เมีย(ไม่)พลอยโจน ซีรีส์เมียที่(ไม่)รัก เล่ม๒

ตอนที่ 11 : ๔ เรื่องที่ไม่อาจเลี่ยง ๓/๓ >>>หมอจะปล้น...จูบ อีกแล้วละ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    16 พ.ย. 60

เรื่องที่ไม่อาจเลี่ยง

 

         “แล้วใครทำให้นัสต้องมาล่ะคะ ถ้าคุณไม่ยอมตกลงเรื่องซื้อยาจากบริษัทของนัส นัสก็ไม่ต้องมาให้คุณเห็นหน้าอีกหรอก”

            ปราณต์เหมือนจะหัวเราะออกมานิดหนึ่ง เมื่อท่าทีของนัสรินเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับตอนที่อยู่ต่อหน้าคนในครอบครัวของเขาเมื่อครู่นี้ เมื่อครู่เธอยังทำหน้าเจื่อนๆ ออมปากออมคำอย่างน่าสงสาร แต่ตอนนี้เธอกลับเชิดหน้าและพูดจากับเขาเสียงแข็ง

            “ไม่อยากมา?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงยียวน

            “ค่ะ...นัสไม่ได้อยากมาสักนิด นัสรู้ดีว่าคุณไม่อยากเห็นหน้านัส แต่นัสจำเป็นต้องมาก็เพราะไม่มีใครมาแทน”

            “ถ้าผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ ผมจะตกลงซื้อยาทำไม”

            คำถามที่ย้อนแย้งนั้นทำให้นัสรินชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจความหมายของเขา เขาบอกว่าที่เขาตกลงซื้อยาก็เพราะอยากเห็นหน้าเธออย่างนั้นหรือ มันจะเป็นไปได้ยังไง?

            “ไม่รู้สิคะ อาจจะเป็นเพราะว่าคุณแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้เก่งมั้งคะ”

            “ใครว่าล่ะ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวชัดๆ ที่อยากเห็นหน้าไม่ใช่เพราะคิดถึงหรอกนะ ไม่ต้องดีใจไป ผมแค่มีเรื่องบางอย่างที่อยากทำกับคุณ”

            “ทำอะไรคะ” นัสรินถามพลางหน้าร้อนผ่าว เพราะทั้งคำพูดและประกายตาของเขาเปิดเผยชัดเจนว่าสิ่งที่เขาหมายถึงคืออะไร

            “ต้องให้บอกด้วยเหรอ ผมว่าคุณเข้าใจนะ”

“นัสไม่เข้าใจค่ะ” หญิงสาวยังทำปากแข็ง ทั้งๆ ที่รู้ดีแก่ใจเมื่อเขาย้ำเช่นนั้น

“ไปลองกับคนอื่นมาหรือยังล่ะ ลีลาไอ้พวกนั้นเป็นยังไงบ้างเมื่อเทียบกับผัวเก่าอย่างผม” ปราณต์ยังถามในเชิงยั่วอารมณ์ต่ออย่างใจเย็น ขณะที่คนฟังเริ่มร้อนเป็นไฟเพราะคิดว่าตัวเองถูกเขาดูถูก

“นัสไม่เคยคิดจะทำตัวมั่วๆ ง่ายๆ แบบนั้น”

“ใครจะรู้ คืนนั้นก็เห็นครางซะกระเส่าอยู่นี่ ได้ลองแล้วอาจจะติดใจจนอยากลองอีก เพียงแต่ไม่มีผัวเป็นของตัวเองแล้ว เลยต้องไปลองกับคนอื่น”

“หยาบคาย! นัสไม่นึกเลยว่าผู้ชายที่นัสเคยชื่นชมจะหยาบคายได้ถึงขนาดนี้”

“ถ้าผมหยาบคาย แล้วผู้หญิงที่ทั้งครางทั้งร่อนรับคืนนั้นล่ะต้องเรียกว่าอะไร เป็นไปได้คุณคงอยากจะขึ้นขย่มผมเองเลยมั้ง เพียงแต่ยังไม่มีโอกาส”

