end. | THE PHILOPHOBIA 💔 GYUMYUNG { infinite }

ตอนที่ 20 : 💔 PHILOPHOBIA {18} หัวใจซองกยู (end.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    19 ต.ค. 61









18

.

.

หัวใจซองกยู

 

สองเดือนผ่านไป

    -18.17 น.-

 

            หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้เจอเขาอีกเพราะตัดสินใจแล้วว่าอยากเริ่มต้นใหม่ ไม่อยากกลับไปเจ็บเพราะเขาอีกอย่างที่พูดจริงๆ แต่ก็พอจะยินได้ข่าวเขาผ่านๆหูมาบ้างเหมือน ทั้งจากเพื่อนในคณะหรือแม้แต่เพื่อนนอกคณะที่บังเอิญไปรู้จักกลุ่มพี่เขาก็ด้วย ส่วนใหญ่ต่างก็ถามเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมเพลย์บอยที่โคตรจะเจ้าชู้แถมยังมีดีกรีเป็นถึงเดือนมหาลัยแบบพี่ซองกยู จู่ๆถึงได้เปลี่ยนเป็นคนละคนขนาดนี้ จากคนที่เคยมีแฟนไม่ซ้ำหน้า แต่ช่วงหลังๆมานี้อย่าว่าแต่จะควงใครเลย แค่มีคนไปบอกชอบยังโดนปฏิเสธจนหาทางกลับแทบไม่เจอ

            ผมเองก็ไม่รู้ว่าที่เขาพูดๆกันมันจริงมั้ย เพราะตั้งแต่เข้ามหาลัยนี้มา ผมก็ยังไม่เคยเจอกลุ่มพี่เขาเลยสักครั้งและไม่คิดจะอยากเจอด้วย

มึงว่าที่พี่เขาเปลี่ยนไปมันเป็นเพราะมึงเปล่าวะ?” จู่ๆเพื่อนรักคนดีคนเดิมที่บังเอิญสอบติดมหาลัยเดียวกันคณะเดียวกันกับผมถามขึ้นขณะที่เรากำลังเดินลงจากตึกเรียน

เกี่ยวอะไรกับกูอ่ะ?”

เอ้า กูก็แค่เดาเล่นเฉยๆมะ? แต่มันก็น่าคิดนะมึง จะมีกี่อย่างเชียววะที่จะหยุดคนเจ้าชู้ได้

ซึ่งไม่ใช่กูแน่นอนผมชิงพูดตัดหน้ามันก่อนที่มันจะพูดอะไรไม่เข้าหูผมเพราะถ้ากูหยุดเขาได้ กูก็ทำได้ตั้งนานแล้วมั้ย?”

จ้าๆ แล้วแต่มึงเลยผมส่ายหัวนิดๆแล้วควานหากุญแจรถมอไซค์ในกระเป๋าตัวเอง พี่ซองกยูเขาก็เปลี่ยนตัวเองแล้ว เดินไปข้างหน้าแล้ว มึงเองก็อย่าลืมก้าวไปข้างหน้าด้วยนะ เลิกปิดกั้นตัวเอง เลิกฝังใจกับอดีตสักที

รู้แล้วน่า กูก็ไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดเขาแล้ว แล้วกูก็ไม่ได้ปิดตัวเองด้วย แต่แค่ไม่มีใครเข้ามาเฉยๆ

มี แต่มึงไม่เอา

รู้ดีนัก ถือไปเลยผมโยนกระเป๋าตัวเองให้ซองยอลถือก่อนจะเตรียมใส่หมวกกันน็อคแล้วก็เลิกพูดเรื่องนี้สักที เดี๋ยวถึงเวลาถ้ากูดีขึ้นกว่านี้ กูก็คงเริ่มใหม่ได้เองแหละ

จ้า จะรอดูนะจ๊ะ

เออออออออออ

แหม เดี๋ยวนี้นะ ชวนไปไหนก็ไม่ไป เด็กในสต็อกมึงบูดหมดแล้วมั้งผมกับซองยอลหันไปมองกลุ่มพี่ต่างคณะที่เสียงดังโหวกเหวกมาแต่ไกล

เออ ถ้าจะไม่โดนตัวสีกาขนาดนี้ กูว่ามึงไปบวชง่ายกว่าว่ะ

กูก็ไม่ขนาดนั้นปะ?”

