end. | THE PHILOPHOBIA 💔 GYUMYUNG { infinite }

ตอนที่ 16 : 💔 PHILOPHOBIA {14} ผมยังรักคุณเหมือนเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    2 มิ.ย. 61





14

.

.

ผมยังรักคุณเหมือนเดิม

 


  -17.01 น.-

            ยิ่งเข็มนาฬิกาขยับเข้าไปใกล้เลขหกมากเท่าไร ใจผมยิ่งอยู่ไม่เป็นสุขมากเท่านั้น ป่านนี้พี่ๆเขาคงจะไปเตรียมตัวที่สนามอย่างที่นัดกันไว้แล้ว ซึ่งผมเองก็ไม่รู้และไม่อยากจะรู้ด้วยว่าเขาจะวัดอะไรกัน

            แต่ในหัวมันดันมีแต่คำถามว่าเกมบ้าๆที่ใช้ผมเป็นของเดิมพันนี่มันจบลงยังไง ถ้าหากว่ามีใครสักคนชนะ เขาจะได้ตัวผมไปจริงๆหรอ เขาคิดจริงๆหรอว่าผมจะยอมคบกับเขา

            ทั้งๆที่ทั้งคู่ก็รู้ว่าโอกาสที่ผมจะคบกับพวกเขาเป็นศูนย์...แต่ทำไมถึงยังยืนยันว่าจะแข่งกันเอาเป็นเอาตายขนาดนี้

 

ผมไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

 

            ขายาวๆของตัวเองก้าวออกมายืนที่ระเบียงห้องมุมเดิม ลมแรงๆพัดวูบสู้ผ้าม่านจนปลิวไปตามแรงลม ฝนคงกำลังจะตก ท้องฟ้าวันนี้เลยมืดครึ้มเหมือนวันนั้นไม่มีผิด

            วันที่ผมโดนอูฮยอนแกล้งให้เดินตากฝนจนพี่ซองกยูต้องออกมาช่วย...

 

Rrrrrrrrrrrr

ครับ

(มยองซู นี่พี่เองนะ ดงอู) เสียงจากปลายสายทำให้ผมเบาใจลงได้เยอะเพราะคนที่โทรมาไม่ใช่เจ้าของเบอร์นี้อย่างพี่โฮวอน

ครับพี่ดงอู

คือ..มยองซูมาที่สนามแข่งหน่อยได้มั้ย?” เสียงพี่ดงอูดูร้อนรนจนผมแอบใจหาย

มีอะไรหรือเปล่าพี่?”

โฮ โฮวอนมันท้าไอ้กยูแข่งรถเสียงพี่ดงอูขาดหายไปบางช่วงเนื่องจากฝนกำลังจะตก เลยทำให้สัญญาณมือถือไม่ค่อยเสถียร

แข่งรถ?”

ใช่แข่งรถ

แต่ฝนจะตกแล้วนะพี่ดงอู

พี่ห้ามพวกมันแล้ว บอกไปแล้วว่าแข่งกันตอนฝนตกมันอันตราย แต่ไม่มีใครฟังพี่เลยผมเม้มปากแน่นเพราะไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงกับสถานการณ์ตอนนี้ดี พี่เลยมาแอบโทรหาเรานี่แหละ เพราะคิดว่าคนเดียวที่พวกมันน่าจะฟังคือมยองซู

 

            หลังจากกดวางสายจากพี่ดงอูแล้วผมก็คว้ากุญแจรถกับหมวกกันน็อควิ่งตรงไปที่รถของตัวเองก่อนจะบึ่งมันออกไปทันที

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

สนามแข่งรถ

  -17.37 น.-

            ผมขับรถมาจอดที่ขอบสนามเพราะวันนี้สนามปิด คงไม่มีใครมาว่าอะไรหากผมจะจอดตรงนี้ ผมก้าวเท้าลงจากรถก่อนจะวิ่งไปหาพี่ดงอูที่ยืนเกาะขอบสนามอยู่ก่อนแล้วทั้งๆที่ยังไม่ได้ถอดหมวกออกเลยด้วยซ้ำ

            ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งโดยที่มือทั้งสองข้างก็กำลังช่วยกันปลดที่คาดคางของหมวกกันน็อคออกก่อนจะเอามันมา กอดไว้ที่เอว

