end. | THE PHILOPHOBIA 💔 GYUMYUNG { infinite }

ตอนที่ 7 : 💔 PHILOPHOBIA {05} กลับมาได้มั้ย?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

 





   

5

.

.

 กลับมาได้มั้ย?

 

 

-18.22 น.-


เมื่อวานเป็นไงบ้างวะ

เป็นไงอะไร?”

ก็ที่มึงไปเดทกับพี่โฮวอนไง เป็นไงบ้าง?”

กู…”

“…”

ไม่ชอบเลยว่ะ

ไม่ชอบ? ไม่ชอบอะไร พี่โฮวอนอะหรอ? ทำไม? เขาทำไรมึง?”

เปล่า พี่โฮวอนเขาก็ดี ดูแลกูดี

เอ้า ละถ้างั้นไม่ชอบอะไร?”

ไม่ชอบที่มึงเรียกว่าไปเดทนี่แหละ ไม่รู้ทำไมเวลาเห็นที่ที่คนมีคู่หรือคนรักกันอยู่ด้วยกันเยอะๆแบบเมื่อวานแล้วมันสะอิดสะเอียนชวนหงุดหงิดแปลกๆ หรือนี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เมื่อวานผมเหวี่ยงใส่พี่โฮวอนทั้งวัน แต่เอ้ะ ผมก็เหวี่ยงพี่โฮวอนเป็นปกติอยู่แล้วนี่หว่า -_-

แฟนกันไปเที่ยวด้วยกันไม่ให้เรียกว่าเดทจะให้เรียกว่าไรวะ?”

กูก็ไม่ได้อยากเป็นสักหน่อย

กูถามจริง พี่โฮวอนเขาก็ดีกับมึงขนาดนี้  ไม่หวั่นไหวบ้างเลยหรอ?”

กูเข็ดมั้ง

“…”

กูไม่อยากกลับไปร้องไห้ฟูมฟายเป็นบ้าเป็นบอเหมือนตอนพี่ซองกยูแล้วอ่ะ ซองยอลตบบ่าผมเบาๆเหมือนพยายามจะปลอบพอเห็นผมทำหน้าเศร้า

เชื่อกูเถอะ พี่โฮวอนไม่เลวเหมือนพี่ซองกยูหรอก

มึงรู้ได้ไง ผมหรี่ตามองซองยอลเหมือนไม่เชื่อ แต่ซองยอลกลับทำหน้าจริงจังแล้วไซโคผมต่อ

คนเราถ้าไม่รักกันจริงจะตามจีบตามตื๊อเป็นปีๆป่าววะ

คนเราถ้าจะรักมันก็รักไปนานแล้วป่าววะผมสวนมันกลับบ้าง ที่ซองยอลพูดก็ถูก พี่โฮวอนรักผมผมก็รู้ก็เข้าใจ แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเกมนี้ซองยอลเป็นคนเริ่มและเป็นผมเองที่เดินตามเกมของมัน แล้วไหนจะเรื่องของหัวใจ ที่ถึงแม้ว่าผมจะเป็นเจ้าของมันก็ตาม ผมก็บังคับมันไม่ได้อยู่ดี

เฮ้อ กูแค่อยากให้มึงเจอคนดีๆ แล้วกูก็เชื่อว่าพี่โฮวอนเขาเป็นคนดีจริงๆ มึงจะได้หายจากโรคที่มันบั่นทอนชีวิตมึงอยู่ทุกวันนี่สักที

กูรู้ว่ามึงหวังดี กูก็อยากรักพี่โฮวอนเหมือนกัน ทุกอย่างจะได้ลงตัวจะได้จบๆสักที แต่ทุกครั้งที่กูเจอพี่โฮวอน กูก็ต้องเจอพี่ซองกยูด้วย แล้วกูจะรักพี่โฮวอนได้ยังไงในเมื่อ…” ผมหยุดตัวเองได้ทันก่อนที่จะหลุดพูดคำแสลงออกมา

ในเมื่อมึงยังรักพี่ซองกยูอยู่?”

“…”

ไหนมึงเคยบอกกูว่าไม่ได้รักเขาแล้วไง?”

กูไม่ได้รัก!”

 

เออๆไม่รักก็ไม่รัก แตะไม่ได้เลยนะเรื่องเนี้ย หงุดหงิดตลอดผมมองซองยอลแบบเคืองๆแล้วพยายามไล่เรื่องไม่เป็นเรื่องที่ซองยอลขยันเอามาป้อนใส่หัวออกไป

“…”

แล้วมึงจะไปไหนต่อ ต้องรอพี่โฮวอนมารับป่ะ?”

วันนี้กูขับรถมาเอง แต่เดี๋ยวต้องขับไปมหาลัยพี่โฮวอน นัดเขาไว้

เอ้า แล้วทำไมพี่เขาไม่มารับ?”

