end. | THE PHILOPHOBIA 💔 GYUMYUNG { infinite }

ตอนที่ 9 : 💔 PHILOPHOBIA {07} คนนอกใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ส.ค. 61








7

.

.

คนนอกใจ

 

 -howon's part-

    -18.44.-

 

ทีหลังอย่าซื้อดอกกุหลาบสีส้มมาให้ผมอีกนะ

ทำไมล่ะ? ไม่ชอบหรอ

เคยชอบ

“…”

แต่ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว

 

            ไม่ชอบแล้วทำไมยืนมองดอกไม้ที่ใครไม่รู้เอามาเสียบไว้ที่รถได้ตั้งนาน ไม่ชอบแล้วทำไมต้องอมยิ้มตอนอ่านข้อความบนดอกไม้ดอกนั้นด้วย ถ้าไม่ชอบ...ทำไมถึงวางดอกไม้ที่ฉันให้ทิ้งไว้ที่รถ แล้วกำดอกไม้ดอกนั้นไม่ยอมปล่อยแทนล่ะ

 

            ไม่ชอบดอกไม้หรือไม่ชอบคนให้กันแน่มยองซู?

 

อ่าว แล้วทำไมดอกไม้ยังอยู่ที่มึงอ่ะ?ซองกยูที่เดินมาสมทบที่โต๊ะประจำของพวกเราทีหลังผมถามขึ้นเมื่อเห็นว่าในมือผมมีช่อดอกไม้ที่เคยให้มยองซูไว้ แต่ดันยังอยู่ที่ผมซะอย่างงั้น

เขาลืมไว้น่ะ

เขาคงเหนื่อยอ่ะ อย่าคิดมาก คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนผมหายไปได้เกือบอาทิตย์แล้วหลังจากวันวาเลนไทน์ โทรไปก็รับบ้างไม่รับบ้าง ส่งข้อความไปก็ไม่ค่อยตอบ พอบอกจะไปรับก็ไม่ยอมให้ไป จะไปหาก็บอกไม่ว่าง พอโทรไปคุยก็ไม่ค่อยสนใจ เอะอะหาเรื่องวางอย่างเดียว ก็เลยต้องมานั่งเครียดอยู่นี่ไง

อือ อูฮยอนบอกผมแล้วว่าเขาเป็นขอให้มยองซูเอาดอกกุหลาบไปให้ซองกยูที่เวทีเอง ผมก็เลยเบาใจ แต่ก็แค่แปปเดียว เพราะพอเดินกลับมาที่รถ ภาพมยองซูที่ยืนมองดอกกุหลาบในมือไปยิ้มไปอยู่คนเดียวก็ทำเอาผมเครียดอีกรอบ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจมยองซูนะ แต่เพราะการกระทำของเขาเองนั่นแหละที่ทำให้ผมไม่สบายใจ มันมีแต่คำถามเต็มไปหมดว่าทำไมทีกับผม เขาถึงชอบทำท่าทางว่าไม่ชอบ ไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา

โฮวอน!”

มีไรวะดงอู? วิ่งหน้าตาตื่นมาแต่ไกล” ดงอูหยุดหอบแฮกๆ แล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะค่อยๆเล่าเรื่องน่าตกใจของมันให้พวกผมฟัง

เมื่อกี้กูขับรถผ่านคณะแพทย์ แล้วกูเจอมยองซู

แล้ว?

ขึ้นรถใครไปก็ไม่รู้ ดูท่าทางสนิทกันมากอ่ะ ดงอูนั่งลงฝั่งตรงข้ามผมกับซองกยูแล้วพูดต่อ แต่จำได้ว่าเป็นคนที่ประกวดเดือนกับพวกมึงตอนเหลือสามคนสุดท้ายอ่ะ

“ไอ้มินโฮ จู่ๆซองกยูก็พูดขึ้น ทำให้ผมกับดงอูต้องหันขวับไปมองหน้ามันเป็นตาเดียว

มึงรู้จักหรอ?

