นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Fic Osomatsu-san [Innocent]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Fic Osomatsu-San! ที่คราวนี้ตัวละครหลักเป็น[Osomatsu x Karamatsu]สักที แต่คราวนี้เวอร์ชั่นYaoiนะเออ

Story : Innocent
Paring : Osomatsu x Karamatsu
Writer : Adrien Heart
Twitter @oni_neko
Page : Oni Neko
Rate : R-15

*****Notice Me*****
*บาทหลวงคือชื่อเรียกของผู้ที่บวชเป็นพระสงฆ์ ในนิกายคาทอลิกมีศีล4ข้อที่ต้องรับ คือ1.เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา 2.ครองโสด 3.ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย 4.ไม่ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใด
*อธิการโบสถ์คือบาทหลวงผู้ดูแลโบสถ์
แลดูคาราเป็นผู้ดูแลโบสถ์คนเดียว ดังนั้นจึงได้เป็นอธิการโบสถ์
*น่าจะเป็นบาทหลวงประจำคณะสงฆ์ คือสละทางโลกไปแล้ว(แต่ไปปราบปีศาจได้ด้วยเรอะ....) แต่ทำไมแฟนอาร์ตยังใส่ชุดบาทหลวงประจำมุขมณฑล....ก็ไม่ทราบ แต่จะยึดตามแฟนอาร์ตนะคะ
*นักบวชชายเรียกบราเธอร์หรือภราดา แทนตัวเองว่าพ่อ
*พยายามหาข้อมูลที่ถูกต้องมาแล้วนะคะ แต่เราก็ยังงงอยู่ดี พอดีว่าโรงเรียนของเราไม่ได้สังกัดคาทอลิก เราเป็นโปรแตสแตนท์;w;
*นิกายออร์ทอดอกซ์ก็คล้ายๆกับคาทอลิก แต่ศีลรับเป็น3ข้อไม่มีข้อ4ค่ะ แต่คาราในเรื่องกำหนดให้เป็นคาทอลิกนะคะ
*อาจจะหลุดคาร์แรคเตอร์

------------------------------------------------

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 ม.ค. 59 / 12:14




ทำไมโลกนี้ถึงมีสองสี?

ทำไมสีขาวถึงเป็นสัญลักษณ์ของความสะอาด?

ทำไมสีดำถึงเป็นสัญลักษณ์ของความสกปรก?





แล้วใครเป็นคนกำหนดพวกมันล่ะ?






อยู่ๆก็มีคนตกลงมาจากหลังคาโบสถ์

ที่กลางห้องโถงใหญ่ซึ่งถูกทำด้วยหินแกรนิตอันสวยงาม เก้าอี้ยาวหักเละเทะ รวมทั้งหลังคาที่เป็นที่คุ้มกันอากาศและฝนก็พังไม่มีชิ้นดี

ร่างสูงซึ่งมีปีกค้างคาวสีดำขนาดใหญ่กลางหลังนอนคุดคู้อยู่บนพื้นที่ตรงกลางรูของหลังคา แสงจันทร์ส่องลงมาทำให้เขามองเห็นปีกนั่นและร่างกายที่เปียกปอนไปด้วยฝนชัดเจน

"ช่วยด้วย"

ริมฝีปากนั้นเอื้อนเอ่ยออกมา แววตาสีแดงนั้นเลื่อนลอย เนื่องด้วยเป็นผู้ที่สาบานตนเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า ดังนั้นแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นปีศาจ แต่เขาก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือ และเอื้อมมือออกไป

เอื้อมมือไปหางูพิษ




"ทานอะไรสักหน่อยไหมครับ?" ชายหนุ่มผู้สวมชุดแคสซอกสีดำเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ปีศาจซึ่งตกลงมาใส่หลังคาโบสถ์ตื่นขึ้นมา

แค่เพียงจ้องมองก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นปีศาจ ถึงแม้เขาจะไม่เคยติดต่อกับปีศาจโดยตรงก็ตาม

แต่ร่างของปีศาจกลับนิ่งเฉย ไม่มีปฏิกิริยาใดๆทั้งนั้น

"แปลกใจมากเลยนะครับ ในครั้งแรกที่เห็นคุณ คุณมีหน้าตาเหมือนกับพ่อจนเผลออึ้งไปพักใหญ่เชียวล่ะครับ"

เขาเอ่ยต่อพลางวางถาดเงินลงบนโต๊ะข้างๆเตียง ปีศาจที่เขาเห็นนั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับเขาก็จริง แต่แววตาและสีผมกลับไม่ใช่ รวมทั้งยังมีเขางอกขึ้นมาบนศีรษะและปีกค้างคาวอันใหญ่อีกด้วย

"มนุษย์หลายๆคนเองก็พูดแบบนั้นกับฉันเหมือนกัน"

และเป็นครั้งแรกที่ปีศาจเอ่ยขึ้น เขาเอื้อมมือไปยังถาดเงินก่อนจะหยิบมันมาวางบนตักแล้วเริ่มกินอาหารในตอนนั้น

"แสดงว่าพวกคุณจะลอกรูปร่างหน้าตาของคนที่คุณต้องการพบเจอสินะครับ?"

