ท่านแม่ทัพ...ฮูหยินของท่านคือข้า

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,362 Views

  • 2 Comments

  • 97 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    127

    Overall
    2,362

ตอนที่ 7 : ห่างนานมิพานพบ หากพานพบมิประสพดั่งใจหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

ห่างนานมิพานพบ หากพานพบมิประสพดั่งใจหมาย



ตลาดเหอตง


“น้องห้า”


“พี่ใหญ่”


“ดูสิสาวน้อยของพี่โตขึ้นมากทีเดียว อีกประเดี๋ยวก็จะปักปิ่นแล้วช่างน่าใจหายยิ่งนัก” ซูเหวินซือจับตัวซูชวี่ถานฮวาหันไปมาพร้อมไล่สายตามตรวจสอบไปทั่วร่างของน้องสาว อย่างพินิจพิจารณา


“ปักแล้วอย่างไร ไม่ปักแล้วอย่างไรเจ้าคะ น้องก็ยังคงเป็นน้องพี่ใหญ่เช่นเดิมใช่หรือไม่ หรือจะไล่น้องไปเสียแล้ว” นางดึงสายตากลับมาที่พี่ใหญ่ ฝืนยิ้มอย่างยากลำบากในครแรก แต่พอได้ยินพี่ใหญ่กล่าถึงเรื่องปักปิ่นของนางที่ใหล้จะมาถึงนางก็ใจหายเลยสลัดภาพที่ทำให้ตนเจ็บปวดออกจากสมองน้อยๆ ก่อนกล่าวขึ้นอย่างแง่งอน


“พี่ชายคนนี้นะรึจะไล่เจ้า ไม่มีทางเสียล่ะถ้าเป็นน้องสามน้องสี่ก็ไม่แน่เพราะกลัวน้องพี่จะเป็นสาวเทื่อให้เลี้ยง ฮ่าฮ่าฮ่า”


“ถ้าเช่นนั้นน้องก็คงต้องเกาะพี่ใหญ่ไม่ปล่อยเสียแล้วกระมัง แล้วองค์รัชทายาทมิได้มารับพี่ใหญ่หรือเจ้าคะ?”


“หืม...เพิ่งจะเจอหน้าพี่ที่จากเมืองไปนานแต่ถามถึงบุรุษอื่นเช่นนี้ได้หรือ รึเจ้าชอบพอองค์รัชทายาท?” นี้พี่ใหญ่คงไม่คิดจะให้นางเป็นไทจื่อเฟยหรอกนะ


“โถ่ พี่ใหญ่ไม่กล่าวเช่นนั้นสิเจ้าคะ ก็ปรกติน้องเห็นพี่ใหญ่กับองค์รัชทายาทแทบจะตัวติดกัน เจอพี่ใหญ่เป็นต้องเจออีกคนจะมิให้ถามถึงก็กะไรอยู่นะเจ้าคะ และหากน้องบอกว่าน้องมีบุรุษที่พึงใจอยู่แล้วเล่าเจ้าคะ” นางกอดเข้าที่แขนใหญ่อย่างออดอ้อน เพราะกลัวที่ใหญ่เข้าใจผิด จนลืมไปว่าตนเองมิได้อยู่ในจวน ท้ายประโยคนางจึงพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่คนหูดีเช่นซูเหวินสือมีหรือจะไม่ได้ยิน



“เจ้าว่าเช่นไรนะ บุรุษนั้นเป็นผู้ใด สกุลใด แล้วมีหน้าที่ในแคว้นฉินหรือไม่ เอาอย่างนี้ไปรอพี่ที่จวนเดี๋ยวพี่ต้องเข้าไปที่วังก่อน แล้วพี่จะรีบกลับมากินอาหารฝีมือเจ้าและรอฟังคำตอบ”


“ได้เจ้าค่ะ” นางตอบนอกเหนือจากนี้ได้หรืออย่างไร ก็พี่ใหญ่ถามเองตอบเองไปแล้ว นางก็ทำได้เพียงตอบรับามที่พี่ใหญ่คิดว่าดีแล้วเท่านั้น พี่ใหญ่ดูดีใจกว่านางเองเสียอีก แล้วถ้าหากนางบอกพี่ใหญ่ไปว่าบุรุษที่พึงใจเป็นผู้ใด นาวจะถูกห้ามหรือไม่?