กูนี่แหละเป็นคนขอไปเอง เผื่ออยากกลับตอนไหนจะได้กลับเลย

จ้ะ -____-”

แล้วมึงจะไปไหนต่อ ให้กูไปส่งมั้ย?”

เดี๋ยวกูจะไปห้องสมุดแปปนึง มึงไปหาแฟนเห๊อะ ไม่เป็นไร

งั้นกูไปนะ ผมบึ่งออกจากโรงเรียนแล่นไปตามถนนใหญ่จนมาถึงจุดหมายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผมจอดรถไว้หน้าคณะแพทย์เพราะวนไปดูที่คณะวิศวะของสามเกลอแล้วที่จอดเต็มหมดเลยต้องมาจอดที่คณะใกล้ๆกันแทน

            ผมยืนส่องกระจกรถตัวเองแล้วจัดผมเผ้าให้เข้าที่ก่อนเตรียมจะเดินไปที่คณะวิศวะ แต่ระหว่างทางดันมีผู้ชายร่างสูงโปร่งวิ่งมาชนแขนผมจนหนังสือและข้าวของในมือเขาเองหล่นกระจัดกระจายลงพื้น

 

ขอโทษครับ

ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมช่วยเก็บนะไม่ว่าเปล่า ผมนั่งชันเข่ากับพื้นแล้วลงมือเก็บหนังสือเล่มหนาสามสี่เล่มส่งให้เขา รวมไปถึงพวกดินสอ ไม้บรรทัด ปากกา

 

            เมื่อหกปีที่แล้วผมมีพี่ชายที่สนิทกันมากอยู่คนนึง เขาเรียนที่เดียวกับผม บ้านก็อยู่ติดกัน  ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดจนตัวแทบจะติดกันอยู่แล้ว พี่คนนี้นิสัยดี เรียนเก่ง เป็นผู้ใหญ่และดูแลผมอย่างดี เขามีความฝันตั้งแต่เด็กๆว่าอยากเป็นหมอ 

            ในวันเกิดเขาปีสุดท้ายที่เราเจอกัน ผมให้ปากกาด้ามนึงเป็นของขวัญ ผมเขียนประโยคสั้นๆไว้ที่ด้ามปากกาเพื่อให้มันคอยเตือนใจเขาไว้เสมอว่า ปากกาด้ามนี้จะทำให้เขาเป็นหมอในสักวันนึง

 

พี่หมอมินโฮ มยองซู


 

แต่แล้ววันนึงเขาก็หายไป แล้วเราก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น

จนมาถึงวันนี้เขายืนอยู่ข้างหน้าพร้อมปากกาด้ามนั้นในมือของผม

 

พี่มินโฮ!”

มยองซู!”

 

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------

 




 

ทำไมมาช้าจังมยองซู?” พี่โฮวอนลุกขึ้นตรงรี่มาหาผมทันทีที่เห็นผมเดินมาหาที่โต๊ะประจำหน้าคณะวิศวะของพวกพี่เขา ผมที่ยังตกใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้เลยยังเบลอๆ พูดจางงๆอยู่

อ่อพอดีเจอคนรู้จักนิดหน่อย

อ๋อโอเค

จะไปได้ยัง? แฟนฉันหิวจะแย่อยู่ละพี่ซองกยูไม่พูดพร่ำทำเพลงควงแขนอูฮยอนเดินผ่านหน้าผมพลางทำเสียงกระแทกๆใส่ ก่อนที่พวกเราที่เหลือจะพากันเดินไปที่รถ

งั้นเดี๋ยวเราไปเจอกันที่ร้านนะ

อ้าว ทำไมล่ะ?”

ผมว่าผมขับรถไปเองดีกว่า

เอางั้นก็ได้


 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------


 

 

   DS’ bar

 -19.57 น.-

         

            ร้านอาหารร้านเดิมที่พี่โฮวอนเคยพามา ซึ่งดูเหมือนตอนนี้จะมีชื่อแล้วเพราะตอนที่ผมกันครั้งแรก ร้านเพิ่งเปิดเลยยังไม่เรียบร้อยดี ชื่ออะไรก็ยังไม่มี


            เมื่อกี้ผมดูเมนูที่อยู่บนป้ายในร้านเลยแอบเห็นมาว่าชื่อร้านดีเอสมันย่อมาจาก Dark side นั่นเอง เจ้าของก็เข้าใจตั้งดีเหมือนกันนะ เพราะยังไงร้านนี้ก็ขายพวกพิษแอลกอฮอล์ ที่มันสามารถทำให้เรามองเห็นด้านมืดของคนที่เราไม่เคยเห็นได้

