[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 23 : [Shortfic AU Horrortale] Stay Here, Forever

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    3 พ.ย. 60

[Shortfic AU Horrortale] Stay Here, Forever

*AUนี้เป็นAUหนึ่งของในบรรดาหลายๆAUของอันเดอร์เทล ซึ่งผู้แต่งได้นำมาและอาจจะมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนเนื้อหาในเรื่องเล็กน้อยถึงปานกลางเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องของฟิค* 




ร่างผอมบางย้ำเท้าเปลือยเปล่าบนพื้นหิมะหนาวเย็น ความเย็นของหิมะกัดลงบนผิวหนังขาวซีดบอบบางของเธออย่างไม่ปราณี หญิงสาวผู้สวมเพียงชุดกระโปรงสีทึบขาดวิ้นที่ไม่อาจต้านทานความหนาวเย็นของหิมะในสโนว์ดินที่แสนเงียบเหงาแห่งนี้ได้เลยแม้แต่น้อย มือบางโอบกอดตัวเธอแน่นเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายของเธอ


แต่มันก็ไร้ประโยชน์


heh ไง อลิซ่า” เสียงทุ้มที่แสนจะคุ้นเคยกับเธอดังขึ้นจนตัวของเธอสะดุ้งด้วยความตื่นกลัว หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองป้อมมืดมนข้างหน้าของเธออย่างหวาดหวั่น เธอเดินกลับมาทางนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!


กึก...กึก...กึก...


เสียงเคาะนิ้วลงบนบาร์ไม้ดังเป็นจังหวะชวนกดดันจนหญิงสาวที่ถูกเรียกว่าอลิซ่าเผลอตัวถอยหลังออกห่างจากโครงกระดูกหนุ่มที่ยืนเท้าคางกับป้อมไม้ของเขา ดวงตาสีแดงฉานราวกับสีของเลือดจับจ้องมาที่เธอโดยไม่แสดงอารมณ์ใดใดมากไปกว่ารอยยิ้มที่ฉีกกว้างบนใบหน้าของเขา


“ดูตกใจซะเหลือเกินนะ” เสียงพ่นลมหายใจดังขึ้นราวกับกำลังเบื่อหน่ายเต็มที่ ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มกว้างราวกับนึกอะไรบางอย่างออก แซนส์ยันตัวขึ้นกับบาร์ไม้ในป้อมของเขาพลางกระดิกนิ้วเบาๆเหมือนกับกำลังเรียกให้เธอเดินเข้าไปใกล้ๆเขา “มานี่หน่อยสิ”


สำหรับอลิซ่าแล้ว...มันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลยสักนิด...


“...!” หญิงสาวส่ายหน้ารัวๆเป็นการปฏิเสธที่เดินเข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายพร้อมกับก้าวถอยหลังเตรียมหนีออกจากสถานการณ์ตอนนี้ มันอันตรายเกินไป


แต่เหมือนว่าแซนส์จะไม่ยอม


“ฉันบอกให้...” ดวงตาสีแดงเลือดข้างซ้ายของเขาเรืองแสงสีแดงก่ำน่ากลัว มือกระดูกยกขึ้นชี้ไปทางหญิงสาวที่เปลี่ยนจากเดินไปวิ่งเสียแล้ว “มานี่!!!


ปิ๊ง!


!!!” ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยเบิกกว้างอย่างหวาดกลัว ตัวเธอไม่ยอมขยับตามที่เธอคิด มันกลับลอยกลับไปทางอันตรายที่เธอพยามจะดิ้นรนหนีออกมา ร่างผอมบางของเธอพุ่งกลับไปหาโครงกระดูกร่างเล็กเจ้าของแจ็คเก็ตสีฟ้ามีฮูดเปื้อนเลือดสีแดงเข้มประปรายอย่างรวดเร็ว


ดวงวิญญาณของเธอแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้


“โถ่ อลิซ่า อลิซ่า...” ใบหน้าสวยฉายแววหวาดกลัวเมื่อถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับโครงกระดูกหนุ่มซึ่งกระโหลกด้านซ้ายของเขานั่นแตกจนเห็นความดำมืดภายในนั่น ร่างของเธอสั่นระริกเมื่อสบกับดวงตาข้างซ้ายของอีกฝ่ายที่กำลังเรืองแสงสีแดงฉานในระยะใกล้


แววตาหงุดหงิดของแซนส์


“เหมือนว่าเธอจะยังไม่เข้าใจ” เขายิ้มกว้างให้กับเธอ


เสียงบาดแก้วหูดังเสียดเข้ามาในระยะการได้ยินของเธอจนอลิซ่าอดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาไปหาต้นตอของเสียงดังกล่าวก่อนที่จะเธอจะเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นอะไรที่คุ้นเคยดีสำหรับเธอ


“เธอไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะ ปฏิเสธได้หรอกนะ!!


