บ่วงอาญา วิวาห์สลับรัก [[รายชื่อผู้โชคดีค่ะ]

ตอนที่ 6 : ยิ่งหนีเท่าไหร่ ยิ่งใกล้เท่านั้น รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    24 ส.ค. 53

ตอนที่4 ยิ่งหนีเท่าไหร่ ยิ่งใกล้เท่านั้น

                          “ท่านประธานขา ถึงเวลานัดประชุมแล้วนะคะ เสียงเลขาเตือนได้เวลาเข้าประชุมเป็นรอบที่สาม แต่ไม่ได้ทำให้ ท่านประธาน ของเธอมีปฏิกิริยาตอบรับแต่อย่างใด
                ท่านประธานคะ คนที่นั่งก้มหน้ากุมขมับค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวคลึงขมับตัวเองเบา ๆ
                เอ่อ รับกาแฟสักถ้วยก่อนดีมั้ยคะ ถามเสียงอ่อยๆ เพราะเห็นสภาพท่านประธานของเธอแล้ว ไม่ต่างกับคนที่กำลังจะล้มละลายซักเท่าไหร่นัก ทั้งๆที่ธุรกิจในตอนนี้แทบจะไม่มีอะไรต้องกังวลถึงขนาดต้องมานั่งกุมขมับ ในฐานะผู้ส่งออกเม็ดพลาสติกรายใหญ่ของประเทศที่กำลังเป็นที่กล่าวขานกันถ้วนหน้า หนุ่มหล่อไฟแรงผู้รับช่วงต่อจากบิดาในฐานะประธานบริษัท ในเรื่องไหวพริบและชั้นเชิงในด้านการบริหารนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง แต่วันนี้ท่านประธานของเธอมีสภาพไม่ต่างจากพญาเหยี่ยวปีกหักที่นับวันจะไม่มีใครเข้าหน้าติดจนพนักงานในบริษัทต้องขยาดไปตามๆกัน จะมีก็แต่อริณี เลขาสาวที่ทำงานให้เขามานานปี ที่พอจะพูดคุยกับเขาได้บ้างเพราะเป็นคนใกล้ชิดที่สุดในบริษัท
                อืออ ขานรับในลำคอ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ตัวใหญ่เดินหลบเข้าไปในห้องพักส่วนตัวที่ซ่อนอยู่ด้านหลังสุดของห้องทำงานสุดหรูที่ภายในนั้นมีเฟอร์นิเจอร์ครบครันไม่ต่างจากห้องนอนที่บ้าน เพราะบ่อยครั้งที่เขาต้องค้างที่บริษัท
                เฮ้ออ หมู่นี้ชักไม่ชอบมาพากลแฮะ ความจริงเจ้านายของเธอเป็นแบบนี้ตั้งแต่วันที่ใช้ให้เธอเอากรอบรูปไปทิ้งจนถึงวันนี้นับวันจะแย่ลง สภาพที่ไม่ต่างจากคน อกหัก ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่สูงส่งทั้งชาติตระกูลและการศึกษา เพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติมากมายรวมทั้งรูปร่างหน้าตาที่ใครๆต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหล่อระดับเป็นพระเอกหนังได้สบายๆ จะถูกพิษของความรักทำร้ายได้ถึงขนาดนี้ เธอยังจำวันแรกที่เขาก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทเมื่อสี่ปีก่อนได้ดี ท่านประธานคนใหม่ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของคุณชลัทเป็นที่โจทย์ขานกันทั้งบริษัท ตาคมๆราวกับใบมีดโกนไม่เคยจะเหลือบแลหญิงใดไม่ว่าจะเป็นสาวสังคมชั้นสูงหรือแม้แต่เมวิกานางแบบดาวรุ่ง คู่ขา(เฉพาะบนเตียง)ที่เคยบุกมาหาเขาถึงบริษัทก็เคยถูกไล่ออกไปอย่างไม่ไว้หน้า จนกระทั่งวันหนึ่งท่านประธานก็ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ในบริษัทอกหักดังเป๊าะกันเป็นแถบๆเมื่อเขาจูงมือสาวน้อยหน้าหวานจ๋อยตากลมโตขึ้นไปบนชั้น32ของบริษัทซึ่งเป็นชั้นที่มีแต่ระดับผู้บริหารเท่านั้น เรียกได้ว่าท่านประธานของเธอนี่ตาถึงไม่เบา
                เป็นเราหน่อยไม่ได้ คุณขิมนะคุณขิม ไม่รู้ตัวเลยรึไงน๊าว่าคนเค้าอิจฉากันทั้งบ้านทั้งเมือง พึมพำก่อนจะเดินออกไปเตรียมกาแฟให้เจ้านายก่อนที่จะเข้าประชุม ขณะเดียวกันคนที่ถูกกล่าวถึงนั้นกำลังนั่งกอดเข่าทอดอารมณ์อยู่บนชะง่อนหินที่รายล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ 
               
                ณ บ้านเชิงดอย บ้านปีกไม้หลังสวยที่ปลูกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติทางตอนเหนือของประเทศได้มีโอกาสต้อนรับหลานสาวคนสวยอีกครั้งสร้างความดีอกดีใจให้ผู้เป็นยายไม่น้อย
                คุณยายขาน้องขิมมาครั้งนี้กะจะอยู่กับคุณยายนานๆเลยค่ะจะอยู่ทานน้ำพริกอ่องผีมือคุณยายให้เบื่อไปเลย ศีรษะเล็กๆซบลงที่ตักหญิงชราอย่างฝากเนื้อฝากตัว
                ตอนที่แม่ของหนูโทรบอกว่าหนูจะมายายก็นึกว่าจะมาแค่วันสองวันเหมือนทุกครั้ง ได้ยินว่าจะมาอยู่นานยายก็ดีใจ น้ากิ่งกับพวกเด็กๆเค้าดีใจกันใหญ่นี่ก็ออกไปซื้อของมาเตรียมทำอาหารเย็นให้หนูทาน พูดพลางหยิบปอยผมที่ตกลงมาเคลียผิวแก้มบางใสไปเหน็บไว้หลังใบหูให้หลานสาว
                น้องขิมผอมไปเยอะเลยนะลูก แม่มณีนี่ดูแลลูกยังไงกันนะปล่อยให้ผอมซีดขนาดนี้ บ่นตามประสาคนแก่เมื่อพินิจใบหน้าเรียวที่ตอบลงอย่างเห็นได้ชัด
                เอ่อ คุณยายขาน้องขิมขอตัวไปอาบน้ำก่อนแล้วจะลงมาช่วยคุณยายกับน้ากิ่งทำอาหารนะคะ เทียนธารารีบตัดบทก่อนที่หญิงชราจะถามอะไรที่มันเข้าเนื้อไปมากกว่านี้
                นอนพักก่อนนะลูกยายให้ฝ้ายคำจัดห้องไว้ให้แล้วหญิงชราพอจะรู้ว่าที่หลานสาวขึ้นเหนือกะทันหันครั้งนี้ต้องมีเรื่องอะไรซักอย่างเป็นแน่สังเกตจาแววตาหวานเศร้าที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มคนอาบน้ำร้อนมาก่อนก็พอจะเดาออกเธอจึงไม่อยากซักไซ้อะไรมากปล่อยให้หลานสาวพักผ่อนอย่างสบายใจในเมื่อเธอหนีร้อนมาพึ่งเย็นผู้เป็นยายจึงไม่อยากถามอะไรที่เป็นการไปสะกิดความไม่สบายใจของหลานสาว
           
