Baby Claim You✥อยากเป็น...ที่รักของเธอ

ตอนที่ 9 : #แจมทาเกียร์✥Part I: I wanna ‘Claim’ you | When I screaming because of you EP.1 {Full}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    3 พ.ย. 63

            

Tag on Twitter #แจมทาเกียร์

แนวเรื่อง ฉันจะอ่อยใครจะทำไม

คำเตือน

-นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่ไม่ขาวสะอาด สีออกเทาเข้ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีวิจารณญาณและมีอายุ18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป-

-มีเนื้อหา คำพูด ค่านิยม ความคิด ความชอบ นิสัย และการกระทำของตัวละครที่ขัดต่อศีลธรรมและความถูกต้อง-

-รูปศิลปิน นักแสดง หรือโมเดล นำมาเพื่อสร้างเสริมจินตนาการของคาแรคเตอร์ตัวละครเท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์จะทำร้ายแต่อย่างใด-

-ฉากแซ่บ หรือฉากที่ไม่เหมาะสม ฉากมีความรุนแรงมาก จะไม่มีการลงที่เว็บให้ แต่จะมีช่องทางพิเศษเตรียมไว้ให้ค่ะ-

-โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน-

การกระทำของตัวละครไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง


When I screaming because of you 1


“ไม่เปิดให้กูพรุ้งนี้เลยล่ะ” เสียงพัตดังมาแต่ไกลจากข้างนอกห้อง หลังจากที่ฉันเข้าห้องน้ำไปจัดหน้าผมให้เรียบร้อยเหมือนกับคนที่ไม่ได้ผ่านการจูบที่รุนแรงมาก่อน


ถึงมันจะยากแต่ตอนนี้ก็เอาลิปทาปากให้สีมันแสบตาจนกลบความเจ่อไปเสียเลย


“กูขี้อยู่” นี่คือเสียงเกียร์ แหม...เปรียบเทียบจูบที่เร่าร้อนของเราเป็นแค่ขี้ได้อย่างไงกัน


“น่าจะบอกกูก่อน ไอ้พั้นซ์กับกูจะได้ไม่ต้องรีบมา”


“ขอโทษได้มั้ยล่ะ”


“ทำไมจะไม่ได้วะ ของแบบนี้มันห้ามกันได้ซะที่ไหน” ฉันฟังพวกเขาพูดและกำลังคิดว่าจะออกไปตอนนี้ดีหรือเปล่า แล้วถ้าสองคนนั้นเห็นฉันออกมาจากห้องนอนของเกียร์ จะไม่คิดอะไรไปไกลใช่มั้ยน้า


“พั้นซ์เหมือนเห็นรองเท้าแจมอยู่นะ แจมมาแล้วเหรอเกียร์ ทำไมไม่เห็นเลย”


“สงสัยเข้าไปขี้อยู่ ออกมาจากห้องน้ำข้างนอกก็ยังไม่เห็นหัวเลย” แหมเขาก็ขี้ฉันก็ขี้ เราสองคนต่างขี้พร้อมกันเลยอย่างไงเหรอ เข้าห้องน้ำถ่ายนักอะไรจะเร่าร้อนได้ขนาดนั้นกัน


บ้าที่สุดเลยเจ้าเกียร์น้อย


“เหรอ งั้นเราไปจัดจานก่อนดีกว่า” ฉันได้ยินเสียงของพั้นซ์ขอตัวไปจัดจานอะไรสักอย่าง ซึ่งน่าจะพึ่งซื้อมาเพื่อสมทบปาร์ตี้ในวันนี้


พวกเราสี่คนนานๆ ทีจะมีตี้ดื่มเหล้าเพราะส่วนมากเราเลือกจะดื่มฉลองกันในโอกาสสำคัญๆ เท่านั้น นอกนั้นก็ไปร้านนมปั่น ร้านปิ้งย่างชาบูเหมือนปกติทั่วไป