ฉับ!!!


ประกายคมสีเงินฟาดฟันลงมา ร่างผอมบางไม่ทันที่จะได้กรีดร้องด้วยซ้ำ...เพราะศีรษะของเธอนั่นขาดกระเด็นตกลงบนบาร์ไม้ของแซนส์ เลือดสีแดงข้นไหลเอ่อเป็นวงกว้างพร้อมกับร่างกายของหญิงสาวที่ทรุดลงบนพื้นหิมะหนาวเย็น หิมะที่ขาวที่บัดนี้เปื้อนสีแดงสดเป็นดวงๆ แต่งแต้มสีสันให้กับความมืดมนนี้จนน่าพอใจสำหรับโครงกระดูกหนุ่ม ขวานเล่มคมเฉาะลงบนบาร์ไม้ที่เต็มไปด้วยเลือดแดงสดของหญิงสาวเมื่อครู่นี้ก่อนที่แซนส์จะกลับมานั่งเท้าคางอีกครั้ง...


รอการกลับมาของของเล่นแก้เบื่อในวันที่ไร้ซึ่งที่สิ้นสุดแห่งนี้


เขาหลับตาลงพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบรูปภาพเก่าๆที่อยู่ใต้บาร์ไม้ของเขา รูปเก่าๆที่สีเริ่มซีดจางไปตามกาลเวลาที่ผ่านมาเนินนาน


รูปของโครงกระดูกเจ้าของเสื้แจ็คเก็ตสีฟ้ามีฮูดที่ซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเขาพร้อมกัยยิ้มกว้างให้กล้อง โครงกระดูกร่างสูงสวมผ้าพันคอสีแดงสดที่ยืนเก็กท่าตามแบบที่เขาถนัดให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเขา และสุดท้าย...


เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสั้นประบ่าสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีฟ้าลายขวางสีม่วงตรงกลางที่ยกสองนิ้วพร้อมกับยิ้มกว้างมองกล้องอย่างน่ารัก


“ยัยเด็กจอมโกหก...” เขาพึมพำเบาๆพร้อมกับฟุบลงบนบาร์ไม้ที่ตอนนี้เลือดได้จางหายไปแล้ว บ่งบอกว่าหญิงสาวคนนั้นได้กลับมาจากความตายเป็นที่เรียบร้อย


น่าสมเพช...ยังไงเด็กนั่นก็ไม่กลับมาสักหน่อย...เลิกหวังได้แล้ว แซนส์

.

.

.

.

“อือ...” อลิซ่าค่อยๆปรือตาขึ้นอย่างช้าๆ ร่างผอมบางยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เธอถูกฆ่า...อีกครั้ง เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวพันกันยุ่งเหยิงสยายเต็มแผ่นหลังบอบบางเมื่อเธอลุกขึ้นนั่งได้สำเร็จ น้ำตาสีใสค่อยๆไหลซึมจากดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลเข้ม


ทำไมกัน...เธอทำอะไรให้เขาถึงต้องฆ่าเธอทุกครั้งที่เห็นเธอด้วย


ใบหน้าสวยซุกลงระหว่างเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร เธอแทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วกับสถานที่แห่งนี้ เธอไม่น่าคิดสั้นกระโดดลงจากหน้าผานั่นเลย แทนที่จะตายไปให้พ้นๆจากชีวิตน่าสมเพชกลับกลายเป็นเธอต้องติดอยู่ในห้วงเวลาที่ต้องตายซ้ำตายซากไม่รู้จักสิ้นสุด


หรือนี่จะเป็นบทลงโทษที่เธอคิดจะฆ่าตัวตายแต่แรกกัน...


“ฉัน...ไม่ไหวแล้ว...ฮึก...ฮือออ”


ตึก...


เสียงฝีเท้าดังขึ้น ร่างบอบบองของหญิงสาวที่อ่อนแอสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัวก่อนที่จะเบิกตากว้างราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าเธอหลุดมาในห้วงมิติสีดำมืดไร้ขอบเขต สถานที่ที่เธอไม่รู้จักเสียแล้ว อลิซ่าคู้ตัวเข้าหากันอย่างหวาดหวั่น ไม่ไว้ใจอะไรก็ตามที่เธอไม่คุ้นเคย


เสียงฝีเท้ายังคงดังก้องกังวลแถมยังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เธออีกด้วย!