*****
 
                ตาไทม์ มานั่งนี่ก่อนสิลูกพ่อกับแม่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยคุณหญิงมาหยาเรียกชายหนุ่มเอาไว้ก่อนที่ลูกชายจะหันหลังเดินกลับออกไปจากห้องอาหารเพราะเห็นดนัยฉัตรนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ผู้เป็นพ่อแม่รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นบรรยากาศมึนตึงระหว่างสองพี่น้อง บุตรชายทั้งสองแทบจะไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง คนน้องไม่กล้าพอที่จะปรับความเข้าใจและคนพี่ก็เอาแต่หลบหน้าโดยให้เหตุผลกับตัวเองว่าไม่อาจจะทนมองหน้าของน้องชายที่แย่งคนรักไปจากเขาอย่างเลือดเย็นได้ แต่จะโทษน้องชายเขาคนเดียวมันก็ไม่ถูกนักเพราะเรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดังอยู่แล้ว
                ครับ คุณแม่มีอะไรเหรอฮะ ร่างสูงๆในชุดสูทสีเข้มค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งข้างน้องชายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเพราะไม่กล้าสู้หน้าผู้เป็นพี่
                แม่กับพ่อทนเห็นเราสองคนเป็นแบบนี้อีกต่อไปไม่ได้อีกแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้รึเปล่าลูกพี่น้องกันมีอะไรต้องให้อภัยกันโดยเฉพาะไทม์เป็นพี่ สิ่งที่น้องทำพลาดไปก็ควรจะให้อภัยแล้วตาธีมก็เหมือนกัน ในเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดก็ควรจะขอโทษแล้วก็พูดคุยกับพี่เค้าให้เข้าใจ ไม่ใช่ต่างคนต่างหนีแบบนี้ คุณมณีพูดจบคุณชลัทผู้เป็นพ่อก็พูดขึ้นบ้าง
                       “แล้วอีกอย่างที่พ่อเป็นห่วงคือเรื่องบริษัท ถ้าเราสองคนไม่ยอมหันหน้าเข้าหากัน ถ้าเกิดบริษัทมีปัญหาที่ต้องร่วมมือกันแก้ขึ้นมาจะทำยังไงลูก เป็นพี่น้องกันจะหมางเมินใส่กันมันไม่ใช่เรื่องนะเก็บไปคิดดูให้ดีทั้งสองคน พ่อเข้าใจว่าไทม์เสียใจมากแต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ลูกก็ต้องยอมรับความจริง
                       “แม่กับพ่อเชื่อว่าซักวันลูกต้องลืมได้เมื่อลูกลองเปิดใจที่จะรักใครอีกซักคนถึงวันนั้นลูกอาจจะรักผู้หญิงคนใหม่ได้มากกว่าที่เคยรักน้องขิมก็ได้ทั้งที่ในใจโต้แย้งว่าต่อให้ผู้หญิงคนนั้นสวยเหมือนนางฟ้าและเพียบพร้อมไปทุกอย่างเขาก็ไม่ต้องการใครทั้งนั้น
                พี่ไทม์ครับ ผมขอโทษ คำขอโทษสั้นแต่ออกมาจากใจจริงอาจจะลดความขุ่นข้องหมองใจออกจากใจของผู้เป็นพี่ได้ไม่หมดแต่มันก็ยังดีกว่าที่เขาจะปล่อยให้ทุกอย่างแย่ลงเรื่อยๆ ดนัยฉัตรรู้ตัวดีว่าตัวเองทำอะไรลงไปและทำผิดต่อพี่ชายมากแค่ไหน ถึงวันนี้ผลจากสิ่งที่เขาทำได้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเองเช่นกัน
                อืม เรื่องมันผ่านมาแล้ว อีกอย่างที่เรื่องที่เกิดขึ้นใช่ว่าเราคนเดียวที่เป็นคนผิด โอเค เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมพี่ไม่โกรธเคืองอะไรเราอีกแล้วที่แล้วมาก็ให้มันผ่านไป จะเหลือก็แต่แม่สาวน้อยหน้าซื่อตาใสใจคด คนนั้นคนเดียวที่สลักรอยแผลฉกรรจ์ไว้ที่กลางใจของเขา
                พี่ไทม์ครับ อย่าผูกใจเจ็บน้องขิมเลยนะครับ เขาอดใจเสียแทนเทียนธาราไม่ได้ เพราะรู้ว่าพี่ชายไม่มีทางให้อภัยง่ายๆแน่ดูเหมือนครั้งนี้เขาจะเป็นคนสร้างรอยร้าวให้ทั้งสองคน โดยที่หญิงสาวไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่จะให้เขาสารภาพความจริงทุกอย่างแล้วยอมปล่อยหญิงสาวกลับไปซบอกผู้เป็นพี่เขาก็ยังทำใจไม่ได้เช่นกัน  
                           “ผมขอตัวนะครับคุณแม่ สายมากแล้วมีนัดประชุมผู้ถือหุ้นตอนสิบโมงด้วยฮะ ตระกูลศักดิ์ไม่รับคำแถมยังเฉขอตัวไปทำงานทำให้น้อยชายรู้สึกผิดต่อหญิงสาวอยู่ไม่น้อย
 