มยองซู ทางนี้!”พี่ดงอูโบกมือหยอยๆเรียกให้ผมเดินไปที่โต๊ะพวกพี่ๆเขา ผมเดินไปนั่งเนือยๆเหมือนไร้พลังจะให้มานั่งดื่มก็คงจะไม่ไหวเพราะวันนี้ผมขับรถมาเอง กลัวว่าตอนขากลับจะขับไม่ไหวเอา

            ผมหยิบโทรศัพท์ตัวเองมากดเข้าแอพคาทกแล้วอดยิ้มไม่ได้กับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งแอดมาตอนเย็น พี่มินโฮมีเรียนต่อแล้วกำลังจะเข้าเรียนสายเลยไม่ได้หยุดคุยกันมากกว่านี้ ก็เลยขอแลกคาทกไว้ก่อน

            ผมเม้มริมฝีปากตัวเองเหมือนคนกำลังตื่นเต้น กำลังคิดว่าจะพิมพ์อะไรส่งไปทักพี่มินโฮดี เราไม่ได้เจอกันมาหกปีและผมมีหลายเรื่องที่อยากจะคุยกับเขา อยากถามเขาว่าทำไมวันนั้นจู่ๆถึงหายไป


[ มยองซู ]  พี่มินโฮ

[ มยองซู ]  เลิกเรียนรึยังครับ?


            กว่าจะรวบรวมความกล้าแล้วส่งไปได้แต่ละข้อความเล่นเอาหัวใจจะวาย ผมเปิดหน้าห้องแชทของพี่มินโฮทิ้งไว้อยู่แบบนั้นไม่ได้กดออกไปไหน

 

[ พี่มินโฮ ]  เลิกแล้วครับ

 

            พี่มินโฮตอบกลับมาสั้นๆแต่ทำเอาหน้าผมร้อนผ่าวบอกไม่ถูก


[ มยองซู ]  ผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย?

[ พี่มินโฮ ]  ได้สิ

[ มยองซู ]  พี่หายไปไหนมา

[ มยองซู ]  ทำไมไปไม่บอกลาสักคำ...

[ พี่มินโฮ ]  พี่ย้ายไปเรียนมอปลายแถวบ้านพ่อพี่ที่อังกฤษ

[ พี่มินโฮ ]  ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก มันกะทันหันจริงๆ

[ มยองซู ]  ไม่เป็นไรครับ J

 

นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรอยู่คนเดียวหะ?”พี่โฮวอนชะโงกหน้ามาดูโทรศัพท์ผม แต่ผมก็กดล็อคหน้าจอได้ทัน

ปะ เปล่า

แหน่ะ คุยกับใคร?”พี่โฮวอนแกล้งทำเสียงดุ

เพื่อน

แน่นะ?”

อื้อ!” ผมพยักหน้าแล้วแกล้งตอบขึ้นเสียงนิดๆให้เขาเลิกเซ้าซี้สักที ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ

ให้ไปเป็นแฟนมั้ย?”

เขามีแต่ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย ไม่ใช่หรอวะพี่ดงอูถาม

เอ้า ก็นี่แฟน จะไปเป็นเพื่อนได้ไง

แหวะ พวกชอบอวดแฟน พี่ดงอูทำหน้าหยีๆแล้วหันไปเทเหล้าใส่แก้วต่อ

ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมไปเอง

ฉันไปด้วยอูฮยอนยกมือขึ้นต่ำขอไปด้วย ผมพยักหน้านิดๆแล้วเดินนำออกมาโดยไม่ได้พูดอะไร นี่เห็นผมเป็นแม่หรอ จะเข้าห้องน้ำทีไรร้องตามตลอด -_____-

 

            พอผมจัดการธุระเสร็จก็เดินมากดโทรศัพท์ที่หน้ากระจกรออีกคน รอจนเกือบยี่สิบนาทีก็ยังไม่ออกมา จะให้ตะโกนเรียกกันหน้าห้องน้ำ เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น แถมในห้องน้ำนี่คนก็โครตเยอะอีก

            ผมเลยตัดสินใจเดินกลับโต๊ะดีกว่า เพราะนานขนาดนี้เขาอาจจะกลับไปที่โต๊ะตั้งนานแล้วก็ได้

อูฮยอนล่ะ?” หนึ่งในนั้นถามหาแฟนตัวเองทันที ทั้งๆที่ผมยังไม่ทันจะถึงโต๊ะดีเลยด้วยซ้ำ

ผมนึกว่ากลับมาแล้ว

นึกหรอ? ตอนไปก็ไปด้วยกัน แล้วทำไมตอนกลับถึงกลับมาคนเดียว!?”

