end. | THE PHILOPHOBIA 💔 GYUMYUNG { infinite }

ตอนที่ 10 : 💔 PHILOPHOBIA {08} แฟนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

B
E
R
L
I
N
                                      
         
 
 
 
 
 
 
 
 

8

.

.

แฟนเก่า

 

 

“…การที่ไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น แล้วทิ้งๆขว้างๆแฟนตัวเองคือดีนักหรอ?!”

ทิ้งขว้าง?”

โน่น ไปดูสภาพมันโน่นพี่ซองกยูชี้นิ้วไปในห้อง ตรงโซฟาที่พี่โฮวอนนั่งอยู่ เขามองมาที่ผมด้วยแววตาผิดหวังปนเสียใจ เห็นแบบนั้นอารมณ์โมโหของผมเมื่อกี้เลยดรอปลง ผมเลยเดินเข้าไปหาคนบนโซฟาแล้วนั่งลงข้างๆเขา

พี่มินโฮเขากลับไปแล้ว พอได้ยินชื่อคนในประโยค พี่ซองกยูเลยปิดประตูห้องดังปังแล้วเดินเข้ามานั่งกับพี่ดงอูด้วยสีหน้าที่โครตไม่พอใจ

“…” พี่โฮวอนหันมามองผมแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ คงคิดว่าผมจะมาพูดชื่อนั้นตอกย้ำทำไมอีกล่ะมั้ง

เขาบอกผมว่าเขาจะกลับไปเรียนที่อังกฤษเหมือนเดิม ก็เลยอยากชวนผมไปดูหนังก่อนไป

“…”

จริงๆเขาจะไปพรุ่งนี้ แต่พอดีวันนี้เกิดเรื่องซะก่อน เลยต้องกลับกะทันหัน

แล้วทำไมไม่บอกกันบ้าง

ก็มันไม่ได้สำคัญอะไร ถึงเมื่อก่อนผมจะเคยแอบชอบพี่มินโฮ แต่ก็ใช่ว่าตอนนี้จะยังรู้สึกแบบนั้นอยู่ เพราะมีบางคนนั่นแหละที่ทำให้ผมลืมพี่มินโฮไปซะสนิท แล้วพอมาเจอกันอีกรอบหลังจากหายไปตั้งหกปี เลยทำให้ผมตื่นเต้นมากไปหน่อย เท่านั้นเอง

“…”

พี่ก็รู้ว่าผมเป็นคนยังไง คนอย่างผมถ้าจะคบใคร ผมคบทีละคน ผมอธิบายให้พี่โฮวอนฟังโดยไม่ลืมจะเน้นคำท้ายๆใส่พี่ซองกยูที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน

“…” พี่โฮวอนทำเพียงหยักหน้านิดๆเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จนพี่ดงอูต้องเข้ามาช่วยคลายบรรยากาศอึดอัดๆนี่ลง

เอาน่า น้องเขาบอกไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรดิวะ

หึ พี่ซองกยูหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินหนีไปห้องอื่น พี่ดงอูละความสนใจจากคนเสียมารยาทแล้วหันมาคุยกับผมต่อ

มยองซู

ครับ?”

พรุ่งนี้ว่างมั้ย?” พอเห็นว่าผมยังทำหน้างงอยู่เขาเลยพูดต่อคือพวกพี่จะไปออกทริปกัน มยองซูจะไปด้วยมั้ย?”

ผม ผมนั่งกัดปากตัวเองเบาๆอย่างชั่งใจว่าจะไปหรือไม่ไปดี

ไปด้วยกันเถอะนะ เสียงทุ้มต่ำขอร้องผมอย่างอ้อยอิ่ง เลยทำให้ผมยิ่งหนักใจ ลำพังผมไม่อยากไปเท่าไรหรอก แต่ถ้าจะปฏิเสธอีกก็คงยากเพราะผมมีความผิดติดตัวอยู่

ก็ได้ครับ

งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นพวกพี่ไปรับนะ

 

 

 

 ---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

-16.28 .-

 

ไม่ไปกับกูจริงๆหรอวะ?”

กูไม่สนิทกับพวกพี่เขา ไม่อยากไปนั่งเอ๋ออ่ะ

กูสนิทตายล่ะ ผมกรอกตาตอบซองยอลที่นั่งหาววอดๆอยู่บนเตียง ก่อนจะเดินไปจัดผมให้เข้าทรงที่หน้ากระจก

ไม่สนิทบ้าอะไร คนนึงก็แฟนใหม่ คนนึงก็แฟนเก่า โหย ได้ไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งแฟนใหม่แฟนเก่า มึงนี่ทำบุญด้วยอะไรวะ โครตน่าอิจฉา

พูดงี้อยากปากแตกมั้ย?” ผมมองซองยอลผ่านกระจกแล้วแยกเขี้ยวใส่ แต่คนหน้ามึนก็ไม่ได้สนใจ

เออไหนมึงบอกว่าจะถอยจากพี่โฮวอน แล้วจะไปเที่ยวกับเขาอีกทำไม?”

กูสงสารเขาว่ะ

สงสาร?”

