[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 25 : [Shortfic AU Underkeep] My little princess

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    5 ธ.ค. 60

[Shortfic AU Underkeep] My little princess

*AUนี้เป็นAUหนึ่งของในบรรดาหลายๆAUของอันเดอร์เทล ซึ่งผู้แต่งได้นำมาและอาจจะมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนเนื้อหาในเรื่องเล็กน้อยถึงปานกลางเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องของฟิค*




เกล็ดหิมะร่วงโรยลงมาจากด้านบนอย่างช้าๆ มือเล็กใต้ถุงมือสีดำสนิทยาวจนถึงข้อศอกยื่นไปด้านหน้าเพื่อรองรับเกล็ดหิมะที่ร่วงลงมาก่อนที่มันจะละลายไปเพราะความร้อนจากมือของเธอ เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองที่มาของเกล็ดหิมะที่ร่วงโรยลงมาภายในอันเดอร์กราวด์แห่งนี้ด้วยความสงสัยไม่ได้


ทั้งๆที่อยู่ใต้ดินแท้ๆกลับมีหิมะตกลงมาได้ยังไงกันนะ?


เธอก็ได้แต่สงสัยล่ะนะ ไม่มีใครให้คำตอบเธอได้


ชายกระโปรงยาวสีดำสลับสีชมพูฟูฟองลากพื้นหิมะเป็นทางยาวเมื่อเธอตัดสินใจก้าวเดินออกจากประตูทางออกของรูนส์เข้าสู่ดินแดนหิมะสีขาวสะอาด เด็กสาวในชุดเดรสฟูสไตล์ฝรั่งเศษสีชมพูเดินออกจากบ้านแห่งแรกของเธอเข้าสู่ดินแดนที่ตัวเองไม่รู้จักอย่างเป็นทางการ


ใบหน้าเล็กหันกลับไปมองประตูบานใหญ่สีม่วงอีกครั้งก่อนที่จะหันกลับมาเช่นเดิม


ไม่มีทางที่เธอจะกลับไปได้อีกแล้ว


เด็กสาวเงยหน้าขึ้น สีหน้าของเธอที่เคยเปี่ยมไปด้วยอารมณ์อาลัยอาวรณ์ที่ต้องจากคุณแม่ของเธอมา ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยปณิธาน ฟริกส์ยิ้มบางๆก่อนที่จะหันกลับไปทางประตูบานนั่นอีกครั้งก่อนที่เธอจะถอนสายบัวเป็นการบอกลาคุณแม่ทอเรียลเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก้าวเดินออกจากบริเวณนั่นด้วยฝีเท้าที่มั่นคง


คล้อยหลังของเด็กสาว บุคคลที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ก็ก้าวออกมาจากที่ซ่อนตัว ดวงตาสีขาวฉายแววเจ้าเล่ห์จับจ้องไปที่แผ่นหลังเล็กของเด็กสาวคนนั่นนิ่งๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า


น่าสนใจ...ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจจริงๆ


เสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบาดังขึ้นก่อนที่จะเลือนหายไปกับความว่างเปล่า

.

.

.

.

เสียงย่ำเท้าลงบนพื้นหิมะดังขึ้นท่ามกลางเสียงลม เสียงเท้าของเธอดังก้องในความเงียบจนฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกวังเวงนิดๆ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะหันหลังกลับไปที่บ้านแสนอบอุ่นหลังนั่น เธอต้อง...หาทางออกไปจากอันเดอร์กราวด์ให้ได้


เกล็ดหิมะร่วงลงเกาะบนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธอ จนเด็กสาวต้องยกมือขึ้นปัดหิมะที่เกาะเส้นผมของเธอบ้างเป็นบางครั้ง เธอยังคงเดินผ่านป่าในดินแดนหิมะที่ดูเหมือนจะยังไม่ถึงจุดสิ้นสุดของป่าเสียที เส้นทางนี้ยาวไกลขนาดนี้เลยหรอ เธอยังไม่เห็นวี่แววของบ้านหรืออาคารที่จะบ่งบอกว่าเป็นเมืองเลยแม้แต่นิดเดียว


เมื่อไหร่จะถึงเมืองกันนะ...


แต่เธอก็ได้แต่ก้าวเดินต่อไปโดยที่ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ


กร๊อบ...


!!” ร่างเล็กสะดุ้งก่อนที่จะหันมองรอบตัวอย่างหวาดระวัง เธอไม่รู้ว่าต้นตอของเสียงปริศนานั่นมาจากที่ไหน


เมื่อกี้...เสียงอะไรกัน...


ใบหน้าเล็กที่ดวงตาปิดสนิทฉายแววเป็นกังวลก่อนที่จะรีบถกชายกระโปรงฟูฟองแล้วรีบเดินออกจากบริเวณที่ได้ยินเสียงปริศนานั่นทันทีด้วยความหวาดระแวง


จนไม่ทันระวังตัว


!!” ใบหน้าเล็กฉายชัดด้วยความตกใจเมื่อปลายเท้าของเธอสะดุดกับอะไรบางอย่างที่เธอไม่ทันมองเห็น ส่งผลให้ร่างของเธอถลาไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดที่กำลังจะได้รับเมื่อกระทบกับพื้นน้ำแข็ง


ฟึบ


“??”


ไม่เจ็บ??