*****
 
                เดี๋ยวก่อน อริณีอย่าเพิ่งออกไป น้ำเสียงทรงอำนาจทำให้เลขาสาวหันกลับมามองท่านประธานด้วยสายตามีเครื่องหมายคำถาม
                ท่านประธานมีอะไรจะใช้อรอีกเหรอคะ เธอติดนิสัยชอบเรียกชื่อเล่นของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร
                แฟนคุณทำงานอยู่ฝ่ายบุคคลที่นี่ใช่รึเปล่าคำถามของเจ้านายทำให้เธออยากจะเป็นลม จู่ๆท่านประธานผู้ไม่เคยสนใจเรื่องส่วนตัวของใครนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมาถึงได้ถามถึงคนรักของเธอ
                เอ่อ...ใช่ค่ะ ใบหน้าหล่อๆนั้นมุมปากอย่างหมายมั่น
                อยากย้ายลงไปทำงานกับแฟนรึเปล่า ผมหมายถึงเป็นเลขาของผู้จัดการฝ่ายบุคคลน่ะ ไม่ต้องกังวลนะถึงจะไม่ได้เป็นเลขาประธานบริษัทแต่ผมยังให้เงินเดือนเท่าเดิม อ้อ จะเพิ่มโบนัสสิ้นปีให้ด้วยถ้าคุณตกลงสมัครใจย้าย ดีซะอีกจะได้อยู่ใกล้ๆแฟน และเขาก็กำลังจะดึงคนที่เขารัก มาอยู่ใกล้ๆเขาเช่นกัน
                อรแล้วแต่ท่านประธานค่ะ แม้จะดีใจอยู่ไม่น้อยที่จะได้ย้ายลงไปทำงานใกล้ชิดกับแฟนแต่ก็ยังอดที่จะสงสัยไม่ได้ ท่านประธานของเธอกำลังคิดที่จะทำอะไรกันแน่
                เอาเป็นว่าตกลงตามนี้นะ อีกไม่เกินหนึ่งอาทิตย์เตรียมตัวเป็นเลขาผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้เลย อริณีมองแววตาคนกริบแล้วเสียวสันหลังพิกล รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นตรงมุมปากหยักลึกนั้นเหมือนมีอะไรแฝงอยู่
                เอาล่ะ ออกไปได้แล้ว หมดธุระของเธอ เลขาสาวคนสวยก็เดินหอบแฟ้มออกมานั่งแหมะลงที่โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ข้างๆประตูห้องของชายหนุ่มปล่อยให้คนที่อยู่ในห้องนั่งพิงพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวหมุนปากกาด้ามสวยราคาแพงลิบเล่นอย่างคนกำลังใช้ความคิด
                       ‘หึ เตรียมตัวไว้เถอะเธอยิ้มได้อีกไม่นานหรอกเทียนธารา ถึงจะพยายามใช้ความเจ็บปวดและความแค้นมากลบเกลื่อนความรักความคิดถึงแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ตื่นมาทุกเช้าคำถามแรกที่เขาถามตัวเองคือ นี่เป็นวันที่เท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสกับใบหน้าหวานๆของเธอไม่ได้เห็นผิวแก้มบางใสที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อทั้งในยามเขินอายหรือในยามต้องแสงแดดก็ดูน่ามองไปหมดสำหรับเขา
 
*****
 
                          “คุณยายขา วันนี้ยัยมัทจะมาทานข้าวเย็นกับเรานะคะ สภาพจิตใจที่ดีขึ้นกว่าตอนมาถึงใหม่ๆเล็กน้อยส่งผลให้รอยยิ้มพลอยสดใสตามไปด้วยได้อยู่ในที่ๆอากาศดีๆวิวทิวทัศน์สวยๆอยู่ทามกลางธรรมชาติและไร่สตอเบอรี่นับร้อยไร่ ทำให้เธอพอจะคลายความเศร้าหมองลงไปได้บ้าง
                ก็ดีสิลูก ยายจะบอกให้น้องขิมโทรชวนหนูมัทมาทานข้าวด้วยกันอยู่พอดี นึกถึงสาวน้อยอีกคนที่เป็นเพื่อนของหลานสาวหญิงชราก็พลอยนึกขำ หญิงสาววัยย่างยี่สิบสามปีสองคน เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอนุบาล จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่คนละคณะ แต่ทั้งสองคนไม่ได้มีอะไรที่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว มัทนารูปร่างค่อนข้างสูงโปร่งและมีผิวสีแทนเนียนสวย ขณะที่หลานสาวของเธอออกจะบอบบางกว่ามากทั้งรูปร่างและสีผิวที่ขาวใสอมชมพู เรื่องนิสัยยิ่งแล้วใหญ่ หลานสาวของเธอค่อนข้างจะเป็นคนกักเก็บอารมณ์ได้เก่งและมีความอดทนอดกลั้นน่ารักอ่อนหวานเสมอ แต่แม่หนูมัทนานี่สิ มีเรื่องอะไรมาสะกิดต่อมความไม่พอใจเมื่อไหร่เธอจะวีนแตกจนคนรอบข้างพลอยขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆกัน
                น้องขิม ที่ขาหนูมันรอยยุงกัดนี่ลูก นี่ไปทำอะไรมาปล่อยให้ยุงกัดจนขาลายไปหมดแบบนี้ หญิงชรามีสีหน้าตกอกตกใจขึ้นมาทันทีที่เห็นรอยแดงเป็นจ้ำๆปรากฏให้เห็นบนปลีน่องเรียวที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นสีฟ้าอ่อนที่น่าจะเกิดจากยุงกัด เพราะรอบๆบริเวณบ้านมีแต่ต้นไม้ล้อมรอบทำให้ยุงชุม
                เอ่อ น้องขิมทายาแล้วนะ พูดไปพลางมือเล็กๆก็เลื่อนลงไปเกาขาป้อยๆ
                ยายบอกแล้วว่าอย่าไปนั่งตากยุงตรงชะง่อนหินนั่น นี่ถ้ากลับบ้านไปทั้งแบบนี้พ่อแม่เราได้ว่ายายดูแลหลานไม่ดีแน่เชียวทุกๆเย็นตั้งแต่วันแรกที่มาถึงจนถึงวันนี้ไม่มีวันไหนที่เทียนธาราจะไม่ไปนั่งกอดเข่าเหม่อลอยจนผู้เป็นยายต้องคอยห้ามแต่หลานสาวหาได้เชื่อฟังไม่
                คุณยายขา.......อีกแค่สองเดือนน้องขิมก็จะอายุเต็มยี่สิบสามปีแล้วนะคะน้องขิมไม่ใช่ยัยตัวเล็กเหลนของคุณยายซะหน่อย ตากลมโตกระพริบปริบๆอย่างออดอ้อน
                น้องขิมไปช่วยน้ากิ่งเตรียมอาหารดีกว่าค่ะ เดี๋ยวยัยมัทก็มาถึงแล้วคุณยายถักผ้าพันคอรอไปพลางๆก่อนนะคะ เธอหาทางเลี่ยงจากการโดนบ่นด้วยการขอตัวเข้าไปในห้องครัวแต่คุณยายคนเก่งก็รู้ทันอยู่ดี
                ไม่รู้จักโตจริงๆเลยเด็กคนนี้พูดพลางส่ายหน้าไปมายิ้ม
                ถึงยังไงหลานสาวของท่านก็น่ารักน่าเอ็นดูเสมอไม่ว่าจะเป็นตอนเด็กรึว่าตอนโตเป็นสาวสวยเหมือนในตอนนี้ เค้าหน้าอ่อนเยาว์ถอดแบบความงามมาจากผู้เป็นแม่อย่างเห็นได้ชัด
                                                                               