“เด็กดี” ซูเหวินสือลูบผมนางสาวก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังรถม้าในขบวน ในสมองก็ขบคิดหาทางปรึกษาสหายผู้สูงศักดิ์เรื่องของบุรุษที่นางพึงใจด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ต้องหาทางรับมือเอาไว้ก่อนรู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง กุนซือหนุมคิด


“เจ้าว่าอย่างไรนะเหวินสือ น้องน้อยของเราพึงใจบุรุษเช่นนั้นหรือ มันเป็นผู้ใดกัน” รัชทายาทแคว้นฉินได้ยินสหายกล่าวปรึกษาเรื่องคุณหนูห้าสกุลซูก็พลันวางแก้วชาในมือลงทันที


“เอ่อ รัชทายาทนั่นน้องข้ามิใช่น้องพระองค์” นี้รัชทายาทรับเองน้องห้าเป็นน้องสาวตั้งแต่เมือใดกัน เหอะ!


“บ่ะ เจ้านี่นี้ น้องเจ้าก็เป็นเช่นน้องข้า เจ้าก็รู้ว่าข้ายินดีแค่ไหนที่มีนางเป็นน้องสาว” เจ้าคิดจะหวงน้องน้อยเป็นคนเดียวรึ ฝันไปเสียเถอะข้าสนับสนุกนางขนาดนี้อย่างไรนางย่อมเป็นเช่นน้องสาวของข้า


“ข้าคิดว่าเรื่องนี้ข้าต้องไปปรึกษาชินหวางเฟย บางทีพระนางอาจจะรู้ว่าน้องห้าพึงใจบุรุษใด” กล่าวจบซูเหวินสือก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปทันที


“เดี๋ยวสิ เดี๋ยวสหายผู้นี้ใจร้อนจริงๆ รอข้าด้วย”





“ท่านซูกุนซือ ท่านราชครูใหญ่รอท่านอยู่ที่รถม้าแล้วขอรับ” ลูกศิษย์ของทท่านราชครูใหญ่วิ่งมาตามบุตรชายคนโตของตระกูลอย่างเร่งรีบตามถ้อยคำที่ท่านอาจารย์ได้แจ้งแก่เขา


“ท่านพ่อรอกลับจวนพร้อมข้าเช่นนั้นหรือ แล้วที่ข้ากำลังจะทำเล่า โถ่...ท่านพ่อท่านช่างรอข้าผิดเวลานัก” ซูเหวินสือยกมือก้มขมับทั้งสองข้างอย่างกลัดกลุ้ม


“เดี๋ยวเราจะไปพบพระนางให้เอง แล้วจะส่งข่าวให้ด่วนที่สุด เอาหล่ะแล้วเจอกัน” รัชทายาทที่เดินตามมาติดๆ ได้ยินเรื่องทั้งหมดจึงเอ่ยขอเป็นคนสืบเรื่องนี้เอง เพื่อคลายกังวลของสหายสนิท ก่อนจะตบลงบ่าแกร่งสองครั้งแล้วเดินจากไป


“น้อมส่งรัชทายาท”





จวนชินอ๋อง



“แค่ก แค่ก” รัชทายาทสำลักน้ำชาจนหน้าเขียว เมื่อได้ทราบว่าคุณหนูห้าสกุลซูพึงในในบุรุษใด


“องค์รัชทายาทดีขึ้นหรือไม่เพคะ ท่านพี่รีบดูหลานเร็วเข้าสิเพคะ” ชินหวางเฟยรีบถามผู้มีศักดิ์เป็นหลานชาย ก่อนจะเอ่ยตำหนิผู้เป็นสวามีอย่าง ออนใจ


