end. | THE PHILOPHOBIA 💔 GYUMYUNG { infinite }

ตอนที่ 3 : 💔 PHILOPHOBIA {01} What you want?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

    










*ฟิคเรื่องนี้มีคำหยาบเล็กน้อย (?) เพื่ออรรถรสในการอ่าน


1
.
.
.

What you want?



 

มึงมันใจดำ

“...”

ถ้าจะปฏิเสธ พูดดีๆก็ได้ป่ะวะ ไม่เห็นต้องพูดจาทำร้ายจิตใจขนาดนั้นเลย

มีเรื่องอื่นให้คุยตั้งเยอะป่ะ ถ้าถามมากอีกกูเลิกคบมึงนะ

ถามจริง มึงไม่ใจอ่อนกับพี่โฮวอนบ้างเลยหรอวะ

 

ก็กูไม่ชอบผมตอบเพื่อนซี้ที่แม่งอยากรู้อยากเห็นเรื่องของผมเหลือเกิน พลางยกแก้วกาแฟที่ร้านเพิ่งเสิร์ฟให้เมื่อกี้ขึ้นมาดื่มช้าๆแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างร้านอย่างเหม่อๆ

 

มึงไม่ชอบพี่เขา หรือมึงยังลืมคนเก่าไม่ได้กันแน่มยองซูผมตวัดสายตากลับมาที่อีกคนอย่างเอาเรื่อง ผมกับมันเคยตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก แล้วดูมันพูดเข้า -_-*

 

จะให้กูเลิกคบมึงจริงๆป่ะอีซองยอล

ถ้าเลิกคบกู แล้วทำให้มึงเปิดใจให้คนใหม่ได้สักที กูก็ยอมน่ะ

“...”

คนที่มาจีบๆมึงน่ะ สุ่มๆมาสักคนสองคนก็ยังดี เหลือๆก็เอามาแบ่งกูบ้าง แต่ถ้าถามกู กูเชียร์พี่โฮวอนขาดใจ ><”

 

อีซองยอลผมจ้องเพื่อนรักที่ยังจ้อไม่เลิกไม่รา ก่อนจะหยิบซ่อมที่เสียบไว้ในแก้วบนโต๊ะอาหารออกมากำแน่น เป็นสัญญาณให้คนที่นั่งตรงข้ามรู้ตัวว่า ถ้ายังไม่หยุดพูด กูจะเสียบมึงสองทีแปดรูแล้วนา...

ในเมื่อคนเก่ามันเลว ก็เลิกรักมันสักทีสิวะ

 

 

ปึง!

 

 

มึงจะพูดให้ได้อะไร!” ผมที่กำลังฟิวส์ขาดลุกขึ้นทุบโต๊ะเสียงดัง แล้วจ้องเพื่อนตัวดีที่พูดจี้จุดไปหน่อย ก็รู้นะว่าหวังดี แต่มันก็รู้ทั้งรู้เหมือนกันว่ามีเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้นที่ห้ามพูดถึง

 

แล้วมึงกล้าพูดมั้ย?  ว่ามึงไม่ได้รักเขาแล้ว” ซองยอลตอบกลับเสียงเรียบ ไม่ได้มีทีท่ากลัวเกรงผมสักนิด ราวกับจะลองเชิงกับท่าทีของผมดู

 

กูจะบอกอะไรให้นะ แม้แต่เศษเสี้ยวความรู้สึกดีๆ คนพรรค์นั้นก็ไม่มีวันได้รับจากกู!”

ถ้างั้นมึงก็ต้องคบคนใหม่ได้สิ ใช่มะ?”ซองยอลยิ้มมุมปากอย่างคนต้อนผมจนมุม ด้วยความโมโห+โดนท้า+อยากประชดประชัน ผมที่กำลังจ้องเขม็งเลยตอบกลับทันควันอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

ได้ดิวะ!”