“ไม่ระวังแบบนี้ไม่ดีเลยนะคุณหนู” น้ำเสียงทุ้มติดจะขำขันที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้น นั่นทำให้ร่างเล็กรีบเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงด้วยความตกใจ ร่างเล็กของเธอถูกโอบประคองด้วยอ้อมแขนของ...โครงกระดูกในชุดที่คล้ายคลึงกับตัวตลก มอนสเตอร์แปลกหน้า


ดวงตาของเขาจ้องมองลงมาที่เธอ คล้ายกับเห็นแววตาที่อ่านไม่ออกก่อนที่มันจะเต็มไปด้วยความขบขัน


มือเล็กใต้ถุงมือสีดำสนิทยกขึ้นดันไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆเชิงบอกให้ปล่อย แต่แทนที่เขาจะปล่อยตามสัญญาณที่เธอบอกกลับโอบร่างเล็กของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิมจนเด็กสาวอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กๆ


“ไม่เห็นต้องทำหน้าไม่พอใจแบบนั่นเลย ผมอุตสามาช่วยก็ไม่ขอบคุณสักคำ มนุษย์นี่ไม่รู้จักวิธีการขอบคุณคนที่ช่วยเหลือสินะเนี่ย” น้ำเสียงทุ้มที่ติดจะร่าเริงเล็กน้อยถูกเอ่ยออกมาจากปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมของโครงกระดูกสวมหมวกทรงสูงสีดำสนิท มือใต้ถุงมือน้ำดำยกขึ้นเล่นเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเด็กสาวเล็กน้อยโดยไม่สนใจสีหน้าไม่พอใจของเธอ


ริมฝีปากเล็กเม้มเบาๆก่อนที่จะค่อยๆขยับเอ่ยออกเสียงที่นานๆครั้งจะได้ยินสักที


“ขะ...ขอบคุณ...” เสียงเล็กที่ติดจะแหบนิดๆเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะหันหน้าไปทางอื่นทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่องจางๆด้วยความอายที่ต้องเอ่ยเอื้อนให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงของเธอ


และนั่นเรียกรอยยิ้มกว้างให้ปรากฏบนใบหน้าของโครงกระดูกหนุ่มได้ไม่ยาก


“ด้วยความยินดีครับคุณหนู” ดวงตาข้างขวาของเขาขยิบเป็นเชิงหยอกล้อ แต่มือของเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวของเด็กสาวให้ยืนกับพื้นหิมะดีๆเสียที นั่นทำให้เด็กสาวถึงกับกระตุกชายเสื้อสูทยาวของเขารัวๆเชิงให้ปล่อยเธอได้แล้ว “อยากให้ปล่อยเธอลงหรอ?” เขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลางมองเด็กสาวที่ตัวเล็กกว่าเขาไม่มากในชุดเดรสฟูฟองสีชมพูสลับสีดำ


!” ร่างเล็กพยักหน้าแรงๆให้เขาเป็นการยืนยันคำตอบ โครงกระดูกหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ


“ไม่มีทางซะล่ะ <3 เขายิ้มกว้างให้กับสีหน้าตกใจของเด็กสาวที่เคยจะลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกระชับกอดร่างเล็กที่เริ่มดิ้นหนีเขาทันทีที่ได้ยิน “ฉันไม่มีทางปล่อยเธอแน่ มนุษย์ตัวน้อย”


เด็กสาวหน้าซีด ในวินาทีนั่น เธอก็นึกถึงคำเตือนของคุณแม่ทอเรียลตอนก่อนที่จะจากมา


ข้างนอกนั่น...เธอจะถูกตามล่า เด็กน้อย นายพลแห่งรอยัลการ์ด...แอสกอร์จะฆ่าเธอน้ำเสียงนุ่มนวลปนโศกเศร้าของทอเรียลดังขึ้น มือที่ปกคลุมไปด้วยเส้นขนสีขาวสะอาดแตะลงบนศีรษะของเธอ อย่าให้...พวกเขาจับได้ ไม่อย่างนั่นเธอจะถูกส่งไปให้ราชาเมตตาตอน!’


นี่เธอ...กำลังจะตายอย่างนั่นหรอ...


heh ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั่นก็ได้คุณหนู” เสียงทุ้มดังขึ้นเรียกให้เด็กสาวที่ทำหน้าเครียดสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองตัวตลกที่กักตัวเธอไว้ เขายิ้ม


“ฉันไม่มีแผนจะส่งตัวเธอให้กับใครหรอกนะคุณหนู แต่ก็...” เขายกมือขึ้นดึงปีกหมวกให้ลดลงปิดใบหน้าของเขาเล็กน้อย แต่เธอก็ยังเห็นดวงตาสีขาวของเขาที่จับจ้องลงมาที่ตัวเธอ


“ฉันก็ไม่มีแผนที่จะปล่อยตัวเธอไปเหมือนกัน”


ก่อนที่เด็กสาวจะได้พูดอะไร เสียงดีดนิ้วดังขึ้นพร้อมกับร่างของทั้งคู่ที่หายไปท่ามกลางหิมะที่กำลังตกหนักเหลือไว้แต่เพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านเท่านั่น


 

 

 

ตลอดทั้งชีวิตของเด็กกำพร้าแบบเธอ เฝ้ารอคนมารับไปเลี้ยงดู ต้องการที่จะมีบ้าน มีพ่อแม่แบบเด็กทั่วไป ทุกอย่างมันดูปกติจนกระทั่งตัวเธอที่ตัดสินใจปีนขึ้นภูเขาEbottแล้วกระโดดลงมาในที่แห่งนี้!


ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างเป็นกังวล ใบหน้าน่ารักที่ดวงตาไม่เคยลืมเปิดขึ้นมาฉายแววเป็นกังวลเสียจนเจ้าของบ้านดูออก


“อะไรกันคุณหนู ทำหน้าตาเครียดเชียว ไม่เอาน่า ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอสักหน่อย” น้ำเสียงสบายๆดังขึ้นพร้อมกับถ้วยน้ำชาสีขาวสะอาดที่ถูกดันเลื่อนมาตรงหน้าของเด็กสาวเป็นเชิงเชิญชวนให้ยกมันขึ้นดื่ม แต่ร่างเล็กสวมชุดกระโปรงสีชมพูสลับดำฟูฟองก็ไม่ได้ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มแต่อย่างใด มือเล็กใต้ถุงมือสีดำสนิทยาวถึงข้อศอกยังคงประสานไว้บนตักด้วยท่าทีหวาดระแวงเหมือนเช่นเคย


จะให้เธอทำตัวผ่อนคลายได้ยังไง ในเมื่อต้องมาอยู่ในบ้านของคนที่ลักพาตัวเธอมาแบบนี้!


