โกดัง Fic Detroit Become Human

ตอนที่ 14 : [Fic Detroit Become Human AU] Aggressive Cat -6-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    9 ก.ค. 61

[Fic Detroit Become Human AU] Aggressive Cat -6-

*ฟิคนี้เป็นฟิคAUของเกมส์Detroit Become Human เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในฟิคนี้เป็นเพียงแค่จินตนาการของผู้เขียนเท่านั่น ดังนั่นคาร์แรคเตอร์ตัวละครอาจจะมีการผิดเพี้ยนไปบ้างตามแต่เนื้อเรื่องจะดำเนินไป*




 

ร่างสูงใหญ่ที่กอดอกเอนตัวพิงกับผนัง ใบหูสามเหลี่ยมนุ่มบนเส้นผมสีดอกเลาขยับลู่ไปด้านหลังราวกับกำลังกังวลอะไรบางอย่าง พวงหางฟูเองก็สะบัดไปมาอยู่ไม่สุข แฮงก์รู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด เซ้นต์ในสัญชาตญาณของอีกสายเลือดในตัวกำลังร้องเตือนภัยบางอย่าง เพียงแต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออันตรายแบบไหน


“ถ้าอย่างนั่นผมไปก่อนนะครับแฮงก์” คอนเนอร์ยิ้มสดใสในขณะที่ก้มตัวลงสวมรองเท้าผ้าใบก่อนที่จะชะงักเมื่อแมวยักษ์ที่ขมวดคิ้วหน้าตาเคร่งเครียดอยู่ด้านหลัง จนเด็กหนุ่มรู้สึกไม่สบายใจตามไปด้วย


!” สัมผัสบนใบหน้าทำให้แฮงก์หลุดจากภวังค์ ดวงตาคมดุสีฟ้าสดฉายแววตกใจเพียงเล็กน้อยเมื่อมือเรียวอุ่นของเด็กหนุ่มสัมผัสบนแก้มสากของเขาเอง “อะ...อะไรล่ะ จะไปโรงเรียนไม่ใช่หรือไง!? ก็รีบไปสิ เดี๋ยวก็สายหรอกเจ้าเด็กนี่!


แฮงก์ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน...


ดวงตาคู่สวยสีเฮเซลมองใบหน้าคมใต้เคราครึ้มที่หันใบหน้าหนีจากการสบตากับเด็กหนุ่มไป ร่างสูงใหญ่รับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมา มันเต็มไปด้วยความกังวลต่อความไม่สบายใจของเขาเอง


“แฮงก์...” ใบหูบนศีรษะกระดิกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มที่ดังเรียกชื่อเขาเสียงแผ่วเสียจนชวนให้ใจอ่อน แฮงก์สามารถจินตนาการถึงใบหน้าที่หงอยลงของอีกฝ่ายได้โดยที่ไม่ต้องหันไปมองหน้าของคอนเนอร์เลยแม้แต่น้อย


เขาเกลียดความใจอ่อนของตัวเองที่มีให้เด็กคนนี้!


“เออๆ! ก็แค่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีก็แค่นั่นเอง ไม่มีอะไรหรอกน่าเจ้าเด็กนี่!” มือใหญ่ยกขึ้นขยี้เส้นผมของคอนเนอร์อย่างแรงจนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่เซ็ตไว้ยุ่งเหยิง


“จริงๆนะครับ” แต่คอนเนอร์ก็ยังไม่วายส่งสายตาเป็นห่วงกลับไปให้อีกฝ่ายในขณะที่มือก็จัดเส้นผมให้เข้าที่เข้าทางไปด้วย


แฮงก์พยักหน้าก่อนที่จะไล่อีกฝ่ายให้ไปเรียนได้แล้ว นั่นทำให้ร่างโปร่งก้าวอกจากบ้านแต่โดยดี ดวงตาคู่สวยสีเฮเซลหันกลับมองร่างสูงใหญ่ที่กอดอกมองส่งเขาออกจากบ้านจนกระทั่งประตูหน้าบ้านปิดลง มือเรียวกระชับกระเป๋าเป้บนหลังเล็กน้อยก่อนที่จะเดินออกจากบริเวณบ้าน


โดยที่ไม่ได้สังเกตชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยืนพิงอยู่ที่รั้วบ้านเลยแม้แต่น้อย




 

 

จะไม่เป็นอะไรแน่นะครับ...


เด็กหนุ่มคิดด้วยความเป็นกังวล แฮงก์ยังไม่มีสีหน้าที่ดีขึ้นหลังจากที่บอกเขาว่าไม่มีอะไร ว่ากันว่าสัญชาตญาณของสัตว์นั่นมักจะมีลางบอกเหตุล่วงหน้าเพื่อเตือนภัย ไม่รู้ว่ากรณีแบบนี้จะใช้กับครึ่งสัตว์แบบแฮงก์ได้หรือเปล่า


“เฮ้อ...” คอนเนอร์ซบใบหน้าลงกับโต๊ะเรียนด้วยความรู้สึกเป็นกังวลที่ยังสลัดออกจากความคิดไปไม่ได้ ทำไมกัน ทำไมถึงรู้สึกกังวลขนาดนี้กันนะ...


