เมีย(ไม่)พลอยโจน ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๒

ตอนที่ 8 : ๓ (ไม่)เสียดาย ๒/๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    13 พ.ย. 60

(ไม่)เสียดาย

 

            “หมายความว่านัสรินรู้อยู่แล้วว่าคนที่จะแต่งงานกับเขาคือแก ไม่ใช่ปรัชญ์”

“ไม่ใช่แค่รู้ แต่เตรียมการล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี”

“แกรู้ความจริงเข้าก็เลยโกรธ จึงใช้ทิฐิกับเขาตั้งแต่หลังแต่งงานใช่มั้ย เขาทนไม่ไหวเลยขอแกหย่า”

“นัสรินเป็นคนฉลาด รีบขอหย่ากับฉันโดยที่ตัวเองยังไม่ทันไม่ได้สึกหรออะไร”

“อย่าบอกนะว่าแกไม่เคยทำอะไรเมียเก่าแกเลย” ศาสตราทำเสียงเหมือนไม่เชื่อและแปลกใจสุดๆ

“เคย...แต่ก็แค่ครั้งเดียว” ความจริงมันไมใช่ครั้งเดียว มันหลายครั้งในคืนเดียวต่างหาก แต่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาสาธยายให้ใครฟัง แม้คนๆ นั้นจะเป็นเพื่อนสนิทก็ตาม

“คราวนี้พอเจอกันอีกครั้ง แล้วแกเห็นว่าเขาสวยขึ้น แกเลยเกิดหึงขึ้นมากลัวว่าจะมีผู้ชายอื่นได้ทำกับเขาแบบที่แกเคยทำใช่มั้ย” เจ้าของไร่เดชาธรพูดราวกับมานั่งในหัวใจคนฟัง ไม่ใช่เพราะเขารู้ใจปราณต์ไปเสียทุกอย่าง เพียงแต่ศาสตราใช้มาตรฐานตัวเองตัดสิน เมื่อคิดไปว่าหากถึงวันที่ต้องหย่ากับภัคธีมาขึ้นมาจริงๆ แล้วเขาเจอสถานการณ์แบบที่ปราณต์ต้องเจอบ้าง เขาก็คงรู้สึกหึงหวงเช่นกัน

                “ไม่ได้กลัว”

                “งั้นก็เสียดาย”

                “ไม่”

                “เออ...ไม่ได้กลัวว่าเขาจะมีใหม่ ไม่ได้เสียดาย แต่แค่หวงก้างว่างั้น” ศาสตรายอกย้อนอย่างสนุกที่ได้ยั่วอารมณ์หมอปากแข็ง โดยลืมเรื่องของตัวเองไปชั่วขณะ

                “เชี่ย...แม่ง! กวนตีนว่ะกริช!

                “ฮ่ะๆ นี่ทั้งเชี่ย ทั้งแม่ง เลยเหรอวะ” ศาสตาหลุดขำออกมาเสียงดังลั่น เมื่อได้ยินคำสบถอันหยาบๆ คายๆ เช่นนั้นหลุดออกมาจากปากของปราณต์ เขาจะไม่แปลกใจสักนิดถ้าปรัชญ์น้องชายของปราณต์เป็นคนพูดมัน แต่นี่มันกลับหลุดออกมาจากปากผู้ชายที่มาดเนี๊ยบและเป็นสุภาพบุรุษมาตลอดอย่างปราณต์

“ถ้ามีความสุขมากก็ไปนอนกับเมียไป” ปราณต์ไล่อย่างหงุดหงิดน้ำเสียงขรึมเครียด ทว่าอ้อแอ้เต็มที จากนั้นร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางโงนเงนเพราะเมาหนักมาก จนศาสตรามองอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้

“แล้วนั่นแกจะไปไหน”

“กลับ”

“เฮ้ย! กลับสภาพเมาแอ๋แบบนี้มีหวังเป็นศพก่อนถึงบ้าน” ศาสตราทัดทานอย่างเป็นห่วง เพราะครั้งนี้เหมือนปราณต์จะเมาหนักกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก

“ช่างฉันเหอะ ตายไปก็คงไม่มีใครเสียใจหรอก”

“บ้าเหรอวะ ชีวิตหมออย่างแกมีค่ากับคนนับพันนับหมื่นนะเว้ย แล้วไหนจะแม่จะน้องจะหลานแกอีก ฉันไม่ยอมให้แกกลับในสภาพนี้เด็ดขาด คืนนี้นอนนี่ล่ะ”

ว่าแล้วศาสตราก็เข้าไปประคองเพื่อนรักที่อยู่ในสภาพเมาแทบพับ พาขึ้นบันไดไปยังห้องนอนรับแขกชั้นสอง และปราณต์เองก็ไม่ได้ขัดขืนหรือดื้อดึงอะไร คงเป็นเพราะคำพูดที่ทำให้ขาตระหนักว่า ชีวิตตัวเองยังมีค่าต่อคนนับพันนับหมื่นที่ต้องการการเยียวยาจากวิชาชีพหมอของเขา รวมถึงคนในครอบครัวของเขาทุกคนโดยเฉพาะแม่

เมื่อหัวถึงหมอนในห้องนอนซึ่งเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศชั้นดีที่เริ่มทำงานตามคำสั่งจากรีโมท ร่างสูงที่ถูกประคองมานอนบนเตียงกว้างก็หลับตาลงทันที เพราะถูกความง่วงงุนและความเมารุมเร้าร่างกายอย่างหนัก แต่กระนั้นก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา ความคิดก็ยังล่องลอยไปถึงเรื่องราวในวันแต่งงานของตนกับเมียเก่า

 

มันเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก เมื่อจู่ๆ ตัวเองก็ต้องมาใส่ชุดเจ้าบ่าว นั่งเคียงคู่เจ้าสาว ให้ใครต่อใครมารดน้ำสังข์พร้อมกับอวยพรให้อยู่กันจนแก่เฒ่า เขาต้องทำหน้าที่แต่งงานแทนน้องชายอย่างปรัชญ์ที่จู่ๆ ก็ประกาศต่อหน้าเขาและแม่ว่ามีเมียแล้ว ซึ่งผู้หญิงที่ปรัชญ์บอกว่าเป็นเมียไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นธรินดาน้องสาวบุญธรรมของเขาที่เขาเองก็แอบปองใจอยู่เงียบๆ มานานแล้วเช่นกัน

                ปราณต์อยากจะหลอกตัวเองว่ากำลังฝันอยู่ ทว่าบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้คน เสียงบรรเลงของดนตรีไทย ดอกไม้ที่จัดตกแต่งอย่างสวยงามอ่อนหวาน ป้ายชื่อด้านหลังซึ่งเป็นชื่อเขากับชื่อเจ้าสาวเด่นหลา รวมถึงเจ้าสาวหน้าตาหวานซึ้งซึ่งควรจะเป็นน้องสะใภ้เขากำลังนั่งเคียงข้างเขาในพิธีรดน้ำสังข์อยู่จริงๆ

                เขาไม่ปฏิเสธว่านัสรินเป็นผู้หญิงที่หน้าตาสะสวย รูปร่างอ้อนแอ้นน่าทะนุถนอมคนหนึ่ง ยิ่งอยู่ในชุดไทยสีทองเช่นนี้ยิ่งขับให้เธอดูงดงามราวกับนางในวรรณคดี แต่ยามนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะชื่นชมความสวยงามใดๆ ต่อผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาทางนิตินัยอย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากเขาและเธอเพิ่งจะจดทะเบียนสมรสกันเสร็จเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี่เอง