อือ ไว้เดี๋ยวกลับจากทริปนี้แล้วกูค่อยบอกเขาแล้วกัน

ตามใจมึงละกัน

 

 

ก๊อกๆๆ

            พอได้ยินเสียงเคาะประตูผมเลยเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ใบขนาดกลางๆที่ไม่ได้ใส่ของอะไรไปมากมายเพราะเห็นพี่เขาบอกว่าไปแค่คืนเดียว ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้คนที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร

เสร็จรึยัง?” พี่โฮวอนยิ้มบางๆแล้วถามผมเสียงเบาจัด นี่เขาคงไปเครียดอะไรมาอีกแหงเลยถึงได้ดูซึมๆแบบนี้

อือ แล้วจะไปรถผมหรือรถพี่?”

รถพี่ดีกว่า พอเขาบอกแบบนั้นผมเลยหันไปโยนกุญแจมอไซค์ของตัวเองให้ซองยอล

ฝากรถด้วยนะ กูไปละ

เออโชคดี เดินทางปลอดภัย ผมพยักหน้าน้อยๆแล้วเดินนำพี่โฮวอนออกไปหน้าหอ ทันทีที่ลงมาข้างล่างก็เจอกับรถมอไซค์อีกสามคันจอดรอผมอยู่ แถมหนึ่งในนั้นยังมีอูฮยอนติดสอยห้อยตามมาด้วย

            พี่โฮวอนเดินไปขึ้นคร่อมรถตัวเองก่อนจะสตาร์ทเครื่อง พี่ดงอูกับพี่ซองกยูเห็นแบบนั้นเลยพากันออกรถนำไปก่อน และพอผมกระโดดขึ้นซ้อนท้าย พี่โฮวอนก็ออกตัวตามเพื่อนๆเขาไป      

            บิ๊กไบค์ทั้งสามคันแล่นขึ้นเขาราวกับชำนาญเส้นทาง โดยมีคนนำขบวนคือพี่ดงอู ตามมาด้วยพี่โฮวอนและตบท้ายด้วยเต่าล้านปีเจ้าเก่า

 

            ตลอดเส้นทางไม่มีแม้แต่บทสนทนาแม้สักประโยคระหว่างผมกับพี่โฮวอน อาจเพราะเขาต้องใช้สมาธิสูงในการขึ้นเขาเลยไม่ได้หันมาคุยอะไรกับผม เช่นเดียวกับผมที่ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรจะคุยกับเขาเหมือนกัน

 

            ผ่านไปราวสองชั่วโมงเศษ รถทั้งสามคันก็มาจอดที่หน้าลานกางเต็นท์ พี่ซองกยูเดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่เรื่องเช่าเต้นท์ ส่วนที่เหลือเลยพากันช่วยขนของที่ไม่ได้มีมากมายอะไรลงจากรถ

            ไม่นานพี่ซองกยูก็เดินกลับมาบอกให้ทุกคนไปช่วยกันขนเต็นท์กับของใช้แคมป์ปิ้งที่เจ้าหน้าที่เขาแถมให้ อาจเพราะช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวเลยทำให้วันนี้นอกจากกลุ่มพวกเราเลยไม่มีใครมาสักคน พวกเราเลยได้สิทธิพิเศษ ยืมของเจ้าหน้าที่ได้ทุกอย่างเท่าที่ต้องการ

 

พี่ว่ามยองซูกับอูฮยอนไปซื้อของดีกว่า เดี๋ยวทางนี้พวกพี่จัดการเอง พี่โฮวอนหันมาพูดกับผมสองคนโดยมีพี่ดงอูเสริมทัพ

รีบไปรีบกลับน่าจะทันก่อนมืด เพราะเมื่อกี้ตอนเข้ามาพี่เห็นว่ามันไม่ไกลเท่าไร ออกไปจากตรงนี้ประมาณสิบโลได้

มยองซูขับได้ใช่มั้ย?” พี่โฮวอนเดินเข้ามาถามผมพลางยื่นกุญแจรถให้ ผมเลยพยักหน้าตอบเบาๆ แล้วเดินออกมาที่รถโดยมีคนตัวเล็กกว่าเดินตามมาต้อยๆ

 

            ผมเสียบกุญแจใส่รูกุญแจที่รถแล้วพาตัวเองขึ้นไปคร่อมบนรถคันใหญ่สีขาว ก่อนจะควานหาหมวกกันน็อค

อูฮยอน เสียงหนึ่งเรียกให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆผมหันหลังไปมอง พี่ซองกยูเดินเข้ามาหาพวกผมพร้อมหมวกอีกสองใบในอ้อมแขน ใบนึงผมจำได้ว่าเป็นของเขาเอง ส่วนอีกใบเป็นใบที่ผมเคยเห็นอูฮยอนใส่ประจำ

            พี่ซองกยูวางใบของเขาไว้บนเบาะรถของพี่โฮวอนที่ผมนั่งอยู่ แล้วบรรจงใส่หมวกอีกใบให้อูฮยอน ก่อนที่คนตัวเล็กจะยิ้มร่าแล้วกล่าวขอบคุณตามปกติ

ขอบคุณฮะ

           

            ถ้าถามว่าทำไมผมถึงเห็นทุกอย่างในเมื่อผมนั่งหันหลังให้ทั้งคู่อยู่บนรถ คำตอบคือกระจกมองข้างของรถพี่โฮวอนนี่แหละที่ผมใช้แอบมอง ผมแอบกรอกตาให้ตัวเองเพราะเบื่อที่เขายังอุตส่าห์เดินมาสวีทให้ดูถึงที่ คือจะไปกันเองสองคนมั้ยล่ะ ผมจะได้กลับไปช่วยสองคนนั้นขนของแทน