 

 

 

---------------------------The philophobia----------------------------------

 

 

 

-16.07-

 

เพราะความปากไวใจเร็วของตัวเอง ตอนนี้ผมเลยต้องมายืนหน้าหงิกอยู่หน้ามหาวิทยาลัยของผู้ชายที่ผมเพิ่งหักอกเขามาเมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะตั้งแต่วันนั้นเขาก็หายไปเลย จากที่เคยตามตื๊อผมทุกวันไม่เคยขาดมาเป็นปีๆ

            แหงล่ะ โดนพูดใส่ขนาดนั้น ใครจะกล้ามาให้เจออีก -_- เห็นแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่รู้สึกผิดนะ แต่ตอนนั้นผมแค่กลัว ไม่อยากให้ตัวเองเข้าไปพัวพันอะไรกับเรื่องของความรักอีกแล้ว ก็เท่านั้นเอง

 

Rrrrrrr~

โทรศัพท์ในมือสั่นเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของ ชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์พาลให้ผมต้องกรอกตามองบน ก่อนจะลากนิ้วเรียวปัดหน้าจอรับสายอย่างสุดเซ็ง

(เป็นไงบ้างเพื่อนเลิฟฟ) เสียงในสายระริกระรี้ถามด้วยความตื่นเต้น แถมยังพ่วงคำลงท้ายที่น่าสะอิดสะเอียนให้ผมหมันไส้เล่นอีก

กูเพิ่งถึง

(ถ้ายังไงก็ให้พี่โฮวอนไปส่งที่หอเลยนะ ส่วนรถมึง กูขอยืม)

ไอ้...

(แล้วก็พูดกับพี่เขาดีๆ อย่าไปกินหัวเขาล่ะ ไปละ อันยอง~) ปลายสายพูดเองเออเอง แล้วตัดสายไปเอง โดยไม่เว้นช่องว่างให้โดนด่าได้สักแอะ จริงๆแล้วถ้ามึงจะมัดมือชกขโมยรถชาวบ้านเขาง่ายๆแบบนี้ มึงไม่ต้องโทรมาขอยืมกูก็ได้นะอีซองยอล -*-

 

             

เอาไงต่อล่ะทีนี้”ผมบ่นกับตัวเองพลางยืนเกาหัวแกรกๆอย่างงงๆ จะถอยก็ไม่ได้เพราะรถก็โดนซองยอลยึดไปแล้ว ทางเลือกเดียวตอนนี้ก็คงต้องไปต่อ

 

แล้วต้องไปที่ไหน?

 

            เวลาเลิกเรียนแบบนี้ ถ้าเป็นปกติซองยอลคงลากผมเข้าห้องสมุด เห็นแบบนั้นมันเรียนเก่งมากนะ อยู่ท็อปห้าของโรงเรียนตลอด แต่กับพี่โฮวอน จากที่รู้จักกันมาค่อนข้างนาน ถ้าให้เดา ไม่กลับหอก็น่าจะเล่นฟุตบอล ผมไม่รู้ที่อยู่หอเขา เพราะฉะนั้นขอเลือกเป็นอย่างหลังก็แล้วกัน

 

            ผมเดินทอดน่องไปเรื่อยๆตามทางเดิน พยายามมองหาพวกสนามกีฬาอะไรทำนองนี้ แล้วก็ไม่ยากอย่างที่คิด สนามกีฬากลางของมหาวิทยาลัยก็ต้องหาได้ง่ายๆอยู่แล้วถูกมั้ย?  อีกอย่างป้ายบอกทางก็มีเยอะแยะ เลยไม่เกินความสามารถเท่าไร

           

            ในสนามฟุตบอลมีรุ่นพี่นักศึกษากำลังเตะลูกกลมๆ ส่งต่อให้กันไปมาราวกับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกันสักนิด ซึ่งจากที่ผมกวาดสายตามองอยู่สักพัก ในสนามนั้นไม่ปรากฏผู้ชายคนที่ผมตามหา ผมเลยเดินเฉื่อยๆไปบนแสตนเชียร์เพื่อหาที่นั่งพัก

