[ChaeLisa] My Baby Doll ยัยตุ๊กตาของฉัน! [Lisa X Rosè]

ตอนที่ 2 : ตอนที 2 : ศัตรู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62


B
E
R
L
I
N

Chapter 2

ศัตรู







       









        12:40 น.
        เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน


         "ถ้าวางกำลังตรงนี้มากเกินไปจะทำให้พวกหมาตำรวจสงสัยเราได้" หญิงสาวที่มีใบหน้าคมสวยว่าเสียงเครียด  ด้านหน้าของเธอยังมีพี่ชายและเหล่า'วูเฟอร์'อีกกว่าร้อยชีวิต วูเฟอร์คือกองกำลังพิเศษที่คอยปกป้องตระกูลเชียงเหมิงของสองทั้งพี่น้อง  ตอนนี้ทุกคนกำลังปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับเรื่องของศัตรู
        "เพโทรลรายงานว่าทางฝั่งนั้นจะขอเจรจาโดยสันติ" จองกุกผู้เป็นพี่ชายของ 'เชียงเหมิง เฟยหง' หรือลิซ่า กล่าวขึ้นบ้างหลังจากที่เริ่มประเด็นขึ้น
        "หึ โดยสันติงั้นหรอ ตระกูลปาร์คไม่เคยขอเจรจาแบบสันติกับเรา เราเคยเสียวูฟให้พวกมันหลายสิบคนเพราะแผนชั่วๆของพวกมัน" เชียงเหมิง เฟยหง หรือลิซ่าพูดขึ้นอย่างโมโห 
        "แต่ทุกครั้งที่มีการพบปะวูฟฝ่ายเรามักเริ่มก่อนเสมอ" เชียงเหมิง ชางกูว หรือจองกุกเอ่ยขึ้น ถึงเขาและตระกูลเชียงเหมิงจะจงเกลียดจงชังตระกูลปาร์คมากขนาดไหน แต่การเจรจาโดยสันติวิธีเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด และที่สำคัญคนของเราจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้นหากไร้การต่อสู้และการประทะ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคำว่าสันติคงจะไม่เคยเกิดขึ้นกับตระกูลปาร์คและตระกูลเชียงเหมิงเลย
        "แล้วจะเราทำยังไงต่อไป จะยอมเล่นตามแผนของพวกมันหรอครับ" ฮัน จียอง มือขวาของเชียงเหมิงชางกูวเอ่ยแทรกขึ้น
        "ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไปทางฝั่งเราก็ต้องเตรียมกำลังวูฟไว้เหมือนกันเพราะเราไม่รู้หรอกว่าพวกมันจะมาไม้ไหน" 
        "ฝั่งนั้นจะเจรจาเรื่องอะไรบ้าง" ลิซ่าเป็นฝ่ายถามขึ้นอีกครั้ง
        "ค้าอาวุธ...นำเข้าไม้ที่ไทย...แล้วก็เรื่องสันติภาพระหว่างเรากับพวกมัน" จองกุกว่าเสียงเจ้าเล่ห์ เขารู้ว่าตระกูลปาร์คไม่เคยมาดีแน่ ตระกูลของเขาและตระกูลปาร์คจะติดต่อกันก็แค่เรื่องของธุรกิจซื้อขายเท่านั้น ไม่มีการโกง ไม่มีคำว่าหักหลังในเรื่องธุรกิจ แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลก็ไม่เกี่ยวกัน คู่ค้าหลายประเทศต่างสยสัยว่าทำไมทั้งสองตระกูลถึงยอมญาติดีกันในเรื่องค้าขายแต่ในเรื่องความสัมพันธ์อันดีระหว่างคู่ค้ากลับไม่มีให้กันแม้แต่นิด ก็เพราะว่าถึงจะไม่ยอมญาติดีกันขนาดไหนแต่อย่างไรซะตระกูลของเขาก็เสียอย่างได้อย่าง หากไม่มีคู่ค้าอย่างตระกูลปาร์คธุรกิจของเขาก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างสะดวก และตระกูลปาร์คก็เช่นกันหากไม่มีคู่ค้าอย่างเชียงเหมิงการดำเนินธุรกิจในฮ่องกงก็ย่อมจะเป็นไปได้ยากเพราะเป็นคู่ค้ากันมานาน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ต้องยอมอ่อนข้อให้กันแค่เรื่องธุรกิจเท่านั้น ส่วนเรื่องส่วนตัวหากไม่มีฝ่ายไหนสูญเสียกันไปข้าง เขาก็จะไม่มีวันเลิกราง่ายๆแน่นอน
        "เกิดมาเพิ่งเคยเห็นใครหน้าด้านหน้าทนถึงขนาดนี้" ลิซ่าทุบโต๊ะดังลั่นด้วยความโมโห เธอเคียดแค้นตระกูลปาร์คมาตั้งแต่ตอนก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งรองประธานบริษัทของเชียงเหมิงเสียอีก 
        "พี่จะไม่ปล่อยให้มันลอยหน้าลอยตาได้นานนักหรอก เกมนี้มันต้องมีคนแพ้" จองกุกกรอกตามองน้องสาวร่วมบิดาที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือ เขารักน้องสาวมาก ความจริงเขาแทบไม่อยากจะให้น้องสาวเข้ามาพัวพันกับเรื่องรบราฆ่าฟันเลย แต่เจ้าน้องสาวหัวดื้อก็ยังยืนกรานว่าอยากเข้ามาร่วมสู้ด้วยกัน เขาเองก็ขัดไม่ได้ ลิซ่าเป็นพวกชอบเรื่องท้าทายกล้าได้กล้าเสีย และยอมรับในผลที่จะตามมานี่คือคุณสมบัติของตระกูลเชียงเหมิงที่พึงมี
         "วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เวลาเดิมเราจะมีการประชุมอีกครั้งแต่คราวนี้เราจะเรียกเพโทรลกับวูฟหลักเข้าร่วมด้วย" 
         "หืม....เพโทรลมีหน้าที่แค่ตามสืบแล้วทำไมถึงต้องร่วมแผน" เชียงเหมิงเฟยหงขมวดคิ้วแน่น เธอสงสัยว่าพี่ชายจะดึงเพโทรลที่เป็นเหล่าสายสืบของตระกูลมาร่วมประชุมแผนด้วยทำไม
        "การจะทำงานสำเร็จได้มันต้องเริ่มจากคำว่ารอบคอบก่อน การที่เราจะโจมตีฝั่งนั้นได้ง่ายขึ้นคือเราต้องรัดกุมกับทุกสิ่ง"
        "................"
        "คราวนี้เราจะเปลี่ยนแผน เพโทรลจะเป็นตัวล่อพวกมัน" 