ผู้เป็นอธิการโบสถ์เอ่ยขึ้นก่อนจะค่อยๆลุกขึ้น

"ไม่หรอก คนที่อยู่ใกล้ที่สุดต่างหาก"

ปีศาจเอ่ยพร้อมทั้งฉีกก้อนขนมปังเป็นชิ้นๆ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังพระอธิการผู้บริสุทธิ์แทบไม่กระพริบ

"ดอล์ปเปอร์แกงเกอร์สินะครับ?"

บาทหลวงยิ้ม

"ปีศาจทุกตัวเป็นเหมือนกันหมด" ปีศาจตอบก่อนจะยกชามซุปขึ้นซด "เพียงแต่มนุษย์กำหนดชนิดของปีศาจขึ้นมาเองก็เท่านั้น"

และแล้วเขาก็สยายปีกขึ้นราวกับนึกบางอย่างได้

"พูดมากเกินไปแล้ว ลืมๆไปซะเถอะ"

อธิการโบสถ์จับสร้อยไม้กางเขนของตัวเองเอาไว้ก่อนจะค่อยๆค้อมหัวลง

"เข้าใจแล้วครับ พ่อสัญญาว่าจะไม่บอกใคร" เขายิ้มที่มุมปากก่อนจะค่อยๆยืดตัวตรงเมื่อกล่าวจบ "พ่อต้องไปประชุมแล้ว วันนี้เป็นวันสะบาโตครับ มีชาวบ้านรอฟังคำสอนอยู่"

เขาเอ่ยก่อนจะปลีกตัวออกไปพร้อมทั้งปิดประตูเอาไว้

ปีศาจสีแดงมองไปยังหน้าต่าง

"ฉันไม่ใช่ลูกๆของพระเจ้าหรอกนะ... 'พ่อ' อะไรกันล่ะ" เขาโยนชามซุปลงในถาด "จืดชะมัด"




หลังจากที่เข้าประชุมเรียบร้อยและพูดคุยกับชาวบ้าน อธิการโบสถ์ก็กลับเข้ามาในห้องเดิม เขายังพบปีศาจตนเดิมกำลังนั่งอ่านคัมภีร์ไบเบิลอยู่เงียบๆ

"พ่อนึกว่าคุณจะไปแล้วเสียอีก"

ปีศาจสีแดงเงยหน้าขึ้นมา เขาทำหน้าประมาณว่า 'นี่ไม่เห็นจริงๆหรือตาบอด?' ก่อนจะกางปีกออกเผยให้เห็นรูใหญ่ๆบนปีกค้างคาว มันเป็นรูเรียบๆเหมือนกับถูกปืนยิงแต่เป็นปืนที่มีขนาดเท่ากับกะละมังอันใหญ่และรูเล็กๆอีกประปราย

"ใครทำหรอครับ?" ถามโดยที่ไม่คิดว่าจะได้คำตอบ เขาหันไปเพื่อเก็บถาดอาหารชุดเก่าที่หมดเกลี้ยง ดูเหมือนว่าปีศาจตนนี้จะหิวจริงๆจึงรับประทานทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว

ริมฝีปากของปีศาจยกยิ้มขึ้นมาแวบหนึ่ง

"เทพ" ดวงตาสีฟ้าฉายแววงุนงงเมื่อปีศาจสีแดงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าเช่นนั้นก็แอบลอบยิ้มในใจ "เทพโจมตีฉันตอนที่กำลังบินอยู่ ปีกของฉันขาดวิ่นก็เพราะพวกมัน"