“คอนเนอร์ๆ ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ” เสียงหวานคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสบนไหล่ที่เอื้อมมาแตะพร้อมกับเขย่าเบาๆนั่นทำให้ใบหน้าขาวเนียนเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มสดใสของคาร่า


คาร่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่...ทำไมเขาไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้องเลยนะ


ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนของเด็กสาวกระพริบเล็กน้อยก่อนที่จะสบตากับดวงตาคู่สวยสีเฮเซลด้วยความไม่สบายใจ


“คอนเนอร์...โอเคดีรึเปล่าคะ? คุณทะเลาะกับคุณพ่ออีกแล้วหรอ...”


เด็กหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆเพื่อนสาวคนสวยก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงจนคอนเนอร์ได้แต่กระพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้อีกฝ่ายคิดแบบนั่นจนกระทั่งมือเล็กยื่นมาแตะเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเขาเอง


“ผมโอเคครับคาร่า ทำไมถามแบบนั่นล่ะครับ?” คอนเนอร์ยิ้มบางๆตอบอีกฝ่ายพลางเอียงศีรษะเล็กน้อยเชิงถาม


“คุณทำหน้าเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ”


นี่เขาแสดงออกทางสีหน้าขนาดนั่นเลยหรอ...


“ก็นิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรหรอกครับ อ่า นี่มันก็เลยเวลาพักมาตั้งนานแล้ว เราไปทานมื้อเที่ยงกันเถอะ พวกมาร์คัสคงรอแย่แล้วล่ะครับ” ร่างโปร่งเอ่ยตอบพร้อมกับตัดบทพูดของคาร่าที่คล้ายกับกำลังจะเอ่ยถามอะไรต่อสักอย่าง จนเด็กสาวตรงหน้าได้แต่พยักหน้าเบาๆราวกับไม่อยากจะถามซักไซ้อะไรคอนเนอร์ให้มากมาย


“อา...ค่ะ...”


แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องไปยังโรงอาหาร คอนเนอร์มองออกไปนอกหน้าต่างของอาคารเรียน เมฆฝนตั้งเค้าอย่างประหลาด


“เหมือนฝนจะตกเลยนะคะ น่าแปลกที่ช่วงนี้หน้าร้อนแท้ๆ แต่กลับมีเมฆฝนตั้งเค้าได้เนี่ย” เสียงเล็กของคาร่าเอ่ยขึ้น เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ซอยสั้นเองก็จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน คอนเนอร์พยักหน้ารับเล็กน้อย


ทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ดีขนาดนี้นะ...


ฟ้าร้องคำราม บ่งบอกว่าฝนกำลังจะตกในอีกไม่ช้า...

.

.

.

.

“เฮ้ย ฝนจะตกหรือว่ะเนี่ย” ดวงตาคมดุสีฟ้าสดจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างบ้าน ร่างสูงใหญ่บิดขี้เกียจเล็กน้อยหลังจากที่เพิ่งเอาผ้าไปซักแทนเจ้าของบ้านที่ออกไปเรียน พวงหางฟูแกว่งไปมาน้อยๆบ่งบอกถึงอารมณ์คงที่ของเจ้าตัว


แฮงค์มองออกฟ้าที่จู่ๆก็มืดครึ้มชวนให้นึกถึงวันนั่น วันที่เขาได้พบคอนเนอร์เป็นครั้งแรก วันนั่นเองก็ฝนตกแบบนี้เหมือนกันไม่มีผิด ผิดก็ตรงที่ตอนนี้ตัวเขาไม่ได้บาดเจ็บแถมยังไม่ได้กำลังหนีหัวซุกหัวซุนแบบวันนั่น ไม่ได้หนาวสั่นกับสายฝนเหมือนกับวันนั่น


ทั้งหมดก็ต้องขอบใจเจ้าเด็กนั่นล่ะนะ


ริมฝีปากหนายกยิ้มที่มุมปากพลางนึกไปถึงใบหน้าขาวเนียนของเจ้าเด็กนั่นที่ขยันทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร มนุษย์คนแรกที่ยื่นมือให้ความช่วยเหลือโดยที่ไม่ต้องเอ่ยขอ มนุษย์คนแรกที่ทำให้เขาคิดว่ามนุษย์ก็ไม่ได้น่ารังเกียจไปซะทุกคน


ซ่า!


ฝนตกลงมาแล้ว ความเย็นทำให้ร่างสูงใหญ่พลันกลับกลายเป็นร่างใหญ่ของแมวเมนคูนสีเทาดอกเลาขณะที่ซุกตัวลงนอนบนโซฟานุ่ม ใบหูกระดิกเบาฟังเสียงฝนที่ตกลงมาซู่ใหญ่ จมูกสูดกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายๆกับกลิ่นฝนชื้นเฉพาะตัวของคอนเนอร์ที่มักติดอยู่ทุกมุมในบ้านหลังนี้


กลิ่นที่ชวนให้สบายใจ ปลอบประโลมสัญชาตญาณในตัวที่กำลังร้องเตือนเหตุอะไรบางอย่างที่ตัวเขายังไม่เข้าใจว่ากำลังเตือนเรื่องอะไร...