 

 

ฟึบ

 

            ตาคมของผมจ้องค้างไปที่อีกคน เขาเดินอ้อมมาข้างหน้าผมแล้วสวมหมวกให้เหมือนตอนที่ใส่ให้อูฮยอน

ใช้ของฉันไปก่อนแล้วกัน ฉันเห็นโฮวอนมันถือหมวกติดตัวไปด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินกลับไปเอา

“…”

เป็นอะไร หวั่นไหวหรอ?” พี่ซองกยูกระซิบกับผมเบาๆพลางยื่นหน้ามาใกล้เพื่อจะได้ติดสายรัดคางได้สะดวก

ทำแบบนี้เพื่ออะไร?”ผมกัดฟันถามเสียงต่ำๆเพราะกลัวคนข้างหลังจะได้ยิน แล้วทำไมเขาต้องมาคุยอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนของเขาด้วยอ่ะ ผมไม่เข้าใจ แต่จากกระจกรถที่ผมมองอยู่ก็เหมือนอูฮยอนจะไม่ได้ยินที่เราคุยกันหรอก

เปล่า แค่ถามดู เพื่อจะมีคนหวั่นไหวกับแฟนเก่า เขาพูดพลางไหวไหล่เบาๆจนดูน่าหมันไส้

ฝันไปเถอะ

งั้นถ้าไม่รู้สึกอะไรกับฉันแล้วจริงๆ ก็มองตาฉันแล้วพูดมา ว่าไม่รู้สึก

ไม่ สัก นิด!” ผมจ้องตาเขาแล้วตอบกลับไปอย่างชัดเจนโดยไม่ลืมที่จะเบาเสียงตัวเองอยู่ตลอดเวลา "แฟนเก่า ยังไงก็เป็นได้แค่แฟนเก่าอยู่วันยันค่ำ"

            ได้ยินแบบนั้นเขากลับยิ้มหยันที่มุมปากโดยไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรแล้วเดินออกไปทั้งแบบนั้น โดยไม่ลืมหันไปส่งยิ้มให้อูฮยอนก่อนไป

 

 

อะไรของเขาวะ?

 

 

            จากนั้นอูฮยอนก็ก้าวขึ้นมาซ้อนท้ายผม ผมเลยเริ่มเคลื่อนรถไปข้างหน้าช้าๆ เรียกว่าช้ากว่าที่ผมเคยขับตามปกติโขเลย เพราะเห็นพี่ซองกยูเขาขับช้าตลอดเวลา ผมเลยไม่รู้ว่าอูฮยอนเขาจะชินกับความเร็วระดับไหน

            รถคันใหญ่ขับมาตามทางคดโค้งของภูเขาที่ห่างจากลานแคมป์ปิ้งมากกว่าสิบกิโลแบบที่พี่ดงอูบอกอีก ก่อนจะมาจอดที่หน้ามินิมาร์ทเล็กๆ

            ผมกับอูฮยอนเดินถือหมวกเข้าไปในร้านด้วยเพราะสำหรับพวกที่ขี่มอไซค์แบบนี้แล้ว หมวกนี่สำคัญเท่าชีวิตเลย ก็ใบนึงแม่งแพงกว่าค่าเทอมผมตั้งกี่เทอม -_-

ทำไมไม่ค่อยยิ้มเลยล่ะ ถ้ามยองซูยิ้มบ่อยๆคงจะน่ารักน่าดูเลยเนอะ ^^” อูฮยอนพูดยิ้มๆก่อนจะหันไปเลือกของต่อ ผมทำหน้างงแล้วหิ้วตะกร้าเดินตามเขาต้อยๆโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

            อูฮยอนเหมือนพวกแม่บ้านมาจ่ายตลาดยังไงยังงั้น ดูแล้วเขาคงเป็นพวกทำอาหารเก่งแหงๆ เพราะรู้หมดเลยว่าต้องใช้วัตถุดิบหรือต้องซื้ออะไรไปบ้าง ต่างจากผมที่ไม่รู้อะไรสักอย่าง ชีวิตนี้อาหารที่ทำแล้วกินได้ก็มีแต่รามยอนนั่นแหละ

มยองซู ฉันอยากเข้าห้องน้ำอ่ะ หลังจากที่เราได้ของจนครบและจ่ายเงินเรียบร้อยก็เป็นเวลาเดียวกับที่มินิมาร์ทปิดพอดี อูฮยอนที่เพิ่งเดินออกมาจากร้านก็ทำท่าบิดไปบิดมาให้ผมดู

นั่นไงห้องน้ำ เดี๋ยวฉันไปรอที่รถนะ

ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิมยองซู มันเริ่มมืดแล้วอ่ะ ฉันกลัว TT” อูฮยอนเบะปากจนดูน่าสงสาร ผมเลยต้องจำยอมไปกับเขาแต่โดยดี

เข้าไปสิ

มันมืดจังเลยอ่ะ มยองซูเข้าไปเปิดไฟให้หน่อยได้มั้ย

งั้นเปิดไฟฉายแล้วส่องให้ฉันหน่อยผมถอนหายใจเบาๆก่อนจะส่งมือถือตัวเองให้อูฮยอนก่อนจะค่อยๆเดินหาสวิตซ์ไฟในห้องน้ำ แล้วก็เจอมันมาหลบอยู่หลังประตู แต่พอกดเปิด ไฟดันไม่ติดสักดวง

สงสัยไฟจะเสียอ่ะอูฮยอน เดี๋ยวใช้ไฟฉายจากมือถือฉันแทนก็ได้

 

ปึง!!!

