มิวายรัก

ตอนที่ 5 : ๒ ไม่อยากอยู่เป็นภาระใคร [๑]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    15 ม.ค. 62


ไม่อยากอยู่เป็นภาระให้ใคร

 

ร่างเพรียวระหงสวมชุดเซตเสื้อลูกไม้สีขาวเข้าชุดกับกระโปรงยาวคลุมเข่า เดินลงมาจากชั้นบนในตอนสายๆ ของเช้าวันใหม่ ปานระพีพาตัวเองเดินเลยไปยังห้องรับประทานอาหารเพื่อทานอาหารเช้า เธอตั้งใจตื่นสายและจงใจลงมาข้างล่างในเวลานี้ เพราะคิดว่าเก้าน่าจะออกไปตรวจงานแล้ว แต่ทว่านั่นเป็นสิ่งที่เธอคาดการณ์ผิดถนัด เพราะนอกจากเขาจะยังไม่ออกไปทำงานแล้ว ตอนนี้คนที่เธอไม่อยากเผชิญหน้ามากที่สุดกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่โต๊ะ หนำซ้ำพอเธอจะก้าวขากลับออกไปจากห้องนั้นเพราะไม่อยากให้เขาเห็นหน้า ป้าแย้มกลับเอ่ยทักเธอขึ้น ทำให้ปานระพีจำต้องหันกลับมา เพราะกลัวว่าป้าแย้มจะเสียน้ำใจ

“อ้าวคุณหนูป่าน ตื่นแล้วเหรอคะ มาค่ะมาทานอาหารเช้า ป้าเตรียมโจ๊กร้อนๆ กับน้ำส้มคั้นไว้ให้แล้ว”

เสียงของป้าแย้มที่ดังขึ้น ทำให้คนที่นั่งทานอาหารอยู่ก่อนหันมามองด้วย สีหน้าเขายังคงนิ่งเฉยราวกับเมื่อคืนไม่ได้ทำมิดีมิร้ายอะไรกับเธอ

          “ป่านไม่หิวค่ะป้า ป่านจะรีบไปข้างนอก แค่แวะมาบอกป้าแย้มว่า ไม่ต้องเตรียมอาหารกลางวันให้ป่านนะคะ เพราะป่านอาจจะกลับช่วงบ่ายๆ” เสียงหวานเอ่ยออกไปแบบคิดได้กะทันหัน ทั้งที่ความจริงแล้วเธอตั้งใจจะเข้ามาทานอาหารเช้าก่อนจะออกไปข้างนอก

          “งั้นช่วงเย็นป้าค่อยเตรียมของโปรดเอาไว้ให้นะคะ”

          “ขอบคุณค่ะป้า ป่านไปนะคะ” ปานระพีพูดกับป้าแย้มด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่กับอีกคนที่เมื่อคืนนี้ทำตัวกักขฬะกับเธอพร้อมกับประกาศว่าไม่เคยเห็นเธอเป็นหลาน เธอเลือกที่จะทำเหมือนว่าเขาไม่ได้นั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้น ทว่าแม้จะอย่างนั้น ความรู้สึกร้อนผ่าวจากสัมผัสหยาบกระด้างก็ยังกรุ่นๆ ขึ้นมาบนริมฝีปากที่ถูกเขาบดขยี้ เพียงแค่เห็นเขาปรายตามามอง

          “ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะคุณหนู”

          เรียวปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีส้มคลี่ยิ้มให้กับคนเก่าคนแก่ ที่เธอรู้ดีว่ามีความเป็นห่วงและหวังดีให้กับเธอเสมอมา จากนั้นก็เดินไปยังโรงรถ ภายใต้ความสงสัยนิดๆ ของป้าแย้มที่เห็นสองอาหลานหมางเมินใส่กัน แต่มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับนาง เพราะก่อนที่ปานระพีจะถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ เก้ากับปานระพีก็มักจะมีท่าทีแบบนี้ใส่กันอยู่บ่อยครั้งจนนางชินเสียแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นปานระพียังเด็กและแสดงออกแบบเด็กๆ แต่ตอนนี้หญิงสาวโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วจึงดูสุขุมกว่าเดิม แต่ความสุขุมนั้นก็ยังไม่ได้เสี้ยวของคนที่นั่งเงียบๆ อยู่ตอนนี้