 

            อากาศวันนี้ก็ไม่เป็นใจสักนิด ร้อนอบอ้าวสุดจะทน จนอยากจะถามพระอาทิตย์ว่า กินน้ำแข็งใสมั้ยนายเลยทำให้เหงื่อบนหน้าผมแตกพลั่กอย่างช่วยไม่ได้ ผมมองไปรอบๆแสตนในตำแหน่งที่ผมนั่งพักอยู่ เผื่อจะฟลุ๊คเจอบ้าง แต่ก็ไม่เจอใครอีกเช่นเคย

 

 

กลับแม่งเลยดีมั้ย เบื่อจะตายชัก -_-+++++

 

 

มะ มยองซูเสียงทุ้มต่ำเรียกให้ผมเงยหน้าขึ้นเพื่อดูต้นเสียง

พี่โฮวอน!” เจ้าของชื่อดูจะตกใจไม่น้อยที่เห็นผมอยู่ที่นี่ พี่โฮวอนดูผอมลงมากจากครั้งล่าสุดที่เราเจอกัน ไหนจะใบหน้าเปื้อนทุกข์ ที่ยิ่งเห็นยิ่งทำให้บรรยากาศรอบๆตัวเขาดูหม่นหมองไปซะทุกอย่างนั่นอีก

มาทำอะไรที่นี่

มาหาพี่นั่นแหละ” พอได้ยินแบบนั้นพี่โฮวอนเลยนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆผม พิงตัวกับพนักเก้าอี้ก่อนจะถอนหายใจเบาๆแล้วหลับตาพริ้มอยู่อย่างนั้นสักพัก

มีอะไรหรือเปล่า?” คนหน้าคมเข้มลืมตาขึ้นแล้วเลือกจะมองไปที่สนามฟุตบอลข้างหน้าแทนที่จะหันมามองหน้าผม

พี่ไม่โกรธผมหรอ

ไม่หรอก” ดวงตาของเขาฉายแววเศร้าทันทีที่พูดเรื่องนี้ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงจะเกลียดผมไปแล้วล่ะ แต่กับผู้ชายคนนี้ แม้แต่ความโกรธก็แทบจะไม่มีด้วยซ้ำ

ขอโทษนะ

พี่ไม่ได้โกรธนายสักหน่อย บอกแล้วไง อย่าคิดมากพี่โฮวอนยิ้มบางๆส่งมาให้ ผมพยักหน้าหงุดๆก่อนจะส่งยิ้มแบบเดียวกันกลับไปให้

แล้ว...วันนี้ไม่ไปเล่นบอลหรอ?” เจ้าตัวส่ายหัวเบาๆ ยิ้มให้ผมเจื่อนๆ แล้วมองไปที่สนามแบบเดิมอีกครั้ง

ไม่อ่ะ ไม่อยากเล่น

“…”

“พอไม่มีนาย พี่ก็ไม่อยากทำอะไรเลยไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เมื่อกี้ผมแอบเห็น ...ภายในดวงตาแข็งแกร่งคู่นั้นแอบมีน้ำตาคลออยู่...

“…”

แล้วนายล่ะ ไม่ได้มาถึงนี่เพราะแค่จะมาขอโทษพี่หรอก ใช่มั้ย?”