 

อูฮยอน?!” ผมวิ่งถลาไปหน้าประตูทันทีที่ได้ยินเสียงประตูกระแทกดังลั่นด้วยความที่ห่วงว่าอีกคนจะเป็นอะไรไป แต่พอไปถึงกลับพบว่าประตูห้องน้ำปิดสนิทเหมือนกับถูกล็อคจากข้างนอก

อูฮยอน!” ผมเรียกอีกคนหลายครั้งแต่ก็ไร้วี่แววเสียงตอบกลับ ผมเลยใช้ไหล่ตัวเองกระแทกกับประตูเพื่อจะพังมันออกแต่ก็เปล่าประโยชน์

 

บรื้นนนนนน

 

            เสียงสตาร์ทมอไซค์ที่ผมคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นคันที่ผมขับมาถูกสตาร์ทเครื่องก่อนจะแล่นหายไปเหลือแต่เพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ๆของผมคนเดียว

 

ไหนว่าขับมอไซค์ไม่เป็นไง

แล้วทำไมต้องมาขังผมไว้แบบนี้ด้วย!

 

            พอตั้งสติได้ผมเลยล้วงหามือถือในกระเป๋ากางกางเพื่อจะเอามาโทรหาใครสักคนให้มารับหรือไม่ก็เอามาเปิดไฟฉายเพื่อจะส่องดูว่ามีอะไรพอจะงัดออกไปได้บ้างเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวตอนนี้ไม่มีอะไรเลย นอกจากตัวกับหมวกกันน็อคนี่ ครั้นจะเอาหมวกทุบประตูก็กลัวจะโดนเจ้าของงับหัวเอาอีก

 

 

ไม่มี

 

 

บ้าเอ้ย ผมเอามือถือตัวเองให้อูฮยอนส่องไฟให้ตอนเดินเข้ามานี่นา เพราะงั้นตอนนี้มือถือผมก็คงยังอยู่กับอูฮยอนแน่ๆ แถมจะตะโกนขอให้ใครช่วยก็คงไม่มีใครได้ยิน เพราะแถวนี้นอกจากมินิมาร์ทนั่นแล้วก็ไม่มีอะไรอีกเลยนอกจากป่าทึบๆ

 

            มิหนำซ้ำมินิมาร์ทนั่นก็ปิดไปตอนที่เราซื้อของเสร็จพอดี ป่านนี้คนขายก็คงจะลากลับบ้านกลับช่องไปเรียบร้อยแล้วด้วย

 

เอาไงดีวะ

 

            ผมมองอะไรไม่เห็นเพราะมันทั้งมืดและเงียบ แล้วไหนจะอุณหภูมิจากป่ารอบๆที่เริ่มเย็นขึ้นทุกทีจนชวนให้ขนลุกนี่อีก

 

ทำไงดี

 

            ในหัวตอนนี้คิดอะไรอย่างอื่นไม่ออกนอกจากจะต้องออกไปจากห้องน้ำนี่ให้ได้ก่อน พอคิดได้ดังนั้น ผมเลยออกแรงกระแทกประตูไม้นั่นอีกหลายๆรอบ

 

ปัง!

 

            และมันก็ได้ผล ประตูไม้ถูกเปิดออกและห้อยโตงเตงอยู่กับบานประตูอย่างน่าสงสาร ผมหลุดออกมาจากห้องน้ำน่ากลัวๆนั่นได้ แต่สภาพข้างนอกนี่ก็ไม่ได้มีความน่ากลัวน้อยไปกว่าในห้องน้ำนั่นเลยสักนิด

            ลมเย็นๆจากข้างนอกพัดวูบปะทะร่างผมทันทีที่ผมออกมา ข้างนอกมืดสนิทจนแทบจะมองไม่เห็นทาง มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากเสาไฟตามถนนที่ติดๆดับๆอยู่แค่นั้น

            ผมมองหาตู้โทรศัพท์,บ้านคนหรืออะไรก็แล้วแต่ที่พอจะช่วยได้ แต่ก็อย่างที่บอกว่านอกจากมินิทมาร์ทและห้องน้ำเส็งเคร็งนี่ มันก็ไม่มีอะไรแล้ว ซึ่งไม่มีในที่นี้คือไม่มีจริงๆ ไม่มีชนิดที่แม้แต่ถังขยะสักใบยังไม่มีเลย

 

 

 

          

 

 

ครืน~

 

            พอไม่มีทางเลือกผมเลยเดินไปตามถนนเพราะอย่างน้อยถ้าพวกเขาเห็นผมยังไม่กลับไปก็อาจจะขับรถมาหาตามทางก็ได้

 

ผมเดินแกมวิ่งเพราะบรรยากาศรอบตัวมันดูน่ากลัวเกินไป สองแขนยกขึ้นมากอดหมวกในมือแล้วลูบๆที่ต้นแขนเพราะอากาศมันเย็นขึ้นเรื่อยๆ

 

พี่ดงอูบอกว่าระยะทางประมาณสิบกิโลได้ แต่เท่าที่ผมจำได้ตอนขับมามันไม่ใช่แค่สิบกิโลไง น่าจะมากกว่านั้นเยอะเลยด้วยซ้ำ

 

 

แล้วแบบนี้ผมไม่ต้องเดินถึงเช้าเลยหรอ!

