ไฟรักกลางสายฝน

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 .... 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ก.ย. 62


 

อยากจะลืมใครสักคน

เมื่อหยาดฝนพร่างพรมพลิ้วมา

สายน้ำที่ร่วงหล่น ปนเคล้าหยาดน้ำตา

กลับไปคิดถึงคราที่เธอลาฉันไป...

 

สุดแดนนั่งเล่นกีต้าร์อยู่ที่ระเบียงห้องพักส่วนตัวในรีสอร์ตซึ่งกว้างขวางสะดวกสบายพอๆ กับบ้านของพ่อแม่ ข้างนอกฝนตก ทำให้เสียงกีต้าร์และเสียงฮัมเพลงเบาๆ นั้นแทบไม่มีใครได้ยิน แม้แต่ตัวของเขาเอง

ถึงฤดูฝนทีไรสุดแดนเป็นต้องมีอารมณ์นี้ คืออยากนั่งมองสายฝนอยู่เงียบๆ คนเดียว กิจกรรมอื่นใดที่เคยทำก็ลดน้อยลง เหลือไว้เพียงงานที่จำเป็นต้องทำเท่านั้น

“ฝน... ตอนนี้คุณอยู่ไหน เป็นไงบ้าง”

เป็นเรื่องที่ชายหนุ่มอยากรู้มาตลอดเวลาหกปี แต่ก็พยายามบอกตัวเองเรื่อยมาว่าไม่มีประโยชน์ที่จะคิดถึงหรือรื้อฟื้นความหลัง

ความหลังที่ทำอย่างไรก็ไม่ลืม...

วันนั้นฝนตกหนัก แต่ฝนทิพย์ก็ยังฝ่าสายฝนมาหาเขาที่บ้าน บอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย แต่คนที่ออกไปพบเธอก่อนคือแม่ เขาออกไปเห็นภาพทั้งสองกำลังมีปากเสียงกัน แต่ก็ฟังไม่ได้ศัพท์ จนกระทั่งเข้าไปใกล้จึงได้ยินฝนทิพย์ตวาดใส่แม่ของเขาว่า

เก็บเงินของคุณป้าไว้กินตอนแก่เถอะค่ะ เผื่อจะไม่มีลูกหลานคอยเลี้ยงดู

ฝน ทำไมพูดกับแม่ผมแบบนี้!’

เขาตกใจ รีบวิ่งเข้าไปต่อว่า ฝนทิพย์หันมามองหน้าแล้วก็ขึ้นเสียงโต้กลับ

ทำไมแดนไม่ถามหน่อยล่ะว่าแม่ของแดนพูดอะไรกับฝนก่อน

ไม่เกี่ยว แม่จะพูดอะไรก็ช่าง แต่ฝนไม่มีสิทธิ์มาก้าวร้าวแม่ผม

อ้อ แดนไม่ต้องการฟังเหตุผล แต่สรุปว่าฝนผิดใช่ไหม

คนที่ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่เคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่จะให้ชมว่าทำถูกได้ยังไง

แม่เป็นคนพูดประโยคนั้นกับฝนทิพย์ก่อนจะหันมาพูดกับเขา

แม่เคยบอกแดนหลายครั้งแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เหมาะกับลูก วันนี้ได้เห็นธาตุแท้ของพวกไม่มีหัวนอนปลายเท้าแล้วใช่ไหม เชื่อแม่ได้หรือยังล่ะ

แม่ก็พูดแรงไป แม่ตั้งแง่รังเกียจฝนทิพย์ตั้งแต่รู้ว่าเธอเป็นแฟนกับเขาแล้ว แต่ตอนนั้นเขาอยากจบปัญหาเลยขอให้ฝนทิพย์กลับไปก่อน

ฝนกลับไปก่อนเถอะนะ

แดนจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าฝนมีธุระอะไรถึงได้มาหาแดนที่บ้าน

ไม่ต้องมาหลอกลูกฉันเลยนะ ผู้หญิงอย่างเธอ พลาดจากสุดแดนไปแล้วก็หาผู้ชายคนใหม่หลอกต่อไปได้อีกเยอะแม่ขัดเสียงดัง แต่เสียงของฝนทิพย์ก็ดังสวนมาทันที

คุณป้า มันจะมากไปแล้วนะคะ!’

ฝน หยุด!’

ฝนทิพย์หันมามองหน้าเขาด้วยแววตาที่เขาไม่เคยเห็นและไม่ชอบเอาเสียเลย

ฝนกลับไปก่อนเถอะ ผมยังไม่ว่างคุยตอนนี้

ถ้าไม่คุยตอนนี้ เราอาจจะไม่ได้คุยกันอีก

เออ ก็ตามใจ เขาพูดไปเพราะหงุดหงิด คิดว่าฝนทิพย์แค่อยากเอาชนะ เรื่องที่เธออยากคุยจะสำคัญแค่ไหนก็คงไม่เร่งด่วนขนาดต้องคุยกันกลางฝนแบบนี้ ยิ่งอารมณ์แรงด้วยกันทุกฝ่ายแบบนี้ยิ่งไม่ควรคุย เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน

ได้ ไม่คุยก็ไม่คุย แดนเลือกเองนะ... ลาก่อน

เขาใจหายวูบกับคำว่าลาก่อน จะเดินตามไปแต่ก็ถูกมารดารั้งเอาไว้จึงได้แต่ยืนดูฝนทิพย์เดินจากไปกลางสายฝน คิดว่าตอนนี้ควรพาแม่เข้าบ้านก่อน แล้วอีกสักพักค่อยโทรไปหาเธอ แต่พอเขาโทรไปในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อฝนทิพย์ได้

เขาพยายามโทรอีกหลายครั้งแต่ก็ไร้ผล  ไปดักรอพบที่ตึกคณะก็ไม่เจอ จึงลองไปหาเธอที่หอพักแล้วก็ได้รู้ว่าเธอย้ายออกไปแล้ว ที่มหาวิทยาลัยก็ไม่มีใครเห็น ฝนทิพย์ไม่ได้มาเรียน เพื่อนสนิทของเธอไม่มีใครรู้เลยว่าฝนทิพย์หายไปไหน เขาจึงลองไปสอบถามฝ่ายทะเบียนจึงได้รู้ว่าเธอแจ้งหยุดพักการเรียนไปแล้ว ทั้งที่เหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบ

ฝนทิพย์หายไปไหน มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอหรือเปล่า เกี่ยวกับธุระด่วนที่เธออยากจะคุยกับเขาไหม หรือว่าเธอมีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือจากเขา ใช่หรือเปล่า...

คำถามเหล่านั้นคือสิ่งที่ติดค้างอยู่ในความรู้สึกของสุดแดนเรื่อยมา เป็นความรู้สึกผิดที่เขายังไม่มีโอกาสแก้ไขหรือแม้กระทั่งจะได้รู้ความจริง เขายังพยายามหาทางติดต่อกับเธอในทุกทางที่พอจะทำได้ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย

หกปีกว่ามาแล้วที่ผู้หญิงคนนั้นหายไปจากชีวิตของเขา แต่ไม่เคยหายไปจากหัวใจของเขาเลยสักนาที

......................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น