“จะเรียกว่าอะไรก็สุดแท้แต่คุณปราณต์อยากจะเรียก แต่นัสรับรองว่านั่นจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่คุณปราณต์จะได้เห็นและได้ยิน” นัสรินตอบโต้คนปากร้ายอย่างโกรธและอายระคนกัน จากนั้นก็เอี้ยวตัวไปหาประตูรถแลนด์โรเวอร์เพื่อจะปลดล็อกและลงจากรถ เพื่อจะได้ไม่ต้องทนฟังคำพูดเย้ยหยันถากถางจากปราณต์อีก แต่เพียงแค่ขยับ มือใหญ่แข็งแรงที่ไม่ได้หยาบกระด้างเพราะจับแต่ปากกาและมีดหมออยู่เป็นประจำก็ยื่นมาตะบปเข้าที่ต้นแขนของเธอทันที

“จะไปไหน”

“นัสจะกลับเอง ปล่อยนัส นัสจะลง” หญิงสาวตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่พร้อมกับบิดแขนตัวเองออกจากพันธนาการของมือเขา

            “ก็ได้ผมจะปล่อย แต่ถ้าคุณลงผมจะตามลงไปและจับคุณจูบต่อหน้าคนในคุ้ม”

            คำขู่ของเขาทำให้นัสรินชะงักและจ้องหน้าหล่อๆ ของผู้ชายที่ตัวเองเคยรักอยู่อย่างประเมินสถานการณ์ เมื่อเห็นแววตาที่นิ่งขรึมก็เริ่มไม่กล้าเสี่ยง เพราะไม่กี่วันก่อนเธอเพิ่งถูกเขาจับจูบที่หน้าร้านอาหาร ขนาดในที่สาธารณะแบบนั้นปราณต์ยังกล้าทำ แล้วมีหรือที่เขาจะไม่กล้าทำในบ้านตัวเอง

“ทำไมคุณถึงได้ใจร้ายกับนัสแบบนี้คะ โกรธเกลียดอะไรนัสนักหนา” นัสรินถามออกไปอย่างอัดอั้น

            “คุณรู้ดีอยู่แก่ใจนี่นัสริน”

            “แต่เรื่องมันก็จบไปแล้วนี่คะ เวลาก็ผ่านไปเป็นปีแล้ว นัสกับคุณก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว คุณยังไม่ลืมอีกหรือไงคะ”

            “แล้วคุณล่ะลืมหรือยัง”

            ตาคู่สวยหลุบลงอย่างไม่แน่ใจและไม่กล้าตีความหมายคำถามของเขาสักนิด ถ้าความหมายคำว่า ลืมของเขาหมายถึงลืมความรักความหลังที่มีต่อเขา เธอก็ตอบตัวเองได้เต็มปากว่าไม่เคยลืม ในเมื่อปราณต์คือผู้ชายที่เป็นรักแรก รักเดียว เป็นเจ้าของหัวใจ เป็นเจ้าของร่างกาย และเป็นคนที่ใจร้ายกับเธอมากที่สุด

            “นัสลืมมันไปหมดแล้วค่ะ ตอนนี้นัสกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่” คำตอบนั้นไม่ได้ตรงกับสิ่งที่รู้สึกเลยแม้แต่นิด ยิ่งพอได้กลับมาเจอกัน ได้ใกล้ชิดกันกับคนที่ตนยังรักอยู่เช่นนี้ หัวใจที่อ่อนแออยู่แล้วของเธอมันก็ยิ่งโงนเงน

            “ดูเหมือนว่าชีวิตคุณจะ ง่ายไปซะทุกอย่างเลยนะนัสริน” ปราณต์พูดหยันๆ ให้คนฟังเจ็บใจเล่นอีก

            “นัสไม่อยากเถียงกับคุณแล้ว ปล่อยนัสค่ะ ถ้าคุณจะไปส่งนัสก็ออกรถเสียที”

            นัสรินเบี่ยงตัวออกอีกครั้ง และคราวนี้มือใหญ่ก็ยอมคลายออกแต่โดยดี ไม่กี่อึดใจรถก็เคลื่อนออกจากลานหน้าคุ้มลักษิกา มุ่งหน้าไปตามถนนที่เป็นเส้นทางสู่อพาร์ตเมนต์ที่นัสรินพักอยู่ โดยตลอดเวลาบรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบ นัสรินนั่งมองทางเงียบๆ ในขณะที่อดีตสามีมองมายังเธอบ่อยครั้ง แต่นัสรินก็ยังคงนิ่งคล้ายกับไม่รู้สึกรู้สมกับการมองของเขา ทั้งๆ ที่ในใจอยากให้ถึงอพาร์ตเมนต์เร็วๆ เพราะไม่อยากจะทนกับภาวะกระอักกระอ่วนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้อีกแล้ว

           