 

 

ครืน~

ซ่า

           

            หยดน้ำฝนค่อยๆลงเม็ดเหมือนเป็นอินโทรบอกคนข้างล่างว่าฝนของจริงกำลังจะมาแล้วนะ ก่อนที่ฝนห่าใหญ่จะกระหน่ำเทลงมาไม่ขาดสาย

 

            ผมไม่มีที่หลบฝน ไม่มีอะไรติดตัวที่สามารถจะเอามาบังฝนได้ จะมีก็แต่เพียงหมวกนี่เท่านั้น แต่ถึงจะเอามาใส่มันก็เปียกไปทั้งตัวอยู่ดี แล้วมันก็หนักหัวจนทำให้เดินไม่ถนัดเปล่าๆด้วย ผมเลยเลือกจะเดินกอดมันไว้เฉยๆแทนดีกว่า

 

 

แม่งเอ้ย!

ทำไมมันซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้วะ!

 

 

           

พรืด!

 

โอ้ย!” สองขาที่เริ่มหมดแรงลื่นพื้นถนนที่แฉะจากน้ำฝนจนทำให้ผมล้มกองอยู่กับพื้น ความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ข้อศอกแล่นมาทักทายจนผมสะดุ้ง

            เลือดสีแดงที่โดนน้ำฝนละลายจนสีจางลงไหลนองเต็มข้อศอก ไม่แค่นั้นพอผมจะลุกขึ้นยืนกลับเจ็บจี๊ดที่ข้อเท้าอีกต่างหาก เลยทำให้ลุกขึ้นยืนไม่ไหวจนต้องล้มลงไปนั่งที่พื้นอีกครั้ง

 

โธ่เว้ย!”ผมนั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงเพราะโมโหทั้งตัวเองทั้งคนแกล้งทั้งลมฟ้าอากาศที่มาเป็นใจพร้อมกันไปหมดก่อนจะเหลือบไปเห็นหมวกที่กอดไว้เมื่อครู่กระเดนไปข้างหน้าจนปรากฏสิ่งหนึ่งใต้หมวก

 

 

  Sunggyu.

หัวใจมยองซู.

 

 

 

มยองซู!”

           

 

 ---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

-20.21 .-

 

            อูฮยอนขับรถกลับมาจอดที่ลานจอดรถหน้าลานกางเต็นท์ เขาถอดหมวกแล้ววางไว้บนเบาะรถก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่ๆทั้งสามคน

อ่าว อูฮยอน ได้อะไรมาบ้าง ดงอูถามขึ้น โฮวอนกับซองกยูเลยเงยหน้าขึ้นจากกองไฟกลางวงพร้อมๆกัน

นี่ฮะ อูฮยอนยื่นถุงให้ดงอูก่อนจะคืนกุญแจรถให้โฮวอนไป น้ำมันรถพี่หมดนะฮะพี่โฮวอน

อ๋อไม่เป็นไร พี่มีขวดน้ำมันอยู่ที่รถ เดี๋ยวค่อยไปเติม อูฮยอนพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินไปนั่งรอบกองไฟข้างๆซองกยู

แล้วมยองซูล่ะอูฮยอน?”

อ อ๋อ เห็นมยองซูบอกเดี๋ยวจะตามมานะฮะ โฮวอนพยักหน้าน้อยๆก่อนที่จะถามซ้ำอีกครั้ง

แล้วนี่กลับมายังไง?”

รถพี่ไงครับ

อ่าว อูฮยอนขับรถเป็นแล้วหรอ?” ดงอูถาม

ผมไปเรียนมาน่ะฮะ พี่ซองกยูไม่ยอมสอนผมสักที อูฮยอนทำหน้ามุ่ยพลางหันไปมองซองกยู แต่คนถูกมองกลับไม่ได้สนใจ เพราะเอาแต่ชะเง้อคอมองไปที่ลานจอดรถไม่วางตา

เอ้อ อูฮยอนขับรถพี่กลับมาแบบนี้ แล้วมยองซูจะกลับมายังไงอ่ะ?”

ไม่รู้เขาสิฮะ

กูว่ามึงโทรหามยองซูเถอะ มืดมากแล้ว มันอันตราย ดงอูบอก โฮวอนเลยพยักหน้าแล้วหยิบมือถือมากดโทรออก สักพักเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นใกล้ๆจนทั้งสามคนหันไปทางเดียวกัน

 

ที่กระเป๋าเสื้อของอูฮยอน..

 

ทำไมมือถือมยองซูถึงอยู่ที่อูฮยอนได้ล่ะ?” ซองกยูออกปากถามบ้างพลางขมวดคิ้วจนดูไม่ออกว่ากำลังไม่เข้าใจหรือไม่พอใจอยู่

เอ่อคือ

มันเกิดอะไรขึ้นอูฮยอน!”

คือผม..”

มยองซูอยู่ไหน!”

