เมีย(ไม่)พลอยโจน ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๒

ตอนที่ 9 : ๔ เรื่องที่ไม่อาจเลี่ยง ๑/๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    14 พ.ย. 60

เรื่องที่ไม่อาจเลี่ยง

 

            วันนี้เป็นวันแรกในรอบเกือบหนึ่งปีเลยก็ว่าได้ ที่นัสรินรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากมาทำงาน ยังดีว่าเมื่อสองวันที่ผ่านมาเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทำให้เธอมีเวลาทำใจที่จะมารับฟังคำตำหนิจากหัวหน้า เรื่องที่เธอไปทำงานที่เชียงใหม่แล้วคว้าน้ำเหลวกลับมา ทั้งๆ ที่ก่อนไปหัวหน้าคาดหวังกับเธอไว้มาก เธอรู้ว่าปราณต์ต้องปฏิเสธการซื้อยาจากบริษัทของเธอแน่ๆ เพราะเธอกับเขามีเรื่องทะเลาะกันจนไม่ได้เจรจา

            ร่างบางในชุดเดรสทำงานสีครีมแขนยาวผ้าลูกไม้ แต่งระบายสวยหวาน เอวเข้ารูป สั้นเลยเข่า เน้นให้เห็นสะโพกและเอวกิ่วคอด รวมทั้งเรียวขาที่สลักเสลาเนียนละเอียดราวกับลำเทียน แบบที่ไม่ได้ตั้งใจจะใส่อวด แต่ด้วยชุดและสรีระมันเน้นให้เห็นไปทางนั้น แรกๆ นัสรินก็ขัดเขินเหมือนกันกับชุดที่เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งขนาดนั้น แต่พอใส่นานๆ เข้ามันก็กลายเป็นความเคยชิน และตอนนี้ปัญหาของเธอก็ไม่ได้อยู่ที่ชุดที่ใส่อยู่ แต่มันอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่หัวหน้าจะเรียกเธอเข้าไปคุยเรื่องงานต่างหาก

            นัสรินนั่งกระวนกระวายใจอยู่ได้ไม่นาน ก็มีเสียงโทรศัพท์ติดต่อภายในที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอดังขึ้น หญิงสาวแอบถอนหายใจเบาๆ เล็กน้อยอย่างทำใจล่วงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปยกโทรศัพท์มาแนบหู

            “นัสรินค่ะ”

            “นัสเข้ามาพบผมหน่อย ตอนนี้เลยนะ”

            นั่นคือเสียงของกิตติซึ่งเป็นหัวหน้างานโดยตรงของนัสริน เขาสั่งเพียงสั้นๆ ก็วางสาย แต่คนถูกสั่งนี่สิมีแต่ความหนักอึ้งเต็มอกไปหมดจนแทบจะลุกจากโต๊ะไม่ได้ แต่สุดท้ายร่างบางก็พาตัวเองเข้าไปยืนที่หน้าโต๊ะทำงานของกิตติจนได้ เพราะถึงอย่างไรเสียก็คงจะหลีกเลี่ยงการตำหนิของเขาไม่พ้น

            “หัวหน้าเรียกนัสมาพบมีอะไรหรือเปล่าคะ” นัสรินเอ่ยถามตามมารยาททั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่ากิตติเรียกมาพบเรื่องอะไร

            “ก็เรื่องยาที่คุณไปติดต่อไว้กับทางเชียงใหม่เมื่อวันศุกร์นั่นแหละ”

            “นัสขอโทษค่ะ...คือนัส...

            นัสรินพูดไม่ทันจบกิตติก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามไม่ให้เธอพูด นัสรินจึงหลุบลงมองมือตัวเองอย่างว้าวุ่นใจ

            “ทางโรงพยาบาลตอบกลับมาแล้วนะว่าตกลงทำสัญญา”

            คำพูดของกิตติทำให้นัสรินต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาเหมือนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

            “หัวหน้าว่าอะไรนะคะ!

