Time stop ◀ หยุดเวลา {หัวใจ} ของเธอได้ไหม?

ตอนที่ 6 : STOP {05} ◀ แค่เธอยิ้มมา. {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.ย. 60










     

5

.

.

แค่เธอยิ้มมา.





-Tempo U.-

- 07.13 . -

 

เดินหน้าบานมาขนาดนี้ ถูกหวยมาหรอเตี้ย?”ทีก้าที่นั่งหน้าสลอนอยู่บนโต๊ะในลานกว้างของคณะเอ่ยปากแซ็วทันทีที่ฉันเดินมาถึง

หึหึ

หัวเราะแบบนี้หมายความว่าไง?”เพื่อนรักคนดีคนเดิมหรี่ตามองหน้ากลมๆของฉันอย่างกับกำลังพยายามจับพิรุธ

มินิ๊ททททททททททททททเสียงกรี๊ดแว้ดๆของชะนีที่เราคุ้นเคยเพราะได้ยินกันอยู่ทุกเช้าดังลั่นจนคนอื่นๆหันมามองกันเป็นแถบ

นี่มันคณะแพทย์นะว้อยยย คีพลุคคุณหมอหน่อยมั้ยล่ะ

เอ๊ะ! เรื่องแบบนี้ผู้ชายไม่เข้าใจหรอก เพราะงั้นหุบปากไป

แล้วมีอะไร ร้องโหยหวนมาขนาดนี้ เรื่องผู้อีกแล้วแม่นบ่?”

ใครมาส่งแก?” ยัยลูกศรยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วใช้มือของตัวเองบีบแก้มจนหน้าฉันยู่เป็นหมูหิวลำเลย -_-

อี่เอ้ก

หะ?”

อี่เอ้ก!!”

พูดอะไรของแกวะ?”

โว้ยยยย แกก็ปล่อยมันก่อนมั้ยล่ะ!” เออนั่งบีบจนแก้มฉันแดงขนาดนี้ชาตินี้คงจะคุยกันรู้เรื่องหรอก

เออว่าไง ใครมาส่งแก?”

พี่เมฆฉันว่าพลางเอามือมาลูบแก้มตัวเองปอยๆ นี่ปกติมันก็บวมอยู่แล้วนะ ยังจะมาบีบให้มันบวมกว่าเดิมอี๊ก ฮ่วย =-=

แล้วทำไมแกมากับพี่เมฆอ่ะ ทำไมมาด้วยกันได้อ่ะ ไปไหนกันมาอ่ะ ไปรู้จักกันได้ไงอ่ะแล้วทำไมอ่ะ ทำไม???”

ใจร่มๆนะเพื่อนนะ เดี๋ยวเบาหวานขึ้นฉันยกสองมือไปจับไหล่ลูกศรก่อนจะบังคับให้มันใจเย็นลง

อีมินิท -*-”

คืองี้ ฉันเป็นน้องสาวพี่เมฆ พี่เมฆเป็นพี่ชายฉัน และเราเป็นพี่น้องกัน

เดี๋ยวนะลูกศรยกมือขึ้นมาแบใส่เพื่อให้ฉันหยุดพูดเพราะมันกำลังประมวลผลไม่ทัน ถ้าแกเป็นน้องพี่เมฆ แล้วทำไมตอนแรกแกกับพี่เมฆถึงทำเหมือนไม่รู้จักกันวะ?”

ก็ตอนแรกมันมีเรื่องไม่เข้าใจกันนิดหน่อยอ่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีไรแล้ว

จริงดิ!” ยัยเพื่อนตัวดีทำตาลุกวาวก่อนจะลุกขึ้นยืนทำท่าวี้ดว้ายแล้วไหว้ฉันงามๆหนึ่งที “งั้นพี่สะใภ้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะจ๊ะน้องสะใภ้

เป็นเอามากนะแกเนี่ย

อ่ะ เหมือนเดิมนะจ๊ะ ฉันไปซ้อมหลีดก่อนว่าจบนางก็ยื่นถุงขนมแบบเดิมให้ฉันก่อนจะวิ่งหน้าตั้งหางตกหายไปตามอีหรอบเดิม

นั่นแกจะทำไรอ่ะ?”พอทีก้าเห็นฉันเดินไปฝั่งตึกทันตะแล้วหย่อนถุงขนมสีหวานจ๋อยลงถังขยะเลยทำหน้าตกอกตกใจใส่ฉันทันที

พี่เมฆเขาไม่กิน ฉันขี้เกียจถือ

แล้วทำแบบนี้ไม่กลัวศรมันโกรธเอาหรอวะ ทำไมไม่บอกมันตรงๆอ่ะ

บอกไปแปดพันสี่ร้อยสิบเจ็ดจุดเจ็ดห้ารอบละ มันเคยฟังฉันป่ะ?”