...


        "โรเซ่ เธอทำอะไรอยู่พี่เข้าไปได้ไหม" 

        "ได้ค่ะ ฉันกำลังจะออกไปพอดีเลย" โรเซ่รีบวิ่งมาเปิดประตูให้กับหัวหน้าแม่บ้านอายุน้อยอย่างพี่ซาอิน

        "มีอะไรหรือคะ" 

        "ว่าจะให้เธอลงไปเอาของว่างเข้าไปเสิร์ฟให้พวกวูฟที่ซ้อมอยู่ลานด้านหลังหน่อยน่ะ พอดีว่าคนอื่นๆเอาเข้าไปเสิร์ฟในห้องประชุมใหญ่" 

        "วูฟ? ใครหรอคะ" โรเซ่ขมวดคิ้วสงสัย ใครคือวูฟ แล้วที่นี่มีลานอะไรนั่นด้วยหรออยู่ที่นี่มาสองอาทิตย์แล้วเธอยังไม่รู้เลยว่าที่นี่กว้างขนาดไหนและมีลานซ้อมอะไรนั่นด้วย

        "วูฟก็คล้ายๆการ์ดของที่นี่แหล่ะ คอยคุ้มกันคนของที่นี่" 

        "พึ่งรู้นะคะเนี่ยว่าการ์ดที่นี่มีชื่อเรียกด้วย" โรเซ่เกาหัวแกรกๆ มีแต่เรื่องอะไรที่น่าซับซ้อนและพิศวงเสมอเลยบ้านหลังนี้

        "เดี๋ยวได้รู้เยอะกว่านี้แน่ แล้วก็ไม่ต้องกลัวพวกวูฟหรอกนะ พวกนั้นน่ะไม่มีสิทธิ์แตะต้องคนในบ้านนี้หากท่านไม่อนุญาต" พี่ซาอินพูดกันไว้เหมือนรู้ว่าเธอจะกลัวล่วงหน้า

