ถ้าผมรักพี่สาวจะผิดไหม

ตอนที่ 17 : ความในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 มี.ค. 60

Chanyeol part

วันนี้เป็นวันแข่งแบตมินตันนัดล้างตาของเซฮุน และแน่นอนครับผมต้องมาให้กำลังใจไอเกรียนของผม ยังไม่ทันลงแข่งไอเกรียนนี่ก็มีสีหน้ามั่นใจมากว่าจะชนะ ก็แน่หล่ะ กำลังเยอะซะขนาดนี้  บรรดาแฟนคลับนั่งกันเต็มสแตนเชียร์ ผม พี่ซูโฮ พร้อมด้วยนักแบตเกือบทั้งสโมสร และที่สำคัญ

'กำลังใจ' สำคัญของเค้าก็ยังนั่งอยู่ข้างๆไคเพื่อนสนิทของเซฮุน'

**เด็กนั่นคงสำคัญกับเธอมากสินะ**

'จะไปแข่งแล้ว ขอกำลังใจหน่อยสิ'

'อะไรอีกหล่ะเด็กบ้า กำลังใจออกจะเยอะแยะ'

'มันไม่เหมือนกันนี่'

'สู้ๆนะเกรียนน้อย'

'ก็แค่นั้น มัดจำไว้ก่อนนะเดี๋ยวแข่งชนะแล้วจะมาเอารางวัลใหญ่5555'

ผมมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวด มือของเซฮุนที่เอื้อมไปบีบแก้มสาวน้อยเบาๆ เหมือนเค้าเอามือมาบีบหัวใจผมอย่างแรง เจ็บจนแทบจะทนไม่ได้ ที่เห็นภาพนั้นต่อหน้าต่อตา ผมเบือนหน้าหนีในขณะที่ผมตั้งหน้าตั้งตาซ้อมแบต เซฮุนคงเอาเวลาไปทำคะแนนให้อึนจีสินะ ผิดที่ผมเองแหละ ที่คิดช้าไป คิดไปเองว่าถ้าผมแข่งชนะ ผมกลับไปเป็นแชมป์เอเชียคนเดิม

ผมคงมีค่าพอที่ทำให้เธอหันมามองบ้าง แต่ยังไม่ทันได้พิสูจน์ มันก้คงสายไปแล้ว ไอเด็กนั่น  มันตัดหน้าผมไปแล้ว ทำไมอึนจีไม่เคยมองผมบ้าง ทั้งๆที่เราอยู่ใกล้กันมาก ใกล้กันมากเกินไปด้วยซ้ำ ใกล้จนเธอมองข้ามผมไป

"หน้าเครียดจัง เซฮุนชนะอยู่แล้วหน่าไม่ต้องห่วงหรอก"

พี่ซูโฮตบบ่าผมเบาๆ คงจะคิดว่าผมเครียดเรื่องน้องพี่สินะ แต่ก็ใช่แหละผมเครียดเรื่องเซฮุนแต่มันไม่เกี่ยวกับการแข่งขันตอนนี้เลย

"ผมรู้ๆ คนอย่างโอเซฮุน ไม่เคยแพ้ใครหรอก" ผมได้แต่ยิ้มฝืนๆให้พี่ซูโฮ

"งั้นก้คงเครียดเรื่องก่อนลงสนามสินะ"

พี่ซูโฮมองไปทางอึนจี ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เซฮุนคงแนะนำว่าที่น้องสะใภ้เรียบร้อยแล้วสินะ

"ก้ประมาณนั้นมั้งครับ"

"ทำไมไม่ไปนั่งด้วยกันหล่ะ"

"เค้ามากับเพื่อนเค้า ผมไม่กวนดีกว่า"

"เราก้เพื่อนเค้านี่ ได้ข่าวว่าเพื่อนสนิทด้วย"

'เพื่อนสนิท' เพื่อนสนิทหรอ??? จะว่าไปช่วงนี้ผมแทบไม่ได้คุยกับเธอเลย เอาแต่ซ้อมๆๆๆๆ