แกร๊ก...


ใบหูสามเหลี่ยมนุ่มกระดิกเบาๆเมื่อได้ยินเสียงประหลาดที่ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับเสียงฝนที่ตกกระทบพื้น ดวงตาดุสีฟ้าสดปรือเปิดขึ้นทั้งๆที่ปิดลงได้ครู่หนึ่ง ร่างใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นพร้อมกับสัญชาตญาณในกายที่ร่ำร้องให้เตรียมพร้อมตอบโต้สิ่งใดก็ตามที่เป็นภัยต่อตัวเขาเอง


ประตูหลังบ้าน...


แฮงค์กระโดดลงจากโซฟาอย่างเงียบเชียบ ตีนแมวทำหน้าที่ตามเผ่าพันธุ์ได้อย่างดีเยี่ยมก้าวเข้าสู่ห้องครัวอย่างระมัดระวัง เมื่อเข้ามาถึงห้องครัว เขาก็ต้องเกร็งร่างเมื่อประตูหลังบ้านเปิดอ้าอยู่จนสายฝนกระเด็นเข้ามาภายในบ้านจนพื้นห้องครัวเปียก


ใคร...!?!


“เจอตัวสักที HA500” ดวงตาคู่ดุสีฟ้าสดเบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่ร่างฟูจะกระโดดถอยห่างจากจุดที่ตนยืนอยู่เมื่อครู่เมื่อรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่ากำลังจะถูกจับตัว ใบหูสามเหลี่ยมได้ยินเสียงสถบด้วยความไม่พอใจที่เขาไหวตัวทัน


“แง้ว!! ฟ่อ!!!” แฮงค์ขู่ฟ่อ ขนบนตัวตั้งชันจนตัวฟูเมื่อได้กลิ่นอันตรายคุ้นเคยที่โชยมาจากร่างของชายแปลกหน้าสวมชุดดำทั้งตัว สมองของเขาหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางหนีจากสถานการณ์ตรงนี้พร้อมกับคิดในใจว่าพวกมันหาเขาเจอได้ยังไง!?!


“เป็นเด็กดีให้ฉันพาตัวกลับไปดีกว่าเจ้าครึ่งสัตว์นี่ ฉันไม่อยากออกแรงให้สินค้าอย่างแกเสียหายหรอกนะ” ร่างใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ แฮงค์ขู่ฟ่อก้าวถอยจนชิดจนมุม มือของอีกฝ่ายยื่นเข้ามาใกล้หมายจะจับตัวของเขา


ต้องหนี!


“แง้ว!!!


“โอ้ย!! ไอ้แมวบ้าเอ่ย!!!


ชายแปลกหน้าร่างใหญ่กุมมือแนบเมื่อกรงเล็บคมข่วนเข้าที่หลังมือ ร่างใหญ่ของเมนคูนกระโจนออกจากบ้านทางประตูหลังที่เปิดไว้ ไม่สนใจว่าฝนที่กระหน่ำตกอยู่จนทำให้มันหนักตัว ตอนนี้ขอแค่หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่แฮงค์จะทำได้


“แง้ว!!!


“ได้ตัวล่ะ!! โอ้ย! อย่าดิ้นสิว่ะ!!


ร่างใหญ่ของเขาถูกคว้าไว้ทันทีที่ก้าวออกจากประตูบ้าน กรงเล็บคมข่วนสะเปะสะปะถูมือที่จับเขาไว้บ้าง ถูกใบหน้าของคนที่จับเขาไว้บ้างจนคนจับสถบด่า แรงที่ใช้จับตัวเขาบีบแรงขึ้นจนแฮงค์เจ็บแต่ก้ยังไม่หยุดดิ้นหวังให้เจ้าคนที่จับเขาไว้ปล่อย


“เอาไอ้ยานั่นออกมาดิ! ยืนกุมมืออยู่นั่นแหละโว้ย!!” ชายที่จับเขาไว้ตวาดอย่างหัวเสีย


“เออๆ หาอยู่เนี่ย! ใครจะคิดว่ะว่าไอ้แมวนี้มันจะดื้อด้านกว่าครึ่งสัตว์ตัวอื่น”


“แง้ว!!!” แฮงค์ร้องเสียงดังแข่งกับเสียงฝน หวังให้คนที่อยู่ระแวกบ้านได้ยินเสียงร้องโวยวายของเขาจนต้องออกมาดูก่อนที่จมูกจะได้กลิ่นอะไรบางอย่างหวานๆชวนเคลิ้ม นั่นทำให้เขายิ่งดิ้นมากกว่าเดิมเมื่อสายตาเหลือบเห็นขวดน้ำหอมบางอย่างที่ชายคนแรกถือเอาไว้


ไม่...จะหลับไม่ได้...