เออ เพื่อนเก่า

แล้วมึงแน่ใจหรอว่าใช่มยองซู? ผมถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่อยากจะคิดอะไรที่ไม่ดีไปมากกว่านี้ เพราะอย่างน้อยๆเขาก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนผม เขามีแฟนแล้ว เขาคงไม่ทำแบบนั้นหรอก ใช่มั้ย?

แน่ซะยิ่งกว่าแน่ ถ้ามึงไม่เชื่อก็ลองโทรไปถามสิ ว่าเขาอยู่ไหน ผมมองหน้าดงอูด้วยแววตาสับสน ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี จะโทรไปอย่างที่ดงอูบอกดีมั้ย แล้วถ้ามันไม่มีอะไรเขาจะหาว่าผมไม่ไว้ใจเขามั้ย แล้วผมจะรับไหวมั้ยถ้าเกิดมันเป็นแบบที่ดงอูพูดขึ้นมาจริงๆ

โอ๊ยไม่ต้องคิดแล้ว เอามานี่ กูโทรให้ พูดจบดงอูก็แย่งโทรศัพท์ในมือผมไปกดอย่างถือวิสาสะ แต่ก็แปลกที่ผมไม่แย้งอะไร เพราะใจจริงก็คงอยากโทรอยู่แล้วล่ะมั้ง

            พอต่อสายติด ดงอูก็กดเปิดสปีคเกอร์แล้วยื่นโทรศัพท์คืนมาให้ผม  พอเสียงหวานๆดังออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ใจผมก็พาลเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ

 

(ว่าไงครับ?)

มยองซู เสียงทุ้มที่เริ่มสั่นของผมกรอกเสียงกลับไปพลางเงยหน้ามองสองหน่อที่นั่งฟังอยู่ด้วยกันเหมือนจะขอตัวช่วย แต่ก็นั่นแหละ แม่งไม่ช่วยหรอก -_-

(ครับ?)

ตอนนี้ ผมเม้มริมฝีปากตัวเองอีกครั้งอย่างกล้าๆกลัวๆก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป ทำอะไรอยู่หรอ?

(ผมออกมาดูหนัง) ใจผมหล่นวูบลงตาตุ่มทันทีพอได้ฟังคำตอบ แต่ก็พยายามรวบรวมสมาธิแล้วถามอีกคำถามเผื่อว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิด

ก กับซองยอลหรอ?

 

 

ปลายสายเงียบไปพักนึง ก่อนจะตอบกลับมาเสียงนิ่งๆเหมือนอย่างเคย

 

 

(เปล่า)

 

 

และคำตอบนั้นก็ทำเอาผมพูดอะไรไม่ออก 

 

 

(มากับพี่มินโฮ)

“…”

 

(พี่มีอะไรรึเปล่า?)

“…”

 

(พี่โฮวอน?)

“…”

 

(ฟังอยู่มั้ย?)

“…”

 

 

()

“…”

 

ตี๊ดด ตี๊ดด ตี๊ดด

 

 

มึงไปกับกูเดี๋ยวนี้เลย ซองกยูลุกขึ้นยืนทำหน้าเครียดแล้วพยายามดึงให้ผมเดินตามมันไป แต่ก็โดนดงอูขัดขึ้นซะก่อน

มึงจะไปไหน?

ก็ไปจัดการคนนอกใจไง

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------






 

            ซองกยูลากผมขึ้นรถแล้วบึ่งออกไปทันที พอถึงจุดหมายมันก็จอดรถแล้วก้าวฉับๆไปยังหน้าโรงหนัง จริงอยู่ที่ช่วงนี้มันใจเย็นลงกว่าแต่ก่อน แต่ไม่รู้ทำไมพักหลังๆมานี้มันถึงกลับไปใจร้อนอีกแล้ว แถมครั้งนี้เหมือนจะร้อนมากเลยด้วย