เฮ้ยมึง! ใจเย็นดิ พี่โฮวอนออกปากห้ามพี่ซองกยูเอาไว้

แฟนพี่เขาก็โตแล้วป่ะ ถ้าถึงขั้นจะกลับมาที่โต๊ะไม่เป็นทีหลังก็ไม่ต้องพามาหรอก ถึงพี่ซองกยูจะหยุดแล้ว แต่มีหรือที่มยองซูคนนี้จะยอมโดนด่าฝ่ายเดียว แล้วอีกอย่าง มันไม่ใช่หน้าที่ผมที่จะต้องตามประคบประหงมตลอดเวลา แฟนใครทำไมไม่ไปดูแลเอง!”

มยองซู!”

หยุดทั้งคู่เลย!”พี่โฮวอนขึ้นเสียงบ้าง จนทั้งผมและพี่ซองกยูต้องหยุด พี่โฮวอนดึงผมไปนั่งข้างๆฝั่งตรงข้ามพี่ซองกยู เพราะตรงนี้น่าจะห่างไกลจากคนอารมณ์ร้อนที่สุดแล้ว

รออีกสิบนาทีถ้าอูฮยอนยังไม่มา เราค่อยไปตามหาพี่โฮวอนสรุปให้เสร็จสรรพ พี่ซองกยูก็เลยยอมนั่งสงบๆแต่ก็ไม่วายจะส่งสายตาน่ากลัวมาให้ผมเป็นระยะ และไม่ต่างกัน ผมเองก็ทำหน้าท้าทายกลับไปเหมือนกัน

 



-15 นาทีผ่านไป-

 

ไปไหนวะซองกยู!”

ยังต้องถามอีกหรอวะ เลยสิบนาทีมาเป็นชาติแล้วนะเว้ย อูฮยอนยังไม่กลับมาเลย กูว่าหลงแน่ๆ เลยมาห้านาทีนี่ถึงชาติแล้วหรอ? -_- ถ้าอูฮยอนเป็นอะไรไป นายเดือดร้อนแน่มยองซู!”

ไม่ใช่ความผิดมยองซูนะเว้ยกยูพี่โฮวอนออกรับแทน

ถ้างั้นความผิดใคร? ความผิดกูหรอ? แล้วไอ้คนที่ไปด้วยกันทำไมไม่พากลับมาด้วยวะ หรือสนใจแต่ตัวเอง? เห็นแก่ตัว!”

ถ้ามึงว่าแฟนกูอีกคำเดียว กูต่อยมึงแน่ซองกยู พี่โฮวอนพุ่งไปกำคอเสื้อพี่ซองกยูไว้ จนพี่ดงอูต้องเป็นฝ่ายเข้ามาห้ามปราม

หยุด! เลิกกัดกันแล้วไปช่วยกันตามหาเดี๋ยวนี้ พี่ดงอูพูดแล้วหันไปพยักหน้ากับพี่โฮวอน ผมเลยทำท่าจะลุกไปช่วยด้วย แต่โดนพี่โฮวอนขัดไว้ก่อน

มยองซูรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวหลงไปอีกคน ผมลุกขึ้นพูดกับพี่โฮวอนแต่สายตากลับจ้องไปที่อีกคน พลางเดินเข้าไปกระแทกคำท้ายๆของประโยคใส่ใกล้ๆ ให้อีกคนอารมณ์ขึ้นอีกรอบแล้วเดินออกมาจากวง

ผมไปช่วยดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอีก!”

 

            ผมเดินดุ่มๆออกมานอกร้านแล้วเตะฝุ่นเตะลมอย่างหัวเสีย จะมีวันไหนมั้ยที่จะไม่มีเรื่องของสองคนนี้มาทำให้ปวดหัว!

            บ้าบออะไรกันก็ไม่รู้ กับอีแค่ไม่รอกลับมาพร้อมกันทำให้ผมกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวเฉย! แล้วอะไร ร้านก็เล็กแค่นี้จะมาหลงอะไรวะ เผลอๆอูฮยอนมาบ่อยกว่าผมอีกมั้ง ก็คบกับพี่ซองกยูมาตั้งนานแล้วนี่ ผมมาแค่ครั้งสองครั้ง ยังไม่หลงเลยนะเว้ย

 

ขี้อิจฉา พี่ซองกยูพูดเสียงแข็งพลางยืนกอดอกทำหน้าเย้ยหยันใส่ผม ผมเลยหันหลังกลับไปมองหน้าต้นเสียงแล้วถามซ้ำเพราะไม่แน่ใจว่าเขาพูดถึงอะไร

หะ?”

