[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 5 : -3- Story about that girl name ‘Frisk’

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    3 ส.ค. 60

-3- Story about that girl name ‘Frisk’




“ไม่มีใครเคยบอกนายหรือยังไงว่าการบุกห้องคนอื่นโดยเฉพาะเด็กสาวในยามวิกาลน่ะ มันเป็นอาชญากรรมน่ะ ห๊ะ! เจ้าถุงขยะยิ้มได้!!


เสียงเล็กร้องโวยวายขึ้นเมื่อถูกปลุกโดยบุคคลที่เธอค่อนข้างจะไม่ชอบหน้า คาร่าใส่ชุดนอน(ซึ่งมันก็แค่เสื้อยืดสีแดงกับกางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาลแค่นั่นเอง)กอดอกนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงพลางมองผู้บุกรุกยามวิกาลที่ยืนเอามือซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าอย่างสบายๆ ไม่ใส่ใจกับท่าทีโวยวายของเธอแต่อย่างใดจนน่าหงุดหงิด


welp ขอโทษทีแล้วกันนะคาร่า พอดีว่าฉันbone for waitซะแล้วล่ะเจ้าหนู” แถมยังมีหน้ามีเล่นมุขแป้กๆตรงหน้าเธออีก!! นี่ไม่สำนึกเลยใช่มั้ยว่าตัวเองบุกรุกเข้าห้องของผู้หญิงน่ะ!


คาร่าได้แต่มุ่ยหน้าพลางกลอกตาขึ้นบนและถอนหายใจเบาๆเป็นสเต็ป


“แล้ว...มีธุระอะไร” เธอยืดตัวขึ้นก่อนที่จะเปลี่ยนจากนั่งขัดสมาธิมาเป็นนั่งไขว่ห้างแทน เด็กสาวยังคงกอดอกอยู่พลางยกยิ้มน่าขนลุกที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ “ถ้าเหตุผลไม่ดีพอ แม่จะฆ่าทิ้งซะ =)” และแซนส์ก็รู้สึกได้จริงๆว่าอีกฝ่ายพูดจริงและลงมือกระทำจริงๆแน่นอน สังเกตได้จากมีดสีแดงเล่มหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในมือของเด็กสาวตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


เจ้าเด็กนี่อันตราย...


“เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วนะว่าฉันอยากรู้เรื่องอะไรน่ะเจ้าหนู” แซนส์ยิ้มพลางจ้องอีกฝ่ายอย่างจริงจัง คาร่ายิ้มกว้างพลางยกมือขึ้นเล่นเส้นผมสีน้ำตาลแดงของตัวเองอย่างเบามือก่อนที่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจนโครงกระดูกร่างเล็กชักจะหงุดหงิดขึ้นมานิดๆ


“เห...เรื่องอะไรกันนะ ถ้านายไม่บอกฉันจะรู้มั้ยล่ะ แซนส์ =)” รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ที่ฉายอยู่บนใบหน้าน่ารักคล้ายส่อแววเย้ยหยันกลับมาให้ เล่นเอาเขาคิ้ว(?)กระตุก


แต่ก็อย่างที่ว่า อยากรู้ก็ต้องอดทน!


“ฉันอยากรู้เรื่องของเด็กคนนั่นที่ชื่อฟริกส์”


“อยากรู้เรื่องของฟริกส์ ฮะๆๆๆ” เมื่อได้คำตอบที่ทำให้เขาต้องพูดทวนความต้องการของตัวเองอีกรอบ คาร่าหัวเราะลั่น ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมจ้องมองแซนส์อย่างนึกสนุก เธอผายมือขวาออกด้านข้างคล้ายกับไม่ใส่ใจอะไร “แล้ว...อย่างที่เคยถามไป นายจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ หืม”


คำถามที่เคยถูกถามมาแล้วถูกเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง


“ฉันอยากรู้จักเด็กคนนั้น” แต่คำตอบของโครงกระดูกร่างเล็กในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าเป็นเอกลักษณ์นั้น ทำให้เธอชะงักไป


“อยากรู้จัก?” คาร่าทวนคำของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ “นายบอกว่าอยากรู้จักฟริกส์อย่างนั้นหรอ?”