“เจ้านี่น่า ทำตัวเป็นเด็กๆ อยู่ได้ เห็นหรือไม่ว่าทำให้น้าสะใภ้เป็นห่วงแล้ว” ชินอ๋องกล่าวหยอกล้อหลานชายอย่างสนิทสนม เขาพอทราบมาบ้างแล้วว่าน้องสาวของภรรยานั่นพึงใจในท่านแม่ทัพไร้พ่ายมานาน แต่ก็ไม่คิดว่าหลานชายตนจะใฝ่รู้ในเรื่องนี้


“ชินหวางเฟยบอกหม่อมฉันว่า บุรุษที่น้องห้าพึงใจคือท่านแม่ทัพไร้พ่ายเช่นนั้นหรือ” ตายแน่ตายแน่ๆ เหวินสือหาทางรับมือยากเป็นแน่ แต่เจ้าเพียงพอนขาวนั่นสมองเป็นเลิศในแคว้นมิน่าจะเป็นอันใด


“มิผิดเพคะ แล้วที่รัชทายาททรงเป็นกังวลคงไม่คิดจะแต่งน้องห้ามาเป็นไทจื่อเฟยใช่หรือไม่เพคะ”


“ชินหวางเฟย ข้าเห็นน้องห้าเป็นน้องของข้า ข้าดีใจมากในครั้งนั้นที่นางเรียกข้าว่าพี่ฉีเช่นนางเรียกพี่ชายของนาง แต่ที่ข้ากับเหวินสือร้อนใจเป็นเพราะเมื่อเช้าที่ผ่านมานั้น ยามขบวนมาถึงตลาดเหอตงท่านแม่ทัพลงจากหลังม้าเดินไปหาสตรีนางหนึ่ง” รัชทายาทกล่าวในสิ่งได้รู้จากสหายสนิทให้ชินหวางเฟยทราบ


“ตายจริง ห่างนานมิพานพบ หากพานพบมิประสพดั่งใจหมาย ท่านพี่เพคะน้องอยากไปพบน้องห้า” ชินหวางเฟยหลังจากที่ได้ทราบเรื่องก็เป็นกังวลเรื่องน้องสาวของตน จนต้องเอ่ยขอกับชินอ๋องผู้เป็นพระสวามี


“เจ้าส่งเทียบเชิญไปหานางให้เข้ามาพบแล้วิมใช่หรือ” อีกแปดวัน แปดวันนางทนไม่ได้จนต้องไปหาคุณหนูซูเชียวหรือ แล้วเขาจะทนได้อย่างไรที่ร่างน้อยๆ นี้มิได้หลับอยู่ในอ้อมแขน ถึงจะเข้าใจก็เถอะแต่เขาหวง


“หม่อมฉันรู้สึกใจไม่ดีเพคะ ให้หม่อมฉันออกไปหาน้องห้าพร้อมก็ลูกๆ นะเพคะ ให้นางเจอหลานๆ นางอาจจะรู้สึกดีขึ้น” ชินหวางเฟยส่งสายตาให้พระสวามีนางมีหรือจะไม่รู้ว่าพระองค์คิดอย่างไร แต่นางเป็นห่วงน้องห้ายิ่งกว่า กลับมาแล้วค่อยมาง้อก็มิสาย


“เราต้องหาทางรับมือ” ในขณะที่มิได้สนใจรอบๆ ข้างเสียงของรัชทายาทก็ดังขึ้นขัดบทสนทนาของสามีภรรยาเจ้าของตำหนัก


“อย่างไรเพคะ”


“ก่อนอื่นขอข้าส่งสารไปแจ้งสหายก่อน ท่านอาข้าว่าต้องขอราชโองการจากเสด็จพ่อ”


“น้องห้ายังมิปักปิ่นเพคะ”


“ดียิ่ง ดียิ่ง ถ้าเช่นนั้นเราก็สั่งให้ท่นแม่ทัพไปประจำการที่ต่างเมืองเสีย”





เอ่อ รัชทายาทแค้นเคืองท่านแม่ทัพไร้พ่ายด้วยเรื่องอันใดมาก่อนหรือไม่เพคะ’





‘เจ้าหลานตัวดี นี้เจ้ามาพบข้าหรือมาพบหวางเฟยของข้า น่าตายนัก!’






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

0 ความคิดเห็น