Fic Hakuouki [Memory of Oni]

ตอนที่ 13 : [Memory Special Part 1 - Kasama Chikage]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ก.ค. 55

[Memory Special Part 1 - Kasama Chikage]

 

ครั้งแรกที่ข้าพบนาง...เมื่อใดนะ?

 

อา...นั่นสินะ...หนึ่งร้อยปีก่อนกระมัง...ที่ข้าพบนางครั้งแรก...

 

...............................................................................................................................

 

จิคาเงะ! เจ้าต้องเป็นผู้นำตระกูลคาซามะต่อไป เจ้าจะมัวอืดอาดยืดยาดไม่ได้นะ!”

 

เสียงอันทรงพลังของท่านพ่อของข้าแล่นเข้าสู่สมอง ข้าที่กำลังฝึกวิชาดาบอยู่ถึงกับเสียการทรงตัวล้มลงไปนั่งกับพื้น

 

ข้าไม่ได้อืดอาดอยู่เสียหน่อย ท่านเห็นรึเปล่าว่าข้าทำอะไรอยู่!”

 

ข้าหันไปเถียงพ่อบังเกิดเกล้าอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะข้าถูกสอนมามิให้ยอมผู้ใดไม่เว้นบุพการีอันเป็นที่รักยิ่ง

 

เชอะ...ตัดคำท้ายออกไปจะดีมากเลย...

 

แม่ของข้าเสียตอนที่ข้าอายุยังน้อย ข้าเลยมีแค่พ่อเท่านั้นที่คอยดูแล แต่จะเรียกว่าดูแลก็ไม่ถูก เพราะคนที่ดูแลข้าจริงๆก็คือแม่นมต่างหาก

 

ในหนึ่งวัน ข้าแทบไม่ได้คุยกับพ่อเลยด้วยซ้ำ ถึงจะคุยกัน ก็คงเป็นเรื่องสืบสกุลงี่เง่านั่นมากกว่า

 

อย่างน้อยมันก็เป็นเรื่องไม่จำเป็น เจ้าเอาแต่รำดาบอย่างนี้แล้วเจ้าจะเป็นผู้นำตระกูลได้อย่างไร เจ้าไม่เข้าใจที่พ่อพูดเลยหรืออย่างไร!!”

 

หนวกหูน่า...

 

ถ้าหากข้าเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ อย่างน้อยข้าก็สามารถปกป้องตัวเองและคนอื่นได้ ท่านพ่อนั่นแหละที่ไม่เข้าใจอะไรเสียเลย!!!!”

 

ก่อนที่ข้าจะทิ้งทุกอย่างแล้วรีบวิ่งออกจากปราสาทเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่มนุษย์อาศัย เพราะข้ารู้ดีว่าท่านพ่อตามข้ามาไม่ถึงที่นี่แน่ๆ

 

ข้านั่งลงข้างๆแม่น้ำที่ข้าชอบมานั่งสงบใจ ข้าคิดว่าที่นี่เงียบสงบ ทำให้ข้าสามารถคิดเรื่องราวต่างๆได้ดี

 

ท่านพ่อนะท่านพ่อ ไม่เข้าใจอะไรบ้างเลย ข้าเพียงแค่ต้องการความเงียบสงบเท่านั้นแหละ

 

ข้าบ่นพึมพำเพื่อระบายความในใจให้ไหลไปกับสายน้ำ

 

เกิดมาในตระกูลยักษ์แบบนี้น่ะ ข้าไม่เอาด้วยหรอก!!!”

 

ข้าโวยวาย ก่อนจะโยนก้อนหินลงในน้ำด้วยความเดือดดาล

 

ไม่อยาก...เกิดในตระกูลยักษ์อย่างนั้นหรือ?

 

เสียงของใครสักคนดังขึ้นจากด้านหลัง ข้าหันไปก็พบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่รุ่นราวคราวเดียวกับข้า...

 

แต่คงไม่ใช่อายุ...

 

แย่แล้ว นางคงได้ยินที่ข้าโวยวายเมื่อครู่เป็นแน่...

 

ม...ไม่ใช่นะ ข้าเพียงแค่...

