รักแค่เพียงคนเดียว

ตอนที่ 11 : บทที่ ๔ ไม่เกี่ยวข้องกันอีก (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 517
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62




 #รักแค่เพียงคนเดียว #คุณเชษฐ์กับน้องเพียง
พบกับทั้งคู่ในรูปแบบอีบุ๊กค่ะ วางจำหนายที่เมพแล้วนะคะ ไรท์จัดโปรให้ที่นี่ในราคา 139 บาทค่ะ (หลังโปร 199 นะคะ)
ฝากเอ็นดูคุณเชษฐ์ผู้ปากไม่ตรงกับใจและเกรี้ยวกราดใส่เมียด้วยนะคะ
ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ
รักแค่เพียงคนเดียว
janya
www.mebmarket.com
ถึงจะดึกสงัดจนล่วงเข้าวันใหม่ เชษฐ์ก็ยังอดทนนอนบนเตียงหลังที่มีกลิ่นกายของคนบางคนไม่ได้จริงๆ ดังนั้นก่อนที่เขาจะหายใจไม่ออก จำเป็นต้องพูดกับเธอให้รู้เรื่อง ชายหนุ่มทิ้งแผ่นหลังแนบพนักพิงอีกครั้ง ทว่าท่าทางในยามนี้ดูสง่างาม สูงส่ง หล่อเหล่าไร้ที่ติ แต่ในสายตาของ  พิมาลานั้นกลับเป็นเพียงผู้ชายนิสัยไม่ดีคนหนึ่งเท่านั้น “อีกสามวันเข้าไปเซ็นใบหย่าที่บ้านด้วย ฉันจะให้ทนายเตรียมเอกสารไว้” “ค่ะ” กัดปากรับคำ เชษฐ์เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ตั้งใจว่าจะพูดแค่นี้ก็จากไป แต่พอเห็นเตียงยับๆ แล้วก็อดเอ่ยปากขึ้นมาไม่ได้ “เธอแน่ใจนะ ว่าไม่ต้องการค่าเลี้ยงดูใดๆ จากฉัน” “ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ...ไม่ต้องการอีกแม้แต่อย่างเดียว” คำแทนตัวของเธอเปลี่ยนเป็นห่างเหิน คล้ายกับเป็นแค่คนแปลกหน้า เมื่อเขายังจ้องมองก็พยายามคลี่ยิ้มให้ “ขอบคุณนะคะ อิสรภาพนี้ฉันจะรักษามันไว้เป็นอย่างดี” “ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มสบมองดวงตาว่างเปล่าของเธอนิ่งนาน “ฉันเองก็ต้องการอิสรภาพเช่นกัน” พิมาลาไม่พูดอะไรอีก ทำเพียงก้าวออกจากห้อง ฝืนขยับไปข้างหน้าทีละก้าวๆ ทั้งๆ ที่พลังกายพลังใจกำลังจะหมดลงแล้ว เดินไปข้างหน้าแทบไม่ได้ ตอนนี้สายตาของเธอเริ่มรางเลือนลงทุกที แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นก็ยังฝืนทนจนถึงที่สุด ++++++++++++++++++++++++ฝากเอ็นดูคุณเชษฐ์ผู้เกรี้ยวกราดด้วยนะคะขอบพระคุณทุกการสนับสนุนค่ะJanya/ณิชาดา/หอมมลุลี/จรรยารีย์/ทิวลิปสีม่วง



          เมื่อถึงวันต้องลงนามในเอกสาร คุณมนฤดีก็ส่งรถมารับพิมาลาเหมือนวันที่พาเธอมาส่ง พอเห็นเจ้าของร่างบอบบางน่าทะนุถนอมลงจากรถมาแล้ว ดวงตาที่ทอดมองก็พลันแดงก่ำขึ้นมา

          “หนูเพียง” คุณมนฤดีทั้งกอดทั้งหอม

          “คุณป้า” พิมาลาซุกหน้าลงกับอกของท่าน พยายามคลี่ยิ้มทั้งๆ ที่ยิ้มไม่ออก เพราะรู้ดีว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เธอกับลูกชายของคุณป้าก็จะหย่าขาดกันแล้ว ถึงตอนนั้นก็หวังว่าคุณลุงกับคุณป้าจะยังคงให้ความเมตตากับเธอ และเธอเองก็จะทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณของท่านทั้งสองให้ดีที่สุด

          สองป้าหลานกอดกันอย่างเข้าอกเข้าใจ คุณเชิดมองภาพนั้นแล้วก็หันไปพูดกับทนายที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

          “เมธ เจ้าเชษฐ์มันจะไม่เปลี่ยนใจจริงๆ ใช่ไหม”

          “คงไม่แล้วครับ” เมธัสตอบตามตรง “แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือครับ คุณเพียงจะได้มีความสุขไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับผู้ชายที่ไม่มีหัวใจอย่างนายเชษฐ์อีก” พูดออกมาแล้วเมธัสก็ยิ้มแหยๆ เพราะที่เขาพูดถึงคือลูกชายเพียงคนเดียวของคุณเชิด “ขอโทษที่ผมพูดตรงๆ นะครับ”

          เชิดตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ “ช่างเถอะ ลุงก็เห็นด้วยกับเมธนั่นแหละ”

          ทั้งสองยิ้มบางๆ ให้กัน กว่าคุณมนฤดีจะพาพิมาลาเข้ามาในห้องรับแขกเวลาก็ล่วงเลยนัดหมายมาเกือบสิบนาทีแล้ว ตอนนี้คนจะเป็นอดีตแม่สามีดวงตาแดงก่ำ ขณะที่สีหน้าของอดีตลูกสะใภ้มีแค่เพียงความเรียบเฉย แต่เมธัสกลับมองเห็นความฝืนทนผ่านแววตาของเธอชัดเจน คล้ายกับว่าถ้าผ่านวันนี้ไป บางทีพิมาลาอาจไม่เซ็นใบหย่าก็เป็นได้

          เมื่อทุกคนมากันพร้อมหมดแล้ว เมธัสก็รีบนำเอกสารออกมาแจกแจงให้พิมาลาฟัง จนกระทั่งบอกว่าเชษฐ์มอบเงินให้สิบล้านหญิงสาวถึงได้ส่งคืน

          “เช็คสิบล้านนี้ เพียงไม่ขอรับนะคะ ฝากคุณทนายคืนคุณเชษฐ์ด้วยค่ะ”

          “หนูเพียง” คุณมนฤดีทักท้วงทันที “รับไปเถอะ ป้าว่านี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ เจ้าเชษฐ์ควรจะจ่ายให้หนูสักร้อยล้านถึงจะถูก”

          พิมาลาส่ายหน้า “เพียงไม่ต้องการเงินของเขาจริงๆ ค่ะคุณป้า”

          “แต่...”

          “ถ้าคุณป้าไม่สบายใจ เพียงรับก็ได้ค่ะ แต่ฝากคุณป้าไว้ก่อนนะคะ เอาไว้ลำบากจริงๆ ค่อยรบกวนคุณป้านะคะ”          “แต่...”

          “เพียงไม่อยากรับเงินของเขาจริงๆ ค่ะ” เพราะภายในใจลึกๆ รู้ดีว่าเงินที่เขาให้มันมีความหมายว่าอะไร ดังนั้นแทนที่จะดีใจเธอกลับรู้สึกคล้ายถูกตบหน้า สามคืนก่อนเขานอนกับเธอ พอหย่ากันก็จ่ายเงินให้ ที่ไม่นับว่าเงินก่อนนี้เป็นค่าเสียตัวของเธอหรอกหรือ

          พิมาลายิ้มขมขื่น น้ำตาแทบจะไหลลงมาอยู่แล้ว แต่เพราะกลัวคุณลุงกับคุณป้าที่รักเอ็นดูจะไม่สบายใจ ดังนั้นต่อให้ในอกเจ็บปวดแค่ไหนก็ต้องฝืนทนอยู่ดี

          เอกสารแผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกลงชื่อจนหมด จัดการแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าซ่อนความอุ่นร้อนที่เห่อขึ้นตามขอบตาเอาไว้ กว่าจะทำใจคุยกับทนายได้ก็ใช้เวลาเกือบห้านาทีเลยทีเดียว

          “เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ”

          “ครับ” เมธัสรับคำเสียงเรียบ “เรื่องใบหย่า ถ้าเรียบร้อยผมจะขอพบคุณเพียงอีกครั้งนะครับ”

          “ได้ครับ”

          “ถ้าอย่างผมขอตัวก่อนนะครับ” เมธัสกล่าวลากับเจ้าของบ้าน แต่ก่อนออกไปก็อดเอ่ยกับพิมาลาไม่ได้จริงๆ “ขอโทษแทนนายเชษฐ์ด้วยนะครับ”

          พิมาลามองเขาแล้วฝืนยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ความจริงฉันผิดเอง...ผิดที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของคุณเชษฐ์ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ”

          เมธัสมองพิมาลาด้วยสายตาชื่นชม “น่าเสียดายแทนนายเชษฐ์นะครับ เสียดายที่มันกล้าปล่อยคนดีๆ อย่างคุณเพียงไป ต่อไปนี้หวังว่าคุณเพียงจะความสุขนะครับ ผมเอาใจช่วย”

          “ขอบคุณค่ะ” พิมาลายิ้มให้ด้วยใจจริง รอยยิ้มของเธอทำเอาเมธัสชะงักงันไปเล็กน้อย สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มเก้อๆ พลางโบกมือลา