สติของแฮงค์เริ่มเลือนลาง ดวงตาคู่ดุสีฟ้าสดปรือลงด้วยฤทธิ์ของยา...


“กว่าจะสงบได้ เปลื้องแรงชะมัด ฤทธิ์เยอะจริง”


“อย่าบ่นเลยว่ะ รีบๆกลับเหอะ เดี๋ยวนายก็ด่าเข้าให้”


คอนเนอร์...

.

.

.

.

เพล้ง!


“คอนเนอร์! ไม่บาดเจ็บตรงไหนนะ!?


เอ๊ะ...?


ดวงตาคู่สวยสีเฮเซลกระพริบปริบคล้ายกับกำลังเรียกสติที่เหม่อไปไกลให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันก่อนที่จะเงยสบกับดวงตาหลายๆคู่ที่มองมาด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะคาร่ากับมาร์คัส คอนเนอร์เอียงศีรษะเล็กน้อยเชิงถามว่า เป็นอะไรกันหรอครับ?


“นี่นาย...ไม่รู้สึกตัวเลยหรือไง เฮ้อ ระวังๆหน่อยสิ!” มาร์คัสถอนหายใจในขณะที่คาร่าขยับกวาดเศษแก้วข้างๆเท้าของเขา เอ๊ะ...เศษแก้ว??


“ทำไมแก้วแตกละครับ...” ร่างโปร่งมองมือของเขาเองที่เคยมีแก้วใบนั่นอยู่ในมือ มาร์คัสขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทีราวกับจำไม่ได้ของเพื่อน


“เอ่อ...คุณคอนเนอร์เพิ่งทำหล่นแตกครับ...” เสียงนุ่มนวลของไซม่อนเอ่ยตอบด้วยท่าทีลนลาน คอนเนอร์นิ่งเงียบพร้อมกับมองมือของเขาเองท่ามกลางสายตาเครียดๆของมาร์คัสและคาร่า ทั้งคู่มองหน้ากันและสื่อสารทางสายตาแล้วหันกลับไปมองเพื่อนที่เพิ่งหลุดจากอาการเหม่อ


นี่มันไม่ธรรมดาแล้วที่คอนเนอร์จะเหม่อจนทำแก้วตกแตกแล้วไม่รู้ตัว


“นายมีอะไรจะระบายให้เราฟังรึเปล่าคอนเนอร์?” ร่างสูงเจ้าของนัยต์ตาสองสีนั่งลงตรงข้ามกับร่างโปร่งพร้อมกับจ้องมองด้วยแววตาเป็นห่วงปนๆกับกดดัน


คอนเนอร์ยิ้มแห้งๆพร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธ


“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่คิดอะไรไปเรื่อยเท่านั่นเอง” ดวงตาคู่สวยสีเฮเซลเสหลบสายตาที่มองมาอย่างคาดคั้นไปมองสวนด้านนอก ในเวลานี้...ฝนกำลังตกอยู่


เหมือนในวันนั่นที่เขาเจอแฮงค์นอนบาดเจ็บขดอยู่หลังกล่องลัง


“รู้รึเปล่าครับ วันนั่นที่ผมเจอแฮงค์น่ะ ก็ฝนตกเหมือนกัน” อยู่ๆคอนเนอร์ก็เอ่ยพูดถึงแมวที่อยู่ที่บ้านขึ้นมา นั่นทำให้มาร์คัสกับคาร่าขมวดคิ้ว “เขานอนขดอยู่หลังกล่องลัง บาดเจ็บที่ช่วงท้อง ผมเองอุ้มเขาแล้วพาไปส่งที่โรงพยาบาลสัตว์ วันนั่นทำผมแปลกใจมากจริงๆ” เด็กหนุ่มยังเอ่ยต่อไปเรื่อยๆในขณะที่สายตายังจ้องอยู่กับสายฝนที่ตกลงมา


ไซม่อนนั่งฟังแล้วก็ได้แต่นั่งมองอย่างมึนงงเพียงเท่านั่น ดวงตากลมสีฟ้าจางหันมองหน้าคนนั่นคนนี้สลับกันไปมา เขาไม่รู้จะพูดอะไร... เขาไม่ได้สนิทกับคอนเนอร์มากขนาดมาร์คัสกับคาร่า แต่เขาเข้าใจ...


“คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับ...เอ่อ...แฮงค์ใช่มั้ยครับ?” เสียงนุ่มเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองเอ่ยเสียงเบา ดวงตากลมสีฟ้าจางส่งสายตาเชิงเข้าใจไปให้คอนเนอร์ เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยิ้มรับก่อนที่จะพยักหน้าเบาๆ


“เมื่อเช้า...เขามีท่าทางแปลกๆ เขาบอกว่าสังหรณ์ใจไม่ดี วันนี้ผมไม่อยากออกมาจากบ้านเลยครับ” ดวงตาคู่สวยสีเฮเซลผลุบต่ำลงพร้อมกับถอนหายใจเบาๆอย่างเป็นกังวล