            ผมสองคนเดินหาแถวๆหน้าโรงหนังอยู่ราวๆครึ่งชั่วโมงได้แต่ก็ยังไม่เจอ ซองกยูที่ดูไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยยังคงเดินแกมวิ่งตามหาทุกซอกทุกมุมต่างจากผมที่เริ่มออกอาการหอบนิดๆแล้ว

ตอนเด็กๆชอบกินเลอะยังไง ตอนโตก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ เสียงนุ่มบ่นคนข้างกายพลางยกมือขึ้นมาเช็ดที่ริมฝีปากให้เบาๆ อีกคนเลยตอบรับด้วยการส่งยิ้มหวานๆให้

ขอบคุณครับ J

 

 

ปากเลอะแน่ะ

เคยบอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้  ผมไม่ชอบ

 

 

ไหนบอกว่าไม่ชอบไง” ผมเผลอหลุดปากถามคนที่เดินสวนไปด้วยเสียงสั่นๆ คนตัวเล็กหันมามองผมสลับกับซองกยูอึ้งๆ แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรสักคำนอกจากเอาแต่เรียกชื่อพวกผม

พี่ซองกยู พี่โฮวอน

กลับไปกับโฮวอนเดี๋ยวนี้เสียงเย็นๆของซองกยูพูดแทรกบรรยากาศน่าอึดอัดนี่ก่อนที่มยองซูจะทำหน้าไม่พอใจบ้าง

แล้วพี่เกี่ยวอะไร มาสั่งผมทำไม?

ก็รู้ว่าฉันสั่ง! แล้วทำไมไม่ทำตาม!” ซองกยูเริ่มขึ้นเสียงจนเพื่อนอย่างผมยังกลัว

“…” มยองซูจ้องหน้าคนตรงหน้าเขม็ง แล้วเดินตึงๆมาลากผมให้เดินออกไปด้วยกัน เขาไม่ได้พูดอะไร ผมเองก็ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง เพราะมันจุกไปหมด ไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นมันเป็นอย่างที่คิดรึเปล่า ไม่รู้ว่าควรจะบอกเขาว่าอะไร ควรจะโกรธควรด่าเขามั้ย

 

 

มันกลัวไปหมด..

 

 

 “พี่ว่ามยองซูเปลี่ยนไป

ผมก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว เขาตอบผมเสียงเรียบพลางทำหน้าเหนื่อยหน่ายเต็มที ผมเลยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเพราะไม่คิดว่าเขาจะเย็นชากับผมขนาดนี้

มยองซู? พี่ไม่ดีตรงไหนหรอ หรือพี่ยังดูแลมยองซูไม่ดีพอ?

มันไม่เกี่ยวหรอกพี่โฮวอน

หรือเป็นเพราะมินโฮ เพราะมันใช่มั้ย มยองซูถึงเปลี่ยนไป? พอได้ยินแบบนั้น มยองซูเลยหันขวับมามองหน้าผมเหมือนไม่พอใจที่ผมพูดแบบนี้

ถึงจะไม่มีพี่มินโฮ ผมก็เป็นแบบนี้อยู่ดี!”

มยองซู?

ไว้ค่อยคุยกันวันหลังคนถูกเรียกตอบผมแบบปัดๆแล้วเดินหายออกไปโดยแทบจะไม่ได้หันมามองหน้าผมสักนิด

 

 

 
 

 

 ---------------------------The philophobia-------------------------------


 


 

-sunggyu's part-


มยองซูคบกับเพื่อนกูอยู่ผมจ้องหน้าไอ้มินโฮอย่างเอาเรื่อง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สะท้กสะท้านอะไร กลับทำหน้าไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรจนผมเดือดยิ่งกว่าเดิม

“…”

เลิกยุ่งกับมยองซูซะ!”