“นะ...นั่นใครน่ะ!?” เธอกลั้นใจเอ่ยถามออกไปแม้ใจจะหวาดหวั่น ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยกวาดมองไปทั่วพื้นที่สีดำไร้จุดจบแห่งนี้อย่างหวาดระแวง


“ฟื้นแล้วนี่” เสียงเล็กใสที่ตอบกลับมาทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้เห็นร่างของเจ้าของเสียงเมื่อครู่นี้อย่างเต็มตา


ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูแล้วอายุน่าจะน้อยกว่าเธอสักหน่อยก้าวเดินเข้ามาแล้วก้มลงนั่งลงตรงหน้าของอลิซ่า เธอเป็นเด็กสาวที่ค่อนข้างน่ารักพอสมควรแม้ดวงตาทั้งสองข้างจะไม่ลืมเปิดขึ้นก็ตาม เส้นผมสีน้ำตาลสั้นประบ่าที่ดูนุ่มและตรงเป็นระเบียบ อีกฝ่ายสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีฟ้าลายขวางสีม่วงกับกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลดูน่ารักสมวัยจนอลิซ่าค่อนข้างคลายกังวลไปได้เล็กน้อย


แต่ทำไมเด็กสาวน่ารักอย่างนี้ถึงได้มาอยู่ในที่ที่มืดและเว้งว้างแบบนี้ล่ะ...


“เหมือนว่าไฟล์เซฟของคุณจะผิดพลาดนะถึงได้มาโผล่ที่นี่แทน...” แต่แล้วเด็กสาวตรงหน้าเธอก็พูดอะไรที่มันผิดแปลกไปจากที่เธอเข้าใจ ไฟล์เซฟ???


อลิซ่าเผยสีหน้ามึนงงอย่างเห็นได้ชัดจนร่างเล็กกว่าตรงหน้าพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยื่นมือไปหา เธอมองมือเล็กก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับมือของเด็กคนนั้นพร้อมกับลุกขึ้นยืน


“จะพากลับไปส่งก็แล้วกัน”


เด็กสาวยิ้มบางๆให้กับอลิซ่าก่อนที่จะดึงอีกฝ่ายให้เดินตามเธอไป แสงสว่างประกายขึ้นริบหรี่ตรงหน้าของพวกเธอจนหญิงสาวต้องหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้


ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา...


“ขอบคุณ...ที่พาฉันออกจากที่นั่นนะ...”


หมายความว่ายังไงกัน?

.

.

.

.

นาน


โครงกระดูกร่างเล็กเคาะนิ้วของเขาลงบนบาร์ไม้ในป้อมของเขาเป็นจังหวะ ดวงตาสีแดงฉานมองตรงไปข้างหน้า มองตรงไปยังทางที่อลิซ่าต้องเดินผ่านมายังป้อมของเขาเสมอเมื่อเธอกลับมา แต่นี่...มันเงียบสนิท


หรือจะหนีไปแล้ว


รอยยิ้มชวนขนลุกบนใบหน้าฉีกกว้างขึ้น มือกระดูกเอื้อมไปหยิบขวานเล่มคมคู่ใจพร้อมกับเดินออกจากป้อมของเขาเองเพื่อออกล่าตัวของเล่นฆ่าเวลาที่บังอาจหายไปโดยที่เขาไม่อนุญาต แซนส์ลากขวานคู่ใจไปตามพื้นหิมะสีขาวหนาอย่างเชื้องช้าไม่รีบร้อน


เพราะยังไงยัยนั่นก็หนีออกไปจากสโนว์ดินไม่ได้อยู่แล้ว


“อลิซ่า” เสียงทุ้มเอ่ยลากเสียงยาวฟังแล้วชวนขนลุก เสียงของเขาดังก้องป่าไร้ใบในสโนว์ดินที่ไร้สีสัน ดวงตาข้างซ้ายเรืองแสงสีแดงฉานวาวโรจน์อย่างน่ากลัว “หนีไปก็เปล่าประโยชน์ ยังไงเธอก็ต้องถูกฆ่า ฮะๆๆๆ”


เสียงหัวเราะของโครงกระดูกหนุ่มดังก้องกังวาลไปทั่วทั้งผืนป่า


กึก...


เสียงของอะไรบางอย่างกระทบกับต้นไม้พร้อมกับเสียงร้องเบาๆ เสียงที่ช่างฟังแล้วคุ้นหูเสียเหลือเกิน เสียงร้องเบาๆที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของหญิงสาวร่างผอมบางอย่างอลิซ่ายังไงล่ะ แต่ถึงแบบนั่นแซนส์ก็ไม่รีบร้อน เขาค่อยๆลากเท้าเดินเข้าไปหาต้นเสียงนั่นอย่างใจเย็นปนๆกับเกียจคร้าน


“เลิกเล่นซ่อนแอบดีกว่าน่าอลิซ่า เธอก็รู้...” เขาเดินเข้าไปใกล้กับต้นไม้ที่คาดว่าร่างบางที่กำลังหวาดกลัวกำลังแอบซ่อนอยู่ก่อนที่จะโผล่หน้าไปด้านหลังต้นไม้ต้นนั่นอย่างรวดเร็วกะให้อีกฝ่ายร้องลั่นด้วยความตกใจกลัวอย่างเช่นทุกที


“ฉันน่ะ เป็นนักหาที่เก่งแค่ไหน...”