“ใช่”


ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมวาวโรจน์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!


“จะอยากรู้จักไปทำไม!? ในเมื่อเป็นนายเองที่ต้องการจะลืมฟริกส์!!” เด็กสาวตวาดเสียงดัง ความโกรธประทุขึ้นภายในอกของเธอ ดวงตากลมโตค่อยๆกลายเป็นสีดำขึ้นเรื่อยๆ แซนส์ตกใจจนดวงตาข้างซ้ายของเขาเรืองแสงสีฟ้าประกายสีเหลืองขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอะไรบางอย่าง...ที่เขาเหมือนจะคุ้นเคย


แต่คาร่าไม่สนใจปฏิกิริยานั้นของแซนส์เลยสักนิด


“นายเองนะที่เป็นคนทำให้ฟริกส์ตัดสินใจที่จะ ลบตัวเองให้หายไปแบบนี้!!


โครงกระดูกร่างเล็กนิ่งไป...


ลบ อย่างนั่นหรอ?


“หมายความว่ายังไงเจ้าหนู บอกมาเถอะ ฉันอยากรู้เรื่องของเด็กคนนั้นจริงๆ ฉันอยากจะรู้จักฟริกส์”


ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นใคร แต่ตัวตนในความทรงจำที่เลือนลางของเขานั่นบอกให้เขารู้ว่าเด็กคนนั้นสำคัญมาก...สำหรับเขา


ร่างเล็กตรงหน้านิ่งไป ใบหน้าน่ารักฉายแววตึงเครียดนิดหน่อยก่อนที่จะผ่อนคลายลง รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของคาร่าไม่ใช่รอยยิ้มน่าขนลุกแบบที่เธอชอบทำอีกต่อไปแล้ว มันกลับกลายเป็นรอยยิ้มเศร้าสร้อยเพียงเท่านั้นเมื่อเธอนึกถึง...เด็กสาวที่เธอไม่ได้เจอหน้ากันมา5ปี เธอไม่เคยลืมเด็กคนนั้นได้เลยแม้แต่น้อย


และแน่นอน...ว่าเธอเป็นคนเดียวที่จำเด็กคนนั้นได้อย่างชัดเจน


“ก็ได้...” เธอผ่อนลมหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองแซนส์ “ถ้านายอยากจะรู้มากขนาดนั้น ฉันก็จะเล่าให้นายฟัง”


“เรื่องราวของเด็กมนุษย์คนที่8ที่ตกลงไปในอันเดอร์กราวด์”

.

.

.

.

“นานมาแล้ว ย้อนกลับไป5ปีก่อนหน้านี้ ได้มีเด็กสาวคนหนึ่งตกลงมาสู่อันเดอร์กราวด์ เด็กมนุษย์คนที่8ได้ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่ไม่มีมนุษย์พลัดตกลงมานาน และ...พลังปณิธานอันแข็งแกร่งได้ปลุกให้วิญญาณดวงหนึ่งตื่นขึ้นจนการหลับใหลอยู่ภายใต้พุ่มดอกไม้สีเหลือง”


“วิญญาณดวงนั้น นั่นคือฉันเอง คาร่า =)


คาร่ายิ้มก่อนที่จะเล่าต่อไป แซนส์เองก็เปลี่ยนจากยืนฟังมาเป็นนั่งฟังเสียแล้ว มันเหมือนกับกำลังฟังนิทานเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะขัดกับความทรงจำที่เขามี


“เด็กคนนั้นชื่อว่า ฟริกส์ เธอได้เริ่มต้นการเดินทางภายในอันเดอร์กราวด์ เด็กสาวที่ไม่มีความรู้สึกใดใดอยู่ภายในหัวใจ และ...ความรู้สึกแรกที่เธอได้มา...ที่ฉันรู้สึกได้จากวิญญาณของฟริกส์นั่นคือความกลัว...กลัวต่อเหล่ามอนสเตอร์ กลัวว่ารอยยิ้ม ความอ่อนโยน ความเป็นมิตรที่เหล่ามอนสเตอร์มอบให้จะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เหมือนที่เธอเคยเจอกับตัว ฟราววี่เป็นคนที่ทำให้เธอฟริกส์รู้สึกแบบนั้น” คาร่าหลับตาลงก่อนที่จะเริ่มพูดประโยคต่อไป


“ดังนั่น...ก่อนที่เธอจะถูกฆ่า ฟริกส์ก็เลย...ฆ่าพวกเขาก่อน...”