            “คุณเก่งมากนัส ผมไว้ใจคนไม่ผิดจริงๆ” กิตติเอ่ยชื่นชมเป็นการตอกย้ำว่าเมื่อกี้เธอไม่ได้ฟังผิดหรือหูเพี้ยนแต่อย่างใด

            “เป็นไปได้ยังไง” ประโยคนั้นนัสรินรำพึงออกมาคล้ายพูดกับตัวเองมากกว่า

            “เป็นไปแล้ว และตอนนี้ทางโรงพยาบาลก็ให้เราเอาสัญญาไปให้เซ็นได้เลย ซึ่งผมคงต้องให้คุณไปอีกรอบ อ้อ...แต่รอบนี้คุณไม่ต้องกลับไปกลับมาแล้วนะ พอดีทางบริษัทเพิ่งจะแจ้งผมในที่ประชุมเมื่อวันศุกร์ว่า ตอนนี้ทางบริษัทไปเปิดสาขาย่อยที่เชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว เพื่อจะดูแลลูกค้าทางภาคเหนือทั้งหมด ในระหว่างนี้ผมอยากให้คุณไปประจำการที่นั่นชั่วคราว เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล ร้านยาต่างๆ แล้วก็คลินิกหมอที่สนใจสั่งซื้อยาจากเรา”

            “แต่ว่านัสไม่สะดวกไปนะคะหัวหน้า”

จากความหนักใจเรื่องจะถูกตำหนิเพราะเจรจาไม่สำเร็จ ตอนนี้นัสรินเกิดความหนักใจเรื่องที่ต้องไปเผชิญหน้ากับปราณต์อีกรอบแทน ในเมื่อก่อนมาเธอประกาศชัดแล้วว่า เขาจะไม่ได้เห็นหน้าเธออีก ซ้ำร้ายหัวหน้าของเธอยังจะให้เธอย้ายไปประจำสาขาที่เชียงใหม่ ซึ่งหากเป็นเมื่อก่อนที่เธอไม่เคยมีความรักความหลังกับที่นั่นก็คงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่ตอนนี้เธอไม่อยากแม้แต่จะเหยียบย่างไปที่นั่นเพื่อให้หัวใจของตัวเองเป็นแผลเหวอะหวะขึ้นมาอีก โดยเฉพาะหลังจากที่ได้เผชิญหน้ากับปราณต์ ทำให้เธอรู้ว่าความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอ มันไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยสักนิด จริงอยู่ว่าเชียงใหม่ออกจะใหญ่โตกว้างขวาง แต่ใช่ว่าโลกจะไม่กลม หากวันใดต้องเจอหน้าปราณต์ขึ้นมาอีก เขาคงคิดว่าเธอกลืนน้ำลายตัวเองแน่ๆ

            “ทำไมล่ะนัส”

            “นัสเป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่น่ะค่ะ ท่านสองคนมีนัสคนเดียว”

            “อ้อ...นึกว่าเรื่องอะไร ผมไม่ได้ให้คุณไปประจำที่โน่นเลยหรอก ไปแค่สามเดือนเท่านั้น พออะไรเข้าที่เข้าทางแล้ว และเราหาตัวแทนที่เป็นคนในพื้นที่ได้ ผมก็จะให้คุณเทรนให้จนคนที่นั่นทำงานได้คล่อง ผมก็จะให้คุณกลับมาประจำที่กรุงเทพฯ เหมือนเดิม ในระหว่างนี้หากเป็นช่วงวันหยุดแล้วคุณอยากกลับบ้านมาหาครอบครัว คุณก็กลับได้ตลอดเลย ทางบริษัทมีค่าเดินทางให้ ส่วนเรื่องที่พักก็ไม่ต้องห่วงบริษัทเช่าอพาร์ตเมนต์ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ไว้ให้ห้องหนึ่ง เป็นห้องที่ใหญ่และอยู่ได้สบายๆ แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางไปทำงาน บริษัทมีรถยนต์ให้คุณใช้อีกคันหนึ่งด้วย” กิตติบอกถึงสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างครบครัน จนนัสรินไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลใดมาแย้งได้

            “ไม่มีคนไปแทนนัสเลยเหรอคะ” เสียงหวานถามอ่อยๆ

            “ไม่มีจริงๆ นัส ผมไม่เห็นว่าจะมีใครเหมาะสมเท่าคุณเลย ปิยวรรณก็ท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว ส่วนอรอุมาก็ต้องรับส่งลูกทุกวัน มีแต่คุณคนเดียวที่โสดสนิท ส่วนเรื่องที่คุณเป็นห่วงพ่อกับแม่ผมก็เข้าใจนะ แต่ก็อย่างที่บอก คุณอยากกลับทุกอาทิตย์ก็ได้ ทางบริษัทไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับค่าเดินทางของคุณเลย ไปเถอะนะนัสผมขอร้อง ไม่อย่างนั้นทางไดเรกเตอร์ต้องมาคุยกับคุณด้วยตัวเองแน่ๆ” กิตติบอกถึงความจำเป็น พร้อมกับมองไปยังลูกน้องสาวอย่างคาดหวังบวกขอร้องแกมบังคับ