แต่กลับเป็นเขาที่หยุดชะงักไปแทน


“แซนส์?” เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอพลางเอียงศีรษะเล็กน้อยอย่างมึนงง รูปลักษณ์ของแซนส์ตรงหน้าเธอไม่เหมือนกับแซนส์ที่เธอรู้จักแม้แต่นิดเดียว เสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่แห้งกรัง กระโหลกศีรษะแตกด้านซ้าย ดวงตาซ้ายสีแดงฉานแทนที่จะเป็นสีขาว ไม่...แต่เธอรู้...ว่านี่คือแซนส์ของเธอ...


 ทางด้านแซนส์เอง...ก็ชะงักค้างไปเช่นกัน ทั้งคู่นิ่งมองกันราวกับกำลังทบทวนอะไรบางอย่างที่จางหายไปนาน


ตุบ...!


ขวานเล่มคมตกลงบนพื้นหิมะหนา มือกระดูกเอื้อมไปด้านหน้าหมายจะสัมผัสลงบนใบหน้าคุ้นเคยที่แสนจะเลือนรางในความทรงจำ แต่ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสลงบนใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้าจริงๆ แซนส์กลับชักมือของเขากลับอย่างรวดเร็วราวกับหวาดหวั่นกับอะไรบางอย่าง ดวงตาสีแดงฉานข้างซ้ายจับจ้องไปที่ใบหน้าเรียบนิ่งของร่างเล็กตรงหน้าเขา


ความรู้สึกมากมายที่ไม่คิดว่าตัวเองจะยังมีมันอยู่ค่อยๆผุดขึ้นมา


ทั้งความคิดถึง ความดีใจ


หากแต่ก็หวาดกลัว


กลัว...ว่าถ้าเขาสัมผัส มันจะเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่าที่เขาจินตนาการขึ้นมาเอง


หมับ!


เบ้าตาดำมืดของเขาเบิกกว้างเมื่อมือเล็กของเด็กสาวยกขึ้นจับมือของเขาอย่างกระทันหัน ความอบอุ่นที่บริเวณฝ่ามือทำให้โครงกระดูกหนุ่มรับรู้ได้ถึงตัวตนของร่างเล็กตรงหน้า เด็กสาวที่เขาเฝ้ารอ...กลับมาแล้วจริงๆ!


“ฟริกส์...?” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อของร่างเล็กตรงหน้าก่อนที่เขาจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนเด็กสาวถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ หากแต่โครงกระดูกหนุ่มซึ่งสูงกว่าเธอเพียงไม่มากกลับไม่ได้ใส่ใจอะไร เขายกมือข้างหนึ่งกุมใบหน้าพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง


“แซนส์...?”


“ทำไม!?!


ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวเมื่ออีกฝ่ายตวาดใส่เธอเสียงดังลั่นก่อนที่ร่างของเธอจะถูกกระแทกติดกับต้นไม้ด้านหลังอย่างแรงจนเธอร้องเบาๆด้วยความเจ็บปวด เธอเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่สุดสำหรับเธออย่างตื่นตระหนก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ส่งเสียงเรียกเขาอีกครั้ง โครงกระดูกหนุ่มกลับยกมือขึ้นบีบคอของเธอจนเด็กสาวหายใจไม่ออก


“ทำไม...ทำไมถึงกลับมาตอนนี้!? ทำไมกันฟริกส์!?!” แรงบีบที่บริเวณลำคอกดแรงขึ้น ร่างเล็กพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุกของอีกฝ่าย ริมฝีปากเล็กอ้าพร้อมกับส่งเสียงไม่เป็นภาษาทั้งพยายามที่จะหอบอากาศหายใจอย่างสุดความสามารถ “ทำไมกัน!?! ทำไมฟริกส์!!