พี่ดงอูพอเห็นผม พี่ดงอูเลยดึงแขนผมให้เข้ามาดูแบบชิดขอบสนาม

 

            ในสนามมีเจ้าของรถคันสีขาวติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว หน้าคมดูไม่สบอารมณ์อย่างแรงก่อนจะยกหมวกขึ้นสวม ยกมือทั้งสองข้างขึ้นกำแฮนด์รถจนกล้ามที่แขนปรากฏชัดเพราะเสื้อที่เขาใส่อยู่เป็นเสื้อแขนกุดสีดำ

            พี่โฮวอนใส่ถุงมือ การ์ดเข่า การ์ดศอกและรองเท้าหุ้มข้อธรรมดาที่ปลอดภัยแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น

 

ไม่เหมือนอีกคน...

 

            ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขายาวเข้ารูป เดินเข้ามาในสนามช้าๆพลางดึงผ้ายืดที่พันข้อมืออยู่ออกแล้วขยับข้อมือไปมาเพื่อเช็คว่ามันใช้การได้แค่ไหนแล้ว ก่อนจะสวมถุงมือเข้าไปแทนที่

            ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาตอนนี้นอกจากหมวกกันน็อคที่ถืออยู่ ก็เลยมีแต่การ์ดเข่าเท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์เซฟตี้

 

ทำไมถึงไม่ห่วงตัวเองบ้างนะ

ปล่อยให้ตัวโล่งปราศจากอุปกรณ์เซฟตี้ขนาดนั้นมันจะไปปลอดภัยได้ยังไง!

 

พี่กยูแขนซ้นอยู่ไม่ใช่หรอพี่ดงอู แล้วไม่ใส่การ์ดศอกจะดีหรอ?”

ก็นี่แหละ พี่บอกมันแล้ว ไม่มีใครฟังพี่สักคน

แล้วเข่า...

“…”

เข่าล่ะพี่ดงอู

เข่า? เข่าทำไม?”

ก็ที่พี่กยูเลิกแข่งรถไปเกือบปีเพราะเขาเจ็บเข่าอยู่ไม่ใช่หรอครับ? แล้วปล่อยให้แข่งแบบนี้จะไม่เป็นไรหรอ?”

เดี๋ยวๆ มยองซูใจเย็นๆนะพี่ดงอูหันมามองหน้าพลางเรียกสติผมซองกยูมันบอกเราหรอว่ามันเจ็บเข่า?”

เปล่าครับ เขาบอกอูฮยอน

พี่ก็ไม่รู้ว่ามันยังไงนะ ไม่รู้ว่าทำไมไอ้กยูถึงไปบอกพวกน้องแบบนั้น แต่จริงๆแล้วคนที่เจ็บเข่าจนต้องหยุดแข่งชั่วคราวคือพี่

พี่?”

ใช่ เมื่อปีที่แล้วพี่เกิดอุบัติเหตุระหว่างแข่งนิดหน่อยก็เลยเจ็บเข่า แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังต้องงดแข่งอยู่

งั้นถ้าไม่ได้เจ็บเข่า ..แล้วพี่กยูเลิกแข่งทำไม?”

พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน มันไม่ยอมบอกใคร แต่ที่แน่ๆไม่ใช่เพราะเจ็บเข่าหรือบาดเจ็บอะไรแน่นอน

 

 

“พี่สัญญาว่าไม่ว่าเมื่อไรก็ตามที่มีมยองซูอยู่ด้วย พี่จะไม่ขับเร็วและจะไม่มีวันปล่อยให้มยองซูเป็นอะไรเด็ดขาด”

 


มันจะใช่หรือเปล่านะ

ผมจะใช่เหตุผลของเรื่องนี้หรือเปล่า...พี่ซองกยู

 

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

 ในสนาม

-18.11 น.-

          ร่างสูงก้าวขายาวๆขึ้นคร่อมรถคันสีดำด้านของตัวเอง วางหมวกกันน็อคไว้ข้างหน้าก่อนจะหยิบบุหรี่มาคาบ จุดไฟแล้วพยายามข่มใจให้นิ่ง

 

ใจเย็นไว้ซองกยู

มึงต้องใจเย็น

 

            ซองกยูหลับตาพริ้ม จนภาพเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักคนนึงซ้อนทับเข้ามาในหัว มยองซูกำลังยืนทำหน้างอเพราะไม่พอใจที่เขาไม่ยอมเลิกบุหรี่สักที