ไม่มีเวลาอยู่ด้วยเหมือนแต่ก่อน

"ช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยอ่ะ ผมซ้อมหนัก"

"หือออ ทำไมหล่ะ ไม่คุยแบบนี้ เซฮุนมันก้ทำคะแนนนำไปเลยสิ"

จริงสินะ ผมไม่น่ามองข้ามข้อนี้ไปตั้งแต่แรกเลย

"ผมก้แค่อยากได้ตำแหน่งคืน เผื่อว่าเค้าจะหันมามองผมบ้าง"

"คิดผิดแล้วไอ้ชาน ยิ่งแกไม่คุยกับเค้า ก็ยิ่งห่างเหินกันนะ"

ก้ดีนะ ห่างกันบ้างก้ดี ความใกล้ชิดอาจทำให้เธอมองข้ามผมไป บางทีถ้าเราห่างกันบ้าง มันอาจจะพอดีทำให้เธอมองเห็นผมบ้างก้ได้

"ถึงพี่จะเห็นว่าน้องอึนจีเค้าน่ารัก อยากได้เป็นน้องสะใภ้แค่ไหนก้ตาม แต่ในเมื่อแกยังมีโอกาสอย่าปล่อยให้ผู้หญิงน่ารักแบบนี้หลุดมือไปนะ"

"หืออออ" ผมมองหน้าพี่ซูโฮด้วยความไม่เข้าใจ

"ชานชอบอึนจีมานานแล้วนะ บอกเค้าไปเถอะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอก พี่ไม่อยากพูดให้ชานเสียใจนะ แต่อึนจีหน่ะชอบไอเกรียนเข้าแล้วหล่ะ"

คำพูดของพี่ซูโฮ ทำเอาผมแทบใจสลาย แต่ก้คงต้องยอมรับความจริง ถ้าไม่ชอบ คงไม่มาเชียร์ติดขอบสนามแบบนี้หรอกนะ เอาวะ เป็นงัยเป็นกัน วันนี้คงถึงเวลาต้องบอกแล้วสินะ ก่อนที่ผมจะไม่มีโอกาสได้บอก

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เสียงเชียร์ดังกึกก้อง เป็นสัญญาณว่า เซฮุน  ชนะแล้ว ผมยิ้มมุมปากด้วยความภูมิใจ น้องชายผมชนะขาดลอย ดีใจด้วยจริงๆ ผมยกนิ้วโป้ง แล้วยิ้มกว้างในเด็กน้อยในสนาม ความดีใจเข้ามาแทนที่ จนแทบจะลืมความเจ็บปวดเมื่อครู่ เซฮุนยิ้มตอบผมก่อนจะรีบวิ่งไปรับเหรียญรางวัล

.

.

.

ทีนี้  ก้ถึงตาผมแล้วสินะ

.

.

.

ถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้รับรู้ความในใจที่ผมเก็บไว้ตลอด

.

.

.

กึก!!!!!!

.

.

.

ผมชะงักฝีเท้าลงกะทันหันทั้งๆที่ผมเกือบจะเดินไปถึงตัวอึนจีแล้ว ปลายจมูกโด่งของเซฮุนสัมผัสกับแก้มนุ่มนิ่มที่ผมอยากครอบครองมานานนับปี ผมมาช้าไป อีกแค่ไม่กี่ก้าว เซฮุนฉวยโอกาสนั้นไปต่อหน้าต่อตา ผมเบือนหน้าหนีให้กับภาพบาดตารอบที่สอง ความเจ็บปวดที่หายไปเมื่อครู่ถาดถมเข้ามาอีกครั้ง พลันสายตาเหลือบไป เห็นพี่ซูโฮที่อยู่ไม่ไกล พี่ซูโฮมองผมด้วยแววตาสงสารครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มให้กำลังใจราวกับจะบอกให้ผม สารภาพความในใจเดี๊ยวนี้เลย ผมพยักหน้าแล้วหันกลับไปทิศทางเดิม เซฮุนไม่อยู่แล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงโดนกองทัพนักข่าวรุมสัมภาษณ์อยู่

"ชาน แกมาด้วยหรอ??"