อ่าว มยองซู ซองยอล ไม่เจอกันนานเลยเนอะจนหนึ่งในนั้นหันมาเห็นพวกผมเลยทักทายตามมารยาท

ครับ สวัสดีครับพี่โฮวอน พี่ดงอู พี่...ซองกยูซองยอลยกมือไหว้ทีละคนตามลำดับโดยมีผมยกมือไหว้ตาม จนไปสะดุดอยู่ที่คนสุดท้าย เขายิ้มน้อยๆให้ทั้งผมและซองยอล แต่ก็ไม่ได้ทีท่าว่าจะตกใจที่เห็นผมเหมือนกับที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้

แล้วนี่เพิ่งเลิกเรียนกันหรอ? จะไปไหนกันอ่ะ?” คราวนี้เป็นพี่ดงอูที่เป็นฝ่ายถาม

ครับ คงกลับหออ่ะพี่ ไม่รู้จะไปไหน แล้วพวกพี่ล่ะ?”

ตอนแรกว่าจะไปกินเหล้ากัน แต่ไอ้ซองกยูมันไม่ยอมไป แล้วถ้าพี่ไปคนเดียว คนแถวนี้คงไม่ยอมให้ไปหรอกพี่โฮวอนพูดพลางหันไปมอง คนแถวนี้ที่เขาพูดถึง พี่ดงอูเลยถองศอกใส่ไปหนึ่งที จริงๆนอกจากข่าวของคนข้างหลังนั่นแล้ว ยังมีข่าวของคู่นี้อีกข่าวนึง เห็นเขาว่าพี่โฮวอนกับพี่ดงอูกำลังคุยๆกันอยู่ แต่ไม่รู้ถึงขั้นไหนแล้ว แต่จากที่ดูอาการตอนนี้ ผมว่าผมก็พอจะรู้แล้วแหละ

พูดมาก! ไป กลับได้แล้ว

งั้นพวกพี่กลับก่อนนะ

ครับว่าจบพี่ๆทั้งสามคนก็บึ่งมอไซค์คู่ใจออกไป ทิ้งไว้ก็แต่ผมที่ยังหน้าชาไม่หาย ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเมื่อกี้ก่อนพี่ๆเขาจะมาถึงไม่คุ้นตารถคันข้างๆบ้างเลย ทั้งๆที่พี่เขาก็ใช้รถคันเดิมกันหมด เว้นก็แต่พี่ดงอูที่เปลี่ยนมาซ้อนพี่โฮวอนแทน แต่นอกนั้นก็ยังเหมือนเดิมหมดทุกอย่าง ...โดยเฉพาะพี่คนนั้น

เป็นไง? พอเห็นหน้าเขาแล้วยังเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นได้อยู่มะ?” พอได้ยินซองยอลถามแบบนั้น ผมเลยทำเป็นหงุดหงิดแล้วรีบใส่หมวกก่อนจะขึ้นคร่อมรถทันที

 

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

-22.17น.-

 

พี่มินโฮว่างคุยมั้ยครับ?”

(น้องชายพี่โทรมาทั้งทีจะไม่ว่างได้ไง? แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนั้น)

คือ ผมก็ไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรอ่ะพี่ ตอนแรกผมว่าผมลืมเขาได้ ผมเริ่มต้นใหม่ได้ ทุกอย่างมันกำลังจะดีขึ้น

()

แต่พอเจอหน้าเขา ทุกอย่างที่ผมคิดไว้มันดันผิดหมดเลยอ่ะ

(ถ้างั้นพี่ถามหน่อย ถ้ามยองซูเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนได้จริงๆ มยองซูจะมีความสุขมั้ย?)