 
                                                                                                ******
 
                คุณยายขา ทำไมน้ำพริกอ่องของคุณยายรสชาติมันแปลกๆไปก็ไม่รู้นะคะ มัทนาถามหญิงชราด้วยความสงสัยอย่างตรงไปตรงมา
                เอ๊ะ นี่ขิมอุตส่าห์ทำสุดฝีมือเลยนะมัท จะชมกันหน่อยไม่ได้รึไง น้ำเสียงกระเง้ากระงอดแต่ไม่ได้จริงจังอะไรนักเรียกรอยยิ้มปนขำจากคนอื่นๆได้เป็นอย่างดี
                อ้าว เหรองั้นมัทไม่แปลกใจแล้ว แทนที่จะเห็นใจเพื่อนสาวกลับยิ่งแหย่เข้าอีกจนอีกฝ่ายหน้างอเป็นม้าหมากรุก
                เกิดเป็นลูกผู้หญิง เสน่ห์ปลายจวักเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้นะลูก อายุยี่สิบกว่าแล้วยังทำกับข้าวไม่เป็นมันใช้ได้ที่ไหนกัน สมัยยายสาวๆคุณยายทวดบังคับให้ยายหัดทำกับข้าวตั้งแต่อายุสิบห้านะลูก แต่เรานี่สิไม่ไหวทำเป็นแต่ข้าวต้มกับไข่เจียวผู้ชายที่ไหนเค้าจะอยากได้ไปทำลูกทำเมียล่ะยัยหลานเอ๊ย น้าสาวของเทียนธาราหันมายิ้มให้หลานสาวเหมือนจะบอกว่า เป็นเรื่องปกติเพราะคุณยายของเธอนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นกุลสตรีศรีเชียงใหม่เลยทีเดียวล่ะ เรื่องงานบ้านงานเรือนเย็บปักถักร้อยตกทอดมาถึงแม่ของเธอ แต่เทียนธารานี่สิ
                คุณยายขา ขนาดทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง ผู้ชายเค้าก็แย่งกันจนจะตัดพี่ตัดน้องกันอยู่แล้วล่ะค่ะ พูดออกไปแล้วก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทันเมื่อรู้ตัวว่าคำพูดเธอเป็นพิษซะแล้ว เทียนธาราหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัดขณะที่มัทนากำลังทำอะไรไม่ถูก
                หืม ใครแย่งใครนะลูกยายฟังไม่ถนัด
                เอ่อ มัทหมายถึงแย่งกันชิมฝีมือทำกับข้าวของยัยขิมน่ะค่ะ เทียนธาราถอนหายใจพรืด ก่อนจะเฉไฉยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
                ขนาดนั้นเชียวหรือลูก นี่ถ้าพ่อไทม์ได้ชิมคงจะชมกันยกใหญ่ รายนั้นเห็นดีเห็นงามไปซะหมดไม่ว่ายัยหนูจะทำอะไร
                ก็แน่นอนสิคะคุณแม่ อร่อยไม่อร่อยตาไทม์เค้าก็ทานได้หมดล่ะค่ะถ้ายัยหนูเราเป็นคนทำน้าสาวเสริมขึ้นอีกแรงเพราะไม่รู้ว่าที่กรุงเทพเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จำได้แค่ว่าเมื่อก่อนตอนที่พ่อแม่ของเทียนธาราชวนครอบครัวเขาขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่หลายต่อหลายครั้งที่ทั้งหมดมาพักที่บ้านเชิงดอย พ่อหนุ่มตามติดหลานสาวเธอแจแต่ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้กีดกันอะไรเพราะครอบครัวของเขาและเธอรักใคร่กลมเกรียวกันมานานถ้าลูกหลานจะรักจะชอบกับท่านก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี ขอแต่ให้คำนึงถึงความถูกต้องและเหมาะสมเท่านั้น
                        สองสาวตีหน้าไม่ถูก เทียนธาราทำท่าจะกลืนข้าวไม่ลงขึ้นมาทันที เธอเดาไม่ออกเลยว่าถ้าหญิงชราทราบเรื่องของเธอเข้าท่านจะว่ายังไง อีกอย่างตระกูลศักดิ์ค่อนข้างสนิทสนมกับญาติทางเชียงใหม่ของเธอเพราะเขาเคยมาที่นี่บ่อยครั้ง
 
 
*****
 
                เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้นจากโต๊ะตัวเล็กๆข้างเตียงนอน ทำให้ร่างบางๆที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มยื่นมือออกมาควานหาโทรศัพท์ด้วยความงัวเงียแต่พอเห็นชื่อที่ปรากฏหน้าจอก็รีบลุกขึ้นนั่งก่อนจะกดรับ
                สวัสดีค่ะคุณแม่ โทรหาน้องขิมแต่เช้าเลยมีอะไรเปล่าคะ กรอกเสียงหวานๆลงไปพร้อมกับยกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ
                นี่แม่โทรมาปลุกหนูรึเปล่าลูก พอดีแม่มีเรื่องสำคัญจะบอก ความจริงคุณพ่อเล่าให้แม่ฟังตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่แม่คิดว่าหนูคงหลับแล้วก็เลยรอคุยตอนเช้าดีกว่า มารดาเกริ่นนำก่อนจะนึกไปถึงเรื่องที่กำลังจะบอกลูกสาว
                ค่ะ เรื่องอะไรเหรอคะคุณแม่ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
                เมื่อคืน คุณลุงกับคุณป้าใหญ่มาทานข้าวเย็นที่บ้านเรา ท่านบอกว่าอยากจะได้หนูไปช่วยงานพี่ไทม์ที่บริษัทเพราะตอนนี้เลขาพี่เค้าต้องย้ายลงไปช่วยงานที่ฝ่ายบุคคล แล้วคุณพ่อก็เห็นว่าหนูเคยไปฝึกงานอยู่กับเลขาคนเก่าของพี่เค้าน่าจะทำงานได้ดี อีกอย่างตอนนี้หนูก็เพิ่งเรียนจบคุณพ่อเลยคิดว่าอยากให้หนูลองไปหาประสบการณ์ดูก่อนนะลูก ก็เลยตอบตกลงท่านไปหนูคงไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ยจ๊ะ ประโยคสุดท้ายเล่นเอาเทียนธารานิ่งงันไปทันที
                น้องขิม ฟังแม่อยู่รึเปล่าลูก
                เอ่อ ค่ะ ฟังอยู่ค่ะคุณแม่ หญิงสาวตอบเหมือนคนละเมอ เออนะ ขนาดช่วงนี้นานๆเจอกันครั้งนึงเขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ทุกครั้งแล้วนี่เกิดอะไรขึ้นจู่ๆจะให้เธอไปทำงานกับเขา แล้วถ้าเดาไม่ผิดคงต้องสู้กับเขาตามลำพังเพราะแม่เธอบอกว่าเลขาเขาต้องย้ายลงไปฝ่ายบุคคลซึ่งเหตุผลเรื่องเลขามันฟังดูไม่ขึ้นเท่าไหร่นัก แต่ที่เธอขัดไม่ได้ก็ตรงที่เธอเรียนจบมาแต่ยังไม่ได้เอาความรู้ที่มีมาให้ให้เกิดประโยชน์นี่สิ ไม่อยากจะโทษบิดาว่าปล่อยให้เธอเข้าไปอยู่ในถ้ำเสือเพราะรู้ว่าท่านหวังดี ท่านเป็นคนพูดคำไหนคำแต่หญิงสาวก็อดน้อยใจไม่ได้ อย่างน้อยก็น่าจะถามเธอก่อนที่จะรับคำ
                คุณแม่จะให้น้องขิมกลับไปวันไหนคะ มืออีกข้างไม่ไม่ได้ถือโทรยกขึ้นกรีดน้ำตาที่หยดแหมะลงตามแก้มด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก พยายามบังคับเสียงให้ฟังดูเป็นปกติที่สุด ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงดีใจมากถ้ารู้ว่าจะได้ทำงานอยู่ใกล้ๆเขา แต่ตอนนี้เทียนธารานึกกลัวอยู่ลึกๆ เพราะรู้สึกว่าที่เขาจะดึงเธอไปนั่งตำแหน่งเลขาไม่ใช่ด้วยเจตนาดีแน่นอน จากสายตาที่ใช้มองเธอนั้นเหมือนจะบอกกรายๆว่า ระหว่างเขาและเธอมันเหมือนมีอะไรที่ยังไม่จบสิ้นกันทั้งๆต่างฝ่ายต่างก็บอกตัดความสัมพันธ์ไปแล้ว
                คุณพ่อบอกว่าหนูต้องมาถึงก่อนวันจันทร์ แล้วเอาไว้เรามีเวลาว่าง แม่จะพาหนูกลับขึ้นไปอยู่กับคุณยายใหม่นะลูก แม่รู้ว่าหนูลำบากใจแต่เราต้องคิดถึงอะไรหลายๆอย่าง คุณลุงคุณป้าท่านมาขอเองถ้าคุณพ่อจะปฏิเสธก็คงจะเกรงว่าท่านจะรู้สึกไม่ดี น้องขิมเข้าใจใช่มั้ยลูก ผู้เป็นแม่คงจะทำอะไรไม่ได้ เพราะอำนาจสูงสุดอยู่ในมือของผู้เป็นบิดามาแต่ไหนแต่ไร
                ค่ะคุณแม่ น้องขิมจะกลับพรุ่งนี้แล้วกันนะคะขออยู่กับคุณยายอีกซักคืน
                         ในขณะที่หญิงสาวกำลังเป็นกังวลอยู่นั้น ตัวต้นเหตุก็กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียวหลังจากรู้ว่าหญิงสาวไปอยู่เชียงใหม่ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว นี่ถ้าเขาไม่คิดถึงหลานสาวตัวน้อยของเธอ(แต่น่าจะคิดถึงคนเป็นอามากกว่า)จนทนไม่ไหว ต้องเดินผ่านประตูเล็กเข้าไปในบ้านของเธอทั้งๆที่เคยพูดใส่หน้าเธอไว้ว่าไม่อยากมาเหยียบ เขาคงไม่รู้ว่าแม่ตัวดีหนีไปสบายใจเฉิบอยู่เชียงใหม่
                อาขิมบอกว่าจะไปนานเลยค่ะลุงไทม์ แต่น้องไออุ่นไปด้วยไม่ได้เพราะอาขิมบอกว่าต้องรอปิดเทอมก่อนแล้วอาขิมจะพาไปเยี่ยมคุณย่าทวดนานๆเลยค่ะ นึกถึงคำบอกเล่าของหนูน้อยแล้วก็ขบกรามจนเป็นสัน
                         หึ คิดจะหนีเหรอเทียนธารา เสียใจด้วยนะต่อให้หนีไปไกลกว่าเชียงใหม่ ก็ไม่มีวันหนีพ้นหรอก
                 