โพรงเบ้าตาของแซนส์กลายเป็นสีดำมืดเมื่อได้ยินความจริงข้อนั้น...เด็กคนนั้นฆ่าพวกเขา...


“ฟริกส์มีพลังอยู่...พลังที่สามารถเซฟและรีเซ็ต เมื่อเธอตาย เธอสามารถย้อนกลับมาได้อีกครั้ง และเธอสามารถที่จะเริ่มต้นเรื่องราวเล่านี้ได้ใหม่หมด” เด็กสาวเปลี่ยนท่านั่งเป็นนั่งขัดสมาธิเมื่อเธอเริ่มจะเมื่อย ดวงตากลมโตสีทับทิมจ้องมองแซนส์ที่ดูเหมือนจะช็อคที่ได้ยินเรื่องราวของฟริกส์ที่ฆ่ามอนสเตอร์ไปมากมาย “ฟริกส์...เธอเหมือนกับเด็กแรกเกิด เมื่อเธอเริ่มเรียนรู้ที่จะฆ่า ความหวาดกลัวและความระแวงที่เคยมีมาตั้งแต่ต้นเริ่มเปลี่ยนเป็นความสนุกที่ได้ฆ่าแทน LV EXP ของเธอได้เพิ่มสูงขึ้น ตัวฉันที่เป็นวิญญาณที่ติดตามฟริกส์ก็เริ่มที่จะสูญเสียความเป็นตัวเอง ฉันเริ่มที่จะสนุกสนานไปกับฟริกส์ และฉันเองก็เริ่มสังเกต...ฉันเริ่มสามารถที่จะควบคุมร่างกายของฟริกส์ได้ ฉันมักจะเข้าควบคุมร่างกายของฟริกส์เพื่อฆ่ามอนสเตอร์บ้าง แต่...ฉันไม่สามารถทำใจให้สู้กับบุคคลที่ฉันรักได้...พาไพรัส อันไดน์ คุณพ่อแอสกอร์ หรือฟราววี่...ฉันหมายถึงแอสเรียล ฉันลังเล แต่ตอนนั่นเองที่ฟริกส์กลับมาควบคุมและตวัดมีดเข้าฆ่าพวกเขา”


นี่มันคือเรื่องจริง... แซนส์รู้สึกได้เหมือนกับว่าเขาเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาก่อน ตัวของเขาสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ เด็กนั่นเคยฆ่าน้องชายของเขา!!


คาร่ามองแซนส์พลางแค่นหัวเราะเบาๆ


“นายอยากจะฟังต่อรึเปล่า ฉันไม่ว่าอะไรนะ ถ้านายจะไม่อยากฟังต่อ นายน่ะ เกลียดฟริกส์ขนาดที่สามารถลงมือฆ่าฟริกส์ได้ แทบจะไม่ลังเลเลยที่จะฆ่าเด็กคนนั้นเพราะความโกรธแค้นนี่นา” เด็กสาวหัวเราะพลางยกยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ “จะบอกให้นะ...ฟริกส์น่ะ อ่อนไหวกับนายที่สุด ทั้งๆที่ตั้งมั่นในปณิธานว่าจะฆ่าทุกคน แต่สุดท้าย...ฟริกส์ก็ดันมาอ่อนโอนไม่กล้าสู้กับนายจนเป็นฉันเองนี่แหละ! ที่ต้องเข้าควบคุมร่างของฟริกส์เพื่อฆ่านายยังไงล่ะ!


