มิวายรัก

ตอนที่ 6 : ๒ ไม่อยากอยู่เป็นภาระใคร [๒]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    16 ม.ค. 62


ไม่อยากอยู่เป็นภาระให้ใคร


หลังจากสัมภาษณ์งานเสร็จ ปานระพีลงมาทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารในโรงแรม เธอค่อนข้างหิวเพราะเมื่อเช้าไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักอย่าง ดังนั้นอาหารมื้อนั้นจึงเป็นมื้อแรกของวัน ตาคู่สวยกวาดมองความใหญ่โตหรูหราของโรงแรมในระหว่างทานอาหาร เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลก่อนทำงานไปในตัว เธอสมัครงานที่นี่ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฟรอนต์ เงินเดือนที่ขอไปก็ถือว่าเยอะพอสมควร มากพอจะทำให้เธอแยกตัวออกมาใช้ชีวิตตามลำพังได้ เธอตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากผ่านช่วงทดลองงาน เธอจะเก็บเงินซื้อบ้านเล็กๆ สักหลัง และย้ายออกมาอยู่บ้านของตัวเอง จะได้ไม่ต้องเป็นภาระหรืออยู่อาศัยใบบุญใครให้เขารำคาญอีกต่อไป

          ความคิดนั้นเกิดขึ้นพร้อมกับความใจหายที่แล่นขึ้นมาจุกอก จนพานทำให้อาหารในจานที่สั่งมาสองสามอย่างไม่อร่อยไปด้วย ปานระพีจึงรวบช้อน ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะจัดการจ่ายค่าอาหาร แล้วพาตัวเองไปยังลานจอดรถของโรงแรม ตั้งใจว่าจะขับรถดูความเปลี่ยนแปลงของภูเก็ตไปรอบเมืองก่อนจึงจะเลยกลับบ้าน

         

แช็ค แช็ค ฟิ้วส์

เสียงสตาร์ตเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นแล้วก็ดับไปเฉยๆ ติดๆ กันหลายต่อหลายครั้งที่ลองสตาร์ตใหม่ ทำให้ปานระพีรู้ว่าเธอคงไม่ได้ขับรถรอบเมืองตามที่ตั้งใจแล้ว สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ก็คือโบกแท็กซี่กลับบ้าน แล้วตามช่างมาซ่อมรถคันนี้ ไม่รู้ว่าเก้ารู้เข้าจะว่ายังไง ที่แน่ๆ เรื่องนี้เขาจะไม่รู้จากปากเธอ และเธอจะไม่มีทางขอความช่วยเหลือจากเขาแน่ ในเมื่อเธอเป็นคนเอารถคันนี้มา เธอก็ต้องตามช่างมาซ่อมด้วยตัวเอง

ร่างระหงก้าวลงจากรถ จัดการล็อกกุญแจ และกำลังจะออกไปโบกรถแท็กซี่ที่หน้าโรงแรม แต่มีรถหรูคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบข้างๆ รถของเธอ จากนั้นคนขับก็ลดกระจกลงพร้อมกับเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้นอย่างชัดเจน

“ป่านใช่ไหมครับ”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แปลกใจที่ผู้ชายคนนั้นเรียกชื่อเธอถูก ปานระพีพิศมองใบหน้าของเขาอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยม จึงลองถามกลับไปบ้าง

“ใช่ค่ะ แล้วนี่ใช่ธีร์หรือเปล่า”

“ใช่ธีร์เอง”

“ธีร์...” คราวนี้ปานระพียิ้มกว้างอย่างดีใจ เพราะนานกว่าหกปีแล้วที่ไม่ได้เจอเพื่อนๆ เลย ตั้งแต่เธอถูกเก้าส่งไปเรียนเมืองนอก

“รถเป็นอะไร แล้วนี่ป่านจะไปไหน ให้ธีร์ไปส่งมั้ย”

“รถเสียน่ะธีร์ รถเก่าแล้วคงไม่ค่อยมีคนขับ กะว่าจะขับรถชมเมืองสักหน่อย แต่คงไม่ได้ไปแล้วละ

“เดี๋ยวธีร์พาเที่ยวเอง ป่านขึ้นรถสิ ธีร์มีเรื่องอยากคุยด้วยพอดี”

ธีรเทพไม่ได้แค่ชวน แต่ยังก้าวลงมาจากรถ แล้วเดินมาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้ ทำให้ปานระพีต้องขึ้นรถ จากนั้นธีรเทพก็ออกรถแล้วพาหญิงสาวขับเที่ยวไปรอบเกาะภูเก็ตพลางชวนคุยไปด้วย  