มือเรียวขาวยื่นมาแตะบ่าของร่างโปร่งอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆของไซม่อนถูกส่งมาให้กับคอนเนอร์


“พวกสัตว์จะมีสัญชาตญาณที่ดีกว่ามนุษย์ครับ พวกเขาสามารถที่จะรับรู้สิ่งต่างๆได้ก่อนราวกับมีญาณมองเห็นอนาคต ราล์ฟเองก็เคยมีท่าทีกระวนกระวายช่วงก่อนที่ฝนจะตกเหมือนกัน บางที...แฮงค์อาจจะเป็นแบบนั่น แต่ผมคิดว่าสัญชาตญาณของเขาน่าจะถูกลดทอนลงเพราะเขามีสายเลือดของแมวเพียงแค่ครึ่งเดียว...” เจ้าของนัยต์ตาสีฟ้าใสจางส่งยิ้มบางๆให้กับอีกฝ่าย “เพราะงั้น...คุณน่าจะทำใจให้สบายดีกว่านะครับ มันอาจจะเป็นกรคิดไปเองก็ได้...”


“เหมียว!


ยังไม่ทันที่ไซม่อนจะพูดจบ เสียงร้องเรียกของแมวก็ดังขึ้นเรียกความสนใจของทุกคนไปรวมกันอยู่ที่ร่างเพรียวของแมวสีขาวสะอาดเปียกฝนวิ่งเข้ามาใกล้ มันร้องเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะมีแมวตัวไหนร้องแบบนั่นนอกซะจากเวลาขอข้าวกิน


ตอนแรกพวกคอนเนอร์ก็ไม่สนใจหรอก จนกระทั่งแมวตัวนั่นกระโจนเข้าใส่คอนเนอร์นั่นแหละ!


“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิ...!” ดวงตาคู่สวยสีเฮเซลเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อร่างเล็กกระโจนขึ้นมาจิกเล็บบนอกเสื้อของเขาพร้อมกับร้องเสียงดังราวกับกำลังโวยวาย คอนเนอร์ไม่เคยเห็นแมวที่ไหนกระโจนเข้าใส่คนแบบไม่มีเหตุผลมาก่อนเลย


“เฮ้ๆ เจ้าตัวน้อย แกกำลังทำเพื่อนฉันเจ็บนะ” มาร์คัสว่าพยามเอื้อมมือมาจับแมวที่เกาะอกเสื้อของคอนเนอร์เสียเนื้อตัวและเสื้อของร่างโปร่งเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่เหมือนว่าเจ้าตัวเล็กจะไม่ยอม มันไม่ยอมปล่อยกรงเล็บจากอกเสื้อของคอนเนอร์เลย


“เหมียวๆๆ!!!” เสียงร้องของเจ้าเหมียวดังก้องโรงอาหารจนคนอื่ๆเริ่มหันมามอง คอนเนอร์มองเจ้าเหมียวที่เกาะอกเสื้อเขาไม่ยอมปล่อยพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังบอกเขาว่า...เหมือนจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น...


“ฉันว่า...เราออกจากโรงอาหารกันก่อนเถอะค่ะ...” คาร่าเสนอความเห็น ซึ่งทุกคนก็พยักหน้ารับแต่โดยดีแล้วรีบพากันออกจากโรงอาหารก่อนที่พวกเขาจะเป็นจุดสนใจไปมากกว่านี้


“เหมียว!” แต่ก่อนที่จะได้ไปไหน เจ้าเหมียวที่ตอนแรกเกาะอกเสื้อของเขาราวกับกาวก็กระโดดลงจากตัวพร้อมกับส่งเสียงร้องแล้วเดินนำหน้าไปเล็กน้อยแล้วก็หันกลับมาร้องอีกราวกับจะให้ตามมันไปยังไงอย่างนั่นแหละ


“เอ่อ...เหมือนเขาจะ...ให้เราตามไปเลยนะครับ...” ไซม่อนเอ่ยอย่างไม่แน่ใจเท่าไหร่เมื่อมองการท่าทางของแมวสีขาวตัวนั่น


“นั่นสิ...แต่...เฮ้! คอนเนอร์!?!” มาร์คัสส่งเสียงเรียกเพื่อนที่ก้าวเดินผ่านเขาตามเจ้าแมวตัวนั่นไปโดยที่ไม่รอฟังอะไรทั้งนั่น


ร่างเล็กสีขาวเมื่อเห็นว่าคนที่มันพยายามร้องเรียกใหสนใจเดินตามมาก็รีบพุ่งตัวออกไป คอนเนอร์รีบวิ่งตามเจ้าแมวตัวนั้นไปทันที เดือดร้อนถึงเพื่อนๆที่ต้องรีบตามตัวคนที่ตอนนี้ไม่สนอะไรแม้แต่เรียนเวลาเรียนนอกจากตามแมวตัวนั่นไป


ให้ตายสิ! ต้องย้ำกับตัวเองอีกกี่ครั้งว่าอย่าลืมว่าคอนเนอร์มันดื้อเงียบ!!


และเป็นอีกครั้งที่มาร์คัสได้แต่บ่นในใจ...