          ปานระพีตรงไปยังโรงรถ ซึ่งมีรถจอดอยู่หกคัน แต่ละคันล้วนแต่ใหม่และราคาแพงลิบลิ่ว มีเพียงหนึ่งคันที่เป็นรถเก่า แต่ก็ยังได้รับการดูแลรักษาอย่างดี เพราะเป็นรถของพ่อเธอ ปานระพีจึงบอกคนขับรถให้หยิบกุญแจรถคันนั้นมาให้ เพราะไม่อยากแตะของของเก้าโดยไม่จำเป็น

 

          “คุณปานระพี อมรกานต์กุล”

           คนสัมภาษณ์งานคนที่สองซึ่งดำรงตำแหน่งจีเอ็มของโรงแรมระดับห้าดาวในภูเก็ต อ่านทบทวนชื่อของปานระพี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับปานระพี เพราะเมื่อกี้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็มองหน้าเธอแบบนี้ ก่อนจะส่งเธอมาสัมภาษณ์กับจีเอ็มของโรงแรม

          “ใช่ค่ะ ดิฉันปานระพี อมรกานต์กุล”

          “จากประวัติเห็นว่าเพิ่งจบปริญญาโทจากต่างประเทศ”

          “ค่ะ”

          “ผมชอบบุคลิกกับโปรไฟล์คุณมากนะ แม้จะไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนก็ตาม แต่ที่ผมสนใจไปมากกว่านั้นคือนามสกุลของคุณ คุณเป็นอะไรกับคุณเก้า อมรกานต์กุล”

          คราวนี้ปานระพีขยับตัวอย่างอึดอัด การใช้นามสกุลเดียวกับเก้า บางทีมันก็ลำบากแบบนี้ คนมักจะสนใจนามสกุลของเธอมากกว่าอย่างอื่นก่อนเสมอ โดยเฉพาะคนในจังหวัดภูเก็ตที่รู้จักเก้าเป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นนักธุรกิจชื่อดังและทรงอิทธิพลมากคนหนึ่ง

          “เป็นหลานสาวค่ะ ไม่ใช่หลานแท้ๆ หรอกนะคะ เป็นแค่หลานสาวบุญธรรม”

          “ถ้าผมรับคุณเข้าทำงาน ผมจะมีปัญหากับคุณเก้าไหม” คนที่ดำรงตำแหน่งจีเอ็มซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นหุ้นส่วนหรือลูกหลานของเจ้าของโรงแรมหัวเราะเบาๆ ปากบอกว่ากลัวมีปัญหาแต่กลับมองหน้าปานระพีอย่างผู้ชายที่ถูกใจผู้หญิง

          “ไม่มีหรอกค่ะ อาเก้าไม่ค่อยสนใจหลานแบบป่านนักหรอก”

          “งั้นเอาเป็นว่าผมรับคุณเข้าทำงาน คุณพร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่ ก่อนสงกรานต์ได้ไหม เป็นช่วงไฮซีซันพอดี”

          “ได้ค่ะ” ปานระพียิ้มกว้างอย่างดีใจที่ในที่สุดก็ได้งานทำ แม้มันจะง่ายไปหน่อย และดูเหมือนว่านามสกุลของเธอจะเป็นใบเบิกทางที่ดี แต่เธอจะพิสูจน์ให้คนอื่นๆ เห็นว่าเธอเองมีความสามารถมากพอ

          “แล้วเจอกันครับคุณปานระพี”

          “ขอบคุณมากนะคะ” ปานระพีพนมมือไหว้คนที่มีตำแหน่งจีเอ็ม ซึ่งเธอเห็นชื่อที่ติดอยู่ประตูหน้าห้องแล้วว่าชื่อไพศาล และถ้าคะเนไม่ผิดเขาน่าจะอายุราวๆ ห้าสิบต้นๆ มากกว่าเก้าเกือบสิบปี 

          “ผมจะตั้งหน้าตั้งตารอคุณนะ” ไพศาลเอ่ยออกมาด้วยคำพูดมีนัย

          “ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะที่ให้โอกาส ป่านสัญญาว่าจะทำงานอย่างเต็มความสามารถ ป่านขอตัวกลับก่อนนะคะ”

          “เชิญครับ” ไพศาลผายมือแล้วยังลุกมาส่งที่หน้าประตู พร้อมกับเปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษ ผิดกับวิสัยของผู้บริหารระดับสูงที่จะปฏิบัติกับพนักงานทั่วไป แต่ปานระพีกลับได้รับการปฏิบัติอย่างพิเศษกว่าคนอื่น ทั้งนี้ก็เพราะไพศาลมีจุดประสงค์บางอย่างนั่นเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #19 Bigrabbitkasi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 20:38
    เจอตาเฒ่าหัวงูหนือเปล่าป่านเอ้ย
    #19
    0