ท่านแม่ทัพ...ฮูหยินของท่านคือข้า

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,381 Views

  • 2 Comments

  • 98 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    146

    Overall
    2,381

ตอนที่ 3 : หากสวรรค์ลิขิต 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

บทที่ 2

หากสวรรค์ลิขิต 2

 

 

"คุณหนูจะไปไหนหรือเจ้าคะ" เสี่ยวอิงถามขึ้นหลังฮูหยินผู้เฒ่าเดินจากไป

"ข้าอยากไปศาลาเทียนหวง"

"ศะ ศาลาเทียนหวง รึเจ้าคะ" คุณหนูล้าเล่นหรือไม่?

"อืม" นางตอบเสี่ยวอิงแล้วเดินออกจากหน้าศาลาเทียนเฟิงที่ไหว้พระเมื่อสักครู่ เพื่อไปยังสถานที่ที่นางอยากจะไปสักครั้ง

 

วัดซานอินตั้งอยู่ทางทิศเหนือของแคว้นฉินติดกับเขตเมืองไท่หยวน อยู่บนภูเขาซินเจียงหากจะกล่าวตั้งอยู่กลางระหว่างเขตเมืองหลวงจี้หลินกับเมืองไท่หยวนอย่างละครึ่งก็คงจะมิผิด

ศาลาเทียนหวงตั้งอยู่ลานบนสุดของวัด เป็นจุดสูงสุดของภูเขาซินเจียง เป็นสถานที่ที่คนไม่ค่อยอยากจะขึ้นมากมายนักนอกจากผู้มาแสวงบุญจริง เพราะศษลาเทียนหวงข้นชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์และภูตผีวิญญาณ ทางเดินขึ้นไปยังศาลานั้นเป็นบรรไดทั้งหมดสิบเก้าขั้นก่อนจะถึงลานกว้างที่มีศาลาอยู่ตรงกลาง รอบๆ ลานปกคลุมไปด้วยดอกไม้นานๆ ชนิด แต่ที่เห็นจะมากคือดอกมู่ตานสีเลือด* (ดอกโบตั๋นสีแดงเข้ม) และดอกโม่ลี่* (ดอกมะลิ)

สวยและเงียบสงบ’ เป็นสิ่งที่นางสัมผัสได้ เมื่อเดินขึ้นมาถึงลานกว้างแห่งนี้

เสียงลมพัดทำให้ต้นไม้ตามบริเวณเขาลู่ตามแรงลมคล้ายเต้นรำต้อนรับที่นางมาเยี่ยมชมยิ่งนัก วันนี้ค่อนข้างอากาศเย็นลงมากแล้วถึงแม้เพิ่งจะผ่านฤดูชิวเทียน* (ฤดูใบไม้ร่วง) และเริ่มต้นฤดูตงเทียน* (ฤดูหนาว) หิมะจึงยังไม่ตก เดินผ่านสวนดอกไม้ข้างลานมาสักพักนางสังเกตุเห็นคนสองคนในศาลาเทียนหวง

ถึงจะขึ้นชื่อวามีภูตผีแต่ก็ยังมีคนมาสินะ มิแปลกหรอกทั้งสวยงามและเงียบสงบเช่นนี้ เหมาะแก่การทำสมาธิและฝึกฝนตนเองให้ห่างจากทางโลกยิ่งนัก’

 

เสี่ยวอิงเจ้าเห็นคนอยู่ในศาลาหรือไม่”

เห็นเจ้าค่ะ”

เราเข้าไปนั่งกับเขากัน”

จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู”

 

ดีสินางหนู เข้ามาเถิด” เสียงผู้เฒ่าในศาลาเทียนหวงดังขึ้น

ซูชวี่ถานฮวาและเสี่ยวอิงตกใจกับเสียงที่ตอบกลับมาก นั่นเพราะที่ที่นางยืนอยู่นั้นเป็นเพียงทางเข้าลานห่างจากทางขึ้นเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่เสียงที่ตอบกลับมานั่นดังขึ้นมาจากศาลาเทียนหวงซึ่งศาลาตั้งอยู่ตรงกลาง ระยะทางจากที่ยืนกลับศาลาเป็นไปไม่ได้ว่าคนในศาลาจะได้ยินบทสนทนาที่นางคุยกับสาวใช้ส่วนตัว

หรือว่า...’

