end. | THE PHILOPHOBIA 💔 GYUMYUNG { infinite }

ตอนที่ 11 : 💔 PHIPLPHOBIA {09} แฟนเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

                                                     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

9

.

.

แฟนเพื่อน

 

 

-21.48.-

 

            กว่าจะกลับมาถึงลานกางเต็นท์ ฝนที่ตกไม่ลืมหูลืมตาเมื่อกี้ก็สงบลงจนเหลือแต่ละอองฝนปรอยๆแล้ว

 

            พี่ซองกยูก้าวเท้าลงจากรถตัวเองโดยไม่ลืมจะหันมาช่วยพยุงผมลงด้วย เขาเอาแขนข้างนึงของผมยกขึ้นพาดบ่าแล้วพาเดินไปที่สถานพยาบาลที่ปิดไปแล้ว ตอนนี้เลยทำได้แค่มาขอพวกยูกยาไปทำแผลเองเท่านั้น

 

พี่ซองกยู!” พอเดินมาถึง คนสร้างเรื่องก็วิ่งโร่เข้ามาหาพี่ซองกยูทันที แต่รายนั้นกลับทำตาขวางแล้วพยุงผมเดินสวนอีกคนไปดื้อๆราวกับอูฮยอนเป็นเพียงอากาศธาตุ

อยู่ไหนกันวะ กูเจอมยองซูแล้ว พี่ซองกยูกดโทรศัพท์โทรบอกผองเพื่อนที่ผมก็ยังไม่เห็นสองคนนั้นเลยตั้งแต่มาถึง เห็นก็แต่รถของพี่โฮวอนจอดอยู่แค่คันเดียว

            พอวางสายเขาก็พาผมมานั่งหน้าสถานพยาบาลก่อนที่ตัวเองจะวิ่งหายไปในร้านเล็กๆที่ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังเปิดไฟอยู่แต่ก็มีเพียงเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าเท่านั้นเพราะอย่างที่บอกว่าร้านปิดไปแล้ว พวกพยาบาลก็เลยกลับกันไปหมดแล้วเหมือนกัน

รอตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันไปซื้อยามาทำแผลให้

อือ

สำออย พอพี่ซองกยูเดินลับตาออกไปไม่ถึงสิบวิ ผู้มาใหม่ก็เดินเข้ามาแขวะผมตามสเต็ปทันทีอูฮยอน

เอ้า จำชื่อฉันได้ด้วยหรอ?” อูฮยอนมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ยกมือขึ้นมากอดอก ยกยิ้มมุมปากแล้วก้มมองหน้าผมด้วยสายตาที่ต่อให้ยืนห่างจากเขาสิบกิโลยังรู้เลยว่าไม่เป็นมิตร แล้วนอกจากชื่อฉัน ยังจำได้อยู่มั้ยว่าฉันเป็นแฟนใคร!”

นายจะแฟนใครแล้วเกี่ยวอะไรกับฉันอ่ะ?”

อย่ามาตีหน้าซื่อนะ! คิดว่าฉันไม่รู้รึไงว่านายกับพี่ซองกยูเคยเป็นอะไรกัน!!”

มันก็แค่อดีต ระหว่างฉันกับพี่ซองกยูมันจบไปนานแล้ว ผมเงยหน้าไปจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนคำพูดผมจะยิ่งทำให้อูฮยอนอารมณ์ขึ้นกว่าเดิม

จบหรอ? มันจะจบได้ยังไงในเมื่อวันนั้นพี่ซองกยูเขายังขอนายคืนดีอยู่เลย!”

ขอคืนดี?”

อย่ามาทำเป็นจำไม่ได้ตอนนี้นะ ก็วันที่ฉันแกล้งหลงจนนายโดนพวกกุ๊ยนั่นทำร้ายแล้วพี่ซองกยูไปช่วยไง!”

แกล้งหลง? อย่าบอกนะว่าวันนั้นที่นายหายไปแค่ต้องการจะแกล้งให้ฉันโดนพี่ซองกยูด่า?”

ใช่ไง! ตอนแรกฉันแค่หมันไส้นึกว่าพี่ซองกยูชอบนายเฉยๆ เลยตั้งใจจะแกล้งให้โดนด่าก็แค่นั้น แต่มันดันทำให้ฉันรู้ความจริงว่าจริงๆแล้วนายเคยคบกับพี่ซองกยู!”

“…” พอได้ฟังอูฮยอนพูดเลยทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก อูฮยอนรู้ตั้งนานแล้วแต่ยังปั้นหน้ายิ้มแย้มแสร้งทำเป็นไม่รู้มาตั้งนานได้ยังไง สรุปแล้วอูฮยอนเป็นคนยังไงกันแน่

แต่ที่ฉันแปลกใจมากกว่า คือทำไมพี่โฮวอนถึงยังไม่รู้เรื่องนี้

“…”

แต่อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวฉันจะทำให้เขารู้เอง!” พูดจบเขาก็สะบัดหน้าเดินหนีไป ทิ้งให้ผมยืนอึ้งอยู่คนเดียว ถึงผมตั้งใจจะบอกเลิกพี่โฮวอนอยู่แล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้อยากให้เขารู้เรื่องผมกับพี่ซองกยูนี่ แต่อูฮยอนเล่นมาประกาศลั่นว่าจะบอกพี่โฮวอนแบบนี้