ไหนบอกว่าเลิกไปแล้วไงเสียงเล็กท้วงขึ้นเพราะได้กลิ่นตอนที่กอดเขาเมื่อกี้

มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ

ง่าย! ถ้าพี่รักเค้า อะไรมันก็ง่ายหมดแหละมยองซูเดินมานั่งข้างซองกยูบนโซฟาก่อนจะเอนตัวซบบนอกกว้างของคนพี่ อีกคนเลยอ้าแขนรับแล้วกอดคนตัวเล็กไว้แนบอก

รักก็ส่วนรักดิ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย

พี่กยู...ไปบ้านเค้ามั้ย?”

หืม?”

ถ้าพี่เลิกบุหรี่ได้ เค้าจะยอมให้พี่เข้าบ้านเค้า

พูดจริงนะ?”

อื้อ แต่พี่ต้องเลิกให้ได้ก่อนนะ

ครับ พี่จะเลิก

เค้ารักพี่กยูนะ

 

พี่ก็รักมยองซูซองกยูพรึมพรำกับตัวเองก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาเรียวเล็กกลับดูเลื่อนลอย ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

ถ้ากลัว จะกลับบ้านก็ได้นะคนข้างๆเปิดกระจกหมวกออกก่อนจะหันมามองซองกยูด้วยหางตา ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มข้างนึงไว้พลางเลิกคิ้วสูงราวกับต้องการจะท้าทาย

คนที่กลัวมันมึงหรือเปล่าโฮวอน?”ซองกยูมองตรงไปที่ถนนยาวสุดลูกหูลูกตาข้างหน้าที่ตอนนี้โดนละอองฝนหยดเล็กๆพรมจนชุ่มไปหมดแล้ว

กูแพ้มึงมาพอแล้วได้ยินแบบนั้นซองกยูเลยหันไปมองหน้าเพื่อนสนิท แพ้ทั้งในสนามและนอกสนาม แพ้แม้กระทั่งเรื่องของมยองซู

“…”

กูไม่อยากแพ้มึงอีกแล้วซองกยู

“…”

วันนี้กูต้องชนะ ชนะทั้งมึง ทั้งใจมยองซู

กูไม่อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลยโฮวอน แต่กูปล่อยมยองซูให้มึงไม่ได้จริงๆ

“…”

กูรักมยองซู

“…”

เพราะงั้นคืนน้องให้กูเถอะ

หึ! รักหรอ? ทำกับเขาขนาดนั้นมึงยังมีหน้ามาพูดว่ารักอีกหรอ?”

...

แต่เสียใจด้วยนะ กูคงคืนให้มึงไม่ได้ เพราะตอนนี้กูกับมยองซูรักกันอยู่

ถ้างั้นก็รีบแข่ง จะได้รู้ผลกันสักทีซองกยูโยนบุหรี่ที่คาบอยู่เมื่อกี้ลงพื้นก่อนจะใช้เท้าขยี้จนไฟมันมอดลง

 

ฉันอุตส่าห์เลิกได้เพราะนาย แต่สุดท้ายฉันก็ต้องกลับมาพึ่งมันอีกจนได้

ขอโทษนะมยองซู ขอโทษที่ฉันผิดคำพูดอีกแล้ว

 

แข่งกันสามรอบสนาม ถ้าใครล้ม ทำผิดกติกาหรือสิ้นสภาพที่จะแข่งได้ ปรับแพ้ทันที โฮวอนพูดพลางยกยิ้มมุมปากใส่ นี่มันกะเอาเดี้ยงกันไปข้างเลยหรือไงวะใครครบสามรอบสนามก่อน ถือว่าชนะ และจะได้ของเดิมพันไป

ดีลสิ้นเสียงตอบรับจากผม โฮวอนก็กดกระจกหมวกกันน็อคลงแรงๆแล้วตั้งท่าบิดคันเร่งจนเสียงดังระงม ผมเองก็ยกหมวกขึ้นสวม กำแฮนด์รถแน่น ก่อนจะจ้องตรงไปยังถนนเบื้องหน้านิ่ง เพื่อรอสัญญาณไฟ

 

 