 

ข้ากับตาเฒ่ามิใช้ภูตผีหรอกนางหนู เข้ามาเถิดมิต้องกลัวไป” เสียงดังขึ้นอีกครั้งครานี้เป็นเสียงสตรีแต่ค่อนข้างมีอายุแล้ว ดึงให้ซูชวี่ถานฮวาออกจากภวังค์ความคิดของตน

 

คะ คุณหนู จะ เจ้าคะ...” เสี่ยวอิงเอ่ยกับผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ คล้ายจะร้องไห้เต็มแก่

เสี่ยวอิง เจ้าก็เห็นกับตาของเจ้าว่าในศาลาเทียนหวงนั้นเป็นคนมีเลือดเนื้อ เจ้ายังคิดเป็นอย่างอื่นได้อีกรึ”

ตะ แต่ว่า”

ไปกันเถอะ”

 

ข้าซูชวี่ถานฮวา คารวะท่านผู้เฒ่าทั้งสองเจ้าค่ะ”

นั่งลงเถิด ดื่มชาหรือไม่ ชาดอกโม่ลี่เป็นชาดีนะ”

ขณะที่นางนั่งลงตามคำเชิญของผู้เฒ่า แต่ขบคิดหาวิธีที่จะปฏิเสธเรื่องดื่มชา ทว่าผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นต่อเหมือนรับรู้สิ่งที่นางกำลังคิด นางเลยเลือกที่จะไม่ปฏิเสธอีก

ขอบคุณเจ้าค่ะ”

มาทำบุญที่วัดซานอินเพราะความฝันเช่นนั้นหรือนางหนู” ผู้เฒ่าบุรุษเอ่ยถามนางหลังจากนางนั่งลงแล้ว

ใยท่านผู้เฒ่าถึงทราบเจ้าคะ” นางไม่ตอบคำถามนั่น แต่ถามคำถามกลับไป จะไม่ให้นางกังวลได้อย่างไรนอกจากคนที่บ้านมิมีผู้ใดทราบแน่เรื่องที่นางฝัน และเพิ่งจะฝันเมื่อคืนที่ผ่านมา

แล้วเจ้าคิดเห็นเช่นไร” ครานี้เป็นเสียงของผู้เฒ่าสตรี

ท่านทั้งสองเป็นผู้ใดกันแน่เจ้าคะ ข้าแน่ใจว่ามิมีผู้ใดล่วงรู้ในสิ่งที่ข้ามาวัด นอกจากคนในจวน” และเป็นอีกครั้งที่นางไม่ตอบคำถามของผู้เฒ่าทั้งสองที่ผลัดเปลี่ยนกันถามคำถามนาง

นางถามกลับไปทั้งๆ ที่เหงื่อในมือเริ่มชื้นแล้ว แม้จะรู้สึกหวั่นๆ แต่นางอยากรู้คำตอบมากว่าว่าเหตุใดผู้เฒ่าทั้งสองจึงทราบเหตุที่นางต้องมาวัดซานอินในวันนี้

มิต้องกลัว มิมีสิ่งใดให้กลัว ทำใจให้สงบเถิด หากใจเจ้าสงบแล้วข้าจะแจ้งแก่เจ้าเองนางหนู” ผู้เฒ่าบุรุษเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าทำให้นางเลือกที่จะเงียบแทนการถามคำถามออกไปอีกครั้ง

จะไม่ให้เงียงได้อย่างไรกันก็ผู้เฒ่าถามนางหรือบอกแก่นางทุกครั้งนั้น เหมือนเข้ามานั่งอยู่ในความคิดนางก็มิปาน’

