เมีย(ไม่)พลอยโจน ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๒

ตอนที่ 29 : ๑๐ คนใจร้าย ๑/๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    2 ธ.ค. 60




๑๐

คนใจร้าย

 

ทันทีที่กลับมาทำงานเชียงใหม่ในเช้าวันจันทร์ นัสรินก็ได้รับโทรศัพท์จากกิตติ บอกว่าทางโรงพยาบาลจะจัดงานเลี้ยงราตรีสโมสรเพื่อระดมทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ บริษัทของเธอในฐานะซัพพลายเออร์จึงต้องไปร่วมงานดังกล่าวและนำทุนส่วนหนึ่งไปมอบให้เพื่อแสดงไมตรีจิต และนัสรินก็ถูกมอบหมายจากกิตติให้ไปร่วมงานดังกล่าว

นัสรินรับปากแต่ก็คิดหนัก เพราะคาดว่าต้องเจอปราณต์ในงานนั้นแน่ๆ แต่อีกใจก็ปลอบตัวเองว่า คนในงานน่าจะเยอะอยู่พอสมควร หากเธอหลบเลี่ยงดีๆ ก็คงหนีสายตาของปราณต์พ้น ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือเพียงเรื่องเดียวที่ยังเป็นปัญหาก็คือเรื่องชุดที่จะใส่ไปร่วมงาน เธอไม่ได้เตรียมชุดเพื่อจะออกงานกลางคืนมาด้วย เพราะไม่คิดว่าจะต้องได้ไป ดังนั้นหลังจากเคลียร์งานที่โต๊ะเสร็จ นัสรินจึงขับรถไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังในเชียงใหม่ เพื่อหาชุดราคาจับต้องได้สักชุดสำหรับใส่ไปร่วมงาน

ร่างบางเดินแค่มองสำรวจ ยังไม่ได้แวะร้านไหน เพราะอยากดูโดยรวมก่อน เดินดูชุดร้านนั้นร้านนี้ผ่านกระจกหน้าร้านไปเรื่อยๆ ก็คิดถึงเสื้อผ้าที่ปราณต์พาไปซื้อ ชุดที่เขาซื้อให้มีแต่ชุดแพงๆ วันนั้นเขาหมดไปหลายหมื่นเหมือนกัน ทว่าเธอก็ทิ้งชุดพวกนั้นไว้ในรถของเขา ไม่รู้ว่าปราณต์หิ้วมันมาจากกรุงเทพฯ ด้วยหรือเปล่า แต่จนวันนี้เธอก็ยังไม่เห็นเขาเอาชุดมาให้ นั่นแสดงว่าเขาอาจจะไม่ได้ใส่ใจ หรือไม่ก็ทิ้งชุดพวกนั้นไว้ในรถของเขาเหมือนที่กำลังทิ้งเธอกระมัง

“หนูนัส”

นัสรินที่กำลังคิดเรื่องเกี่ยวกับปราณต์ตื่นจากภวังค์ เมื่อมีเสียงคุ้นหูเรียกขึ้นจากทางด้านหลัง มันทำให้เธอคิดถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนที่มาเดินซื้อของแล้วได้เจอกับปรัชญ์และธรินดา ซึ่งครั้งนี้คนที่เรียกก็ยังเป็นคนในครอบครัวของปราณต์เช่นเดิม และถือเป็นประมุขสูงสุดของคุ้มลักษิกาก็ว่าได้

“สวัสดีค่ะคุณแม่” นัสรินยกมือขึ้นไหว้และยิ้มให้กับแม่ของอดีตสามี ซึ่งยังคงมองเธอด้วยสายตาอันเต็มไปด้วยความเอ็นดูดังเดิม แต่เธอกลับไม่กล้าสู้สายตาของแม่เลี้ยงลักษิกานัก เพราะเหตุการณ์อันน่าอายที่บ้านของปราณต์ในเช้าวันนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนเด็กทำความผิด แล้วโดนผู้ใหญ่จับได้

“หนูนัสมาทำอะไร” แม่เลี้ยงลักษิกาถามอย่างเป็นกันเอง ไม่ได้มีทีท่าว่าจะตะขิดตะขวงใจหรือติเตียนการกระทำของเธอแต่อย่างใด