 

อะไร...เกิดอะไรขึ้น...


ร่างโปร่งรีบก้าวเท้าตามแมวสีขาวที่วิ่งอยู่ข้างหน้าโดยไม่สนใจว่ากำลังวิ่งตากฝนอยู่ และไม่สนใจว่าที่ตัวเองกำลังตามเหมือนคนบ้าอยู่ก็เป็นเพียงแค่แมวตัวหนึ่ง...


เขาเพียงแค่ทำตามที่ใจตัวเองบอก...มันต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ


คอนเนอร์บอกตัวเองแบบนั่น เขายอมที่จะวิ่งตามแมวตัวหนึ่งไปเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้รู้สึกไปเอง ทางที่แมวตัวนี้วิ่งมา มันคือเส้นทางมายังบ้านของเขาเอง นั่นทำให้คอนเนอร์ร้อนใจ เขาพยายามบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก แต่เขาก็หลอกตัวเองไม่ได้ว่าไม่ได้กำลังรู้สึกกลัว...กลัวว่าวันหนึ่งจะกลับบ้านมาแล้วไม่เจอแมวเมนคูนสีดอกเลาอยู่ในบ้าน


และความกลัวของเขาก็เป็นจริง...


“แฮงค์ครับ!” มือเรียวกระชากประตูให้เปิดออกอย่างร้อนรนหลังจากที่ปลดกลอนเสร็จ ภายในบ้านเงียบเชียบ... คอนเนอร์พยายามบอกตัวเองว่าแฮงค์อาจจะหลับอยู่จึงไม่ได้ยินเสียงเขา แต่ในความจริงนั่นมันเป็นไปไม่ได้ที่แฮงค์จะมื่นขึ้นมาหลังจากที่เขากลับมาถึงบ้านและเปิดประตูเข้ามา


ไม่มีร่างใหญ่สีดอกเลาที่คุ้นตาหรือแม้แต่ร่างของชายวัยกลางคนเจ้าของหูและพวงหางแมวสีดอกเลาที่เดินมาต้อนรับเมื่อเขากลับบ้าน...


“เฮ้! ประตูหลังบ้านเปิดอยู่!!” เสียงของมาร์คัสดังขึ้นเรียกให้คอนเนอร์รีบก้าวเท้าเดินไปยังครัว


มาร์คัสพูดถูก...ประตูหลังบ้านเปิดอยู่พร้อมกับร่องรอยรองเท้าย่ำดินเปียกเลอะพื้นห้องครัวบ่งบอกว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในบ้าน...


และรอยเลือดสีแดงที่กระเด็นเป็นหยุดเล็กที่บริเวณหน้าประตู...


!!” คอนเนอร์ทรุดลงบนพื้นห้องครัว ร่างโปร่งหมดแรงเอาซะดื้อๆ ดวงตาคู่สวยสีเฮเซลสั่นระริกอย่างไม่อาจคุมได้ ร่างกายของเขาสั่นไปหมด


ไม่...แฮงค์ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว...


“คอนเนอร์! คอนเนอร์! ทำใจดีๆไว้!” มือเล็กเขย่าตัวของเด็กหนุ่ม คาร่ามองอาการสั่นของเพื่อนอย่างเป็นกังวล มันเหมือนฝันร้ายของคอนเนอร์กำลังจะกลับมา นี่มันเหมือนคราวนั่นไม่มีผิด


“ฉันโทรตามตำรวจแล้ว! อีกสักพักก็คงมาถึง พาคอนเนอร์ไปสงบสติอารมณ์ก่อน!” ร่างสูงของมาร์คัสเดินเข้ามาดูอาการของเพื่อนที่นั่งเอนตัวพิงกับไหล่ของคาร่าราวกับคนหมดเรี่ยวแรง ดวงตาคมสองสีเลื่อนมองไซม่อนที่อุ้มแมวสีขาวตัวนั่นด้วยแววตาสั่นระริกราวกับจะร้องไห้แทนร่างโปร่งที่สีหน้าเรียบนิ่งคล้ายคนกำลังช็อค


คอนเนอร์ไม่ค่อยร้องไห้นัก...ต่อหน้าใครก็ตาม แต่ตอนนี้เขารู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา แฮงค์จะเป็นยังไงบ้าง...เขาดูแลแฮงค์ตามที่บอกไม่ได้...


คอนเนอร์รู้สึกแย่...แย่มากๆ เขาคิดถึงแฮงค์...


