รักแค่เพียงคนเดียว

ตอนที่ 19 : บทที่ ๗ อดีตสามี (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    25 ก.ค. 62



#รักแค่เพียงคนเดียว #คุณเชษฐ์กับน้องเพียง
พบกับทั้งคู่ในรูปแบบอีบุ๊กค่ะ วางจำหนายที่เมพแล้วนะคะ ในราคา 199 บาทค่ะ
ฝากเอ็นดูคุณเชษฐ์ผู้ปากไม่ตรงกับใจและเกรี้ยวกราดใส่เมียด้วยนะคะ
ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ


รักแค่เพียงคนเดียว
janya
www.mebmarket.com
ถึงจะดึกสงัดจนล่วงเข้าวันใหม่ เชษฐ์ก็ยังอดทนนอนบนเตียงหลังที่มีกลิ่นกายของคนบางคนไม่ได้จริงๆ ดังนั้นก่อนที่เขาจะหายใจไม่ออก จำเป็นต้องพูดกับเธอให้รู้เรื่อง ชายหนุ่มทิ้งแผ่นหลังแนบพนักพิงอีกครั้ง ทว่าท่าทางในยามนี้ดูสง่างาม สูงส่ง หล่อเหล่าไร้ที่ติ แต่ในสายตาของ  พิมาลานั้นกลับเป็นเพียงผู้ชายนิสัยไม่ดีคนหนึ่งเท่านั้น “อีกสามวันเข้าไปเซ็นใบหย่าที่บ้านด้วย ฉันจะให้ทนายเตรียมเอกสารไว้” “ค่ะ” กัดปากรับคำ เชษฐ์เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ตั้งใจว่าจะพูดแค่นี้ก็จากไป แต่พอเห็นเตียงยับๆ แล้วก็อดเอ่ยปากขึ้นมาไม่ได้ “เธอแน่ใจนะ ว่าไม่ต้องการค่าเลี้ยงดูใดๆ จากฉัน” “ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ...ไม่ต้องการอีกแม้แต่อย่างเดียว” คำแทนตัวของเธอเปลี่ยนเป็นห่างเหิน คล้ายกับเป็นแค่คนแปลกหน้า เมื่อเขายังจ้องมองก็พยายามคลี่ยิ้มให้ “ขอบคุณนะคะ อิสรภาพนี้ฉันจะรักษามันไว้เป็นอย่างดี” “ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มสบมองดวงตาว่างเปล่าของเธอนิ่งนาน “ฉันเองก็ต้องการอิสรภาพเช่นกัน” พิมาลาไม่พูดอะไรอีก ทำเพียงก้าวออกจากห้อง ฝืนขยับไปข้างหน้าทีละก้าวๆ ทั้งๆ ที่พลังกายพลังใจกำลังจะหมดลงแล้ว เดินไปข้างหน้าแทบไม่ได้ ตอนนี้สายตาของเธอเริ่มรางเลือนลงทุกที แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นก็ยังฝืนทนจนถึงที่สุด ++++++++++++++++++++++++ฝากเอ็นดูคุณเชษฐ์ผู้เกรี้ยวกราดด้วยนะคะขอบพระคุณทุกการสนับสนุนค่ะJanya/ณิชาดา/หอมมลุลี/จรรยารีย์/ทิวลิปสีม่วง



          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการประชุมมันคร่ำเครียดหรือว่าภาพถ่ายในหน้าจอมือถือมันชวนให้รู้สึกอยากฆ่าคนกันแน่ สีหน้าของท่านประธานที่ผู้ร่วมประชุมเห็นในตอนนี้จึงเต็มไปด้วยความน่ากลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กระทั่งการประชุมสิ้นสุดลงทุกคนในห้องถึงได้รู้สึกว่า เพิ่งได้ชีวิตของตัวเองคืนมา

          ขณะเดียวกัน เชษฐ์กลับบ้านด้วยอารมณ์ไม่ปกตินัก เขาไม่สามารถนั่งทำงานต่อได้เหมือนที่เคยทำเป็นประจำ เพราะตอนนี้ในหัวมีแต่ภาพระริกระรี้ในทะเลของพิมาลา

          เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมต้องปล่อยให้ผู้หญิงที่เป็นคนอื่นไปแล้วมีอิทธิพลจนถึงขั้นวาระการประชุมวันนี้ไม่มีอยู่ในหัวเลย

          เชษฐ์หลับตาลง พยายามข่มใจที่พลุ่งพล่านเอาไว้ในอก แต่ข้อมือที่รวบกำโทรศัพท์มือถือนั้นเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดบวม

          เขาเกลียดความรู้สึกแบบนี้  เกลียดจนต้องก้าวยาวๆ ไปบ้านใหญ่ พอเห็นคนเป็นแม่นั่งอยู่ในห้องนั่นเล่นก็ทิ้งตัวลงนั่งตรงกันข้ามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

          “ใครทำอะไรแกมาอีก” คนเป็นแม่ละมือจากของว่าง จ้องหน้าลูกชายอย่างไม่ทุกข์ร้อน

          เชษฐ์เม้มปากอย่างที่เขาไม่ค่อยจะทำบ่อยนัก ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือส่งให้กับคนเป็นแม่