 

 

เรื่องใหญ่แน่ๆ

  

---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

มยองซู พี่ซองกยูเดินออกมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลในมือ แต่พอเห็นหน้าซีดๆของผมก็เลยถามขึ้น

“…”

 เป็นอะไรรึเปล่า?” ผมส่ายหน้าช้าๆก่อนที่เขาจะเดินมาถึงตัว เขาเข้ามาพยุงให้ผมลุกขึ้นเพื่อจะพากลับเต็นท์

 

            เขาค่อยๆวางตัวผมลงกับเก้าอี้ที่อยู่หน้าเต็นท์ วางกล่องปฐมพยาบาลไว้ข้างๆแล้วโยนเสื้อนอกที่เขาไปควานหามาจากในเต็นท์ตัวเองให้ผมห่มแก้หนาวเพราะตอนนี้ตัวเราทั้งคู่ยังเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำอยู่เลย

 

 “พี่ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง พี่ซองกยูที่ตั้งท่าจะทำแผลให้มองหน้าผมแล้วพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินไปหยิบของเพื่อจะไปอาบน้ำ แต่ก็เหมือนจะฉุกคิดอะไรได้ก่อนเลยหันกลับมาพูดกับผม

ฉันว่าไปอาบด้วยกันดีกว่า

หะ?”

ม หมายถึงไปพร้อมกันดีกว่า นั่งเปียกแบบนี้นานๆเดี๋ยวเป็นหวัดแล้วโฮวอนมันจะมาฆ่าฉันเอา พี่ซองกยูยกแขนขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าที่ขึ้นสีนิดๆพลางเดินมาพยุงผมอีกรอบ

ผมเลยค่อยๆลุกไปหยิบของในกระเป๋าแล้วเดินตีคู่กับพี่ซองกยูจนมาถึงห้องน้ำ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนึงโดยมีพี่ซองกยูเดินตามหลัง

ยืนไหวรึเปล่า?”

ถ้าไม่ไหวจะเข้ามาช่วยรึไง?” ผมแกล้งประชดแล้วทำหน้านิ่งใส่เขา พี่ซองกยูเลยยกยิ้มมุมปากพลางยื่นหน้ามาใกล้ผมที่ยืนอยู่ในห้องน้ำแล้วทำท่าเหมือนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่พับแขนอยู่ของตัวเองออก

อยากให้ช่วยมั้ยล่ะ ผมตกใจจนผงะไปด้านหลัง พอเห็นแบบนั้นพี่ซองกยูเลยเลิกแกล้งแล้วเดินไปอาบน้ำห้องข้างๆแต่ก็เหมือนจะนึกอะไรออกซะก่อน ไม่ต้องล็อคประตูนะ ถ้าล้มฉันจะได้เข้าไปช่วยได้

ถ้างั้นผมว่าผมล็อคดีกว่า พอเจอผมสวนกลับ คนร่างสูงตรงหน้าถึงกลับหน้าเหวอจนหลุดขำออกมาก่อนที่เขาจะแยกไปเข้าห้องอื่น

 

            พออาบเสร็จ ผมที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นก็เดินออกมาที่อ่างล้างหน้าหน้าห้องน้ำแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาพาดไหล่เพื่อเอาไว้เช็ดหัว

 

            ไม่นานอีกคนที่เพิ่งอาบเสร็จก็เดินตามออกมา  ไม่ค่อยบ่อยนักที่จะเห็นพี่ซองกยูใส่ชุดสบายๆแบบนี้ เพราะปกตินอกจากชุดนักศึกษากับชุดไปรเวทที่ส่วนใหญ่จะใส่แบบเป็นเสื้อเชิ้ตกับแบบมีเสื้อนอกทับคู่กับกางเกงขายาวเข้ารูปแบบเต็มยศแล้ว ก็ยังไม่เคยเห็นเขาใส่ชุดที่เป็นเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นแบบตอนนี้เลย แน่นอนว่าถ้าไม่นับตอนที่คบกันล่ะก็นะ

 

กลับกันเถอะ พี่ซองกยูออกปากชวน ผมเลยพยักหน้าตอบส่งๆ เห็นแบบนั้นเขาเลยเดินเข้ามาช่วยประคอง แต่ด้วยความที่ตอนนี้ข้อเท้าผมดีขึ้นมากแล้ว เขาเลยทำเพียงแค่จับไว้หลวมๆเท่านั้น

 

ระหว่างทางผมเห็นเขาเอาแต่ยกมือขึ้นเสยผมของตัวเองที่เปียกอยู่เหมือนรำคาญ ผมเลยยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กของตัวเองที่ใช้เช็ดไปบ้างแล้วให้เขา

 

ถ้าไม่รังเกีย…” ไม่ทันได้พูดจนจบประโยค มือเรียวสวยของพี่เขาก็คว้ามันไปวางแหมะบนหัวแล้วยีผมเปียกๆของตัวเองลวกๆก่อนจะส่งมันคืนให้ผม

 

 ถ้าจะรีบขนาดนี้ก็อย่าเช็ดเลยเถอะ -_-

 