 

 

            ทั้งสามคนไม่รอให้อูฮยอนตอบอะไร มองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้ววิ่งไปที่รถโดยไม่มีใครรอใคร ซองกยูหยุดมองหน้าอูฮยอนแล้วกดเสียงรอดไรฟันพลางจ้องหน้าอีกคนอย่างเอาเรื่อง

ถ้ามยองซูเป็นอะไรไป นายเดือดร้อนแน่อูฮยอน

 

 

ขวดน้ำมันกูอยู่ไหนวะ!” โฮวอนตะโกนลั่นจนดงอูต้องยื่นมือมาช่วย

อย่าบอกนะว่าไม่ได้เอามาอ่ะ

เวรเอ้ย!”

งั้นมึงไปกับกู

 

 

ครืน~

ซ่า

 

 

ชิบ ดงอูเดินไปเสียบกุญแจแล้วสตาร์ทเครื่อง แต่เหมือนมันไม่เชื่อฟัง รถของดงอูร้องเรียกแต่ก็ไม่ยอมติดจนทั้งคู่เริ่มหัวร้อน

สงสัยโดนฝนเลยสตาร์ทไม่ติด มาบอบบางอะไรตอนนี้วะ

ฝนตกแบบนี้มยองซูจะเป็นไงมั่งวะ

มึงไปกับซองกยูไป เดี๋ยวกูลองสตาร์ทเรื่อยๆ ถ้าติดเมื่อไรจะไปช่วยหา

เออได้ โฮวอนกลับหลังหัน เตรียมจะอ้าปากเรียกเพื่อนอีกคน แต่ไร้วี่แวว หายจ้อยไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

มันไปไหนแล้ววะ

 

 

            ซองกยูบึ่งมอไซค์ฝ่าฝนที่ยังคงเทกระหน่ำอย่างไม่มีวี่แววว่าจะหยุดพัก ผ่านมาเกือบครึ่งทางแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะเจอใคร

 

            ม่านฝนหนาทึบทำให้มองเห็นทางข้างหน้าลำบาก เขาเลยตัดสินใจจอดมอไซค์คันสีดำด้านทิ้งไว้ข้างถนนแล้วใช้แรงตัวเองวิ่งตามหาแทน เพราะถ้าขืนขับต่อ แม้จะเจอมยองซูยืนอยู่ตรงหน้า ยังไงก็คงไม่เห็นแน่ๆ

 

            ซองกยูยังคงวิ่งไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไฟริมถนนไม่ช่วยอะไร ถนนปูนซีเมนต์ก็ยิ่งไม่ช่วยเพราะพอโดนน้ำฝนแล้วมันกลับยิ่งทำให้ลื่นและยากลำบากต่อการวิ่งมากเข้าไปอีก

           

 

            อยู่ไหนของนายวะมยองซู ฉันจะบ้าอยู่แล้วนะ

 

 

            ซองกยูขยี้หัวตัวเองเพราะกำลังหงุดหงิด กังวล และใจเสียไปหมดแล้ว เขาจนมุม หมดหนทางที่จะตามหาอีกคนเจอ เพราะม่านฝนที่ไม่ยอมหยุดตกนี่หนาเกินกว่าเขาจะมองเห็นใคร

 

 

พรืด!

ตุ้บ

 

 

เขาหันไปตามเสียงดังเมื่อครู่ก่อนจะเจอหมวกใบเก่งของตัวเองกลิ้งหลุนๆมาหยุดแทบเท้า ซองกยูก้มลงเก็บก่อนจะแน่ใจว่าเป็นของเขาจริงๆ เป็นใบที่เขาเพิ่งใส่ให้อีกคนกับมือและมันยิ่งทำให้เขาโล่งใจเมื่อพบว่าคนที่ทำมันตกเมื่อกี้คือคนที่เขากำลังห่วงแทบตาย

            ภาพตรงหน้าทำซองกยูแทบขาดใจ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำมองมาที่เขาเหมือนจะร้องไห้ เนื้อตัวเปียกปอนแถมยังสั่นเทิ้มนั่งกองอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ

มยองซู!”

           

           

นี่ไงหัวใจมยองซู

 

นี่ไง

 

เขามาแล้ว

 

มยองซูพี่ซองกยูพุ่งเข้าหาตัวผมก่อนจะเขย่าไปมาพอเห็นว่าสติผมเริ่มจะเลือนลาง ดวงตาสั่นไหวของคนตรงหน้าจ้องสำรวจบนร่างกายของผมเหมือนกับเป็นห่วง

 

เป็นห่วง?

 

เจ็บตรงไหนรึเปล่า?” เสียงสั่นเครือถามพลางพลิกแขนผมไปมา พอเห็นแผลที่ข้อศอก มือเย็นๆของเขาเลยยกขึ้นมาจับแขนผมค้างไว้แบบนั้น

ผมไม่เป็นไร พอผมพูดจบ พี่ซองกยูก็คว้าตัวผมไปกอดแน่นอย่างถือวิสาสะ แต่แปลกที่ผมไม่ขัดขืน ซึ่งไม่รู้ว่าที่ไม่ขัดขืนเป็นเพราะหมดแรงหรือยินยอมเองกันแน่

 

 

ครืน~  

 

 

 “นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว ฮึก  ขอบตาผมร้อนผ่าวก่อนจะปล่อยน้ำใสๆไหลออกมาสู้ฝน  ไม่รู้ว่าทำไมพอเห็นหน้าเขา ผมกลับโล่งใจ รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยและไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