ทันทีที่ปราณต์จอดรถยังลานจอดรถของอพาร์ตเมนต์ นัสรินก็รีบปลดเข็มขัด ผลักประตูรถ แล้วก้าวไวๆ เข้าไปในตัวตึกทันที โดยไม่ได้กล่าวขอบคุณหรือพูดอะไรกับคนมาส่งเลยแม้แต่นิด มือเรียวเล็กยื่นกดไปเรียกลิฟต์แล้วยืนรออย่างกระวนกระวายเมื่อเห็นว่าปราณต์ลงจากรถและก้าวตามเข้ามาติดๆ

            ลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างและเปิดประตูออกอย่างฉิวเฉียดก่อนที่ปราณต์จะตามมาทัน ร่างบางก้าวเข้าไปข้างในแล้วกดปิดอย่างเร่งรีบ แต่ประตูลิฟต์ยังไม่ทันได้ปิดร่างสูงก็แทรกผ่านเข้ามา และเป็นคนกดปิดประตูเสียเอง พอประตูปิดลงเขาก็หันมามองคนที่ยืนอยู่ก่อนอย่างเอาเรื่อง ทำให้นัสรินต้องถอยร่นหนีจนชิดผนังลิฟต์อีกฝั่ง

            “ถอยไปนะคะคุณปราณต์ ต้องการอะไรจากนัสอีก” เสียงหวานเอ่ยไล่สั่นๆ เมื่อปราณต์ตามมาประชิดแถมยังยกมือสองข้างของเขายันกับผนังลิฟต์คร่อมร่างของเธอเอาไว้ด้านใน

            “ก็ต้องการคำขอบคุณน่ะสิ ผมอุตส่าห์มาส่ง แต่พอมาถึงคุณก็เปิดประตูรถ สะบัดตูดหนีเฉยๆ ต้องให้บอกมั้ยว่าไร้มารยาทแค่ไหน” ปราณต์ถามคนที่ตัวเองขังไว้ในอ้อมแขน โดยไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับคู่ของปรัชญ์และธรินดามาแล้ว

            “นัสไม่ได้ขอให้คุณปราณต์มาส่งนี่คะ” แค่ขอบคุณเขาไปมันง่ายนิดเดียว แต่นัสรินไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรถึงได้ตอบไปแบบหาเรื่องใส่ตัวเช่นนั้น

            “แต่ผมก็มาแล้ว และผมก็ต้องการคำขอบคุณจากคุณด้วย”

            “นัสจะขอบคุณก็เฉพาะคนที่ทำอะไรให้นัสอย่างเต็มใจเท่านั้น”

            “อ้อ...งั้นเหรอ ก็ได้นัสรินคุณไม่พูดก็ไม่เป็นไร ผมจะใช้วิธีเรียกร้องของผมเอง อย่าโวยก็แล้วกัน”

            ว่าแล้วปราณต์ก็ก้มหน้าลงไปหา ทำท่าเหมือนกำลังจะจูบ ทำเอานัสรินต้องรีบยกมือขึ้นผลักไหล่หนาเอาไว้และร้องห้ามเป็นพัลวัน

            “อย่านะคะ!

“อย่าอะไร เมื่อก่อนอยากได้ผมเป็นผัวจนตัวสั่นไม่ใช่เหรอ อุตส่าห์วางแผนกับปรัชญ์มาอย่างแนบเนียนนี่” ปราณต์กระซิบถามยวนอารมณ์ ร่างกายของเขาไม่ได้ขยับออกห่างตามแรงผลักอันน้อยนิดของเธอแต่อย่างใด หนำซ้ำตายังหลุบลงมองปากสีหวานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมจนคนถูกมองหายใจไม่ทั่วท้อง

“นั่นมันเมื่อก่อนค่ะ แต่ตอนนี้นัสไม่อยากได้คุณปราณต์แล้ว”

            “เราจะได้รู้กันเร็วๆ นี้ละ ว่าคุณยังอยากได้อยู่หรือเปล่า พักชั้นไหน?” จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนประเด็นในตอนท้าย

            “เกี่ยวอะไรกับคุณปราณต์ด้วยคะ”

            “จะไม่บอกก็ได้นะ แต่ผมจะยืนจูบคุณอยู่ในนี้จนกว่าจะมีคนเปิดลิฟต์เข้ามา” ปราณต์ไม่ได้เดือดร้อนสักนิดกับความปากแข็งของอดีตภรรยา เพราะตอนนี้เขาถือไพ่เหนือกว่า