            ผมรับผ้าผืนนั้นไว้แล้วเดินดุ่มๆเข้าไปใกล้ตัวของอีกคน ยกผ้าในมือขึ้นสูงอ้อมไปข้างหลังแล้ววางทับไว้ข้างหูทั้งสองข้างของคนตัวสูงกว่า เขาสะดุ้งนิดๆราวกับตกใจที่ผมเข้าหากะทันหัน

 

อยู่เฉยๆ สองมือผมที่ยังจับผ้าไว้อยู่เริ่มขยับช้าๆโดยเริ่มจากท้ายทอยแล้วเช็ดสูงขึ้นเรื่อยๆ คนตรงหน้าก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ทำเพียงยืนมองการกระทำของผมนิ่งๆเท่านั้น

 

            และพอรู้ตัวอีกที จมูกผมก็หันไปชนกับปลายจมูกเขาเข้าจังๆ ดวงตาเรียวเล็กที่ชอบมองผมด้วยแววตาดุๆนั่นไม่มีอีกแล้ว ในตอนนี้มีแค่แววตาอบอุ่นที่มองผมด้วยสายตาเศร้าๆจนทำให้ผมละสายตาจากมันไม่ได้ก็เท่านั้น

 

            ดูยังไงก็รู้ว่านัยน์ตาของเราสองคน จนถึงวันนี้ก็ยังมีแค่เราสองคนที่อยู่ในนั้น แทบจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำให้ผมอยากได้เขาคืนมามากแค่ไหน

 

            และคราวนี้เป็นผมเองที่ไม่รอให้เขาโน้มหน้าลงมา เขย่งตัวขึ้นยื่นหน้าตัวเองให้ริมฝีปากขึ้นไปประกบกับปากของอีกคน พี่ซองกยูเบิกตาโตตกใจที่ผมจู่โจมโดยไม่ได้ตั้งตัว แต่สุดท้ายก็ยอมหลับตาพริ้มตอบรับรสจูบของผมอย่างว่าง่าย

 

            มือที่เช็ดผมให้เขาเมื่อกี้กลับอ่อนแรงปล่อยวางพักไว้บนไหล่แกร่งของอีกคน ในขณะที่มืออีกข้างขยับขึ้นไปสอดอยู่ในกลุ่มเส้นผมเปียกชื้นของพี่ซองกยู

 

อื้อออ

 

            ผมร้องท้วงเพราะเขาเริ่มรุกรุนแรงขึ้น แต่เหมือนอีกคนจะไม่ฟัง กลับจงใจบดขยี้ริมฝีปากผมอย่างหนักหน่วงจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก พี่ซองกยูถึงได้ยอมหยุด แต่ก็แค่พักเดียว พอเขากอบโกยออกซิเจนได้อีกรอบก็เตรียมจะประกบปากรอบสอง แต่ผมไวกว่า ยกมือมาดันอกเขาได้ก่อน

 

เราอย่าทำแบบนี้กันอีกเลยนะ และเหมือนเสียงผมจะเป็นเพียงเสียงนกเสียงกาเพราะอีกคนไม่สนใจแถมยังเตรียมจะเข้าชาร์ตอีกรอบอีกต่างหาก

 

ผมเป็นแฟนเพื่อนพี่นะ!”สิ้นสุดประโยคทำร้ายจิตใจที่กำลังตอกย้ำความจริงกับเราทั้งคู่ เขาถึงได้ยอมหยุดจริงๆสักที แล้วเพื่อนพี่เขาก็ดีกับผมมาก พี่โฮวอนเขาเป็นคนดีมากนะ พี่จะทำร้ายเขาลงหรอ?”

 

            พอได้ยินแบบนั้นพี่ซองกยูเลยคลายกอดผมออกช้าๆพลางส่งสายเศร้าๆจนดูน่าสงสารมาให้ผมก่อนจะสะดุ้งตัวแรงเพราะเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองได้แผลอีกแล้ว

 

โอ๊ยคนตรงหน้าผมร้องโอดครวญทันทีที่ผละออกจากผมแล้วใช้นิ้วแตะๆที่มุมปากตัวเองเพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา และเป็นอย่างที่คิด ที่มุมปากข้างนึงของพี่ซองกยูมีเลือดออก

 

            ตอนแรกก็กะว่าจะช่วยดูแผลให้หรอกนะ แต่พอยืนมองปากเขานานๆผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน เลยต้องรีบชิ่งเดินลากขาเป๋ๆของตัวเองออกมาก่อน ไม่งั้นคนที่จะเลือดไหลหมดตัวคงได้เป็นผมแทนแน่ๆ

 

 

หมายถึงเลือดกำเดาอะนะ -*-

 

 

            ไม่ห่างกันมาก พี่ซองกยูก็เดินตามผมกลับมา ซึ่งที่เต็นท์ตอนนี้ยังไม่มีใครกลับมาสักคน พอมาถึงพี่เขาเลยสั่งให้ผมนั่งนิ่งๆเพื่อจะได้ทำแผลให้

            เขาเดินมานั่งลงข้างๆแล้วควานหาแผ่นประคบในกล่องพยาบาลอยู่แปปนึง ส่งให้ผมใช้ประคบที่ข้อเท้าแล้วบอกว่าที่เจ็บข้อเท้าคงเป็นเพราะมันพลิกตอนที่ล้ม