สีหน้าของบาทหลวงดูสับสน

"แต่...ในคัมภีร์บอกว่าเทพเป็นตัวตนที่บริสุทธิ์..." เขายิ้มแห้งๆ

ปีศาจสีแดงกลอกตาแล้วยกคัมภีร์ไบเบิลขึ้นมา

"ขนาดปีศาจยังจับไบเบิลได้เลย แล้วทำไมพวกเทพถึงจะทำร้ายฉันไม่ได้ล่ะ" เขาโยนหนังสือเล่มหนาลงบนเตียงตรงหน้าบาทหลวง "ฉันจะอยู่ที่นี่ เพราะดูเหมือนความสะอาดของที่นี่จะช่วยลบล้างกลิ่นอายของฉัน เจ้าพวกนั้นคงจะหาฉันไม่เจอจนกว่าฉันจะแข็งแรงดี"

บาทหลวงจ้องไปที่ไบเบิลซึ่งวางอยู่ นัยน์ตาสีน้ำเงินดูสับสนและมึนงงเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่กระนั้นเขาก็ยังค่อยๆเผยรอยยิ้มอ่อนโยนดังเช่นทุกครั้ง

"ครับ เข้าใจแล้วล่ะ"

ปีศาจหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของบาทหลวง เขาไม่พอใจเลยสักนิด

"ทำไมล่ะ? จะไล่ไปก็ได้นี่? ฉันเป็นปีศาจที่น่าโสโครก ปล่อยให้ตายก็ได้นี่นา?" เจ้าปีศาจเอ่ยพร้อมทั้งทำท่าทางราวกับไม่หยี่ระต่อสิ่งใด อธิการโบสถ์หนุ่มขยับรอยยิ้มนิดๆแล้วจับมืออุ่นๆของปีศาจด้วยสองมือทำให้เจิาปีศาจมีสีหน้าแปลกใจ

"เพราะทุกชีวิตมีความหมายครับ" เขาเอ่ยพร้อมทั้งลูบฝ่ามือใหญ่นั่นด้วยนิ้วโป้งทั้งสอง "ต่อให้เป็นคนที่เลวจนนรกต้องการ หรือแม้แต่ปีศาจร้ายที่คอยล่อลวงผู้คน แต่กระนั้นชีวิตของพวกเขาก็มีความหมายครับ"

ปีศาจสีแดงมองฝ่ามือที่กอบกุมมือของตนไว้ด้วยแววตาเฉยเมย เขาไม่เคยพบใครที่ปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้มาก่อน หากเป็นไปได้พวกเขาก็จะไล่เขาออกมา หรือแม้แต่เทวดาเองก็รังเกียจเขาเช่นเดียวกัน

"อีกอย่าง พ่อเห็น...พ่อเห็นว่าคุณคงไม่ได้เลวร้ายจริงๆหรอกครับ" เขายิ้มขึ้น ก่อนจะปล่อยฝ่ามืออบอุ่นนั่นแล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือ "จะบ่ายแล้ว พ่อขอตัวก่อนนะ"

เขากล่าวก่อนจะลุกขึ้นอย่างสำรวมและเดินออกจากห้องโดยไม่ลืมปิดประตู

ปีศาจสีแดงจ้องมือฝ่ามือของเขา ฝ่ามือที่ใช้ภาพมายาทำให้บาทหลวงคนนั้นเห็นยามที่จับต้องนั้นเหมือนคนปกติ หากแต่ผิวหนังที่แท้จริงของปีศาจยามที่จับต้องนั้นได้ไหม้จนกลายเป็นสีดำ

"'สะอาด' จริงๆ" ปีศาจเอ่ยก่อนจะกำมือ "ต่างจากฉันที่ 'สกปรก' ขนาดนี้"

เขาล้มตัวลงนอนแล้วหยิบไบเบิลขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่สามารถทำอะไรเขาได้เพราะเป็นเพียงแค่หนังสือที่ 'บันทึก' ถ้อยคำของพระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่ ถ้อยคำ 'จริงๆ' ที่พระเจ้าได้เอ่ยออกมา สิ่งที่สามารถทำลายเขาได้จริงๆมีเพียงแค่จิตใจที่บริสุทธิ์เท่านั้น...

รวมทั้งพวกเทพที่ได้รับเศษพลังของพระเจ้าด้วย

"ไม่แปลกใจเลยที่เจ้านั่นจะสะอาดขนาดนี้" เขายกยิ้มเมื่ออ่านไบเบิลสักบท "พวกโลกสวย..."

เขาโยนไบเบิลลงบนโต๊ะแล้วกระตุกยิ้ม

...อยากจะทำให้ตัวตนที่สะอาดของหมอนั่นต้องแปดเปื้อน...

...อยากจะเห็นสีหน้าที่หมดศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้าของหมอนั่นจริงๆ...