            “อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลยค่ะ ตกลงค่ะ นัสไปก็ได้” นัสรินจำต้องรับปากทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่า จะรับมือกับปัญหาที่ตัวเองต้องเผชิญหน้ากับปราณต์ในอนาคตอย่างไร พยายามคิดในแง่ดีและให้กำลังใจตัวเองว่าปราณต์เกลียดเธอมาก เขาคงไม่คิดจะมาตอแยหรือยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย หรือหากต้องเจอกันจริงๆ เธอก็จะเจอกับเขาเฉพาะด้วยหน้าที่การงานเท่านั้น

           

            เพราะรับปากกับหัวหน้าในวันนั้น ทำให้เวลาบ่ายๆ ของวันนี้นัสรินต้องมาเดินต๊อกๆ อยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ เพื่อซื้อของใช้จำเป็นบางอย่างไปใช้ที่อพาร์ตเมนต์ พ่อกับแม่ของเธอไม่เห็นด้วยเท่าใดนักกับการมาทำงานที่นี่แม้จะเป็นแค่ชั่วคราวก็ตามที แต่นัสรินก็แสร้งทำให้ท่านทั้งสองเห็นว่า เธอลืมเรื่องในอดีตไปหมดแล้ว การมาเชียงใหม่ครั้งนี้เธอไม่ได้หวาดหวั่นอะไร มุ่งมั่นแค่มาทำงานเท่านั้น พ่อกับแม่ของเธอจึงได้ยอมปล่อยมา

            ร่างบางในชุดลำลองเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เกตของห้าง และเลือกของอย่างเอื่อยๆ แบบไม่ได้เร่งรีบอะไร เพราะถึงแม้วันนี้จะไม่ใช่วันหยุด แต่บริษัทก็ให้เธอหยุดเพื่อเตรียมตัวทำงานในวันจันทร์

สิ่งที่ต้องซื้อส่วนใหญ่เป็นพวกแชมพู ครีมนวดผม และของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงอื่นๆ โดยตลอดเวลาที่เดินเลือกซื้อของอยู่นั้น นัสรินรู้สึกเหมือนกับว่ามีใครกำลังแอบมองตัวเองอยู่ ครั้นพอเธอมองหาดูรอบๆ ก็ไม่เห็นใครมีอาการผิดสังเกต หญิงสาวจึงบอกตัวเองว่าสงสัยจะเครียดมากไป จึงคิดระแวงและมโนไปเอง

เมื่อได้ของครบแล้วร่างบางก็เดินไปยังเคาน์เตอร์ จัดการจ่ายเงิน และรับถุงจากพนักงานสาวที่ยิ้มให้อย่างมีไมตรี นัสรินตั้งใจว่าจะแวะกินข้าวก่อน จากนั้นค่อยกลับที่พัก ซึ่งคงต้องใช้บริการรถแท็กซี่เช่นเดียวกับตอนมา เพราะถึงบริษัทจะมีรถให้แต่เธอยังไม่อยากขับรถในตอนนี้

ขณะที่เท้าเล็กๆ ซึ่งรองรับด้วยรองเท้าหนังหุ้มส้นสีชมพูอ่อนคาดดำกำลังจะมุ่งหน้าไปยังฟู้ดแลนด์ของห้าง ก็มีเสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้น ซึ่งเสียงเสียงนั้นเป็นเสียงผู้หญิงที่เธอเองค่อนข้างคุ้นหู นัสรินจึงหันกลับไปยังต้นเสียงพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคนเรียกเป็นใคร

 


ฝากเมนต์ ฝากติดตาม และอีบุคในชุดเดียวกันด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องนี้เป็นแนวโรมานซ์หื่นจัดเต็มค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #31 Pinkrabbit15 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 17:36
    น้องเล็กแน่เลย
    #31
    0
  2. #30 Aom-Dekbah (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 10:09
    น้องเล็กแน่ๆ
    #30
    0
  3. #29 lihoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 06:59
    ใครเรียกกก น้องเล็กแน่เลยยย
    #29
    0