เออจะทำไรก็ทำ แต่เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวนะเว้ย

เออน่า





  ----------------------------------Time Stop-------------------------------------


 



-คณะวิศวกรรมศาสตร์-

         -12.39 น.-

 

            เนื่องจากความสูงอันน้อยนิดของตัวเองเลยทำให้ฉันมองไม่เห็นใครสักคน เห็นก็แต่หัวไหล่ของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจนมึนหัวไปหมด

 

           

นี่อุตส่าห์ถ่อมาหาผู้ชายถึงคณะเพื่อจะมาดูหัวไหล่ของใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ?!

 

            บ้าไปแล้ว...

 

 

พี่คะ เก้าอี้ตัวนี้มีใครนั่งมั้ย?” รุ่นพี่ผู้ชายที่คาดว่าน่าจะอยู่คณะวิศวะโยธาเพราะใส่เสื้อช็อปสีเขียวมองหน้าฉันงงๆ  เพราะทั้งโต๊ะมีแต่ผู้ชายไง พี่เขาก็คงจะงงกันว่ามึงจะนั่งตรงนี้จริงๆหรอครับน้อง?

 

เปล่าค่ะพี่ อิฉันจะปีน -.,-

 

มะ ไม่มีครับน้อง

 


ฟรึบ!


 

ฮะ เฮ้ย!”บรรดาพี่ๆผู้ชายที่นั่งเรียงกันอยู่เป็นตับถึงกับอ้าปากหวอทันทีที่เห็นฉันกระโดดขึ้นไปยืนบนเก้าอี้เพื่อมองหาใครบางคน

 

 

ใครไม่เตี้ยไม่เข้าใจหรอกเว้ย -x-

            ตากลมโตหยีลงจนเหลือแค่ขีดเดียวเพราะกำลังมองหาคนบางคนอยู่ แต่ให้ตายเถอะ ทำไมมองยังไงก็ไม่เห็นวะ? แต่พลันสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นรุ่นพี่เสื้อช็อปเขียวที่นั่งทำหน้างงอยู่ข้างๆเลยพาลให้นึกออก

 


มองหาเสื้อช็อปสีแดงๆสิยัยงั่ง

 


            เพราะคณะวิศวะการบินของพี่เมฆเขาใส่เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกันก็เลยน่าจะเด่นกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่แหละน่า

 

 

อ้ะ นั่นไง!

 

 

            ผู้ชายร่างสูงโปร่งผิวขาวจัดตัดกับเสื้อสีแดงคนนึงกำลังยืนต่อแถวอยู่หน้าร้านน้ำโดยมีชะนีหน้าวอกสองสามคนยืนบิดตัวไปมาอยู่ข้างหลัง

 

 

ไม่ได้การละ!

 

 

            พอเห็นแบบนั้น ควันเลยออกหู กระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งฉิวไปอีกฝั่งของโรงอาหารทันทีท่ามกลางความงุนงงของรุ่นพี่ช็อปเขียว...

 

 

            กระโปรงทรงเอที่ว่าทำให้วิ่งลำบากแล้วยังไม่เท่าขาสั้นๆของตัวเองที่โครตจะเป็นอุปสรรคในการวิ่ง



คะคือ หนูขอเบอร์พี่เมฆได้มั้ยอะคะ?”ยัยวอกยืนม้วนต้วนทำหน้ายับเป็นทิชชู่ใช้แล้วใส่พี่เมฆจนอีกฝ่ายถึงกับทำหน้าเอ๋อ ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

ไม่ได้ไม่เป็นไรนะคะพอเห็นว่าผู้ชายยังเงียบอยู่ เพื่อนยัยวอกเลยออกปากช่วย “ละ แล้วพี่เมฆมีแฟนหรือยังคะ?”

 


เป็นไรอ่ะ ติดอ่างหรอ?


 

            ฉันที่ยืนเบะปากฟังอยู่พักหนึ่งจนทนไม่ไหวแล้วเลยเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างพี่เมฆกับสองวอกพลางส่งยิ้มหวานที่คิดว่าโครตน่ารักให้พี่ชายหนึ่งที

นี่น้อง!” พอโดนฉันชนจนแทบเซ สองคนนั้นเลยหัวร้อน เรียกจิกจนเสียงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับเมื่อกี้ถนัดตา

ว่าไงคะรุ่นพี่?”

ชนเพื่อนพี่เนี่ยไม่เห็นหรอ ตาบอดหรอคะ?”

อุ้ยขอโทษค่ะ มองไม่เห็น

ถ้างั้นก็หลบไป พี่ต่อแถวอยู่ อย่าแทรก!” ฉันเดินเข้าไปใกล้ ถลึงตาโตใส่ก่อนจะพูดกดเสียงลอดไรฟันจนพาลให้สองคู่หูคู่ฮาหน้าวอกหัวร้อนจี๋

ไม่-หลบ

นี่แกกวนฉันหรอ?!!”