 

สิ่งที่เจ้าฝันเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ แต่จักพบอุปสรรคไม่น้อย แต่เจ้าจะผ่านมันไปได้ด้วยสติปัญญาอันฉลาดของเจ้า” ผู้เต่าบุรุษเอ่ย

บุรุษผู้นั้นเขาเป็นเนื้อคู่ของเจ้า หากแต่เขาไปผูกด้ายกับคนอื่นด้วยเช่นกันแต่ด้ายนั้นสั่นนัก เกิดจากอดีตของเขาที่เคยช่วยเหลือนางนั่นเอาไว้” ผู้เฒ่าสตรีเอ่ยตามอีกครั้ง

ลิขิตสวรรค์มิอาจฝ่าฝืนได้ แม้จะพบอุปสรรคขัดขวางพวกเจ้าเพียงใด แต่ก็อาจห้ามสัตย์สัญญาที่พวกเจ้าทั้งสองเคยมีให้การในภพก่อนนี้” หลังยกชาขึ้นดื่มผู้เฒ่าสตรีจึงเอ่ยประโยคขึ้นต่อ

ครองคู่กันมาสามภพสามชาติแล้ว และคงจะครองคู่กันต่อไปในทุกภพทุกชาติ”

 

 

คุณหนู คุณหนูเจ้าค่ะ”

มีอะไรหรือเสี่ยวอิง ข้าคุ...” นางสะดุ้งจากภวังค์ในบทสนทนาที่ผู้เฒ่าทั้งสองบอกกล่าวแก่นาง แต่กำลังจะเอ่ยเตือนสาวใช้ส่วนตัวเรื่องมารยาทแต่กลับไม่พบผู้เฒ่าทั้งสองเสียแล้ว

ผู้เฒ่าทั้งสองเล่าเสี่ยวอิง”

ผู้เฒ่าทั้งสองเดินออกไปนานแล้วเจ้าค่ะ ไปตั้งแต่คุณหนูนั่งลงได้สักพักบ่าวเห็นคุณหนูนั่งเหม่อนานแล้วจึงเรียกเจ้าค่ะ”

ไปนานแล้วเช่นนั้นหรือ” ไปได้อย่างไรกัน ใยข้าถึงมิรู้สึก แล้วเมื่อครู่นี้ข้าคุยอยู่กับผู้ใดกัน

เจ้าค่ะ นี้ปลายยามอุ้ย* (เท่ากับเวลา 13.00-14.59น.) แล้ว คุณหนูจะกลับลงไปยังวัดหรือยังเจ้าคะ”

อืม ไปสิท่านย่าน่าจะสวดมนต์ใกล้เสร็จแล้ว”

 

ข้าเดินขึ้นมายังลานศาลาเทียนหวงในช่วงกลางยามอู่* (เท่ากับเวลา 11.00-12.59) และเดินขึ้นมาถึงลานนี้น่าจะช่วงปลายยามอู่เท่านั้น มิน่าจะใช้เวลาเดินนานถึงครึ่งชั่วยาม น่าจะเพียงแค่หนึ่งเค่อ* (เท่ากับ 15 นาที) แต่ยามนี้ช่วงปลายยามอุ้ยซึ่งหมายถึงนางนั่งอยู่ในศาลาเทียนหวงแห่งนี้เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วยาม* (เท่ากัน 2 ชั่วโมง) เชียวหรือ

 

นั่งจิบชายาวนานถึงหนึ่งชั่วยาม บ้าน่า แล้วผู้เฒ่าทั้งสองเดินจากไปตอนไหน แล้วข้าคุยกับใครกัน? ...

 

ครองคู่กันมาสามภพสามชาติแล้ว และเป็นสวรรค์ลิขิต เขาผู้นั้นเป็นเนื้อคู่ของข้า’

บุรุษผู้นั้นเขาคือใครกัน’

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

0 ความคิดเห็น