เห็นฉันรักกันดีแล้วทนไม่ได้หรอ ถึงต้องแกล้งอูฮยอนด้วยวิธีเด็กๆแบบนี้ ผมไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยจริงๆ ว่าคำพูดสิ้นคิดนี่จะออกจากปากของคนที่ผมเคยให้ใจ ผมส่ายหัวนิดๆแล้วตัดสินใจไม่ขอเสวนากับผู้ชายคนนี้ ทำเพียงก้าวเท้าเดินหนีออกมาเงียบๆ

หนีทำไม? คำพูดฉันมันแทงใจดำมากรึไงผมหยุดชะงักครู่นึงแล้วหลับตาลงพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง เพราะไม่อยากแม้แต่จะอยากต่อปากต่อคำกับเขาให้เปลืองเวลา แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้

มันน่ารำคาญต่างหาก! ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่าพี่ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับผมนานแล้ว แล้วพี่ก็ไม่ได้มีความสำคัญขนาดที่ผมจะต้องเอาเวลามาแกล้งคนนู้นคนนี้เพราะพี่ เพราะงั้นอย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย!” เสียงเย็นๆของผมตอกกลับจนพี่กยูเงียบไป และแน่นอนว่าผมไม่อยู่รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรกลับมา เลยชิงเดินออกมาจากตรงนั้นก่อน

 

            ทำไมพี่ต้องมองผมในแง่ร้ายขนาดนั้น มยองซูคนที่พี่รู้จักเขาเป็นคนแบบนั้นจริงๆหรอ  มยองซูคนนั้นเขาสามารถเอาความปลอดภัยของคนอื่นมาแลกกับความสะใจของตัวเองได้จริงๆหรอพี่ซองกยู



ทำไมถึงมองผมเลวได้ถึงขนาดนั้นทำไมต้องถึงขั้นโมโหเป็นฟืนเป็นไฟแล้วเอาคำพูดร้ายๆมาทำร้ายผมได้ขนาดนี้


 

 เป็นห่วงเขามากรึไง รักเขามากหรอพี่ซองกยู

 

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

-sunggyu's part-

-21.14 .-


            ผมตามหาอูฮยอนจนเกือบชั่วโมงก็ยังไม่เจอ เพื่อนๆที่เหลือก็แยกย้ายกันหา แต่ก็ยังไม่มีใครเจอ จริงๆร้านมันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ด้วยความที่คนก็เยอะ มืดก็มืด แล้วซอกซอยอะไรก็ยังซับซ้อนอีก เลยทำให้ตามหาลำบากไปหน่อย

            ลำพังแค่หงุดหงิดเรื่องจิวหูก็หมดสนุกจะแย่อยู่แล้ว ยังจะมามีเรื่องคนหายให้ปวดกบาลอีก

จิวหูอะไรน่ะหรอ? ก็ผมบังเอิญไปเห็นว่าเด็กนั่นกับเพื่อนผมใส่จิวหูคู่กันไง น่าอารมณ์เสียป่ะ? ทั้งๆที่ผมก็เคยให้จิวตัวเอสไปแล้วนะ ไม่เคยเห็นใส่สักครั้ง!

            เออ! เขาเป็นแฟนกันก็ต้องใส่คู่กันมันก็ถูก แล้วทำไมคนข้างบ้านอย่างผมต้องมานั่งโมโหเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยวะ

 

Rrrrrrrrr

           

            ผมควักโทรศัพท์จากกระเป๋าหลังของกางเกงขึ้นมาเปิดหน้าจอดู เป็นแจ้งเตือนข้อความของตัวต้นเหตุที่ทำให้ผมคลายกังวลได้ทันที

 

[ อูฮยอน ]  พี่ซองกยู

[ อูฮยอน ]  ไปไหนกันหมดฮะ ทำไมที่โต๊ะไม่มีใครอยู่เลย

 

            ทันทีที่อ่านข้อความของคนที่ผมกำลังตามหาอยู่จนจบ เลยรีบก้าวเท้ายาวๆกลับไปที่โต๊ะโดยไม่ลืมพิมพ์บอกสองคนที่เหลือ

 

อูฮยอนไปไหนมา!”

พอดีผมเจอเพื่อนเลยคุยกันเพลินนิดหน่อยฮะ ว่าแต่มีอะไรกันรึป่าว?”

ทุกคนนึกว่าอูฮยอนหลงเลยกำลังแยกกันไปตามหาอยู่

อ่า ผมขอโทษ

มึง แย่แล้ว!”