เปล่ากวนนะคะ น้องแค่อยากอยู่กับ-แฟนฉันแกล้งทำหน้าอินโนเซ็นท์พูดเสียงสองใส่โดยไม่ลืมจะเน้นคำหลังๆให้พวกพี่หน้าเทาสะดีดสะดิ้งกันหนักกว่าเก่า

นี่แก!!!!!”แต่เหมือนจะได้ผลดีเกินไป พี่วอกเลยง้างมือที่ดำกว่าหน้าขึ้นสูงเพื่อเตรียมจะประทับใส่หน้าฉัน ฉันเลยหลับตาปี๋เพราะไม่อยากแผลงฤทธิ์ตบใครต่อหน้าพี่เมฆ


            และเหมือนฉันจะคิดถูก เพราะมือของรุ่นพี่ข้างหน้าถูกจับค้างไว้กลางอากาศโดยมือของคนข้างหลัง


...

พะ พี่เมฆ

ถ้าน้องทำเด็กนี่เจ็บ จะมาว่าพี่ใจร้ายไม่ได้นะครับโทนเสียงนุ่มของพี่เมฆกับประโยคเพียงประโยคเดียวของเขาทำใจฉันสั่น

มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะพี่เมฆ ดะเด็กบ้านี่เริ่มก่อนพี่ก็เห็นอ่ะ!”

 

 

นี่ก็ติดอ่างไม่เลิกสักทีไง รำคาญ -_-

 

 

แต่น้องก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายคนอื่นป่ะ?” พอเถียงไม่ออก ยัยสองตัวบาทเลยกระทืบเท้าแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปแต่ก็ยังมิวายจะโดนฉันยักคิ้วหลิ่วตาเหมือนคนเหนือกว่าใส่ก่อนไป

ว้าย อด

มินิท!” พอโดนดุ ฉันเลยหันมาทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมใส่คนดุก่อนจะตีหน้ามึนเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ

พะ พี่เมฆมาซื้อไรอ่อ?” ฉันว่าฉันพอเข้าใจสองคนนั้นแล้วแหละว่าทำไมพออยู่ต่อหน้าพี่เมฆถึงติดอ่าง ก็ดูสายตาที่เขาใช้มองดิ แค่แว้บเดียวก็เข่าอ่อนแล้วอ่ะ TT แล้วเมื่อกี้ก็ไปว่าเขาว่าติดอ่างไว้ซะเยอะ ถึงคราวตัวเองบ้างเป็นไงล่ะ

ยุ่งว่าจบพี่เมฆก็หันไปสั่งนมกล่องกับป้าแม่ค้าแล้วก็ไม่พ้นจะโดนฉันเข้าไปเจ๋ออีกเช่นเคย

อยากกินด้วยอ่ะพี่เมฆกลอกตาราวกับเอือมระอาเต็มทีก่อนจะหันไปสั่งป้าแม่ค้าอีกรอบแล้วส่งนมมาให้ฉันกล่องนึง

 

 

แหม~ปากแข็ง

แต่ใจอ่อนแล้วใช่มั้ยล่ะ รู้นะ -0-

 

 

พี่เมฆเดินนำฉันมาที่โต๊ะของเพื่อนๆเขาก่อนจะนั่งลงข้างๆพี่เหนือ ฉันเลยนั่งข้างพี่เมฆต่ออีกทอดนึง

อ่าวตัวเล็ก มาไงเนี่ย?”พี่แว่นคนดีทักทายฉันทันทีที่เห็นหน้า

เดินมาค่ะ แต่ก็มีวิ่งด้วยนิดๆ

เออ มึงนี่ก็ถามไม่คิดพี่เมฆยิ้มนิดๆพลางมองหน้าพี่เหนือสลับกับเพื่อนรักอีกสองคนที่เอาแต่นั่งทำหน้าเหมือนอยากจะแซ็วอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไม่พูดสักที อะไร?”

ตัวติดกันจังเลยนะเดี๋ยวนี้~” พี่หัวปี๊ปเริ่มก่อน

เอออออวันก่อนก็ไปหาที่บ้าน วันนี้ก็มาหาถึงคณะ คิดไรกับเพื่อนพี่ป่ะเนี่ยมินิท?”

คิด

หือ?”พี่ๆทั้งสามคนทำตาเหลือกตกใจซะเวอร์วังจนฉันอดขำไม่ได้

ไม่ได้คิดแบบนั้นค่ะ

อ๋อแล้วไป

แค่คิดว่าพี่เมฆน่ารักดี

เอาแล้วไง~”

พวกมึงจะไปฟังทำไม เด็กมันเพ้อเจ้อพี่เมฆรีบแก้ต่างพอเห็นว่าเพื่อนๆเริ่มจะล้ออีกแล้ว