            “คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

            “ใช่ผมบ้า แล้วถ้าอยากรู้ว่าความบ้าของผมอยู่ในระดับไหน จะลองตอนนี้เลยก็ได้นะ” นายแพทย์หนุ่มโน้มหน้าลงใกล้อีกจนปากเกือบจะแตะกัน ทำเอานัสรินต้องรีบเบี่ยงหน้าหนีและออกแรงผลักเขาไว้อีกรอบ

            “อย่าค่ะ นัสบอกแล้วๆ นัสพักชั้นห้า พอใจหรือยังคะ”

            “ก็แค่นั้นละ”

ปราณต์ละมือข้างหนึ่งมาจับปลายคางมนให้หันกลับมาเผชิญหน้า เสียงทุ้มที่ยังคงน่าฟังเช่นเดิมในความรู้สึกของนัสรินไม่ว่าเขาจะอยู่ในอารมณ์ไหน กระซิบเบาๆ ชิดกับริมฝีปากของเธอจนเธอรับรู้ถึงไออุ่นๆ และพิษสงอันร้ายกาจยามเมื่อปากหยักนั้นแนบชิดลงมา ซึ่งสิ่งที่นัสรินหวาดหวั่นก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อปราณต์แนบริมฝีปากของเขาลงไปประกบปิดปากของเธอ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้น ปากเผยอเปิดนิดๆ ตาคู่สวยหลับลง ร่างกายเหมือนจะตอบสนองไปเองอย่างอัตโนมัติ รู้ดีว่ายามที่เรียวปากหยักนั้นประกบแนบชิดลงมาเช่นนี้ ต่อไปเขาจะต้องบดคลึงมันลงบนปากของเธอ ราวกับวัวเคยขาม้าเคยขี่ ทั้งๆ ที่ความรู้สึกลึกซึ้งระหว่างเขาและเธอมันเกิดขึ้นไม่กี่ครั้ง แต่กระนั้นยามที่ปากถูกประกบแบบนี้นัสรินก็ลืมความโกรธของตัวเอง ลืมความขัดแย้ง ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วขณะ ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลตอนนี้ต่างรวมตัวกันจดจ่อรอคอยการบดเบียด การล่วงล้ำชำแรกลึกเข้ามาของลิ้นสากหนาแล้วไล่เกาะเกี่ยวลิ้นของเธออย่างที่เขาเคยทำ ทว่าการประกบปากแนบชิดครั้งนี้กลับกลายเป็นแค่การแตะลงมาเบาๆ ไม่ต่างอะไรกับสัมผัสของขนนกที่แตะลงและถูกสายลมพัดโชยจากไป

            ตาคู่สวยลืมขึ้นอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าไออุ่นจากร่างสูงที่เคยห้อมล้อมอยู่รอบๆ กายห่างหายไป และเมื่อโลกแห่งความจริงปรากฏตรงหน้า เธอจึงรู้ว่าตอนนี้ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง และปราณต์ก็ก้าวออกไปจนถึงหน้าประตูทางเข้าอพาร์ตเมนต์แล้ว

            “บ้าจริง...” เสียงหวานก่นด่าตัวเองเบาๆ อย่างอับอาย เพิ่งจะตอบโต้เขาไปอยู่หยกๆ ว่าเธอไม่ได้ต้องการเขาแล้ว แต่พอถูกเขาประกบปาก กลับเป็นเธอเสียเองที่เป็นฝ่ายเผยอปากอย่างรอคอย ส่วนปราณต์เหมือนจะเป็นผู้คุมเกมที่สามารถเล่นหรือเลิกเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ และเธอก็เป็นฝ่ายที่ต้อง...รอเก้อ

 

 


ฝากเมนต์ ฝากติดตาม และอีบุคในชุดเดียวกันด้วยนะคะ

ส่วนเรื่องนี้เป็นแนวโรมานซ์หื่นจัดเต็มค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

210 ความคิดเห็น

  1. #43 lihoo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 23:09
    อิหมออ่อยอ่าา
    #43
    0
  2. #42 Bigrabbitkasi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 13:46
    อิหมอทำตัวแบบนี้จะเริ่มเกลียดละนะ
    #42
    0
  3. #41 Pinkrabbit15 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 13:22
    อือ หมอขี้แกล้ง
    #41
    0
  4. #40 pookpook502 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 11:44
    สงสารนัสนะ
    #40
    0
  5. #39 mayada (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 07:18
    หมอจอมหื่น ชอบแกล้งตลอดเลย
    #39
    0