Fic D.gray-man สาวกเทียมรุ่นที่4

ตอนที่ 14 : ตอนที่14 ช่วงเวลาที่สำคัญ...100%!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 พ.ค. 54


ราวกับถูกมนต์สะกด ทั้งราฟาเอลและบาคุได้แต่เดินวนเวียนไปทั่วห้องเป็นเวลานานแล้ว

อีกสามชีวิตในห้องได้แต่มองตามอย่างหน่ายใจ

ก็รู้...ว่าเป็นห่วง...แต่ตอนนี้พื้นมันจะทรุดเพราะพี่แกเดินไปเดินมาอยู่แล้วนะเฮ้ย!!!

รินารี่ อเลนและราวี่คิดพร้อมกันก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะเอ่ยปาก

"ฉันว่า...พวกนายมานั่งกันดีๆ จะดีกว่านะ...เดินไปเดินมามันไม่ทำให้ชิโอริตื่นขึ้นมาได้หรอก"

ราวี่พูดแล้วเอนหลังสู่เบาะของโซฟา หากแต่คนที่เขาพูดถึงนั้นกลับไม่หยุดเลยสักนิด

"นี่ถ้าเดินไปเดินมาแล้วทำให้คุณชิโอริตื่นขึ้นมานะครับ ผมจะคลานให้เลยเอ๊า!!!"

อเลนประชด ทำให้ทั้งสองคนที่เดินวนเวียนเป็นผีขอส่วนบุญ(???) ชะงักไปนิด ก่อนจะเดินต่อเหมือนกับไม่เข้าใจคำพูดของเจ้าของเรือนผมสีขาว

และโดยที่ไม่มีใครคาดคิด ร่างเพรียวของรินารี่ก็ลุกพรวดขึ้น ทำเอาอีกสองคนที่นั่งโซฟาตัวเดียวกันสะดุ้งโหยง ก่อนจะยิ้มที่แฝงได้วยไอปีศาจจางๆ(นั่นเรียกว่าจางๆเรอะ??)

"ทั้งสองคน...อยากมีชีวิตไว้มีทายาทต่อมั้ยจ๊ะ???"

และนั่นทำให้อีกสองชีวิตรีบกุลีกุจอไปนั่งทันที รินารี่หุบยิ้มแล้วนั่งลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ชิโอริจัง..."

สีหน้าของรินารี่ดูเป็นกังวลมากเมื่อตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้ อเลนที่นั่งข้างๆและสังเกตอาการของรินารี่มาตลอดก็เป็นกังวลไม่แพ้กัน เขาปิดตาทิมแคนพีไว้ก่อนจะเอื้อมมือไปสอดที่ท้ายทอยของรินารี่แล้วดึงหัวของเธอให้พิงบนไหล่ของตนเอง

ราวี่ที่เห็นได้แต่มองด้วยดวงตาปวดร้าวและสะบัดหน้าไปอีกทางโดยทำเป็นมองไม่เห็น

บาคุที่ควรจะโวยวายอะไรขึ้นมาบ้างกลับนิ่งเงียบ ตอนนี้เขาเป็นห่วงคนที่นอนอยู่บนเตียงมากกว่า

ราฟาเอลมองรินารี่และอเลนด้วยสายตาอิจฉา เขาอยากจะทำแบบนี้กับชิโอริบ้าง ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีวันก็เถอะ

ดวงตาสีม่วงเริ่มร้อนผ่าวที่ขอบตาความรู้สึกผิดไหลเวียนไปทั่ว เธอซุกใบหน้าลงบนอกแกร่งก่อนที่จะร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

อเลนที่ทำตัวเป็นผ้าเช็ดหน้าของรินารี่ได้แต่ลูบหัวปลอบรินารี่ที่เอาแต่ร้องไห้ เขามองคนที่ร้องไห้ด้วยสายตาเจ็บปวดก่อนจะเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา

ตอนนี้ทั้งห้องเหลือแต่ความเงียบและเสียงร้องไห้ของรินารี่ ไม่มีใครพูด ไม่มีใครเอ่ยปาก...ไม่มีแม้แต่การเคลื่อนไหว

พวกเขาพูดอะไรไม่ออกเมื่อรู้ว่าคนที่ทำให้ชิโอริเป็นแบบนี้เป็นใคร

และกำลังหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอยู่

.......................................................................................................................................

"เฮ้ย!!!"

จู่ๆบาคุก็โวยวายขึ้นทำเอาคนอื่นๆสะดุ้งกันเป็นแถบ

"มีอะไรหรอครับคุณบาคุ"

อเลนรีบปล่อยรินารี่แทบจะทันทีที่บาคุโวยวายขึ้น

"ราฟาเอล นายจำได้มั้ย ไอ้ยาสีฟ้าเรืองๆที่นายเคยปรุงให้ฉันดูน่ะ??"

ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจคำถามของอเลนเลยแม้แต่น้อย แต่หันกลับไปถามคนที่นั่งข้างๆแทน คนที่ถูกถามเอียงหัวก่อนจะทำหน้ารู้แจ้งในสัจจะธรรม

"ยานั่น...จำได้แล้ว ที่ข้าปรุงให้เจ้าดูแล้วเอาไปทดลองปรากฏว่าใช้ได้นั่นน่ะหรอ??"

ราฟาเอลตอบด้วยใบหน้าครุ่นคิดก่อนจะกระจ่างขึ้นเมื่อคนตรงหน้าพยักหน้ารัว

"จำสรรพคุณของมันได้มั้ย??"

ดูเหมือนกับว่าราฟาเอลจะหนักหัวกับเรื่องนี้มาก ที่เขาจำยานั่นได้เป็นเพราะว่าเป็นยาที่ทำให้เขาและบาคุสนิทกัน

ก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างแล้วยิ้มออก

"เฮ้ย!!!"

และโวยวายขึ้นมาอีกคน โดยที่อีกสามชีวิตในห้องได้แต่กระพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ(ไม่เข้าใจนั่นแหละ ดีแล้วลูกเอ๊ย)

"บาคุ เจ้าฉลาดชะมัดเลย!!!"

และดูเหมือนกับว่าทั้งสองคนจะเริ่มคิดว่า'โลกนี้มีเราอยู่สองคน'ไปเสียแล้ว

"เอ่อ...ไม่ทราบว่าที่พวกนายสองคนเอาแต่ร้อง เฮ้ย เนี้ย มันคืออะไรหรอ??"

ราวี่ยกมือถามขึ้นแล้วมองบาคุและราฟาเอลที่ทำหน้าดีใจสุดขีด

"เรา...หาทางรักษาชิโอริได้แล้ววววววววววววว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

บาคุตะโกนอย่างดีใจก่อนจะกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กๆ อีกหลายคนในห้องก็เช่นกัน

"งั้นจะให้พวกผมทำอะไรบ้างครับ สั่งมาได้เลย!!!"

อเลนเอ่ยปาก บาคุและราฟาเอลส่ายหน้าก่อนจะพูดพร้อมกัน

"พวกเจ้า/พวกนายน่ะ ช่วยแค่เสริฟชากับอาหารให้พวกข้า/พวกฉันก็พอแล้ว"

และรีบกุลีกุจอวิ่งออกจากห้องไปทันที ทั้งให้อีกสามตัวเอียงคออย่างงุนงงแต่ก็ทำตามอย่างโดยดี

ว่าแต่...

พวกเอ็งไปไหนกันฟะ???


หลังจากนั้น บาคุและราฟาเอลก็หมกตัวแต่อยู่ในห้องทดลองส่วนตัวที่ไปขอโคมุอิ โดยที่ไม่มีใครเห็นหน้าพวกเขาเลย

.........................................................................................................................................................................

ขอพักสักครู่และจะมาต่อแน่นอนจ๊ะ

70%ว๊อยยยยย

..........................................................................................................................................................................

"นี่ก็สามอาทิตย์แล้วนะครับ คุณชิโอริยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยอ่ะ"

อเลนที่รับประยัดอาหารของตนเสร็จแล้วหันมาคุยกับราวี่และรินารี่ ซึ่งทั้งสองก็ถอนหายใจอย่างหนักใจเช่นกัน

"ไหนจะทั้งสองคนนั้นอีก เฮ้อ...เมื่อไหร่จะมีข่าวมามั่งเนอะ"

ราวี่พูดขึ้นแล้วตักซุปข้าวโพดของตนเองเข้าปาก

"ฉันชักจะเริ่มกังวลซะแล้วสิ..."

รินารี่ออกความเห็นบ้างก่อนจะวางช้อนลง

"เอาน่า...เดี๋ยวเจ้าพวกนั้นก็ทำยาขึ้นมาได้เองแหล..."
"อเลนนนนนนนน ราวี่ รินารี่!!!!!!!!!!!!!!!"

เสียงพันแปดร้อยเดซิเบลของราฟาเอลดังขัดขึ้นทำให้เจ้าของชื่อต้องหันไปหาต้นเสียง

"ส...ส...เสร็จ...เสร็จแล้ว!!! ยานั่นเสร็จแล้ว! เร็วๆ เดี๋ยวบาคุจะใช้กับชิโอริแล้ว!!!!"

ราฟาเอลที่มีสภาพอย่างผีตายซากเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ เหล่าเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกเบิกตากว้างก่อนจะลากราฟาเอลมุ่งหน้าไปที่ห้องพักของชิโอริแทบจะทันที

"บาคุ!! มาแหล่ว"

ราวี่เอ่ยร้องอย่างดีใจ บาคุที่อยู่ในห้องสะดุ้งเฮือกก่อนจะทำหน้างง

"เอ๋...ทำไมล่ะ...ก็..."