 

            พอเห็นผมร้องไห้โฮ พี่ซองกยูเลยยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประคองหน้าผมไว้ หน้าเขาแสดงความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าตัวเองลงมาใกล้ผมเรื่อยๆ

 

ไม่ต้องกลัวนะ มือเรียวสวยของพี่ซองกยูช้อนท้ายทอยผมขึ้นสูงก่อนที่ริมฝีปากบางเย็นเฉียบจะกดประทับลงบนริมฝีปากซีดของผม ความหนาวเหน็บเมื่อครู่หายไปกลายเป็นความรู้สึกอุ่นวาบไปทั่วร่าง

 

            พี่ซองกยูมอบสัมผัสอบอุ่นให้ผมอย่างอ้อยอิ้ง โดยไม่ได้มีอะไรล่วงล้ำอาณาเขตกัน ผมจูบตอบเขาเบาๆเหมือนต้องการจะบอกว่า ผมไม่กลัวแล้ว ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

 

            เขาค่อยๆถอนริมฝีปากตัวเองออกช้าๆ แล้วยิ้มบางๆให้ผม ผิดกับผมที่ยังคงนั่งน้ำตาไหลอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่มันไม่ได้ไหลออกมาเพราะความกลัวเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันไหลเพราะคิดถึง

 

 

 

นานแค่ไหนแล้วไม่รู้ สัมผัสอบอุ่นของพี่ซองกยูหายไปจากผมนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้

 

 

ฟ้าฝนที่ตกไม่สนใจใครเมื่อกี้กลับเป็นใจค่อยๆเบาลงอย่างน่าประหลาด พี่ซองกยูเลยลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือมาให้ผม

กลับกันนะ เสียงอู้อี้ของพี่ซองกยูบอกผมเบาๆ เขาพยุงให้ผมลุกขึ้นแต่ก็ต้องสะดุดเพราะผมเจ็บข้อเท้า ลุกไม่ไหว

เจ็บหรอ?” ผมพยักหน้าให้เขาเบาๆก่อนเจ้าตัวจะหันหลังให้ผม ขึ้นมา

หะ?”

ขี่หลังฉัน เดินไม่ไหวไม่ใช่รึไง?”

แต่แขนพี่เจ็บอยู่นะ ผมบอกเขาพลางมองไปที่ผ้าพันข้อมือของเจ้าตัว

ไม่เป็นไรหรอกน่า เร็วๆ จะยืนตากฝนอีกนานมั้ยผมเลยกัดฟันลุกขึ้นก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงไปขี่หลังตามที่เขาบอก พี่ซองกยูเลยค่อยๆลุกขึ้นยืนโดยมีผมอยู่บนหลัง

           

            ผมใช้แขนทั้งสองข้างกอดคอพี่เขาไว้ หน้าผมเลยไปเกยอยู่บนไหล่เขาข้างนึง ได้ทีเลยอดไม่ได้ที่จะลอบมองใบหน้าเขาจากด้านข้าง

 

            หน้าเรียวกับสันจมูกโด่งนั่นเต็มไปด้วยหยดน้ำ แต่ในสายตาผมเขากลับยังดูดีกว่าตอนปกติซะอีก เพราะอย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็ไม่พูดจาร้ายกาจใส่ผมเหมือนที่ชอบทำ

 

ขอบคุณนะพี่ผมกระชับอ้อมแขนตัวเองที่กอดเขาอยู่ให้แน่นขึ้นแล้วแนบหน้าลงซบกับไหล่กว้างของอีกคนเบาๆ

ไม่เป็นไร เสียงนุ่มทุ้มตอบผมพลางยิ้มบางๆอีกครั้ง ไอตัวอุ่นของพี่ซองกยูถูกส่งออกมาจนผมพลอยได้รับความอบอุ่นไปด้วย

           

 

คิดถึง

 

คิดถึงทุกอย่างที่เป็นพี่ซองกยู

 

 

ไม่เป็นไรเลย

 

 

 ---------------------------The philophobia-------------------------------

 

 

ขอตัดไว้แค่นี้ก่อนน้าาา ส่วนเนื้อหาที่สปอยไว้จะไปอยู่ในตอนหน้านะคะ 

ตอนนี้ไรต์เขินมากเลย เขาทำอะไรกันนน บ้าจริง TT

 

*อย่าลืมไปคุยกันในแท็คน้า #ฟิคฟีโลโฟเบีย
บางทีไรท์จะอัพตัวอย่างตอนต่อไปไว้ในทวิตเตอร์ด้วย ไปติดตามหรือทวงฟิคได้เลยนะคะ

 
.
 
.
 
.
 