            แต่ไม่แค่นั้นพี่ซองกยูดึงแขนผมข้างที่เป็นแผลไปวางบนขาเขา หยิบแอลกอฮอล์มาเทใส่สำลีจนมันชุ่ม พลิกข้อศอกผมขึ้นแล้วเตรียมจะละเลงแอลกอฮอล์ลงบนแผล

เทเยอะขนาดนั้นมันก็แสบดิพี่!” ผมร้องห้ามเสียงหลง แต่อีกคนกลับทำหน้ามึนแล้วยื่นมือข้างที่ยังว่างมาให้ผมแทน

อ่ะ ถ้าเจ็บก็บีบไว้

ผมไม่เล่นนะ ผมทำหน้าไม่ไว้ใจใส่จนคนข้างๆต้องปั้นหน้าขรึมคืนมาบ้าง ผมเลยต้องจำยอมทำตามที่เขาบอกอย่างเชื่องๆ

ฉันก็ไม่ได้เล่น เขาค่อยๆเอาสำลีที่ว่านั่นทาที่แผลผมอย่างเบามือที่สุด แต่ด้วยความที่พี่ซองกยูมือหนักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คำว่าเบาของเขา สำหรับผมมันก็โครตเจ็บอยู่ดี!

โอ๊ย มือข้างที่จับมือพี่ซองกยูอยู่เลยยิ่งบีบแรงขึ้นไปอีก แต่ถึงจะบีบแรงแค่ไหน คนถูกบีบกลับไม่ได้มีท่าทีอะไรที่แสดงออกมาว่าเจ็บมือเลยสักนิด ด้านไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย?

รู้งี้เทให้หมดขวดไปเลยก็ดี เจ้าของหน้าขาวๆเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมแล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้หลังจากก้มหน้าหงุดอยู่กับแผลผมมาสักพัก 

แค่นี้ก็แสบพอแล้วป่ะ?”

เปล่า นายจะได้ไม่ปล่อยมือฉันไง

 

 

ด้านจริงๆด้วย!

 

 

            พอเห็นผมแยกเขี้ยวใส่ เขาเลยหันกลับไปสนใจแผลผมต่อ พอล้างแผลเสร็จเขาก็เอายามาละเลงใส่ ขอย้ำว่าเขาละเลงจริงๆ คือทำไม่เป็นก็ไม่ต้องพยายามมั้ยล่ะ นี่เขาคิดว่าเขากำลังวาดภาพระบายสีอยู่รึไง -_-

 

 

 

            แต่ชั่งเถอะเพราะหน้าเขาตอนกำลังตั้งอกตั้งใจทำอะไรสักอย่างแบบนี้มันโครตน่ามองเลย 

 

 

 

            พอใส่ยาเสร็จ ขั้นตอนสุดท้ายคือแปะพลาสเตอร์ แต่เมื่อกี้เขาหาจากในกล่องพยาบาลแล้วไม่เจอ ก็เลยล้วงพลาสเตอร์สีเหลืองอ๋อยลายปิกาจูจากกระเป๋าตังค์ตัวเองออกมาแปะให้ที่แผลผม

 

 

เป็นผู้ชายยังไง ถึงพกพลาสเตอร์ลายแบ๊วขนาดนี้วะ -_-

 

 

เสร็จละ ว่าพลางเงยหน้ามาส่งยิ้มตาหยีให้ผม เป็นรอยยิ้มที่ตั้งแต่เลิกกันผมก็เพิ่งจะได้เห็นเต็มๆตานี่แหละทำไมหน้าแดงอ่ะ ไม่สบายหรอ?”

เปล่าผมตอบเขาปัดๆแล้วพยายามหันหน้าหนีเพราะสู้หน้าไม่ไหว อีกคนเลยไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ หันไปเก็บของใส่กล่องปฐมพยาบาลแล้วนั่งข้างผมเฉยๆ

โอ๊ย!” ผมเผลอเอานิ้วไปแตะบนปากเขาตรงที่เป็นแผล เขาเลยสะดุ้งตัวหันมาทำตาขวางใส่ราวกับอยากจะเขมือบผมลงคอซะเต็มประดา

เจ็บมั้ย?”

นิดหน่อย

แล้วแขนล่ะ?”

ไม่เป็นไ..อ้ะ ผมยกแขนเขาขึ้นมาดูอย่างถือวิสาสะ เมื่อกี้ตอนที่บีบมือเขาผมก็ลืมไปสนิทว่ามือเขาเจ็บอยู่เลยเผลอใส่ไม่ยั้งเลย แถมก่อนหน้านี้เขายังแบกผมกลับมาอีก ไม่อ่วมก็ให้มันรู้ไปสิ

ไหนบอกว่าไม่เป็นไรไง ผมบ่นอุบจนเสียงออกมาดุนิดๆ แล้วก้มหน้าก้มตาพลิกมือเขาดูจนเห็นว่ามันบวมกว่าอีกข้างตั้งเยอะ มิหนำซ้ำแผ่นประคบที่มีอยู่แค่อันเดียวก็ดันไปแปะหราอยู่ที่ข้อเท้าผมซะแล้ว

            พอไม่มีอุปกรณ์ช่วย เลยต้องใช้แรงตัวเอง เอามือทั้งสองข้างขึ้นมาประคองแขนเขาไว้แล้วค่อยๆนวดไปเรื่อยๆ พลางมองค้อนใส่คนอวดเก่งแล้วบ่นพรึมพรำอยู่คนเดียวไปด้วย

 

ช่วยคนอื่นทั้งๆที่ตัวเองก็เดี้ยงอยู่เนี่ยนะ หล่อมากมั้ง!’