          “ป่านกลับมานานหรือยัง นี่จบปริญญาโทแล้วใช่หรือเปล่า”

          “เราเพิ่งกลับมาเมื่อวานนี่เอง จบโทมานั่นแหละ ขืนไม่จบผู้ปกครองเราคงไม่ให้กลับหรอก แล้วธีร์ล่ะตอนนี้ทำอะไรอยู่”

          “ทำงานช่วยป๊าที่รีสอร์ตแหละ อยากออกมาทำงานข้างนอก ป๊าก็ไม่ยอม อืม...สงกรานต์นี้จะมีงานเลี้ยงรุ่น ป่านไปด้วยกันนะ เดี๋ยวเราแอดป่านเข้าไปในไลน์กลุ่ม เพื่อนๆ คงดีใจที่จะได้เจอป่าน”

          “ได้สิ เราเองก็อยากเจอเพื่อนๆ อยู่เหมือนกัน ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นยังไงกันบ้าง”

          “งั้นธีร์ไปรับนะ” ธีรเทพรีบอาสาหลังจากปานระพีรับปากว่าจะไปงานเลี้ยงรุ่นด้วย

          “ป่านขับรถไปเองได้”

          “ไม่ได้หรอก เป็นผู้หญิงขับรถคนเดียวมันอันตราย เผื่อรถเสียแบบวันนี้อีกจะทำไง”

          “บ้านป่านมีรถหลายคัน แต่ธีร์มารับก็ดี จะได้ไม่ต้องรบกวนใคร” ปานระพีเปลี่ยนใจตอบตกลงให้ธีรเทพมารับอย่างปุบปับ เมื่อคิดได้ว่าตัวเองจะไม่แตะรถคันอื่นที่เป็นรถของเก้า

          “ขอบคุณครับที่ให้เกียรติ แต่งตัวสวยๆ นะ แต่ถึงไม่แต่งป่านก็สวยอยู่แล้วในสายตาธีร์”

          “อย่ามาทำปากหวาน รู้นะคิดอะไรอยู่ ห้ามจีบป่าน ป่านมีคนที่ป่านชอบอยู่แล้ว” ปานระพีรีบดักคอ เธอไม่ได้โกหกหรือพูดเพื่อกันธีรเทพออกไปจากชีวิต เธอมีคนที่ตัวเองชอบอยู่แล้ว แม้เขาจะไม่ได้ชอบเธอตอบ และออกจะรังเกียจเธอด้วยซ้ำก็ตาม

          ปานระพีอยู่กับธีรเทพจนค่ำ เพราะหลังจากขับรถเที่ยวรอบเกาะแล้ว เขาก็พาเธอไปเลี้ยงอาหารทะเลที่ร้านติดริมหาด ปานระพีคุยกับธีรเทพเพลินด้วยหัวข้อของเพื่อนคนนั้นคนนี้ที่เคยเรียนห้องเดียวกันสมัยมัธยมปลาย และกว่าเขาจะมาส่งเธอถึงบ้าน คฤหาสน์สีขาวหลังงามก็เปิดไฟสว่างไสวหมดแล้ว

          ร่างระหงก้าวลงจากรถหลังจากขอบคุณธีรเทพที่พาเที่ยวและยังพาไปเลี้ยงอาหารเย็น รอยยิ้มเกลื่อนไปทั่วใบหน้า บ่งบอกถึงความสุขที่เจ้าตัวได้รับอยู่ตอนนี้ เพราะการได้เจอธีรเทพทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวาคล้ายกลับไปเป็นเด็กมัธยมอีกครั้ง แต่รอยยิ้มนั้นปรากฏอยู่ได้ไม่นาน มันก็เลือนหายไป เมื่อร่างสูงใหญ่ของคนเป็นเจ้าของบ้านเดินมาขวางหน้า

          “ใครมาส่ง ตอนไปขับรถออกไปเองไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมกลับดึกดื่นขนาดนี้”

ปานระพีชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเก้าจะสนใจการไปการมาของตัวเอง หรือเขากลัวว่าเธอจะทำอะไรให้วงศ์ตระกูลของเขาเสื่อมเสีย ถึงต้องตามคุมพฤติกรรมแจในตอนที่เธอกลับมาอยู่ใต้ปีกของเขาอีกครั้ง เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองนอกไม่เห็นเขาจะสนใจว่าเธอจะเป็นตายร้ายดียังไง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #21 0949478960 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 08:02
    รอค่าา
    #21
    0
  2. #20 Memory_kun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 18:41

    พบคนโมโห 1 อัตรา
    #20
    0