รวมนิยาย Oni Neko desu

ตอนที่ 2 : S.Fic Kagerou Project [TsukihikoxAzami]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 เม.ย. 57

Fic Kagerou Project TsukihikoxAzami

 

ร่างเล็กของหญิงสาวแปลกประหลาดคนหนึ่งยืนอยู่หน้าสระน้ำ เรือนผมของเธอดำขลับและยาวจรดพื้นดิน แต่ที่น่าฉงนก็คือมันสามารถขยับได้เองโดยที่เธอยังไม่ได้แม้แต่จะขยับส่วนใดของร่างกาย

 

เธอก้มมองลงไปในสระน้ำ มองดูเงาของตนเองซึ่งกำลังสะท้อนอยู่บนกระจกธรรมชาติที่กระเพื่อมเพราะสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในนั้น เธอเห็นดวงตาสีแดงสดของตนเอง...ดวงตาที่เธอคิดว่าเป็นจุดเด่นและทำให้เธอเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาๆ

 

เพราะมันสามารถทำให้มนุษย์บอบบางนั้นกลายเป็นหินเพียงชั่วพริบตาที่จ้องมอง

 

ใช่แล้ว...เธอคือ เมดูซ่า

 

สิ่งมีชีวิตในตำนานซึ่งมีผมเป็นงู และมีพลังในการทำให้ร่างกายของมนุษย์กลายเป็นหิน

 

เธอเป็นอมตะ...

 

เธอจึงไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับพวกมนุษย์เท่าใดนัก...

 

"เพราะมนุษย์นั้นอ่อนแอ" เธอเคยกล่าว

 

"ถ้าหากต้องอยู่คนเดียวไปจนหมดอายุขัย กับผูกพันกับใครแล้วเหลือรอยเอาไว้ ฉันเลือกข้อแรกดีกว่า..." และนี่คืออีกคำพูดของเธอ

 

นับวันเธอเริ่มพูดน้อยลง จนในวันหนึ่งเธอก็แทบจะจำเสียงของตัวเองไม่ได้เลย...

 

แต่ช่วงนี้...เธอคิดว่าเธอคงจะไม่สามารถเงียบได้อีกแล้ว

 

"อาซามิ~~~" เสียงสดใสร่าเริงของชายหนุ่มดังขึ้นจากด้านหลัง อาซามิสะดุ้งจนตัวโยนเมื่อจู่ๆก็ถูกกอดเข้าเต็มรัก ใบหน้าของเขาถูกับเรือนผมงูของเธอเอง งูบางตัวบนศีรษะของเธอขู่ฟ่อๆใส่เขาแต่ก็ไม่ทำอะไร และนั่นทำให้เธอชักเร่ิมขยะแขยงขึ้นมา

 

"หนอย...ออกไปนะสึกิฮิโกะ!!!" เธอใช้ผมของตนเองดันเขาไปไกลๆ แต่ชายหนุ่มผมขาวกลับยิ้มให้แล้วเริมดั้นด้นดาหน้าเข้ามากอดอีกครั้ง "บอกให้ปล่อยไงล่ะยะ!!"

 

"เอ๋~~? จะให้ผมปล่อยจริงๆอ่ะ? จริงๆหรอ??" เขาถามทีเล่นทีจริง อาซามิชะงักปากก่อนจะสะบัดหน้าหนี ชายหนุ่มยิ้มพอใจแล้วก้มลงมองสระน้ำตรงหน้าเช่นกัน "ว่าแต่อาซามิทำอะไรอยู่น่ะ? มองสระน้ำหรอ?"

 

"เห็นฉันเด็ดมะเขืออยู่รึไงเล่า..." สาวผมงูเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ก่อนจะมองเงาที่สะท้อนในสระต่อ "ฉันมองเงาในสระน่ะ...เงาของฉัน..."

 

"เงาของอาซามิทำไมหรอ? หรือว่าหน้ามีอะไรติด? ให้ผมเอาออกให้มั้ย?"