เสียงแหลมๆที่คุ้นโสตประสาทดังขึ้น พร้อมกับผู้หญิงสุดเปรี้ยวแห่งยุค

"อืม จีหล่ะ"

"อยู่นี่" อึนจีตอบเสียงเรียบๆ ผมมองแก้มน้อยๆของเธอด้วยความเสียดาย สีแดงจัดยังคงแต่งแต้มอยู่บนแก้มใสของเธอ ภาพจมูกโด่งที่สัมผัสลงบนแก้มของเธออย่างจงใจย้อนกลับเข้ามาในสมองของผมอีกครั้ง

"คุยด้วยหน่อยสิ"

"มีเวลาคุยกับฉันแล้วหรอ?" คำถามของเธอเสียดแทงเข้าไปในหัวใจผมอย่างจังไม่ผิดจากที่พี่เคนจิพูดสักนิด ความห่างเหินระหว่างเราเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคือ ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง

"อย่าประชดสิ" ให้ตายเหอะ อย่าเย็นชาแบบนี้ได้มั้ย แค่นี้หัวใจฉันก้บอบช้ำมากพอแล้วนะ

"มีอะไรก้รีบๆพูดมา ทำไมต้องทำเป็นมีความลับอะไรด้วย"สาวน้อยยืนกอดอกนิ่ง ด้วยแววตาไม่พอใจ หลังจากที่จำใจยอมให้ผมลากมาที่ทางหนีไฟ

"ขอโทษนะ"

"เรื่อง??"

"ที่ฉันหายไป"

"เหอะ นายสำคัญตัวผิดไปป๊ะ"สาวน้อยเริ่มขึ้นเสียง ทำเอาผมเบาใจไปเยอะ อย่างน้อยๆผมก้สำคัญพอที่ทำให้เธอโมโหได้แล้วกัน

"คือ จริงๆฉันมีเรื่องจะบอกเธอ เธอจะฟังฉันได้มั้ย?"

"ลากฉันมาขนาดนี้ คำอนุญาติฉันยังจำเปนอยู่อีกหรอ??"แต่ละคำที่เธอพูดด้วยความโกรธและน้อยใจแรงๆทั้งนั้น แต่ผมก้ยังรู้สึกดีที่เธอยังพูดด้วย

"โอเค คือ ช่วงนี้ฉันหายไป เพราะฉันซ้อมแบตหนักมาก เพราะฉันจะมาทวงตำแหน่งฉันคืน"

"ก้แล้วแต่นาย ถ้านายเห็นตำแหน่งสำคัญขนาดนั้น" คำก้ประชด สองคำก้แดกดัน

"แล้วเธอรู้รึเปล่าหล่ะว่าทำไมมันถึงสำคัญกับฉัน ฉันถึงต้องทำทุกอย่างให้ได้มันกลับมาทั้งๆที่ฉันเป็นคนทิ้งมันไปเอง"

"ฉันไม่รู้"

"งั้นก้รู้ไว้ซะ ว่าเป็นเพราะเธอ" ผมกลั้นใจพูดออกไป

"ห๊ะ!!"

"เธอฟังให้จบนะ ฉันคงมีโอกาสพูดครั้งเดียว"

.

.

.

"เธอเคยรู้มั้ยว่าผู้ชายคนนึงที่อยู่ข้างเธอมาตลอด คอยดุแลเธอแทบทุกฝีก้าว ตามใจเธอแทบทุกอย่าง หวังดี เป็นห่วงเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าผู้ชายคนนั้นเค้าจะปากหมา ทั้งแกล้งเธอแรงๆเล่นกับเธอแรงๆ ไม่แสดงออกว่าเค้าห่วงใยเธอมากแค่ไหน เธอรู้มั้ยเพราะอะไร?"