“นัสหามาซื้อชุดน่ะค่ะ แล้วคุณแม่ล่ะคะ”

“แม่มาดูของขวัญวันเกิดให้แม่เลี้ยงแสงหล้าน่ะ อีกไม่กี่วันก็จะมีงานเลี้ยงฉลองครบรอบหกสิบปีของแม่เลี้ยงแสงหล้าแล้ว แล้วนี่หนูนัสจะซื้อชุดไปงานอะไรลูก”

“งานเลี้ยงราตรีสโมสรของโรงพยาบาลน่ะค่ะ นัสต้องเป็นตัวแทนบริษัทไปร่วมงาน” หญิงสาวตอบไปตามความจริง แต่พอได้ยินเช่นนั้นแม่เลี้ยงลักษิกาเหมือนกับจะยิ้มพรายออกมา แต่ก็ไม่ได้ยิ้มแค่ทวงถามบางอย่างที่ทำให้นัสรินหนักใจไม่น้อย

“แล้วนี่เมื่อไหร่จะไปเยี่ยมแม่ที่คุ้มบ้างล่ะ หนูนัสเคยสัญญากับแม่ว่าจะไปเยี่ยมแม่ที่คุ้มลักษิกา แต่หนูนัสก็ยังไม่เคยไป”

            “นัสต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ นัสยังไม่มีเวลาไปเลย” นัสรินตอบอ้อมแอ้ม ความจริงก็อยากไป แต่ก็กลัวจะเจอปราณต์เหมือนวันนั้น

            “ที่ไม่กล้าไปหาแม่ก็เพราะกลัวจะเจอพ่อตัวดีที่นั่นด้วยใช่มั้ย” แม่เลี้ยงลักษิกาถามดักคอราวกับอ่านใจและความคิดของนัสรินออก

            “ค่ะ...” นัสรินจำต้องยอมรับความจริงเพราะไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไรดี

            “ถ้าแม่รับรองว่าวันนี้หนูนัสจะไม่ได้เจอตาปราณต์ที่คุ้มลักษิกา หนูนัสจะไปที่คุ้มพร้อมแม่เลยได้ไหม”

            “ค่ะคุณแม่ เดี๋ยวนัสจะขับรถตามไปนะคะ” นัสรินตอบตกลงรับปาก เพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่เสียน้ำใจ อย่างน้อยการไปที่คุ้มลักษิกาเธอก็จะได้คุยกับธรินดาและปรัชญ์ รวมถึงได้เห็นเด็กน้อยที่หน้าตาน่าเอ็นดูอย่างหนูนิลด้วย เห็นหน้าใสๆ แก้มแดงๆ นั้นก็เผลอคิดไปอีกว่า หากตอนนี้เธอกับปราณต์ยังไม่หย่ากัน เธอจะมีลูกกับเขาหรือยัง แล้วลูกที่เกิดมาจะมีหน้าตาเป็นยังไง

            ขณะที่นัสรินกำลังยืนหมกมุ่นกับความคิดของตัวเอง แม่เลี้ยงลักษิกาก็โทร.หาช่างเสื้อประจำตัว พร้อมกับสั่งเสร็จสรรพ

            “คุณวรรณวันนี้ว่างหรือเปล่า พอจะมีเวลาไปหาฉันที่คุ้มหน่อยมั้ย”

            “สำหรับแม่เลี้ยง วรรณมีเวลาเสมอค่ะ” ฝ่ายนั้นตอบกลับมาอย่างกระตือรือร้น เพราะการได้ให้บริการคนระดับแม่เลี้ยงลักษิกาย่อมเป็นการการันตีชื่อเสียงของร้าน แถมแม่เลี้ยงยังจ่ายทิปให้งามด้วย

            “เดี๋ยวฉันกำลังจะกลับคุ้ม คุณวรรณช่วยไปพบฉันแล้วก็เอาแบบเสื้อไปด้วยนะ”

            “ด้วยความยินดีค่ะแม่เลี้ยง”

