เมีย(ไม่)พลอยโจน ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๒

ตอนที่ 7 : ๓ (ไม่)เสียดาย ๑/๒???

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    13 พ.ย. 60

(ไม่)เสียดาย

 

                สองทุ่มแล้ว...คลินิกยังคงปิดช้ากว่าเวลาเหมือนทุกวัน เพราะคนไข้มายื่นบัตรรอตรวจเยอะเช่นเคย แต่หมอหนุ่มวัยสามสิบสองก็ยังคงตรวจคนไข้จนถึงคนสุดท้ายอย่างละเอียด โดยไม่คิดจะเร่งรีบหรือตรวจพอแล้วๆ แต่อย่างใด คลินิกแห่งนี้เปิดได้ปีกว่าแล้ว ช่วงแรกๆ คนไข้ยังไม่เยอะเท่าไหร่ กระทั่งมีคนพูดปากต่อปาก ว่าคลินิกแห่งนี้ตรวจรักษาดีและค่ารักษาก็ไม่ได้แพงมากจนคนระดับทำมาหากินเข้ามาใช้บริการไม่ได้ ทำให้มีคนไข้มาใช้บริการเยอะขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งในที่สุดปราณต์ก็ต้องจ้างผู้ช่วยเพิ่ม จากที่ครั้งแรกเขาจ้างแค่พนักงานตรวจความดันและกรอกประวัติคนไข้เพียงคนเดียว ตอนนี้ต้องจ้างเพิ่มอีกหนึ่งคน และยังต้องจ้างผู้มีใบอนุญาตทางเภสัชกรรมมาช่วยจ่ายยาเพิ่มด้วย

                ปราณต์ลุกจากโต๊ะหลังจากคนไข้คนสุดท้ายออกจากห้องตรวจ จากนั้นก็ตรงไปยังรถของตัวเอง โดยปล่อยหน้าที่ปิดร้านให้เป็นของพนักงาน

                รถแลนโรเวอร์สีขาวรุ่นที่มีเพียงหลักร้อยคันในประเทศไทย แล่นออกจากริมฟุตบาทด้านข้างคลินิก มุ่งหน้าไปตามถนนที่เป็นคนละเส้นกับทางกลับบ้าน ไฟซึ่งส่องสว่างอยู่บนเสาไฟฟ้าเริ่มทยอยลดน้อยลงเรื่อยๆ กระทั่งในที่สุดก็มีเพียงแสงสว่างหน้ารถเท่านั้นที่สาดแสงนำทาง ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางที่ปราณต์ไม่ได้ขับมาบ่อยนัก แต่เขาก็จำได้แม่นว่ามันเป็นถนนที่จะพาไปยัง ไร่เดชาธรซึ่งเป็นไร่ที่มีอาณาจักรกว้างขวาง และเจ้าของไร่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของเชียงใหม่ ไม่แพ้ครอบครัวของเขา

                ศาตราทำหน้าเซอร์ไพรส์เป็นอย่างมากเมื่อเห็นเขาเดินเข้าไปในบ้าน ส่วนปราณต์เองก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดไปไวๆ ซึ่งเห็นแค่นั้นเขาก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนนั้น คือภรรยาของศาสตราที่เพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน

“ลมอะไรหอบมาถึงนี่วะปราณต์ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว” ศาสตราถามเพื่อนที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก โดยที่น้ำเสียงยังคงเจือความหงุดหงิด นั่นเป็นเพราะเพิ่งจะทะเลาะกับภรรยาสาวมาหมาดๆ ทว่าปราณต์ก็ไม่คิดจะสนใจ ในเมื่อเขาอุตส่าห์ถ่อสังขารมาถึงนี่แล้ว เรื่องของศาสตราไว้ให้ค่อยไปเคลียร์กับเมียทีหลัง ถึงยังไงทั้งสองคนก็อยู่บ้านเดียวกัน คงจะโกรธกันได้ไม่นาน ไม่เหมือนเขากับ...