ฉันยืนรอให้เวลาผ่านไปร่วมห้านาทีได้ถึงตัดสินใจเดินออกมาจากห้องนอนของเกียร์ และส่งเสียงออกมาอย่างร่าเริง


“ฮัลโหล รอกันนานป่าวเนี่ย” และการปรากฏตัวของฉันก็เป็นน่าดึงดูดความสนใจของทั้งสามคนที่นั่งอยู่หน้าทีวีได้ “หู้ย น่ากินจังเลย”


ฉันกวาดตามองกลับแกล้มและขนมขบเคี้ยวที่วางอยู่เรียงรายบนโต๊ะด้วยความตื่นตาตื่นใจ แต่เน้นคำว่าน่ากินตอนที่สายตาของฉันสบตากับเกียร์โดยตั้งใจ


เอาให้มันรู้กันไปเลยว่าระหว่างฉันกับเกียร์ต้องมีซัมติงอะไรบางอย่าง


“แหม มองตาเป็นมันเชียวแจม” พัตที่น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันอาจจะชอบเกียร์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะถึงฉันจะเก็บอาการตอนอยู่ต่อหน้าพวกเขาได้ แต่แววตาของฉันมันซื่อตรงกับความรู้สึกลึกๆ ข้างในของฉันเสมอ


เพียงแค่ไม่มีใครพูดมันออกมา และฉันก็อยู่ในที่ๆ ควรอยู่มาโดยตลอด


แต่แค่ในวันนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว


“ก็อาหารมันหน้ากิน รู้มั้ยอยู่บ้านไม่ได้กินงี้นะบอกเลย” ฉันเดินลงนั่งที่โซฟาข้างๆ น้ำพั้นซ์ที่ส่งจานขนมมาให้ฉันพร้อมกับบอกฉันว่า


“เราซื้อของโปรดมาให้ด้วยน้า”


“งื้อ...น่ารักจังเพื่อนใครกันหว่า” และก็บีบแก้มนุ่มๆ ของพั้นซ์อย่างมันเขี้ยว เรามักชอบเล่นแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่พอลองคิดว่าเดี๋ยวพั้นซ์จะได้ไปเรียนที่อื่นแล้วก็น่าใจหาย ถึงจะเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงกัน แต่ก็คงจะนานๆ ครั้งที่จะได้เจอกันที


ยัยนี่เป็นคนเรียนดีสอบติดมอรัฐได้ภายในรอบเดียว แต่อย่างว่าถึงให้ฉันไปเรียนที่เดียวกับพั้นซ์มันก็ไม่ใช่เรื่องเพราะมีคนจัดการเรื่องสถานที่ให้ฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าให้ฉันเรียนที่นี่ไป


แต่ฉันก็ยังโชคดีที่มีทั้งเกียร์และพัตที่เลือกเรียนอยู่สาขาเดียวกัน แต่พั้นซ์นี่สิ ถึงจะเรียนสาขาวิชาเดียวกันแต่คนละที่ คงจะต้องเข้าไปปรับตัวหาเพื่อนใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลามากพอสมควรที่จะสนิทใจได้เหมือนกับที่เราเป็นอยู่


“นี่...เดี๋ยวพั้นซ์ไม่อยู่จะไปอ้อนใครแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ”


“มีสิ...เดี๋ยวอ้อนว่าที่ผัวในอนาคตแทน เป็นไง”


“แจมมีแฟนแล้วเหรอ ทำไมไม่บอกพั้นซ์เลย เป็นไงบ้างเป็นคนดีใช่มั้ย” น้ำพั้นซ์หันหน้าเข้าหาฉันและนั่งจับเข่าคุยกัน นี่ถ้าจะบอกว่าอยากได้เพื่อนเกียร์เป็นผัวจะเป็นอะไรมั้ยล่ะเนี่ย


“เรายังไม่มี แต่เดี๋ยวก็มี ถ้ามีปุ๊บเราบอกพั้นซ์คนแรกเลยเป็นไง”