 

ข้าพยายามกลบเกลื่อนว่าข้าไม่ได้เป็นยักษ์ เพียงแต่นางกลับตอบกลับมาเสียก่อน

 

ข้าก็ไม่อยากเกิดเป็นยักษ์เหมือนกัน ใจเราตรงกันเลย

 

นางเอ่ยขณะที่ส่งยิ้มให้ ข้ารู้สึกว่าข้าเลิกลนลานแล้ว หลังจากล่วงรู้ว่านางเองก็เป็นยักษ์เช่นกัน...

 

หรือเป็นเพราะรอยยิ้มนี่นะ?

 

เจ้าคงเป็นยักษ์จากตระกูลคาซามะสินะ ยินดีที่ได้รู้จัก ข้านานาโฮะ

 

นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่นางจะเดินมานั่งข้างๆ

 

ข้า...คาซามะ จิคาเงะ...เจ้ามาจากตระกูลอะไร

 

ข้าเอ่ยถาม เนื่องจากยักษ์ผู้หญิงนั้นช่างหายากเสียจริง การพบกันครั้งนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ยักษ์ได้เลยก็ได้

 

ตระกูล?...ตระกูลข้าน่ะเป็นตระกูลที่ความเข้มข้นของสายเลือดก็ไม่เท่าไหร่หรอก จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ก็โชคดีที่ตระกูลข้าอยู่ใกล้กับมนุษย์มากที่สุด เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก

 

นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงพอใจ ราวกับว่านางชอบชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

แต่ก็โชคร้ายหน่อยที่ข้าต้องถูกยักษ์หนุ่มหลายตนพยายามเข้ามาในชีวิตเพื่อกำเนิดทายาท เอ...หวังว่าเจ้าคงไม่ใช่หนึ่งในนั้นนะ

 

นานาโฮะเอ่ยถามแกมตลก อันที่จริงข้าก็ไม่อยากเรียกชื่อนางหรอก หากแต่ข้าไม่รู้นามสกุลนางเท่านั้นเอง

 

ไม่หรอก...พ่อข้าอยากให้ข้ากำเนิดทายาทกับตระกูลยูคิมูระมากกว่า

 

ข้าเอ่ย ทั้งๆที่ไม่อยากจะเอ่ยด้วยซ้ำ เพราะข้าอยากหาคู่ครองด้วยตนเอง

 

อย่างนั้นหรือ...ต่างจากข้า...

 

นางเอ่ยก่อนจะยิ้มจางๆ

 

พ่อและแม่ข้า ให้ข้าเลือกคู่ครองตามใจชอบ แต่ขอให้ข้าเลือกคู่ครองที่เป็นคนดีเท่านั้นเอง

 

น่าอิจฉาเธอคนนี้จริงๆ

 

แต่ทำไมกันนะ ทุกๆครั้งที่ข้าได้ยินเสียงนางเอ่ย น้ำเสียงของนางกลับเต็มไปด้วยความหดหู่และขมขื่น แม้ใบหน้าของนางจะแย้มพรายรอยยิ้มก็เถอะ

 

เจ้าช่างเป็นเพื่อนคุยที่ดีเสียจริงนะ คาซามะซัง

 

นางเอ่ย ก่อนจะลุกขึ้นยืนทำให้ข้าอดมองตามไม่ได้

 

ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน พอดีข้ามีงานต้องไปทำน่ะ...

 

นางเอ่ยลาก่อนจะหายไปตามฉบับของยักษ์ ข้าอดยิ้มไม่ได้ อย่างน้อยก็ได้ระบายความในใจก็แล้วกันน่ะ...

 

........................................................................................................................................................

 

หลังจากนั้น ข้าก็พบว่านางเป็นยักษ์ของตระกูลมินาโมโต้ ตระกูลยักษ์ที่มีสายเลือดเข้มข้นมากที่สุดในบรรดายักษ์ทั้งหลาย และเป็นเป้าหมายที่สองของพ่อข้านอกจากตระกูลยูคิมูระที่จะให้ข้ากำเนิดทายาท เนื่องจากการจะหาตัวคนในตระกูลนั้นเป็นไปได้ยากเพราะไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง แต่แน่นอน ข้าไม่ยอมหรอก...

 

ข้าและมินาโมโต้เติบโตขึ้นมาด้วยกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าได้ใกล้ชิดกันขนาดมาเยี่ยมบ้านอะไรอย่างนั้นหรอก เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมานานมากกว่าห้าสิบปี  ข้ารู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่นางยิ้มหรือเอ่ยถ้อยคำเป็นห่วงเป็นใยข้า แต่ข้าก็รู้...ว่านางกำลังมีความรักกับมนุษย์ผู้หนึ่ง...