          พอทนายกลับไปแล้ว พิมาลาก็เดินกลับไปหาคุณลุงกับคุณป้า พอเห็นหน้าเธอ นายหญิงของบ้านก็ถึงกับแผดเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาไม่หยุด ท่าทางแบบนั้นทำเอาหญิงสาวต้องพุ่งเข้ากอดเอวของท่านไว้แน่น “คุณป้าอย่าร้องเลยนะคะ ถึงเพียงจะหย่ากับคุณเชษฐ์แล้ว แต่กับคุณป้าเพียงยังคงรักเคารพเหมือนเดิมนะคะ คุณป้าจะเป็นคุณป้าของเพียงตลอดไป เพียงจะมาหาคุณป้าบ่อยๆ จะไปเที่ยว ไปกินข้าว ไปช้อปปิ้ง ไปกับคุณป้าในทุกๆ ที่เลย ดังนั้นอย่าร้องไห้นะคะ เพียงรักคุณป้านะ รักคุณป้าเหมือนแม่ของเพียง”

          “โธ่...หนูเพียงของป้า” คุณมนฤดีทั้งกอดทั้งหอม เช็ดน้ำตาให้พิมาลาไม่หยุด แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็กอดกันร้องไห้อยู่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำเอาคุณเชิดทนมองไม่ไหวจนต้องเดินออกจากห้องไปด้วยตาแดงๆ เช่นกัน หนำซ้ำยังเอาแต่โทษตัวเองอีกด้วย ที่หนูเพียงต้องทุกข์ใจขนาดนี้ มันเป็นเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาด ถ้าหากยอมส่งพิมาลาไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่สามปีก่อน แก้วตาดวงใจของเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่สุดอย่างพิพัฒน์ก็คงไม่เป็นเช่นนี้ เธอคงไม่เจ็บปวดเพราะต้องแต่งงานกับลูกชายใจดำของตัวเอง

          “ขอโทษนะเพื่อน เจ้าเชษฐ์ลูกชายของฉันมันโง่เอง...มันโง่เองที่ปล่อยลูกสาวของแกไป แต่แกอย่าห่วงเลยนะ ไม่ว่าหนูเพียงจะเป็นสะใภ้ของฉันหรือไม่ ฉันก็จะดูแลหนูเพียงแทนแกไปตลอดชีวิต ชาตินี้ฉันกับเมียจะทำหน้าที่พ่อกับแม่หนูเพียงแทนแกกับคุณกานดาเอง ฉันสัญญา”

          พูดสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมาแล้ว ใช้เวลาปรับสภาพจิตใจเพียงไม่กี่นาที สีหน้ากับแววตาของประมุขแห่งนามวรพันธ์ก็กลับมานิ่งสงบเช่นเดิม ราวกับคนอ่อนแอเมื่อครู่นั้นเป็นแฝดผู้น้องก็ไม่ปาน

          พิมาลาอยู่พูดคุยกับป้ามนนานพอสมควรถึงได้ขอตัวไปเก็บกระเป๋าที่บ้านรอง พอก้าวเข้ามาในห้องที่เคยอยู่มาสองปีก็อดที่จะมองภายในห้องอย่างสิ้นหวังไม่ได้ ห้องนี้คล้ายกับเป็นทุกสิ่งทุกอย่างทั้งเพื่อน ทั้งที่พักพิง ทุกๆ ความทรงจำของเธออยู่ในห้องนี้ทั้งหมด แต่สุดท้ายวันที่ต้องออกจากความทรงจำก็มาถึง

          หญิงสาวลงมือเก็บกระเป๋า เลือกเอาเสื้อผ้ากับของใช้ที่จำเป็นไม่กี่อย่าง ส่วนที่เหลือคงต้องขอร้องคุณป้าจัดการให้

          กว่าจะเก็บของเรียบร้อย พระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำลงเต็มที พิมาลาจึงรีบร้อนหิ้วกระเป๋าออกมาจากบ้านก่อนที่ใครบางคนจะเลิกงาน ทว่าคงเป็นความโชคร้ายของเธอเพราะยังลงมาไม่ถึงบันไดขั้นสุดท้าย เชษฐ์ก็เดินผ่านประตูใหญ่เข้ามาซะก่อน

          พิมาลาชะงักงันเล็กน้อย มือบางนุ่มข้างที่หิ้วกระเป๋ากระชับแน่นจนชื้นเหงื่อ แข้งขาที่ยืนนิ่งคล้ายจะอ่อนแรงลงทุกที

          “คือฉัน...” กลั้นใจกัดปากสั่นๆ เพื่ออธิบายกับเขา ทว่าเชษฐ์กลับเดินเลยผ่านขึ้นไปยังอาณาเขตส่วนตัว คล้ายกับมองไม่เห็นพิมาลายืนอยู่ตรงนั้นเลยสักนิด สิ่งที่เขาทำส่งผลให้ร่างเล็กๆ ของหญิงสาวโงนเงนเจียนล้มลงกับพื้น โชคดีที่มืออีกข้างยังคงคว้าจับราวบันไดเอาไว้ได้ แต่กว่าจะขยับตัวอีกครั้งเธอก็ต้องยืนนิ่ง สูดหายใจลึกยาวเข้าปอดอยู่นานทีเดียว นานจนแสงสุดท้ายของวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว มันช่างเหมือนกับชีวิตของเธอที่ตอนนี้มืดมนจนแทบมองไม่เห็นแสงสว่างใดๆ อีก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

13 ความคิดเห็น