หลังจากนั้นไม่นาน ปีศาจก็ได้เข้ามาอยู่ในวงจรชีวิตอันเหงาหงอยของอธิการโบสถ์แห่งเดียวของหมู่บ้านนี้ เขาช่วยซ่อมหลังคาที่รั่วและบางครั้งเองก็ออกไปเก็บเกี่ยวพืชผักที่ปลูกเอาไว้เองมาให้ปรุงอาหารอีกด้วย

"คารามัตสึ หัวไชเท้า" เจ้าปีศาจเอ่ยพร้อมทั้งวางตะกร้าลงบนโต๊ะ ภายในนั้นเต็มไปด้วยหัวไชเท้า ผักกาดและบีทรูท "เลิกทำซุปแหยะๆนั่นสักทีเถอะ อร่อยงั้นหรอ?"

"พ่อเป็นบาทหลวง ไม่ว่าจะออกมาเป็นแบบไหนพ่อก็กินได้ทั้งนั้น" บาทหลวงหนุ่มซึ่งมีนามว่าคารามัตสึเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเคี่ยวซุปในหม้อขนาดใหญ่ แต่ดูเหมือนเจ้าปีศาจจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

ก็แน่สิ บางวันซุปก็จืดสนิท บางวันก็เค็มปี๋ บางวันก็หวานอย่างกับทำน้ำตาลหกใส่ แต่พ่อบาทหลวงก็ยังซดดื่มได้ตามปกติทั้งๆที่บางทีเจ้าปีศาจก็แทบพ่นออกมาเช่นกัน

"ตามใจนายเลย" เจ้าปีศาจเอ่ยแล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ เหมือนว่าปีกของเขาจะยังไม่กลับเป็นเหมือนเดิมทำให้เขาต้องเดินแทนการบิน แต่รูบนปีกนั้นก็เล็กลงไปได้สักหน่อยแล้ว

"จะว่าไป ท่านปีศาจมีชื่อว่าอะไรหรอครับ?" บาทหลวงเอืยถามพลางตักซุปที่เคี่ยวเสร็จขึ้นมาชิม แต่เจ้าปีศาจก็ไม่เข้าใจว่าจะยกขึ้นมาชิมทำไมทั้งๆที่รสชาติแต่ละครั้งมันก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวอยู่แล้ว

"ชื่อ? ของฉันหรอ?" เจ้าปีศาจเท้าคางบนโต๊ะ ดวงตาสีแดงของเขาจ้องมองไปที่ฝ่ามือของตนเอง "อยากรู้จริงๆหรอ?"

"แน่นอนครับ จะให้เรียกท่านปีศาจไปตลอดก็คงจะดูแปลกๆน่ะครับ"

บาทหลวงเอ่ยพร้อมทั้งแย้มยิ้มและวางถ้วยซุปลงบนโต๊ะ เจ้าปีศาจฟุบลงกับโต๊ะแล้วเอียงคอขึ้นมา

"ชื่อของฉันน่ะนำความจบสิ้นมาสู่ชีวิตมนุษย์เสมอ เอาเป็นว่าเรียกฉันว่าโอโซมัตสึก็พอ"

เขากล่าวแล้วเอื้อมมือหยิบถ้วยซุปที่วางบนโต๊ะเข้ามาใกล้ แปลกใจที่วันนี้กลิ่นของมันช่างหอมหวนน่ารับประทานต่างจากวันอื่นๆ

"แล้วถ้าเกิดพ่อรู้ชื่อจริงของท่านปีศาจจริงๆล่ะครับ?"

โอโซมัตสึจ้องมองไปยังบาทหลวง เขายกยิ้มขึ้นมานิดๆราวกับว่าตนเองกำลังชนะแล้วกล่าวออกมาช้าๆ

"ทรมาน..." เขาหยุดพูด "นายไม่อยากรู้หรอก"





และในวันนั้น อธิการโบสถ์ก็ได้พบกับเทพแห่งสายน้ำ อยู่ๆเขาก็โผล่มาและแจ้งข่าวว่าปีศาจที่อธิการโบสถ์รับเลี้ยงไว้คือตัวอันตรายที่ทำลายเมืองทั้งเมืองด้วยตัวคนเดียว

"เจ้าปีศาจนั่นน่ะเลวร้ายที่สุดในหมู่ของปีศาจด้วยกันแล้วล่ะ พวกเราไม่เคยปราบมันได้เสียที คราวก่อนข้าก็ต่อสู้กับมัน แต่ไม่นานมันก็หนีไปและหลบซ่อนที่โบสถ์ของเจ้า"

เทพแห่งสายน้ำที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับบาทหลวงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง คารามัตสึกำจี้ไม้กางเขนแน่น

"ถ้าอย่างนั้น...เหตุใดเขาจึงไม่ทำร้ายลูกล่ะ..." อธิการโบสถ์มีสีหน้าสับสน "ทำไมเขาถึง...ไม่ฆ่าลูก..."

