเข้าไปด้วย ทำให้คนตัวสูงถึงกับชะงัก

 

แล้วนี่...ที่มานี่เพราะต้องการเอาตัวข้าไปสินะ...

 

นานาโฮะถามเรียบขณะที่ยังเดินอยู่เพรานางก็รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องพยายามตามมาอย่างแน่นอน

 

รู้ตัวก็ดีแล้วนี่...ตอนนี้ข้าสนใจเจ้ามากกว่ายูคิมูระ จิซึรุเสียอีก

 

คาซามะเอ่ยหลังจากปรากฏตัวต่อหน้าเธอและเชยคางเธอขึ้นมาโดยที่เธอก็ไม่คิดเลย ไม่คิดอยากจะกระชากไส้เขาเลยจริงๆนะ

 

เหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็เอาใจข้าให้ได้สิ ข้าเอาใจยากนะ

 

นานาโฮะเอ่ยยั่ว ก่อนจะบีบแขนของเขาทิ้งท้ายแล้วจากไป

 

ถ้าเจ้าเป็นมนุษย์ปกติ ป่านนี้คงหักแบบสมานกันไม่ติดแล้วล่ะ

 

นานาโฮะเอ่ยทิ้งท้ายเมื่อเห็นคาซามะยืนค้างและพยายามกลั้นเสียงร้องของตนเพราะถูกบีบแขนอย่างแรงนั่นเอง

 

คอยดูเถอะ...มินาโมโต้

 

...............................................................................................................................

 

นานาโฮะที่ใช้ความสามารถของตนเดินทางมาถึงฐานที่มั่นที่ไซโต้อยู่ นางหลุบตาลงต่ำขณะที่กำแขนเสื้อซ้ายไว้แน่นแล้วแฝงตัวเข้าไปในไอสุที่ห้ามคนนอกเข้าได้อย่างง่ายดาย

 

เมื่อนางเข้ามาได้แล้ว นางก็ตามหาไซโต้เป็นอย่างแรกโดยพยายามหลบยามที่เฝ้าอยู่เรื่อยๆ แต่ทว่าก็ไม่เป็นผลเท่าไรนัก

 

คนนอกอย่างเจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะ?

 

เสียงทหารของไอสุดังขึ้น นานาโฮะหันไปมองเขาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ตอบอะไร

 

จริงสิ...ถ้าอย่างนี้ล่ะก็เราคงหาไซโต้ง่ายกว่า...

 

นานาโฮะคิด ก่อนจะตัดสินใจไม่ตอบอะไรเขา และมันทำให้อีกฝ่ายเริ่มเดือด

 

ไม่รู้รึไงว่าที่นี่คนนอกห้ามเข้า!”

 

อีกฝ่ายตะโกนถาม นานาโฮะกระพริบตาปริบๆทำเป็นเอ๋อ ก่อนจะถูกอีกฝ่ายกระชากแขนขึ้นเพื่อจะนำออกจากฐาน นานาโฮะพยายามสุดชีวิตที่จะไม่บิดแขนของคนตรงหน้าเนื่องจากระดับความอดทนยังไม่พุ่งปรี๊ดเท่าไหร่

 

นี่เจ้าเป็นใบ้หรืออย่างไร?

 

อีกฝ่ายถาม ทำให้นานาโฮะเลิกคิ้ว

 

ข้าอยากจะพูดหรือไม่พูด มันก็เรื่องของข้า

 

นานาโฮะเอ่ยเรียบ ทำให้อีกฝ่ายโกรธมาก เขาจึงหันดาบใส่ นานาโฮะกำลังจะดึงดาบออกมาเช่นกัน ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังพวกเขา

 

เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ

 

ไซโต้ที่ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายระหว่างการเดินตรวจตราเอ่ยถามขึ้น ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นนานาโฮะกับทหารของไอสุที่ดูเหมือนจะมีเรื่องกันอยู่

 

ท่านไซโต้ขอรับ...นางแอบเข้ามาในฐานของเรา...

 

นายทหารเอ่ยตามที่เข้าใจ ก่อนจะชะงักไปชั่วครู่เมื่อจู่ๆสาวน้อยที่เพิ่งหาเรื่องด้วยเดินเข้าไปหาหัวหน้าของตนแล้วดึงชายเสื้อของเขาไว้ก่อนจะเอนตัวลงซบอกของเขาอย่างไม่อายใคร

 

ข้าเหนื่อย...ไซโต้...อยากพักเต็มทีแล้ว...