 

ช่างเป็นชายหนุ่มที่ร่าเริงจนรู้สึกอึดอัดเสียจริง...อาซามิคิด

 

"ไม่มีอะไรหรอก...ฉันก็แค่มองเงาของตัวเอง...เงาของปีศาจน่ะ..."

"อย่าพูดอย่างนั้นสิ...อาซามิไม่ใช่ปีศาจสักหน่อย"

 

หญิงสาวตัวเล็กหันไปมองคนตัวสูง เขาส่งยิ้มให้ ก่อนจะเอื้อมมือปิดตาหญิงสาวแผ่วเบา ทัศนีย์ภาพเบื้องหน้าที่ควรจะเป็นถูกบดบังเอาไว้กลายเป็นสีดำ

 

"อาซามิเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดสำหรับผมเสมอ...เธอมีผมงูที่ขยับได้ แต่ละตัวก็ต่างนิสัย อย่างเช่นอลิซาเบธก็มักจะผงกหัวให้ผมทุกครั้งที่เจอกัน อย่างทอเรชก็มักจะขู่ฟ่อๆไม่ให้ผมเข้าหาคุณ" อาซามิเผลอทำหน้าเหวอ นี่เธอถูกชายหนุ่มคนนี้ตั้งชื่องูแต่ละตัวบนผมเธอโดยไม่รู้ตัวงั้นหรอ? "เธอมีดวงตาที่ผมไม่สามารถมองตรงๆได้แต่มันกลับสวยจนผมต้องแอบมองหลายๆครั้ง เธอมีใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ เธอมีความคิดที่ชัดเจน และที่สำคัญที่สุด..." เขายิ้ม เปิดสิ่งที่ปิดกั้นดวงตาของเธอออก

 

"เธอเป็นผู้หญิงที่ผมรัก..."

 

แก้มทั้งสองข้างของเธอขึ้นริ้วสีแดง ดวงตาคู่สวยสั่นระริก ก่อนที่เธอจะหลบตาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเกรงจะทำให้เขาแย่

 

"แล้วไงเล่า..." เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา ถึงสึกิฮิโกะจะไม่เห็นแต่เดาได้แน่ๆว่าหน้าของเธอต้องแดงเหมือนทาสีอยู่แน่ๆ "ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่คิดจะมีความรัก...แค่การมาผูกพันกับนายมันก็ทำให้ช่วงเวลาพันกว่าปีของฉันที่อุตส่าห์สร้างมาเสียเปล่าแล้ว"

 

"แรงจนผมเจ็บเลยนะเนี้ย..." สึกิฮิโกะเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มๆ เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น "ผมเองก็เหมือนอาซามินั่นแหละ...ถึงจะไม่เป็นอมตะหรือมีพลังวิเศษใดๆ...แต่ผมก็มีแค่อาซามิคนเดียว..."

 

ช่วงครึ่งปีก่อน...เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง...

 

อาซามิยังคงอยู่คนเดียวในบ้านชายป่าของเธอ ช่วงนั้นใบไม้จากต้นไม้เร่ิมร่วงลงมา เธอเองไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่พอรู้ตัวอีกที ใบไม้สดปนแห้งพวกนั้นก็เกลื่อนรอบบ้านจนแทบจะไม่เหลือที่ยืน

 

เธอจึงหยิบไม้กวาดมากวาดใบไม้ไปกองๆเอาไว้ข้างๆบ้าน คิดว่าหากเข้าฤดูหนาวคงจะใช้เป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟ ไม่ก็เอาไปเป็นปุ๋ยให้แปลงที่กำลังคิดจะปลูกในเร็วๆนั้น

 

แซ่ก...

 

เสียงแปลกๆดังขึ้นจากอีกฟาก หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้นพร้อมกับงูตัวหนึ่งบนศีรษะของเธอ มันอ้าปากราวกับจะพูดอะไรสักอย่าง เธอจึงลูบมันเบาๆแล้วกวาดใบไม้ต่อ

 

ถ้าหากเธอไม่สนใจ...พวกนั้นก็ไม่สนใจเช่นกัน...