"เพราะมันฆ่าเจ้าไม่ได้ไงล่ะ" เทพแห่งสายน้ำเอ่ยเสียงราวกับเป็นเรื่องปกติ "เจ้าน่ะมีจิตใจที่สะอาด วิญญาณของเจ้าสะอาดกระทั่งสามารถติดต่อกับปีศาจและเทพโดยตรงได้ มนุษย์ธรรมดาที่ไม่ถูกเลือกน่ะ ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถมองเห็นพวกเราได้หรอก"

"ลูกน่ะหรอ...?" คารามัตสึเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย เขายกมือขึ้นกุมที่อกของตัวเองและจ้องมองไปยังเทพแห่งสายน้ำ

"เจ้านั่นแหละ ใจจริงข้าก็อยากจะนำวิญญาณของเจ้าออกมาให้ดูเช่นกัน แต่ถ้าหากทำแบบนั้นเจ้าเองก็คงจะตายไปก่อนถึงอายุขัยแน่ๆ" เขากล่าวก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน "วิญญาณของเจ้าสะอาดพอๆกับเทพเชียวนะ"

คารามัตสึขมวดคิ้ว

"แล้วปีศาจ...ต้องการอะไร..." อธิการโบสถ์ถามขึ้นอีก แต่คราวนี้เทพแห่งสายน้ำกลับค่อยๆเลือนหายไป

"ข้าบอกไม่ได้"




คารามัตสึกลับมายังโบสถ์ ที่กลางโถงนั้นมีร่างจำแลงของปีศาจที่เหมือนกับเขาแทบทุกกระเบียดนิ้วยืนอยู่ รูโหว่บนปีกสีแดงของเขาค่อยๆแคบลงเรื่อยๆจนสังเกตได้

"'เหมือนกับกำลังท้าทายพระเจ้าอยู่เลย' คิดแบบนี้ใช่ไหมล่ะ?"

เสียงทุ้มกล่าวขึ้น เสียงดังกังวานทั่วห้องโถง สิ้นสำเนียงนั้นกลับกลายเป็นความเงียบที่เงียบสงัด ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมพัดหรือเสียงสิงห์สาราสัตว์

เจ้าปีศาจค่อยๆหันกลับมา แสงแดดที่ส่องเข้ามาผ่านกระจกสเตนกลาสต้องกับเรือนร่างระหงของปีศาจจนรู้สึกเหมือนกับว่ามันกำลังสั่นไหวไปมา

"เปล่าครับ...พ่อ...ไม่ได้คิดเช่นนั้น..." ใบหน้าที่ฉายความกังวลแย้มยิ้มออกมา นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจดจ้องไปยังปีเจ้าศาจสีแดงซึ่งสยายปีกราวกับพร้อมจะบินขึ้นไปได้เสมอ

"อยากจะลองจับมันรึเปล่าล่ะ?" เขาเอ่ยถามพร้อมทั้งย่างกรายเข้ามาใกล้ อธิการโบสถ์เผลอก้าวถอยหลังเมื่อได้เผชิญกับความกดดันที่ออกมาจากตัวของเขา

"ไม่ดีกว่าครับ...พ่อคิดว่าคงไม่ดีเท่าไหร่..." เขายังคงยิ้มแย้มสู้ แม้ว่าคิ้วของเขาจะขมวดลงมาด้วยความตึงเครียดก็ตาม

ทันใดนั้น ประตูโบสถ์ก็ปิดลงพร้อมทั้งลงกลอน คารามัตสึสะดุ้งพร้อมทั้งหันกลับไปดู ประตูด้วยความตกใจ

"จะทำอะไรพ่อ..." เอ่ยยังไม่ทันจบ เจ้าปีศาจสีแดงก็กระพือปีกเข้ามาประชิดตัวบาทหลวงผู้ถือศีล ขนนกสีดำจากอีกาที่บินเข้ามาจากหน้าต่างลอยไปทั่วโบสถ์ บาทหลวงหนุ่มเบิกตากว้างก่อนจะถอยหลัง

"อย่าเข้ามานะครับ!"  เขาเอ่ยก่อนจะวิ่งสวนออกไปทางด้านหลังโบสถ์ เจ้าปีศาจยืนอยู่ที่เดิมพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