“มาหาเหล้ากิน” ปราณต์ตอบเอื่อยๆ แต่คนฟังกลับอุทานซะใหญ่โตเมื่อได้ยินคำตอบของเขา

“อะไรนะ! นี่ฉันไม่หูฝาดไปใช่ไหม คุณหมอปราณต์ผู้รักสุขภาพ หล่อเหลา สุภาพ และใจดีกับคนไข้ราวกับเทพบุตร กำลังบอกฉันว่ามาหาเหล้ากิน” ศาสตราทำเสียงและสีหน้ากวนอารมณ์สุดๆ ก่อนจะกระแทกก้นลงบนโซฟาราคาแพงที่ก่อนหน้านี้ปราณต์นั่งลงก่อนแล้ว โดยที่เขาไม่ต้องเชิญให้มากพิธี เขารู้จักนิสัยปราณต์ดี ปราณต์ไม่เคยชอบของพวกนี้ แต่ให้ดื่มก็ดื่มเป็นเพื่อนได้เป็นครั้งคราว ซึ่งก็แทบจะนับครั้งได้ ครั้งสุดท้ายที่ปราณต์มาที่นี่และบอกว่าอยากดื่มเหล้า ก็น่าจะเมื่อราวๆ หนึ่งปีกว่าแล้ว ครั้งนั้นปราณต์ดื่มหนักคล้ายกับมีเรื่องในใจ แต่ก็ไม่ยอมปริปากว่าเรื่องอะไร จากนั้นก็ขับรถกลับไปในสภาพเมาแอ๋ โชคดีที่กลับถึงบ้านและไม่เจอด่านตรวจ ไม่อยางนั้นคงเป็นข่าวใหญ่โตทั่วเชียงใหม่แน่

“อย่ากวนโมโหได้มั้ยวะ ไปหาเหล้ามากินไป” ปราณต์ทำเสียงหงุดหงิดใส่ ทำให้ศาสตราต้องลุกขึ้นไปที่บาร์เครื่องดื่ม พลางคิดว่าดื่มให้เมาๆ ไปซะก็ดีเหมือนกัน เขาเองก็กำลังกลุ้มเพราะเพิ่งทะเลาะกับเมียมาหยกๆ จนนึกอยากจะดื่มให้มันหายเซ็ง

เจ้าของบ้านกลับมาพร้อมกับขวดวิสกี้ในมือ ถังน้ำแข็ง และแก้วเปล่าอีกสองใบ จากนั้นก็จัดการคีบน้ำแข็งใส่แก้วเปล่าและเทน้ำสีอำพันลงไปแบบเพียวๆ ก่อนจะส่งให้ปราณต์ ทว่าคุณหมอหนุ่มเหมือนจะไม่พอใจในปริมาณของมัน เพราะเขาเอื้อมมือมาจับขวดวิสกี้ เทลงไปเพิ่มอีกเกือบเท่าตัว ก่อนจะยกขึ้นแตะริมฝีปาก แล้วเทลงคอแบบพรวดๆ ราวกับกำลังดื่มน้ำเปล่าก็ไม่ปาน

“เป็นอะไรปราณต์ ดื่มยังกะหิวโซมาเป็นชาติ” ศาศตราถามตรงๆ เมื่อแอลกอฮออล์แก้วนั้นซึมลึกเข้าไปในร่างกายของปราณต์ และค่อยๆ คืบคลานเข้าไปสั่นคลอนสติสัมปชัญญะของเขา จนตาที่เคยแข็งกระด้างเย็นชาเริ่มฉ่ำเยิ้มคล้ายคนง่วงนอน

“เปล่า” คนเริ่มเมายังคงปากแข็ง

“คราวที่แล้วแกก็ไม่ยอมบอกฉัน ถ้าคราวนี้จะมาทำอมพะนำอีกก็เชิญแกดื่มไปคนเดียว ฉันจะไปนอน” ศาสตราไม่ใช่แค่ขู่ ยังทำท่าจะลุกหนีจริงๆ อย่างคนหงุดหงิด ปราณต์จึงหัวเราะออกมาหยันๆ

“รีบไปนอนกับเมียว่างั้น แน่ใจเหรอว่าเขาจะให้นอนด้วย”

“ไอ้หมอปากเสีย!