แซนส์พยายามที่จะข่มอารมณ์ของตัวเองที่เริ่มจะพุ่งสูงอยากจะฆ่าเด็กตรงหน้านี้ แต่คาร่าก็ยังมีท่าทีสบายๆ ไม่หวั่นใจว่าโครงกระดูกตรงหน้าเธอจะหยิบอาวุธขึ้นมาสู้กับเธอแม้แต่น้อย เธอยิ้มกว้างพลางมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายต่อไปโดยที่ไม่ได้เล่าอะไรออกมาอีก


“ไหวรึเปล่า ถ้าไม่ไหวล่ะก็...ลืมๆเรื่องของฟริกส์ไปซะ และมีความสุขกับโลกนี้ที่ไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเถอะ เชื่อเถอะ...ไม่ช้า นายก็จะลืมฟริกส์ไปเอง” เด็กสาวยิ้มก่อนที่จะเอนตัวพิงกับหัวเตียง


ยังไงซะ...แซนส์ก็เกลียดฟริกส์อยู่แล้ว...ต่อให้จำได้หรือไม่ได้ก็ตาม...


“ไม่ล่ะ” เสียงทุ้มของแซนส์ดังขึ้น ทำให้คาร่าเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจ ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมเลื่อนไปสบกับดวงตาสีขาวของแซนส์ “ฉันจะฟังต่อ ฉันยังอยากรู้เรื่องของเด็กคนนั้น”


คาร่านิ่งไปเล็กน้อยพลางเผยยิ้มร่าเริงออกมา


“โอเค! ถ้านายพร้อมฟัง ฉันก็พร้อมจะเล่าต่อ”


“หลังจากนั้น ฟริกส์ก็เริ่มมีความรู้สึกที่แปลกไป เธอเริ่มที่จะเสียใจกับเรื่องที่ทำลงไป ร้องไห้อย่างกับเด็ก เสียใจและเริ่มเกลียดตัวเธอเองที่ฆ่าทุกๆคน ฉันได้เสนอให้เธอทำลายโลกนี้ทิ้งซะแต่ฟริกส์ปฏิเสธและรีเซ็ตทุกอย่างให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ท่ามกลางความไม่เข้าใจของฉัน เธอฆ่าทุกอย่างแต่ก็กลับมาสร้างทุกอย่างให้ดีขึ้น ฉันเสนอจะนำสิ่งที่เธอทำลายไปกลับมาโดยแลกกับวิญญาณของฟริกส์ เด็กนั่นตกลงและเริ่มการเดินทางใหม่ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ปณิธานที่จะช่วยให้ทุกคนมีตอนจบที่ดี การช่วยพังบาเรีย... ฟริกส์เริ่มอ่อนโยนกับทุกคน เรียนรู้ที่จะไว้ชีวิตและไม่ฆ่าใคร พยายามชดใช้ความผิดที่เคยฆ่าทุกคนไป แม้จะไม่มีใครรู้แต่เธอยังรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา และนาย...ใช่ นายจำได้ว่าฟริกส์เคยทำอะไรมา”


เด็กสาวมองแซนส์ที่ยังคงนิ่งฟังอยู่ก่อนที่จะเริ่มพูดต่อ


“แน่นอน นายไม่ให้อภัยเด็กคนนั้นแต่เพราะคำสัญญาของคุณแม่ทอเรียลยังค้ำคอนายไว้ นั่นทำให้นายไม่ได้ลงมือฆ่าฟริกส์ทั้งที่อยากทำจะตาย ฟริกส์รู้ว่านายเกลียดเธอ แต่เธอก็ไม่หยุดที่จะรู้สึกดีกับนาย น่าแปลก ทั้งๆที่ฟริกส์ควรจะแค้นนายที่ฆ่าเธอ แต่เธอกลับยิ้มรับและก้าวเข้าไปทำความรู้จักกับนาย” คาร่ายิ้มเล็กๆและแซนส์เองก็ดูเหมือนจะจำได้นิดๆ ถึงแม้ใบหน้าของเด็กคนนั้นจะนิ่งแต่เหมือนเขาจะจำได้ว่าเธอมักจะหัวเราะกับมุขของเขาแม้ว่ามันจะแป้กแค่ไหนก็ตาม