 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #44 Mintt_CLT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 05:07
    ล้องห้ายหนักมากกก ฮือออ ถ้ายังรักกันขนาดนี้ก็กลับมาคบกันเถอะค่ะ ?? รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วว สู้ๆนะคะ
    #44
    0
  2. #43 เรนนะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 01:00
    ลุ้นตอนหน้าอีกแล้ว ตอนนี้น่ารักมากกกกก แฟนเก่ายังไงก็แฟนเก่า มีจูกันด้วยเขิลค่ะเขิลทำอะไรลงไปนี่ออพี่แกต้องรับผิดชอบด้วยด้วยนะ สู้ๆนะไรท์
    #43
    0
  3. #42 I KU (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 21:30
    ตอนนี้รักมากคะ แต่งได้ซึ้งจริงๆ และค้างมากๆด้วย!!!! พี่ซองกยูดูยังไงๆก็ห่วงใยมยองซูอยู่ชัดๆ ที่สำคัญจูบกลางฝนชั่งโรแมนติก!!อยากรู้อะจะกลับมาคบยังไง อูฮยอนก็อยู่ โฮวอนก็อยู่ งื่อออออา~ อยากอ่านตอนหน้าแล้วมาเร็วๆนะคะ อยากรู้อูฮยอนจะโดนว่า โดนด่ายังไงมั่ง *เมนอูฮยอนอย่าด่าหนูนะ อินเกินเฉยๆ T^T
    #42
    0
  4. #41 jakwy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 19:44
    ฟินมากเลย ความห่วงใยมาเต็มมาก พี่อ่อนโยนมาก ทำให้รู้ว่ารักกันมากแค่ไหน แฟนเก่าก็แฟนเก่าเถอะ กลับมาคบกันจริงๆสักทีนะ แต่อูฮยอนหนูทำไร!!! ทำแบบนี้โดนพี่ว่าแน่นอน TT
    #41
    0
  5. #40 supisa_n (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 18:17
    พี่กยูตอนนี้ดูยังไงก็ยังรักมยองอยู่อ่ะ ตั้งแต่เรื่องพี่มินโฮละ ออกอาการออกนอกหน้ามาก แล้วที่มาทริปนี้อีก มาใส่หมวกกันน็อคให้ แล้วให้มองตาบอกว่าไม่รู้สึก ที่ยิ้มนี่คือสมเพชตัวเองป่ะ แล้วที่มยองไปซื้อของกับอูฮยอนอ่ะ นี่คือหลงคิดไปนานมากเลยอ่ะ ว่าอูฮยอนเป็นคนดี น่ารัก มาดูตอนนี้ เห้อมม ไม่ใช่อ่ะ คือเข้าใจนะว่าหวงแฟน แต่ว่าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ไหมอ่ะ แล้วพี่กยูอ่ะออกตัวก่อนคนอื่นเลย บอกอูฮยอนด้วยว่าถ้ามยองเป็นอะไร ไม่ไว้แน่ คือนี่คิดนานละ ว่าแบบที่พี่กยูทำดี คบนานกะอูฮยอนนี่คือชดเชยที่ทำกับมยองป่ะ ขนาดตอนดงอูถามยังหันไปหามยองเลยอ่ะ แล้วยิ่งตอนนี้พูดไปขนาดนั้น หมวกกันน็อคอีก โอ้โห ร้อฃไห้เลย ยังเก็บไว้อยู่ อูฮยอนก็น่าจะรู้มาจากอันนี้ด้วยป่ะ
    ตอนที่พี่กยูหามยองเจอคือมันละมุน ดูดีมากอ่ะ แบบยอมรับกับอีกฝ่ายแล้วมะว่ายังรักอยู่ แต่ว่าถ้าเลิกกับแหน แล้วกลับมารักกันอ่ะ อูฮยอนไม่เท่าไหร่หรอก แต่โฮวอนที่เป็นเพื่อนอ่ะ จะทำไง จริงๆหวังให้กลับมาคบกันนะ แต่ดูสถานการณ์รอบข้างแล้ว เอิ่มมม ยากอ่ะ
    เม้นยาวมากเลยอ่ะ อ่านแล้วอัดอั้น5555555555 เป็นกำลังใจให้ไรต์ต่อไปนะคะ
    #40
    0
  6. #39 มยองงี่เง่า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 18:00
    ตอนนี้ละมุนละไมมาก ฮืออออ พี่ซองกยูโคตรอบอุ่น

    กลับมาคบกันเถอะนะ มาอัพอีกบ่อยๆ นะ รอเรื่องนี้ตลอดเลย

    อยากให้รวมเล่มด้วย อยากได้มากๆTOT
    #39
    0
  7. #38 มยองงี่เง่า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 18:00
    ตอนนี้ละมุนละไมมาก ฮืออออ พี่ซองกยูโคตรอบอุ่น

    กลับมาคบกันเถอะนะ มาอัพอีกบ่อยๆ นะ รอเรื่องนี้ตลอดเลย

    อยากให้รวมเล่มด้วย อยากได้มากๆTOT
    #38
    0
  8. #37 มยองงี่เง่า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 18:00
    ตอนนี้ละมุนละไมมาก ฮืออออ พี่ซองกยูโคตรอบอุ่น

    กลับมาคบกันเถอะนะ มาอัพอีกบ่อยๆ นะ รอเรื่องนี้ตลอดเลย

    อยากให้รวมเล่มด้วย อยากได้มากๆTOT
    #37
    0
  9. #36 MyungLspace (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 17:23
    ตอนนี้ฟินมากกกกก ฮื่อออออ พี่กยูเค้าอ่อนโยนมาก รักมากจริง อูฮยอนเหมือนไม่มีความหมายเลยสมเห็นใสใสซื่อซื่อ ทำไมทำแบบนี้ ก็คงรักของเค้าล่ะ ทางที่ดีก็ให้มันชัดเจนกันไปเลย จะได้ไม่ต้องมาเจ็บกัน 4 คนแบบนี้
    #36
    0