“จีบให้ติดก่อนเหอะมึง งานนี้งานหินกูบอกเลย” พัตที่น่าจะรู้ดีว่า ว่าที่ผัว ที่ว่าเป็นใครออกปากเตือนแถมยังชี้หน้าอย่างจริงจัง “เสียเวลาเปล่า ไปหาคนอื่นเหอะ”


อย่ามาทำลายความฝันอันสูงสุดของฉันเชียวไอ้พัตบ้า ไม่ใช่ว่าหวงเพื่อนเหมือนกันหรอกหรือถึงได้มาห้ามกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ น่ะ ก็พอเข้าใจว่าไม่อยากให้มิตรภาพที่เคยมีมันแตกหัก แต่เรื่องของความรักมันห้ามกันไม่ได้


สักวันถ้ามันแอบชอบหรือรักใครสักคนมันจะเข้าใจเอง พอถึงตอนนั้นขอให้มันอกแตกตายเพราะความรักที่มันก่อกวนในหัวใจ


“แหม อย่าให้ถึงทีแกบ้างนะ ฉันจะบั่นทอนจิตให้หนักเลยคอยดู” ฉันถลึงตาใส่อย่างไม่ยอมแพ้ “ขอให้คลั่งรักจนอกแตกตาย!


“มันจะไม่มีวันนั้นแน่ๆ เอาหัวไอพัตเป็นประกัน!


“จ้า จะรอดู”


“รอไปสักสิบปีเออแล้วมึงโอเคยังวะไอ้เกียร์” พัตหันไปถามเกียร์ด้วยความห่วงใยหลังจากที่โชว์พาวเรื่องความรักกับฉันเอาไว้ นั่นสิเกือบลืมไปเลยว่าส่วนหนึ่งที่นัดรวมตัวก็เพราะอยากแน่ใจว่าเพื่อนเกียร์คนนี้จะพอโอเคขึ้นบ้าง ไม่มีอาการเศร้าซึมเหมือนกับเย็นเมื่อวาน


“ไม่หรอกมึง คงต้องใช้เวลาว่ะ”


“กูก็ว่างั้นแหละ ไม่เป็นไรมึงเดี๋ยวมึงก็เจอคนอีกเยอะ” พัตตบบ่าเกียร์เพื่อให้กำลังใจ


“แต่พั้นซ์ก็ยังอึ้งๆ นะ วากับเกียร์ดูรักกันและอยากมีอนาคตที่ดีร่วมกันอีกยาวอ่ะ”


“ก็คิดอย่างงั้นเหมือนกัน กูคิดว่าบางทีวาอาจจะมีปัญหาอะไรอยู่ก็ได้”


และเพราะเกียร์พูดแบบนั้นทำให้เราทั้งสามคนที่เหลือเงียบและตั้งใจฟังเรื่องที่เขาจะพูดอีกครั้ง ทุกคนรู้หมดว่าสองคนนี้อยากจะใช้อนาคตในชีวิตข้างหน้าร่วมกันขนาดไหน ไม่งั้นสิ่งที่เกียร์คิดจะเซอร์ไพร์เธอคงไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้


“กูรู้จักวาดี ถ้าวันหนึ่งวากลับมาหากูแล้วมีเหตุผลมากพอกูจะให้อภัย”


ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ แต่เหมือนจะเป็นแค่ฉันคนเดียวเสียมากกว่าที่จู่ๆ ก็รู้สึกหัวตื้อจนไม่อยากสนทนากับใคร สิ่งที่เกียร์พูดเหมือนโดนค้อนนับร้อยเหวี่ยงใส่หน้า


เพราะมันไม่มีความหมายใดนอกจากคำว่า เขายังรักเธออยู่ และอยากจะอยู่กับเธอตลอดไปเหมือนอย่างที่เคยตั้งใจ เสียงคุยกันของทั้งสามคนดังเข้ามาในโสตประสาทสัมผัสทางการได้ยินของฉันเรื่อยๆ มีบางครั้งที่ฉันยิ้มและตอบคำถามที่ส่งกลับมาเป็นช่วงๆ


ทำตัวสดใสแต่ข้างในมันพังจนไม่อยากสานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขาอีกแล้ว เดี๋ยวสุขเดี๋ยวเศร้า เป็นเอามากอยู่เหมือนกันเรา...