 

            พอนวดได้พักนึงผมก็เลิกเพราะนวดไปฉุนเฉียวไปแบบนี้คงไม่เวิร์ค แขนเขาคงได้หักก่อนจะหายแน่ๆ ผมหยิบผ้ายืดผืนใหม่มาบรรจงพันให้เขาจนเสร็จพร้อมๆกับบุคคลที่หายไปตั้งนานกลับมาได้จังหวะพอดิบพอดี

มยองซู!” พี่โฮวอนตรงหรี่มาหาผมทันทีที่เห็นหน้า หายไปไหนมา!?”

เปล่า อุบัติเหตุน่ะครับ ทั้งๆที่ใจจริงอยากตะโกนแทบแย่แล้วว่า โน่น อูฮยอนโน่นแกล้งผม

เป็นแผลด้วยหรอ?”

อือ

แล้วใครทำแผลให้

กูทำให้เอง คนข้างๆออกปากยอมรับเองจนพี่โฮวอนอดจะหันไปมองหน้าไม่ได้

เออมยองซูไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ ไปไปอาบน้ำ เปียกไปหมดแล้วเนี่ย ไม่ว่าเปล่าพี่ดงอูเดินมาคล้องคอลากให้พี่โฮวอนเดินออกไปด้วยกัน โดยมีอูฮยอนที่เดินตาขวางตามไปอาบด้วยคน      

 

            และไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทั้งสามคนก็เดินกลับมานั่งแหมะอยู่ด้วยกัน อูฮยอนเดินไปปิ้งบาร์บีคิวที่หน้าเตาโดยมีพี่ดงอูเป็นลูกมือ ส่วนพี่โฮวอนกับพี่ซองกยูก็ลุกไปหยิบขวดแอลกอฮอล์มานั่งชงกันสบายใจเฉิบ เว้นแต่ผมที่นั่งเป็นง่อยเพราะขาเจ็บอยู่เลยลุกไปช่วยอะไรใครไม่ได้

 

มยองซู พี่โฮวอนยื่นจานบาร์บีคิวมาให้ ผมเลยพยักหน้าหงึกๆแล้วรับไปแต่โดยดี เจ้าตัวเลยอมยิ้มพิมพ์ใจแล้วนั่งลงข้างๆผม

 

พี่ซองกยู ผมปิ้งบาร์บีคิวมาให้ฮะ พี่ซองกยูทำหูทวนลมแล้วยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าตรงหน้ามากระดกลงคอเหมือนไม่สบอารมณ์ เลยทำให้อูฮยอนหน้าเจื่อนๆแล้ววางจานไว้ข้างหน้าก่อนจะนั่งลงข้างๆพี่ซองกยู

 

มาๆ เล่นเกมกันดีกว่า พี่ดงอูที่เห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีเลยหากิจกรรมมาสร้างบรรยากาศ

เกมไรวะ?” พี่โฮวอนว่าพลางยื่นแก้วที่เพิ่งชงเสร็จมาให้ผม

เกมหมุนขวดพูดความจริงไง เคยเล่นมะ?” ที่เหลือพากันส่ายหัวเป็นพัลวัน พี่ดงอูเลยนั่งลงข้างๆพี่โฮวอนแล้วเริ่มสาธยายวิธีการเล่นให้ฟัง “’ก็หมุนขวด ถ้าไปหยุดที่ใคร คนหมุนก็สามารถถามคำถามอะไรก็ได้หนึ่งคำถาม

“…” พอเห็นว่าทุกคนยังนั่งเอ๋อกันอยู่พี่ดงอูเลยพูดต่อ

แต่ถ้าตอบไม่ได้จริงๆก็ยก พอพี่ดงอูบอกแบบนั้นทุกคนเลยสบายใจ(?) แล้วยอมเล่นด้วยแต่โดยดี เพราะไหนๆมันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว

งั้นเริ่มจากกูนะ พี่ดงอูหยิบขวดน้ำเปล่ามาวางกลางวงล้อมก่อนจะเริ่มหมุนขวดจนมันมาหยุดที่

 

ซองกยู!” พี่ดงอูที่นั่งลุ้นจนตัวโก่งเผลอหลุดเฮออกมาจนที่เหลือพากันสะดุ้งตาม เว้นก็แต่ผู้โชคดีที่พอรู้ว่าจะโดนถามกลับทำหน้าเซ็งสุดใจ

เออจะถามอะไรก็ว่ามา        

อืมมม ถามอะไรดีน้า

ลีลา!”

กูรู้ละ ถามสเปคดีกว่า สเปคมึงเป็นแบบไหน?” พี่ซองกยูทำท่าอึกอักไม่ยอมตอบจนอีกคนต้องยื่นมือมาช่วย

งั้นเอางี้ เพื่อให้ง่ายขึ้น กูมีตัวเลือกให้ พี่โฮวอนยกมือเสนอตัวช่วย ระหว่างอูฮยอนกับมยองซู มึงชอบแบบไหน?”