มึงนี่ทำหน้าที่เพื่อนดีเกินไปป่ะวะ? นี่ถ้ากูไม่รู้ว่ามยองซูคบกับเพื่อนมึงอยู่ กูคงคิดว่ามยองซูเป็นแฟนมึงไปละ ทำอย่างกับหึงแฟนตัวเอง

“…”

ถามจริง

“…”

กับแฟนตัวเองเคยหึงแบบนี้มั้ย?

ไอ้…”

ยังใจร้อนเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนผมกำลังพยายามดรอปอารมณ์ตัวเองลง แต่อีกคนดันพูดกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เลยทำให้ผมกดอารมณ์โมโหของตัวเองไม่อยู่ มึงคิดว่ามยองซูเป็นคนแบบนั้นจริงๆหรอ?

ก็เห็นกันอยู่ตำตา!”

มึงเคยคบเขามาตั้งกี่ปี

“…”

สี่ปีนะเว้ย ระยะเวลาสี่ปีมันไม่ทำให้มึงรู้จักเขาเลยรึไง จริงๆคนที่ควรจะรู้จักมยองซูดีที่สุดควรเป็นมึงนะไม่ใช่กู

“…”

แต่ตอนนี้กูรู้ละมึงไม่เคยรู้เลยว่ามยองซูคิดอะไรอยู่ ถ้ามึงยังคิดได้แค่นี้ กูว่ามึงนั่นแหละที่ต้องเลิกยุ่งกับมยองซู!” ไอ้มินโฮพูดรัวๆไม่เว้นวรรคให้ผมแทรกได้ก่อนจะตั้งท่าเดินออกไป แต่เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกเลยหันมาพูดแล้วยกยิ้มกวนตีนส่งให้ผมหนึ่งทีก่อนไป

เอ้อลืมไป จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก เพราะมยองซูเป็นแฟนเพื่อนมึง ไม่ใช่แฟนมึง

 

 

 

ไอ้!!

 

 


---------------------------The philophobia-------------------------------




 

-myungsoo's part-

 

          ผมโทรเรียกให้ซองยอลมารับเพราะมันยืมรถผมไปขับ (อีกแล้ว) พอมาถึงหอผมก็เอาแต่นั่งหน้าตึงอยู่คนเดียวจนซองยอลอดไม่ได้ที่จะถาม ผมเลยเล่าให้มันฟังคร่าวๆว่า พี่ซองกยูกับพี่โฮวอนเห็นผมกับพี่มินโฮอยู่ด้วยกันเลยพาลให้เข้าใจผิด

 

ใช่เข้าใจผิด

 

แล้วทำไมมึงไม่คุยกับพี่โฮวอนเขาดีๆ ก่อนหน้านี้ก็หลบหน้าเขามาเป็นอาทิตย์พอมาเจออีกทีก็เห็นมึงไปดูหนังกับคนอื่นแล้ว จะให้เขาคิดยังไงวะ?

ก็กูเบื่อ ผมตอบเซ็งๆแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเพราะความเหนื่อยล้า ยิ่งอยู่กับพี่โฮวอน กูก็ต้องเจอพี่ซองกยูด้วย กูไม่อยากเจอเขา กูกลัวอ่ะซองยอล กูอยากพอแล้ว

“…”

กูเหนื่อย

แล้วความรู้สึกพี่โฮวอนล่ะ?” ซองยอลเดินอ้อมมานั่งข้างผมบนเตียงแล้วทำหน้าซีเรียสใส่จนผมต้องยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเพราะเบื่อจะฟังมันบ่น

ช่างเขาดิ

เป็นแฟนกันนะเว้ย มึงต้องแคร์ความรู้สึกเขา ต้องรักเขาดิ ไม่ใช่คบตามหน้าที่ พอได้ยินแบบนั้นผมเลยผลักผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นนั่งคุยแบบเป็นการเป็นงานกับมัน

มึงอย่าลืมนะซองยอล ว่ามึงเป็นคนบังคับให้กูคบพี่โฮวอนเอง ทั้งๆที่มึงก็รู้ว่ากูไม่ได้รัก

อ้าว กูก็นึกว่ามึงรักพี่โฮวอนแล้วซะอีก คบกันมาสักพักใหญ่ๆแล้วนะเว้ย ไม่รักเขาบ้างเลยหรอ?