ความทรงจำต่างๆเกี่ยวกับเด็กคนนั้นค่อยๆหลั่งไหลออกมาเหมือนกับความทรงจำที่ถูกล็อคไว้จะถูกสะเดาะกุญแจออกมาแล้วทั้งตอนที่เด็กสาวคนนั้นไปเที่ยวกับเขาในกิลบี้ ทั้งตอนที่เธอซื้อฮอตแคทของเขาไปมากจนต้องวางไว้บนศีรษะของเธอ ตอนที่เธอทำอาหารกับพาไพรัส ตอนที่เธอมักจะยิ้มแย้มสดใสให้กับเขา


และแซนส์ก็รู้ตัว...เขาให้อภัยเด็กคนนั้นเสมอ


แซนส์ เสียงใสเอ่ยเรียกชื่อของเขา เขาจำมันได้แล้ว...จำได้ ทั้งหมดเลย


“และเมื่อฟริกส์ต้องต่อสู้กับฟราววี่ เธอก็ไม่เคยยอมแพ้แม้จะต้องตายไปกี่ร้อยครั้งก็ตาม ตอนที่ช่วยแอสเรียล เธอเปี่ยมไปด้วยปณิธานที่จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อช่วยแอสเรียลให้หลุดออกจากความเศร้าที่สูญเสียฉัน โลกนี้น่ะ...มีแค่ถูกช่วยกับช่วยคนอื่น ฟริกส์ได้เรียนรู้คำเหล่านี้ด้วยตัวของเธอเอง และในที่สุด แอสเรียลก็ตัดสินใจทำลายบาเรียโดยใช้วิญญาณของฉันที่อยู่ในตัวเขาและวิญญาณของเด็กอีก6คนที่เคยตกลงมาในอันเดอร์กราวด์และพวกนายก็ได้รับอิสรภาพ”


“แต่ฉันก็ระแวงว่าฟริกส์จะรีเซ็ตอีกมั้ย...” แซนส์เอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบฟังมานาน “ถึงฟริกส์จะสัญญาว่าจะไม่รีเซ็ตอีก แต่ฉันก็ยังระแวงตลอดเวลา ถึงจะให้อภัยแต่ฉันก็ระแวงงี่เง่า กลัวว่าฟริกส์จะรีเซ็ต” เขากำมือแน่นก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองคาร่า “แต่ฉันไม่เข้าใจ ทำไมฟริกส์ถึงหายไป ถูกลบออกจากความทรงจำของทุกคน”


คาร่าถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะแตะมือที่หน้าอกของเธอเอง หัวใจสีแดงเป็นประกายปรากฏขึ้น หัวใจ...ที่มีอยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั่น


“นี่คือวิญญาณของฟริกส์ เธอแบ่งครึ่งวิญญาณให้ฉันกับแอสเรียล”


“อะ...อะไรนะ...!?


แซนส์มองวิญญาณครึ่งหนึ่งนั่นอย่างตกตะลึง


“หลังจากที่ทุกอย่างลงตัว ฟริกส์มีแผนการของเธอเอง แผนการที่ฉันไม่รู้ ตอนแรกฉันคิดว่าเธอจะรีเซ็ต แต่ เธอเดินกลับลงไปในอันเดอร์กราวด์ กลับไปยังพุ่มดอกไม้สีทองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเธอก่อนที่จะเรียกแอสเรียลออกมา จากนั้นด้วยปณิธานอันแรงกล้า เธอแบ่งวิญญาณของเธอเป็นสองส่วน มอบให้ฉันและแอสเรียล ก่อนที่เธอจะเลือนหายไป ฉันพยายามที่จะถามเธอว่าทำแบบนี้ทำไมฉันรู้ฟริกส์ทำแบบนี้ก็เพราะ...เธออยากให้นายสบายใจว่ามันจะไม่มีการรีเซ็ตอีกต่อไปแล้ว...” เด็กสาวก้มหน้าลงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาบ่งบอกได้ว่าเธอรู้สึกแย่แค่ไหน ”แต่ฟริกส์...ยัยนั่นไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มให้ฉันแล้วเธอก็หายไป...จากนั้น ฉันก็พบว่าทุกๆคนค่อยๆลืมเลือนเรื่องของฟริกส์ละมันเหมือนกับว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่! ฉันกลายเป็นคนที่ทำลายบาเรียและนำพาแอสเรียลกลับมา แต่มันไม่ใช่! ฉันรู้ดี แต่เหมือนกับว่าฟริกส์ไม่อยากให้ใครจำได้ แต่ฉันจำได้เพราะฉันเป็นคนที่อยู่กับเธอนานที่สุดไม่ว่าจะกี่ไทม์ไลน์”