เขามองสลับไปมาระหว่างแจกันดอกไม่เยี่ยมผู้ป่วยกับพวกอเลนไปมาอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

"เอ๋...ทำไมหรอ บาคุ"

ราฟาเอลถามร่างสูงที่เตี้ยกว่าเขานิดนึง

"เอ่อ...ใครเป็นคนเอาดอกบัวดอกนี้มาเยี่ยมชิโอริหรอ???"

บาคุพูดแล้วชี้ไปที่ดอกบัวที่ปักอยู่ในแจกันโดดเดี่ยวโดยที่มีช่อดอกไม้ของโคมุอิปักรายล้อมอยู่รอบๆ

"เอ๋...ผมไม่ได้เป็นคนเอามานะครับ คือ...ผมไม่มีเซนส์เรื่องนี้น่ะครับ"

อเลนพูดแล้วเกาหัว และมองไปที่คนข้างๆ

"เอ๋...ฉันเคยเอามาเยี่ยมก็จริงนะจ๊ะ...แต่ช่วงสามวันนี้ฉันติดภารกิจ เพิ่งกลับมาคืนนี้เอง..."

รินารี่ปฏิเสธ แล้วหันไปทางราวี่

"เอ๊ย...ไม่ใช่ฉันนา ช่วงนี้ต้องเรียบเรียงเกี่ยวกับเรื่องของศาสนจักรน่ะ ไม่มีเวลาว่างขนาดนั้นหรอก"(แล้วที่แกมาเอ้อระเหยลอยชายอยู่ที่นี่ได้เป็นเพราะ...??)

ราวี่โบกมือปัด

"หรอ...แล้วใคร..."

บาคุรำพึงเบาๆ ดอกบัวนี้ถือว่าเป็นดอกที่สวยมากหากไม่ติดที่ว่ามันดูจะมีความเศร้าปนเล็กน้อย

ข้างนอกห้อง เจ้าของเรือนผมสีรัตติกาลเดินไปตามระเบียง มือทั้งสองข้างและขาตั้งแต่รองเท้าไปจนถึงเอวเปียกน้ำและเลอะโคลน ดวงตาทั้งสองฉายแววปวดร้าวก่อนที่มันจะหายไปเมื่อพบคนที่อยู่ตรงหน้า

"คันดะ...วอคเกอร์อยู่ที่ไหน?"

...............................................................................................................................................

และถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย บาคุเปิดจุกขวดสีใสที่บรรจุน้ำยาสีฟ้าเรืองออกและกรอกมันลงไปในปากของชิโอริประมาณสองฝาและคอยดูสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

ทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไรและขยับเขยื้อนเพื่อรอดูผล ทันใดนั้นเจ้าของเรือนผมสีดำก็ไออกมาจนตัวโก่งทำให้ราฟาเอลต้องรีบเข้าไปประคอง กับบรรยากาศในห้องเริ่มเย็นลงหลังจากลุ้นจนตัวโก่งตั้งนาน

"เป็นยังไงบ้าง...ชิโอริ...เป็นอะไร..."
"นายเป็นใคร???"

..................................................................................................................................................................................

อ๊ะ...ทำไมมันคุ้นๆจังหว่า???

เหมือนกับเคยไปอ่านของคนอื่น...

คิดอย่างนี้อยู่ใช่มั้ยคะเนี้ย...เหอะๆ

อันที่จริงแมวคิดว่าจะให้ชิโอริกลายเป็นเด็ก...แต่...

เจ๊แกเป็นมนุษย์เทียมอ่าาาาาาาาาาาาา ไม่มีความทรงจำของร่างเด็กสักหน่อย กระซิก

แมวก็เลยต้องเขียนให้ความจำเสื่อม อย่างจำใจอ่าาาา ง่าาาาา

แมวขอโต๊ดT^T

แล้วก็...ตอนต่อไป...ดราม่าหนัก

หาทิชชู่ไว้ข้างตัวซะนะ ฮ่าๆ

กำลังวุ่นกับเรื่องนี้จนล้ำเรื่องอื่นไปแล้ว(ก็เรื่องนี้มันสนุกนี่ ขนาดเขียนเองยังสนุกเองเลย เหอะๆ)

ทำไงดีT[]T

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

  1. #38 +'อาตี๋กินกล้วย '+ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554 / 21:07
     ดอกบัว เอิ่ม....... คนเดียวในโลกน่ะนะ ๕๕๕๕
    #38
    0
  2. #25 fairysnow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 16:10

    ทำใจ เอ๊ย ไม่ใช่ สู้ต่อไป
    อยากเห็นหน้าคันดะตอนที่รู้ว่าชิโอริความจำเสื่อมจังจะทำหน้ายังไงแบบนี้ToT รึแบบนี้= = (ฮา)
    จะซื้อทิชชู่วางไว้ข้างคอมรออ่านต่อเลย!!!!!! (กล่าวด้วยแววตาเป็นประกายจนน่าหมันไส้มาก555)
    รออัฟต่อนร้าจ้า สนุก(มาก)

    #25
    0