“พี่สัญญาว่าไม่ว่าเมื่อไรก็ตามที่มีมยองซูอยู่ด้วย พี่จะไม่ขับเร็วและจะไม่มีวันปล่อยให้มยองซูเป็นอะไรเด็ดขาด”

พี่ขอผิดคำพูดอีกสักครั้งนะมยองซู

 

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

 

สายฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาเหมือนเป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขัน มันยิ่งทำให้ใจผมแทบจะระเบิดให้ได้ ผมห้ามอะไรพวกเขาไม่ทันเพราะรู้ตัวอีกที ทั้งสองคนก็บิดคันเร่งพร้อมออกตัวกันแล้ว

ตัวเลขนับถอยหลังมาหยุดอยู่ที่เลขศูนย์ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจับเวลาทันทีที่ไฟสีแดงสลับเป็นสีเขียว รถทั้งสองคันออกตัวด้วยความเร็วพอๆกัน แต่เพราะเจ็บแขน พี่ซองกยูเลยเสียหลักนิดหน่อยตอนออกตัว

ทั้งสองคันผลัดกันขึ้นนำ เล่นแรงไม่แพ้กันเพราะต่างฝ่ายต่างก็จงใจเฉี่ยวกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร

ลำพังแค่เสื้อยืดบางๆกับเซฟตี้ไม่กี่อย่างที่เขาใส่อยู่ที่ไม่รู้ว่ามันจะช่วยให้เขาปลอดภัยได้หรือเปล่าก็ทำให้ผมหวั่นใจมากพออยู่แล้ว ยังต้องมาเจอความเร็วที่ต่างคนต่างบิดอย่างไม่คิดชีวิตแบบนี้อีก

พอพี่โฮวอนเห็นว่าพี่ซองกยูเสียหลักบ่อยครั้งพลางทำหน้าเหยเกทุกครั้งที่เขาขับเข้าไปประชิดทางด้านซ้ายของตัวรถ เขาก็เลยพอจะเดาออกว่าอีกคนเจ็บแขนข้างนั้นอยู่ ได้ทีพี่โฮวอนเลยจงใจขับเข้าไปเบียดซ้ำๆอีกหลายรอบราวกับจะย้ำให้เพื่อนตัวเองทนเจ็บข้อมือที่ซ้นอยู่ไม่ไหว

และเป็นอย่างที่คิด พี่ซองกยูปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากแฮนด์รถ ประคองรถหนักๆที่กำลังแล่นฝ่าฝนด้วยความเร็วที่แทบจะไม่ลดลงเลยหรือคนขับไม่ยอมลดลงก็ไม่รู้อย่างยากลำบาก ที่ถึงแม้ว่าตอนนี้จะขับไหวแค่มือเดียวก็ตาม

ม่านฝนหนาขึ้นเรื่อยๆจนทั้งผมกับพี่ดงอูเริ่มอยู่ไม่สุขเพราะพวกผมแทบจะไม่มองเห็นรถทั้งสองคันแล้ว

 

ก็ฝนมันตกหนักขนาดนี้

ใครขับได้ครบรอบก็เก่งแล้วเถอะ

 

ดูจากนอกสนามยังรู้เลยว่าเจ้าของรถคันสีดำแข่งต่อไม่ไหวแล้ว แต่เขากลับไม่ยอม ยังคงบิดด้วยความเร็วเท่าเดิมเพราะถ้าลดความเร็วลงแม้แต่นิดเดียว พี่โฮวอนได้ขึ้นนำแน่ๆ

 

พอได้แล้ว อย่าเสี่ยงอันตรายเพราะผมเลย มันไม่คุ้มหรอกนะพี่ซองกยู

 

            พอเห็นท่าไม่ดี ผมเลยทนอยู่เฉยไม่ไหว วิ่งกลับไปที่รถของตัวเองก่อนจะขับตามออกไปด้วยความเร็วที่เกือบจะเท่ากับสองคันในสนามโดยที่ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองกลัวความเร็วแค่ไหน เลยทำให้รู้ว่าพายุฝนนี่ซัดกระหน่ำจนขับยากเหมือนวันนั้นไม่มีผิด

 

นี่ขนาดผมปกติดียังรู้สึกว่ามันขับยากขนาดนี้เลย

แล้วคนที่ลงแข่งทั้งๆที่ยังเจ็บข้อมืออยู่มันจะขนาดไหน

            ผมมองเห็นรถสองคันในสนามไวๆแต่ก็เข้าไปไม่ได้ พี่ดงอูเองก็ขับตามหลังมาไม่ห่างเพราะก็ห่วงเพื่อนไม่แพ้กัน