 

แซ่ก...

 

เธอเพิ่งรู้ว่าเสียงนั่นมาจากพุ่มไม้ที่กั้นระหว่างเธอกับหมู่บ้านของชาวบ้าน ดวงตาสีแดงสดจ้องมองไปที่พุ่มไม้ใหญ่ที่สั่นไหวก่อนจะลงมือกวาดใบไม้ต่อ

 

อย่างไรซะ...ถ้าหากคนๆนั้นไม่มีเจตนาไม่ดีก็คงไม่เป็นอะไร...

 

"เฮ้...มีใครอยู่ตรงนั้นรึเปล่าน่ะ?" เสียงทุ้มดังออกมาจากหลังพุ่มไม้นั่น เธอไม่ได้สนใจอีกครั้งและกวาดใบไม้ต่อ "นี่! ถ้ามีช่วยบอกหน่อย! แบบว่าตอนนี้ผมกำลังแย่สุดๆเลยอ่ะนะ..."

 

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสนใจ พุ่มไม้นั่นสั่นไหวไปมาราวกับจะขุดตัวเองออกจากดิน หญิงสาวพ่นลมหายใจออกแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ

 

"มีอะไรไม่ทราบ?" เธอเอ่ยถามออกไป

 

"เอ๋? มีคนจริงดิ? เอ้ย ไม่ใช่...แบบว่าตอนนี้ผมกำลังติดกิ่งไม้อยู่...ออกไปไม่ได้...ถ้ายังไงก็ช่วย..."

"ได้สิ..." หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับหยิบมีดแถวๆนั้นขึ้นมา "ถ้านายหลบได้น่ะนะ..."

 

ฉัวะ!!

 

คมมีดถูกฟันออกไปอย่างไม่ลังเล จากครั้งแรกก็ตามด้วยครั้งที่สอง และครั้งที่สาม ไม่ทันไรนักร่างของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังหน้าซีดอยู่ก็ปรากฏให้เห็น ดูเหมือนว่าเขาจะถูกกิ่งไม้เกี่ยวเอาไว้จนไม่สามารถจะขยับได้จริงๆ

 

"คือจะดีใจมากเลย...ถ้าคุณช่วยเล็งให้มันดีๆไม่หวิดขาหรืออวัยวะบนตัวผมน่ะนะ..."

"ตอนนี้นายอยากหัวกุดสินะ?"

"อึ๋ยยย!!? ขอโทษครับบบบบ!!!!!!"

 

 

 

หลังจากที่หลุดออกมาได้แล้ว ชายหนุ่มในสภาพที่มีกิ่งไม้และใบไม้ติดเต็มหัวเหมือนรังนกก็มานั่งแหมะกับพื้น เขาหอบนิดหน่อยพอเป็นพิธีแล้วมองหญิงสาวที่เดินเอามีดไปเก็บ

 

"ไม่นึกเลยว่าจะมีคนอยู่ที่นี่จริงๆ..." เขาเอ่ยพร้อมทั้งมองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าจะเป็นที่สงบสุขที่หนึ่งเลยทีเดียว "ยังไงซะผมต้องขอบคุณมากเลยนะครับ..."

 

"กองไว้ตรงนั้นแหละ...แล้วก็ไสหัวกลับไปได้แล้ว..." อาซามิเอ่ยเสียงเรียบขณะที่กำลังเขี่ยใบไม้ให้ไปกองรวมกัน

 

ชายหนุ่มชะงักไปนิดหน่อยที่เจอวาจาไร้สุภาษิตของเธอเข้าไปเต็มๆ แต่แทนที่เขาจะโกรธ

 

เขากลับยิ้มออกมาแทน

 

"เอ่อ...ผมเองก็อยากไปตามที่สั่งน่ะนะครับ..." เขาเอ่ยพร้อมทั้งชี้ไปที่ที่เขาเพิ่งเข้ามา "แต่เมื่อกี้ผมถูกไล่แกล้ง...ถ้ากลับไปตอนนี้ผมคงแย่แหงๆ ขออยู่สักพักแล้วจะกลับไปแน่ๆครับ..."