 

            คนถูกถามเหมือนโดนช็อตกลางอากาศทันทีที่ได้ยินว่าตัวช่วยที่ว่าคืออะไร เขาทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะพยายามปั้นแล้วตอบชัดถ้อยชัดคำจนกลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าในพริบตา

 

มยองซู พี่ซองกยูทำหน้านิ่งๆพลางส่งสายตาอ่านยากไปให้คนถามที่ทำหน้าอ่านยากไม่แพ้กัน ถ้าถามสเปค กูชอบแบบมยองซูมากกว่า แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องรักคนที่ตรงสเปคเสมอไปนะ จริงมั้ย?”

 

            ผมเลิกสนใจคนพูดแล้วลอบมองหน้าอูฮยอนเนียนๆ เลยแอบเห็นว่าตอนนี้กำลังนั่งทำหน้ายิ้มระรื่นอยู่ข้างๆพี่ซองกยู แต่เหมือนรายนั้นจะไม่สนใจเพราะมัวแต่เล่นสงครามประสาทกับคนข้างๆผมอยู่

 

มาๆ ต่อๆ คราวนี้ตามึงหมุน พี่ดงอูเรียกให้ทุกคนออกจากบรรยากาศมาคุนี่แล้วหันไปสนใจเกมต่อพลางโยนขวดน้ำให้พี่ซองกยูหมุน

 

            พี่ซองกยูบิดข้อมือเล็กน้อยแล้วออกแรงหมุนขวดนั่นเบาๆแต่ก็พอจะทำให้มองตามขวดไม่ทันเหมือนกัน จนมันลดความเร็วลงเรื่อยๆ

 

คำถามเดียวกัน พอเห็นว่าขวดมาจ่อที่หน้าของพี่โฮวอน พี่ซองกยูเลยยกยิ้มยียวนแล้วถามคำถามเดิมคืนไปราวกับต้องการท้าทาย สเปคมึงล่ะ เป็นแบบไหน?”

 

กูก็ชอบแบบมยองซูเหมือนกัน พี่โฮวอนเว้นวรรคหายใจแล้วหันมาพูดประโยคหลังกับผมต่อ ถ้าเป็นมยองซูพี่รับได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องโกหก เพราะพี่ไม่ชอบคนโกหก

 

“…” เพราะไม่มีใครกล้าปริปากโต้แย้งอะไรกับคำพูดกำกวมของพี่โฮวอน เจ้าของหน้าคมที่กำลังทำหน้าน่ากลัวๆอยู่เลยยื่นมือไปหมุนขวดต่อเองจนกระทั่งมันไปหยุดที่คนตัวเล็กอีกคน

 

อูฮยอนหรอ?” พี่โฮวอนทำหน้าครุ่นคิดเพราะไม่รู้จะถามอะไร ฉันคิดไม่ออกอ่ะ งั้นพูดสิ่งที่อยากพูดกับซองกยูตอนนี้แทนละกันและแทบไม่ต้องคิด อูฮยอนรับคำสั่งแล้วหันไปหาพี่ซองกยูทันที

 

ผมรักพี่ซองกยูนะฮะ รักมากด้วย ตามสเต็ปเดิมที่เจ้าตัวไม่ลืมเน้นสองคำในประโยคกระแทกหน้าผม แต่กลับกัน คนถูกบอกรักกลับทำหน้าหน่ายสุดฤทธิ์พลางขยับไปกระซิบเสียงเย็นๆกับอูฮยอนจนแทบจะไม่มีใครได้ยิน อูฮยอนเลยต้องกลับมานั่งกระฟัดกระเฟียดอีกรอบ

 

มากไปหน่อยมั้ง

พี่ซองกยู!”

หมุนขวดได้ละ คนอื่นรออยู่ พอได้ยินเสียงนิ่งๆจากอีกคนแบบนั้น อูฮยอนเลยยอมเอื้อมมือไปหมุนขวดแต่โดยดี

มยองซู โดนหวยกินยังไม่เซ็งเท่านี้เลยเถอะ พอขวดที่อูฮยอนหมุนมาหยุดที่ผม เขาเลยทำหน้าพออกพอใจจนเห็นได้ชัด งั้นฉันถามคำถามเดิม ระหว่างพี่สามคนนี้ สเปคนายเป็นแบบไหนหรอ?”

“…” ถ้าจะถามขนาดนี้ตัดช้อยส์ให้เหลือแค่สองคนจะตรงประเด็นกว่ามั้ย จะเพิ่มพี่ดงอูมาทำไมล่ะแหม -_-

ว่าไง?” อูฮยอนเริ่มคะยั้นคะยอจนผมเข้าใจความรู้สึกของพี่ซองกยูที่เคยโดนถามคำถามนี้เลยให้ตาย

อึก และแน่นอนว่าผมเลือกกระดกแก้วช็อตที่ถูกรินอย่างหนาตรงหน้าลงคอแทนที่จะตอบอะไรที่ไม่ได้มีผลดีกับใครเลยออกไป ถึงแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็เถอะ

อ๋อ อูฮยอนขานรับด้วยน้ำเสียงยียวน แต่ผมก็ละความสนใจจากคนชอบหาเรื่องไปที่อื่นแทนเพราะรำคาญใจเต็มทน