                                                                                *********
 
                พี่ไทม์ทำแบบนี้ทำไมคะ ร่างสมส่วนสวมรองเท้าส้นสูงเดินลงส้นเข้ามาในห้องของตระกูลศักดิ์ก่อนจะเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงไม่เบานัก คนตัวโตๆที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เลิกคิ้วเข้มๆขึ้นอย่างที่เทียนธาราบอกตัวเองว่ามันช่างดูยียวนกวนประสาทที่สุด แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกนั่น
                เอ๊ะ!! คุณตระกูลศักดิ์คะ ดิฉันถามว่าคุณทำแบบนี้ทำไม เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเขาทันทีที่นึกขึ้นได้ อ๋อ!! ที่เขาไม่ตอบตอนแรกคงเป็นเพราะเธอเผลอไปเรียกเขาว่า พี่ไทม์ตามความเคยชินสินะ
                มาก็ดีแล้วจะได้เริ่มทำงานซะที งานของคุณวางอยู่บนโต๊ะ อีกสิบนาทีอริณีจะขึ้นมาบอกว่าคุณต้องทำอะไรบ้างตลอดเวลาแปดชั่วโมงในแต่ละวันที่คุณต้องอยู่ที่นี่ หวังว่าคงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีไม่ขาดตกบกพร่องนะ เชิญออกไปได้แล้ว น้ำเสียงแข็งๆที่ฟังดูโอหังทำให้เทียนธารานึกอยากจะคว้าแจกันบนโต๊ะทำงานของเขาปาใส่กลางแสกหน้าหล่อๆนั้นให้สาแก่ใจนัก ไหนจะแววตายียวนกวนประสาทนั่นอีกทำให้เธออ่อนอกอ่อนใจกับเขาอยู่ไม่น้อย นี่เธอจะต้องเจออะไรบ้างก็ไม่รู้ตลอดเวลาที่อยู่ใกล้ชิดกับเขาเพียงแค่ประตูห้องทำงานกั้นอยู่ แต่ด้วยความเป็นคนช่างสังเกตหญิงสาวจึงรู้ได้ถึงความผิดปกติบนโต๊ะทำงานของเขา ที่มีเพียงแฟ้มเอกสารวางอยู่สองสามอันกับคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง กรอบรูปของเธอหายไปไหน? ถามตัวเองก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะกำจัดสิ่งของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอทิ้งแบบไม่เหลือซาก ก็ตอนนี้เขาเกลียดเธอเข้ากระดูกดำไปแล้วนี่  
                        “บอกให้ออกไปได้แล้วไม่ได้ยินรึไง เทียนธาราถึงกับหน้าชาขึ้นมาทันทีกับกังวานเสียงทรงอำนาจที่กล้าไล่เธออย่างที่เธอเคยทำเวลาที่เขาบุกเข้าไปอาละวาดเธอในบ้านหลายครั้งหลายครา ใช่สิ!! นี่มันถิ่นเขานี่เขาจะทำยังไงกับเธอจะต่อว่าต่อขานจะพ่นคำพูดร้ายๆใส่เธอให้เจ็บช้ำน้ำใจเล่นมันจะเป็นไรไป
                ค่ะ ดิฉันจะพยายาม อดทนให้ได้นานที่สุดแต่ไม่รับปากนะคะจะทำหน้าที่ได้ถูกใจท่านประธานรึเปล่าเพราะดิฉันไม่ได้เต็มใจที่จะทำแต่ในเมื่อท่านประธานเป็นฝ่ายเรียกร้องโดยการเอาคุณลุงคุณป้าไปขอถึงบ้าน ดิฉันก็ต้องจำใจมา คนนั่งอยู่บนถึงกับตาลุกวาบเมื่อเมื่อหญิงสาวพูดจบ แต่เทียนธาราก็ไม่ได้อยู่รอให้เขาได้ตอบโต้อะไร ร่างบางๆหันหลังเดินจ้ำไปที่ประตูก่อนจะเปิดออกและปิดเสียงดังปัง!!ตามแรงอารมณ์ทำเอาเลขาของดนัยฉัตรที่นั่งเขียนอะไรยิกๆอยู่หน้าห้องตรงข้ามต้องเงยหน้าขึ้นมองตาค้าง
 