อะไรอีกอ่ะ กูยังไม่หายเหนื่อยเลยนะดงอูทำหน้าเซ็งๆหลังจากวิ่งมาเจอกันที่โต๊ะจนเกือบครบทุกคน

มยองซูไม่รับโทรศัพท์ โฮวอนพูดเสียงกระวนกระวายพลางกดโทรถี่ๆ แต่ก็ไร้ผล

มึงโทรไปเรื่อยๆ ดงอูพูด พวกเราเลยทยอยนั่งพักเหนื่อยที่โต๊ะไปพลางๆ แต่ก็พากันอยู่ไม่เป็นสุข ซึ่งดูเหมือนคนที่กังวลหนักที่สุดคงไม่พ้นผม ก็เล่นไปว่าเขาไว้แรงขนาดนั้น

หายไปไหนนะ มยองซูรับสิ รับโทรศัพท์หน่อย

“…”

ไม่รับว่ะ

ไปเหอะ

เออ โฮวอนพยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วยก่อนจะพากันแยกย้ายอีกรอบ เหลือไว้แต่อูฮยอนที่ผมกำชับให้นั่งรออยู่ที่โต๊ะห้ามไปไหน

           

            ใจที่ว่าร้อนอยู่ยิ่งร้อนกว่าตอนอูฮยอนหายไปไม่รู้กี่เท่า ทั้งรู้สึกผิดที่พูดกับเขาแบบนั้น ทั้งเป็นห่วง ถ้าเป็นมยองซูเมื่อก่อน ป่านนี้คงกำลังนั่งร้องไห้อยู่ไหนสักที่ แต่กับตอนนี้ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหน

 

 

เห็นฉันรักกันดีแล้วทนไม่ได้หรอ ถึงต้องแกล้งอูฮยอนด้วยวิธีเด็กๆแบบนี้

           

เพราะผมแท้ๆเลย

 

 

ถ้าอูฮยอนเป็นอะไรไป นายเดือดร้อนแน่มยองซู!”

ถ้างั้นความผิดใคร? ความผิดกูหรอ? แล้วไอ้คนที่ไปด้วยกันทำไมไม่พากลับมาด้วยกันวะ หรือสนใจแต่ตัวเอง? เห็นแก่ตัว!”

 


ความผิดพี่เอง

มยองซูพี่ขอโทษ

 

 

 “ขาวก็ขาว หล่อก็หล่อ ปล่อยไปเสียดายแย่ เสียงแหบจนดูโรคจิตของคนพูดทำเอาคนฟังยืนตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่คนเดียว ถึงภายนอกที่เขาแสดงให้คนอื่นเห็นจะดูเหมือนเขาไม่กลัวอะไร แต่สิ่งที่ผมเห็นตอนนี้คือ มยองซูคนเดิมกับเมื่อสองปีก่อน

จะทำอะไร!”

ถามได้จะทำอะไร มาที่แบบนี้คนเดียวก็อยากโดนอยู่แล้วไม่ใช่รึไง?”

 

ผลัวะ!

            ผมพุ่งเข้าไปซัดหน้าคนพูดทันทีที่ได้ยินประโยคเลวๆจากปากมัน มันลุกขึ้นมาสวนผมกลับอย่างเร็วจนผมเกือบจะพลาดท่าโดนหมัดมันเหมือนกันแต่ก็ไหวตัวหลบได้ทัน และไม่รอช้าหมัดผมเข้าปะทะหน้ามันอีกหลายชุด จนมันยอมจำนนแล้ววิ่งหนีไม่คิดชีวิต

 

เป็นอะไรรึเปล่า?” ผมยืนหอบหายใจถี่ๆแล้วหันไปถามคนที่ยังยืนสั่นอยู่ข้างหลังไม่เลิก

“…” มยองซูยืนหน้าเสีย ไม่พูดไม่จา กับมยองซูตอนนี้ผมดูเขาไม่ออกจริงๆว่าเขาเป็นอะไร รู้สึกยังไงหรือจะกลัวมั้ย แต่ถ้าเป็นมยองซูเมื่อก่อน ท่าทางแบบนี้คือกลัวจนทำอะไรไม่ถูก และสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เขาหายกลัวได้คือ..

 

 

กอด



 

ฟึบ!

 

 

ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมคว้าตัวมยองซูเข้ามาหาตัวก่อนจะกอดเขาไว้หลวมๆเพราะใจนึงก็ยังกลัวอยู่ว่าทำแบบนี้แล้วเขาจะไม่พอใจเอา แต่ผิดคาด เขากลับยอมให้ผมกอดอยู่แบบนั้นเฉยๆ มิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายกระชับกอดผมให้แน่นขึ้น แล้วสะอื้นเบาๆอยู่ในอ้อมกอดผมสักพักใหญ่ๆ

            ความรู้สึกเดิมๆมันหวนกลับมาทันทีที่ผมได้สัมผัสเขา ถึงตอนนี้ภายนอกเขาจะดูแข็งแรงและเข้มแข็งขนาดไหน แต่ยังไงข้างในเขาก็ยังเป็นมยองซูคนเดิมของผมอยู่ดี คนที่ต้องมีซองกยูคอยปกป้องอยู่เสมอ

 