มึงบอกเองไม่ใช่หรอ ว่าให้กูถอยได้แล้วอ่ะ

ใช่ กูให้มึงถอยก็จริง แต่ให้ค่อยๆถอย ไม่ใช่ถอยรวดเดียวโดยการไปมีคนอื่นทั้งๆที่ยังคบกับเขาอยู่แบบนี้ มีชู้เลยนะมึง

“…”

ไม่สงสารเขาหรอวะ? พี่โฮวอนเขาดีกับมึงมากนะเว้ย

แต่พี่มินโฮดีกว่า ผมจ้องหน้าซองยอลแล้วทำท่าทางเหมือนเด็กเถียงแม่เพื่อยืนยันว่าที่ผมพูดมันเป็นเรื่องจริง เหล้าไม่กินบุหรี่ไม่สูบ แถมยังเป็นว่าที่นายแพทย์อีก

“...”

ไหนมึงบอกว่าอยากให้กูเจอคนดีๆไง นี่ไงกูเจอละ ผมยังเชิดหน้าเชิดตาประชดมันเล่นเพราะหมันไส้ที่มันชอบจับคู่ให้ผมไปชอบคนนู้นทีคนนี้ทีอยู่เรื่อย

แล้วพี่โฮวอนล่ะ? มึงเอาเขาไปไว้ตรงไหน?

กูเคยพูดกับเขาไปแล้วเว้ย ว่าให้ตายกูก็ไม่มีวันรักเขาและมันก็จะเป็นแบบนั้นจริงๆ

“…”

เพราะหัวใจกูมันให้ใครไม่ได้อีกแล้วซองยอล…”

หรือไม่ มึงก็ให้พี่มินโฮไปแล้ว

“…”

ใช่มั้ยมยองซู มึงรักพี่มินโฮใช่มั้ย?!”

เมื่อหกปีที่แล้วกูเคยแอบรัก

“…”

แล้วคนที่ทำความรักครั้งนั้นของกูพังก็คือพี่ซองกยู!”

 

           

Rrrrrrrrr

            ผมก้มหน้าล้วงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงเพราะมันสั่นเรียกให้ผมเปิดดู หน้าจอปรากฎเป็นข้อความจากคนที่ผมกับซองเพิ่งพูดถึง มือผมสั่นทันทีที่ได้อ่านข้อความในนั้น มันไม่ได้สั่นเพราะร้องไห้เสียใจ แต่มันสั่นเพราะกำลังโกรธที่เขาคนที่ชื่อคิมซองกยูทำกับผมแบบนี้อีกแล้ว!

 

พี่มินโฮ ]  พี่แค่มาเรียนซัมเมอร์และตอนนี้ก็กำลังจะกลับไปเรียนที่อังกฤษเหมือนเดิม พี่แค่อยากบอกมยองซูว่าพี่ขอโทษที่กลับมาทำให้ชีวิตมยองซูวุ่นวาย ขอโทษในทุกๆเรื่องที่ผ่านมา แล้วก็ขอบคุณที่ยังรู้สึกดีกับพี่เหมือนเดิม ถึงพี่จะกลับไปแล้วแต่มีอะไรก็ยังคุยกับพี่ได้เหมือนเดิมนะเด็กดื้อ

Ps.อะไรที่มันไม่เป็นตัวเอง ก็อย่าไปฝืนใจทำมันเลยนะมยองซู

                                                                                                                      แล้วเจอกันใหม่ไอ้น้องชาย J

 

 

เห็นมั้ยบอกแล้วไงว่าเข้าใจผิด

ถึงในอดีตผมจะเคยชอบพี่มินโฮ แต่ตอนนี้ความรู้สึกของผมกับเขามันก็เหลือแค่คำว่าพี่น้องเท่านั้นและที่สำคัญ เขาแค่เป็นคนนึงที่ผมวางใจจะเล่าปัญหาชีวิตที่ยุ่งเหยิงของตัวเองให้ฟัง และเขาก็พร้อมจะให้คำปรึกษา

 

แค่นั้นเอง

 


 

ปึง!!!