“ซะ...อึก...ปล่อย...อึก!” มือเล็กพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออกจากลำคอของเธอพร้อมกับพยายามเอ่ยบอกอะไรบางอย่างให้อีกฝ่ายรับรู้ แต่ลำคอของเธอถูกแซนส์บีบไว้จนไม่อาจเปล่งคำพูดออกมาเป็นประโยคได้


ดวงตาสีแดงฉานเรืองแสงวาวโรจน์จับจ้องเข้าไปยังดวงตากลมโตสีทองสว่างของเด็กสาวที่ปรือเปิดขึ้นมา มันฉายแววทุกข์ทรมานจากการขาดอากาศหายใจจนน่าสงสาร


“ฉันจะฆ่าเธอ!!” แซนส์ประกาศกร้าวพร้อมกับดันร่างเล็กให้เหนือจากพื้นขึ้นมา ลำคอขาวที่ถูกบีบราวกับจะรั้งให้ศีรษะของเธอกับร่างกายขาดออกจากกัน มือเล็กข่วนมือกระดูกที่บีบลำคอของเธอเพื่อให้เขาปล่อย อีกครั้งที่ทั้งคู่สบตากัน ฟริกส์ได้แต่มองความบ้าคลั่งในดวงตาสีแดงฉานราวกับเลือดแปลกตาของอีกฝ่าย


แต่ลึกๆ เธอก็มองเห็นความกลัวและความเศร้า...


มือเล็กหยุดที่จะข่วนมือของแซนส์ก่อนที่จะกุมมือที่บีบคอของเธออยู่แทน เสียงเล็กพยายามเปล่งออกมาเป็นประโยคอย่างยากลำบาก


“ฉะ...ฉัน...อึก ขอ...โทษ”


ปึก!!


“อึก!


ร่างเล็กถูกดันกระแทกกับต้นไม้อย่างแรงอีกครั้งจนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง


“ขอโทษอย่างนั่นหรอ! ฮ่าๆ น่าขำซะจริง เธอทิ้งให้พวกเราตกอยู่ในความสิ้นหวัง!!


“อึก...ซะ...แซนส์....”


ตุบ


“แค่กๆๆ” ฟริกส์ไอรัวเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เธอกุมลำคอของเธอที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อแดงเป็นปื้นจากการถูกบีบรัดเป็นเวลานาน หากเธอถูกบีบคอนานกว่านี้อีกเพียงไม่นานเธอก็อาจจะตายได้ ดวงตากลมโตสีทองสว่างช้อนขึ้นมองโครงกระดูกหนุ่มที่ยกมือขึ้นกุมศีรษะของพร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างซ้ำไปซ้ำมาราวกับเครื่องบันทึกเสียงที่เสีย


“ไม่...ฉันฆ่าฟริกส์ไม่ได้ ฆ่าไม่ได้...ฆ่าไม่ได้...ฆ่าไม่ได้...” ใบหน้าน่ารักฉายชัดถึงความเสียใจ...เสียใจที่ทิ้งพวกเขาไป เสียใจที่ผิดคำสัญญา เสียใจที่ทำให้พวกเขาสิ้นหวัง


แต่เธอทำอะไรไม่ได้...


ดวงตาสีแดงฉานเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงเด็กสาวที่โอบกอดเขาไว้ราวกับต้องการปลอบโยน ใบหน้าของฟริกส์ซุกลงบนเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้ามีฮูดที่เปื้อนเลือดของเขานิ่งๆ


“ฉันผิดเอง...ขอโทษ...ขอโทษที่ทำให้กลายเป็นแบบนี้...” เสียงเล็กเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ เธอไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาเลย ฟริกส์ซุกใบหน้าลงกับเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าของแซนส์แน่น “ขอโทษ...ขอโทษที่ทิ้งนายไป”


แซนส์นิ่งค้างไป เขาก้มลงมองฟริกส์ เด็กสาวที่เขาคุ้นเคยดี เธอกอดเขาอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่แค่ภาพจินตนาการของเขาที่บางครั้งก็เห็นเด็กสาวอยู่ข้างตัว ความอบอุ่นจากตัวของเธอบอกเขาว่า ฟริกส์ของเขาอยู่ตรงนี้ กำลังกอดเขาอยู่ตอนนี้จริงๆ


ความบ้าคลั่งของเขาที่สะสมมาหลายปีของเขาคลายลง เพียงแค่ฟริกส์กลับมามอบความอบอุ่นให้กับเขา ตัวตนของเขากลับมาในชั่วขณะหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ


เขาเพียงแค่คิดถึงเด็กคนนี้และสิ้นหวังที่เธอตัดสินใจละทิ้งเขาไป


“ฟริกส์...ฟริกส์...” อ้อมกอดที่กอดตัวเธอกลับมาพร้อมกับอีกฝ่ายที่กระซิบชื่อของเธอเบาๆหลายครั้งราวกับเด็กหลงทาง ทำให้รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว แซนส์ซุกใบหน้าของเขาลงบนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มประบ่านุ่มของร่างเล็กในอ้อมกอด


เธออยู่ตรงนี้จริงๆ ตอนนี้...เขาไม่ขออะไรอีกแล้ว


แซนส์หลับตาลงพร้อมกับกอดเด็กสาวแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีก


“ฉันคิดถึงเธอนะเด็กน้อย เธอกลับมาแล้วจริงๆ เธอจะกลับมาอยู่กับพวกเราใช่มั้ย พัพพ์คิดถึงเธอมากเลยนะเด็กน้อย” โครงกระดูกหนุ่มสลัดคราบฆาตกรเป็นโครงกระดูกหนุ่มคนเดิม แต่ต่างกันตรงที่แซนส์ไม่มีทางอ้อนเธอแบบนี้แน่ๆ กระโหลกของเขาแตก...คงเป็นสาเหตุของอาการแบบนี้ของเขาแน่ๆ


แต่แล้วร่างเล็กก็เผยยิ้มเศร้าๆพร้อมกับดันตัวเองผละออกจากอ้อมกอดของเขาเพียงเล็กน้อย มือเล็กเอื้อมขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของแซนส์ก่อนที่จะเลื่อนมือไปแตะที่บริเวณรอยแตกข้างซ้ายของกระโหลกอย่างเบามือก่อนที่จะมองอีกฝ่ายด้วยแววตาจริงจัง


อะไรบางอย่างทำให้เขาสังหรณ์ใจแปลกๆ


“ฉัน...กลับมาอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วตอนนี้ แซนส์...ที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉันอีกต่อไปแล้ว” ราวกับฟ้าผ่าลงในใจของแซนส์ ยิ่งรอยยิ้มและแววตาที่ดูเศร้าๆของฟริกส์มันยิ่งบอกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั่นไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด


heh พูดอะไรน่ะฟริกส์...ที่นี่เป็นบ้านของเธอเสมอ ถึงมันจะเปลี่ยนไปมากก็เถอะนะ” โครงกระดูกหนุ่มหัวเราะพลางมองร่างเล็กกว่าที่ก้มหน้าลงเล็กน้อย มือกระดูกกุมต้นแขนของร่างเล็กแน่นด้วยความหวานหวั่นในใจ “เธอจะไม่...หายไปอีกใช่มั้ยฟริกส์”


“เป็นไปไม่ได้หรอกแซนส์” ฟริกส์ยิ้มบางๆพร้อมกับลูบข้างแก้มของอีกฝ่ายเบาๆ “ฉันอยากจะกลับมาหานายตั้งนานแล้ว แต่ฉันทำไม่ได้ อลิซ่าเป็นคนที่สามารถพาฉันมาที่นี่ได้ แต่มันก็คงไม่มีทางอีกต่อไปแล้ว” เด็กสาวยิ้มบางๆ “ฉัน...อยากจะมาบอกลานายและขอโทษที่หายไปโดยไม่บอกในตอนนั่น เพราะงั้น...”


“ฉันไม่ยอมให้เธอไปหรอก!!


เสียงตวาดของแซนส์ทำให้เธอสะดุ้ง เธอมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่บัดนี้เบ้าตาของเขาดำมืดไร้ซึ่งประกายพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง มือที่กุมไหล่ของเธอบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บจนฟริกส์นิ่วหน้าเล็กน้อย


“เธอต้องอยู่กับฉัน เธอต้องอยู่ที่นี่ เธอต้องอยู่ที่นี่ ฟริกส์” โครงกระดูกหนุ่มพูดซ้ำไปซ้ำมาราวกับย้ำเตือนเด็กสาวว่าเธอต้องอยู่ที่นี่เพียงเท่านั่น นั้นทำให้ฟริกส์ส่ายหน้าไปมาเป็นการปฏิเสธ เธออยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ!!


“ไม่ได้หรอก แซนส์ ฉันต้องไป ฉันอยากอยู่ที่นี่แต่ฉันต้องไป มันไม่ใช่ไทม์ไลน์ที่ฉันจะอยู่ได้อีกต่อไปแล้ว!” มือเล็กทั้งสองข้างกุมใบหน้าของแซนส์ให้จ้องมองมาที่เธอ ดวงตากลมโตสีทองสว่างสบกับเบ้าตาดำมืดของโครงกระดูกหนุ่ม แววตาเศร้าโศกยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าเด็กสาวต้องจากเขาไปอย่างไม่มีวันที่จะย้อนกลับมาอีก


ซึ่งเขายอมรับไม่ได้


“ฟริกส์...”