อ่ะ มยองซูจะไปไหน?” พอเห็นผมพยายามลุกขึ้นยืนแบบโซซัดโซเซ พี่โฮวอนเลยรีบหันมาถาม

ห้องน้ำ

ให้พี่ไปส่งมั้ย?” ผมส่ายหน้าน้อยๆให้เขาก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแต่ก็ต้องชะงักเพราะเจ็บจี๊ดที่ข้อเท้า+พิษแอลกอฮอล์ช็อตเมื่อกี้จนเกือบจะล้มหัวทิ่มซะก่อน แต่คนที่เข้ามาถึงตัวผมแล้วช่วยพยุงไม่ให้ผมล้มได้ก่อนกลับเป็นพี่ซองกยู

ขอบคุณครับ ผมรั้งตัวแล้วสะบัดมือออกจากตัวพี่ซองกยูซึ่งเจ้าตัวก็ยอมปล่อยง่ายๆ พี่โฮวอนเลยต้องเป็นฝ่ายเข้ามาช่วยประคองผมแทน เขาดึงผมออกมาจากฝั่งพี่ซองกยูแล้วพาไปห้องน้ำแต่ก็ไม่ลืมจะทิ้งเสียงทุ้มต่ำใส่พี่ซองกยูไปหนึ่งประโยคก่อนไป

 

อย่าออกนอกหน้าให้มันมาก

 

 

 

            พอผมล้างหน้าล้างตาเสร็จ พี่โฮวอนเลยพาเดินกลับมาส่งที่เต้นท์ก่อนที่ทั้งพี่โฮวอนและพี่ดงอูจะพากันไปขับมอไซค์สุดรักมาจอดใกล้ๆ ตอนนี้ผมเลยนั่งเช็ดหมวกกันน็อคอยู่หน้าเต็นท์ตัวเองคนเดียว

 

            เพราะอย่างน้อยต้นเหตุที่หมวกเขาต้องมีรอยแล้วก็เปียกแฉะขนาดนี้ก็เป็นเพราะผมส่วนนึง เลยไม่น่าจะเป็นไรถ้าจะเอามาเช็ดๆให้เขาซะหน่อย

 

พี่ซองกยูพูดแบบนี้หมายความว่าไง??” เสียงเจื้อยแจ้วดังมาไกลๆจนผมอดหันไปมองตามเสียงไม่ได้ เลยขยับตัวไปแอบมองที่ด้านหลังของเต็นท์แล้วเห็นว่าเจ้าของเสียงนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

ก็หมายความอย่างที่พูด คนตัวสูงกว่ายืนกอดอกทำหน้าไม่ทุกข์ร้อนอะไร ผิดกับอีกคนที่ยืนโมโหโวยวายเป็นฟืนเป็นไฟ

ผมเป็นแฟนพี่นะพี่ซองกยู! ทำไมพี่ไม่เข้าข้างผม!”

เป็นแฟนพี่แล้วมีสิทธิ์ไปแกล้งมยองซูเขาแรงๆแบบนั้นหรออูฮยอน?”

ผมจะไม่แตะต้องเลยถ้าคนๆนั้นไม่ได้เป็นแฟนเก่าพี่ ทำไมพี่ไม่บอกผมเรื่องที่พี่เคยคบกับมยองซู!”

นายไปรู้อะไรมา?”

พี่คิดว่าคนอื่นเขาจะโง่จนดูพี่สองคนไม่ออกหรอ? พี่คิดว่าตอนที่พี่ใส่หมวกให้มยองซู ผมจะไม่ได้ยินเลยหรอว่าพี่คุยอะไรกัน! คนอื่นเขาไม่ได้โง่อย่างที่พี่คิดนะพี่ซองกยู!”

มันก็อย่างที่นายได้ยิน พี่กับเขาเป็นแค่แฟนเก่าแถมตอนนี้เขาก็เป็นแฟนเพื่อนพี่ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะงั้นนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเขา!”

พี่ยังรักเขาอยู่ใช่มั้ย ถึงปกป้องกันขนาดนี้!”

จะรักไม่รักมันก็ไม่เกี่ยวเปล่าวะ! จำเอาไว้นะอูฮยอน ว่าต่อให้เป็นนายหรือใครหน้าไหนก็ไม่มีใครมีสิทธิ์ทำร้ายมยองซู

“…”

หรือถ้าจะมี ฉันนี่แหละจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น!”

พี่ซองกยู!”

และถ้ามยองซูต้องมาเจ็บตัวหรือเป็นอะไรเพราะนายอีกแม้แต่นิดเดียว แม้แต่คำว่าแฟน ฉันก็จะไม่มีให้!” พอพูดจบพี่ซองกยูก็เดินหายลับสายตาไป เหลือแต่อูฮยอนที่ยังคงยืนกระทืบเท้าอยู่คนเดียวจนกระทั่งเจ้าตัวเหลือบมาเห็นผมนั่งอยู่หน้าเต็นท์ เลยเดินดุ่มๆเข้ามาหา      

“ทีนี้สะใจรึยัง?!” อูฮยอนถลึงตาโตใส่ ผมเลยทำหน้านิ่งๆแล้วไหวไหล่เบาๆเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรสักเท่าไร

ไม่เท่าไร

มยองซู!”