 
*****
                               
                นี่คุณธีมยอมได้ยังไงกันคะเนี่ย เสียงแหลมๆของนางแบบสาวนามว่าเมวิกาดังขึ้นตั้งแต่ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงโต๊ะที่ดนัยฉัตรนั่งอยู่
                สองคนนั้นเค้าเคยรักกันนะคะ ไม่แน่ตอนนี้เค้าอาจจะยังรักกันอยู่ก็ได้คุณธีมยอมปล่อยน้ำมันไว้ใกล้ไฟแบบนั้นได้ยังไงกันคะพี่ไม่อยากจะเชื่อเลย พูดไปก็เจ็บใจอยู่ไม่น้อย แน่สิก็เธออุตส่าห์วางแผนเขี่ยเทียนธาราออกไปจากชีวิตตระกูลศักดิ์โดยอาศัยมือของดนัยฉัตรจนเกือบจะสำเร็จอยู่แล้ว
                พี่เมรู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับ ถามพร้อมกับสาดเหล้าลงคอ
                พี่รู้ก็แล้วกันค่ะ คุณธีมจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะพี่เตือนด้วยความหวังดี ขืนไม่ทำอะไรซักอย่างงานแต่งงานของคุณธีมได้เลื่อนออกไปอีกแบบไม่มีกำหนดแน่ๆ ก็ยุแยงตะแคงรั่วมาตั้งแต่ต้นแล้ว จะลองอีกซักตั้งมันจะเป็นไรไป
                ผมทำผิดกับพี่ไทม์มามาก มากจนผมไม่อยากขัดใจอะไรเค้าอีกแล้ว อีกอย่างเค้าก็เจอกันแค่ตอนทำงานถ้ามันเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของเค้าผมก็ยอม ปากพูดแต่สายตาจับจ้องไปที่แก้วใสๆที่บรรจุน้ำสีอำพันด้วยแววตาที่เมวิกามองออกว่าดนัยฉัตรเองก็รู้สึกไม่ต่างกับเธอ
                ตามใจเถอะค่ะ ถ้าคุณไทม์ไม่เชื่อในสิ่งทีพี่เตือนพี่ก็จะจัดการด้วยวิธีของพี่เอง พูดจบก็คว้ากระเป๋าใบสวยขึ้นคล้องไหล่ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีปล่อยให้ดนัยฉัตรนั่งกระดกแก้วด้วยสีหน้าอมทุกข์อยู่เพียงลำพัง
                         ปัญหาทุกอย่างกำลังรุมเร้าเข้ามาเมื่อวานพ่อของเขาบอกว่าท่านกำลังจะลงทุนสร้างรีสอร์ทที่เชียงใหม่ งบประมาณเกือยสองร้อยล้าน โดยจะมอบให้เขาเป็นผู้บริหารทั้งหมดและทางบริษัทที่กรุงเทพจะปล่อยให้ตระกูลศักดิ์บริหารคนเดียวเต็มที่ เรียกว่าหาลู่ทางแบ่งสรรบันส่วนมรดกตกทอดให้บุตรชายทั้งสองได้รับผิดชอบและบริการกันตามความสามารถ นั่นหมายความว่าเขาเหลือเวลาที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัทอีกไม่นาน และอีกไม่นานเช่นกันที่เขาจะได้อยู่ใกล้เทียนธาราที่เพิ่งจะก้าวเข้าไปรับตำแหน่งเลขาประธานบริษัท คิดจนหัวแทบระเบิดเขาก็ยังหาทางออกไม่เจอ คงเป็นเพราะเขาเคยทำกับเทียนธาราและพี่ชายของตัวเองเอาไว้มาก วันนี้กรรมมันถึงได้ตามสนองจนเขาต้องมานั่งกุมขมับอยู่ในตอนนี้
               
 
 
*****
 
 
                      “หน้าที่หลักๆพี่จดไว้ให้ในสมุดพกเล่มนี้หมดแล้วนะคะ แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้คือต้องเสริฟกาแฟทุกสามชั่วโมงโดยถ้วยแรกจะเสริฟตอนเก้าโมงเรียกว่าหลังจากท่านประธานเข้าบริษัทมาได้ไม่นาน ระหว่างวันไม่รับของว่าง และสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เลยคือห้ามใครเข้าไปรบกวนเวลาท่านประธานเข้าไปพักผ่อนในห้องส่วนตัวที่อยู่ด้านหลังของโต๊ะทำงานไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ท่านสั่งห้ามเด็ดขาดยกเว้นป้าน้อยที่เข้าไปทำความสะอาดทุกเช้าก่อนที่ท่านจะเข้าบริษัท อริณีบรรยายยาวเหยียดแต่คนฟังไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก ในใจนึกหมั่นไส้เขาเต็มกำลังกับความรู้ใหม่ที่เพิ่งได้รับ ฮึ!! ห้ามใครเข้าไปรบกวน ยังกะเค้าอยากเข้าตายล่ะ!!
                         “คุณขิมยังมีอะไรข้องใจอยู่รึเปล่าคะ ถ้ามีปัญหาหรือยังไม่เข้าใจอะไรก็โทรถามพี่ได้ตลอดเวลานะคะ พี่อยู่ฝ่ายบุคคลชั้นล่างนี่เองค่ะ เทียนธาราอยากจะถามใจจะขาดว่าไปไงมาไงอริณีถึงได้ย้ายลงไปเป็นเลขาผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้ทั้งๆเธอก็ออกจะทำงานเก่งตระกูลศักดิ์ ก็เคยชมให้ฟังบ่อยๆว่าเลขาของเขาทำงานเก่งไม่เคยมีอะไรขาดตกบกพร่อง
                มะ...ไม่มีแล้วค่ะพี่อรลงไปทำงานเถอะเดี๋ยวตรงนี้น้องขิมจัดการเอง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยิ้มหวานให้อดีตเจ้าของโต๊ะทำงานตัวสวยที่เธอเพิ่งเข้ามาครอบครองเป็นวันแรก เทียนธาราค่อยข้างคุ้นเคยกับอริณีมากกว่าใครในบริษัทเพราะตอนที่เธอเรียนปีสาม หญิงสาวก็เคยมาฝึกงานที่นี่โดยมีอริณีเป็นคนสอนงานให้ทุกอย่าง
                งั้นก็.....สู้ๆนะคะ สาวสวย(น้อยกว่าเลขาคนใหม่) ชูสองนิ้วให้กำลังใจเหมือนจะรู้ว่าหญิงสาวคงต้องเจออะไรอีกมากหลังจากวันนี้ไป
                ขอบคุณค่ะพี่อร เสียงหวานๆกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มแต่แววตายังมีแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด
                อ้อ นี่เก้าโมงห้านาทีแล้ว อย่าลืมกาแฟถ้วยแรกนะคะ เดินไปได้เพียงสองก้าวก็หันกลับมาเตือนด้วยสีหน้ายิ้มๆ
 