มีสิครับ

(งั้นถามใหม่ ถ้ามยองซูเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่ไม่ใช่ไอ้กยู ถ้ามยองซูจะไม่มีมันในชีวิตอีกแล้ว ถ้าจะต้องตัดผู้ชายที่ชื่อคิมซองกยูออกจากชีวิต มยองซูจะทนได้จริงๆหรอ จะมีความสุขมั้ย? แบบนั้นใช่มั้ยที่มยองซูต้องการ?)

ผม...

(ไม่ต้องตอบพี่ก็ได้ ตอบตัวเองก่อน)

“…”

(ว่าที่ต้องการจะลืมเขาอยู่เนี่ย มันเป็นเพราะไม่ได้รักเขาแล้วหรือแค่กลัวมันเป็นแบบเดิมกันแน่)

“…”

(เพราะถ้ามันเป็นแบบหลัง นั่นหมายความว่ามยองซูยังรักมันอยู่นะ แล้วจนป่านนี้แล้ว กี่ปีแล้ว? ที่ยังลืมมันไม่ได้ แล้วคิดว่าชีวิตนี้จะลืมมันได้มั้ย?)

“…”

(หัวใจมยองซู ก็มีแต่มยองซูที่รู้นะ ว่ามันอยู่ที่ใคร)

 

            พอกดวางสายจากพี่มินโฮไป รู้ตัวอีกทีผมก็เดินออกจากห้องมาอยู่หน้าหอแล้ว พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรถมอไซค์สีดำด้านคันเดิมที่คุ้นตาจอดนิ่งอยู่หน้าหอโดยไร้ซึ่งเงาของเจ้าของ

            กุหลาบสีส้มที่เสียบอยู่ที่รถยังทำให้ผมหน้าชาไม่เท่าหมวกกันน็อคใบที่คว่ำอยู่บนตัวรถ และโดยอัตโนมัติผมหยิบขึ้นพลิกดูทันที

 

 

Myungsoo.

หัวใจซองกยู.

 

 

ทำไมถึง….”

เพราะทิ้งไม่ลงสักทีผมหันควับไปมองทางต้นเสียงทันที ผู้ชายร่างสูงโปร่งคนนึงกำลังเดินกลับมาที่รถตัวเองโดยที่ในมือก็ยังถือหมวกอีกใบเอาไว้ พลางส่งยิ้มบางๆให้ผม ตอนเลิกกันก็ว่าจะทิ้งอยู่ แต่ตัดใจทิ้งไม่ลงสักที จะให้คนอื่นใช้ก็ทำไม่ได้เลยต้องไปซื้อใบใหม่มาไว้แทน

พี่ซองกยู

ใบที่อูฮยอนใช้นั่นแหละ ใบใหม่ ส่วนใบนี้พี่เก็บมันไว้ในบ้านเฉยๆ ไม่อยากให้ใครมาแทนที่เจ้าของมัน

พี่มาทำไม? ถ้าจะมาพูดเรื่องเก่าๆก็กลับไปเลยนะ

พี่เอาหัวใจซองกยูมาคืนเขาว่าพลางหยิบหมวกใบบนรถมาส่งให้ผม รับไว้เถอะนะ หัวใจซองกยูยังไงก็ต้องอยู่กับมยองซู

หัวใจของคนนิสัยไม่ดีแบบพี่เนี่ยนะ ผมไม่อยากได้หรอกถึงจะพูดแบบนั้น แต่ผมก็รับไว้อยู่ดี

อืม พี่เข้าใจ พี่แค่จะมาบอกว่า จริงๆแล้วคนที่เป็นฟีโลโฟเบียไม่ใช่มยองซูหรอกนะ มยองซูไม่ได้กลัวความรักหรอก