เวลาหลายปีที่ผมไม่มีเขาอยู่ข้างๆ  มันไม่ทำให้ลืมเขาได้เลย

 

            เขาค่อยๆผละผมออกเหมือนเพิ่งรู้ตัว แต่ก็ยังทำเพียงยืนนิ่งๆพยายามกลั้นไม่ให้ผมเห็นน้ำตา มือเรียวของผมยกขึ้นไปเช็ดน้ำตาบนแก้มเขาออกให้โดยอัตโนมัติ มยองซูเลยหันหน้าหนีจากมือของผม

อย่าทำแบบนี้ เสียงอู้อี้เพราะผ่านการร้องไห้พูดกับผมเสียงเบาโดยไม่ได้หันมามองหน้า

พี่ขอโทษนะ

“…”

ที่ไปว่านายแบบนั้น

ไม่เป็นไรหรอก ผมเข้าใจ แฟนหายไปทั้งคน

“…”

“…”

มยองซู เสียงทุ้มของผมถูกกดให้ต่ำลงไปอีก เมื่อกำลังจะถามคำถามยากๆในตอนนี้ ตาคมที่ใครมองก็ดูเหมือนจะไร้ความรู้สึกเงยหน้าขึ้นมามองตาผมพร้อมน้ำใสๆที่คลออยู่เต็มดวงตา

แล้วมันจะมีโอกาส... ยิ่งเห็นดวงตาที่ผมเคยชอบมอง ใบหน้าของคนตรงหน้าที่ผมเคยรักอย่างกับอะไรดีในระยะใกล้ขนาดนี้ ผมยิ่งคุมตัวเองไม่อยู่ ยิ่งอยากได้เขาคืนมากขึ้นทุกที...

“…”

ที่เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย?” มยองซูเบิกตากว้างราวกับกำลังตกใจในสิ่งที่ออกมาจากปากผม ผมรู้ตัวดีว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เพราะแค่สัมผัสเดียวที่ผมได้จากเขา มันทำให้ผมยอมหมดแล้วทุกอย่าง จะเสียเพื่อนเสียแฟนอะไรผมก็ยอม แค่เพียงแลกกับการได้คนตรงหน้ากลับมา ผมยอมทั้งนั้น

“…”

 “ในเมื่อตอนนี้เราต่างก็เจ็บปวดทั้งคู่ แล้วทำไมเราไม่ทำให้มันจบๆสักที

...

ทำไมไม่ทำให้ทุกอย่างมันถูกต้อง

หึ มยองซูเปลี่ยนเป็นหัวเราะในลำคอแล้วยิ้มมุมปากเบาๆก่อนจะเงยหน้ามามองผมนิ่ง

“?”

ตรงไหนหรอที่มันถูกต้อง อย่าลืมนะว่าเมื่อกี้พี่ยังห่วงอีกคนจะเป็นจะตายอยู่เลย แล้วตอนนี้จะมาขอคืนดีกับอีกคน? ใจพี่ทำด้วยอะไรวะพี่ซองกยู?”

พี่เป็นคนพาอูฮยอนมา พี่ก็ต้องรับผิดชอบเขา แค่นั้นเอง

นั่นแฟนพี่นะเว้ย

“…”

รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา…”

“…”

มันไม่มีอะไรถูกมาตั้งแต่เริ่มแล้วมยองซูมองหน้าผมทั้งๆที่น้ำตายังคลอเบ้าแล้วเดินออกไป สายตามยองซูแสดงถึงความผิดหวังปนกับเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เจอกันที่เขาแสดงความรู้สึกออกมาชัดเจนขนาดนี้

           

 

            สุดท้ายแล้วคนอย่างผมมันก็เลวจริงๆอย่างที่เขาเคยว่าไว้ แฟนก็มีอยู่แล้วยังจะอยากกลับไปหาแฟนเก่าอีก มิหนำซ้ำตอนนี้เขายังเป็นแฟนเพื่อนสนิทอีก หันไปทางไหนก็มีแต่ผิดไปทุกทาง

           

 

แล้วแบบนี้พี่ต้องทำยังไงมยองซู ถ้าพี่อยากได้นายคืนมาพี่ต้องทำยังไง?

 


 

---------------------------The philophobia------------------------------- 

 

 

-myungsoo's part-

     -22.22 .-

           

            ผมเดินดุ่มๆกลับไปที่รถตัวเอง ตัดสินใจขับกลับหอโดยไม่ได้บอกลาใครสักคน ร่างกายที่โดนไอ้โรคจิตนั่นทำร้ายด้วยคำพูดยังไม่เจ็บเท่าคำพูดเบาๆของคนที่มาช่วยเลย  ให้ตายเหอะ!

เป็นไรวะ ทำไมหน้าตาบวมแบบนั้น?”