        "แม้แต่คนใช้ใช่ไหมคะ" 

        "ย้ำว่าทุกคน" พี่ซาอินว่าจบก็เดินกลับไปทำงานต่อ ส่วนเจ้าตัวก็รีบวิ่งตามลงไปด้านล่างเพื่อทำหน้าที่นำของว่างไปเสิร์ฟเหล่าวูฟตามคำสั่งของพี่ซาอิน


        ตอนนี้โรเซ่อยู่หน้าประตูที่ทำขึ้นจากเหล็กที่เป็นกรงด้านนอกด้านในมีแผ่นเหล็กหนาทับอีกชั้นหนึ่ง ยืนรอให้คนที่เฝ้าหน้าประตูเปิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข็นรถที่บรรจุถุงอาหารว่างที่มีพวกอาหารเสิรมและน้ำแร่ต่างๆมากมายมาด้วยอีกสองถุงใหญ่ เมื่อเข้ามาถึงก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก็จะไม่ให้กลัวได้อย่างไรในเมื่อด้านหน้าของเธอมีแต่ชายฉกรรจ์ที่ถอดเสื้อเหงื่อเยิ้มย้อยกันทุกคน และเท่าที่มองดูคร่าวๆแล้วเหล่าวูฟก็คงจะมีไม่ต่ำกว่าสามร้อยชีวิตแน่นอน โรเซ่ถึงกับไปไม่เป็นก็เล่นจ้องกันซะขนาดนี้ การเป็นจุดรวมสายตาของดวงตาอีกสามร้อยคู่ไม่ใช่เรื่องตลก

        "ข...ของ....ว่างคะ...ค่ะ" การพูดติดๆขัดของเธอดูน่ารักสำหรับชายฉกรรจ์ทั้งสามร้อยกว่าชีวิตไปเสียแล้ว ชายหนุ่มทุกคนเดินต่อแถวเข้ามารับของว่างจากมือเธออย่างเป็นระเบียบ โรเซ่รู้สึกชื่นชมคนเหล่านี้มากๆ จากตอนแรกที่คิดว่าจะรอดออกไปจากที่นี่หรือเปล่าแต่เธอกลับคิดผิด วูฟคงไม่ได้ถูกฝึกมาแค่การต่อสู้แต่คงจะมีเรื่องมารยาทและการประพฤติร่วมด้วยเพราะเท่าที่ดูโดยรวมแล้วยังไม่มีใครมองเธอด้วยแววตาอื่นนอกจากสายตาที่เป็นมิตรเลยสักคน จะว่าไปลูกน้องก็ยังดีกว่าเจ้านายเสียอีกที่วันๆเอาแต่แกล้งและชอบชักสีหน้าใส่เธออยู่บ่อยครั้ง

        "ทานให้อร่อยนะคะ สู้ๆนะ" สำเนียงภาษาจีนของโรเซ่ทำเอาทุกคนถึงกับต้องยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เพราะนอกจากจะสวยแล้วยังน่ารักมากๆอีก

        


        "เป็นอย่างไรบ้าง" พี่ซาอินถามหลังจากที่โรเซ่นำรถเข็นไปเก็บแล้วเดินเข้ามาในครัว

        "ก็ดีค่ะ ทุกคนน่ารักมากเลยไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด" โรเซ่ยิ้มหวานให้กับพี่ซาอินที่ทำหน้าใจดีให้เธออยู่แล้ว

        "เห็นไหมหล่ะ ไม่ได้กลัวเสมอไปหรอก อ้อ..ฉันลืมบอกกฎอีกข้อของที่นี่ไปเสียสนิดเลย" พี่ซาอินตาโตแล้วหันมามองหน้าโรเซ่

        "อะไรหรือคะ?"