 

นานาโฮะเอ่ยเสียงอูอี้ เป็นเพราะกำลังซบอกของไซโต้อยู่ เขาก็งงเหมือนกันที่จู่ๆเธอก็ทำกิริยาอันน่าอายแบบนี้ ไม่ทันไรร่างของเธอก็ราวกับจะล้มลง เขาจึงจำต้องโอบเธอเอาไว้ ก่อนที่เขาจะหันไปมองนายทหารที่อ้าปากพะงาบๆมองทั้งสองคนอย่างอึ้งๆไม่แพ้ทหารส่วนหนึ่งที่ติดตามไซโต้มาด้วย

 

อา...นางเป็นคนรู้จักของข้าน่ะ เพิ่งกลับมาจากการเดินทางไกล เจ้าน่าจะเคยได้ยินแล้วนี่ ดรุณีที่เข้าไปช่วยเราต่อสู้กับพวกโคฟุครานั้นอย่างไรล่ะ

 

ไซโต้แก้ความข้องใจ แต่ยิ่งทำให้นายทหารอ้าปากค้างกว่าเก่า

 

ถ้าอย่างนั้น...นางก็...

 

นายทหารก็ยังอึ้งไม่หยุด  เมื่อเห็นว่าไม่ได้การ เขาจึงต้องรีบขอตัวออกมาก่อน

 

........................................................................................................................................................

 

อ้าว...นานาโฮะจังหลับไปแล้วหรอ?

 

ฮาราดะที่นั่งอยู่บนระเบียงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นไซโต้อุ้มนานาโฮะที่หลับอยู่มาตรงหน้า เห็นดังนั้นเขาเลยเดินไปยกฟูกมาปูให้

 

อา...เห็นบอกว่าเหนื่อย...

 

ไซโต้เอ่ยก่อนจะวางร่างเล็กลงเมื่อเห็นฮาราดะยกฟูกมาวางไว้ให้

 

แหม แต่ตอนที่ข้าเห็นนางปรากฏตัวครานั้น ข้าก็ตกใจเหมือนกันนะ ผ่านมาก็สองปี นางยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย

 

ฮาราดะเอ่ยเมื่อพิจารณาใบหน้าของสาวน้อยยามหลับ ซึ่งไซโต้ก็เห็นด้วย

 

แถมยังเรียกข้าเหมือนเดิมว่าตาลุงด้วยล่ะ...

 

ก่อนที่เขาจะมุดไปอยู่มุมห้อง เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่นานาโฮะปรากฏตัวหลังจากไม่ได้พบกันมาสองปี...

 

 

 

 

 

 

นานา...โฮะ?

 

ฮาราดะจ้องร่างเล็กไม่วางตาเมื่อเห็นนางนั่งอยู่บนห้องของเขา นางยังมีใบหน้านิ่งเรียบเช่นเคยราวกับไม่เปลี่ยนไปจากสองปีที่แล้วเลยด้วยซ้ำ

 

ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง ฮาราดะ

 

นางเอ่ยเรียบก่อนจะก้มหัว ฮาราดะที่ยังนิ่งค้างไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้เลย

 

อา...เจ้าไปไหนมาน่ะ...ทุกคนคิดถึงเจ้ามากเลยนะ

 

ฮาราดะเอ่ยถามก่อนจะรีบปรี่เข้าไปหานานาโฮะที่นั่งนิ่งราวกับไม่เคยจากจากพวกเขาไปแม้นวินาทีเดียว

 

ข้าไปตามหาความทรงจำมาน่ะ...

 

นานาโฮะเอ่ยเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนที่เธอจะดีดหน้าผากชายหนุ่มเสียงดังจนเขาต้องร้องโอ๊ยกับแรงที่เหนือมนุษย์ของเธอ

 

เจ้าก็แก่ขึ้นเยอะเลยนะ ตาลุง ดูแลตัวเองบ้างหรือเปล่า หรือตั้งแต่ตอนที่ออกจากชินเซ็นกุมิแล้วเจ้าก็เอาแต่ซดสาเกไม่ทำงานทำการ?

 

นานาโฮะเอ่ยแทงใจ ทำให้ฮาราดะคิ้วกระตุกก่อนจะกุมมือของสาวน้อยขึ้น

 

เจ้า...ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ยังงดงามเช่นเดิมดังครั้งสุดท้ายที่ข้าเห็นเจ้า

 

ฮาราดะเอ่ยทั้งน้ำตา ในเมื่อคนที่เขาคิดถึงที่สุดภายในสองปี ไม่ได้พบหน้ากันแม้สักครั้ง แม้ใบหน้าก็แทบลืมไปแล้วยามหลับตาลงนอน ในตอนนี้กลับมาอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง แถมยังดูท่าจะกลับมาอยู่ด้วยอีกนานแน่ๆ

 

ถึงได้บอกไง ว่าข้าไม่สนคำชมของตาลุงอย่างเจ้า

 

นานาโฮะพูดเล่นหัว ก่อนที่เธอจะดึงมือกลับ

 

ที่ข้ามาที่นี่เป็นเพราะข้าอยากให้เจ้ากับนางาคุระกลับเข้าไปช่วยเหลือชินเซ็นกุมิอีกครา

 

สิ้นเสียงนานาโฮะ ฮาราดะก็เปลี่ยนสีหน้าโดนพลัน

 

คงไม่ได้หรอก...ก็ข้าตัดสินใจแล้วนี่นา

อันที่จริง ตอนนี้ชินเซ็นกุมิ...กำลังจะไม่ใช่ชินเซ็นกุมิอีกแล้วล่ะ

 

นานาโฮะเอ่ยขัดตามนิสัยของนาง ใจความของคำพูดของนางทำให้คนฟังชะงักกึก

 

ตอนนี้ชินเซ็นกุมิเป็นเพียงชื่อของชนกลุ่มน้อย ที่รัฐบาลจะขยี้เมื่อไหร่ก็ย่อมได้...