เอ้อ แล้วเมื่อวานใครมารับน้องมึงวะ?” พี่ซีนถาม

เพื่อนมินิทเองค่ะ ชื่อทีก้า

อ่อแล้วไป นึกว่าน้องมีแฟนแล้วซะอีกก็มีแล้วไงคะ -*-

เดี๋ยวๆ ทำไมเป็นงั้นล่ะเพื่อน?” พี่หัวปี๊บหรี่ตาใส่พี่ซีนที่พูดอะไรแปลกๆ

เป็นอะไร? กูแค่กลัวไอ้เมฆจะมีคู่แข่ง เห็นไอ้เด็กนั่นก็หน้าตาน่ารักดีนึกว่าเป็นแฟนน้องมินิทเฉยๆ นี่กูเชียร์ให้เพื่อนมีแฟนนะเนี่ย กูผิดอ่อไอ้ปี๊ป

อ่าวหรอ มางั้นกูช่วย ไอ้เมฆมันเป็นคนปากอย่างใจอย่าง มินิทต้องหน้าด้านหน่อย ขยันหยอดเข้าไว้ เดี๋ยวมันก็ใจอ่อน ไม่แน่ตอนนี้อาจจะอ่อนระทวยไปแล้วก็ได้

 


ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่าเลยอ่ะ ._.



พอๆ กูบอกแล้วไงว่าเด็กนี่เป็นแค่น้องกู

 

 

จึก! เจ็บจุงเบย ;-;

 

 

พวกมึงมีเรียนบ่ายกันไม่ใช่รึไง?”พี่เหนือที่นั่งเงียบๆมานานโพล่งขึ้นพอเห็นว่าตอนนี้เวลาปาไปบ่ายกว่าๆแล้ว

ชิบหาย มึงด้วยไม่ใช่หรอไอ้เหนือ?”

เออไง ไปเร็ว!” ทั้งสามเกลอหยิบกระเป๋าของตัวเองแล้วพากันโกยเหมือนรู้งาน ตอนนี้เลยเหลือแค่ฉันกับพี่เมฆแค่สองคน...

 

            พอพี่ซีนถามถึงเรื่องเมื่อวานแล้วทำให้ฉันนึกถึงเรื่องแปลกๆเรื่องหนึ่งได้ ก็เมื่อวานฉันเกือบโดนรถชนแหน่ะ แต่พี่เมฆก็พุ่งมาช่วยไว้ทัน เขาบอกว่าเขาอยู่ใกล้พอดีเลยเข้าถึงตัวฉันไว

แต่ฉันว่ามันก็ยังแปลกๆอยู่ดี เพราะเท่าที่จำได้พี่เมฆไม่ได้อยู่ใกล้ฉันขนาดนั้น พี่เมฆยืนอยู่ริมถนน ส่วนฉันยืนเขินตัวบิดอยู่กลางถนน แถมรถคันที่ว่ามันก็มาจ่ออยู่ใกล้ฉันมากเกินกว่าใครจะมาช่วยทันแล้ว

แต่พี่เมฆก็ยังยืนยันนอนยันว่าเขาอยู่ใกล้จริงๆ ฉันเลยไม่รู้จะเถียงไปทำไม

ถึงจะยังรู้สึกแปลกๆอยู่ก็เถอะ


 


พี่เมฆ?” พอหันไปอีกที ภาพที่เห็นคือพี่เมฆนอนฟุบบนแขนตัวเองที่อยู่บนโต๊ะอีกทีโดยที่ในปากยังมีหลอดคาอยู่เลย

 


นี่หลับคากล่องนมขนาดนี้ต้องเพลียเบอร์ไหนกัน -..-

 


            แต่เอาจริงๆ วันนี้พี่เมฆก็ดูเพลียๆจริงๆนั่นแหละ ดูไม่ค่อยสดชื่น ดูเหนื่อยๆยังไงชอบกล พี่เมฆนอนตะแคงหน้ามาฝั่งฉันพอดี ฉันเลยฉวยโอกาสฟุบหน้าลงนอนตะแคงหันหน้าหาเขาเหมือนกัน

            เลยเหมือนกับเราทั้งคู่กำลังนอนหันหน้าชนกัน ถึงมันจะมีช่องว่างห่างกันหลายคืบก็เถอะ แต่เท่านี้ก็ทำเอาฉันยิ้มจนแก้มจะแตกอยู่แล้ว

           

 

พี่เมฆตอนหลับน่ารักจัง~

 

 

            ฉันดึงหลอดออกมาเจาะบนกล่องนมที่พี่เมฆซื้อให้ ก่อนจะจับใส่ปากแล้วดื่มไปพลางนอนมองหน้าพี่เมฆไปพลาง จนรู้ตัวอีกทีหลอดที่ว่าก็โดนฉันกัดแก้เขินจนแบนแต๊ดแต๋ไปแล้ว

จะมองหน้าฉันอีกนานมั้ย?” จู่ๆคนที่ฉันนึกว่ากำลังหลับสนิทก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงียๆก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ

พี่เมฆไม่ได้หลับหรอ?”ฉันที่กำลังตกใจเลยเบิกตาโตพลางมองหน้าอีกคนตาแป๋ว

โดนจ้องขนาดนี้ ใครจะหลับลง

“…”ฉันไม่ได้พูดอะไร พี่เมฆเองก็เงียบไป เราทั้งคู่เลยทำเพียงแค่นอนมองหน้ากันเฉยๆโดยไม่มีใครปริปากอะไร

 


ซึ่งมันน่าแปลก...