ทันทีที่จะวิ่งออกไป ประตูก็พลันปิดฉับลงมา ยามที่จะออกไปทางหน้าต่าง หน้าต่างก็ปิดลงทีละบานจนหมด อธิการโบสถ์ผู้ใสสะอาดจึงวิ่งไปยังห้องพักของเขา แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปกลับกลายเป็นว่าเขาวกกลับมาที่โถงของโบสถ์เสียอย่างนั้น

เจ้าปีศาจเอียงคอยิ้มให้จากกลางโบสถ์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

"กลับมาหาฉันแล้วหรอ~?"

"คุณต้องการอะไรกันแน่ครับ!? ที่พักพ่อก็ให้ อาหารพ่อก็ให้ ทำไมคุณถึง..."

ทันใดนั้นในห้องพลันเกิดลมพัดกรรโชกขึ้น ลมแรงเสียจนอดยกแขนขึ้นมาปิดตาไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนกับว่าโลกกำลังหมุน ขาของเขาถูกตรึงอยู่กับที่แม้แต่แขนเองก็ถูกดึงเอาไว้ เสียงสิ่งของกระทบกันดังขึ้นรอบๆตัวของเขาอย่างน่ากลัว

"โอโซมัตสึ!?" เขาตะโกนด้วยความหวาดกลัว ไม่นานลมพายุที่พัดอยู่ภายในห้องนั้นค่อยๆสงบลงไป

เมื่อลืมตาขึ้น อธิการโบสถ์ก็ได้เห็นสภาพของโบสถ์ที่ยังคงสภาพเดิม เขาหอบหายใจด้วยความหวาดกลัวระคนตกใจ ก่อนที่เขาจะถูกดึงจากข้างหลัง

"เดี๋ยว!!!? อุ..!!?" ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงอย่างตกใจเมื่อเขาถูกดึงเข้าไปกอด เจ้าปีศาจสีแดงค่อยๆปลดกระดุมชุดแคสซอกสีดำที่เกะกะออกแม้ว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ผิวของเขาไหม้เป็นจุลก็ตามที "ปล่อยพ่อนะ! โอโซมัตสึ! จะทำอะไรน่ะ!?"

ร่างเพรียวพยายามดิ้นสะบัดออก แต่เจ้าปีศาจกลับดึงดันที่จะปลดกระดุมทั้งสิบสามเม็ดของบาทหลวงออก และเมื่อทำได้สำเร็จ เขาก็สะบัดร่างเพรียวออกจากเครื่องแบบบาทหลวงที่ขัดหูขัดตาทันที

"ต่อหน้ารูปปั้นของพระเจ้าที่แสนศักดิ์สิทธิ์" ปีศาจสีแดงกระตุกรอยยิ้มขึ้นอย่างขบขัน "นายจะเป็นของฉัน"

ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เรือนร่างภายใต้เสื้อที่เหลือติดตัวอยู่สะบัดออกอย่างแรง

"หยุดนะ!! ปล่อยพ่อ!!" บาทหลวงหนุ่มสะบัดเจ้าปีศาจออก เขาวิ่งพาตัวเองไปยังประตูโบสถ์และเปิดมันออก

ข้างนอกไม่มีอะไร...มีเพียงแค่สีดำ ห้องสีดำไกลสุดลูกหูลูกตา...

คารามัตสึหายใจติดขัด เขาไม่กล้าออกไปในตอนนี้ เขารู้สึกได้ถึงเสียงกรีดร้อง เสียงคำรามของสัตว์และบางอย่างที่เขาไม่รู้จัก มันอึดอัด น่ากลัวเอาซะจนไม่สามารถก้าวขาข้ามไปได้

เจ้าปีศาจบินร่อนลงมากอดเอวเขาเอาไว้

"เป็นยังไงบ้าง? สวยงามใช่มั้ยล่ะ?" เขาขยับยิ้มสดใส มืออุ่นๆสอดเข้าไปใต้เชิ้ตสีขาวสะอาด "'นรก' น่ะ"

เจ้าปีศาจไม่เคยมีความรู้สึกพอใจในชีวิตเท่ากับการลงมือครั้งนี้

เขาเคยเห็นสีหน้าของประชาชนที่ถูกทำลายบ้านเมืองจากการที่เขาพูดเป่าหูให้ราชาของประเทศหนึ่ง ไม่นานประเทศนั้นก็ล่มจมเพราะราชาที่เข่นฆ่าประชาชน สีหน้าที่หวาดกลัวและสิ้นหวัง เป็นอาหารทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น