ร่างเล็กมองตรงไปยังโครงกระดูกหนุ่มที่ตอนนี้ถอดเสื้อสูทตัวยาวกับหมวกออกไปแล้วเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตภายในกับกางเกงขายาวสีดำที่กำลังเพลิดเพลินกับน้ำชาเสียจนน่าหมั่นไส้


ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งคู่จนในที่สุดโครงกระดูกหนุ่มก็เอ่ยถามขึ้นมา


“จะว่าไปแล้ว ฉันยังไม่รู้จักชื่อของเธอเลยนี่นาคุณหนู” ดวงตาสีขาวภายในเบ้าตาดำมืดเลื่อนขึ้นจับจ้องไปยังเด็กสาวที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับตัวเขา ร่างเล็กเผลอยืดตัวตรงเล็กน้อยจนเขาหัวเราะเบาๆในลำคอ


“คุณควรจะแนะนำตัวเองก่อนที่จะถามชื่อของคนอื่นนะคะ...” เสียงเล็กติดจะแหบนิดๆเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เรียบนิ่ง แต่อีกฝ่ายก็ยังสังเกตเห็นความหวาดระแวงจากตัวเธออยู่ดีไม่ว่าจะซ่อนไว้แค่ไหนก็ตาม


โครงกระดูกหนุ่มไหวไหล่เบาๆก่อนที่จะยอมบอกชื่อของเขาให้เด็กสาวได้รับรู้ตามที่เธอต้องการ


“เรียกฉันว่าเจสเตอร์เถอะคุณหนู เอาล่ะ ถึงตาเธอแล้วล่ะ” ร่างเล็กเผลอกำชายกระโปรงเบาๆเมื่ออีกฝ่ายขยิบตาอย่างหยอกล้อส่งมาให้ก่อนที่จะเริ่มปริปากเอ่ยบอกชื่อของตัวเอง


“ฟริกส์...ฉันชื่อฟริกส์ค่ะ...”

.

.

.

.

อย่างที่รู้ว่าชีวิตเธอไม่คิดว่าจะมีอะไรแปลกประหลาดมากไปกว่าตกลงมาในดินแดนของเหล่ามอนสเตอร์ที่ถูกกักขังอยู่ใต้ดิน แต่นับตั้งแต่1อาทิตย์ที่เธอรู้จักกับ เจสเตอร์มา อย่างอื่นก็ดูเหมือนจะธรรมดาไปเลย


บุคคลที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยแต่ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนกับถูกกักขังไว้ เธอมีอิสระในเมืองSnowdin แต่เธอก็ไม่ได้รับอนุญาตจากเจสเตอร์ให้ออกจากSnowdinเช่นกัน ทุกครั้งที่เธอพยายามเดินทางออกจากเมืองนี้ ตัวเธอกจะถูกพากลับมายังเมืองนี้อีกครั้งอยู่ดี


เธอได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในบ้านของเจสเตอร์ เธอไม่ถูกมอนสเตอร์ตนไหนในเมืองจับหรือฆ่า แต่เธอก็ออกไปจากที่นี่ไม่ได้เช่นกัน


เขาพูดถูก เขาไม่คิดจะส่งเด็กสาวให้กับนายพลแห่งรอยัลการ์ด เขาไม่ส่งตัวเธอให้กับราชาเมตตาตอน


แต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยเธอไปไหนเหมือนกัน


เด็กสาวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างจากห้องนั่งเล่นภายในบ้านของเจสเตอร์ เธอรับรู้มาคร่าวๆว่าเขามีตำแหน่งเป็นถึงThe Royal Jaster หรือตัวตลกของพระราชา วันนี้เองเขาก็เข้าวังไปเข้าเฝ้าราชาเมตตาตอนเหมือนเช่นทุกวัน ด้วยมุขตลกฝืดๆของเขากับท่าทางเกียจคร้านคงเป็นที่ถูกใจของราชาไม่น้อยเลย


แต่ทำไมกัน...ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าตัวเขามีอะไรมากกว่าที่เขาแสดงออกมาให้คนอื่นรับรู้


“ เฮ้อ...” คิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ร่างเล็กยืดตัวขึ้นจากการเกาะขอบหน้าต่าง เธอเริ่มเบื่อนิดๆ ไม่มีอะไรให้เธอทำเลยหรือยังไงนะ


“อ๊ะ!” ใบหน้าเล็กฉายแววเป็นประกายเล็กน้อยราวกับคิดอะไรออกก่อนที่ร่างเล็กจะผุดลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่วิ่งตรงไปยังห้องครัวที่อยู่ไม่ไกล มือเล็กทำการเปิดตู้เย็นออกเพื่อดูของภายในนั่น และพบว่าภายในนั่นมีแต่ขวดซอสมะเขือเทศเต็มไปหมด!!


นี่เขาทานแต่ของพวกนี้กับพวกเบอร์เกอร์ เฟรนฟรายหรือยังไงกันนะ...


ฟริกส์ปิดตู้เย็นแล้วตัดสินใจที่จะออกไปข้างนอกเพื่อซื้อของ ขาเล็กใต้กระโปรงฟูฟองสีชมพูพาตัวเธอเดินไปที่ประตูอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจจะไปหากิลบี้เผื่อเขาจะมีบางอย่างที่เธอต้องการ อย่างน้อยเขาก็เป็นมอนสเตอร์ที่เธอสนิทด้วยพอสมควรล่ะนะสำหรับมอนสเตอร์ในเมืองนี้


มือเล็กเอื้อมไปจับลูกบิดประตูเพื่อเปิดออกไป แต่ประตูหน้าบ้านก็ถูกดันเข้ามาซะก่อน


“พี่ชาย!! ฉันทำสปาเก็ตตี้มาฝากด้วยล่ะ!!



 

 

ร่างหนึ่งที่นั่งอยู่บนหัวกระโหลกสัตว์ขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เจสเตอร์กวาดสายตามองหาเด็กสาวเจ้าขแงเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวสวยที่มักจะนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นทุกครั้งที่เขากลับมา แต่ครั้งนี้กลับว่างเปล่าจนน่าแปลกใจ


หายไปไหนกัน?