ที่เขายอมปล่อยให้ฉันมองอยู่ได้ตั้งนานโดยไม่ว่าอะไรสักคำ

 

 

รู้ว่ามินิทมองและเป็นฉันเองที่เป็นคนทำลายความเงียบลง แล้วทำไมถึงยอมให้มองล่ะ?”

“…”

 

 

            พี่เมฆไม่ยอมตอบอะไร

            เขาเอาแต่นอนนิ่งๆ

            เขามองหน้าฉัน

            แล้วเขาก็ยิ้ม...

 

 

            เขากำลังยิ้ม...

            ...ให้ฉัน

 

 

 

            พี่เมฆกำลังยิ้มให้มินิท...

 

 

 

            รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน ดวงตาคมมองหน้าฉันนิ่ง ลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้างบุ๋มลงจนพาลให้ใจสั่น

 

 

            พี่เมฆตอนหลับกลับดูธรรมดาไปเลย พอเทียบกับตอนที่เขายิ้มแบบนี้

 

 

           จะผิดมั้ยนะ...ถ้าฉันเกิดหวงรอยยิ้มของเขาขึ้นมา

ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขายิ้มน่ารักขนาดไหน ฉันขอเก็บมันไว้คนเดียวได้มั้ย

ฉันมีสิทธิ์รึเปล่า?

 

 

พี่เมฆ ยิ้มแบบนี้ให้มินิทคนเดียวได้มั้ย?”





 ----------------------------------Time Stop-------------------------------------




-15.01 น.-

           

            ฉันเดินตามหลังคนตัวสูงไปที่รถต้อยๆ หลังจากนั่งรอพี่เหนือที่กว่าจะเลิกเรียนก็ล่อไปเป็นชั่วโมง ไม่รู้จะตัวติดกันอะไรขนาดที่จะต้องรอกลับพร้อมกันขนาดนั้น

            พี่เหนือเดินออกมาจากตึกแมคคาทรอนิกส์แล้วมุ่งหน้ามาหาพี่เมฆก่อนจะส่งยิ้มให้ฉันกับพี่ฟ้าที่มาหาพี่เมฆตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว นี่ถ้าพี่เมฆไม่บอกว่าพี่ฟ้ามารอพี่เหนือเพราะทั้งคู่กลับคอนโดด้วยกันเป็นประจำอยู่แล้วนะ มีหวังฉันคงได้นั่งเขม่นพี่ฟ้าเพิ่มอีกคนแน่ๆ

อ้ะ เหนือ เมฆ เราอยากเข้าห้องน้ำอ่ะ รอแปปนึงได้มั้ยคนพูดหันไปยิ้มแหยๆให้พี่เมฆกับพี่เหนือ ก่อนจะหันมาพูดกับฉันต่อ มินิทไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยดิ

 

            ฉันกับพี่น้ำฟ้าเดินกลับเข้าไปในตึกแมคคาฯอีกครั้ง ก่อนจะตรงเข้าไปที่ห้องน้ำด้านใน พี่ฟ้าเข้าไปทำธุระส่วนตัว ฉันเลยยืนตรวจความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกรอไปพลางๆ

 

            ผ่านไปพักนึงพี่ฟ้าก็เดินออกมาล้างมือแล้วส่องกระจกอยู่ข้างๆฉัน

 

น้องมินิทชอบเมฆหรอ?” ฉันสะดุ้งโหยง เบิกตาโตทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายถามแบบนั้น ฉันว่าฉันก็บอกพี่เขาว่าฉันเป็นน้องพี่เมฆนะ แล้วทำไมถึงทำเหมือนรู้อะไรมา...

เปล่...

พี่รู้นะพี่น้ำฟ้ามองหน้าฉันผ่านกระจกใส เพราะสายตาของมินิทเวลามองเมฆมันเหมือนกับตอนที่พี่มองเหนือเลย

“…”

เหมือนมากๆ

คือ...มินิทกับพี่เมฆเป็นพี่น้อ...

ไม่ใช่หรอกพี่ฟ้าหันมายิ้มหวานให้จนทำให้คนมองเคลิ้มได้เลย มิน่า ผู้ชายเขาถึงชอบผู้หญิงหวานๆกันเพราะทำอะไรมันก็ดูน่ามองน่าถะนุถนอมไปหมด ไม่เหมือนผู้หญิงแรงๆแบบฉัน ที่ดูยังไงมันก็น่ารำคาญ หน้าเรากับเมฆไม่เหมือนกันสักนิดเลยนะ เพราะงั้นไม่ใช่พี่น้องกันหรอก พี่เข้าใจถูกใช่มั้ย?”