ไม่นานนัก ตำรวจก็มาถึงที่บ้านของคอนเนอร์ ร่างโปร่งนั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟาโดยมีเพื่อนนั่งอยู่ข้างๆ


“สรุปว่าแมวหาย? ผู้บุกรุกขโมยตัวแมวไปอย่างเดียวเนี่ยนะ?” เจ้าหน้าที่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนที่จะสถบเบาๆกับตัวเอง ก็แค่แมวตัวเดียว ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้


ทุกคนอึกอัก ไม่รู้จะบอกยังไงว่าแมวตัวนั่นไม่ธรรมดาแต่เป็นครึ่งคนครึ่งแมวต่างหาก แต่พูดไปตำรวจจะเชื่อพวกเขาหรอ


แต่แล้วคอนเนอร์ก็เงยหน้าขึ้นจ้องายตำรวจคนนั่นด้วยแววตาแข็งกระด้างด้วยความไม่พอใจ


“แค่แมวตัวเดียว...คุณพูดแบบนั่นหรอครับ!? แฮงค์น่ะสำคัญกับผมมากนะครับ เขาไม่ได้เป็นแค่แมวหรือว่าครึ่งสัตว์ เขาคือคนสำคัญของผม! แล้วตอนนี้เขาถูกลักพาตัวไป คุณจะให้ผมอยู่เฉยๆแล้วยอมให้เขาต้องถูกซื้อไปอยู่กับคนอื่นงั้นหรอ!?!” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยแทบจะตวาดใส่นายตำรวจคนนั่น ดวงตาคู่สวยสีเฮเซลวาวโรจน์อย่างน่ากลัว


“เดี๋ยวนะ...ฉันว่าฉันจำเธอได้...” ดวงตาคมสีมรกตจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับหรี่สายตาลงเล็กน้อย “เธอคือเด็กที่มาแจ้งความเรื่องแม่ถูกลักพาตัวนี่!! คราวที่แล้วก็แม่ คราวนี้แมวงั้นเรอะ! ให้ตายสิ” มือเรียวหนายกขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเองอย่างหัวเสีย “ตอนแม่ของเธอฉันก็เข้าใจอ่ะนะ แต่นี่มันแมว! แค่แมวตัวเดียวเอง ปล่อยไปเถอะน่า!! มันเสียเวลาตำรวจนะรู้มั้ย!?


คอนเนอร์เม้มปากแน่น ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะสติหลุดได้ขนาดนี้ เขาไม่อยากเจอเหตุการณ์เดียวกันกับที่แม่ของเขาถูกลักพาตัวไปโดยพวกแก็งใต้ดิน ครั้งนั่นก็แย่พอแล้วที่คุณแม่ของเขาถูกฉุดไปต่อหน้าต่อตา...


คราวนี้ยังมาเป็นแฮงค์อีก...


“คุณกาวินครับ ผมว่าคุณควรหยุดทำท่าทางไม่เป็นมืออาชีพแบบนั่นได้แล้วนะครับ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น คอนเนอร์เงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่พร้อมๆกับนายตำรวจที่สะดุ้งเล็กๆเมื่อร่างของเขาถูกยึดไว้ด้วยมือเรียวแต่แข็งแรงของคอนเนลที่โผล่มาดึงไหล่ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ดวงตาคมสีฟ้าใสเลื่อนขึ้นมองใบหน้าของพี่ชายฝาแฝด


“ทางตำรวจจะช่วยครับ ถ้าพี่ยอมเล่าออกมาให้หมดว่าจริงๆแล้ว แฮงค์เป็นใครกันแน่”


ร่างโปร่งแสดงสีหน้าลำบากใจแต่แรงบีบบ่าให้กำลังจากมาร์คัสและคาร่า ทำให้คอนเนอร์พยักหน้าช้าๆแล้วเงยหน้าขึ้น


“แฮงค์เป็น...”

.

.

.

.

“ไอ้ครึ่งสัตว์สกปรก!! ตื่นเว้ย!” เสียงทุบกรงเสียงดัง ทำให้สติที่เลือนลางเริ่มกลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้ง ดวงตาคมดุสีฟ้าสดค่อยๆปรือเปิดขึ้นก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะสะดุ้งขยับตัวลุกขึ้น แฮงค์มองรอบตัวด้วยความระแวง ภาพกรงขังมากมายที่คุ้นเคย กลิ่นสาบเหม็นอับคุ้นจมูก เห็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มากมายที่ถูกขังไว้ในกรง


เขาถูกพากลับมาแล้ว...


“พรุ่งนี้ถึงวันประมูลแล้ว ช่วยทำตัวเป็นเด็กดีจะได้มั้ยว่ะ! อยากตายก่อนหรือไง!!” เสียงข่มขู่ดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่ชายคนนั่นจะเดินเข้ามาใกล้กับกรงของแฮงค์ “ส่วนแก อย่าคิดว่าจะหนีไปได้อีกเป็นครั้งที่สอง”


แกร๊ก!!


“โว้ย!! เอาออกไปนะเว้ย!!” มือใหญ่พยายามดึงรั้งปลอกคอที่สวมอยู่บนลำคอ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่ปลอกคอโลหะจะหลุดเพียงเพราะการกระชาก จนแมวยักษ์ได้แค่ขู่คำรามในลำคอเป็นการเตือนว่าอย่าเข้ามาใกล้ตนเพียงเท่านั่น


ใบหูสามเหลี่ยมลู่ไปด้านหลังยามเมื่อรับรู้ว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถหนีไปไหนได้อีก...