“เห็นมั้ย! นี่เป็นสูตรสปาเก็ตตี้ของพาไพรัสผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะ!! แต่สูตรของเธอก็อร่อยดีเหมือนกันนะเจ้ามนุษย์ ฉันของจดไว้ก่อนก็แล้วกันนะ!” น้ำเสียงร่าเริงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากภายในห้องครัวพร้อมกับเสียงใสที่หัวเราะคิกคักของเด็กสาวในการปกครองของเขา ทำเอาเจสเตอร์นิ่งไปจนคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก เขาบังคับให้แกสเตอร์บาสเตอร์ที่เขานั่งอยู่เคลื่อนไปที่ห้องครัวพลางมองเข้าไปภายในนั่น


ภาพของโครงกระดูกร่างสูงสวมผ้าพันคอสีแดงสดที่ใหญ่พอที่จะเป็นผ้าคลุมยืนถือชามซอสสปาเก็ตตี้มะเขือเทศกับเด็กสาวในชุดเดรสประจำตัวสีชมพูสลับสีดำฟูฟองที่ยืนคนเส้นสปาเก็ตตี้ภายในหม้อที่ตั้งอยู่บนเตา ใบหน้าเล็กปรากฏรอยยิ้มสดใสที่เขาไม่เคยได้รับเลยตั้งแต่ที่เธออาศัยอยู่ที่นี่ด้วยกัน


อะไรบางอย่างภายในอกของเขาเจ็บหน่วงอย่างบอกไม่ถูก...


เจสเตอร์นิ่งมองรอยยิ้สดใสบนใบหน้าน่ารักของเด็กสาวอีกครู่หนึ่งก่อนที่ตัวเขาจะส่งเสียงกระแอ่มขึ้นจนทั้งน้องชายของเขาและฟริกส์หันมามองด้วยความตกใจไม่รู้ว่าตัวเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่


“ทำอะไรกันอยู่น่ะ ดูท่าทางสนุกกันจังเลยนะน้องชาย”


“พี่ชาย!! นายมาพอดีเลย ทำไมไม่เคยบอกว่าพี่พามนุษย์มาอยู่บ้านด้วยล่ะ เจ้ามนุษย์ทำอาหารเก่งมากเลยนะ! แถมยังทำสปาเก็ตตี้เป็นด้วย!” พาไพรัสที่หันมาเห็นพี่ชายของเขาเอ่ยทักทายด้วยความดีใจและตื่นเต้นที่จะได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับที่เด็กสาวสามารถทำสปาเก็ตตี้ออกมาได้อร่อยมากๆเสียจนเขาต้องขอจดสูตรเอาไว้ทำบ้าง! ผิดกับฟริกส์ที่เพียงแค่หันมาทางเขาก่อนที่จะถอนสายบัวเล็กน้อยเป็นเชิงทักทายเพียงเท่านั่นแล้วหันกลับไปจัดการตักเส้นสปาเก็ตตี้ที่ต้มสุกแล้วขึ้นมาจากหม้อต่อ


รอยยิ้มสดใสก่อนหน้านี้จางหายไปอย่างรวดเร็ว


เจสเตอร์กระตุกยิ้มก่อนที่จะหันไปตอบน้องชายที่ท่าทางตื่นเต้นเกินกว่าเหตุ


“เฮ้ๆ พาไพรัส ใจเย็นๆลงก่อนน้องชาย” เจสเตอร์ปรามให้อีกฝ่ายใจเย็นลงก่อนที่จะหัวเราะเบาๆในลำคอพลางมองเด็กสาวที่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหรือพยายามทำตัวไม่มีตัวตนในบทสนทนาของพวกเขา นิ้วกระดูกดีดเบาๆก่อนที่ดวงวิญญาณสีแดงสดสวยของเด็กสาวจะแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ฟริกส์สะดุ้งแต่เธอขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้ ร่างของเธอถูกดึงให้ลอยเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของโครงกระดูกหนุ่มที่นั่งอยู่บนกระโหลกของสัตว์ยักษ์อย่างขัดขืนไม่ได้


!” ใบหน้าน่ารักแสดงสีหน้าไม่พอใจที่ถูกดึงตัวมาแบบนี้ แต่เธอก็ได้แต่กอดอกอยู่ในอ้อมแขนของเจสเตอร์เพราะตอนนี้ตัวเธอขัยบไปไหนไม่ได้ทั้งนั่น มือกระดูกเกี่ยวเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่มัดรวบไว้ของเด็กสาวเล่นเบาๆอย่างที่ชอบทำ


วินาทีนั่นเอง พาไพรัสสาบานได้ว่าแววตาของพี่ชายของแปรเปลี่ยนเป็นแววตาอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมานาน...หลังจากที่พ่อของพวกเขาเสียไป


“คุณหนู นี่น้องชายของฉันเอง พาไพรัส ส่วนนี่คุณหนูของฉัน ฟริกส์” ตัวตลกของพระราชาเอ่ยแนะนำชื่อของพาไพรัสและเด็กสาวในอ้อมแขนให้รู้จักกัน ฟริกส์เงยหน้าขึ้นมองเจสเตอร์เล็กน้อย รอยยิ้มของอีกฝ่าย ทำให้เธอนิ่งไป


เธอเป็นเพียงแค่ ของของเขาเพียงเท่านั่นสินะ...


เด็กสาวเลื่อนสายตาหันไปมองพาไพรัสที่ดูเหมือนจะมีท่าทีกระตือรือร้นมากกว่าพร้อมกับยิ้มบางๆเป็นการแสดงความยินดีที่ได้รู้จักอีกฝ่าย


WOWIE!! ยินดีที่ได้รู้จักนะเจ้ามนุษย์ ฉันคือพาไพรัสผู้ยิ่งใหญ่ รองแม่ทัพแห่งรอยัลการ์ด!” โครงกระดูกร่างสูงยกมือภายใต้ถุงมือสีทองยาวถึงข้อศอกขึ้นทาบอกด้วยความภาคภูมิใจ ความร่าเริงของพาไพรัสทำให้ฟริกส์ค่อนข้างจะอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากรอยยิ้มของเด็กสาว


เป็นอีกครั้งที่เจสเตอร์รู้สึกแปลกๆ หงุดหงิดที่เห็นเด็กสาวยิ้มให้คนอื่น...แต่ไม่เคยยิ้มดีๆให้กับเขาเลย


“อะแฮ่ม เอาล่ะพี่ชาย ฉันทำอาหารเย็นไว้ให้แล้ว ไม่ต้องทานแต่ซอสมะเขือเทศแล้วนะ!!” น้องชายที่สูงกว่าพี่มากหันมาชี้หน้าเจสเตอร์อย่างไม่สบอารมณ์นัก “เป็นถึงผู้คุมแห่งเมืองSnowdinทั้งที ทานอะไรดีๆหน่อยสิพี่ชาย!