            ผมเร่งความเร็วแล้วขับลัดขอบสนามด้านนอกเพื่อไปดักรอเขาข้างหน้า ทั้งคู่ยังขับตีคู่กันมาเรื่อยๆจนใกล้จะถึงจุดที่ทั้งผมและพี่ดงอูจอดรถอยู่ ผมถอดหมวกออก ดูสถานการณ์ ก่อนจะตะโกนสุดเสียงเพื่อหวังให้เขาหยุดเกมบ้าๆนี่สักที

พอได้แล้วพี่ซองกยู! จะฝืนทำไม! จะทรมานตัวเองไปถึงไหน!” พี่ซองกยูปัดกระจกหมวกขึ้นทันทีที่เห็นหน้าผม ก่อนจะเบิกตากว้าง ทำหน้าตกใจสุดชีวิตเพราะคงไม่คิดว่าผมจะมา

มยองซู พี่ซองกยูพรึมพรำกับตัวเอง แต่ผมอ่านปากเขาออก

ผมขอร้อง!” พี่เขาเลยลดความเร็วลงเล็กน้อยจนพี่โฮวอนกลายเป็นฝ่ายขึ้นนำ อีกคนยังคงมองหน้าผมค้างอยู่แบบนั้นราวกับกำลังตกใจที่เห็นผมร้องไห้

 

จนไม่ได้มอง...ว่าข้างหน้าตัวเองเป็นหัวโค้ง

 

พี่ซองกยูระวัง!!”

 “ไอ้กยู!” สิ้นเสียงตะโกนจากผมกับพี่ดงอู พี่ซองกยูที่ตกใจไม่แพ้กันก็หักแฮนด์รถไปอีกทางทันที

 


แต่เหมือนช้าไป

เขาเบรกไม่ทัน

 


เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด

 


คนขับกำเบรกมือแรงจดมิดก้าน รถเลยปัดไปอีกทาง รู้ตัวอีกที พื้นถนนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำก็ลื่นจนทำให้รถอยู่นอกเหนือการควบคุม ล้อรถหมุนฟรี แหกโค้งและเสียหลักล้มในที่สุด

 


โครม!!!

 


รถพุ่งไปกระแทกขอบสนามอย่างจังจนเกิดเสียงดังลั่นไปทั่วสนาม ตัวคนขับกระเดนออกจากตัวรถก่อนจะนอนแน่นิ่งอยู่ข้างทางไม่ไกลจากตรงนั้นนัก

 

ผมเลยวิ่งเข้าไปหาเขาไม่คิดชีวิตโดยมีพี่ดงอูวิ่งตามมาติดๆ ส่วนพี่โฮวอน รายนั้นก็ขับวนกลับมาที่เกิดเหตุเมื่อกี้ด้วยใบหน้าที่ช็อคไปเหมือนกัน

 

และก่อนที่พี่ดงอูจะกดโทรศัพท์โทรตามรถฉุกเฉิน ผมก็วิ่งมาถึงตัวเขาแล้ว


และโดยอัตโนมัติผมยกตัวเขาขึ้นมาประคองไว้แทบอก ถอดหมวกกันน็อคที่เขาสวมอยู่ออก ก่อนจะพบว่าเขาไม่ได้สติแล้ว

 

คนในอ้อมแขนผมเปียกชื้นไปทั้งตัว เสื้อยืดที่ใส่อยู่ก็ขาดหลุดลุ่ย แทบไม่ต้องพูดถึงตามลำตัวเลยว่าจะถลอกปอกเปิกขนาดไหน แล้วยังไม่นับรวมบนหน้าผากเขาที่ตอนนี้มีเลือดไหลออกมาด้วย นี่ขนาดใส่หมวกกันน็อคยังเป็นขนาดนี้ แล้วถ้าไม่ใส่จะเป็นยังไง เคยคิดบ้างมั้ย? ห่วงตัวเองบ้างเป็นมั้ยคิมซองกยู!

พี่กยู!”

