ท่านแม่ทัพ...ฮูหยินของท่านคือข้า

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,372 Views

  • 2 Comments

  • 97 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    137

    Overall
    2,372

ตอนที่ 2 : หากสวรรค์ลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    7 ม.ค. 62

บทที่ 1

หากสวรรค์ลิขิต

 

 

"ไม่!" 

เฮือก!! ซูชวี่ถานฮวาลืมตาขึ้นในความมืดก่อนยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้าย ที่ตอนนี้หัวใจเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาข้างนอก เม็ดเหงื่อซึมตามไรผมราวกับว่าอากาศร้อนหนักหนาทั้งที่อยู่ในฤดูตงเทียน*(ฤดูหนาว)

"คุณหนูเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ" สาวใช้คนสนิทที่นอนอยู่หน้าห้องรีบวิ่งเข้ามาหาหลังได้ยินเสียงคุณหนูของนางตะโกนขึ้นกลางดึก

"เสี่ยวอิงข้าฝันร้าย มันน่ากลัวมาก"

"คุณหนูฝันเห็นสิ่งใดกันเจ้าคะ"

"ข้าฝันเห็นงู มันตัวใหญ่น่ากลัวมาก ก่อนมันจะรัดและกินข้า"

 

 

ห้องโถงเรือนใหญ่สกุลซู

 

"หา!! เสี่ยวถานฝันว่าถูกงูรัด" 'ซูหลิงหรง'ตะโกนขึ้นกลางโต๊ะอาหาร หลังได้ยินบทสนทนาระหว่างน้องเล็กและท่านย่าของเขา

แค่ก แค่ก!!  เสียงไอเนื่องจากอาหารติดคอของคนอื่นๆในโต๊ะอาหารเช้านี้ ก่อนหาชาเทดื่มกันมือเป็นระวิง

"เจ้าสาม! รู้ว่าน้องกลัวยังจะเย้าน้องอีกรึ" เสียงเข้มของนายท่านสกุลซู 'ซูหว่านหรง' เอ่ยเตือนบุตรชาย

 

"ไอ้หย๋า! เสี่ยวถานอ่าเสี่ยวถาน มาๆให้ย่าดูหน้าหน่อย ดูสิอดหลับอดนอนจนหมดความงามกันเลยเชียว"ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวพร้อมกวักมือเรียกหลานสาวคนเล็กของบ้านให้เข้ามาหา

"ท่านย่าเจ้าคะ เสี่ยวถานกลัวจริงๆนะเจ้าคะ งูมันตัวใหญ่มากมันกินเสี่ยวถานด้วยเจ้าค่ะ" ซูชวี่ถานฮวาถลึงตาใส่ผู้เป็นพี่ชายก่อนจะลุกจากเก้าอี้ของตนแล้วเดินเข้าไปหาผู้เป็นย่าด้วยท่าทางออดอ้อน

"ข้าแค่ตกใจขอรับท่านพ่อ ใครจะไปคิดว่าเด็กน้อยยังไม่ถึงวัยปักปิ่นจะฝันอันใดเช่นนี้"

"คืออย่างไรเจ้าคะ ที่หมายถึงมิควรฝันเช่นนี้?"ซูชวี่ถานฮวาทำหน้าสงสัยใคร่รู้ถามขึ้นหลังได้ยินพี่สี่บอกว่ามิควรฝันเช่นนี้

'ข้ากำหนดความฝันของตนเองได้หรืออย่างไรกัน หึ'

"หากไม่สบายใจวันนี้ไปวัดซานอินกับย่าดีหรือไม่หืม"

"แม่เห็นด้วยกับท่านย่านะลูก" 'ผิงจางซือ'หรือแม่รอง ซึ่งก็คือมารดาของนางเอ่ยสนับสนุน

"แม่ก็เห็นด้วย ท่านพี่คิดเห็นอย่างไรเจ้าคะ" 'เหวินเมี่ยวอิง' หรือแม่ใหญ่ เอ่ยอีกคนและหันไปถามความคิดเห็นของสามีเพิ่มอีกทาง

"ทั้งท่านแม่และน้องหญิงทั้งสองออกหน้าให้แล้วนี่พี่ขัดได้อีกรึ?!"

"ปะไปกินอาหารก่อน เราจะได้เตรียมตัวไปวัดกัน"ฮูหยินผู้เฒ่าตัดบทสนทนาลงทันทีหลังได้ฟังบทสรุปของลูกชายและลูกสะใภ้ทั้งสอง 

"เจ้าค่ะ"

'ดูเหมือนทุกคนไม่ต้องการให้ข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าฝันคืออันใดสินะ'

 

ตระกูลของข้าเป็นตระกูลสายหลักเพราะท่านพ่อเป็นบุตรชายคนโตและเป็นบุตรที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ แต่หลังจากที่ท่านพ่อได้รับตำแหน่งท่านราชครูใหญ่ฮ่องเต้ก็ทรงพระราชทานจวนแห่งนี้ให้เป็นรางวัลเมื่อสิบปีที่แล้ว ท่านพ่อ ท่านย่า ท่านแม่ทั้งสอง และพวกเราพี่น้องจึงย้ายออกมาจากบ้านเก่าของตระกูลซูตั้งแต่นั่นเป็นต้นมา

บิดาของข้ามีนามว่า ซูหว่านหรง เป็นราชครูใหญ่ของสำนักศึกษาราชวงศ์ มีภรรยาสองคนคือท่านแม่ใหญ่ เหวินเมี่ยวอิง จากสกุลเหวิน และ ท่านแม่รอง ผิงจางซือ จากสกุลผิง