 

และพอดิบพอดี กับพ่อของข้าที่เพิ่งเสียเพราะหมดอายุขัย ทำให้ข้าต้องกลายเป็นผู้นำตระกูลต่อ...และแทบทำให้ข้าไม่ได้พบกับนางเลย...

 

จนในที่สุด ข้าได้อ่านบันทึกของท่านพ่อ ซึ่งมีใจความว่าต้องการให้ข้าเติบโตมาอย่างดี และมีชื่อเสียงในเหล่าบรรดายักษ์ แถมท่านยังพยายามเพื่อข้าตลอดมา ข้าที่รู้สึกซึ้งกับความรู้สึกของท่านพ่อ จึงเปลี่ยนตัวเองใหม่...

 

กลายเป็นยักษ์ที่สามารถปกครองตระกูลของข้าได้อย่างดี และข้าจำต้องเร่งผลิตทายาทตามที่ท่านพ่อต้องการด้วย...

 

จากตระกูลยูคิมูระ และตระกูลมินาโมโต้...

 

....................................................................................................................................................................

 

ผ่านไปอีกห้าสิบปี ข้ากลายเป็นผู้นำยักษ์ที่สมบูรณ์แบบ และข้าได้มีโอกาสพบกับนางอีกครั้ง

 

สวัสดี...มินาโมโต้...

 

ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติของข้า มินาโมโต้เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้

 

ได้ข่าวว่าเจ้าเป็นผู้นำตระกูลแล้ว ยินดีด้วยนะ

 

นางเอ่ย ทว่าข้าไม่ได้ยินดีไปกับนางด้วย

 

อืม ขอบคุณ ข้ารู้สึกว่ามันดีกว่าที่ข้าคิดมากเลยล่ะ

 

ข้าเอ่ย ทำให้มินาโมโต้ดูสงสัยเล็กน้อย

 

ปกติเจ้าจะเอาแต่พูดว่าไม่สนใจเรื่องแบบนี้มิใช่รึ นี่เจ้าโดนพ่อเจ้าล้างสมองมาหรือเปล่า?

 

ถามมาได้...

 

เปล่าหรอก...ข้าเพียงต้องการทำตามปณิธานของพ่อข้า...

 

ข้าเอ่ย ก่อนจะรวบเอวของนางเข้ามาใกล้ๆ ทำให้นางดูตกใจมากกับการจู่โจมไม่ทันตั้งตัวของข้า

 

ด้วยการให้กำเนิดทายาทจากเจ้า มินาโมโต้ นานาโฮะ...

 

เพี้ยะ!!!!

 

เสียงฝ่ามือฟาดบนใบหน้าของข้าดังขึ้น ทำให้ใบหน้าของข้าหันไปตามแรงตบ ข้าที่ตกใจเผลอปล่อยการเกาะกุมมินาโมโต้ออก ทำให้นางผลักข้าอย่างไม่ลังเล

 

ข้าไม่นึกเลยนะ คาซามะ...ว่าเจ้าจะคิดเหมือนกับพวกยักษ์ชีกอพวกนั้น...

 

มินาโมโต้เอ่ยด้วยใบหน้าราวกับจะร้องไห้

 

เจ้าที่เป็นแบบเมื่อในอดีตน่ะ ดีกว่าในตอนนี้เยอะเลย!”

 

นางโวยวายด้วยน้ำตานองหน้า และมันทำให้ข้าชะงัก

 

ข้าทำให้นางร้องไห้?

 

เพราะอย่างนี้...

 

นางเอ่ยขณะกำหมัดแน่น

 

เพราะอย่างนี้ไง ข้าถึงได้เกลียดยักษ์!!!!!!!!”

 

ประโยคทิ่มแทงหัวใจของข้าดังขึ้น ข้านิ่งค้างชั่วขณะ ได้แต่มองมินาโมโต้ที่วิ่งจากข้าไป...

 

........................................................................................................................................................

 

ถึงกระนั้น...ข้าก็ยังรักเจ้านะ...นานาโฮะ....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #12 PoupeE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 14:35
    อึ้ง....=[]=!!!



    คาซามะมีมุมแบบนี้ด้วย



    แหล่มมากไรท์เตอร์!! =w=
    #12
    0