ก็ใช่ค่ะ มินิทกับพี่เมฆไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ

ชอบมากเลยใช่มั้ย?” ฉันเลยพยักหน้าหงึกๆแทนคำตอบ ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ช่วยเอง ตอบแทนที่เมฆช่วยพี่เรื่องเหนือไง

พี่เมฆเขาคงไม่อยากให้พี่ฟ้าช่วยหรอกค่ะ เขาเกลียดมินิทจะตายฉันตอบพลางหัวเราะแห้งๆใส่

ถ้าเมฆเกลียดมินิทจริง คงไม่ยอมให้มินิทตามติดแจแบบนี้หรอก พี่ว่าอย่างน้อยๆเมฆต้องรู้สึกอะไรกับมินิทบ้างแล้วแหละ

“…” ฉันยังคงยืนนิ่งทำหน้าเหมือนไม่เชื่อที่รุ่นพี่คนสวยพูด

นี่ เมฆไม่เคยบอกหรอว่าพี่กับเหนือก็เริ่มจากศูนย์เหมือนกัน รายนั้นซื่อบื้อกว่าเมฆเยอะเลยนะ พี่ทำขนาดนี้แล้วเขายังไม่รู้ตัวเลย พี่ถึงได้เข้าใจไงว่าตอนนี้มินิทรู้สึกยังไง

“…” พอได้ยินแบบนั้นฉันเลยส่งยิ้มให้พี่ฟ้าบ้าง

มินิทชอบเมฆมากี่ปีแล้ว?”

หกมั้งคะ หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้เพราะมินิทก็ชอบพี่เมฆมาตั้งแต่เด็กๆแล้วก็ชอบมาตลอด ก็เลยไม่แน่ใจว่าที่เริ่มชอบจริงๆ มันตอนไหน

“…”

แล้ว...พี่ฟ้าล่ะคะ?”

ถ้าเริ่มชอบจริงๆก็ประมาณสี่ปี แต่เคยแอบมองมาก่อนหน้านี้แล้วตอนอยู่โรงเรียนเก่า เหนือเขาเรียนเก่งมากกกกแล้วก็เป็นสุภาพบุรุษ เป็นผู้ชายอบอุ่น พอขึ้นมหาลัยพี่ก็ตามเขามาเรียนที่นี่ด้วยกันนี่แหละ แล้วก็รู้จักเมฆตอนประกวดดาวเดือนด้วยกันก็เลยให้เมฆช่วย

มินิทก็เข้ามอเทมป์เพราะตามพี่เมฆมาเหมือนกันฉันทำหน้าตกใจจนทั้งฉันกับพี่ฟ้าหลุดหัวเราะให้กับความเด๋อด๋าของฉันออกมาพร้อมกัน

งั้นก็เท่ากับว่าตอนนี้เราอยู่ทีมเดียวกันแล้วเนอะพี่ฟ้าใช้สองมือมากุมมือฉันไว้หลวมๆมาช่วยกันทำให้สองคนนั้นใจอ่อนกันดีกว่า

 


 

  ----------------------------------Time Stop-------------------------------------

 


 

อีกนิดนึงพี่จะหลับรออีกคนแล้วนะมินิททันทีที่ฉันกับพี่ฟ้าเดินกลับมาก็เห็นพี่เหนือนั่งรออยู่ที่โต๊ะหินอ่อนที่ประจำของกลุ่มพี่เขาโดยมีพี่เมฆฟุบหลับอยู่ข้างๆ



วันนี้พี่เมฆดูนอนเยอะแปลกๆมั้ยอ่ะ




คุยกันเพลินอ่ะเหนือพี่ฟ้าตอบ พี่เหนือเลยพยักหน้าให้นิดๆก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าตัวพี่เมฆเบาๆ

ไอ้เมฆตื่น ตื่นสิวะพี่เมฆเงยหน้าขึ้นทำหน้างัวเงีย ก่อนจะพากันเดินไปที่รถ พี่ฟ้ากับพี่เหนือแยกไปขึ้นรถคันสีขาวอีกคัน โดยมีเจ้าของรถคอยเปิดประตูให้พี่ฟ้านั่ง ก่อนจะวิ่งกลับไปขึ้นรถนั่งในที่คนขับบ้าง

 

 โห สุภาพบุรุษจริงจัง  

ไม่เหมือนคนบางคนที่มาถึงรถก็ยัดตัวเองลงเบาะเรียบร้อยโดยแทบจะไม่ได้สนใจฉันเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ชั่งเถอะ เพราะลำพังตอนนี้แค่เขาจะลืมตายังยากเลยเถอะ


กูไปแล้วนะไอ้เมฆ เจอกันพรุ่งนี้ พี่ไปนะตัวเล็ก

เออเจอกัน

หวัดดีค่ะพี่ฟ้าพี่เหนือ

บ๊ายบายมินิท ไปก่อนนะเมฆ พี่ฟ้าเปิดกระจกมาโบกมือให้ ฉันเลยโบกมือหยอยๆกลับไปบ้าง โดยมีพี่เมฆที่นั่งพยักหน้าให้ทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่