น้ำตาสีใสคลอรอบดวงตากลมโตสีแดงทับทิมสวยอย่างช่วยไม่ได้ ฟริกส์คือเด็กชาวมนุษย์ที่เธอสนิทด้วยที่สุดและพูดได้เต็มปากว่าเธอนั่นชอบฟริกส์มากทีเดียว เธอเกลียดมนุษย์แต่เธอไม่เกลียดฟริกส์ แม้ฟริกส์จะฆ่ามอนสเตอร์เพื่อนๆของเธอ แต่เธอก็ยังยอมที่จะช่วยเหลือฟริกส์ เด็กคนนั้น แรกเจอเหมือนกับเป็นเด็กทารกแรกเกิด ไม่รู้เรื่องรู้ราว ถูกแต้มความรู้สึกไหนก่อนก็จะเป็นแบบนั่นไปตลอดให้เธอคอยเป็นพี่เลี้ยงเด็กดูแลตลอดมา


แซนส์นิ่งไปพลางนั่งมองคาร่าที่เริ่มต้นร้องไห้อย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ฟริกส์ยอมลบตัวเอง...เพื่อให้ตัวเขาสบายใจ ยอมสละความสุขของตัวเองเพื่อตัวเขา...และทุกคน...ชดใช้ความผิดที่เธอยังรู้สึกผิดจนถึงปัจจุบันนี้


เด็กสาวเริ่มที่จะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ติดจะสะอื้นนิดๆ


“ฟริกส์เหมือนกับมีความลับมากมาย แต่ก็เหมือนจะไม่มี ฉันไม่รู้...ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง”


“แต่ฉันว่ามันแปลกๆนะ...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจของคาร่า มือกระดูกยกขึ้นแตะคางเล็กน้อยเชิงคิด “จากที่ฟังมา...เหมือนกับฟริกส์จะรู้นะว่าต้องทำยังไงและตัวเองมีพลังอะไรบ้าง ไหนเธอจะสามารถลบตัวเองให้หายไปจากความทรงจำของทุกคนได้อีก...”


“เรื่องนั่นฉันก็ไม่รู้หรอก” เมื่อได้ยินแบบนั่นคาร่าเองก็เริ่มจะสงสัยด้วยเหมือนกัน มือเรียวบาดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเองแรงๆ เธอไม่ชอบการร้องไห้เอาเสียเลย ยัยบ้าฟริกส์เอ่ย!


“เอาเถอะ...วันนี้ฉันก็ฟังเรื่องที่อยากรู้แล้วล่ะ แต่ขอให้เธอรู้ไว้นะคาร่า” แซนส์ลุกขึ้นก่อนที่จะหันหลังให้กับเด็กสาว “ฉันน่ะ ไม่ได้เกลียดฟริกส์หรอกนะ”


แป๊ะ!


ร่างของโครงกระดูกหนุ่มหายไปจากสายตาของคาร่า เด็กสาวมองตรงที่เมื่อครู่อีกฝ่ายยืนอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงจ้อมองเพดานอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยิ้มออกมา


“ฟริกส์ได้ยินคงจะดีใจน่าดูเลยนะ...เฮอะ...”

.

.

.

.