            หลังจากวางสายแม่เลี้ยงลักษิกาก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเสร็จธุระแล้ว นัสรินจึงเดินตามไปที่ลานจอดรถ ขับรถของตัวเองตามไปยังคุ้มลักษิกา โดยยังไม่ได้ซื้อชุดอย่างที่ตั้งใจเอาไว้แต่อย่างใด

            เมื่อไปถึงนัสรินก็ทราบว่าปรัชญ์และธรินดาไม่อยู่บ้านเพราะทั้งคู่ต้องพาหนูนิลไปฉีดวัคซีนตามกำหนด ดังนั้นจึงกลายเป็นว่าตอนนี้เธอกับแม่เลี้ยงลักษิกาอยู่ที่บ้านตามลำพัง แต่ไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งตามมาสมทบ

            “แม่เลี้ยงเรียกวรรณมามีอะไรให้วรรณรับใช้เหรอคะ”

            “ฉันอยากให้คุณวรรณตัดชุดให้ลูกสะใภ้ฉันหน่อย”

            คำสั่งของแม่เลี้ยงทำให้เจ้าของห้องเสื้อชื่อดังของเชียงใหม่ หันไปมองทางนัสรินอย่างเป็นอัตโนมัติ ซึ่งนัสรินก็ได้แต่หลุบตาเพราะความจริงเธอไม่ใช่ลูกสะใภ้ของแม่เลี้ยงลักษิกาแล้ว เป็นเพียงแค่อดีตสะใภ้เท่านั้น

            “จะไปงานอะไรคะแม่เลี้ยง”

            “หนูนัสจะไปงานเลี้ยงราตรีสโมสรของโรงพยาบาล น่าจะจัดที่หอประชุมจังหวัดนั่นแหละ แต่ฉันอยากให้ลูกสะใภ้ของฉันสวยและเด่นที่สุดในงาน คุณวรรณจัดให้ได้ไหม”

            “ไม่มีปัญหาค่ะแม่เลี้ยง เชิญวัดตัวค่ะคุณนัส”

            “คุณแม่คะ...” นัสรินกำลังจะเอ่ยแย้งเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่แม่เลี้ยงลักษิกาไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธใดๆ

“แม่เองก็ถูกเชิญให้ไปงานนี้เหมือนกัน กำลังคิดอยู่ว่าจะให้ใครไปแทน เห็นหนูนัสว่าจะไปแม่ก็เลยคิดออก ถือว่าแม่ขอร้องก็แล้วกันนะ แม่จะให้หนูนัสเอาซองของแม่ไปด้วย ถือว่าเป็นตัวแทนของบริษัทด้วยของแม่ด้วย พอดีช่วงนี้แม่ขี้เกียจออกงาน แก่แล้วก็อยากอยู่กับลูกกับหลานสบายๆ บ้าง”

เมื่อถูกขอร้องแกมบังคับเช่นนั้น นัสรินจึงจำต้องยอมให้เจ้าของห้องเสื้อวัดตัวและเลือกแบบชุดให้ตามที่เห็นสมควร พอวัดตัวและเลือกแบบชุดเสร็จแม่เลี้ยงก็สั่งกำชับวรรณาว่า ขอให้เร่งตัดชุดและนำชุดไปส่งให้กับนัสรินที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ

หลังจากวรรณากลับไปแล้ว แม่เลี้ยงลักษิกาก็ไปเปิดเซฟ เขียนเช็คใส่ซองสำหรับบริจาคสมทบทุนให้กับโรงพยาบาล พร้อมกับถือกล่องกำมะหยี่เล็กๆ ติดมือมาด้วยกล่องหนึ่ง

“นี่เป็นซองที่แม่จะฝากไปนะ ส่วนของในกล่องนี่แม่ให้หนูนัส”

นัสรินรับซองและกล่องนั้นมาเปิดดู แล้วมองคนให้อย่างอึ้งๆ

“แม่เลือกสร้อยเพชรเส้นเล็กๆ แต่ก็มากพอที่มันจะทำให้ลำคอระหงมีสง่าและคนจับจ้องมอง หนูนัสใส่สร้อยเส้นนี้ไปงานด้วยนะ” แม่เลี้ยงลักษิกาสั่งกำชับและบอกถึงความตั้งใจของตัวเอง