เจ้าเด็กนั่น...จะรู้รึยังนะ...จะทำยังไงต่อเมื่อเขาหายไปแบบนี้


เฮอะ! ก็คงไม่ได้เสียใจมากนักหรอก!


ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนอนในกรงขังที่ไร้ซึ่งอิสรภาพ ดวงตาคู่คมสีฟ้าสดข่มตาลง ใบหน้าขาวเนียนเปื้อนรอยยิ้มของคอนเนอร์ปรากฏขึ้นในความคิด


ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะ แต่... คิดถึงเจ้าเด็กนั่นชะมัด...

.

.

.

.

TO BE CONTINUED






-Talk with Writer-

        สวัสดีค่าาาา กลับมาเจอกันอีกแล้วนะคะในตอนนี้ ใกล้จะจบแล้วล่ะคะ มาเอาใจช่วยน้องกันว่าจะตามไปช่วยลุงแมวทันหรือไม่!! กว่าตอนี้จะผลิตออกมาได้ ไรท์เค้นตัวเองแบบสุดๆค่ะ มาถึงจุดนี้ได้ก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าทำได้ยังไง--- ส่วนกาวิน รี้ดก็มีบทในนี้เหมือนกันนะจ๊ะ ถ้าถามว่าคอนเนลของเรารู้จักกับคุณตำรวจได้ยังไง--- คงต้องตอนพิเศษแล้วแหละค่ะ 55555 มาร์คัสไซม่อนก็รอต่อในตอนพิเศษ เรื่องหลักให้คู่หลักไปเถอะ เนอะ//ขยิบตา

          ช่วงนี้วันหยุดไรท์ขยับมาเป็นวันจันทร์กับอังคารแล้วค่ะ วันลงฟิคก็จะขยับตามวันหยุด วันทำงานไรท์หมดแรงจะเขียนฟิค--- เอาเป็นว่า ก็ขอขอบคุณทุกๆคอมเม้นและกำลังใจด้วยนะคะ//กราบผู้อ่าน วันนี้ก็เหมือนเดิม ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ไว้เจอกันตอนหน้า บะบายยยยยย


STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

224 ความคิดเห็น

  1. #196 Mkmongkorn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 07:44
    ฮืออออ น้องน่าสงสารมากเลย ช่วยแฮงให้ได้น้าาาา!_!
    #196
    0
  2. #150 moonwing (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 08:38
    งื้ออออ สงสารน้อง สงสารลุง T T
    #150
    1
  3. #147 tong_btob (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 00:44
    เกวินคอนเนลเอ๊ะๆแต่เมื่อไรพี่มาคัสจะรู้ใจไซม่อนอ่าาเรารอลุ้นอยู่น่ะ
    #147
    1
  4. #141 baimon_bn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 07:35

    เอ๊ะ เกวินและคอนเนล อัยย๊ะมันชักจะยังไงใจมันลอยไปอยู่กับเธอ

    #141
    1
    • #141-1 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 14)
      12 กรกฎาคม 2561 / 07:36
      //ขยิบตาวิ๊ง
      #141-1
  5. #138 Neel the shipper (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 16:10

    ลู๊งงงงงงงงงงงงง อย่าเพิ่งน้อยใจ น้องมาช่วยลุงแน่ๆอย่าคิดงั้นเส่ T T ลุงกวิ้นต้องช่วยน้องนะคะ!!! แมวหายไม่ใช่เรื่องเล็กนะลุง...เดะให้น้องนายสั่งสอนซะเลย หึ่ยยยยยย (*__* )ง // นี่ขนาดไรต์มีงานนะ แต่ไรต์ฟิตแต่งไวมากเลยค่ะ อห.... จิรอตอนพิเศษนะคะ...... (_ _ )/////

    #138
    1
    • #138-1 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2561 / 16:14
      เขียนไปก็อยากตบตีกวิ้นเลยค่ะ ใช่ค่ะ! แมวหายไม่ใช่เรื่องเล็กนะคะกวิ้น!! //ฮะๆ สาเหตุที่มาลงไวเพราะเราเองก็อดใจไม่ไหวเหมือนกันค่ะ อยากแต่งอยากลง ///-\\\ รอเรื่องหลักจบก่อนตอนพิเศษจะมาค่ะ!
      #138-1
  6. #136 Keaw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 01:30

    หึยยยย ตื่นเต้นแล้วค่ะ น้องจะช่วยแฮงค์ได้ด้วยวิธีไหนกันน!! //เป็นกำลังใจให้ไรท์ แล้วก็จะรอติดตามตอนต่อไป(และตอนพิเศษ..แค่กๆ)นะคะ ปาใจใส่ ปิ้วๆ

    #136
    1
    • #136-1 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2561 / 06:06
      ขอบคุณค่ะ ได้รับกำลังใจเต็มเปี่ยมเลยค่ะ <3
      #136-1
  7. #135 chularak_1a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 23:57
    เย้ๆ มาแล้วๆๆ
    #135
    1
    • #135-1 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 14)
      10 กรกฎาคม 2561 / 00:00
      ระ...รวดเร็วมากค่ะ---
      #135-1