“ฉันต้องไปแล้วแซนส์ ฉันต้องไปแล้วจริงๆ” ร่างเล็กพร่ำบอกก่อนที่จะโผเข้ากอดโครงกระดูกหนุ่มที่ตัวเปื้อนเลือดตรงหน้าแน่น เธอไม่อยากจะจากไปเลย ยิ่งเห็นสภาพของอันเดอร์กราวด์ บ้านที่เธอรักกลายเป็นสถานที่แห่งฝันร้ายและความสิ้นหวังของเหล่ามอนสเตอร์ เธอยิ่งอยากอยู่ที่นี่เพื่อทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม


แต่เธอไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกแล้วจริงๆ เธอหวังว่า...อลิซ่า...คงจะช่วยเพิ่มความหวังให้ที่นี่ได้แทนตัวเธอ


เด็กสาวค่อยๆผละออกจากตัวของแซนส์พร้อมกับยิ้มกว้าง น้ำใสๆค่อยๆไหลลงจากดวงตาแสนสวยของเธอ


“ฉันต้องไปแล้ว...ดูแลตัวเองด้วยนะแซนส์ ดูแลพัพพ์ แล้วก็อย่าใจร้ายกับอลิซ่านักเลยนะ...” มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาพร้อมกับก้าวถอยหลังออกไปเพื่อเตรียมตัวจะกลับไปในที่ที่เธอเคยอยู่ แต่แขนของเธอก็ถูกรั้งเอาไว้แน่น เขาไม่ยอมปล่อยตัวเธอไป เธอเข้าใจว่าเขาไม่อยากจะให้เธอไป... “แซนส์...ไม่เอาน่า...”


“รู้มั้ยฟริกส์...” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาข้างซ้ายสีแดงฉานจับจ้องไปที่ใบหน้าของเด็กสาวที่แสนจะคิดถึง “ฉันรักเธอนะเด็กน้อย”


ฉ่า...


ใบหน้าขาวพลันแดงก่ำเมื่อได้ยินถ้อยคำบอกรักจากอีกฝ่าย เธอจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเขินอายและตื่นตระหนกไม่คิดว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้กับเธอด้วยซ้ำ!


“ซะ...แซนส์...นะ...นี่...” น้ำเสียงเอ่ยประโยคติดๆขัดๆ ใบหน้าน่ารักแดงก่ำล่ามไปนถึงใบหูอย่างน่ามอง


“ฉันรักเธอนะ ฟริกส์” แซนส์เอ่ยย้ำอีกครั้งพร้อมกับจับจ้องไปยังเด็กสาวที่รัก ของเขาอย่างไม่วางตา


เขารักเธอมาก


ดวงตากลมโตสีทองสว่างเต็มไปด้วยความประหม่าก่อนที่ริมฝีปากคู่เล็กจะเอ่ยอย่างแผ่วเบา


“ฉันก็...รักนายนะแซนส์...”


ถ้อยคำบอกรักจากฟริกส์ช่างน่ารัก


“ฉันต้องไปแล้วจริงๆนะ....!!


ฉับ!!!


แต่น่าเสียดาย...ที่เขาจะได้ยินมันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย


ขวานเล่มคมเปื้อนเลือดสีแดงสด หยดเลือดหยดลงบนพื้นหิมะสีขาวย้อมสีให้กลายเป็นสีแดงฉานหยดแล้วหยดเหล่า แซนส์ปล่อยขวานลงบนพื้นหิมะก่อนที่มือกระดูกเอื้อมมือไปช้อนศีรษะที่จมกองเลือดอยู่บนหิมะสีขาวที่บัดนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงสดของเลือดที่ไหลเอ่อนอง เขาลูบใบหน้าน่ารักของเด็กสาวผู้เป็นที่รักของเขาอย่างเบามือ แซนส์เช็ดเลือดสีแดงสดที่กระเด็นเปรอะเปื้อนใบหน้าของฟริกส์เบาๆ


“เธอจะอยู่กับฉัน...ตลอดไป...ฟริกส์” แซนส์ฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับยกศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีน้ำตาลเข้มนุ่มนิ่มขึ้นก่อนที่จะประดับปากของเขาลงบนริมฝีปากคู่เล็กที่ตอนนี้ไร้ซึ่งเสียงที่จะตอบสนอง


ไร้ซึ่งความอบอุ่นของชีวิต


“กลับบ้านของเรากันเถอะ ฟริกส์ พัพพ์คงรอแย่แล้วล่ะ เด็กน้อยของฉัน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงพร้อมกับโอบกอดศีรษะของเด็กสาวไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ก้าวเดินไปทางเมืองสโนว์ดินพร้อมกับลูบเส้นผมสีน้ำตาลเข้มไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน


เธอไม่มีทางหายไปจากฉันอีกแล้วนะ ฟริกส์ เพราะเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

.

.

.

.