 

อาซามิไม่ตอบอะไร เธอยังคงกวาดใบไม้อยู่

 

"แต่ถ้าคุณอยากให้ผมกลับ..."

"อยู่นี่แหละ..." หญิงสาวเอ่ยขัด หยุดการขยับมือของเธอในการกวาดใบไม้บนพื้น "แต่ถ้าอยู่จนพอใจแล้วฉันจะเชิญนายออกจากบ้านฉันทันที"

 

"ขอบคุณครับ~" เขาเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

แล้วทั้งคู่ก็ไม่มีผู้ใดเริ่มต้นบทสนทนาบทใหม่เสียที

 

อาซามิยังคงกวาดใบไม้อย่างขยันขันแข็ง ขณะที่สึกิฮิโกะนั่งนิ่งๆราวกับรูปปั้นมาได้เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว

 

"ให้ผมช่วยมั้ย?" เขาเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าใบไม้กองโตนั้นคงเกินกำลังของเธอแน่ หญิงสาวหันมามองเขาก่อนจะกลับไปสนใจใบไม้ที่อยู่ตรงหน้าต่อ "ถ้าคุณไม่พูดผมจะคิดว่าตกลงนะ..."

 

"จะทำอะไรก็ทำ" เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก...แต่กระนั้นสึกิฮิโกะก็ยังเข้ามาใกล้ๆแล้วช่วยยกกองใบไม้ไปหลังบ้าน

 

"จริงสิ...ผมชื่อสึกิฮิโกะ...แล้วคุณล่ะ?" ชายหนุ่มหันมาถาม เขาเห็นว่าริมฝีปากของเธอบ่นงึมงำอะไรบางอย่างมาสักพัก

 

"อาซามิ..."

"อาซามิจัง?"

"ขืนเรียกแบบนั้นอีกแม่เอาตายแน่"

"ผมคงกลัวมีดไปอีกนานเลยล่ะครับ..."

 

หญิงสาวพ่นลมหายใจออกเบาๆ คิดว่าจะไล่ไอ้ตัวน่ารำคาญนี่ไปเสียที

 

"นายน่ะ...กลับไปได้แล้วไป..." เธอเริ่มไล่ แต่เขายังคงนั่งอยู่บนพื้นหญ้าอยู่ "อยู่ที่นี่ไปรังแต่จะรบกวนกันเปล่าๆ รีบๆกลับไปได้แล้ว"

 

"แหม...พูดไม่มีเกรงใจกันเลยนะครับ..."

"ฉันสิควรได้รับความเกรงใจจากนาย..."

 

แล้วระหว่างทั้งคู่ก็เงียบไป

 

"ว่าแต่อาซามิอยู่ที่นี่คนเดียวหรอ?"

"ก็คนเดียวไง"

"เป็นผู้หญิงเนี้ยนะ?"

"ก็แหงล่ะ"

"แถมยังเป็นเด็กด้วย..."

 

เหมือนได้ยินเสียงอะไรขาด อาซามิหันควับมามองชายหนุ่มก่อนจะกระชากคอเสื้อของเขาขึ้นโดยที่พยายามเลี่ยงจะไม่สบตากับเขา

 

"เด็กบ้านนายสิ ถึงจะสูงแค่นี้แต่ฉันอายุมากกว่านายหลายเท่านะยะ!"

"งั้นก็คุณย่า..."

"อยากโดนใบไม้ยัดปากมากสินะ?"

"ว่าแต่งูบนผมคุณขยับแล้วนะ..."