“นัสรับไม่ได้หรอกค่ะ มันมากเกินไป”

            “ไม่มากเกินไปหรอกหนูนัส ถ้ายังรักและเคารพแม่อยู่ก็ขอให้รับและทำทุกอย่างที่แม่บอกให้ทำนะ”

            นัสรินได้แต่พูดไม่ออก ไม่อยากรับของอะไรจากแม่เลี้ยงลักษิกาเลย ไม่ใช่ว่ารังเกียจรังงอน เพียงแต่เธอคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรกับครอบครัวของแม่เลี้ยงแล้ว จึงกระดากใจที่จะรับ แต่แม่เลี้ยงก็พูดในเชิงบังคับ ทำให้เธอจำต้องรับเครื่องประดับชิ้นนั้นกลับไปด้วย 



 อีบุคพร้อมโหลดแล้วน๊า


เมีย(ไม่)พลอยโจน
เทียนธีรา
www.mebmarket.com
ใครๆ ต่างก็คิดว่าผู้หญิงที่ถูกเจ้าบ่าวปฏิเสธในวันแต่งงานช่างเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารสุดๆ แต่ไม่ใช่สำหรับปราณต์แน่ๆ เขารู้ดีว่านัสรินไม่ได้ตกกะไดพลอยโจนมาแต่งงานกับเขา แต่เธอกับน้องชายของเขาร่วมมือกันจงใจมัดมือเขาชกต่างหาก เพราะฉะนั้นก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขกับการแต่งงานจอมปลอมนี่เลย ในเมื่อหน้าซื่อแต่มากเล่ห์นัก ผู้ชายที่แสนดีอย่างเขาก็พร้อมจะกลายร่างเป็นซาตานเช่นกันร่างเล็กก้าวได้ไม่ถึงก้าว มือแข็งแรงของปราณต์ของยื่นไปตะปบที่ต้นแขน กระชากร่างให้เธอหมุนตัวกลับมาหา “คุณปราณต์!” นัสรินอุทานออกมาอย่างตกใจต่อการกระทำของเขา“เรายังคุยกันไม่จบ ผมไม่ชอบให้ใครเดินหนี”“คุณปราณต์ยังต้องการอะไรจากนัสอีกคะ เราสองคนยังต้องมีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกนอกจากเรื่องหย่า”“มีสิ ก็เรื่องตำแหน่งแม่หม้ายป้ายแดงของคุณไง”“คุณปราณต์จะต้องเดือดร้อนอะไรคะ นัสรับได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก”“ผมไม่ได้ห่วง ผมแค่อยากทำให้คุณเป็นแม่หม้ายอย่างสมบูรณ์แบบ”“หมายความว่ายังไงคะ”“ง่ายๆ ผมก็จะทำให้คุณเป็นแม่หม้ายอย่างสมบูรณ์แบบน่ะสินัสริน หย่ากับผัวทั้งที่ยังซิงอยู่ แล้วมันจะเป็นแม่หม้ายตัวจริงได้ยังไง”


หนังสือเปิดจองแล้วนะคะ

ราคา 320 บาท รวมจัดส่งแบบลงทะเบียน

ราคา 350 รวมจัดส่งแบบ ems

ท่านที่สนใจสามารถโอนเงินและส่งชื่อที่อยู่พร้อมสลิปได้ทางกล่องข้อความเพจ

https://www.facebook.com/NanaThiantheera

เฟสบุค

https://www.facebook.com/NanaThiantheera

หรือทางไลน์

0891476678

บัญชีสำหรับโอนมีดังนี้ค่ะ

พร้อมเพย์ 0891476678 นางสาวสุวรรณา อัญฤาชัย

 


ฝากเมนต์ ฝากติดตาม และอีบุคในชุดเดียวกันด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องนี้เป็นแนวโรมานซ์หื่นจัดเต็มค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #140 Pang_happy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 22:20
    รอใจจดใจจ่อ
    #140
    0