ตัวตลกของพระราชายักไหล่เบาๆอย่างไม่ใส่ใจ


“ต้องขอบคุณเจ้ามนุษย์ที่ช่วยฉันทำสปาเก็ตตี้ในครั้งนี้ด้วยนะ! เธอตั้งใจทำมากเลยล่ะพี่ชาย!


นั่นทำให้ใบหน้าน่ารักขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ เจสเตอร์ก้มลงมองเด็กสาวเมื่อได้ยินน้องชายของเขาพูดแบบนั่น


heh งั้นฉันว่า...มันคงจะอร่อยแบบสุดๆไปเลยล่ะนะพาไพรัส”


“โอ๊ะ! ให้ตายสิ ถึงเวลาลาดตระเวนแล้วหรอเนี่ย!!” รองแม่ทัพแห่งรอยัลการ์ดตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเวลาตีบอกเวลา6โมงเย็นซะแล้ว ถ้าเขาไปสาย อันไดน์ต้องโกรธเขามากแน่เลย ร่างสูงเด้งตัวขึ้นพร้อมกับวิ่งไปทางประตูหน้าบ้านโดยมีเจสเตอร์ที่ยังคงไม่ปล่อยให้เด็กสาวลงยืนด้วยตัวเองมองตามพร้อมกับเอ่ยลาน้องชายของเขา


“ไปดีมาดีนะพัพพ์ เดี๋ยวอันไดน์จะกลายเป็นปลาหัวร้อนไปซะก่อน”


“เธอโกรธฉันไม่ได้นานหรอก พี่ก็รู้น่ะแซนส์!


มือกระดูกที่โบกมือลาน้องชายชะงักไป เด็กสาวสังเกตเห็นอาการนั่นได้ จนพาไพรัสลับสายตาไปแล้ว เขาก็ยังคงนิ่งอยู่กับที่ ฟริกส์เงยหน้าขึ้นเจสเตอร์ที่แสดงสีหน้าเรียบเฉยเมื่อได้ยินชื่อประหลาดที่เธอไม่เคยได้ยินจากพาไพรัส


แซนส์อย่างนั่นหรอ...?


“เจสเตอร์...?”


คล้ายกับหลุดจากภวังค์ ตัวตลกของพระราชาหัวเราะเสียงดังก่อนที่จะค่อยๆวางตัวของเด็กสาวลงบนพื้น ดวงตาสีขาวนั่นฉายแววเจ้าเล่ห์และเกียจคร้านอีกครั้งราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงแค่ภาพลวงที่เมื่อเธอกระพริบตาก็หายไป


“เอาล่ะ เรามาลงมือทาน...สปาเก็ตตี้ฝีมือของเธอกับพาไพรัสกันดีกว่า หวังว่ามันจะคุ้มที่จะกินนะคุณหนู” เขาขยับยิ้มก่อนที่จะสลายกระโหลกของสัตว์ยักษ์ที่เขานั่งอยู่ไปพร้อมกับก้มหน้าลงมาประชิดกับร่างเล็กที่ไม่ทันตั้งตัว ดวงตาสีขาวมองใบหน้าน่ารักที่ไม่เคยเปิดดวงตาขึ้น “ไม่อยากนั่นคงได้มีลงโทษนิดหน่อยแน่ๆเลยล่ะคุณหนู”


ฟริกส์กอดอกพร้อมกับเผยยิ้มบนใบหน้า มันเต็มไปด้วยความมั่นใจและมุ่งมั่นจนน่าแปลก


“อร่อยแน่นอนอยู่แล้วค่ะ” เสียงเล็กตอบอย่างฉะฉานจนชวนให้รู้สึกท้าทาย มือกระดูกใต้ถุงมือสีดำสนิทยกขึ้นแตะปลายคางของเขาเองพลางขยับยิ้มอย่างนึกสนุก


“ถ้าพูดแบบนั่นก็ต้องลองเสียหน่อยแล้วล่ะคุณหนู”

.

.

.

.

ร่างเล็กฮัมเพลงเบาๆในขณะที่เธอกำลังเดินทางจากบ้านของเจสเตอร์เพื่อไปยังร้านของกิลบี้ กระโปรงสีชมพูสลับดำสะพัดเบาๆตามจังหวะการก้าวเดินของฟริกส์ที่ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเมื่อสปาเก็ตตี้ของเธอ(แน่นอนว่ารวมถึงพาไพรัสด้วย!)นั่นทำให้เจสเตอร์อารมณ์ดีพอสมควร ไม่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จากเขา ไม่มีแววตาไม่น่าไว้ใจจากเขา มีเพียงรอยยิ้มที่ผ่อนคลายและจริงใจจากอีกฝ่ายที่เธอสัมผัสได้


“อร่อยดีนี่คุณหนู” เขาพูดก่อนที่โครงกระดูกหนุ่มจะเอื้อมมือมาลูบเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธออย่างอ่อนโยน และนั่นเป็นครั้งแรกของฟริกส์เช่นกันที่เผยรอยยิ้มสดใสให้กับอีกฝ่าย


ยอมรับว่าสัมผัสอ่อนโยนจากอีกฝ่ายทำให้เธออบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้สึก...ดีที่อีกฝ่ายเล่นหรือลูบเส้นผมของเธอพอสมควร


ใบหน้าเล็กของเด็กสาวแดงระเรื่อขึ้นอย่างช่วยไม่ได้


บางที...เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร...