แต่คราวนี้ เพียงแค่คนๆเดียว เพียงแค่ย่ำยีมนุษย์แค่คนเดียวกลับทำให้เขารู้สึกพอใจและมีความสุขที่สุด สีหน้าของมนุษย์ที่มีวิญญาณขาวสะอาด สีหน้าของผู้รับใช้พระผู้เป็นเจ้าที่น่าชิงชัง กำลังหวาดกลัวและสิ้นหวังต่อพรหมลิขิตและชะตากรรมของเขาเอง

รู้สึกดีสุดๆตอนที่ได้ย่ำยีร่างที่บอบบางอ่อนเปลี้ยนั่นต่อหน้ารูปปั้นมายา รู้สึกดีสุดๆตอนที่ได้เห็นดวงวิญญาณสีขาวอันโชติช่วงนั้นกำลังถูกความมืดเข้าปกคลุมแม้จะเจ็บปวดที่ได้สัมผัสวิญญาณอันขาวสะอาดตรงๆ

อร่อย...

มันอร่อยจนห้ามใจที่จะกินหลายๆครั้งไม่ได้

ทั้งน้ำตา เสียงกรีดร้อง เรือนร่างที่ถูกปกปิดภายใต้เสื้อแคสซอกสีดำซึ่งกำลังสั่นไหว ดวงวิญญาณที่ถูกทำให้ป่นปี้ด้วยศีลข้อสำคัญขาดไป ความรู้สึกหวาดกลัว อาฆาต และโกรธเคืองถูกส่งมายังเขา เป็นอาหารแก่เขา

"ฉันจะฆ่าแก...เจ้าปีศาจ..." เสียงสั่นเคล้าเสียงสะอื้นดังขึ้น สะท้อนไปมาในห้องโถง

วิญญาณของอธิการโบสถ์กลายเป็นสีดำจนหมดเสียแล้ว...

เจ้าปีศาจดูดเลียปลายนิ้วของตัวเองหลังจากจบอาหารมื้อใหญ่ เศษวิญญาณของอธิการโบสถ์ผู้แปดเปื้อนถูกกลืนลงไปครึ่งหนึ่ง

"ฉันกินวิญญาณของนายแค่ครึ่งเดียว...แต่จะเหลืออีกครึ่งเพื่อให้นายใช้ชีวิตต่อไป..."

เขายกยิ้มขึ้น รู้สึกแปลกๆขึ้นมาเมื่อเห็นแววตาสีน้ำเงินที่วาวโรจน์กำลังจ้องมองมายังเขา

"ทำไม...ทำไมกัน..." เรือนร่างบอบบางอ่อนแอนั้นสั่นระริก เสียงที่ใช้ในการกล่าวโอวาทเพื่อชาวบ้านแหบแห้งและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "ทำไมถึงทำแบบนี้..."

เจ้าปีศาจฉีกยิ้มออกมา

"การทำให้วิญญาณที่บริสุทธิ์แปดเปื้อนน่ะ สนุกจะตายไป~" เขายิ้มกว้าง "แถมอร่อยด้วย~ อร่อยกว่าวิญญาณทั่วไปอีก~"

"ฆ่าฉันสิ...ฆ่าฉัน...ให้ตายไปเลย" คารามัตสึครวญครางอย่างน่าสงสารและโกรธเคือง ดวงตาเบิกโพลงจ้องไปยังเจ้าปีศาจราวกับกำลังจะกลายเป็นบ้า

แต่เจ้าปีศาจกลับยิ้ม

"ปล่อยให้ใช้ชีวิตด้วยความแค้น...ให้วิญญาณบ่มความน่ารังเกียจให้มากขึ้น..." เขากางปีกขึ้น ร่องรอยบาดเจ็บบนปีกนั้นหายไปแล้ว "แล้วค่อยรวบยอดทีหลัง มันทั้งอร่อยแล้วก็น่าสนุกกว่ากันเยอะ~"

แล้วบินออกไป เหมือนกับตอนที่ตกลงมา











"บาทหลวงผู้แปดเปื้อน?"