        "ชอบวูฟคนไหนบ้างหรือเปล่า" พี่ซาอินถามเสียงเบาจนแทบจะกระซิบ

        "หมายความไงคะ" โรเซ่ยิ่งงงไปใหญ่ อะไรคือการมาถามว่าชอบใครไหม

        "ถ้าชอบพอกับคนไหนก็เตรียมเก็บของไปอยู่ที่อื่นได้เลย เพราะกฎอีกข้อของที่นี่ที่กำลังจะบอกคือ ห้ามวูฟคนใดมีความสัมพัธ์เชิงชู้สาวกับแม่บ้านที่นี่แม้แต่คนเดียว หากถูกจับได้จะถูกไล่ออกและหรือไม่ก็พ้นสภาพวูฟซะ" 

        คำอธิบายเรื่องกฎร้อยแปดของพี่ซาอินทำให้โรเซ่ชะงัก แค่จะรักกันก็ทำไม่ได้เลยหรือ? กฎมันจะเยอะอะไรนักหนาโน่นก็ห้ามนี่ก็ห้าม เฮ้อ....เธอคิดถึงบ้านจัง.....

        "ทำอะไรกันอยู่ว่างมากหรือไง" ยังไม่ทันได้ถามคำถามต่อไปน้ำเสียงที่คอยหลอกหลอนโรเซ่มาสองอาทิตย์ก็ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้รับรู้ถึงการมาถึงของใครอีกคน 

        "พี่พึ่งจะให้โรเซ่เอาของว่างไปให้พวกวูฟมาค่ะ" เอ๊ะ....เดี๋ยวนะ ทำไมพี่ซาอินถึงแทนตัวเองว่าพี่กับคุณลิซ่าหล่ะ 

        "ก็แล้วไป ฉันคิดว่ามาแอบนินทาอะไรเจ้านาย" ปากว่าแต่สายก็กลับจับจ้องมาที่หน้าสวยนั้นอย่างไม่วางตาราวกับจะประชดโรเซ่เพียงแค่คนเดียว

        "ไม่ได้นินทาอะไรค่ะ ไม่ได้กล่าวถึงคิดแม้แต่นิดเลย" โรเซ่เชิดหน้าใส่ลิซ่าอย่างหน้าหมั่นไส้สำหรับลิซ่า

        "เอ่อ...คุณลิซ่าหิวแล้วหรือคะ รับอะไรดี ตายจริงจะบ่ายโมงอยู่แล้วเดี๋ยวก็ปวดท้องแย่เลย มาๆนั่งเลยค่ะเดี๋ยวพี่ทำให้เดี๋ยวนี้เลย แล้ววีกับชางกูวล่ะคะ" 

        "เดี๋ยว... พี่ซาอินจะให้ตอบอะไรกันแน่ ทีละอย่างได้ไหม" ลิซ่าว่าหยอกพี่ซาอิน ท่ามกลางความงุนงงของโรเซ่เพราะเธอพึ่งเคยได้ยินพี่ซาอินกับคุณลิซ่าสนทนากันเป็นเรื่องเป็นราว แถมยังพูดคุยกันราวกับไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้องอีก อะไรกันนี่บ้านหลังโยงลำดับความสัมพันธ์ยังไงกันแน่ เรื่องของคุณวีก็อีกเรื่องตกลงแล้วทำไมพี่ซาอินถึงไม่ยอมเรียกคุณวีว่าคุณเหมือนตอนเรียกคุณลิซ่า หรือคุณจองกุก....

        "แล้วคนนี้หล่ะ งานมีแค่นี้หรือไง"  จู่ๆคุณหนูเฟยหงก็เบนสายตาไปยังบุคคลที่สามอย่างโรเซ่ ทำให้เจ้าตัวถึงกับสะดุ้งที่จู่ๆก็ดันเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนสายตาดุๆมามองเธอเสียอย่างนั้น

        "แหม ก็ให้เด็กใหม่ได้พักบ้างเถอะค่ะ เมื่อครู่ก็เพิ่งไปเจอกับเหล่าวูฟกล้ามบึ้มตั้งสามร้อยกว่าชีวิตมา" พี่ซาอินบอกคุณหนูเฟยหงคนที่สองอย่างยิ้มๆ

        "ไปอ่อยวูฟมาหล่ะสิ" ลิซ่ายิ้มเหยียดๆให้โรเซ่ เธอหล่ะนึกอยากจะใช้นิ้วจิ้มตาคมๆร้ายๆนั่นเสียจริงๆอะไรจะชอบแซะชอบจิกกันตลอดอย่างนี้นะ?