 

อาซามิชะงักกึกเมื่อได้ยินคำพูดของเขา หญิงสาวรีบปล่อยมือจากคอเสื้อของเขาทันที

 

"อะไรนะ!?" เธอพึมพำ "บ้ารึไง"

 

"บ้า..? อะไรบ้าหรอ?"

 

อาซามิจับเรือนผมของตนที่เป็นงูเบาๆ

 

"ก็นายนั่นแหละ...บ้ารึเปล่า!?" เธอเอ่ยขณะก้าวหนี "เห็นฉันเป็นแบบนี้แล้วยังจะอยู่ด้วยอีกรึไง!?"

 

"เอ๋...? ทำไมล่ะ?" แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะยังไม่เข้าใจ

 

"ฉันเป็นเมดูซ่านะเจ้าโง่!!! แค่สบตาก็กลายเป็นหินแล้วไม่รู้รึไง!?"

"เรื่องนั้นรู้อยู่แล้วล่ะ..."

 

ชายหนุ่มเอ่ยแล้วลุกยืน

 

"ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว...แล้วทำไม..."

"เพราะผมเองก็เป็นปีศาจเหมือนกัน..."

 

อาซามิชะงัก เธอมองไปที่เขา เรือนผมสีขาวสะอาดนั่น...

 

"ถึงจะไม่ใช่ที่ความสามารถ...แต่ลักษณะภายนอกของผมคือปีศาจ...ทุกๆคนเขาว่ากันแบบนั้น..." สึกิฮิโกะอธิบาย "โดยเฉพาะผมสีขาวของผมนี่แหละ คนอื่นเลยพากันรังเกียจผมกันไปหมด..."

 

"แต่ยังไงนายก็ไม่ใช่ปีศาจ!" เธอเอ่ย "ปีศาจที่แท้จริงน่ะมันยืนอยู่ตรงนี้!!"

 

เขาเงียบไป ดูเหมือนจะไร้ข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น

 

"ผมไม่มีใคร..." เขาเอ่ย "ผมไม่มีใครจริงๆ..."

 

"แต่ผมปราถนาจะมีใครสักคนเคียงข้าง..."

 

"ทั้งๆที่มันเป็นไปไม่ได้..."

 

"ผมเกลียดตัวเอง...เกลียดรูปลักษณ์บ้าๆนี่..."

 

"แต่ผมต้องอยู่กับมัน..."

 

สิ้นคำพูด เขาก็ไม่พูดอะไรอีก หญิงสาวไม่ว่าอะไร เธอเพียงแค่ฟังนิ่งๆ

 

"ฉันอายุปาเข้าไปพันกว่าปี..." เธอเอ่ย "ถ้าจะมีเพื่อนสักคน...คนๆนั้นก็ไม่ขอเป็นคนแบบนายดีกว่า..."

 

เธอเดินเข้าบ้านไป แต่แทนที่จะทิ้งไว้เพียงความสิ้นหวัง เธอกลับเหลียวกลับมาอีกครั้ง

 

"แต่ถ้านายต้องการ...จะมาที่นี่อีกสักกี่ครั้งก็ได้..."

 

เธอไม่มีทางรู้เลยว่าเขาจะทำหน้าดีใจขนาดไหน...เธอได้ยินเพียงเสียงเอ่ยถามจากด้านนอกประตูก็เท่านั้น

 

 

 

 

 

"อย่ามาทำท่ารำลึกความหลังเอาเดี๋ยวนี้นะยะ..." อาซามิเอ่ยพร้อมทั้งใช้งูตัวหนึ่งตบศีรษะของชายหนุ่มเบาๆ เขาหัวเราะนิดๆแล้วสวมกอดเธอแน่นขึ้น ฝังใบหน้าคมลงบนไหล่เล็กๆ

 

"ก็อาซามิไม่ยอมรับรักสักทีนี่นา..." เขาเอ่ยเสียงอู้อี้ "รอจนหงอกจะขึ้นแล้วเนี้ย"

 

"เผื่อนายจะลืม ผมนายมันหงอกมาตั้งแต่เกิด..."