ไปสนิทกันตอนไหน?”เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะงัวเงียถามขึ้น

เมื่อกี้ฉันว่าพลางดึงสายเบลท์มาขาดก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็ค ปรากฎเป็นสายที่ไม่ได้รับกว่าสิบสาย นี่ยังไม่รวมข้อความอีกเป็นตั้งที่ฉันยังไม่ได้ตอบ แต่ก็นั่นแหละ เพราะปลายสายเป็นชื่อพี่ไทม์ ฉันเลยไม่ได้สนใจ กดล็อคหน้าจอแล้วหันไปสนใจคนข้างๆต่อ

ให้มินิทขับให้มั้ย เหมือนพี่เมฆไม่ไหวเลยอ่ะ

ทำไม? กลัวหรอ?”

เป็นห่วงมั้ยล่ะ!”

...

“…”

อืมไม่เป็นไร ฉันขับไหว

 

 

Rrrrrrrrrrrr

 

 

พี่เมฆไม่สบายหรอ วันนี้ดูเพลียๆนะ?”

อือ นิดหน่อย

 

 

Rrrrrrrrrrrr

 

 

ไปหาหมอมั้ย?”

ฉันไม่ใช่เธอนะ ที่เอะอะก็จะไปหาหมอ

งืออออ พี่เมฆจำได้ด้วยอ่อว่าตอนเด็กๆมินิทป่วยบ่อยพี่เมฆชะงักไป ก่อนจะทำเหมือนไม่ได้ยินแล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น

 

 

Rrrrrrrrrrrr

 

 

แล้วเมื่อไรจะรับโทรศัพท์สักที

ก็ไม่อยากคุยตอนนี้อ่ะ

“…”

อยากคุยกับพี่เมฆมากกว่าพี่เมฆยกแขนขึ้นมาวางตรงกระจกรถแล้วใช้มือข้างนั้นกุมขมับเหมือนปวดหัวกับฉันเหลือเกิน ก่อนจะหันหน้าหนีไปฝั่งหน้าต่าง ฉันที่มองเขาอยู่ตลอดก็เลยเห็นว่าเมื่อกี้...เขาแอบยิ้มอยู่

“…”

พี่เมฆยังไม่ได้ตอบมินิทเลยนะ

ตอบอะไร?”

ก็ที่ถามไปตอนบ่ายไง ว่ายิ้มแบบนั้นให้มินิทคนเดียวได้รึเปล่า?”

เธอมาถามคำถามแบบนี้ด้วยหน้านิ่งๆแบบนั้นเนี่ยนะ?”

ทำไมอ่า แล้วเวลาถามต้องทำหน้ายังไงอ่ะ หน้าเขินแบบพี่เมฆตอนนี้อะหรอ?”

ฉันไม่ได้เขิน!”

แต่หน้าแดง

ไม่ได้แดง!”

ก็มันแดงอยู่ชัดๆอ่ะ

เธอนี่มัน...

 

 

Rrrrrrrrrrrr

 

 

ฮัลโหลค่ะ

(มินิท! หายไปไหนมาคะ ทำไมไม่รับโทรศัพท์พี่ รู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วง?) เพราะรู้ว่ารับแล้วจะเป็นแบบนี้ไง ถึงไม่อยากรับ เล่นพ่นไฟใส่ขนาดนี้ใครจะอยากคุยด้วยอ่ะ

กำลังกลับค่ะ

(พี่ถามว่าไปไหนมา?)

มาหาเพื่อน

(ทำไมทำเสียงแข็งแบบนั้น แล้วตอนนี้อยู่ไหน?)

อยู่บนรถค่ะ

(พี่ว่าเราแปลกๆไปนะ เป็นอะไรรึเปล่า?)

เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยคะ งั้นแค่นี้นะ

(เดี๋ยวๆ)

คะ?”

(ถ้าถึงบ้านแล้วโทรหาพี่ด้วยนะคะ)

ค่ะ

 

ติ๊ด~

พอวางสายรถพี่เมฆก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านฉันพอดิบพอดี ฉันเลยหันไปเรียกเขาอีกครั้งก่อนที่จะลงจากรถ

 

พี่เมฆ

หืม?”

มินิท...ขอเบอร์พี่เมฆไว้ได้มั้ยคะ?”

เอาไปทำไม?”

ทำไมอ่า น้องมีเบอร์พี่ไม่ได้อ่อ?”