“กลิ่น...”


เสียงของใครบางคนทำให้เด็กสาวหยุดชะงัก ร่างสูงใหญ่สวมเกราะหนาเดินมาหยุดตรงหน้าของเธอพร้อมกับก้มลงขยับจมูกฟุดฟิดราวกับกำลังสูดดมกลิ่นของเธอจนฟริกส์เผลอผละถอยหลังด้วยความตกใจ ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ของสุนัขตัวโตสีขาวสะอาดใต้เกราะเหล็กสีเงินประกายที่ยังดมกลิ่นเธอไม่เลิก


“กลิ่นของมนุษย์!


!!


“คำสั่งของนายพลแอสกอร์ ฆ่ามนุษย์!


ทันใดนั่นเอง รอบตัวของฟริกส์ก็พลันมืดลง ดวงวิญญาณสีแดงสดหลุดออกมาอยู่ตรงหน้าเธอ เธอเข้าใจดี...เธอกำลังอยู่ในโหมดของการต่อสู้ เธอกำลังจะถูกทหารในหน่วยรอยัลการ์ดฆ่า...


ปุ่ม4ปุ่มลอยอยู่ตรงหน้าเธอ


 FIGHT    ACT    ITEM    MERCY


ใบหน้าเล็กหันไปมองปุ่มFIGHTเพียงแค่ช่วงครู่ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นแตะที่ปุ่มACTโดยที่ไม่เสียเวลาคิดแต่อย่างใด ไม่...เธอปฏิเสธที่จะหยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้ ฟริกส์ขยับยิ้มบางๆบนใบหน้าพร้อมกับจ้องมองไปยังคู่ต่อสู้ก่อนที่ตัวเธอจะก้มลงกลิ้งตัวลงบนพื้นหิมะเย็นเฉียบเพื่อเป็นการกลบกลิ่นมนุษย์ของเธออย่างว่องไว


“ฟุดฟิดๆ กลิ่นมนุษย์หายไปไหน นายพลแอสกอร์ต้องโกรธมากแน่ๆ!” สุนัขตัวยักษ์ตรงหน้าเธอดูสับสนและค่อนข้างหวาดกลัวแต่อยู่กลิ่นมนุษย์ที่มันเคยสัมผัสได้ก็จางลง แต่ถึงแบบนั่น มันก็ยังโจมตีใส่เด็กสาวด้วย...การเห่าใส่เธอ ร่างเล็กพยายามกลิ้งตัวหลบการโจมตีของอีกฝ่ายจนเนื้อตัวเต็มไปด้วยหิมะที่เกาะตามเสื้อผ้าและเส้นผมที่เริ่มจะยุ่งเหยิงจากการกลิ้งคลุกพื้นหิมะ


ฟริกส์ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะกระโจนออกไปหาเจ้าทหารสุนัขตัวใหญ่ตรงหน้าเธอพร้อมกับกอดหมับเข้าที่ลำคอของมัน มือเล็กโน้มศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นขนสีขาวสะอาดลงมาแล้วจัดการลูบขนของมันอย่างสนุกมือ


และไม่มีสุนัขตัวไหนที่ไม่ชอบการถูกลูบขนแน่นอน


“โฮ่งๆ ชอบจังๆ! เอาอีกๆ” ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นขนสีขาวสะอาดเบียดเข้าหามือเล็กของเด็กสาวก่อนที่ฟริกส์จะเงยหลังไปนั่งกองลงบนพื้นหิมะเย็นๆ ศีรษะของเจ้าสุนัขตัวนี้ก็ยังคงไม่หยุดถูไถออดอ้อนเธอราวกับไม่อยากให้หยุดลูบขนมัน ซึ่งฟริกส์เองก็ไม่ปฏิเสธที่จะลูบขนสีขาวสะอาดของอีกฝ่ายเช่นกัน


เด็กสาวหัวเราะคิกคักเบาๆพร้อมๆกับขยี้เส้นขนของสุนัขตัวใหญ่ในชุดเกราะไปด้วย


heh ดูท่ากำลังสนุกกันอยู่เลยสินะเนี่ย” น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้น เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยขบขันและไม่รู้ว่าเธอรู้สึกไปเองหรือเปล่า เสียงของเจสเตอร์ดูเหมือนกำลังไม่สบอารมณ์ยังไงก็ไม่รู้


แต่น้ำเสียงนั่นทำให้รอยัลการ์ดสุนัขที่กำลังซุกไซ้ตักของเธอสะดุ้งและรีบลุกขึ้นยกด้วยท่าทีแข็งขันและเหมือนจะแข็งทื่อไปเมื่อเห็นเจ้าของน้ำเสียง


“เล่นสนุกก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ถ้านายพลแอสกอร์รู้เข้าว่าทหารในหน่วยรอยัลการ์ดไร้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เขาต้องฟิวร์ขาดแน่ๆเลย จริงมั้ย หืม?” มือกระดูกภายใต้ถุงมือสีดำสนิทยกขึ้นขยับปีกหมวกทรงสูงที่สวมอยู่ลงบนใบหน้าด้านบน แต่ก็ยังเห็นรอยยิ้มเบื้องล่างที่ดูแล้วชวนให้ขนลุกอยู่พอสมควร


“คะ...ครับท่านเจสเตอร์!!” เจ้าสุนัขสวมเกราะเหล็กหนาสะดุ้งพร้อมกับโค้งทำความเคารพโครงกระดูกหนุ่มในชุดสูทครั้งหนึ่งแล้วรีบถอยหลังแล้วหันตัววิ่งหายไปในทันที เด็กสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้ามองเจสเตอร์ที่บังคับหัวกระโหลกขนาดยักษ์ให้ลอยมาหยุดข้างหลังของเธอ


“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะคุณหนู” เขาคลี่ยิ้มสบายๆส่งมาให้กับเธอพร้อมกับสลายหัวกระโหลกของสัตว์ยักษ์ที่เขานั่งอยู่แล้วก้มลงมองร่างเล็กที่นั่งอยู่บนพื้นหิมะเย็นเฉียบ มือกระดูกใต้ถุงมือสีดำสนิทยื่นลงมาให้เธอ “เนื้อตัวมอมแมมไปหมดแล้ว”