พี่รู้ได้ไง พี่โฮวอนบอกพี่หรอ?” พี่ซองกยูพยักหน้าเบาๆแล้วพูดต่อ

เป็นพี่เอง เป็นพี่เองที่เป็นโรคบ้าๆนั่น เป็นพี่เองที่กลัวเกินกว่าจะรักใคร

“…”

ครอบครัวพี่ไม่ได้อบอุ่นมยองซูก็รู้ พี่เลยต้องการความรักตลอดเวลา แต่พอได้รักแล้วพี่กลับกลัว กลัวจะเสียเขาไป กลัวจะทนไม่ได้ถ้าวันนึงเขาจะไปจากพี่ พี่เลยต้อง...เป็นฝ่ายไปก่อน

คือพี่จะบอกว่าที่วันนั้นอยากจะเลิกกับผมนักหนา ที่พี่พาผู้หญิงคนนั้นมาในห้องแล้วจงใจให้ผมไปเจอ เป็นเพราะพี่เป็นโรคบ้าๆนี่หรอ?”

มันอาจจะฟังไม่ขึ้นนะ แต่พี่พยายามแล้ว มยองซูเป็นคนแรกเลยนะที่พี่ไม่อยากเลิก เป็นคนแรกที่ทำให้พี่ไม่อยากไปไหน แต่สุดท้ายพี่ก็ทำไม่ได้

“…”

พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจทำมันพัง พี่แค่กลัวเหมือนที่ผ่านมา

“…”

ที่มาบอกเพราะแค่อยากให้รู้ว่ามยองซูไม่ได้เป็นอะไร ถ้ามยองซูเจอคนดีๆที่เขารักมยองซูจริงๆ พี่เชื่อว่าเราเริ่มใหม่ได้

“…”

“…”

“…”

พี่ไปนะพี่ซองกยูยกมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆก่อนจะก้าวขาขึ้นรถ เสียบกุญแจแล้วเตรียมสตาร์ทเครื่อง

แล้วพี่ล่ะ?” แต่ผมก็เรียกเขาไว้ก่อน เขาเลยดับเครื่องแล้วหันมาคุยกับผม

หืม?”

ถ้าผมเริ่มต้นใหม่กับคนอื่น แล้วพี่ล่ะ?”

พี่หรอ? พี่ก็คงไม่เอาตัวเองเข้าไปทำให้ใครเสียใจอีกแล้ว เพราะคนเลวๆอย่างพี่ ไม่เหมาะที่จะได้รับความรู้สึกดีๆขนาดนั้นหรอก

หมายความว่าพี่จะไม่รักใครอีกแล้วหรอ?”

ก็คงงั้น หรือถ้าจะมี ก็คงกลับไปเป็นเหมือนเดิม ควงคนนั้นคนนี้ไม่ซ้ำหน้าเพราะอย่างน้อยแบบนั้นมันก็เป็นความสัมพันธ์แค่ชั่วคราว ไม่จริงจัง ไม่ต้องรักกัน พี่ก็ไม่ต้องกลัวจะโดนทิ้งด้วย

“…”

คนอย่างพี่คงเหมาะกับแบบนั้นแหละ แฟร์ๆทั้งคู่ ไม่ต้องมีใครเจ็บด้วย

ก็เลิกได้แล้วไม่ใช่หรอ?”

หืม?”

เลิกเจ้าชู้ได้แล้วจะกลับไปเป็นแบบนั้นอีกทำไม?” พี่ซองกยูทำหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำใสๆบนหน้าผม ไม่ต่างจากผมที่ตอนนี้ก็คุมตัวเองไม่อยู่เหมือนกัน จนน้ำตาไหลมาจากไหนไม่รู้เยอะแยะแบบนี้

มยองซู ร้องไห้ทำไม?”