"รู้ได้ไงเนี้ย? อยู่ตอนที่ผมเกิดหรอครับคุณย่า?"

"นายอยากโดนรองเท้ายัดปากจริงๆสินะ?"

"ถ้าเป็นรองเท้าของอาซามิล่ะก็นะ..."

"งั้นก่อนหน้านั้นฉันจะเอาไปชุบโคลนก่อนก็แล้วกัน"

"อึ๋ย...ใจร้าย..."

"มันเป็นลักษณะต้นๆของปีศาจ..." เธอเอ่ยแล้วยักไหล่ สึกิฮิโกะหัวเราะเบาๆ

 

"แต่คุณอ่อนโยนออก..."

"จะเอาไงกันแน่?"

"มาดูกันไหมครับว่าอ่อนโยนจริงมั้ย?"

 

สึกิฮิโกะเอ่ยพร้อมทั้งพลิกตัวอาซามิให้หันมาประจันหน้ากับตนเอง หญิงสาวผงะไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ห่างจากเธอไม่เท่าไหร่นัก

 

"เ...เดี๋ยวสิ..." เธอเอ่ยตะกุกตะกักเมื่อใบหน้าคมเริ่มค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ ไม่รู้ว่ามีแรงดึงดูดหรืออะไร แต่ตอนนี้เธอเองก็เริ่มจะคล้อยตามเสียแล้ว

 

"ไม่รอแล้วครับ..." เขาเอ่ย "ผมรออาซามิมาเกือบปีแล้วนะ..."

 

"ก็รออีกนิดหนึ่งสิ..." เธอเริ่มถ่วงเวลา "อย่างเช่นรอให้ครบปี..."

 

"ถ่วงเวลาผมไม่สำเร็จหรอกครับ..." ชายหนุ่มเอ่ยทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะบรรจงประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากบางที่เย็นเฉียบ

 

ดวงตาของเขาหลับพริ้มเพื่อจะได้ไม่สบตาเธอตรงๆ ก่อนจะกดริมฝีปากให้แน่นขึ้น ประคองใบหน้าซึ่งประดับด้วยเกล็ดงูของเธอด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกข้างก็โอบเอวของเธอเอาไว้ อาซามิหลับตาปี๋และเม้มปากแน่นเมื่อรู้สึกอุ่นๆที่ริมฝีปาก มันขยับไปมาอย่างน่าขยะแขยง

 

"อย่าเกร็งสิ..." เขากระซิบ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรมันถึงทำให้เธอทำตาม

 

ลิ้นอุ่นแทรกเข้ามาในโพรงปากอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว อาซามิสะดุ้งพร้อมทั้งพยายามจะผลักเขาออกแต่ไม่เป็นผล จนในที่สุดเธอก็กลับกลายมาอยู่ในการคอนโทรลของเขาอีกครั้ง

 

"ฮ้า!!" หญิงสาวโกยอากาศเข้าปอดทันทีเมื่อหลุดจากการครอบครอง ร่างเล็กทรุดฮวบซบอกของชายหนุ่ม เขาลูบเรือนผมของเธอก่อนจะประทับริมฝีปากเบาๆ

 

"ผมรักอาซามิ..." เขากล่าวเบาๆทว่ากลับได้ยินชัดเจน "อยู่กับผมนะ..."

 

ช่วงเวลาที่อ้างว้างโดดเดี่ยวมาตลอดพันปี...

 

ถูกเติมเต็มได้เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ...

 

เพียงแค่มีเขาอยู่ด้วยเท่านั้น...

 

"อื้อ!!"

 

……………………………………………….…

ฮึ้ชชชชชช

คู่ตายายทวดค่ะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #2 Meo-Meow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 20:46
    คู่ทวดแหละ~~~ แต่น่ารักมากเลยนะคะ  หรือเป็นเพราะสกิลของเจ๊แมว!?
    #2
    0