 

            ผมบุกมาหาตัวต้นเหตุที่เดาไม่ยากว่าใครที่เป็นคนทำให้พี่มินโฮต้องหนีผมไปรอบสอง มือบางของตัวเองกำลังทุบประตูดังลั่นจนคนข้างในต้องออกมาเปิดดู

            พี่สามคนเขาเช่าหออยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นถ้าผมมาหาคนนึง ก็ต้องเจออีกสองคนที่เหลือด้วย แต่ใครจะสน เพราะอารมณ์ตอนนี้ผมแค่อยากเอาไปลงที่คนตาตี่ในห้องนั้นเท่านั้น

พี่ทำแบบนี้ทำไม?!”ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกแล้วเห็นว่าเป็นคนเดียวกับที่ผมต้องการเจอ สองมือผมก็ผลักไปที่หน้าอกจนเขาเซไปข้างหลัง

ฉันทำอะไร? คิ้วบนตาเรียวๆนั่นขมวดเข้าหากันเหมือนเตรียมจะอารมณ์เสียพอเห็นผมทำแบบนี้

ครั้งที่แล้วพี่เป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่มินโฮทิ้งผมไป

“…”

แล้วพอครั้งนี้เขากลับมา พี่ก็ไล่เขาไปอีก!”

“…”

ทำแบบนี้ต้องการอะไร!”

แล้วการที่ไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น แล้วทิ้งๆขว้างๆแฟนตัวเองคือดีนักหรอ?!”





---------------------------The philophobia-------------------------------


 

ทำไมตอนนี้มีแต่คนอารมณ์ไม่ดีเต็มไปหมดดด @-@
ตกลงแฟนมยองคือโฮวอนหรือซองกยูกันแน่คะ
ทำไมกยูออกนอกหน้าขนาดเน้ เอะอะลุยลูกเดียว ><

พี่มินโฮกลับไปแล้ว ตอนหน้าเหลือกยูกับโฮวอนตัวๆแล้วค่ะ
มาลุ้นกันเนอะว่าใครจะได้หัวใจมยองซูไป
.
.
 #ฟิคฟีโลโฟเบีย

บางทีไรท์จะอัพตัวอย่างตอนต่อไปไว้ในทวิตเตอร์ด้วย ไปติดตามหรือทวงฟิคได้เลยนะคะ


แอคนี้เลยยยยยย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #35 Faii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 00:02
    มาแล้วววววว ดีใจจจจลุ้นอยู่นะว่าใครจะเป็นยังไงต่อไป

    พี่มินโฮแสนดีของมยองก็ไปแล้วที่นี่ก็ไม่มีใครอีกแล้ว

    สงสารทั้งโฮวร และมยองอ่ะ ลุ้นอยู่นะ
    #35
    0
  2. #34 KyuJulia (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 23:22
    อยากอ่านต่อแล้วววว อึดอัดคู่กยูมยอง แต่ก็สงสารโฮย่ากับอูฮยอนด้วย ฮรือออ ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องมีใครต้องเจ็บอยู่ดี // พี่มินโฮไปง่ายมาง่ายมาก พี่เรียนหมอนะคะ ไม่ได้เรียนไฮสคูล ย้ายไปย้ายมาง่ายดีจริง
    #34
    0
  3. #33 MyungLspace (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 22:04
    อยากอ่านต่อแล้วค่ะ รู้สึกว่าเรื่องกำลังดุเดือด.... โฮวอนควรจะเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของไอ่สองคนนี้ได้แล้ว55555555555555555 สงสารน้องนัมสุด
    #33
    0