คือ...ผมหลับตาครุ่นคิดอยู่ในใจคนเดียว พลางเม้มปากแน่นเพราะข้างในมันทั้งกลัวและกังวลเหลือเกิน ว่าสิ่งที่ผมจะทำต่อไปนี้ ถ้าผลมันออกมาไม่ใช่แบบที่คิดไว้ คนตรงหน้าที่แสนดีขนาดนี้ก็ต้องโดนผมทำร้ายจิตใจอีกครั้ง มิหนำซ้ำยังรุนแรงกว่าครั้งแรกตั้งเท่าไร

 

 

ไปซื้อน้ำแค่นี้ ทำไมนานจังวะโฮวอน

รีบก็ไปซื้อเองไป -_-”

 

                        น้ำเสียงที่ผมคุ้นเคยบ่นเพื่อนของเขาที่นั่งอยู่ข้างผมอย่างหน่ายๆ ก่อนจะหันควับทำหน้าเคืองที่เพื่อนคนเดิมออกปากไล่เสียงแข็ง

 

งั้นเราไปซื้อกันเองเถอะฮะพี่กยู ผมหิวจะแย่แล้วว ^^”

 

เมื่อใบหน้าของเจ้าของชื่อปรากฏให้ผมเห็นชัดๆ ภาพข้างหน้าก็เหมือนโดนกดพอสไว้ โลกกลายเป็นเงียบสงัด ในหัวมันรอยเคว้งตีกันสับสนปนเปไปหมด ภาพผู้ชายคนเดิม รีเพลย์ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่จบไม่สิ้น ทั้งภาพตอนนี้และภาพในอดีตที่วนเวียนกลับมาราวกับกล่องใส่รูปถ่ายที่ถูกรื้อขึ้นมาจนกระจัดกระจายอีกครั้ง

 

ตาคมกริบของผมยังคงจดจ่ออยู่กับภาพของคนร่างโปร่งตรงหน้า เขาคนที่ผมรู้จักดี คนที่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เป็นผู้ชายที่ไม่เคยทิ้งคราบคาสโนว่าเลยสักครั้ง ตาเรียวเล็กที่กำราบใจใครมานักต่อนักแล้ว รวมถึงมยองซูคนนี้ด้วย กำลังมองคนหน้าตาน่ารักอีกคนอย่างอ่อนโยน มือหนาขยับขึ้นบรรจงลูบหัวคนน่ารักอย่างเบามือ

 

ได้ครับ^^”

 

คนยืนมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลอย่างผมถูกความเจ็บปวดอันโหดร้ายเข้าเล่นงานอย่างไม่ปราณี เปลือกตาคมคู่เดิมเบิกกว้าง พร้อมกับหยดน้ำตาที่รินไหลลงมาอาบใบหน้าของตัวเอง และผมก็ไม่ลืมที่จะรีบเช็ดออกให้เร็วที่สุด ในใจจริงๆอยากจะเดินเข้าไปชกหน้าให้รู้แล้วรู้รอดไปด้วยซ้ำ แต่เอาเข้าจริงๆ แค่จะขยับตัวเพื่อออกไปให้พ้นจากตรงนี้ยังทำไม่ได้เลย

วินาทีที่เขาจับมือคนน่ารักข้างกายมาจูงเพื่อจะเดินไปด้วยกัน เหมือนเขาเองเหลือบเห็นผมก่อนจะทันได้ก้าวเท้า ปฏิกิริยาของเขาเลยไม่ต่างจากผมเท่าไร ดวงตาเรียวคู่เดิมเบิกตาโตมองมาที่ผม  ทุกอย่างรอบตัวนิ่งเงียบราวกับมีแค่เราสองคน แทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในดวงตาของเราทั้งคู่เต็มไปด้วยความโหยหามากแค่ไหน

 

เป็นอะไรไปฮะ พี่กยู” คนตัวเล็กกว่าเปลี่ยนจากจับมือมาเป็นกอดแขนอีกคน ก่อนจะเอาหน้าถูๆออดอ้อนอย่างน่ารักน่าเอ็นดู

มะ ไม่มีอะไรครับ

 

จึก!

            ภาพเหตุการณ์เลวร้ายในอดีตหวนกลับมาแทนที่อีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำไว้กับผม แน่นอนว่ายังไงมยองซูคนนี้ก็ไม่มีวันลืมเด็ดขาด แล้ววันนี้มันกลับมาตอกย้ำรอยแผลเก่าอีกครั้ง ผมเลยไม่เหลือความลังเลใดๆอีกแล้วที่จะพูดในสิ่งที่ตั้งใจจะมาทำวันนี้ออกไป

พี่โฮวอน

“?”