นายใช่มั้ยที่บอกพี่โฮวอน เขาถึงได้มีอาการแปลกๆ แล้วชอบแขวะฉันกับพี่ซองกยูแบบนี้คราวนี้เป็นผมบ้างที่เป็นฝ่ายจู่โจมเพราะทนเก็บความสงสัยข้อนี้มาตั้งแต่ตอนเล่นเกมแล้วว่าทำไมพี่โฮวอนถึงทำท่าทางเหมือนไม่พอใจอะไรมา

เปล่า ฉันยังไม่ได้บอก อูฮยอนยังคงจ้องผมเหมือนอยากเขมือบหัวซะเต็มประดาอยู่เหมือนเดิมไม่ขยับไปไหน ถ่านไฟเก่ามันลุกแรงไปมั้ง พี่โฮวอนถึงรู้ตัว

“…” ผมกรอกตามองบนแล้วเตรียมจะกระเผลกพาขาเดี้ยงๆของตัวเองออกจากตรงนี้แต่ก็โดนอีกคนเรียกไว้ซะก่อน

เดี๋ยว!”

มีอะไรอีก?”

เลิกยุ่งกับพี่ซองกยูซะ

หะ?”

พี่ซองกยูไม่เคยเป็นแบบนี้ เขารักแค่ฉันคนเดียว เพราะงั้นถ้าไม่มีนายสักคน พี่ซองกยูก็จะกลับมารักฉันเหมือนเดิม!” ผมจ้องหน้าเขาด้วยแววตาสงสารและต่อต้าน อาจเพราะผมเองก็เคยเป็นแบบนี้ เคยอ่อนแอจนดูน่าสมเพชขนาดนี้ก็เพราะความรักเหมือนกัน มันเลยเป็นเหตุผลให้ผมกลัวความรักมาจนทุกวันนี้ไง

 

            ผมพลิกหมวกของพี่ซองกยูที่เอามาเช็ดก่อนหน้านี้ขึ้น เพื่อจงใจเผยให้เห็นป้ายชื่อหัวใจมยองซูใต้หมวกชัดๆพลางยัดใส่มืออูฮยอนทันทีให้เขาตาสว่าง โดยไม่ลืมจะทิ้งท้ายให้อีกคนเจ็บใจเล่นก่อนจะเดินสวนออกมา

 

แล้วแน่ใจได้ไง ว่าเขามีนายแค่คนเดียว?”

 

 

 

---------------------------The philophobia-------------------------------

 
                      
 
                                                                        

*อย่าลืมไปคุยกันในแท็คน้า #ฟิคฟีโลโฟเบีย
บางทีไรท์จะอัพตัวอย่างตอนต่อไปไว้ในทวิตเตอร์ด้วย ไปติดตามหรือทวงฟิคได้เลยนะคะ



*แถม
เอารูปรถของสี่หนุ่มมาฝากข่า ._.
 
    .
 
.
 
.
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #47 เรน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 01:33
    จูบกันอีกแล้ว คราวนี้เป็นน้องจูบก่อนซะด้วย สงสัยโฮย่าน่าจะรู้แล้วแหละ ที่นี้จะเป็นไงต่อไปล่ะ ลุ้นอยู่นะ
    #47
    0
  2. #46 MyungLspace (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 13:54
    เข้าใจอูฮยอนนะ ความรักทำให้คนตาบอดจริงๆ555555555 สงสารก็สงสารรักเค้าชอบเค้าเป็นแฟนกันแล้วรสเหมือนจะโดนแย่งไรงี้ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็เข้าข้างลูกฉัน orz โฮวอนนี่น่าจะรู้นานละนะ ทะเลาะกันทีออกสื่อขนาดนี้ เอะอะแซะ แฟนเก่าๆ ไม่รู้นี่สิแปลก พี่กยูรักเค้าอยู่ก็พูดออกมาเถ้อะ มาทำเป็นรักความยุติธรรม ตอนเล่นเกมนี่เด็ดดวง
    #46
    0
  3. #45 supisa_n (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 08:04
    พี่กยูตอนแรกนี่แบบพยายามรำลึกความหลังมากอ่ะ ดูเจ้าเล่ห์ด้วย มีอยากให้จับมือ55555555 แต่ก็ห้ามใจตัวเอง แต่มยองนี่แบบรุกก่อนเลย สุดท้ายก็ต้องหยุดเพราะเป็นแฟนเพื่อน ชอบตอนที่ทำแผลให้กันมากอ่ะ น่ารักดี เราว่าโฮวอนมาเห็นทำแผลด้วยแหละ แล้วก็ดอกไม้ เรื่องหึง หลายเรื่องอ่ะ ก็เลยดูตึงๆกับมนอง พี่กยู แล้วอูฮยอนนี่แบบเข้าใจนะว่าหวงแฟน แต่ก็ไม่น่าจะร้ายขนาดนี้ป่ะ สะใจตอนที่มยองเอาหมวกกันน็อคให้ดู//ทำไมเป็นคนเลว55555555 พี่กยูนี่ดูปกป้องมยองมากอ่ะ เรากลัวใจทุกคนเลยเนี่ย คือตอนนี้พี่กยูกับมยองนี่แบบเหมือนกลับมาเหมือนเดิม แต่ติดโฮวอนกับอูฮยอน เรากลัวว่าถ้าโฮวอนรู้นี่หักแน่ๆ โอ้ยยยย กังวล
    #45
    0