          คุณมนฤดีกวาดตามองคนในภาพด้วยแววตารักใคร่เอ็นดู “ดีจริง นานแล้วนะที่ไม่เห็นหนูเพียงยิ้มแบบนี้”

          “แม่!” ลูกชายเรียกเสียงดัง “ยัยนั่นกำลังเล่นน้ำอาบแดดกับผู้ชายนะ มันเป็นเรื่องดีตรงไหน” ว่าพลางเหยียดยิ้มดูแคลน “หย่ากับผมไม่ถึงสองเดือนก็มีผู้ชายคนใหม่ซะแล้ว ไวไฟจริงๆ”

          คนเป็นแม่แทบจะเขวี้ยงหมอนอิงใส่หน้าลูกชาย แต่ระหว่างนั้นก็ยังอดเหลือบตามองสีหน้าของคนเดือดดาลไม่ได้ “แล้วไงล่ะ หนูเพียงจะเล่นน้ำ จะนอนอาบแดดกับผู้ชายมันผิดตรงไหน”

          “แม่!” เสียงเรียกนั้นทำเอาคนเป็นแม่สะดุ้ง

          คุณมนฤดีจึงกัดฟันว่า “เชษฐ์ ลูกอย่าลืมสิว่าหนูเพียงกับลูกหย่ากันแล้ว หลังหย่ากันแค่วินาทีเดียว ต่อให้หนูเพียงไปจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายคนอื่นทันที หนูเพียงก็ไม่ผิดอะไร แล้วการที่หนูเพียงจะอยู่กับผู้ชายคนอื่นแบบนี้มันก็ไม่ผิดด้วย”

          “แม่”

          “และลูกก็ไม่ควรรู้สึกอะไร ไม่ควรร้อนรน ไม่ควรวิ่งมาที่นี่ ลูกรู้ไหมว่าเป็นเพราะอะไร แม่จะบอกให้ว่าลูกไม่มีสิทธิ์ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของหนูเพียง เพราะฐานะอดีตสามีของลูก มันทำให้ลูกไม่มีสิทธิ์อะไรเลย”

          พอถูกคนเป็นแม่สาดน้ำเย็นใส่ ความร้อนรนเมื่อครู่คล้ายกับถูกแช่แข็งเอาไว้ เชษฐ์ย้อนคิดสิ่งที่ตัวเองทำตั้งแต่ได้รับภาพถ่ายมา สุดท้ายก็หลับตาลง

          “ลูกเข้าใจแล้วใช่ไหม?

          ชายหนุ่มตอบอะไรไม่ได้ ทำเพียงหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกจากบ้านใหญ่ไปอย่างรีบร้อนเหมือนตอนมาไม่มีผิด ระหว่างทางนั้นก็กดโทรศัพท์ยกเลิกการสืบความเคลื่อนไหวของพิมาลา ก็อย่างที่แม่พูด เขากับเธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ต่อให้อดีตภรรยาของเขาตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ก็ไม่เกี่ยวกัน...ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิดเดียว

          ท่านประธานแห่งโรงแรมเอ็นวีพีไม่รู้หรอกว่าเวลานี้คนเป็นแม่ทอดสายตามองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกหลากหลายแค่ไหน ทั้งโกรธ ทั้งเห็นใจ ทั้งสงสารปะปนกันไปหมด และยังมีอีกหนึ่งคือความไม่สบายใจ ราวกับกลัวว่าสิ่งที่เคยพูดเอาไว้จะย้อนกลับมาก็ไม่ปาน

          คุณเชิดก้าวเข้ามาแล้วมองภรรยาคู่ชีวิตอย่างเป็นกังวลอยู่บ้าง “คุณรู้เรื่องที่เจ้าเชษฐ์ขอบ้านคืนจากหนูเพียงแล้วใช่ไหม”

          แม้จะไม่ได้ยินจากปากลูก แต่ภาพที่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนเป็นแม่เข้าใจทุกอย่าง “หนูเพียงก็คงยอมคืนให้นั่นแหละ”

          “คุณรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้”

          “ค่ะ ฉันรู้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่รู้นั่นคือ ตกลงลูกชายของคุณคิดยังไงกับหนูเพียงกันแน่”

          เชิดมองภรรยายิ้มๆ “ข้อนี้ผมก็อยากรู้เหมือนกัน” ว่าพลางวางภาพถ่ายลงบนโต๊ะหลายสิบใบ “ทำไมเจ้าเชษฐ์ถึงได้ส่งคนจับตาดูหนูเพียง”

          คุณมนฤดีถือโอกาสดูคนในภาพให้ชัดขึ้น “ผู้ชายในภาพนี้คือใครคะ หน้าตาดี แถมยังดูเป็นมิตรด้วย คุณดูสิคะ หนูเพียงมีความสุขเชียว”

          “เป็นหมอ” คนเป็นสามีตอบเสียงแข็ง “คนที่เคยรักษาหนูเพียงวันนั้น”