คบกับผมนะคำประกาศิตที่ผมพ่นออกไปดังก้อง เหมือนกับจะเน้นย้ำกับการตัดสินใจที่ไม่ได้คิดของผม พี่โฮวอนนิ่งเงียบไป ก่อนจะค่อยๆขยับปากพูดเสียงสั่น

พะ พูดจริงหรอมยองซู

“J”  ผมส่งยิ้มบางๆให้พี่เขาก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็นสัญญาณแทนคำตอบ สีหน้าของคนตรงหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างแล้วโผลกอดผมแน่นทันที

พี่ดีใจมากเลยนะรู้มั้ย ขอบคุณนะมยองซู ขอบคุณที่ให้โอกาสพี่ พี่จะดูแลนายอย่างดีเลย ขอบคุณนะ”    

พะ พี่โฮวอนเมื่อเห็นว่าคนในสนามเริ่มมองมาที่เรามากเกินไปแล้ว ผมเลยสะกิดเรียกสติพี่โฮวอนให้ปล่อยผม

 

ไปเถอะครับอูฮยอน

ฮะพี่กยู”  

 

นี่แกทำอะไรของแกอยู่มยองซู เขาไม่ได้สนใจแกสักนิดเลยเห็นมั้ยกลายเป็นคนขี้ประชดประชันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน แถมยังลากคนอื่นมาเกี่ยวข้องอีก เจ็บคนเดียวไม่พอหรือไงมยองซู!

 

  

 

 

---------------------------The philophobia------------------------------

 

 

 

-21.23-

 

            พี่โฮวอนอาสาจะไปส่งผมที่หอ แต่ถึงจะไม่อาสา ผมก็ต้องขอไปด้วยอยู่ดี ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา เพราะอีซองยอลขโมยรถผมไปตั้งแต่ตอนเย็นๆแล้ว แถมมืดค่ำขนาดนี้ รถราที่ไหนก็คงจะไม่มีให้กลับแล้ว นอกซะจากจะขออาศัยซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนผมกลับด้วย

 

          ใช้เวลาไม่นานรถมอไซค์คันใหญ่ก็มาจอดที่จุดหมาย ผมกระโดดลงอย่างคล่องตัวพลางถอดหมวกกันน็อคคืนเจ้าของไป พี่โฮวอนมองมาที่ผมไม่วางตาพลางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้

 

มีอะไรหรือเปล่า?”

เปล่า” เปล่าแต่ยังยิ้มอยู่ คือไร-________-

งั้นไปนะ

เดี๋ยวมยองซู

“…”

ฝันดีนะ J

ครับ

 

สองเท้าเดินเข้าไปในหอเงียบๆ อย่างอ้อยอิ่ง  ก่อนจะหยุดที่หน้าต่างบานใหญ่ยกระดับที่สูงกว่าพื้นด้านนอกข้างประตูทางเข้าออก เท้ามือกับขอบหน้าต่างแล้วเหม่อมองไปข้างนอกนิ่งๆคนเดียว

 

ไม่ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดมันจะเลวร้ายแค่ไหน ถ้าเป็นพี่ซองกยูคนนั้น ทำไมผมถึงยอมทำทุกอย่างแบบนี้ ยอมแม้กระทั่งทำร้ายจิตใจคน

 

 

ผมขอโทษนะพี่โฮวอน

 

 

คิดอะไรอยู่หรอ?”เจ้าของเสียงนุ่มเอ่ยถามจากด้านนอกและมองขึ้นมาที่หน้าต่างเดียวกับผม ริมฝีปากบางยิ้มให้ผมอย่างคนคุ้นเคย

พี่ซองกยู!” แน่นอนว่าผมเลือกจะเดินหนีทันที

เดี๋ยวมยองซู!”