ทำใจดีๆไว้นะมึงพี่ดงอูช่วยเรียกสติคนที่ยังนอนนิ่งอยู่ก่อนจะหันมาพูดกับผม ใจเย็นๆไว้นะมยองซู พี่ตามรถพยาบาลแล้ว

พี่ซองกยูตื่นสิ!” แต่วินาทีนั้นเหมือนผมหูดับ ไม่ได้ยินเสียงและมองไม่เห็นใครทั้งนั้น คิดอยู่เพียงอย่างเดียวว่าถ้าเขาเป็นอะไรไป ผมจะทำยังไง พี่กยู ผมบอกให้ตื่นไง! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!”

มยองซูพี่ดงอูกับพี่โฮวอนผลัดกันเรียกผม แต่ใครสน ในเมื่อสภาพของคนในอ้อมกอดทำให้สติของตัวเองตอนนี้แทบไม่เหลือแล้ว

ตื่นสิ ตื่นเดี๋ยวนี้! ฮึก อย่าเป็นอะไรไปนะ!”

มยอง ซู

พี่กยู!” ผมเบิกตากว้าง น้ำตาทั้งสองข้างที่ไหลไม่ขาดสายเมื่อกี้ถูกฝนอำพรางไว้ แต่มันไม่อาจซ่อนดวงตาเรียวเล็กทั้งสองข้างที่กำลังฝืนลืมตาขึ้นจากผมได้

พี่ ขอโทษ

ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แข็งใจไว้นะพี่ รถฉุกเฉินกำลังมา พี่ต้องไม่เป็นอะไร

ห่วง พี่ หรอ?” ผมก้มหน้าร้องไห้หนักขึ้นเพราะยิ่งเห็นหน้าเขา ยิ่งได้ยินเสียง น้ำตามันยิ่งไหล

ฮึก

ห่วงพี่ ใช่ มั้ย?”

รู้ว่าผมห่วงแล้วทำทำไม? คิดบ้าอะไรอยู่ ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้าง คิดบ้างหรือเปล่าว่าถ้าพี่เป็นอะไรไปแล้วผมจะทำยังไง?”

พี่ดีใจ นะ

ไม่ต้องพูดอะไรแล้วผมละความสนใจจากเขาแล้วหันไปถามอีกคนที่นั่งหน้าซีดไม่ต่างกัน รถฉุกเฉินมาหรือยังพี่ดงอู?”

ใกล้จะถึงแล้วๆ

ม ยอง ซูพี่ซองกยูยกมือข้างนึงมาจับมือผมไว้

ฮึก

ตอนที่เราอยู่ด้วยกันมันดีมาก...เขาปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาจากหางตาก่อนจะยิ้มบางๆให้ ผมเลยใช้มืออีกข้างที่ยังว่างยกขึ้นมาประคองใบหน้าเขาที่ตอนนี้มีแต่หยดน้ำฝนเกาะเต็มไปหมดเอาไว้ ใช่มั้ย?”

ฮึกผมพูดอะไรไม่ออก เลยทำเพียงพยักหน้าตอบเขาไป

พี่ยัง รักมยองซู อยู่นะ

“…”

ไม่เคย หยุดรักเลยและเพียงเท่านั้น ผมก็ก้มหน้าลง แนบหน้าผากตัวเองลงบนหน้าผากเขาแล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาสู้กับฝนอย่างไม่มีใครยอมใคร

ถ้ารักผมแล้วจะเอาตัวเองมาเสี่ยงทำไม ฮึก ทำทำไม!”

พี่ขอโทษผมกระชับแขนที่พยุงเขาอยู่ให้แน่นขึ้น จนร่างของเขาเข้ามาชิดแนบอก

ฮึก

ไหนบอกจะไม่ขับเร็วแล้ว ไหนสัญญาแล้วไง!”

พี่เคยบอกว่าจะไม่ขับเร็ว ก็ต่อเมื่อ พี่มีมยองซู อยู่ด้วย

ฮึก

แต่ในวันนี้ พี่กำลังจะ เสียมยองซูไป พี่เลย.. เสียงของพี่ซองกยูค่อยๆแผ่วลง ดวงตาพร่าเลือนเมื่อกี้เริ่มมองผมนิ่งขึ้นราวกับปรับโฟกัสได้แล้ว และเหมือนจะได้สติมากขึ้น นั่นเลยทำให้ผมแอบโล่งใจ

 

แต่ก็แค่แปปเดียว

 