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาในห้องแห่งความมืด ดวงตาสีม่วงแวววาวในเงามืดอันไร้สิ้นสุด

"น่าสนใจจริงๆ "

เขาเอ่ยต่อก่อนจะฉีกยิ้มเผยให้เห็นฟันคมๆที่เรียงรายอยู่ในปาก

"น่ารังเกียจพอๆกับเจ้าโอโซมัตสึ แต่ก็น่ายกย่องกว่าเจ้านั่นเยอะ"

ร่างนั้นค่อยๆก้าวออกมาจากความมืด รองเท้าหนังแก้วสีดำถูกแปรเปลี่ยนกลายเป็นรองเท้าส้นสูง ชายผ้าที่สะบัดพริ้วไปมากลับกลายเป็นฮับบิทผ่าข้างขึ้นมาถึงสะโพก

"ไปหาดีกว่า..."













"ฉันชื่ออิจิมัตสึ ยินดีที่ได้รู้จัก"








---------------------------------

0w0

อิอิ

อุอุ

อ๊ะอ๊ะ

เขินจุงเบย ไม่มีต่อหรอกนะก๊ะ///////

เป็นฟิคโอโซฯแรกที่เอามาลงเด็กดี ช่วงแรกๆจะเอาลงกูเกิ้ลดอคตลอดๆ แต่คราวนี้รู้สึกทนไม่ได้ ขอลงเด็กดีเถอะค่ะ 5555555555555

ผลงานอื่นๆ ของ Onlyeye_Neko

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. #14 มิฮาริ☆ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 22:02
    เราอวยคาราอิจิค่ะ---- โอโซเลวร้ายมากกก อ้ากกกก
    #14
    0
  2. #13 Mmaxvip (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 20:15
    ฟิน~~~~
    #13
    0
  3. วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 21:41
    โฮฮฮฮฮ ตะไมโฟกัสส้นสูง โอ๊ย ใจสั่นมากค่ะ ใจบ่ดีเลยฮือออออออออออออ
    ชอบมาก ๆ เลยค่ะ! คาราดูน่ารังแก(...)เหลือเกิน โอ๊ย เทนชิบ้า ทำเราเป็นคนบาปแล้วโฮโฮ
    ถ้ามีภาคต่อจะรอติดตามแน่นอนค่ะ!
    #12
    0
  4. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:39
    เด็ดดวงมาก โดยเฉพาะตอนท้ายฟหกด่าสวงๆลแ่ห กจวๆนกลหหาฟตฟท;//;
    #11
    0
  5. #10 Mafia
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 04:00
    ชอบมากกกกกกกกกค่ะ!!!!

    ชอบคาแรค์เตอร์ของแต่ละตัวและภาษาที่ใช้เขียนมากๆค่ะรวมทั้งเนื้อเรื่องด้วย!



    ตอนจบ จบได้ค้างคางจนอยากปามือถือทิ้ง 55
    #10
    0
  6. #9 ~YU~
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:27
    ดีงามค่ะ แฮร่กกก
    #9
    0
  7. วันที่ 24 มกราคม 2559 / 02:11
    ขอภาคต่อเอาแบบallkaraไปเลย!
    #8
    1
    • #8-1 Rika-Kin
      24 มกราคม 2559 / 16:35
      เห็นด้วยยยย
      #8-1
  8. วันที่ 22 มกราคม 2559 / 13:29
    allคาราสินะ-----แค่ก
    #7
    0
  9. #6 mai7474
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 20:15
    //วิ่งมากรี๊ดคู่หลังอย่างยากลำบาก ///-////

    อิจิ มัตสึ มา เเย้วววววววววววววว //จะเว้นเพื่อ? โอยย ฮืออ เเง้ ฮือออ คาราาาาาา โอยยย เจ็บช้ำทุกฟิคคคคค เเง้ ฟินเเบบเเปลกๆ ขอโทษฮับ.... เเต่ว่าาา อือออ ชอบค่ะ! 

    //เเอบหวังว่าจะมีต่อ หวังว่า อิอิ //-///
    #6
    0
  10. #5 mint
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 19:38
    สนุกกก ถ้ามีต่อคือดีงามมากค่าาา
    #5
    0
  11. #4 คนที่รักคารามัตสึสุดหัวใจ
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 17:40
    อร๊าาาาาอยากอ่านอีกกกกก

    ถ้า3Pได้ก็ดีค่ะ5555
    #4
    0
  12. #3 EotL (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 15:46
    อยากเจอเทพที่เหลือจัง----- #แย่จริงจูชิกับทตตี้หาย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 มกราคม 2559 / 16:01
    #3
    0
  13. วันที่ 21 มกราคม 2559 / 15:33
    อยากให้มีต่ออ่ะ allkara เลย
    #2
    0
  14. #1 MaKiTo The RippeR (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 15:11
    อยากให้มีภาคต่ออ่าาา 3pๆๆ
    #1
    0