ฉันจะไม่มีโอกาสเป็นของเขาเลยงั้นเหรอ...หรือจะทำให้เขาเป็นของฉันเร็วๆ ดีล่ะ


ก็น่าสน...


ถ้าอย่างงั้นฉันก็ต้องดำเนินการอ่อยเขาเหมือนกับที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรก ต้องมีสักวินาทีที่เขาสนใจฉันจริงๆ สักครั้งบ้างแหละน้า


รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย คงต้องฮึบเพื่อสร้างเกราะป้องกันความเย็นชาและทนต่อความผิดหวังต่อการปฏิเสธของเขาให้ได้


      ฉันนั่งมองแก้วเหล้าที่อยู่ในมือ สีของมันเข้มข้นมากกว่าปกติที่เคยกินและดื่มมันเข้าไปมากกว่าที่เคย


     ฤทธิ์ของมันเริ่มเข้ามาทำลายระบบความรับรู้ของฉันจนสติเริ่มเลือนหาย สิ่งที่คิดอยู่บางเรื่องอาจจะถูกพ่นออกมาโดยที่ฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้


      บทสนทนาในตอนนี้ท็อปปิกของมันไปไกลเรื่องของเกียร์ไปมากแล้ว มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตในการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยที่จินตนาการและคาดหวังว่ามันจะเป็นชีวิตที่ไร้ข้อจำกัดทางด้านความคิดและการแต่งกาย หรือสิทธิที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเสรี แต่ไม่เบียดเบียนใคร


แต่ยังคงมีแค่ฉันคนเดียวที่คิดถึงมันอย่างยากที่จะหยุดยั้ง เรื่องที่ว่าเกียร์จะไม่มีวันมองฉันเป็นไหนอื่นน่ะ


แล้วด้วยความมึนเมา ทำให้ความกล้าที่มีอยู่ภายในตัวจากที่มีมากอยู่แล้ว ก็เพิ่มขึ้นมันเข้าไปอีกสองเท่าตัวเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์


            “เกียร์...”


            “ว่า?


            “รักฉันหน่อยไม่ได้เหรอวะ”


            !!!


...Full...


THE MONSTER

น้ำเมามันทำให้คนใจกล้าขึ้นจริงๆ เว้ย! ดูสิ๊ประกาศต่อหน้าสื่อขนาดนี้เกียร์ของเรายังจะมาปฏิเสธเพื่อนรักของตัวเองหรือไม่ จากสปอยด้านล่างก็... 5555+ ใครกันนะที่ไม่รอด ฝากเป็นกำลังใจให้เราด้วยน้าทุกคน ช่วงนี้อาจจะมาทุกวันบ้าง วันเว้นวันบ้างนะคะ

ตอนนี้งานเยอะมาก วิชาเลือกสั่งงานอย่างอลัง!

สังเกตุชื่อตอนดีๆ มีแต่ความตื่นเต้นฮุๆ


แปะสปอยยั่ว ๆ จ้า เร็ว ๆ นี้มั้ย เร็ว ๆ นี้หรือเปล่าาาน้าาาาา

ภาพไม่ชัด แต่ความแซ่บมันชัดเจน!

>>The Monster H+<<


หากชื่นชอบอย่าลืมคอมเม้นต์และให้กำลังใจ หรือพูดคุยกันได้ผ่านเท็กในทวิตเตอร์

1 comment 1 heart = My happiness

Tag on Twitter #แจมทาเกียร์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #14 phuednork_1994 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 22:05
    เจิมมมม
    #14
    0