พี่กยู!!”
ไอ้กยู!” พวกผมสามคนร้องลั่นทันทีที่จู่ๆเจ้าของชื่อก็หมดสติไป ผมเองก็สติหลุดไม่ต่างกัน จนรู้ตัวอีกที รถฉุกเฉินก็ขับเข้ามาถึงที่แล้ว ร่างของพี่ซองกยูถูกหามขึ้นรถไปก่อนที่พี่ดงอูจะอาสาขึ้นรถไปด้วย เพราะผมในตอนนี้ไม่มีสติเหลือพอจะรับรู้อะไรอีกแล้ว

มยองซูเห็นแบบนั้นพี่โฮวอนเลยเข้ามาช่วยประคองผม จะตามมันไปมั้ย? ไหวหรือเปล่า?”

ไหวครับ

งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่ง

แล้วพี่?” ผมเงยหน้ามองเขา

เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้ชีวิตไอ้กยูสำคัญกว่าพี่โฮวอนโทรตามเด็กในสนามมาช่วยกันเข็นรถพี่ซองกยูไปไว้ในอู่ ก่อนที่ตัวเองจะก้าวขึ้นรถ สวมหมวกแล้วเรียกให้ผมขึ้นไปซ้อน

เขาจะไม่เป็นไรใช่มั้ยพี่?” พี่โฮวอนเลื่อนกระจกหมวกกันน็อคขึ้น มองหน้าผมแล้วน้ำตาคลอ ก่อนจะใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำนั่นเรียกชื่อผมเบาๆ

มยองซู

พี่ซองกยูจะไม่ไปไหนใช่มั้ย?” ผมเบะปาก ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเดินไปหยิบหมวกกันน็อคที่กระเดนไปคนละทิศคนละทางขึ้นมากอดไว้ก่อนจะสังเกตเห็นป้ายชื่อด้านใน ที่มีชื่อของเจ้าของหมวกสลักเอาไว้

 

 

Sunggyu.

หัวใจมยองซู.

 

 

          ผมปล่อยโฮรอบสองออกมาอย่างไม่อายใคร ก่อนที่จะทรุดตัวนั่งลงกับพื้นโดยที่ยังกอดหมวกใบนั้นแน่น เห็นแบบนั้นพี่โฮวอนเลยลงจากรถมาช่วยพยุงผมไว้

 

 

พี่ยัง รักมยองซู อยู่นะ

ผมก็เหมือนกันพี่ซองกยู ผมก็ยังรักพี่อยู่เหมือนกัน

 

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------







 

แท็กนี้นะเตง TT #ฟิคฟีโลโฟเบีย


     





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #81 pattycpe13 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 00:03
    เราร้องไห้ง่าา ฮื่ออออ สงสารพี่กยู สงสารมยองซูด้วยย ไรต์มาต่อไวๆนะคะ รอน้าาา 😢
    #81
    0
  2. #80 มีนนี่ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 01:35
    กรี้สสสสสส เค้ารักกันแล้วทำไม ฮื่ออออ สงสารรรร ร้องไห้เลยแงง
    #80
    0
  3. #79 MyungLspace (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 04:28
    เย้กลับมาแล้วสววววว สงสารพี่โฮวอนอะ
    #79
    0
  4. #78 Pinest (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 21:14
    แง้ไรท์กลับมาต่อแล้วว พี่กยูต้องปลอดภัยนะะ
    #78
    0
  5. #77 LLL (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 17:16
    งือ! จะร้องสงสาร
    #77
    0
  6. #76 Luckkee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 16:31
    ไม่เอา bad end เด้อ5555 สมน้ำหน้าพี่กยู อุ้ย สงสารยัยแมวอะ อยู่ๆเขาก็มาแข่งรถกันแย่งนาง
    #76
    0
  7. #75 Luckkee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 16:31
    ไม่เอา bad end เด้อ5555 สมน้ำหน้าพี่กยู อุ้ย สงสารยัยแมวอะ อยู่ๆเขาก็มาแข่งรถกันแย่งนาง
    #75
    0
  8. #74 wanda2522 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 00:08
    เย้ๆกลับมาแล้ว คิดถึงเรื่องนี้จริงๆ ฮือ สงสารทุกคนเลยอ่า แต่ก็นะเรื่องความรักมันบังคับกันไม่ได้จริงๆ
    #74
    0