“หรือฉันพูดผิด หน้าตาบูดบึ้งๆ แบบนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ายังไม่ได้แอ้มเมียสักครั้ง”

แม้ออกจะหงุดหงิดที่ปราณต์พูดเฉียดความจริง แต่นั่นก็สามารถทำให้ศาสตราชะงักและยอมนั่งลงบนโซฟาได้อีกครั้ง พร้อมกับถอนหายใจออกมายาวๆ อย่างหนักอกไม่แพ้กัน

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนประเด็น ตกลงจะบอกไม่บอก” คราวนี้ศาสตราถามอย่างจริงจัง ตาจ้องเขม็งไปยังหน้าหล่อๆ ที่สะอาดสะอ้าน หากเครื่องหน้าทุกชิ้นบ่งบอกว่าปราณต์เป็นผู้ชายเต็มตัว

“วันนี้ฉันเจอนัสริน” ในที่สุดหมอปากหนักก็ยอมพูดความจริง พร้อมกับแอบระบายลมหายใจออกมาเบาๆ และซ่อนบางอย่างเอาไว้ในสายตาที่เคร่งขรึมลงไป แต่คนมองก็สังเกตเห็น

“เมียเก่าแกน่ะเหรอ”

“อืม...

“เจอแล้วไง ทำไมต้องมานั่งดื่มเหล้าแทนน้ำแบบนี้ หรือว่าเสียดาย เมียคงสวยขึ้นผิดหูผิดตาล่ะสิ หวงก้างว่างั้น” คราวนี้เป็นศาสตราบ้างที่เป็นฝ่ายดักคอ

“ไอ้กริช!

“หรือฉันพูดผิด ก็เถียงมาสิโว้ยว่าไม่จริง”

“ถ้าจริงแล้วทำอะไรได้” คำตอบนั้นเท่ากับยอมรับกลายๆ

“ก็จีบใหม่สิวะ แต่ติดตรงที่ว่าเขามีผัวใหม่หรือยังเท่านั้นล่ะ” ศาสตราถามห่ามๆ ไม่ได้ตั้งใจจะไม่ให้เกียรตินัสริน แต่ถามแบบจงใจเย้ยคนฟังให้หัวใจร้อนรุ่มเล่น มันสนุกดีพิลึกเวลาเห็นไอ้หมอผู้สุภาพมาตลอดหลุดความดิบๆ เถื่อนๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมา

“เห็นบอกว่ายัง” ปราณต์ตอบแบบเสียงแข็งกระด้าง มือที่กำลังเอื้อมไปจับขวดเหล้าเผลอลงน้ำหนักแรงอย่างหงุดหงิด เมื่อคิดถึงรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างผิดหูผิดตาของนัสริน

“เชื่อได้เหรอ”

“ไม่รู้สิ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรสำหรับฉันสักนิด” ยิ่งฟังคำถามอันตอกย้ำเช่นนั้น ปราณต์ก็ยิ่งเหมือนร้อนรุ่มในอกมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เขาจึงเทเหล้าใส่แก้วและยกขึ้นดื่มพรวดเดียวหมดอีกรอบ

“พูดอย่างนี้ แสดงว่าแกไม่ได้มีเยื่อใยอะไรกับเขาแล้วละสิ”

“ไม่...

“แน่ใจ?” ศาสตราถามเพราะไม่เชื่อสักนิด เพราะตอนที่ปราณต์ปฏิเสธนั้นน้ำเสียงไม่ได้หนักแน่นเอาเสียเลย

“แน่สิ”

“ถามจริงๆ นะปราณต์ แกหย่ากับนัสรินทำไม”

“ก็เพราะฉันถูกนัสรินกับปรัชญ์ตลบหลัง สองคนนั้นวางแผนกันว่าจะให้ฉันแต่งงานแทนปรัชญ์ตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว”

นั่นเป็นครั้งแรกที่ปราณต์ยอมเผยเรื่องส่วนตัวออกมาให้ได้รู้ ศาสตราพอจะรู้มาบ้างว่าปราณต์ต้องแต่งงานแทนปรัชญ์ แต่ไม่รู้ว่ามีตื้นลึกหนาบางอะไร และเขาก็ไม่เคยถามเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวและเป็นเรื่องส่วนตัวของปราณต์ 

 


ฝากเมนต์ ฝากติดตาม และอีบุคในชุดเดียวกันด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องนี้เป็นแนวโรมานซ์หื่นจัดเต็มค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น