เด็กสาวจับจ้องมือของอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนที่จะจับมือของเจสเตอร์แล้วพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าเล็กก้มลงสำรวจตัวเองที่ตอนนี้เปื้อนไปด้วยหิมะเย็นๆทั้งเส้นผมและชุดกระโปรงของเธอ แต่ก่อนที่เธอจะได้ลงมือปัดหิมะบนร่างของเธอเอง โครงกระดูกหนุ่มก็จัดการยกมือขึ้นปัดเศษหิมะตามร่างกายของเธอให้ก่อนโดยที่เธอไม่ได้ขอให้เขาช่วย


ฟริกส์มองอีกฝ่ายที่ก้มหน้าห้มตาปัดเศษหิมะบนชุดของเธอแล้วค่อยเลื่อนขึ้นมาจัดการกับเศษหิมะบนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวของเธออย่างนิ่งงัน ทำอะไรไม่ถูกกับสัมผัสอ่อนโยนจากอีกฝ่ายที่จัดการทำความสะอาดตัวเธอคร่าวๆอย่างแผ่วเบา


ตอนนั่นเอง ดวงตาของเจสเตอร์ก็เลื่อนขึ้นมาสบกับใบหน้าเล็กของเด็กสาวที่มองอยู่ก่อนแล้ว


heh” เขาส่งเสียงเบาๆพร้อมกับผละมือออกจากเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของฟริกส์ “รีบกลับบ้านไปอาบน้ำดีกว่านะคุณหนู มาเถอะ ฉันรู้ทางลัด” ว่าจบ เขาก็ฉวยมือของฟริกส์แล้วจูงเธอออกเดินตรงไปทางทางเดินคนละทิศกลับทางที่เป็นบ้านของเขา


“ดะ...” เดี๋ยว...


เด็กสาวอ้าปากค้างเล็กๆอย่างมึนงง เจสเตอร์จูงมือเธอเดินผ่านห้องนั่งเล่นขึ้นมาที่ชั้นบน ถึงเธอก็พอคุ้นๆกับเหตุการณ์แบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพาเธอมาที่บ้าน แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมึนงงและตกตะลึงกับความสามารถนี้ของเขาอยู่ดี


“เอาล่ะ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะนะคุณหนู ฉันพอจะมีเดรสของสตรีอยู่นิดหน่อย คิดว่าเธอคงจะใส่ได้” โครงกระดูกหนุ่มส่งเสื้อผ้าให้กับเด็กสาวพร้อมกับผายมือเชิญร่างเล็กไปทางห้องอาบน้ำ “หวังว่ามันจะไม่ ใหญ่เกินไปสำหรับเธอนะคุณหนู”


ร่างเล็กมองเสื้อผ้าในมือของเธอก่อนที่จะหันหลังเข้าห้องอาบน้ำไป เจสเตอร์ยืนนิ่งมองประตูห้องอาบน้ำนิ่งๆก่อนที่จะยกมือขึ้นปิดใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีฟ้าจางๆ เด็กนี่ไม่รู้อะไรซะบ้างเลยนะ...


บ้านนี้แต่ไหนแต่ไรก็มีแต่ผู้ชายอาศัยอยู่...จะไปมีเสื้อผ้าของผู้หญิงได้ยังไงกันล่ะ



 

 

ฟริกส์ขยับตัวหมุนเบาๆกับชุดใหม่ที่เธอใส่อยู่ เดรสแขนตุ๊กตาแบบที่คุณแม่ทอเรียลให้เธอมา ชายกระโปรงยังคงมีลูกไม้และฟูฟองเหมือนเดิม เพียงแต่...สีของมันเป็นสีฟ้าอ่อนสลับกับสีชมพูก็เท่านั่นเอง


แถมขนาดของชุดยัง...พอดีกับตัวเธอจนน่าแปลกอีกด้วย


ริมฝีปากเล็กขยับยิ้มบางๆให้กับบุคคลที่ดันบอกว่าชุดอาจจะใหญ่ไปสำหรับเธอ


“ไม่เนียนเลยนะ...เจสเตอร์ แซนส์...”



 

 

“ก็ไม่ได้กะให้เนียนนี่นาคุณหนู” ประตูห้องอาบน้ำพลันเปิดออก โครงกระดูกหนุ่มที่สูงกว่าเด็กสาวไม่มากเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าฟริกส์ ดวงตาสีขาวกวาดมองร่างเล็กที่อยู่ในชุดเดรสสีฟ้าสลับสีชมพูดูอ่อนหวานกว่าสีชมพูสลับสีดำเยอะเลย มือกระดูกที่ตอนนี้ไม่ได้สวมถุงมืออีกต่อไปแล้วยกขึ้นเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่ไม่ได้มัดรวบไว้อย่างปกติ มันเปียกน้ำเนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งสระผมเสร็จใหม่ๆ


“ขอบคุณสำหรับชุดนะคะเจสเตอร์” ฟริกส์ยิ้ม...ยิ้มสดใสจนดวงตาที่ปิดสนิทหยีขึ้น ยิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง เจสเตอร์หันห้าไปทางอื่น ใบหน้าของเขาขึ้นสีฟ้าจางๆด้วยความเขินอาย


“ยังไม่หมดเพียงแค่นี้หรอกนะคุณหนู” ว่าจบ พลัน ในมือของโครงกระดูกหนุ่มก็ปรากฏดอกไม้ที่มีกลีบสีแดงสด ดอกกุหลาบดอกหนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ก่อนที่เจสเตอร์จะยื่นกุหลาบดอกนั่นไปให้ฟริกส์ “ดอกกุหลาบสำหรับเจ้าหญิงของฉัน”


มือเล็กยื่นออกไปรับดอกกุหลาบสีแดงสด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความพอใจและอารมณ์ดีอย่างมาก ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่เธอชื่นชอบมากที่สุด โดยเฉพาะ ดอกกุหลาบสีแดงสดแบบนี้