                เห็นพวงแก้มระเรื่อจากการถูกปัดด้วยบรัชออนเนื้อเนียนของผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้ว ชั่วขณะหนึ่งก็อดนึกสงสารไม่ได้ หากว่าเมื่อเช้านี้เขาไม่ยอมเข้าพิธีแต่งงานกับเธอแทนปรัชญ์ นัสรินคงต้องอับอายขายหน้ามาก ความจริงเธอเองก็น่าสงสารและน่าเห็นใจไม่น้อย ที่ถูกโยนให้คนน้องทีคนพี่ที แต่เธอก็คงทำเพื่อให้ครอบครัวหมดภาระหนี้สิน ถึงได้ยอมแต่งงานกับเขาทั้งๆ ที่หมั้นกับปรัชญ์อยู่นานหลายเดือน

                หลังจากพิธีรดน้ำสังข์ผ่านพ้นไป ปราณต์ตั้งใจว่าจะออกไปสูดอากาศที่ระเบียงด้านนอก เพื่อให้ความรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจคลายลงสักนิด แต่เขาก็ไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพราะต้องถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ของเขาและเพื่อนของปรัชญ์ที่ต่างเข้ามาแสดงความยินดีๆ ทั้งๆ ที่บางคนคงรู้ว่าเขาไม่ได้ยินดีสักนิดกับการเป็นเจ้าบ่าวแบบสายฟ้าแลบเช่นนี้

                ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าที่ทุกคนจะยอมปล่อยให้เขาป็นอิสระ ปราณต์รีบพาตัวเองตรงไปยังระเบียงตามความตั้งใจเดิมทันที ทว่าระเบียงด้านหลังที่เขาคิดว่าจะเงียบเชียบ กลับมีคนจับจองอยู่ก่อนแล้ว และคนที่จับจองพื้นที่นั้นก่อนหน้าเขา ก็คือคนสองคนที่ทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในฐานะเจ้าบ่าวจำเป็นในวันนี้

                ปราณต์ยอมรับว่าค่อนข้างแปลกใจ ที่เห็นน้องชายตัวเองมายืนคุยกับผู้หญิงซึ่งตัวเองเพิ่งปฏิเสธการแต่งงานด้วย แต่เขาก็ยังคิดในแง่ดีว่าปรัชญ์อาจมีเรื่องอยากเคลียร์กับอดีตคู่หมั้นกระมัง เขาจึงเลือกที่จะไม่เข้าไปทำลายบรรยากาศ และตั้งใจว่าจะเดินไปหามุมอื่นเสียเอง แต่เสียงสนทนาของทั้งคู่นั่นต่างหากที่รั้งไม่ให้เขาก้าวเท้าไปไหน

“ไงเจ้าสาวทำไมทำหน้าอย่างนั้นหือ หรือว่าเจ้าบ่าวไม่หล่อพอ แต่พี่ว่าวันนี้หมอปราณต์ของนัสหล่อสุดๆ เลยนะ” ปรัชญ์เอ่ยขึ้นอย่างสนิทสนมพร้อมกับยิ้มให้ผู้หญิงที่วันนี้เป็นเจ้าสาวของงาน ดูไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งปฏิเสธการแต่งงานกันสักนิด

“พี่ปรัชญ์ก็ชอบล้อนัสอยู่เรื่อย ไม่เห็นหรือไงคะว่าหมอปราณต์หน้าเครียดแค่ไหน”

“ไม่ว่าจะทำหน้าแบบไหนพี่ปราณต์ก็หล่อที่สุดสำหรับนัสอยู่แล้วล่ะจริงมั้ย ไม่งั้นนัสคงไม่ยอมเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวกับพี่หรอก”

“ก็นัส...