          ได้ยินแล้วก็พลันอึ้งงันไป สุดท้ายก็ได้แต่พึมพำถามออกมา “ถ้าหนูเพียงอยากเริ่มต้นกับผู้ชายคนใหม่ คุณจะโกรธหนูเพียงไหมคะ”

          “โกรธทำไม” เชิดตบเข่าฉาดใหญ่ “ถ้าจะโกรธ ก็โกรธลูกชายของเรามากกว่าที่มันไม่รู้จักรัก ไม่รู้จักทะนุถนอมคนดีๆ มันคิดว่าคนรักของมันดีเลิศ ถ้ายัยดารานั่นดีจริง ผมคงยอมให้มันแต่งงานไปแล้ว ผมทำถึงขั้นส่งผู้หญิงที่ดีที่สุดให้ มันก็ยังลืมยัยดารานั่นไม่ลง”

          “คุณยังไม่เคยบอกฉันเลย ว่ายัยนั่นมีอะไรไม่ดี นอกจากแต่งงานกับเศรษฐีแก่คราวพ่อ”

          คนเป็นสามีมองรอบๆ อย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะมาได้ยินเข้า “ระหว่างที่คบกับลูกชายของเรา ผู้หญิงคนนั้นใช้เวลาสามวันของแต่ละเดือนไปกับการเดินทางต่างประเทศ รู้ไหมว่าทำไม”

          “ทำไมคะ”

          “ในแต่ละครั้งที่เดินทาง จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ผลัดเปลี่ยนเวียนกันเดินทางพร้อมกับเธอ รุ่นพี่ของผมบอกว่า เธอเป็นของหวานหลังมื้อค่ำ ค่าตัวเธอสูงถึงคืนละสิบล้าน”

          “อะไรนะ” คุณมนฤดีเบิกตาโต ก่อนจะสูดหายใจลึกยาวเพื่อระงบความตื่นตระหนกไม่ให้ตัวเองหาวใจวายตายไปซะก่อน “ฉันจะเป็นลม”       

“คุณใจเย็นๆ เถอะ ถ้ารู้ว่าลูกโง่ๆ ของเราปรนเปรอยัยนั่นครั้งละห้าล้านสิบล้าน คุณไม่ขาดใจตายเลยหรือ”

          “ว่ายังไงนะ!

          “ช่างเถอะ นั่นมันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่สองปีก่อน หลังแต่งงานกับหนูเพียงผมก็ไม่ได้ข่าวว่าเจ้าเชษฐ์กลับไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีก”

          “แล้วหลังหย่าล่ะคะ” คุณมนฤดีจ้องหน้าสามีเขม็ง “คงไม่ได้กลับไป”

          คนเป็นสามีถอนใจทิ้งแรงๆ “ไม่มีรายงานมานะ สงสัยยัยนั่นคงยุ่งอยู่กับผัวแก่ๆ ที่ใกล้จะสิ้นใจก็เลยยังไม่กลับมา”

          “สาธุ ขอให้ตาแก่คนนั้นอายุยืนร้อยปีด้วยเถอะ” คุณมนฤดียกมือท่วมหัว ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา ที่อยากให้ใครสักคนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกันมีอายุยืนยาว

          เชิดได้แต่ส่ายหน้า “แล้วคุณจะเอายังไงกับเรื่องหนูเพียงล่ะ”

          เสียงสนทนาของคนในห้องนั่งเล่นยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง ทว่าคนที่ถือแฟ้มโปรเจ็กต์ใหม่เพื่อมาอธิบายให้กับพ่อฟังหลังจากระงับอารมณ์พลุ่งพล่านไว้ได้นั้นกลับยืนนิ่งเป็นท่อนไม้

          ระหว่างที่ฟังพ่อกับแม่คุยกัน เชษฐ์คิดว่าตัวเองคงโกรธคนรักจนแทบบ้าคลั่ง คงปวดใจจนไม่สามารถควบคุมได้ แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากคาดไม่ถึงเท่านั้น คล้ายกับกำลังฟังเรื่องเล่าของคนอื่นที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเอง

          แต่ถึงยังไงพอหมุนตัวกลับออกมาอีกครั้ง ชายหนุ่มก็ยังกดโทรศัพท์สั่งงานปราบอยู่ดี “สืบเรื่องของคุณดาราให้ฉันหน่อย ฉันอยากรู้ว่าห้าปีมานี้เธอทำอะไรบ้าง” สั่งการแค่นั้นก็กดวางสายแล้วเดินหน้าเคร่งกลับบ้านไป แต่พอเห็นต้นไม้ดอกไม้บริเวณหน้าบ้านเหี่ยวเฉา ชายหนุ่มก็เลือกที่จะวางเอกสารลง พับแขนเสื้อขึ้นแล้วรดน้ำพรวดดินให้มันอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย

          ดังนั้นพออุ้มกับเอื้อยผ่านมาเห็นเข้า สองสาวจึงเอาแต่ขยี้ตาราวกับกลัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่ความจริงอย่างไรอย่างนั้น

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

13 ความคิดเห็น