ซองยอล…” ผมหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทแล้วทำได้แต่เรียกชื่อมันเสียงสั่นๆ พลางหยิบจิวหูรูปตัวเอสที่ผมเก็บไว้ในกระเป๋าตังค์ขึ้นมากำไว้ในมือแน่น เพราะไม่พอใจเจ้าของมัน

เกิดอะไรขึ้น ร้องไห้ทำไม!?”ซองยอลทำหน้าตกอกตกใจแล้วรีบเดินมาหาผมพลางจับที่ไหล่ราวกับกำลังปลอบผมอยู่กลายๆ

กูเคยคิดนะเว้ย ว่ากูลบเขาออกไปจากชีวิตกูหมดแล้ว

“…”

กูเคยมั่นใจ ว่ากูเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่มยองซูคนเดิมเป็นกูคนใหม่ที่แข็งแรงพอ

“…”

ยังไงเขาก็ไม่มีวันทำให้กูรู้สึกอะไรได้อีก

“…”

แต่วันนี้กูรู้แล้ว

“…”

ว่ากู คิดผิดผมเม้มปากพูดช้าๆเพราะกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไม่ให้ดังเล็ดลอดออกมา พลางยกกำปั้นขึ้นทุบโต๊ะทำงานเหมือนไม่ได้ดั่งใจ

“…”

วันนี้เขายังทำร้ายกูได้อยู่เลย

“…”

กูแม่งโครตอ่อนแอเลยว่ะ ฮึก

“…”

เกิดอะไรขึ้น เขาทำอะไรมึงอีก?”

เขาขอให้กูกับเขากลับไปเป็นเหมือนเดิม ซองยอลยืนอ้าปากหวอ นี่ถ้ามันช็อคแทนผมได้คงทำไปละ

“…”

เขาพูดแบบนี้ทำไมวะซองยอล ก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรอวะ ว่าทุกอย่างมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว แล้วมาพูดกับกูแบบนี้ทำไม ต้องการอะไร

“…”

เขาเป็นคนทำลายทุกอย่างเองนะ แล้วตอนนี้จะให้มันเป็นเหมือนเดิมได้ยังไง

“…”

อะไรหรอที่มันเหมือนเดิม

“…”

มันไม่มีแล้วเว้ย ไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้วพี่ซองกยู

“…”

 “ฮึก

“…”

 “จะกลับมาอีกทำไม เสียงผมค่อยๆหายไปในลำคอเหมือนใกล้จะหมดเรี่ยวแรงเต็มที สองขาที่ยืนเต็มความสูงเมื่อกี้จู่ๆก็เหมือนไม่แรงพอจะพยุงตัวเองให้ยืนได้ไหว ค่อยๆทรุดตัวลงกับพื้นนั่งพิงกำแพงห้องแล้วปล่อยเขื่อนน้ำตาให้พังทลายออกมา

“…”

ฮึก

ใจเย็นๆ

กูเลิกกับเขาตั้งนานแล้ว ตอนนี้กูควรจะไม่รู้สึกอะไรไม่ใช่หรอวะ?”

“…”

แล้วทำไมกูยังเจ็บอยู่อีกอ่ะซองยอล ฮึก

ไม่ไหวก็พอ

ฮึก

 

ถ้ามันฝืนใจมึงขนาดนั้น จะถอยออกมาก็ได้นะมยองซู กูไม่บังคับมึงแล้ว






---------------------------The philophobia-------------------------------





แง สงสารนังหน่องจังงงง 
เขาก็เจ็บกันทั้งคู่ แต่คำว่าแฟนเพื่อนมันค้ำคออะเนอะ แล้วไหนจะที่มยองกลัวความรักอีก TT

ขอโทษรีดเดอร์ด้วยน้าที่อัพช้าม๊ากกก
ไรท์เปิดเทอมแย้วว แต่เดี๋ยวจะพยายามอัพบ่อยๆนะคะ
แล้วก็ขอบคุณที่ติดตามกันเน้ออ  
ถึงจะอัพช้าไปหน่อย(?) แต่จบชัวร์แน่นอลล เพราะงั้นอย่าเพิ่งอันเฟบเก๊าน้า จุ้บๆ

.

.
.





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #27 รักษา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 02:22
    จะรอนะคะ ตอนนี้หายปนานมากเลยเพราะไรท์ยังไม่ปิดเทอม ตอนนี้ปิดแล้วเาจะได้อ่านตอนต่อไปเร็วๆแล้ว เป็นกำลังใจให้นะไรท์
    #27
    0
  2. #26 MyungLspace (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:04
    เริ่มหน่วงแล้วเนื้อเรื่อง อยากอ่านต่อมากๆค่ะ
    #26
    0