ผมเกลียดพี่ว่ะ

มยองซู

จะกี่ครั้งผมแม่งก็ไปเริ่มต้นใหม่กับใครไม่ได้สักที จะพี่โฮวอนหรือใครผมก็ทำไม่ได้อ่ะ! ทำไมผมแม่งต้องรักคนเลวๆแบบพี่มากขนาดนี้ด้วยวะ!” สุดท้ายผมก็ต้องกลับมานั่งฟูมฟายเพราะเขาอีกครั้ง ถึงจะเปลี่ยนตัวเองให้เข้มแข็งหรือสร้างกำแพงไม่ให้เขาเข้ามาทำร้ายยังไง แต่สุดท้ายก็เป็นผมเองที่เป็นคนทำลายกำแพงตัวเองออกไปหาเขา แล้วกลายเป็นผมคนที่อ่อนแอคนเดิมอยู่ดี

...

พี่บอกเลิกผม พี่มีคนอื่น แล้วตอนนี้ยังจะมาบอกให้ผมไปเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นอีก!”

“…”

ใจพี่ทำด้วยอะไรวะ!” ผมโวยวายจนพี่ซองกยูต้องลงมาจากรถแล้วจับมือผมไว้

มยองซู

ทำไมพี่ไม่เชื่อใจกันบ้างอ่ะ ฮึก ผมดูไม่รักพี่หรอ ผมเหมือนคนที่จะทิ้งพี่ง่ายๆหรอ ทำไมถึงคิดว่าผมจะทิ้งพี่วะ อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี พี่ไม่รู้หรอว่าผมรักพี่มากแค่ไหนอ่ะ ฮึก

มยองซูพี่ขอโทษไม่ว่าเปล่า พี่ซองกยูคว้าเอวผมเข้าสู่อ้อมกอดตัวเอง จากที่ดิ้นๆแล้วทุบพี่เขาอยู่ในแต่แรกเลยเริ่มสงบลง

แล้วยังจะมาไล่กันอีก จะให้ผมไปรักใครในเมื่อมันก็รักแต่พี่อ่ะ

ไม่ต้องไป ไม่ต้องไปไหนแล้ว

ฮึก

อยู่กับพี่นะครับ ลืมเรื่องร้ายๆแล้วมาเริ่มต้นใหม่กับพี่นะ ให้โอกาสพี่แก้ตัวได้มั้ย?” พี่ซองกยูผละผมออกเบาๆเพื่อให้เราคุยกันถนัดขึ้น แต่แขนแกร่งของเขาก็ยังเกี่ยวเอวผมไว้อยู่

แล้วพี่จะทิ้งผมอีกมั้ย พี่จะทำแบบเดิมมั้ย?”

ไม่มีทาง พี่จะไม่ยอมเสียมยองซูไปอีกเป็นครั้งที่สอง

ถ้างั้นพี่ก็ไม่ต้องกลัว ผมจะทำให้พี่หายเอง แต่พี่ก็ต้องเชื่อใจผมนะ ว่าผมจะไม่มีทางทิ้งพี่ไปไหนแน่ๆ

อืม มันจะไม่มีวันนั้นอีกแล้วนิ้วเรียวของพี่ซองกยูยกขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนแก้มผมเบาๆก่อนที่เขาจะโน้มหน้าลงมาใกล้ผมเรื่อยๆ ริมฝีปากเรียวบางประกบลงบนริมฝีปากหยักได้รูปของผมก่อนจะค่อยๆบดเบียดมันลงมาอย่างเนิบนาบแต่กลับหนักแน่น จนเราทั้งคู่รับรู้ถึงความโหยหากันและกัน สัมผัสอบอุ่นของเขาทำให้ผมรู้ว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่มันก็ไม่ทำให้รักของเราลดน้อยลงได้เลย

 



เพราะเราทั้งคู่ยังเหมือนเดิม

ยังรักและต้องการกันมากเหมือนเดิม

ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

 

 



  ---------------------------The philophobia------------------------------- 


 

 #ฟิคฟีโลโฟเบีย


     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น