 

นานาโฮะเอ่ยเสริม ก่อนจะมองหน้าฮาราดะที่ฉายแววสับสน

 

หรือว่าเจ้ากำลังกังวลเรื่องที่ชิรานุอิส่งสารมาบอกว่าราเซ็ทซึของโคโดกำลังเคลื่อนไหว และจำเป็นต้องกำจัด?

 

นานาโฮะเอ่ยถามเรียบ ฮาราดะชะงักอีกครา เนื่องจากนางก็จากไปนาน แต่กลับรู้เรื่องราวความเป็นไปของพวกเขาอย่างดีราวกับอยู่ข้างกายตลอดมา

 

จะว่าอย่างไร ฮาราดะ...ข้าของเพียงเจ้าและนางาคุระไปสมทบกับไซโต้ที่ไอสุเท่านั้น

 

ฮาราดะคิดหนัก เป็นเพราะเขาเกรงว่าถ้าหากไปล่ะก็ อาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้

 

ถึงเจ้าในตอนนี้จะไม่ได้มีสถานะเป็นนักรบแห่งชินเซ็นกุมิ แต่ใจของเจ้ายังเป็นอยู่รึเปล่าล่ะ?

 

นานาโฮะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้คนฟังเผลอฟังอย่าตั้งใจโดยไม่รู้ตัว

 

ถึงข้าจะไม่ใช่นักรบ...และไม่ในสมาชิกของชินเซ็นกุมิ แต่ใจของข้านั้น มอบให้แก่ชินเซ็นกุมิทั้งหมดแล้ว

 

คำพูดของนานาโฮะทิ่มแทงเข้าไปในใจของฮาราดะ

 

แต่ถ้าเจ้าไม่ไป...ข้าก็ไม่มีธุระกับเจ้าแล้วล่ะ...

 

นานาโฮะเอ่ย ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนและทำท่าจะเดินจากไป

 

เดี๋ยว! นานาโฮะ ข้ายอมไปก็ได้

 

 

 

 

 

 

เมื่อลองมานึกทบทวนแล้ว...นั่นมันมัดมือชกชัดๆ

 

อา...พวกเจ้านี่...เล่นอะไรแบบนี้ประจำสินะ มินาโมโต้ก็เล็งจุดอ่อนได้เก่งจริงๆ

 

ไซโต้เอ่ยก่อนจะถอนใจ เขามองใบหน้าของนานาโฮะที่กำลังหลับอย่างเป็นสุข คงเป็นเพราะเพิ่งเดินทางไปมาและไม่ได้พักผ่อนตามที่ควร

 

อืม...นานาโฮะน่ะ จี้ใจดำเจ็บจริงๆนั่นแหละ

 

นางาคุระที่เพิ่งเดินเข้ามาได้ยินพอดีจึงเข้าร่วมวงสนทนาด้วย

 

แต่แหม...ไม่ได้พบกันเสียนาน อยากกอดให้หายคิดถึงจัง

 

เขาเอ่ยอีกก่อนจะทำท่าเข้าไปกอด ทำให้ไซโต้และฮาราดะรีบยันหน้าเขาออกไปไกลๆทันที

 

อย่ามาแตะต้องนานาโฮะ/มินาโมโต้ นะ

 

คนที่เพิ่งประทุษร้ายร่างกายนางาคุระเอ่ยขึ้นเคืองๆ ทำให้คนที่ล้มลงไปนอนแบ๊บอยู่อดหัวเราะออกมาไม่ได้

 

อา...นี่แหละ ความสุขที่แท้จริง...

 

...............................................................................................................................

ง้อ เราก็ว่าทำไมบางตอนมันหายไป ลืมใส่ลงไปนี่เอง อ๊ายอายยยยย

)

 

\:)  Shalunla

Thank for Theme

SHALUNLA : T H E M E

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #21 โอตาคุวิปลาส (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 22:45
    โอคิตะ ของช้านนนน ฮืออออออ ดราม่าเกิน ทำใจไม่ได้ ชินเซ็นงุมิไร้พ่าย บันไซซซซ
    #21
    0
  2. #7 PoupeE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 00:59
    โอ้ยยย ทำไมไม่พูดออกไปตรงๆซักทีล่ะ ไซโต้ซัง >,.<
    #7
    0