*****                  
           
                        “กาแฟค่ะท่านประธาน เสียงหวานๆที่ดังมาจากทางประตูทำให้ตระกูลศักดิ์ต้องวางปากกาด้ามสวยไว้บนแฟ้มแล้วเอนหลังลงพิงพนักเก้ากี้ตัวใหญ่ก่อนจะปรายตามาหยุดอยู่ที่หน้าหวานจ๋อยของคนที่พยายามพยุงถาดใส่ถ้วยกาแฟกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้วไม่ให้มันหลุดมือลงไปกองกับพื้นยามสบนัยน์ตาคมๆนั่น
                ขณะที่ ท่านประธาน ของเธอกำลังพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอคว้าร่างเล็กๆนุ่มนิ่มเข้ามากอดให้หนำใจ ผิวแก้มบางใสเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อจนถึงใบหูทันทีที่มองสบสายตาชนิดหนึ่งที่เคยเคยเห็นมาแล้วในวันที่เขาลากเธอเข้าไปในเรือนริมน้ำ หญิงสาววางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะอย่างกระแทกกระทั้นแต่ยังไม่ทันที่จะหันหลังกลับออกไป
                เดี๋ยวสิครับคุณเลขา อริณีลืมบอกไปรึเปล่าว่าว่าผมไม่ชอบดื่มกาแฟตามลำพังโดยไม่มีคนป้อนบังเอิญต้องเก็บแรงเอาไว้เซ็นเอกสารอีกทั้งวัน เทียนธาราถึงกับตาเหลือกกับประโยคบอกเล่าแกมบังคับของเขา จะให้เธอป้อนกาแฟให้เขาถ้าเป็นเมื่อก่อนเทียนธาราคงไม่ปฏิเสธที่จะทำให้แต่ตอนนี้อย่าว่าแต่ป้อนเลย เพียงแค่ให้เธอยืนถือถ้วยกาแฟอยู่ใกล้ๆเขาเธอก็ต้องพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เอากาแฟราดหัวเขาอย่างลำบากยากเย็นทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเขาแค่ต้องการจะแกล้งให้เธอได้อาย ตลอดเวลาที่อยู่ใกล้ชิดกับเขาเทียนธาราไม่เคยเห็นเขาต้องให้ใครป้อนกาแฟเลยแม้แต่ครั้งเดียว
                งั้นเดี๋ยวน้องขิม....เอ่อ ดิฉันจะไปเรียกพี่อรมาป้อนให้แล้วกันนะคะ พูดจบก็สะบัดหน้าเดินกลับไปทางประตูแต่ยังไม่ทันจับลูกบิดด้วยซ้ำ เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะเผลอไปขัดใจคนเจ้าอารมณ์อย่างเขาเข้า
                ปัง!!!!!!  
          เสียงฝ่ามือกระทบกับพื้นโต๊ะสุดแรงจนเทียนธาราคิดว่ามือเขาคงระบมไปเป็นอาทิตย์แน่ๆ
                คิดจะขัดคำสั่งผมรึไง หรือว่าลืมไปแล้วว่าหน้าที่ของคุณคืออะไร น้ำเสียงไม่สบอารมณ์อย่างหนักกับประกายตากร้าวนั้นทำให้เทียนธารากลัวเขาอยู่ไม่น้อยแต่ก็ยังไม่วายจะต่อปากต่อคำ มันเรื่องอะไรที่เธอจะต้องไปป้อนกาแฟให้เขา
                ไม่ลืมหรอกค่ะ แต่ดิฉันทำตามคำสั่งของท่านประธานไม่ได้เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของดิฉัน แล้วอีกอย่างท่านประทานก็ไม่ได้เป็นง่อยนี่คะ ถ้าเรื่องแค่นี้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ก็กลับไปนอนอยู่บ้านให้เด็กรับใช้ที่บ้านคอยป้อนข้าวป้อนน้ำเถอะค่ะ หมดธุระของดิฉันแล้ว ขอตัวออกไปทำงานนะคะ แม่คนเก่งของเขาแผลงฤทธิ์ให้บ้างในขณะที่คนไม่เคยโดนขัดใจพาลโกรธขึ้นมาเป็นริ้วๆ
                ถ้าก้าวพ้นประตูห้องออกไปก่อนได้รับอนุญาตแม้แต่ก้าวเดียว สาบานได้เลยว่ามีเรื่องให้ได้อับอายไปทั่วบริษัทแน่ นั่นแหละเขาล่ะ แล้วเบี้ยล่างอย่างเธอจะไปสู้รบปรบมืออะไรได้
                ท่านประธานจะเอายังไงกับดิฉัน จะเอายังไง ความอดทนสิ้นสุดลงร่างบางๆก็เดินลงส้นกลับไปที่โต๊ะทำงานของเขา กระแทกถาดใส่ถ้วยกาแฟสีสวยลงบนโต๊ะอย่างไม่เกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าของโต๊ะอีกต่อไป
                ก็ไม่เอายังไง ผมสั่ง คุณมีหน้าที่ทำตาม กับอีแค่ป้อนกาแฟเจ้านายตัวเองนี่มันลำบากนักรึไง แล้วอีกอย่างผมไม่ได้มีเวลามาต่อปากต่อคำกับคนอย่างคุณนานนักหรอกนะ คนพูดดูท่าทางยโสโอหัง แต่คนฟังน้ำตาแทบร่วงเผาะ ดวงตากลมโตไหวระริก แต่เพียงแค่ครูเดียวเท่านั้นหญิงสาวก็ปรับสีหน้าให้ราบเรียบเป็นปกติได้ มันเรื่องอะไรที่เธอจะต้องไปอาลัยอาวรณ์ ในเมื่อเขาตัดเธอได้เธอก็ตัดเขาได้เหมือนกัน
                คนสองคนอยู่ใกล้กัน ต่างคนต่างรู้อยู่แก่ใจว่าไม่สามารถตัดใจจากอีกฝ่ายได้แต่สงครามย่อมๆที่เกิดขึ้นล้วนแต่มาจากทิฐิและความไม่เข้าใจกันเท่านั้นเองแล้วคนรักแรงเกลียดแรงอย่างตระกูลศักดิ์กลายเป็นฝ่ายคุมเกมอย่างไม่ต้องสงสัย
                อ้าปาก คนตัวเล็กกว่าแต่ยืนค้ำหัวคนตัวสูงๆที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
                เอ๊ะ!! ยิ้มทำไมกันก็บอกให้อ้าปาก มือเล็กๆยื่นถ้วยกาแฟมาจ่อที่ริมฝีปากของตระกูลศักดิ์พร้อมทั้งสั่งให้เขาอ้าปากเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ท่านประธานยอมเปิดปากขึ้นจิบกาแฟแต่สายตาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ พอเขาจิบกาแฟอึกแรกหญิงสาวก็ทำท่าจะถอยหนีทันที
                เอ้า!! จะรีบไปไหนกาแฟยังไม่หมดเลย เทียนธาราต้องนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจเป็นรอบที่ร้อย ด้วยเกรงว่ากาแฟในถ้วยจะราดลงไปบนศีรษะได้รูปของเขา
                อุ้ย!! นี่อย่ามาทำรุ่มร่ามนะคะ เทียนธาราสะบัดตัวออกแทบไม่ทันเมื่อจู่ๆมือแข็งๆของเขาก็เลื่อนขึ้นมากุมมือเล็กๆที่ถือถ้วยกาแฟป้อนให้เขาอยู่
                รุ่มร่ามอะไรกัน ไม่เห็นรึไงว่ากาแฟจะเปื้อนจมูกผมหมดแล้ว เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ ปากถ้วยจ่ออยู่แถวๆเหนือริมฝีปากเพราะคนป้อนประหม่าเกินกว่าจะมองหน้าเขาตรงๆ
                เอ่อ ขอโทษค่ะ หญิงสาวหยิบกระดาษเช็ดปากส่งให้เขาแต่ตระกูลศักดิ์ยังคงนิ่งไม่ได้รับไปเช็ดแต่อย่างใดเมื่อรู้ว่าเขาต้องการให้ทะอะไรเทียนธาราจึงไม่รอช้าที่จะรีบทำเพื่อที่จะได้รีบออกไปจากห้องที่แสนจะอึดอัดนี่เสียที มือเรียวสวยค่อยๆบรรจงเช็ดปากให้เอาอย่างไม่มีทางเลือกนอกจากจะรีบทำตามในสิ่งที่เขาต้องการเพราะเธออยากจะออกไปให้พ้นหน้าเขาเป็นกำลัง ขณะที่คนเอาแต่ได้กำลังบอกตัวเองว่าเขาอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้เหลือเกิน เขาได้อยู่ใกล้คนที่เขารักยิ่งรู้ว่ากำลังจะสูญเสียเธอไปก็ยิ่งรักยิ่งทรมานแต่เป็นความทรมานที่ถูกฉาบไว้อย่างมิดชิดภายใต้สีหน้าและวาจาแข็งกระด้าง ทั้งๆที่ใจของเขาอ่อนยวบทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เธอและเขาก็เป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าความอดทนของตัวเองกำลังจะหมดลง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