.

.

.

"เพราะเค้า รักเธอมากยังงัยหล่ะ"

.

.

.

"ทั้งๆที่เค้ารักเธอมาก แต่เค้าพูดไม่ได้ เพราะคำว่าเพื่อนสนิทมันค้ำคอ เค้ากลัวว่าถ้าเค้าพูดมันออกไป เธอจะไม่คุยกับเค้า"

.

.

.

"เธอรู้มั้ยว่าคำพูดของเธอ มีความหมายกับเค้ามากแค่ไหน เธอรู้มั้ยทุกการกระทำของเธอทำให้เค้าคิดไปไกลแค่ไหน เธอรู้มั้ยว่าแค่รอยยิ้มของเธอเค้ารู้สึกดีแค่ไหนที่ได้เห็น เธอรู้มั้ยว่าเวลาเธอเศร้าเค้าเศร้ากว่าเธอไม่รู้กี่เท่า ทุกครั้งที่เค้าเห็นน้ำตาเธอเค้าอยากจะเข้าไปกอดและเช็ดน้ำตาให้แทบตาย แต่เธอรู้อะไรมั้ย เค้าทำแบบนั้นไม่ได้ ก้เหตุผลเดิมนั่นแหละ คำว่า เพื่อน คำเดียว"

.

.

.

"เธอก้คงไม่รุ้อีกนั่นแหละว่าตอนที่เค้าเห็นว่าเธอมีความสุขกับเด็กคนนั้น เค้าช้ำใจมากแค่ไหน"

.

.

.

"แต่วันนี้เธอต้องรู้แล้ว ว่าผู้ชายคนนั้นเค้ารู้สึกกับเธอยังงัย เธอต้องรู้แล้วว่าผู้ชายคนนั้นคือฉัน"

.

.

.

"ฉันรักเธอนะอึนจี"

.

.

.

ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากเธอ เธอมองหน้าผมนิ่งมีเพียงน้ำตาที่เอ่อล้นออกจากนัยตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยที่ผมหลงใหล

.

.

.

"ทำไม....ทำไมมาบอกเอาตอนนี้" สาวน้อยถามผมทั้งน้ำตา เธอคงไม่รู้ว่าน้ำตาของเธอทำให้ผมเจ็บขนาดไหน

.

.

.

"ทำไมนายรีบบอกฉัน"

.

.

.

"มันสายไปแล้วชาน ขอโทษนะ" ผมเงยหน้ามาสบตาเธอ รอฟังคำตอบให้แน่ชัด

.

.


.

"ฉันเลิกชอบนายไปแล้ว"

"ว่างัยนะ"ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ 'ฉันเลิกชอบนายไปแล้ว' หมายความว่าเธอก้คิดเหมือน

"เออ ฉันก้เคยชอบนาย จบมั้ย" สาวน้อยผลักอกผมอย่างขัดใจ น้ำตาและเสียงสะอื้นของเธอทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะดึงเธอเข้ามากอด อ้อมกอดที่โหยหามานาน เธอกอดตอบผมอย่างไม่ลังเล

"ฮึกกก นายมันบ้า ฮือออออๆ"

"ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง ฉันขอโทษ"   ผมลูบหลังเธออย่างถนุถนอม

"เราเปนเพื่อนกันเหมือนเดิมนะ"

"อื้อ ระหว่างเราจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไป"

.

.

.

.

 

 

"เห้อ ไอโย่งเอ๊ย กว่าจะยอมพูดยัยจีมีเด็กใหม่ไปล้ะ" โบมีพูดเบาๆกับตัวเอง พลางยิ้มด้วยความสงสารเพื่อนหนุ่มแอบสงสารพ่อโยดาเบาๆ แต่ยังงัยอึนจีก้เปนของน้องโทโมะอยู่ดี คริคริ ส่วนพี่โบม น้องไคฝากถามว่า อยากมีเด้กเหมือนพี่อึนจีมั้ยคะ5555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

29 ความคิดเห็น