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มนุ่มสวยยาวเคลียบ่าค่อยๆยันตัวลุกขึ้นบนพื้นที่ว่างเปล่าสีดำมืดทั่วทั้งบริเวณ รูปร่างของเธอเหมือนกับเด็กสาววัย8ปีไม่มีผิดแต่ที่น่าแปลก...ตามตัวของเธอมีบางส่วนที่ปกคลุมไปด้วยกรอบสีเหลี่ยมสีขาวคล้ายกับโปรแกรมที่ผิดปกติ เธอนั่งกอดเข่าอยู่ท่ามกลางความมืด รอบตัวเธอไม่ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่เลยแม้แต่น้อย


เธอกอดเข่าอยู่เงียบๆท่ามกลางความว่างเปล่าและความเงียบงัน


ดวงตาของเธอค่อยๆปรือเปิดขึ้นเผยให้เห็นดวงตากลมโตสีทองเป็นประกายงดงาม


อีกไม่นาน...แล้วสินะ...


ขณะนั่นเอง...พื้นที่สีดำบางส่วนก็เริ่มที่จะเลือนหายไป...พื้นที่ที่เธอนั่งอยู่ค่อยๆที่จะถูกกลืนหายไปทีละนิด เธอเพียงแค่รอเวลา...ที่ที่นี่จะหายไปหมดเพียงเท่านั่นเอง


ได้โปรด...อย่าจดจำฉันได้เลย...


ให้หายไป...แบบนี้ก็ดีแล้ว...

.

.

.

.

TO BE CONTINUES



-Talk with Writer-

     แฮร่! กลับมาต่อกันที่เนื้อเรื่องหลัก เอ๊ะ ใครเคยพูดว่ามีดราม่า ไม่มี๊ อยากจะบอกว่าคาร่าน่ารักมากกกกกกก จะตายเอา ปากร้ายแต่น่ารักแบบนี้ โอ้ว ตอนท้ายฟริกส์โผล่มานิดหนึ่ง(ฟริกส์ : ฉันโผล่มานิดเดียวเอง...) ไม่ต้องห่วงไปฟริกส์! ต่อไปจะได้ออกบ่อยๆแล้วนะ! พร้อมกับบุคคลปริศนาอีกหนึ่ง---- เอาเถอะๆ จะยังไม่พูดถึงคนนั่นล่ะกัน

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นให้กำลังใจนะคะ ไรท์รู้สึกดีใจมากที่มีคนมาเม้น...สำหรับคนที่ไม่ได้เม้น เราก็บังคับให้เขาเม้นไม่ได้แหละเนอะ การคอมเม้นคือกำลังใจสำหรับนักเขียนจริงๆนะคะ แต่การมีคนเข้ามาอ่านก็คือความปลาบปลื้มของไรท์เหมือนกัน! ยังไงก็อยากจะขอกำลังใจจากท่านผู้อ่านทุกคนด้วยนะคะ เราอยากจะแต่งเรื่องนี้ให้จบ...(บางครั้งมันก็หมดไฟในการเขียนง่ายเหมือนกัน)

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน หวังว่าจะสนุกกับตอนนี้นะคะ วันนี้ลาไปก่อนล่ะคะ บะบายยยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #176 Hiromi_zan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 02:04

    น้องงง!!! อย่าหายไปน่ะ! แซนส์! ไปหาน้องเร็ว! ไปช่วยน้องออกมา!

    #176
    0
  2. #29 CHarLotte-1122 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 21:15
    โอ้ยย คาร่าน่ารักอ่าาา > <

    #29
    0
  3. #16 MewgomiNakigo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:54
    ฟริกค์!! กลับมาเถอะ! เเซนเขาไม่เกลียดเธอ!!TTOTT
    #16
    0
  4. #15 _BENZTO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 09:45
    เศร้าเน้ออออ เป็นตอนที่บ่อน้ำตาเเตกพอสมควร สู้ๆค่ะไรท์ รอตอนต่อไปค่าา~ >~<
    #15
    0
  5. #14 MoMaykk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 17:03
    ;-;ฟริกส์สสส อย่าพึ่งไปปปปปป
    #14
    0
  6. #13 Setsu1809 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 16:29
    น้ำตาซึม สักพัก ร้องไห้ TvT ฟริกส์ชั่งเป็นนางเอกที่เสียสละได้น่าประทับใจที่สุด
    #13
    0
  7. #12 MEENloveanime (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 14:16
    อ่านสนุกมากค่ะ
    >_<
    #12
    0