ข้ามีพี่น้องทั้งหมดห้าคนรวมตัวข้าในนั้น พี่ชายใหญ่และข้าเป็นพี่น้องท้องเดียวกันบุตรของท่านแม่ ส่วนพี่หญิง พี่ชายสาม และพี่ชายสี่ เป็นบุตรของท่านแม่ใหญ่

ข้าเป็นบุตรสาวคนเล็กของบ้านที่หลงมา อืม...ใช่แล้วหลงมาเพราะข้าเกิดห่างจากคนอื่นๆ หลายปีทีเดียวห่างจากพี่สี่ ถึงห้าปี

สนิทที่สุดในบ้านคือพี่หญิงแต่พี่หญิงแต่งออกไปให้ชินอ๋องได้สี่ปีแล้วตอนนี้มีซาลาเปาน้อยสองคนน่ารักน่าหยิกมากเชียว

หลังจากที่พี่หญิงแต่งออกไปชีวิตข้าก็หงอยเหงาและลำบากมาก ใช่ลำบากมาก!! เพราะข้าถูกท่านพ่อบังคับเรียนอะไรต่อมิอะไรเยอะไปหมด เมื่อก่อนมองแต่พี่หญิงเพราะข้ามิคิดสนใจจะร่ำเรียนศาสตร์แขนงนี้แต่แรก

จะอะไรอีกเล่าก็ พิณ โคลงกรอน วาดภาพ กิริยามารยาท ต่างๆนะสิ มันก็ดีกับตัวข้าอยู่หนอกนะเพียงแต่ว่าข้าไม่สนใจก็เท่านั่น

สิ่งที่ข้าสนใจนะรึ ก็ภูมิประเทศอย่างไรเล่า ใช้แล้วทุกคนในบ้านบอกว่าข้าเหมือนท่านพ่อมากข้าสนใจหนังสือ วิชา ความรู้อื่นๆที่สตรีเขามิค่อยร่ำเรียนกันเนื่องจากมิค่อยได้ใช้หลังแต่งงานออกจากบ้านไป

ข้ามิได้อยากเป็นอาจารย์เช่นท่านพ่อหรอกนะ ข้าอยากเดินทางท่องเทียวมากกว่า อยากเห็นภููมิประเทศจริงที่มิใช้ศึกษาเพียงในตำราเท่านั้น ร่ำเรียนมาไม่เห็นของจริงก็ไม่เสียเปล่าหรืออย่างไร แต่ข้าก็ได้เพียงแต่คิดเท่านั้น เพราะขนาดจะออกจากจวนได้แต่ละทีข้าแทบจุดธุปอ้อนวรบรรพบุรุษดลจิตดลใจให้ท่านพ่ออนุญาต!!  

'เช่นเดียวกันกับตอนนี้ไง นี้ข้าเพียงไปวัดนะ ข้ามิอยากคิดหากข้าอยากออกไปเที่ยวเล่นตลาดเช่นคุณหนูตระกูลอื่น'

 

 

วัดซานอิน 

 

วัดซานอินเป็นวัดที่อยู่ทางทิศเหนือของแคว้นฉินจากจวนมาวัดใช้เวลาเดินทางราวชั่วยามกว่าๆ นั่งรถม้าจนเวียนหัว

อาภรณ์ที่ข้าเปลี่ยนออกจากจวรมานั้นเป็นอาภรณ์สีขาวสว่างทั้งชุดปลายแขนเสื้อปักลายดอกดอกเหมยสีชมพูสวยงามตัดกันกับผ้าคาดเอวสีชมพูปักดิ้นเงินลายดอกเหมยเช่นกันส่วรชายกระโปรงนั้นถูกปักด้วยลายนกกรพเรียงสีน้ำตาลที่บินลอยอยู่บนเมฆสีครามน่ามอง ทรงผมเกล้าขึ้นเป็นทรงเมฆลอยประดับด้วยปิ่นดอกมู่ตาน*(ดอกโบตั๋น) ช่อน้อยๆ ปอยผมที่เหลือทิ้งให้ราบตามแผ่นหลัง

ใบหน้าถูกแต่งแต้มแต่พองามไม่เกินวัยแต่อย่างใดด้วยตัวข้าไม่ชอบแต่งหน้าแบบเล่นงิ้วเช่นคุณหนูตระกูลอื่นนัก ไม่ใคร่อยากแต่งหน้าด้วยซ้ำหนากมิได้ออกจากจวน

"ย่าจะเจ้าไปสวดมนต์ เจ้าจะไปกับย่าหรือไม่" ฮูหยินผู้เฒ่าหันหน้ามาถามหลายสาวคนเล็กหลังจุดธุปขอพรเรียบร้อย

"เสี่ยวถานคงหลับก่อนสวนมนต์จบแน่เจ้าค่ะ"

ได้ยินเช่นนั้นฮูหยินผู้เฒ่าเพียงยกยิ้มงามแต้มใบหน้า มิคิดจะต่อว่าหลานสาวแต่อย่างใด ก็จะให้นางต่อว่าเช่นไรได้หลานสาวขอนางผู้นี้หาได้เหมือนซูชินหวางเฟยหลานอีกคนนั่นเสียเมื่อใด นางชอบอ่านตำรางศึกษาเรื่องต่างๆอย่างใคร่รู้แต่มิถูกกันกับการสวนมนต์นัก

"ถ้าเช่นนั้นก็เดินเล่นรอย่าอยู่ภายในวัด อย่าไปเล่นซนเข้าใจหรือไม่"

"เจ้าค่ะ"

 

"คุณหนูจะไปไหนหรือเจ้าคะ"

"ข้าอยากไปศาลาเทียนหวง"

"ศะ ศาลาเทียนหวง รึเจ้าคะ"

"อืม" 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

0 ความคิดเห็น