งั้นก็รีบๆเอามือถือมาพี่เมฆรับมือถือฉันแล้วเอาไปกดยิกๆอยู่พักนึงก่อนจะส่งกลับมา ฉันเลยถือวิสาสะกดโทรออกทันที ก็แหม~จะให้ฉันมีเบอร์เขาฝ่ายเดียวได้ไงเล่า เนอะ - -+

เมมเบอร์มินิทไว้ด้วยนะฉันว่าพลางยื่นหน้าไปยิ้มแป้นแล้นจนตาหยีให้ เขาเลยพลอยยิ้มตามไปด้วย

“…”

พี่เมฆ

“…”

ยิ้มแบบนี้อีกบ่อยๆนะ

“…”

มันน่ารักดีพอได้ยินแบบนั้นพี่เมฆเลยหุบยิ้มทันที ก่อนจะยกมือมาดันหัวฉันออกแล้วออกปากไล่ฉันลงรถด้วยหน้าที่ขึ้นสีเลือดฝาดจนแดงระเรื่อนั่น

ลงไปเดี๋ยวนี้เลยฉันเลยเปิดประตูรถเตรียมจะก้าวเท้าลง แต่ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกเลยหันกลับไปพูดกับเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแกมหัวเราะ ก่อนจะชิ่งลงจากรถอย่างไวเพราะกลัวว่าเขาจะพุ่งมาบีบคอฉันซะก่อน

อย่าลืมนะ ว่ายิ้มแบบนี้ให้มินิทได้คนเดียวอ่ะ

เธอนี่มัน...

“…”

เหลือเกินจริงๆ

 “…”

สุดท้ายก็หนีไม่รอดจริงๆใช่มั้ยเนี่ย

“…”

ไอ้เมฆเอ้ย

“…”

แล้วกูจะยิ้มทำไมวะเนี่ย!”

 

 


 ----------------------------------Time Stop-------------------------------------

 




กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดฉันแหกปากลั่นในขณะที่สองมือก็ใช้หมอนอิงอุดปากเอาไว้เพราะกลัวพ่อแม่ทีก้าจะแตกตื่นที่เพื่อนของลูกชายมานั่งหวีดผู้ชายแว้ดๆ

เป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย!”

ทีก้าาาาาาพี่เมฆน่ารักมากเลยอ่ะแกกกกก ฉันที่วิ่งเข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเปลี่ยนชุดไปรเวทแล้ววิ่งมาหาเพื่อนรักอีกที กำลังดีดดิ้นไปมาอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้านทีก้า

ทำไมวะ เกิดไรขึ้น?”

ก็เปล่าาาาาฉันว่าพลางนั่งบิดไปบิดมาแล้วใช้มือดึงทึ้งหมอนจนคนข้างๆอดที่จะส่งสายตาดุๆมาให้ไม่ได้

เดี๋ยวหมอนฉันขาด!”

แกก็ดูพี่เมฆดิ ตอนเด็กว่ายิ้มน่ารักแล้วนะ ตอนโตนี่ยิ่งบั่บ...โอ้ย ฉันนี่แทบละลาย หัวใจก็จะวาย เบาหวานก็จะขึ้น ฮืออออออ TT”

เดี๋ยวๆ เบาหวานเกี่ยวไร

ไม่เกี่ยวหรอก แค่เปรียบเปรยเจ๋ยๆ แล้ววันนี้ก็ไม่รู้เป็นไรนะ พี่เมฆยิ้มบ่อยมากกกกกกกกก แล้วก็ใกล้มากด้วย เจอแบบนี้ฉันก็ตายสิแกเอ้ย!”

คือที่มานั่งเขินอยู่นี่แค่เพราะเขายิ้มให้?”

ก็เออไง ทำไมอ่ะ?”

ถามจริง แกชอบพี่เมฆขนาดนั้นเลยหรอวะ จริงจังหรอ?”

ทำไมถามแบบนี้อ่ะ

แล้วไอ้ศรอ่ะ มันก็ชอบพี่เมฆไม่ใช่หรอ มันจะไม่เป็นไรหรอวะแก?”

แต่ฉันชอบพี่เมฆมาตั้งนานแล้วนะเว้ยแกก็รู้ ฉันรอวันนี้มาตั้งหกปีเลยนะ

ก็รู้ แต่ทำไมแกไม่บอกศรมันอ่ะ เผื่อมันจริงจังกับพี่เมฆขึ้นมา แกจะไม่มีปัญหากันหรอวะ?”

แกก็รู้นิสัยไอ้ศร มันชอบใครก็ชอบแค่แปปๆ เดี๋ยวเบื่อก็เปลี่ยนไปชอบคนอื่น มันคงไม่โป๊ะขนาดที่จะมาจริงจังกับผู้ชายคนเดียวกันกับฉันหรอกมั้ง

งั้นก็แล้วแต่แกละกัน

ทีนี้ฉันกรี๊ดพี่เมฆต่อได้แล้วใช่ป่ะ?”

ยัง

อะไรอีกล่ะ

ในเมื่อแกยืนยันว่าแกชอบพี่เมฆมากกกกขนาดนี้ แล้วแฟนแกล่ะ?”

“…”

แล้วพี่ไทม์ล่ะมินิท

“…”

แกลืมพี่ไทม์รึเปล่า?”



 ----------------------------------Time Stop-------------------------------------



#มินิท : พี่เมฆยิ้มน่ารักจังเลยยยยยยยยยยยยยยยย~




           

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #19 White_Swr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 03:16
    รอค่ะะะะะะ
    #19
    0