                “ชอบหมอปราณต์” ปรัชญ์เอ่ยดักคออย่างคนที่รู้ความนัยกันดี

                “เห็นหน้าคุณปราณต์วันนี้แล้วนัสใจแป้วนะคะ ไม่รู้ว่านัสคิดถูกหรือคิดผิดที่ยอมร่วมมือกับพี่ปรัชญ์มัดมือชกคุณปราณต์แบบนี้” นัสรินพูดเสียงอ่อยๆ เช่นเดียวกับสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความกังวล

                “พี่เองก็ไม่ได้สบายใจสักเท่าไหร่หรอก แต่ทำไงได้เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว นัสเองก็เอาชนะใจพี่ปราณต์ให้ได้นะ พี่เป็นกำลังใจให้”

“แล้วพี่ปรัชญ์ล่ะคะเคลียร์กับน้องเล็กเข้าใจหรือยัง”

“ยังเลย รายนั้นโกรธจนไม่ยอมมองหน้าพี่”

“น้องเล็กคงง้อไม่ยากใช่มั้ยคะ”

“ใครว่าล่ะ นี่พี่ยังหนักใจอยู่เลย”

ปราณต์ได้ยินเสียงน้องชายถอนหายใจเบาๆ ออกมาด้วยอาการของคนที่หนักใจ แต่ตอนนี้ความหนักใจของปรัชญ์คงไม่ได้เศษเสี้ยวของเขากระมัง เรื่องที่ยินมาหมาดๆ ทำให้เขาประติดประต่อได้ว่า นัสรินรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าปรัชญ์จะไม่แต่งงานด้วย และทั้งสองร่วมมือกันเพื่อให้เขาแต่งงานแทนปรัชญ์

ความสงสาร ความเห็นใจ และความเอ็นดูซึ่งเคยมีให้กับผู้หญิงที่ตัวเองต้องแต่งงานด้วย มลายหายวับไปทันทีเหลือเพียงความรู้สึกอื่นที่มันทำให้เขาอึ้งจนพูดไม่ออก

ร่างสูงค่อยๆ พาตัวเองหนีห่างออกมาจากที่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมมากกว่าเดิม ในยามนี้เขาไม่มีแก่ใจจะปั้นหน้ายิ้มหรือพูดจากับใคร แต่ดูเหมือนว่าเขายังต้องฝืนใจตัวเองอีกครั้ง เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินยิ้มร่าเข้ามาหาด้วยท่าทีเป็นมิตร

“สวัสดีค่ะคุณปราณต์ กว่าจะเข้าถึงตัวได้คิวแน่นน่าดูเลยนะคะ”

“ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ” ปราณต์ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พยายามให้สุภาพที่สุด แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากเสวนากับใครเลยก็ตาม แต่ด้วยอาชีพและการถูกฝึกอบรมเลี้ยงดูอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้เขายังคงต้องดำรงความเป็นสุภาพบุรุษต่อไป

“พอดีออยจะฝากของขวัญให้ยัยนัสหน่อยน่ะค่ะ ออยจะกลับแล้ว พอดีต้องขึ้นเครื่องกลับอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ค่ะ แต่ไม่รู้ว่ายัยนัสหายไปไหน”

“คุณเป็นเพื่อนนัสริน?

“ค่ะคุณปราณต์ เรียกออยว่าออยก็ได้นะคะ ออยเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมกับยัยนัสน่ะค่ะ แต่เรียนมหาลัยคนละที่กัน คือพ่อแม่ออยส่งออยไปเรียนต่างประเทศน่ะค่ะ นี่ก็กำลังต่อปริญญาโทอยู่เกือบจบแล้วล่ะค่ะ ยัยนัสส่งการ์ดนี้ไปให้ตอนออยอยู่ที่อังกฤษค่ะ รู้ไหมคะว่าออยตื่นเต้นมาก อยากเห็นหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของยัยนัสจะแย่ แต่เสียดายในการ์ดไม่มีรูปมีแต่ชื่อ ตอนนั้นออยก็นึกอยากเห็นนะคะว่าผู้ชายที่มีสั้นๆ ว่า ปราณต์ จะหน้าตาเป็นไง ทำไมถึงทำให้ยัยนัสยอมสละโสดได้ ทั้งๆ ที่ยัยนัสไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย” พินทุสรหญิงสาวแนะนำตัวเองและพูดจากับปราณต์อย่างคล่องแคล่วฉะฉาน โดยปราศจากความเคอะเขินใดๆ

“ชื่อในการ์ดเป็นชื่อผมด้วยเหรอ?