ใบหน้าเล็กขยับเข้าไปใกล้กับใบหน้าของโครงกระดูกหนุ่มก่อนที่เธอจะกดริมฝีปากลงบนผิวแก้มข้างซ้ายของเขาอย่างแผ่วเบา ตัวตลกของพระราชานิ่งชะงักไป ใบหน้าขึ้นสีฟ้าเข้มอย่างช่วยไม่ได้ ฟริกส์ค่อยๆละใบหน้าออกมา ดวงตาปรือเปิดเผยให้เห็นดวงตาสีทองสว่างเล็กน้อย สีสันที่เห็นเพียงแค่แวบเดียวก็จดจำได้


“เล่นแบบนี้ไม่ดีเลยนะเจ้าหญิง” สรรพนามที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ฟริกส์หัวเราะเบาๆพลางส่ายหน้า


“ฉันไม่ใช่เจ้าหญิงเสียหน่อย...”


เจสเตอร์จับมือเล็กของเด็กสาวขึ้นก่อนที่จะจรดปากของเขาลงบนหลังมือของฟริกส์


“เจ้าหญิงของฉัน”


ใบหน้าเล็กขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายเรียกเธอแบบนั่น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จากความเย็นชา ไม่ไว้ใจกลับกลายมาเป็นความอบอุ่น อ่อนโยนถึงขนาดนี้ เธอเริ่มเปิดใจให้เขา เขาก็เริ่มเปิดใจให้กับเธอ แม้จะเหมือนกับเร็วไปหน่อยที่จะเชื่อใจเขาก็ตาม


ไม่มีใครที่จะดีไปทั้งหมด... และไม่มีใครที่จะแย่ไปทั้งหมด


“ต่อจากนี้...ฝากเนื้อฝากตัวจริงๆด้วยนะคะ” ฟริกส์ยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย ดอกกุหลาบสีแดงสดถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากบางเพื่อบดบังรอยยิ้มของเด็กสาว


“ฉัน แซนส์...Sans the Skeleton, The Royal Jaster, Overseer of Snowdin, The Judge ยินดีที่ได้รู้จักจริงๆสักทีนะ เจ้าหญิง” โครงกระดูกหนุ่มยกยิ้มจริงใจให้กับเด็กสาวตรงหน้าพร้อมกับหยิบดอกกุหลาบสีแดงสดจากมือของเด็กสาว ทัดดอกกุหลาบดอกนั่นลงบนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของฟริกส์


"ขอโทษที่ก่อนหน้านี้เคยหยอกเธอเล่นๆ แต่ตอนนี้น่ะ...ของจริงแล้วนะเจ้าหญิง" ว่าแล้วเขาก็ขยิบตาเป็นเชิงหยอกล้อส่งให้เด็กสาวที่ตอนนี้หน้าแดงขึ้นจางๆด้วยความเขินอายต่อการกระทำของเขา


ตามความหมายของดอกกุหลาบ


ดอกกุหลาบบานสีแดงสดหนึ่งดอกที่ส่งให้กับเธอไป


ฉันรักเธอ และจะมั่นคงต่อเธอเพียงคนเดียวเท่านั่นนะเจ้าหญิง

.

.

.

.

END




-Talk with Writer-

              สวัสดีทุกท่านด้วยค่าาาาา ไรท์กลับมาลงตอนใหม่แล้ว! เชื่อสิ เดี๋ยวไรท์ก็หายไปอีก 5555555 //หลบหม้อไหอย่างหวุดหวิด ฟิคนี้เกือบได้ลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนู่นนนนนน แต่บังเอิญ ไรท์ติดงานค่ะ แถมต้องไปเชียงใหม่ด้วยเลยแต่งไปครึ่งหนึ่ง เพิ่งกลับมาเมื่อวันเสารนี้เองค่ะ ก็จะรีบแต่งให้อยู่หรอกนะคะ แต่กลับมาก็ต้องรีบทำงานส่งอาจารย์ที่เคารพรักต่อเลย แล้วก็ความไม่รู้จะฟิคเรื่องนี้ที่ตรงไหนดี//ฮา ติดคาร์แซนส์Underkeepด้วยแหละค่ะ คนอะไรแต่งยากสุดในบรรดาแซนส์ทั้งหมด เจ้าเล่ห์ที่หนึ่ง ลึกลับอีกต่างหาก อ่านข้อมูลแซนส์Underkeepหรือเจสเตอร์แล้วเหนื่อย----

                ยังไงก็กราบขออภัยท่านผู้อ่านที่รอแล้วรอเหล่าจนรากหงอกด้วยนะคะ ไรท์จะพยายามมาแต่งตอนต่อให้เร็วที่สุดนะคะ แต่ช่วงนี้ขอลาตายอีกเช่นเคย งานไฟนอลรนแล้วค่ะ 55555555 //ในเลข5มีน้ำตาซ่อนอยู่---- และขอบคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามกันอยู่ด้วยนะคะ ตอนต่อไปก็กลับเข้าสู่เนื้อหาของน้องAI Friskค่ะ ส่วนฟิคสั้นต่อไปจะเป็นของเรื่องอะไร ขอไรท์ไปนั่งไล่ก่อนนะคะ ลืม---

                 เอาเป็นว่าวันนี้ก็ขอตัวลากันไปก่อน เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ บะบายยยยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #193 Hiromi_zan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 10:29

    มีความมดขึ้นและไม่คิดจะปัดออก สนุกมากเลยงับ!

    #193
    0
  2. #137 Mirror_Dear (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 20:08
    ชื่อแซนส์ยาวจัง
    #137
    0
  3. #133 Murakami Chiaki (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 12:48
    แต่งดีมากๆเลย ขอบคุณที่เขียนเรื่องสนุกมาให้อ่านเยอะขนาดนี้ เป็นกำลังใจให้นะคะ 😆😆🙏🏼
    #133
    1
    • #133-1 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 25)
      5 ธันวาคม 2560 / 14:14
      ขอบคุณมากๆนะคะ ^^
      #133-1