        "ใช่ค่ะ อ่อยมาหลายคนเลยมีแต่คนหล่อๆกล้ามแน่นๆทั้งนั้น" อยู่ๆก็มาแซะ เธอก็ขอเอาคืนบ้าง นายท่านเชียงหลงเฟยหงถึงกับหูผึ่งเพราะเธออีกแล้ว

        "พี่ซาอินยังไม่บอกหรอ ว่ากฎของที่นี่มีข้อห้ามอะไรบ้าง" ลิซ่าถามเสียงดุๆ

        "บอกแล้วค่ะ แต่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎเลยนิคะ" โรเซ่เถียงกลับบ้าง

        "หยุดเถียงบ้างได้ไหม!" เมื่อหาทางไปต่อไม่ได้ก็ต้องใช้อำนาจของตัวเองนี่แหล่ะตอกโรเซ่กลับไป

        "ฉันก็ตอบกลับตามที่คุณถามทั้งนั้น ถ้าไม่ตอบเดี๋ยวคุณก็ด่าอีก" 

        "เถียงคำไม่ตกฟาก!" ลิซ่ารุกเดินหน้าเข้าไปหาร่างที่บางกว่า ทำเอาร่างน้อยๆนั้นถอยหลังช้าๆเก็บอาการไม่อยู่

        "ไม่ได้เถียงค่ะ!" คนอะไรใช้อำนาจ และอารมณ์อย่างเดียวเลย!

        "โรส!" 

        "........."

        "........." 

        พี่ซาอินถึงกับชะงักนิ่ง เมื่อได้ยินเจ้านายของเธอเรียกชื่ออีกคนด้วยชื่ออื่น

        "ฉันไม่ได้ชื่อโรส!" โรเซ่ขมวดคิ้วเป็นปมเมื่ออีกฝ่ายเรียกชื่อเขาว่าโรส เธอไม่ชอบชื่อนี้เลยแม้แต่น้อย 

        "ฉันก็จะเรียกแบบนี้ ทำไม?" คุณหนูทำหน้ากวนๆยักคิ้วให้โรเซ่เหมือนผู้ชนะก่อนจะหันไปทางโต๊ะอาหารที่มีพี่ซาอินยืนงงอยู่ใกล้ๆ แล้วเดินไปนั่งทานอาหาร แค่ได้แกล้งโรเซ่แค่เพียงนิดหาเรื่องเถียงกันตลอดแต่มันก็ช่วยให้ตัวลิซ่าเองเครียดเรื่องงานน้อยลงเหมือนกัน

        ใช้เวลาไม่นานมากนักคุณหนูของบ้านก็ทานอาหารเสร็จ 

        "เฟยหง แย่แล้ว!" เสียงชายผิวขาวร่างสูงคนหนึ่งที่โรเซ่ไม่รู้จักดังขึ้น เขาวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางที่รีบร้อน หน้าตาตื่นๆของเขากำลังบอกทุกว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

        "มีอะไรเว่ยโจว" ลิซ่าหันไปถามคิ้วขมวด

        "ชางกูว.....ชางกูวถูกลอบยิง! วีก็หายตัวไป!" 

        จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อพี่ชายของเธอเพิ่งเดินทางออกไปยังบริษัทหลังการประชุมที่บ้านได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ที่นี่เป็นเขตของเขาทำไมถึงมีใครอุกอาจได้ขนาดนี้!

        "เหตุการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง!" ลิซ่าลุกขึ้นเดินขึ้นไปชั้นสองทันที โดยมีชายผิวขาวนาม เว่ยโจว ตามไปด้วย

        "เกิดอะไรขึ้นคะพี่ซาอิน ทำไมคุณจองกุกถึงถูกลอบยิง" โรเซ่หันไปถามพี่ซาอินที่ทำหน้าเครียดรออยู่แล้วด้วยความสงสัยปนเป็นห่วง

        "เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้วหล่ะสำหรับคนบ้านนี้ แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราทุกคนของเชียงเหมิงต้องศัทธาในตัวผู้นำเสมอ.....เธอเข้าใจที่ฉันพูดไหม" พี่ซาอินเตะที่บ่าโรเซ่เบาๆแล้วมองเข้าไปในตาของเธอ

        "................"

        "ตั้งแต่วันแรกที่เธอมาอยู่ที่นี่จนถึงวันนี้ จงพึงรู้ไว้เสมอว่าเธอคือคนของเชียงเหมิงแล้ว.....การศัทธาต่อผู้นำคือหัวใจของที่นี่" พี่ซาอินพูดไปด้วยสายตาวูบไหว ถึงพี่ซาอินจะบอกแบบนั้นแต่โรเซ่ก็รู้ว่าในใจของพี่ซาอินก็แอบกลัวอยู่เหมือนกัน

        "แล้ว....คนที่ลอบทำร้ายคุณจองกุกคือใครหรือคะ?" 