“ก็คุณปราณต์เป็นเจ้าบ่าว ก็ต้องเป็นชื่อคุณปราณต์สิคะ นี่อย่าบอกนะคะว่าคุณปราณต์กำลังเล่นมุก ออยขำไม่ทันเลยค่ะ” พินทุสรยังคงยิ้มร่าและหัวเราะเบาๆ เมื่อคิดว่าเจ้าบ่าวของเพื่อนรักช่างมีอารมณ์ขันแบบหน้าตายดีแท้ๆ

“ผมขอดูหน่อยได้ไหม”

“ได้สิคะ ออยพกติดกระเป๋ามาด้วย ออยเห็นแล้วชอบมากๆ เลยค่ะ การ์ดสวยเก๋เห็นครั้งแรกก็รู้เลยว่าคนเลือกต้องพิถีพิถันมากๆ คุณปราณต์กับยัยนัสคงจะช่วยกันเลือกใช่มั้ยคะ” พินทุสรพูดเป็นต่อยหอย ขณะหยิบเอาการ์ดแต่งงานในกระเป๋าแล้วส่งให้กับปราณต์ โดยไม่ได้สังเกตอาการของเขาแต่อย่างใด

ตาคมกวาดตามองไปยังตัวหนังสือที่อยู่บนการ์ดแต่งงานสีหวานอย่างตั้งใจ ตัวหนังสือบนนั้นบ่งบอกชัดว่าชื่อเจ้าสาวเจ้าบ่าวเป็นชื่อนัสรินกับชื่อของเขาจริงๆ ลักษณะของการ์ดบ่งบอกชัดว่าถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน กระดาษที่ใช้พิมพ์ก็เป็นกระดาษเนื้อดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมาแตะจมูกและติดมือคนจับ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพิมพ์เสร็จภายในหนึ่งหรือสองชั่วโมงก่อนที่การแต่งงานครั้งนี้จะเกิดขึ้น หนำซ้ำคำพูดของหญิงสาวที่บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกับนัสรินก็ย้ำชัดว่า เรื่องที่เขาถูกมัดมือชกให้แต่งงานครั้งนี้ ถูกเตรียมการมาล่วงหน้าอย่างดีและเป็นเวลานานแล้ว

ตั้งแต่เกิดมาจนวัยย่างสามสิบเอ็ด ไม่มีครั้งไหนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวตลกขนาดนี้ ในขณะที่เขาตัดสินใจแค่เสี้ยวนาทีที่จะแต่งงานแทนน้องชายเพื่อรักษาหน้าแม่และเพื่อประชดตัวเอง บวกกับเห็นใจผู้หญิงอีกคนที่กำลังจะเป็นหม้ายขันหมาก โดยที่เธอไม่ได้มีความผิดใดๆ แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าทุกอย่างถูกปรัชญ์กับนัสรินเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้แต่ชื่อในการ์ดแต่งงานก็เป็นชื่อเขาแต่แรก และป้ายชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อยู่บนฉากก็คงถูกเตรียมไว้สองอัน อันแรกเป็นชื่อของปรัชญ์กับนัสรินซึ่งติดหลอกตาคนในบ้าน ส่วนอีกอันคงถูกติดเมื่อเช้านี้หลังจากคนจัดงานได้รับคำสั่งให้เปลี่ยน

ก็ได้นัสริน...ในเมื่ออยากได้เขาเป็นผัวจนตัวสั่นขนาดยอมลดศักดิ์ศรีตัวเองขนาดนี้ เขาก็จะทำให้เธอได้รู้ซึ้งว่า ผู้ชายที่แสนดีอย่างปราณต์ก็มีด้านมืดเหมือนกัน

 


ฝากเมนต์ ฝากติดตาม และอีบุคในชุดเดียวกันด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องนี้เป็นแนวโรมานซ์หื่นจัดเต็มค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #28 pookpook502 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 09:13
    หมออย่ามาทำเป็นหวง
    #28
    0