 

          ผมหยุดกึกอย่างบังคับตัวเองไม่ได้ พี่ซองกยูกระโดดข้ามหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาข้างในอย่างง่ายดาย แล้วเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

 

มาทำไมเสียงเย็นชาเอ่ยถามอีกคนโดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้า

เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” มยองซูคนเดิมเป็นเด็กกะโปโลคนนึง ใสซื่อและไม่เคยทันคน แต่ตอนนี้มยองซูคนนั้นตายไปแล้ว เหลือแต่เพียงมยองซูที่แข็งกร้าว ปฏิเสธทุกความรู้สึกดีๆจากทุกคนและไม่มีเหลือพื้นที่สำหรับความรักอีกต่อไป และถ้าถามว่าใครเป็นคนทำให้ผมเปลี่ยนขนาดนี้ คำตอบคือผู้ชายคนนี้ คนที่ชื่อ คิมซองกยู!!

ถามว่ามาทำไม!”

แค่...คิดถึง

กลับไปซะ” ผมกำหมัดแน่นอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ที่กำลังจะเก็บไว้ไม่อยู่ ถ้าคนๆนี้ไม่ไปให้พ้นสักที

ดีใจนะที่ได้เจอกันอีก

“...”

แล้ว...จริงหรือเปล่า...ที่จะคบกับโฮวอน

ไม่ไปใช่มั้ยงั้นผมไปเอง!!”


---------------------------The philophobia----------------------------------

 

 .

.

.

.

 

 

.

.

.

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #17 2kimnana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 23:46
    อ่อออ เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง ซองกยูเป็นคนทำให้มยองซูต้องเป็นแบบนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาบอกคิดถึงหละ ทั้งที่ตัวเองเป็นคนทำ แล้วตอนนี้ซองกยูก็มีอูฮยอน  ซองกยูนายจะทำอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆรู้สึกสงสารโฮวอน ไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย โดนลากเข้ามาเอี่ยวเฉย รอลุ้นนะคะ
    #17
    0
  2. #10 paanpanisa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 20:06
    กดหลงเข้าไปดูโอพีวีค่ะแล้วมันก็เลยเถิดมาอ่านจนได้ทั้งๆที่มีนส.รออยู่เป็นตั้งฮื้ออออ

    คิมซองกยูวววววว!!ไปเลยนะ!!ไปไกลๆจากน้องเลย!!อย่ามาปากหวานเรี่ยราดแบบนี้กลับไปหาคนของเธอเลยไปปปปป อยู่ทีมโฮวอนตั้งแต่เริ่มค่ะบอกเลย กลิ่นเจ้าชู้จากพี่กยูมาแรงแซงโค้งมากน้องดูออก!!!
    #10
    0
  3. #6 beelkyu01 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 15:31
    รักสี่เศร้าหรอเนี่ย ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบยังไงมันต้องมีคนเจ็บ หน่วงแท้ แต่ยังไงก็เชียร์ทูคิมให้สมหวังกันนะ มยองซูยังรักซองกยูอยู่แต่ไม่น่าดึงโฮวอนมาเลย สงสารโฮวอนTT ซองกยูนี่ยังไงตัวเองก็มีแฟนอยู่แล้วยังจะพูดแบบนั้นกับมยองซูอีก แล้วเรื่องจะยังไงต่อไป รอติดตามน้า
    #6
    0
  4. #5 NuttoJY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 08:27
    คนที่หักอกมยองซูคือซองกยูนี่เอง
    ทั้งที่ตอนนี้มีคนใหม่แล้ว แต่ยังมาตอแยมยองซู นิสัยไม่ดี !!
    โฮวอนน่าสงสารนะ เหมือนโดนหลอกใช้เลยง่ะ สุดท้ายก็ต้องเจ็บไปตามระเบียบ TT
    #5
    0