END



-Talk with Writer-

               สวัสดีท่านผู้อ่านทุกคนค่าาาาา เอาฟิคHorrortaleมาฝากค่ะ! สัปดาห์นี้เราอัพรัวพอสมควรเลยนะคะ 555555 เพราะเราคิดว่าอาทิตย์หน้าเราคงไม่ว่างมาแต่งให้ อาทิตย์นี้มีเวลาว่างพอสมควรที่จะแต่งฟิคเลยลง3ตอนในอาทิตย์นี้เลย เราเมาๆนิดหน่อยตอนที่เอาฟริกส์เข้ามาในเรื่อง นั่นเพราะเนื้อเรื่องจริงๆของHorrortaleนั่น ฟริกส์ไม่ได้โผล่มาแล้วค่ะ ตัวเอกในเรื่องคืออลิซ่านั่นเอง มนุษย์คนที่9ที่ตกลงมาหลังจากที่ฟริกส์ออกไปได้ ซึ่งไทม์ไลน์ของHorrortaleมันจะเป็นจบแบบNeutral Ending ย้ำว่าจริงๆแล้วตัวเอกที่ดำเนินเรื่องในhorrortaleไม่ใช่ฟริกส์แต่เป็นอลิซ่านะคะ มันเลยเมาๆหน่อยตอนที่พาฟริกส์มา

                  ยังไงก็ตาม ตอนหน้าเราน่าจะเกริ่นบทนำเรื่องยาวเรื่องใหม่นะคะ เราคงไม่เปิดเรื่องใหม่หรอกค่ะ คงลงต่อในเรื่องนี้เลยนะคะ

                   วันนี้ก็ขอลาไปก่อน ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าและสุสันต์วันลอยกระทงนะคะ บะบายยยยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #191 Hiromi_zan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 10:11

    ร...ร้ายกาจจจ!!!!(อีกครั้ง)

    #191
    0
  2. #160 FIVEBAHT (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 00:53
    อลิซ่าคนรับจ้าง//ล้อเล้นๆ😅
    ปล.ที่มาจากเรื่อง ภามคนรับจ้างตาย😂
    #160
    2
    • #160-1 FIVEBAHT(จากตอนที่ 23)
      2 พฤษภาคม 2561 / 00:53
      *อลิซ่าคนรับต้างตาย
      #160-1
    • #160-2 FIVEBAHT(จากตอนที่ 23)
      2 พฤษภาคม 2561 / 00:54
      ผิดๆ😆
      #160-2
  3. #158 ไอแอมแม่มด (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:06

    อลิซ่าเธอไม่น่าถูกทิ้งเลยฮรื่อสงสารจับจิตไรท์ช่างโหดร้ายส่วนแซนส์ก็โหดเ-้ยมอลิซ่าก็ถูกลืมแล้วฟริกส์ก็ถูกฆ่า

    #158
    0
  4. #156 Poonyaporn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:12
    ทำไมแซนส์น่ากลัวขนาดนี้ ตอนแรกอ่านไปอ่านมาจะร้องไห้ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าแซนส์ซาดิสเกิ๊นน สู้ๆนะค่ะไรท์เป็นกำลังใจให้อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ
    #156
    0
  5. #141 mrzxx189 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 15:51
    ผมนี้เกือบซึงเลย
    #141
    0
  6. #120 za0971836825 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 15:41
    รอค่ะไรต์อัพเร็วๆน่ะค่ะติดตามอยู่

    ที่จิงอยากให้ไรทําของ Errortale

    ไรต์ทําให้เค้าหน่อยนร้า *อ้อนๆ*

    ปล. ขอเป็น error sans กับ error frisk น่ะค่ะ
    #120
    1
  7. #119 rename-re (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 19:43
    แบบนี้ก็ได้หรือ...

    ...เศร้า...

    ปล. เพิ่งรู้ว่าอลิซ่าเป็นคนที่ 9 ....โอ้..จริงไหม 0-0
    #119
    3
    • #119-2 za0971836825(จากตอนที่ 23)
      4 พฤศจิกายน 2560 / 15:36
      จิงเราก็เพิ่งรู้ว่าคนที่เป็นคนดําเนินเรื่องของ Horrortaleคือ
      อลิซ่าค่ะ และก็เพิ่งรู้ว่าอลิซ่าคือคนที่ 9 อ่า

      ปล. เราไม่รู้ประวัติของHorrortaleน่ะ 555+
      #119-2
  8. #118 soul (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 17:50
    ตอนแรกอ่าน ความรู้สึกประมาณ: ไม่อยากได้อลิซ่าาาาาา!!อยากได้ฟริกส์! พออ่านจบ :น โน่ววววววแซนส์!!ทำกับฟริกส์น้อยแบบนี้ได้ไง! (ถึงจะชอบแนวนี้ก็เถอะ)//เราจะติดตามundertaleของไรท์ทุกเรื่อง!!(เฉพาะแซนส์xฟริกส์ อะนะ)
    #118
    0
  9. #117 Ploykoe (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 16:17
    งือออ~เเซนกลายเป็นยันไปแล้วอ่า;^; รอเรื่องต่อไปค่าา (: ฮิฮิ
    #117
    0