461 ความคิดเห็น

  1. #115 ฟ้าหม่นเดียวดาย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2553 / 02:55
    ชื่อตอนต่อไปน่าสนใจเหลือเกิน
    #115
    0
  2. #96 Chatchanya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 06:05
    ถึงขนาดต้องป้อนกาแฟ เวรกรรม แหมมมมใจร้อนอยากรู้เรื่องต่อมาก ๆ ค่ะ
    จะดูซิว่าจะทนได้สักกี่น้ำ
    รออ่านนะคะ
    #96
    0
  3. #93 ผช.บรรณารักษ์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 00:12
     ลุ้นให้นายธีมไปเชียงใหม่เร็วๆเลย จะได้ไปเจอกับหนูมัท ว่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ  ให้หนูมัทจัดการ คนนิสัยไม่ดี เห็นแก่ตัว ชิ....
    #93
    0
  4. #89 Ka-Nom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 01:04
    อ๊ายยยยย  พระเอกนี่ ร้ายน่าดู
    ทำกับนางเอกได้  นางเอกหนีไปแล้ว
    ยังเอากับมาได้ ร้ายจริงๆ 5555+
    #89
    0
  5. #86 Pewn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 23:36
    เตรียมฟืนดีกว่าไหมอ่ะไรท์เตอร์ เตรียมน้ำไว้ดับไฟอย่างพี่ไทม์ก็ไม่สนุกนะสิ อิอิ
    #86
    0
  6. #84 โซลเมทอี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 18:45


    เธออาจจะเหมือนไฟ  ฉันเหมือนกับน้ำมัน
    ทิ้งไว้ใกล้กันก็ติดไฟ  เผาผลาญทุกอย่าง
    เผาผลาญทั้งจิตใจ  ฉันคิดว่าเราอย่าใกล้กันเลย


    #84
    0
  7. #82 yuechan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2553 / 15:32

    ยูว่างั้นคงต้องหาโลงกับจองเมรุไว้ด้วยท่าจะดี เกลัยดผู้ชายเห็นแก่ตัว

    #82
    0
  8. #81 SN piercensean (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 22:43
    I can not wait for next chapter ja. take care naka
    #81
    0
  9. #79 Umarin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 20:49
    กลัวจะมีคนเอารถดับเพลิงมาฉีดนี่สิแย่เลย   55

    V
    V
    V


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 พฤษภาคม 2553 / 20:50
    #79
    0
  10. #78 โพล่าแบร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 20:28
    จะรอดูว่าไฟจะลุกไหม
    #78
    0
  11. #77 yingoz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 20:15
    เห้อ พระเอกนี่ น่าสงสาร
    แต่พอร้ายก็ร้ายไม่เบา
    #77
    0
  12. #76 บุษ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 17:26
    สนุกแบบว่าอ่านไป หมั่นใส้พระเอกไปค่ะ ชื่อตอนต่อไปน่าติดตามมากเลยค่ะ รออ่านอยู่นะค่ะ
    #76
    0
  13. #74 SN piercensean (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 00:16

    Wait for more naka writer..
    take care

    #74
    0
  14. #73 โพล่าแบร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 23:51
    แล้วมาต่อส่วนที่เหลืออีกนะจ๊ะ
    #73
    0
  15. #72 yuechan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 21:08
    แล้วคิดจะไปโดยไม่บอกความจริงหน่อยหรอนายน่ะ
    #72
    0
  16. #71 ดรีม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 17:36
    เกียดนายธีมที่สุดเลย
    ทำกับพี่ชายอย่างงั้นได้อย่างไง

    บอกว่ารักนางเอกแต่ทำใ้นางเอกเสียใจ
    #71
    0
  17. #70 nuri.j (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 11:05
    รวมหัวกันร้ายเข้าไป คุณไทม์ก็เอาแต่เจ้าคิดเจ้าแค้น
    ขิมเอ๊ย   ภัยรอบด้านเลย จะไหวเร้อ
    #70
    0
  18. #67 โพล่าแบร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2553 / 22:21
    มารอจ้า
    #67
    0
  19. #66 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2553 / 19:12
    ลองมาอ่าน เกลียดคุณธีมจังเห็นแก่ตัวสุดๆ นางเอกอุตส่าห์บอกว่าได้แต่ตัวยังไม่ยอมรับอีก แล้วแย่งของๆ พี่ชาย ทั้งๆที่รู้ว่าเขาสองคนรักกัน น่าเกลียดที่สุดเลย
    #66
    0
  20. #65 yingoz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2553 / 16:33

    พระเอก ควรลดทิฐิ บ้างนะ
    และควรฟัง น้องขิม บ้าง
    ไม่ใช่คิดเอง เออเองไปคนเดียว

    #65
    0
  21. #64 yuechan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2553 / 15:09
    แก้แค้นเขาแล้วมีความสุขไหม นี่จะกลับมาชะโงกดูเงาตัวบ้างว่าคู่ควรดีพอสำหรับเขาหรือยัง
    #64
    0
  22. #63 *Annie* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2553 / 13:31
    อัพ อัพ อัพ จ้า รออยู่นะคะ...จุ๊บๆ
    #63
    0
  23. #56 Umarin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 22:36
    ช่ายค่ะ
    คนที่คิดไม่ดีเดี๋ยวกรรมมันก็ตามสนอง
    #56
    0
  24. #55 yuechan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 18:31

    เหอะ คนที่คิดไม่ดี ทำไม่ดีสักวันนกรรมมันจะสนอง

    #55
    0
  25. #54 yuechan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2553 / 18:31

    เหอะ คนที่คิดไม่ดี ทำไม่ดีสักวันนกรรมมันจะสนอง

    #54
    0