        "คงเป็นคนของตระกูลปาร์คของเกาหลีหน่ะ"

        "ปาร์ค"

        "ใช่.....ปาร์ค ชานยอล"

        



...


        "ให้คนตามไปหรือยัง" ลิซ่าหรือเชียงเหมิงเฟยหงเอ่ยถามการ์ดประจำตัว

        "พวกมันมีทีมลอบทำร้ายนาย และอีกหนึ่งทีมก็พาตัววีหนี ตอนนี้จียองอยู่ที่โรงพยาบาล และวูฟกำลังแบ่งกำลังออกไปไล่ล่าพวกมันอยู่"

        "คิดว่าเป็นใคร" เธอว่าไปพลางเปลี่ยนเสื้อแล้วหยิบอาวุธป้องกันตัวครบมือ

        "พวกมันแต่งชุดดำทั้งหมด ฝีมือแต่ละคนก็ไม่ธรรมดาเดาได้ง่ายๆคือ...อาจจะเป็นฝีมือของตระกูลปาร์ค ไม่ก็ตระกูลหวง" เว่ยโจวว่าเสียงเครียด

        "ไปสั่งวูฟเฟอร์ออกสถานที่ได้แล้ว พวกนั้นจะได้เลื่อนขั้นก็วันนี้แหล่ะ" ที่ลิซ่าไม่ถามถึงพี่ชายเลยเพราะเธอรู้ดีว่า พี่ชายของเธอถูกคุ้มกันและส่งตัวเข้ารักษาเรียบร้อยแล้ว จะห่วงก็แต่พี่สะไภ้นี่สิ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง...

        ไม่นานมากนักคุณหนูจอมกวนของโรเซ่?ก็ลอกคราบกลายเป็นเฟยหงสุดโหดของเชียงเหมิงไปเสียแล้ว ลิซ่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปยังหน้าบ้าน แต่โรเซ่กลับวิ่งมาดักหน้าเธอไว้ก่อน

        "เดี๋ยวค่ะ..."

        "มีอะไร ตอนนี้ฉันกำลังรีบ" ลิซ่าขมวดคิ้วใส่โรเซ่ ร้อยวันพันปีแทบจะไม่อยากเดินใกล้เขา แต่พอวันไหนที่เขารีบๆล่ะก็ไม่ต้องบอกโรเซ่ก็จะมีเรื่องให้เธอต้องช้าลงอยู่เสมอ

        "ทำไมคุณถึงต้องไปด้วย เป็นผู้หญิงก็ต้องต่อสู้ด้วยหรือ" 

        "จะเพศไหนสิ่งที่ฉันต้องทำคือปกป้องศักดิ์ศรีของเชียงเหมิง"

        "ศักดิ์ศรีแลกชีวิตกลับมาได้หรอคะ" โรเซ่จับข้อมือลิซ่าไว้ เธอกลัวเหลือเกินว่าสิ่งที่คิดกำลังจะเกิดขึ้น

        "ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตฉันก็ยอม แล้วก็ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันมีชีวิตกลับมากวนเธอต่อแน่นอน" ว่าแค่นั้นลิซ่าก็เดินออกไปขึ้นรถที่มีทั้งรถการ์ดและเหล่าคนคุ้มกันขับตามหน้าหลังกันอีกสามคัน

        "ใครเป็นห่วงคุณกันเล่า หลงตัวเอง!"

          เธ



...


        60% 


   ขออภัยผู้อ่านจริงๆค่ะ อีกครึ่งหนึ่งของไรท์มันหายไป ไรท์ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม ตอนนี้กำลังแต่งอีก40%ที่เหลืออยู่ค่ะ T^T ความจริงไรท์ต้องลงตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่เกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อย หายไปเกือบครึ่งเลย ใครทราบว่าทำไมนิยายตอนที่ร่างไว้มันถึงหายไปเฉยๆ เม้นบอกไรท์หน่อยนะคะ เป็นแบบนี้ครั้งที่สองแล้ว T_T

ขอโทษค่ะ......... 


        

        

 








        
   


        



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น